คุณแหน : 3 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 3 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 3 กรกฎาคม 2569

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดงาน ‘เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ 2569’ สั่งซื้อทุเรียนภูเขาไฟของแท้โดยตรงจากสวน ได้ที่ WWW.LAVADURIAN.COM..
  • ยินดีกับ ศ.วุฒิสาร ตันไชย ที่ได้เป็นประธานกรรมการ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดยมีกรรมการ คือ ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ, รศ.ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย, ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร, นิธิ ภัทรโชค..
  • ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรอง ผอ.ใหญ่ ดีป้า ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “AI Transformation: Driving the AI Ecosystem with depa” ภายในงาน AWS ISV Founders Club: Scaling Enterprise AI จัดโดย Amazon Web Services (AWS) เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดเชิงลึก ถอดบทเรียนการสเกลธุรกิจด้วย Enterprise AI และสร้างเครือข่ายที่พร้อมขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยไปด้วยกัน..
  • คุณหญิงอรศรี วังวิวัฒน์ วันเกิดปีนี้ไปทำบุญสวดพระพุทธมนต์และถวายภัตตาหารเพลที่วัดปทุมวนาราม และมื้อเที่ยงน้องสาวสองคน จณา วรรณดิษฐ์ และ ปรียา รองรัตน์ เป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงฉลองวันเกิดให้อย่างอบอุ่น..
  • สุเมธ สุรบถโสภณ นายกสมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนวิทยาลั̀ย พร้อมด้วย บุญเลิศ เหลียงกอบกิจ, น.สพ.วิศรา โชคดีทวีอนันต์ และคณะกรรมการ ไปแสดงความยินดีกับ ศาสนาจารย์ ดร.บัณฑูร บุญอิต ที่ได้เป็น ประธานกรรมการบริหาร และ ดร.ศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์ ที่ได้เป็น ผู้อำนวยการ รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย..
  • ชาว Digital CEO#3 ยินดีกับ สุภัค ลายเลิศ ซีอีโอ บจ.ยิบอินซอย เน็กซ์ ที่ได้รางวัล THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2026 รางวัล Rising Star จัดโดย คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ม.ธรรมศาสตร์ และนิตยสาร BUSINESS..
  • ศ.วิทวัส รุ่งเรืองผล กรรมการอำนวยการและประธานฝ่ายจริยธรรมการตลาดไทยสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ร่วมขึ้นเวทีเสวนาในงาน Thailand C Vision Summit 2026..
  • ยุทธพร จิตตเกษม ชวนเพื่อนๆ Digital CEO#9 มาประชุมหารือเรื่องการนำเสนอโครงงาน โดยมี ดร.ศศมน มันทะเล, น.ต.หญิง พญ.สุรางคณา เตชะไพฑูรย์, นพ.อดินันท์ กิตติรัตนไพบูลย์, วิศาล จิรภาพงพันธ์, ดร.อภิชัย สมบูรณ์ปกรณ์, มารีย์ โอภาสเสถียร, สุมิตรา นิ่มกรชัย, วงศ์วิวัฒน์  ศิริทัศนกุล, รัชนิกร คำทิพย์, วรพล วีระวงศ์, เจตพันธุ์ ตรีบำเพ็ญ, จิตติมา ใสบริสุทธิ์, อรณิชา ศรีชัยธำรง ร่วมด้วย..
  • อาศิรา กาวารีย์ วันเกิดเลี้ยงแมวจร เลี้ยงเด็กของมูลนิธิเด็กบ้านทานตะวันและร่วมบริจาคเงินช่วยการศึกษาของเด็กพิการ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่หนองคายในพระราชูปถัมภ์..
  • คณะสังคมศาสตร์ มช. ยินดีกับ ดร.อัมพร จิรัฐติกร ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ สาขาวิชามานุษยวิทยา สังกัดคณะสังคมศาสตร์ ม.เชียงใหม่..
  • ผู้สนใจเรื่อง สหกิจศึกษา และ CWIE แหล่งเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพนักศึกษาสู่การทำงานแบบมืออาชีพ โดย ดร. อมรศักดิ์ กิจธนานันท์ สมาชิกวุฒิสภา รองประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม ติดตามชมได้ที่  https://youtu.be/hh0v1C7ZPTc..

น้องใหม่

ททท. ผนึกกำลัง Petch Boutique และ Beauty Gems ยกระดับแบรนด์ไทยสู่สายตาชาวโลก ชูเสน่ห์ผ้าไทย ผสานความงามไฮจิวเวลรี ในงาน “THREADS OF AMAZING THAILAND”

ททท. ผนึกกำลัง Petch Boutique และ Beauty Gems ยกระดับแบรนด์ไทยสู่สายตาชาวโลก ชูเสน่ห์ผ้าไทย ผสานความงามไฮจิวเวลรี  ในงาน “THREADS OF AMAZING THAILAND”

ททท. ผนึกกำลัง Petch Boutique และ Beauty Gems ยกระดับแบรนด์ไทยสู่สายตาชาวโลก ชูเสน่ห์ผ้าไทย ผสานความงามไฮจิวเวลรี ในงาน “THREADS OF AMAZING THAILAND”

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.58 น.

ตระการตาด้วยความงามของงานหัตถศิลป์และอัญมณีไทย ที่มีอัตลักษณ์และความประณีต ผ่านการจัดแสดงแฟชั่นโชว์เครื่องประดับและเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ผนึกกำลังร่วมกับ Petch Boutique (เพชร บูติก) และ  Beauty Gems (บิวตี้เจมส์) พร้อมด้วยพันธมิตร ประกอบด้วย บริษัท เพชรไพรม์ จำกัด, PRIME BANGKOK,SIAM PARAGON และ RANI Fabric Center จัดงาน “THREADS OF AMAZING THAILAND” ณ NEX Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อยกระดับผ้าไทยและงานฝีมือไทย ด้วยแฟชั่นโชว์ 75 ชุด พร้อมไฮไลต์เครื่องประดับ “THE POWER OF DREAMS” High Jewelry Collection รวมมูลค่ากว่า 125 ล้านบาท

โดยได้รับเกียรติจาก ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้ผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุคทุกแวดวงร่วมงานคับคั่ง และร่วมเดินแฟชั่นโชว์สุดอลังการบนรันเวย์ด้วย

สร้างความงามให้ประจักษ์ผ่านแฟชั่นโชว์จาก Petch Boutique (เพชร บูติก) ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบผ้าไทยร่วมสมัย รังสรรค์ความงามของผ้าพื้นถิ่นไทยด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย พร้อมเครื่องประดับ High Jewelry จาก Beauty Gems ผู้นำด้าน High Jewelry ของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ผ่านการเจียระไนด้วยความประณีตของช่างฝีมือไทย ร่วมถ่ายทอดความงามของศิลปะภายใต้คอนเซปต์ “From the hands of artisans to the heart of fashion every thread carries the soul of Thai culture จากมือช่างสู่หัวใจของแฟชั่น ทุกเส้นไหมบรรจุจิตวิญญาณแห่งความเป็นไทย”

การยกระดับวงการแฟชั่นไทยในการจัดแสดงแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ โดยทั้ง Petch Boutique และ Beauty Gems ต่างเล็งเห็นถึงคุณค่าของงานฝีมือของช่างฝีมือคนไทย อันเป็นมรดกจากอดีตอันทรงคุณค่าที่ควรสืบสานเพื่อคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผ้าไทย จึงผนึกกำลังร่วมกันผลักดันงานฝีมือของคนไทย สู่เวทีระดับสากล สู่ความร่วมมือครั้งสำคัญที่นำผ้าไทยมาถ่ายทอดผ่านงานออกแบบแฟชั่นร่วมสมัย พร้อมเพิ่มเสน่ห์ความงดงามด้วยเครื่องประดับอัญมณี การนำเสนอคอลเลกชันสุดพิเศษบนรันเวย์ครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนเสน่ห์ของผ้าไทยและเครื่องประดับเพียงเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำศักยภาพของนักออกแบบและช่างฝีมือคนไทย ที่สามารถรังสรรค์งานฝีมืออันเป็นที่ประจักษ์ได้

เพชร – จารุต ภิญโญกีรติ  ผู้บริหาร Petch Boutique (เพชร บูติก) กล่าวว่า “เป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เห็นถึงศักยภาพของ Petch Boutique ผ่านการออกแบบเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายร่วมสมัย และให้การสนับสนุนพร้อมร่วมผลักดันผ้าไทยในทุกจังหวัดให้ก้าวสู่ระดับสากลในการจัดงานครั้งนี้ ซึ่งมุ่งมั่นอยากสะท้อนให้เห็นความงามของผ้าไทยและเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับผ้าไทย ผ้าพื้นถิ่นในทุกจังหวัดของประเทศไทย”

พร้อมกล่าวต่อว่า “แฟชั่นโชว์ครั้งนี้ได้มีการคัดสรรผ้าทอพื้นถิ่นไทย ที่เรียกว่าเป็นผ้าทอของชาวบ้านจริง ๆ สำหรับนำมาออกแบบชุด โดยมีหัวใจในการออกแบบยึดตามอัตลักษณ์ของการทอผ้าประเภทต่าง ๆ ไม่มีการเปลี่ยนลวดลายหรือสีที่ชาวบ้านทอมา เพื่อรักษารากเหง้าวัฒนธรรม สิ่งที่มีการเพิ่มเติม คือ การดีไซน์ชุดที่ร่วมสมัยเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผืนผ้า สร้างความแตกต่างในด้านการออกแบบ สร้างความภูมิใจในผ้าทอพื้นถิ่นไทยที่เป็น Soft Power และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างอาชีพสำหรับชาวบ้านได้ด้วยเช่นกัน”

หนึ่ง – สุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท บิวตี้เจมส์ ผู้รังสรรค์เครื่องประดับและอัญมณีของไทย กล่าวเสริมว่า การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยมากยิ่งขึ้น ด้วยความตั้งใจของทั้ง 2 แบรนด์ ระหว่าง Beauty Gems และ Petch Boutique ที่มองเห็นคุณค่างานฝีมือไทย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยทั้งความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ ยิ่งเป็นงานฝีมือต้องมีความประณีต ซึ่งทาง Beauty Gems เป็นผู้นำด้าน High Jewelry มีความโดดเด่นด้านการออกแบบที่มีดีไซน์และการผลิตเครื่องประดับหรู    เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ในขณะที่ Petch Boutique ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบผ้าไทยร่วมสมัย ดังนั้นการผนึกกำลังร่วมกันครั้งนี้ ถือเป็นการส่งเสริมศักยภาพงานฝีมือคนไทยได้เป็นอย่างดี และขยายสู่วงกว้างได้มากขึ้น

“ในส่วนของ Beauty Gems ร่วมสร้างคุณค่าในงานฝีมือไทย ผ่านการออกแบบเครื่องประดับหรูที่นำมาจัดแสดงแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ โดยสะท้อนแนวคิด Woven Forward ของงาน THREADS OF AMAZING THAILAND ที่เชื่อว่ามรดกทางวัฒนธรรมไทยสามารถได้รับการสืบสาน ต่อยอด และนำเสนอใหม่ในรูปแบบร่วมสมัย เพื่อส่งต่อคุณค่าแห่งความเป็นไทยสู่คนรุ่นใหม่และเวทีโลกอย่างสง่างาม”

การส่งเสริมอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยในครั้งนี้ พิถีพิถันด้วยการออกแบบชุดที่ทันสมัย ชูเอกลักษณ์ทั้งลายผ้าและสีบนผืนผ้า คงความงามที่เหนือกาลเวลา ผสานด้วย High Jewelry Collection “THE POWER OF DREAMS” ที่มีครบชุดรวมมูลค่ากว่า 125 ล้านบาท ทั้งสร้อยคอมรกตประดับเพชร ประกอบด้วย มรกต(Emerald) 130.36 กะรัต, เพชร(Diamond) 64.00 กะรัต, 18K White Gold น้ำหนัก 106.37 กรัม, 18K Yellow Gold น้ำหนัก 5.92 กรัม ต่างหูมรกตประดับเพชร ประกอบด้วย มรกต(Emerald) 62.78 กะรัต, เพชร(Diamond) 6.75 กะรัต, Platinum น้ำหนัก 11.82 กรัม, 18K Yellow Gold น้ำหนัก 5.18 กรัม, 18K White Gold น้ำหนัก 3.00 กรัม และแหวนมรกตประดับเพชร ประกอบด้วย มรกต(Emerald) 21.38 กะรัต, เพชร(Diamond) 3.54 กะรัต, 18K White Gold น้ำหนัก 9.80 กรัม, 18K Yellow Gold น้ำหนัก 2.00 กรัม

โดย High Jewelry Collection นี้ รวมมรกต น้ำหนัก 214.52 กะรัต เพชรน้ำหนัก 74.29 กะรัต ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพลังแห่งความมุ่งมั่นและแรงบันดาลใจที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เปรียบเสมือนสายใยแห่งภูมิปัญญาที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน

โดดเด่นด้วย “มรกต” สีเขียวอันทรงคุณค่า ซึ่งเป็นอัญมณีหลักของคอลเลกชันนี้ ที่สื่อถึงความหวัง ความอุดมสมบูรณ์ การเติบโต และความรุ่งเรือง ประดับด้วย “เพชร” ที่เปรียบเสมือนเส้นไหม ที่ถักทอเป็นผืนผ้าแห่งคุณค่าทางวัฒนธรรม ผ่านการรังสรรค์งานช่างฝีมือชั้นสูง จะว่าไปคอลเลกชันนี้สะท้อนแนวคิด Woven Forward ของงาน “THREADS OF AMAZING THAILAND” ที่เชื่อว่ามรดกทางวัฒนธรรมไทย สามารถได้รับการสืบสานต่อยอด และนำเสนอใหม่ในรูปแบบร่วมสมัย เพื่อส่งต่อคุณค่าแห่งความเป็นไทยสู่คนรุ่นใหม่ และเวทีโลกอย่างสง่างาม ซึ่งได้ “แอนโทเนีย โพซิ้ว” รองอันดับ 1 Miss Universe 2023 ร่วมเดินแบบในชุดฟินาเล่ ตอกย้ำถึงความงาม   ที่เปล่งประกายและความมุ่งมั่นที่สะท้อนจากภายใน

ภายในงานยังมีนางงามจากหลากหลายเวทีร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ผ้าไทยพื้นถิ่นและเครื่องประดับ High Jewelry ล้นรันเวย์  ทั้ง น้ำผึ้ง – กานต์ธีรา เตชะภัทรธนากุล Miss World Thailand 2026, มาลัย – มาลัยกะ คาร 1st runner up Miss World Thailand 2026,  มายมิ้นต์ – จิราภรณ์ ศาลาแดง นางสาวไทยคนที่ 57, ซาฟฟรอน – มายา สนูค Miss Global Thailand 2026 รวมถึง ฟลุ๊ค กะล่อน อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ที่มาร่วมเดินสับๆ โชว์ความอลังการของแบรนด์ไทยสุดปัง! ครั้งนี้ด้วย

การออกแบบผ้าไทยที่ร่วมสมัยและความประณีตงดงามของเครื่องประดับอัญมณีแบรนด์ไทย ถือเป็นการส่งเสริม Soft Power ไทย พร้อมๆ กับการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ ผ่านการมองเห็นคุณค่าของความงดงามของช่างฝีมือไทย สู่การส่งเสริมและสนับสนุนให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตขึ้น ทั้งอัญมณีที่เป็นเครื่องประดับที่คงความมีคุณค่าอยู่เสมอและมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น, ผ้าทอพื้นถิ่นไทย ที่ถูกนำมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ผ่านการออกแบบที่ทันสมัย สะท้อนให้เห็นถึงความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์ มีเสน่ห์ และเป็นงานฝีมือที่ควรค่าแก่การสืบสาน พร้อมเปิดมิติใหม่ให้ได้สัมผัสคุณค่าที่ทันสมัยและเข้าถึงได้ ทุกท่านยังสามารถเยี่ยมชม Exhibition ของเครื่องแต่งกายกว่า 50 ชุด ที่ใช้เดินแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ โดยจะถูกจัดแสดงโชว์ตั้งแต่วันที่ 2-5 กรกฎาคม 2569 ณ NEX Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

‘วูเน่’ พลิกโฉมลิเกไทยสู่สากล ดึง ‘แบงค์ ศรราม’ นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ ขับเคลื่อน Soft Power ร่วมสมัย

‘วูเน่’ พลิกโฉมลิเกไทยสู่สากล ดึง ‘แบงค์ ศรราม’ นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ ขับเคลื่อน Soft Power ร่วมสมัย

‘วูเน่’ พลิกโฉมลิเกไทยสู่สากล ดึง ‘แบงค์ ศรราม’ นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ ขับเคลื่อน Soft Power ร่วมสมัย

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.50 น.

บริษัท เนเจอร์อินอัส จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าและผิวกายสัญชาติไทยภายใต้แบรนด์ “Woonae” (วูเน่) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในงาน Cosmoprof CBE Asean Bangkok 2026 ด้วยการเปิดตัวพระเอกลิเกขวัญใจมหาชน “แบงค์” ศรราม เป็นพรีเซ็นเตอร์อย่างเป็นทางการ มุ่งพลิกโฉมศิลปะวัฒนธรรมไทยสู่มิติใหม่ ยกระดับอุตสาหกรรมความงามไทย (T-Beauty) สู่การเป็น Soft Power ระดับสากลอย่างร่วมสมัย

แบรนด์ Woonae (วูเน่) ดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 ภายใต้แนวคิดการคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อผู้บริโภค ด้วยความเชื่อมั่นว่าผลิตภัณฑ์ไทยมีคุณภาพทัดเทียมระดับสากล ผ่านความเข้าใจในสภาพผิวและภูมิอากาศเมืองไทยอย่างลึกซึ้ง พร้อมการันตีด้วยมาตรฐานการผลิตระดับ GMP และ ISO ควบคู่กับผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน

การร่วมงานกับ “แบงค์” ศรราม ในครั้งนี้ ถือเป็นการทลายกรอบเดิมๆ เพื่อพิสูจน์ว่า “ลิเกไทยไม่ได้เชยอีกต่อไป” แต่เป็นอัตลักษณ์ที่สะท้อนเสน่ห์ความงามแบบไทยได้อย่างทรงพลัง เนื่องจากศิลปินลิเกต้องดูแลตนเองให้แลดูอ่อนเยาว์และผิวพรรณดีอยู่เสมอเพื่อการแสดง สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ของผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ล่าสุด “วูเน่ วิตซี มณีแดง วอเตอร์ ครีม” (Woonae Vit C Maneedang Water Cream)

สำหรับ “วูเน่ วิตซี มณีแดง วอเตอร์ ครีม” โดดเด่นด้วยสารสกัดนวัตกรรมหลักจาก “มณีแดง” ผสานคุณค่าจากวิตามินซี ช่วยฟื้นบำรุงผิวให้แลดูเฟิร์มกระชับ กระจ่างใส และอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ใน 14 วัน มาพร้อมเนื้อสัมผัสแบบวอเตอร์ครีมที่บางเบา ซึมซาบไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ตอบโจทย์สภาพอากาศร้อนชื้นได้อย่างแท้จริงร่วมสัมผัสประสบการณ์ผิวเฟิร์มใสแลดูอ่อนเยาว์ตามแบบฉบับ T-Beauty กับ “วูเน่ วิตซี มณีแดง วอเตอร์ ครีม” ได้แล้ววันนี้ที่ร้านสะดวกซื้อชั้นนำทั่วประเทศ ร้านจำหน่ายเครื่องสำอางใกล้บ้านท่าน และช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการของแบรนด์ Woonae ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้

TIKTOK : https://www.tiktok.com/@woonaethailand

INSTAGRAM : https://www.instagram.com/woonae_th/

FACEBOOK : https://www.facebook.com/woonaecosmetics

ตะลุยเมืองตรัง นั่งตุ๊กตุ๊กชมย่านตึกเก่า บุกอาณาจักร ‘ผ้าทอนาหมื่นศรี’ มรดกภูมิปัญญา 200 ปี

ตะลุยเมืองตรัง นั่งตุ๊กตุ๊กชมย่านตึกเก่า บุกอาณาจักร ‘ผ้าทอนาหมื่นศรี’ มรดกภูมิปัญญา 200 ปี

ตะลุยเมืองตรัง นั่งตุ๊กตุ๊กชมย่านตึกเก่า บุกอาณาจักร ‘ผ้าทอนาหมื่นศรี’ มรดกภูมิปัญญา 200 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.46 น.

‘เต้ย พงศกร’ พิธีกรหนุ่มจากรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร ” ชวนคู่หูสายลุยอย่าง ‘หมอก้อง สรวิชญ์’ สัมผัสมหาเสน่ห์อันดามันใต้ที่จังหวัดตรัง ในรูปแบบท่องเที่ยวแนวเกษตรสุดพิเศษ เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการนั่ง “รถตุ๊กตุ๊กหัวกบ” สัญลักษณ์คู่เมืองตรัง ชมย่านตึกเก่าสไตล์ชิโนโปรตุกีส แวะถ่ายภาพสตรีทอาร์ต และวงเวียนพะยูน ก่อนไปเติมพลังกับมื้อเช้าในตํานานที่ “เรือนไทยติ่มซํา” สัมผัสวัฒนธรรมสภากาแฟอันเป็นเอกลักษณ์ ลิ้มรสติ่มซํานึ่งสดที่มีให้เลือกกว่า 100 หน้า และ “หมูย่างเมืองตรัง” ที่ใช้สูตรหมักเครื่องยาจีนและนํ้าผึ้ง ย่างในเตาหลุมโบราณจนหนังกรอบพองเนื้อนุ่มฉํ่า

และไฮไลท์ที่ห้ามพลาด!! คือการเดินทางเจาะลึกอาณาจักร “กลุ่มทอผ้านาหมื่นศรี” เพื่อพิสูจน์ความมหัศจรรย์ของ “เส้นฝ้าย” ผลผลิตเกษตรพื้นบ้าน ที่ถูกถักทอเป็นผืนผ้าด้วยภูมิปัญญาที่สืบทอดมานานกว่า 200 ปี กับลวดลายที่ถูกคิดค้นถักทอมา   ในการเปลี่ยนสีย้อมจากเปลือกไม้และพืชพรรณธรรมชาติให้กลายเป็นงานศิลปะบนผืนผ้าที่งดงามระดับประเทศ โดยมี ธ.ก.ส. เป็นพาร์ทเนอร์สําคัญที่เข้ามาช่วย “เติมทุน เติมความรู้ และเติมตลาด” จนสามารถยกระดับสินค้าชุมชนสู่ดีไซน์ร่วมสมัยที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้อย่างยั่งยืน และปิดท้ายทริปด้วยการพาไปช้อปสุดพรีเมียมที่ กวนนิโตพาทิสเซอรี ชิม “เครปเค้กโรลฝอยทอง”  และ งานคราฟต์จาก “เตยปาหนัน” ที่ยังเป็นแหล่งรวบรวมสินค้าหัตถกรรม งานฝีมือ และสินค้าแปรรูปของชุมชนในท้องถิ่นมาจัดจําหน่าย ช่วยกระจายรายได้ส่งเสริมอาชีพให้กับคนในจังหวัดตรังได้เป็นอย่างดี

สำหรับผู้ที่สนใจมาร่วมค้นหาคําตอบ…ว่าวิถีเกษตรจะกลายเป็นแฟชั่นสุดเก๋ได้อย่างไรในรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” ในวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคมนี้ เวลา 20.20 น. ทางช่อง 9 กด 30

DERMATIGE AESTHETICS เปิดปฏิบัติการมิติความงามยุคใหม่ปักหมุด New Era 2026

DERMATIGE AESTHETICS เปิดปฏิบัติการมิติความงามยุคใหม่ปักหมุด New Era 2026

DERMATIGE AESTHETICS เปิดปฏิบัติการมิติความงามยุคใหม่ปักหมุด New Era 2026

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.33 น.

DERMATIGE AESTHETICS (เดอร์มาทีจ เอสเธติคส์) คลินิกความงามระดับพรีเมียม เดินหน้าประกาศก้าวสำคัญสู่ DERMATIGE New Era 2026 เนรมิตแลนด์มาร์กใจกลางกรุงเทพฯ จัดงาน “DERMATIGE THE BEAUTY EVOLUTION Your Design. Defined Value” อย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำด้าน Personalized Aesthetics ที่ให้ความสำคัญกับ “ความงามที่ดีที่สุด คือความงามที่ออกแบบให้เหมาะกับแต่ละบุคคล” พร้อมยกระดับประสบการณ์ความงามยุคใหม่ที่ได้มาตรฐานการดูแลระดับสากล โดดเด่นด้วยนวัตกรรมด้านการยกกระชับ และ Signature Program อย่าง “จักรวาลหน้ายุง” สู่ Premium Signature Program โปรแกรมความงามที่ออกแบบใบหน้าเฉพาะบุคคล ตอบโจทย์ทั้งโครงสร้างใบหน้า ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายของแต่ละคนมอบผลลัพธ์อย่างเป็นธรรมชาติ มีเอกลักษณ์อย่างแท้จริง

โดยในงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารและทีมแพทย์ เดอร์มาทีจ เอสเธติคส์ ร่วมพูดคุยครั้งสำคัญ ถ่ายทอดนิยาม “ยุคใหม่ของความงามที่ออกแบบมาเพื่อคุณ…โดยเฉพาะ”  ภายใต้บรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และเปี่ยมด้วยพลังของการก้าวล้ำสู่นิยามความงามยุคใหม่ พร้อมการปรากฏตัวของนักแสดง ศิลปิน และเซเลบริตี้ชื่อดังที่สะท้อนความมั่นใจ ความเป็นตัวของตัวเอง และไลฟ์สไตล์ที่ใส่ใจการดูแลตัวเองอย่างมีคุณภาพ สอดคล้องกับแนวคิดของ DERMATIGE นำโดย “เจมส์” จิรายุ ตั้งศรีสุข มาแชร์การดูแลผิวให้สุขภาพดี ก่อนเข้าสู่ช่วงไฮไลต์คู่จิ้นสุดฮอต “ปอนด์” ณราวิชญ์ เลิศรัตน์โกสุมภ์ และ “ภูวินทร์” ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน เสิร์ฟโมเมนต์ผ่านโชว์ร้องเพลงสุดประทับใจ พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดัง อาทิ ซอนญ่า สิงหะ, “พิมฐา” ฐานิดา มานะเลิศเรืองกุล, “ปรางค์” อภินรา ศรีกาญจนาภิรญา สิงหะ, จินนี่ เขริกา, “หมิว” ณัชชา เตชะมงคลาภิวัฒน์, พลอยพยัพ ศรีกาญจนา ฯลฯ ถ่ายทอดเคล็ดลับความสวยและความมั่นใจในแบบของตัวเอง ท่ามกลางผู้ร่วมงานและแขกคนสำคัญที่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างเนืองแน่น ณ ชั้น 1 Central Court @CentralWorld

“คุณยาย่า” เขมณัฏฐ์ ชุลีเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เดอร์มาเวย์ จำกัด DERMATIGE AESTHETICS กล่าวว่า “DERMATIGE New Era 2026 คือการก้าวสู่บทใหม่ของแบรนด์ในฐานะ Premium Aesthetic Brand ที่นิยามความงามในแบบ Modern Luxury เราเชื่อว่าความงามคือการทำให้ทุกคนมั่นใจในตัวตนของตัวเองมากขึ้น โดยในช่วงปี 2026–2028 เราตั้งเป้ายกระดับ Dermatige ให้เป็นแบรนด์ความงามระดับพรีเมียมที่ลูกค้าไว้วางใจมากที่สุด ผ่านการดูแลแบบ Personalized การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลกมาใช้ควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่าในทุก Touchpoint เพราะ Luxury ในวันนี้ ไม่ใช่การเปลี่ยนว่าเราเป็นใคร แต่คือการทำให้เรามั่นใจในแบบที่เราเป็นมากที่สุด”

“Turning Point สำคัญของ Dermatige คือปัจจุบันนี้ผู้บริโภคต้องการความงามที่เป็นธรรมชาติ เหมาะกับตัวเอง และสร้างความมั่นใจมากกว่าเดิม  นั่นคือเหตุผลที่เราเข้าสู่ New Era 2026 ด้วยแนวคิด Personalized Beauty และ Emotional Luxury โดยมี “หน้ายุง” เป็น Signature Program หลังจากนี้ทิศทางการตลาดจะมุ่งสร้างแบรนด์ให้แข็งแรงควบคู่กับการเติบโตของธุรกิจ ให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง ปัจจุบัน Dermatige มีทั้งหมด 6 สาขา ได้แก่ สยาม, คริสตัล, รังสิต, ปิ่นเกล้า, พระราม 2 และบางนา และเรายังคงมุ่งขยายการเติบโตอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงมาตรฐานการรักษาและประสบการณ์ระดับพรีเมียมได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น”  

“หมอต่อ” นายแพทย์ภาณุพงศ์ ภัทรกุลทวี ผู้บริหาร DERMATIGE AESTHETICS กล่าวว่า “เทรนด์ความงามในอนาคต จะเปลี่ยนจากการแข่งขันเรื่องเทคโนโลยีและเครื่องมือไปสู่การแข่งขันด้านประสบการณ์และการดูแลที่ออกแบบเฉพาะบุคคล ในอดีตผู้บริโภคอาจเลือกคลินิกจากว่าใครมีเครื่องใหม่หรือเครื่องเยอะที่สุด แต่วันนี้สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ใครเข้าใจโครงสร้างใบหน้า ไลฟ์สไตล์ และความต้องการของแต่ละคนได้ดีที่สุด เพราะฉะนั้นอนาคตของวงการ Aesthetic จะวัดกันด้วยความสามารถในการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ประสบการณ์ที่ดี และความมั่นใจที่ยั่งยืนให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นจุดแข็งของ Dermatige ทำให้เรามุ่งขับเคลื่อนตลาดจากการแข่งขันด้าน Device ไปสู่การแข่งขันด้าน Experience และ Personalization และสิ่งที่อยากส่งต่อมุมมองให้กับผู้บริโภคยุคใหม่ คือ ความงามไม่ใช่การเปลี่ยนให้เหมือนคนอื่น แต่คือการมั่นใจในตัวตนของตัวเอง”  

“หมอกลาง” นายแพทย์ณัฐณกัณฑ์ พิชยะวงศ์ภัค ผู้บริหาร DERMATIGE AESTHETICS กล่าวว่า “จักรวาลหน้ายุงเป็นการยกระดับจากโปรแกรมรักษาไปสู่ “Personalized Facial Architecture System” ความแตกต่างสำคัญคือ เราออกแบบการรักษาให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัยและแต่ละโครงสร้างใบหน้า ผ่าน Facial Evolution System ที่แบ่งเป็น First, Prime, หน้ายุง X, Prestige และ Gevity เพื่อให้ลูกค้าได้รับการดูแลที่เหมาะกับตัวเองในแต่ละช่วงของชีวิต

สำหรับวงการความงาม “จักรวาลหน้ายุง” คือการยกระดับจาก Treatment Program ไปสู่ Thailand’s First Premium Facial Architecture Ecosystem ที่เชื่อมโยงการวางแผนการรักษา การติดตามผล และการดูแลระยะยาวไว้ในระบบเดียว สำหรับผู้บริโภคโปรแกรมนี้ทำให้การดูแลความงามไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะจุด แต่เป็นการมี Personalized Lifting Roadmap ที่ออกแบบตามช่วงวัย โครงสร้างใบหน้า และเป้าหมายของแต่ละคน เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและคงความมั่นใจในระยะยาว เราไม่ได้สร้างโปรแกรมใหม่ แต่กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ของ Premium Personalized Aesthetics ในประเทศไทย ขณะเดียวกัน “จักรวาลหน้ายุง” ยังเป็นการเปลี่ยนมุมมองจากการขาย Treatment หรือโปรโมชั่น ไปสู่การสร้าง Facial Evolution Journey ที่ลูกค้าได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องในระยะยาว และมีแผนการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล”

ทั้งหมดนี้สะท้อนหัวใจสำคัญของ DERMATIGE New Era 2026 ที่ Innovation ไม่ใช่เพียงการมีเครื่องมือใหม่ แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิดในการดูแลความงาม จากการรักษาแบบเดียวสำหรับทุกคน สู่การออกแบบผลลัพธ์เฉพาะบุคคล เพื่อให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติและยั่งยืน ด้วยมาตรฐานและความเชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล  

อัปเดตทุกเทรนด์และนวัตกรรมความงามพร้อมเข้ารับคำปรึกษาได้ที่ DERMATIGE AESTHETICS ทุกสาขา และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์: https://www.dermatigeaesthetics.com, Facebook: Dermatige Aesthetics, Instagram: Dermatige_Aesthetics, TikTok: Dermatige_official, LINE: @Dermatigeclinic

#Dermatige #จักรวาลหน้ายุง #pondphuwin #thebeautyevolution  

สภากาชาดไทยจัดนิทรรศการ “AIDSID PRIDE: UNITY WE SHINE – ART EXHIBITION” ถ่ายทอดพลังแห่งความหลากหลายผ่านงานศิลปะสร้างสรรค์

สภากาชาดไทยจัดนิทรรศการ “AIDSID PRIDE: UNITY WE SHINE – ART EXHIBITION”  ถ่ายทอดพลังแห่งความหลากหลายผ่านงานศิลปะสร้างสรรค์

สภากาชาดไทยจัดนิทรรศการ “AIDSID PRIDE: UNITY WE SHINE – ART EXHIBITION” ถ่ายทอดพลังแห่งความหลากหลายผ่านงานศิลปะสร้างสรรค์

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.08 น.

ศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย (AIDSID) ได้จัดนิทรรศการ “AIDSID PRIDE: UNITY WE SHINE – ART EXHIBITION” เมื่อวันที่ 25–30 มิถุนายน 2569 ณ หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร เนื่องใน Pride Month 2569 ภายใต้หัวข้อ “Proud to Be. Proud to Care.” ซึ่งเปิดโอกาสให้ศิลปินและผู้สนใจได้ร่วมถ่ายทอดแนวคิดเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ ความเสมอภาค การสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) การไม่ตีตราและเลือกปฏิบัติ ความภาคภูมิใจในตัวตน การเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียม ตลอดจนการอยู่ร่วมกันในสังคมที่เคารพความแตกต่างและเห็นคุณค่าของทุกคน

ภายในงานมีผู้เข้าชมนิทรรศการศิลปะอย่างต่อเนื่องและร่วมสะท้อนมุมมอง ประสบการณ์ และแรงบันดาลใจ พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นสิทธิมนุษยชน ความเสมอภาค และการสร้างสังคมที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน นอกจากนี้ AIDSID ยังมีกิจกรรม Workshop ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้วยตัวเองและรับเป็นของที่ระลึก

รพ.ธรรมศาสตร์ฯ เปิด “อาคารเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ” รองรับสังคมสูงวัย ยกระดับการดูแลผู้สูงวัยแบบครบวงจร

รพ.ธรรมศาสตร์ฯ เปิด “อาคารเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ” รองรับสังคมสูงวัย ยกระดับการดูแลผู้สูงวัยแบบครบวงจร

รพ.ธรรมศาสตร์ฯ เปิด “อาคารเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ” รองรับสังคมสูงวัย ยกระดับการดูแลผู้สูงวัยแบบครบวงจร

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.44 น.

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิด “อาคารเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ” ศูนย์ธรรมศาสตร์ ธรรมรักษ์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ในการนี้มี  ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นพ.จเด็ด ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รศ.นพ.ฉัตรชัย มิ่งมาลัยรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ธรรมศาสตร์ ธรรมรักษ์ คณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากรทางการแพทย์ ให้การต้อนรับและร่วมพิธีเปิด เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ณ อาคารเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ศูนย์ธรรมศาสตร์ ธรรมรักษ์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ 

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. เป็นประธานเปิด “อาคารอาคารเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ” ร่วมกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จากซ้าย รศ.นพ.ฉัตรชัย มิ่งมาลัยลักษณ์ ผอ.ศูนย์ธรรมศาสตร์ ธรรมรักษ์,ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว.,นพ.จเด็ด ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช., รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม รองอธิกาบดีฝ่ายบริหารศูนย์พัทยาและสุขศาตร์, พงศ์เทพ เทพกาญจนา นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ, ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ., ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ., รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย ผอ.รพ.ธรรมศาสตร์ฯ, อ.พญ.มัลลิกา ชวนเสงี่ยม รอง ผอ.ศูนย์ธรรมศาสตร์ ธรรมรักษ์, รศ.พญ.อัจฉรา ตั้งสถาพรพงษ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มธ., ศ.ดร.ดนุพันธ์ วิสุวรรณ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผน และกิจการสภามหาวิทยาลัย และ สิทธิชัย พันเศษ กรรมการสภามหาวิทยาลัย

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวเปิดงาน

ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ. กล่าวแสดงความยินดี

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ. กล่าวต้อนรับ

รศ.นพ.ฉัตรชัย มิ่งมาลัยลักษณ์ ผู้อำนวยการศูนย์ธรรมศาสตร์ ธรรมรักษ์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า “ประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงทางประชากรครั้งสำคัญจาการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ความต้องการบริการด้านการดูแลสุขภาพ การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการดูแลระยะยาวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ‘ธรรมศาสตร์ ธรรมรักษ์’ จึงถูกพัฒนาขึ้นให้เป็นมากกว่าสถานพยาบาล แต่เป็นพื้นที่ชีวิตแห่งการดูแลที่เชื่อมโยงการรักษาพยาบาล การฟื้นฟู และคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกัน โดยยึดผู้รับบริการและครอบครัวเป็นศูนย์กลาง ภายใต้การดูแลของทีมสหสาขาวิชาชีพ ประกอบด้วยอายุรแพทย์ด้านผู้สูงอายุ พยาบาล ทันตแพทย์ เภสัชกร นักกายภาพบำบัด และบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลอย่างครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคมและจิตวิญญาณ

รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย ผอ.รพ.ธรรมศาสตร์ฯ

อ.พญ.ฆริกานต์ อักษรชาติ, รศ.นพ.ฉัตรชัย มิ่งมาลัยลักษณ์ และอ.พญ.มัลลิกา ชวนเสงี่ยม

รศ.นพ.ฉัตรชัย มิ่งมาลัยลักษณ์,นพ.จเด็ด ธรรมธัชอารี,ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์,ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์,ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาล,รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย และ อ.พญ.มัลลิกา ชวนเสงี่ยม ร่วมกันกดปุ่มเปิดแพรคลุมป้ายอาคารเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ

รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า “การเปิดอาคารเวชศาสตร์ผู้สูงอายุในครั้งนี้ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติในการเป็นโรงพยาบาลเพื่อประชาชน ที่พร้อมดูแลประชาชนทุกช่วงวัยอย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ ศูนย์ธรรมศาสตร์ ธรรมรักษ์ ไม่ใช่เพียงชื่อของศูนย์หรืออาคาร แต่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะยาวอย่างครบวงจร การดูแลผู้สูงวัยมีความละเอียดอ่อนและต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่นี้จึงไม่ได้ดูแลเฉพาะช่วงที่เจ็บป่วย แต่ดูแลต่อเนื่องตั้งแต่การรักษา ฟื้นฟู ไปจนถึงการดูแลแบบประคับประคอง โดยทีมอาจารย์แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ผู้รับบริการและครอบครัวเกิดความมั่นใจสูงสุด”  

ผศ.ดร.อรพรรณ ยลระบิล รองอธิการบดี, รศ.จารุพร ไวยนันท์ กก.มูลนิธิเพื่อโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ, ผศ.ประภัสสร เลียวไพโรจน์, ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์, ผาณิต พูนศิริวงศ์ อุปนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ, พงศ์เทพ เทพกาญจนา นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ, ดารณี วัธนเวคิน เลขาธิการสมาคมธรรมศาสตร์ฯ, กิตติพงค์ เศวตกิติธรรม กก.สมาคมธรรมศาสตร์ฯ และ รศ.ดร.สุรัตน์ ทีรฆาภิบาล คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์ฯ

รศ.ดร.ภก.รัฐพล อาษาสุจริต คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ , ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ ศ.นพ.ณัฐพล ธรรมโชติ รอง ผอ.รพ.ธรรมศาสตร์ฯ และ หน.ภาควิชาออโธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ มธ.,

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. เยี่ยมชมแผนกต่างๆ ภายในอาคาร และ นิทรรศการทางการแพทย์ ของศูนย์ธรรมศาสตร์ ธรรมรักษ์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. เยี่ยมชมแผนกต่างๆ ภายในอาคาร และ นิทรรศการทางการแพทย์ ของศูนย์ธรรมศาสตร์ ธรรมรักษ์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. เยี่ยมชมแผนกต่างๆ ภายในอาคาร และ นิทรรศการทางการแพทย์ ของศูนย์ธรรมศาสตร์ ธรรมรักษ์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ. และคณะแพทย์ คณาจารย์จากคลิจิการแพทย์แผนจีน

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีเป้าหมายพัฒนา อาคารเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ศูนย์ธรรมศาสตร์ ธรรมรักษ์ ให้เป็นศูนย์กลางความเป็นเลิศด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุของประเทศ ทั้งในด้านการบริการ การศึกษาวิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างองค์ความรู้และพัฒนากำลังคนรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมสูงวัยในอนาคต รวมถึงการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิต (Wellness Destination) ของภูมิภาคโดยอาศัยความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาคสาธารณสุข และภาคนโยบายในการพัฒนาระบบการบริการที่มีคุณภาพและยั่งยืน 

         กฤติญา เรืองเวช, รศ.ดร.สุรัตน์ ทีรฆาภิบาล และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

อาคารเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ศูนย์ธรรมศาสตร์ ธรรมรักษ์ ประกอบด้วยอาคารสูง 6 ชั้น พื้นที่ใช้สอยรวม 9,500 ตารางเมตร รองรับผู้รับบริการได้ 10,000 รายต่อปี และมีพื้นที่ออกแบบเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุจำนวน 160 เตียง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เทคโนโลยีทางการแพทย์ และการฟื้นฟูสมรรถภาพที่ได้รับการ ออกแบบตามแนวคิดการดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม เพื่อรองรับความต้องการด้านสุขภาพที่มีความซับซ้อนและหลากหลายมากขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ยังเป็นศูนย์ที่ขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการดูแลผู้สูงอายุ และการดูแลแบบประคับประคอง ผู้สนใจรับบริการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-905-6005

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการราชพัสตราสู่สากล ณ กรุงปารีส

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการราชพัสตราสู่สากล ณ กรุงปารีส

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการราชพัสตราสู่สากล ณ กรุงปารีส

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.22 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรนิทรรศการราชพัสตราสู่สากล “La Mode en Majesté – Royal Thai Dress: From Tradition to Modernity” ณ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนี้ เป็นไปตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งทรงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะงานด้านแฟชั่น สิ่งทอ และเครื่องแต่งกายไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง   สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  และ นางกาทรีน  เปการด์  (Mrs. Catherine Pégard)  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมสาธารณรัฐฝรั่งเศส นายลิโอแนล  โซวาจ  (Mr. Lionel  Sauvage)  ประธานพิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

โอกาสนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงงดงามในฉลองพระองค์ชุดเดรสโค้ท โดยห้องเสื้อ Meshmuseum ตัดเย็บจากผ้าไหมทอยกดิ้นทอง ลวดลายได้รับแรงบันดาลใจมาจากลายป่าหิมพานต์ เดรสโค้ททรงเข้ารูปตัวยาว สวมทับเดรสผ้าไหมทอยกทองลายเดียวกัน ปกเทเลอร์ แขนยาว ตัวเสื้อตกแต่งด้วยกระดุมทองทรงกลมพร้อมงานปักเลื่อมและลูกปัดแก้วทรงรี ย้อมโทนสีมุกสุก ทรงพระกุณฑลพลอยโกเมน และกระเป๋าทรงถือย่านลิเภาทรงไข่ ประดับพลอยโกเมน เป็นลวดลายประจำยาม

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงฉลองพระองค์เดรสคอกลมแขนยาวระดับศอก โดยห้องเสื้อ Pyvet ตัดเย็บจากผ้าเจอร์ชีย์สีน้ำเงินเข้ม และผ้าไหมมัดหมี่ลายแต้ม ผ้าทอจากกลุ่มทอผ้าไหม CHATTUWAN Thaisilk โดยนายทวีศักดิ์ จัตุวัน บ้านม่วงลาด ตำบลม่วงลาด อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด มีการจับเดรปช่วงบริเวณสะโพกอย่างประณีต ช่วยสร้างจังหวะของเส้นสายและมิติให้กับรูปทรงของพระภูษา ลวดลายผ้าไหมมัดหมี่เผยให้เห็นรายละเอียดของงานผ้าทอไทย ขณะที่ผ้าเจอร์ชีย์ทำหน้าที่กำหนดโครงสร้างของเดรส ส่วนผ้าไหมมัดหมี่ช่วยถ่ายทอดคุณค่าของงานหัตถศิลป์ไทย เกิดเป็นการผสานระหว่างวัสดุร่วมสมัยกับภูมิปัญญาดั่งเดิมที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันผ่านภาษาการออกแบบเดียวกัน

นิทรรศการ  “ราชพัสตราสู่สากล”  (La Mode en Majesté  :  Haute couture et tradition a La cour de Thailande)   สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ในการจัดนิทรรศการฯ    จัดแสดงระหว่างวันที่  13 พฤษภาคม – 1 พฤศจิกายน  2569  ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่ง  (Musée des Arts Décoratifs :  MAD)  กรุงปารีส  สาธารณรัฐฝรั่งเศส  ในโอกาสครบรอบ 340 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูต นับแต่เริ่มมีการติดต่อสัมพันธ์ทางการทูตไทย – ฝรั่งเศสเมื่อพุทธศักราช 2228   และในโอกาสครบรอบ  170 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส      

นิทรรศการดังกล่าวได้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน)  พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส  และพิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่งแห่งกรุงปารีส แสดงถึงความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมระหว่างประเทศไทยและฝรั่งเศส ผ่านวิวัฒนาการของสิ่งทอ งานหัตถศิลป์ และแฟชั่นชั้นสูง 

ในนิทรรศการมีการจัดแสดงผลงานกว่า 200 ชิ้น อาทิ ฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบอันปราณีตงดงามของนายปีแยร์ บัลแมง (Pierre Balmain) นักออกแบบชาวฝรั่งเศส รังสรรค์ร่วมกับเมซง เลอซาจ (Maison Lesage) สถาบันงานปักชั้นสูงของฝรั่งเศส   โดยผลงานเหล่านี้สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างภูมิปัญญาช่างฝีมือฝรั่งเศสและมรดกทางวัฒนธรรมไทย  รวมทั้งฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  และชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงร่วมออกแบบกับนักประวัติศาสตร์และนักออกแบบชาวไทย   การจัดแสดงฉลองพระองค์และเครื่องแต่งกายแห่งราชสำนักไทย ควบคู่กับงานหัตถศิลป์ไทยอันทรงคุณค่า สะท้อนถึงความประณีตของภูมิปัญญาและมรดกวัฒนธรรมไทยที่ได้รับการสืบสานมาอย่างยาวนาน  

ทั้งนี้ นิทรรศการดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการเสนอขึ้นทะเบียนชุดไทยพระราชนิยม ต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก  (UNESCO)   เป็นตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ประจำปี 2569  อันสะท้อนถึงคุณค่า ความงดงาม และการสืบทอดมรดกสิ่งทอของไทยสู่สากล

Sea (ประเทศไทย) จับมือ พม. ชวนวัยเก๋าสร้างรายได้กับ Shopee University

Sea (ประเทศไทย) จับมือ พม. ชวนวัยเก๋าสร้างรายได้กับ Shopee University

Sea (ประเทศไทย) จับมือ พม. ชวนวัยเก๋าสร้างรายได้กับ Shopee University

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.13 น.

Sea (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการช้อปปี้ ซึ่งเป็นอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์ม ร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เดินหน้าขับเคลื่อนสังคมผู้สูงอายุยุคใหม่ ผ่านการจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “ช้อปได้ ขายดี บน Shopee” เพื่อสร้างเสริมทักษะดิจิทัลและคุณค่าในการดำรงชีวิต พร้อมต่อยอดสู่การนำไปประยุกต์สร้างรายได้ในชีวิตจริง

การอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร.เอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ และดร.ศรุต วานิชพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส Sea (ประเทศไทย) ให้เกียรติร่วมเปิดงาน

ภายในงานมีทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Shopee University มาถ่ายทอดความรู้แบบใกล้ชิด ตั้งแต่วิธีเปิดร้านค้าออนไลน์ การลงขายสินค้า เทคนิคขายของออนไลน์แบบเข้าใจง่าย ไปจนถึงการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อช้อปออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย โดยมีพี่ ๆ วัยเก๋าเข้าร่วมอบรมกว่า 250 คน บนช่องทางออฟไลน์และออนไลน์

พ่อแม่ควรระวัง เด็กไอไม่หยุด ‘หวัดธรรมดา’ หรือเสี่ยง ‘โรคปอด’

พ่อแม่ควรระวัง เด็กไอไม่หยุด ‘หวัดธรรมดา’ หรือเสี่ยง ‘โรคปอด’

พ่อแม่ควรระวัง เด็กไอไม่หยุด ‘หวัดธรรมดา’ หรือเสี่ยง ‘โรคปอด’

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เชื่อว่าหลายบ้านคงเคยชินกับเสียงไอของลูก เด็กบางคนติดหวัดมาจากที่โรงเรียน เป็นๆ หาย ๆ แต่มักไอไม่หยุด โดยคุณพ่อคุณแม่ก็คิดว่าเป็นเพียงอาการหวัดที่เดี๋ยวคงหาย แต่จริง ๆ แล้ว หากเด็กไอต่อเนื่องหลายสัปดาห์ หรือเริ่มมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย เช่น หายใจเร็วและแรง เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก ก็อาจไม่ใช่อาการของไข้หวัดธรรมดา หากแต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของ โรคปอด ซึ่งหากปล่อยไว้ไม่รักษาอาจนำไปสู่อาการแทรกซ้อนรุนแรงได้

 พญ. สุธิดา ชินธเนศ กุมารแพทย์ แพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบการหายใจในเด็ก ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลวิมุต มาไขข้อสงสัยให้ผู้ปกครองเข้าใจว่าอาการไอแบบไหนที่ควรระวังโรคปอด พร้อมแชร์วิธีดูแลลูกน้อยให้ปลอดภัยจากอันตรายที่กำลังทำร้ายปอดไม่รู้ตัว

 พญ. สุธิดา ชินธเนศ กุมารแพทย์ แพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบการหายใจในเด็ก ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลวิมุต 

เช็กให้ชัวร์ เด็กไอแบบนี้ “หวัดธรรมดา” หรือ “เสี่ยงโรคปอด”

อาการไอ เป็นกลไกของร่างกายที่ป้องกันอันตรายหรือกำจัดสิ่งแปลกปลอม ไม่ว่าจะเป็นเชื้อโรค สิ่งกระตุ้น หรือฝุ่นมลพิษ แต่สิ่งที่ทำให้รู้ว่าเป็นอาการไอจากการป่วยทั่วไปกับโรคปอดที่ซ่อนอยู่ ดูได้จากระยะเวลาและความรุนแรง โดยปกติถ้าเป็นไอจากไข้หวัด เด็กอาจมีน้ำมูก ไข้ต่ำ หรือไอมีเสมหะ และดีขึ้นภายใน 2–4 สัปดาห์ แต่ถ้าเด็กไอถี่ขึ้น แรงขึ้น และไอต่อเนื่องนานกว่า 4 สัปดาห์ หรือที่เรียกว่า ไอเรื้อรัง เป็นสัญญาณว่ามีความเสี่ยงเป็นโรคปอดได้

หอบหืด-ปอดอักเสบ-วัณโรค โรคปอดร้ายซ่อนอยู่ในการ “ไอเรื้อรัง”

การไอเรื้อรังในเด็กเกิดได้จากหลายปัจจัย ใกล้ตัวที่สุดคือการที่เด็กต้องไปโรงเรียนหรืออยู่ในที่ชุมชน ทำให้มีโอกาสรับเชื้อใหม่เข้ามาซ้ำเติมในช่วงที่ร่างกายยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ทำให้อาการป่วยยืดเยื้อและกลายเป็นไอเรื้อรัง นอกจากนี้ยังรวมถึงมลภาวะอย่างฝุ่น PM2.5 ควันบุหรี่ หรือภูมิแพ้ ส่วนที่น่ากังวลที่สุดคืออาจเป็นโรคปอดที่ซ่อนอยู่ อาทิ หอบหืด ปอดอักเสบ และวัณโรค พญ.สุธิดา ชินธเนศ กล่าวเสริมว่า “วัณโรคมักถูกมองว่าเป็นโรคของผู้ใหญ่ แต่เด็ก ๆ ก็เป็นได้ ส่วนมากวัณโรคในเด็กมักติดเชื้อมาจากผู้ใหญ่ โดยเฉพาะคนในบ้านเดียวกัน ซึ่งเวลาเด็กเป็นโรคนี้มักไม่มีอาการชัดเจน อาจมีไข้เรื้อรัง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ซีด หรือไอเรื้อรัง หรือถ้าเป็นเด็กเล็กบางคนอาจไม่มีอาการไอเลย ดังนั้นผู้ปกครองต้องสังเกตความผิดปกติของลูกอย่างใกล้ชิด”

ไอเรื้อรังแบบไหน อันตรายต่อปอด ควรพาลูกพบแพทย์ด่วน

หากเด็กมีอาการไอเรื้อรังติดต่อกันนานเกิน 4 สัปดาห์ หรือมีอาการไอร่วมกับมีสัญญาณผิดปกติ เช่น หายใจเหนื่อย หายใจเร็ว อกบุ๋ม เจ็บหน้าอก ปากเขียว ไข้สูงหรือไข้เรื้อรัง เสมหะมีเลือดปน น้ำหนักลด เบื่ออาหาร ซึมลง หรือไม่ร่าเริงเหมือนเดิม เป็นสัญญาณว่าปอดอาจมีความผิดปกติ ควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์ทันที

ตรวจคัดกรองโรคปอดในเด็ก รู้ไว รักษาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

การตรวจคัดกรองโรคปอดในเด็กทำได้ด้วยการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยหากแพทย์สงสัยว่าอาจมีความผิดปกติ จะพิจารณาส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น ตรวจเยื่อบุโพรงจมูก เอกซเรย์ปอด ตรวจเลือด ตรวจหาเชื้อจากทางเดินหายใจ และสุดท้ายคือการตรวจเสมหะ แต่มักไม่ค่อยได้ใช้เพราะเด็กมักขับเสมหะออกมาได้ยาก “ถ้าพบว่าเด็กมีอาการป่วยเป็นโรคปอด แพทย์จะวางแผนการรักษาให้เหมาะสมตามแต่ละคน และตามความรุนแรงของตัวโรค สิ่งสำคัญคือผู้ปกครองต้องดูแลลูกอย่างใกล้ชิดภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เด็ก ๆ จะได้ดีขึ้นโดยไว” พญ.สุธิดา ชินธเนศ อธิบาย

อย่างไรก็ตาม อาการไอเรื้อรังอาจนำไปสู่โรคปอดในเด็กได้ ดังนั้น อยากให้คุณพ่อคุณแม่ดูแลลูกให้ดีเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน เริ่มจากพาไปฉีดวัคซีนที่จำเป็นให้ครบถ้วน ดูแลให้ลูกได้กินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ อยู่ในที่ที่อากาศสะอาด ถ่ายเท ไม่เย็นเกินไป ถ้าเด็กมีอาการไอ เบื้องต้นให้ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อให้เสมหะไม่เหนียว และอย่าซื้อยาแก้ไอมากินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ หากอาการไอไม่ดีขึ้นจนเข้าข่ายไอเรื้อรัง หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วยก็รีบพาไปพบแพทย์เพื่อรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะการรักษาที่ดี เริ่มจากการเข้าใจทุกความซับซ้อน เพื่อการรักษาที่ตรงจุด เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน ลูกจะได้กลับมาสดใสและใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง

ผู้ปกครองที่มีข้อสงสัย สามารถขอรับคำปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลวิมุต โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่ศูนย์กุมารเวช ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต เวลาทำการ 08:00 – 20:00 น. โทร. 02-079-0038 หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือใช้บริการปรึกษาหมอออนไลน์