นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า “กระทรวงวัฒนธรรมมุ่งขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด ‘Ministry of Culture New Era : กระทรวงวัฒนธรรมยุคใหม่ ก้าวไกลสู่สากล’ โดยใช้วัฒนธรรมเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลก โครงการ ‘Thai Local Food to World Food’ จึงเป็นตัวอย่างที่สะท้อนการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสู่คุณค่าทางเศรษฐกิจ ผ่านการสืบสานภูมิปัญญาอาหารไทย สร้างโอกาสให้ชุมชนและผู้ประกอบการ พร้อมผลักดันอัตลักษณ์อาหารไทยสู่การยอมรับในระดับนานาชาติ เพราะการอนุรักษ์วัฒนธรรมในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการรักษาอดีตไว้ แต่คือการทำให้วัฒนธรรมยังคงมีชีวิตและสร้างคุณค่าให้แก่ผู้คนได้อย่างยั่งยืน”
ภายใต้โครงการดังกล่าว กรมส่งเสริมวัฒนธรรมยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรจากภาคเอกชนและภาคธุรกิจชั้นนำ เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดตลอดช่วง เดือนสิงหาคม–ตุลาคม 2569 โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ “The Lost Taste Restaurant Month” ตลอดเดือนกันยายน ซึ่งร้านอาหารต้นแบบทั้ง 5 ร้านจะร่วมสร้างสรรค์เมนูพิเศษจากสูตรอาหารไทยพื้นถิ่นที่หาชิมได้ยาก พร้อมมอบโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรเพื่อชวนนักชิมกลุ่มเป้าหมายและประชาชนออกเดินทางตามรอยอาหารไทยพื้นถิ่น เพื่อเปลี่ยน “รสชาติที่กำลังหายไป” ให้เป็น “ปลายทางยอดนิยม” กระตุ้นยอดขายให้แก่ผู้ประกอบการอย่างเห็นผลจริง โดยภายในงาน ยังได้รับเกียรติจากผู้บริหารของหน่วยงานและองค์กรพันธมิตรที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการ เข้าร่วมงานแถลงข่าวและแสดงพลังความร่วมมือในการผลักดันอาหารไทยพื้นถิ่นสู่เวทีสากล ได้แก่ เครือเจริญโภคภัณฑ์, KTC, SC, Grab Thailand, Gother, Centara Hotels & Resorts, TAGTHAi, Silver Voyage Club, Lifestyle and Travel Media และ Chic Car Rent
แพ็กเกจ The 150th Collector เชิญชวนแขกผู้เข้าพักร่วมสัมผัสการเฉลิมฉลองครั้งสำคัญ ผ่านประสบการณ์การเข้าพักที่ถ่ายทอดคุณค่าของงานฝีมือ ศิลปะแห่งการเดินทาง และการบริการอันเปี่ยมด้วยความใส่ใจ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโรงแรมมาโดยตลอด
โดยผู้เข้าพักห้อง Authors’ Suite จะได้รับกระเป๋า Carry-On Case รุ่นสั่งทำพิเศษจาก Globe-Trotter ขณะที่ผู้เข้าพักห้อง Chao Phraya Suite จะได้รับกระเป๋า London Square พร้อมอาหารเช้าที่ห้องอาหาร The Verandah และบริการดูแลแบบเฉพาะบุคคล ณ Globe-Trotter สาขาเกษรวิลเลจ
HYROX เกิดจากความเชี่ยวชาญของผู้บุกเบิกวงการการแข่งขันระดับโลก: ก่อตั้งโดย Christian Toetzke หนึ่งในผู้จัดการแข่งขันแบบ Mass Participation ที่มีประสบการณ์และประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก ร่วมกับ Moritz Fürste นักกีฬาฮอกกี้สนามเจ้าของ 3 เหรียญโอลิมปิกและแชมป์โลก
อีกทั้ง ร่วมชื่นชมความงดงามของผลงานอย่างใกล้ชิด จากการจัดแสดง ATELIER DE GRÂCE SHOW CASE โดยการนำผลงานการออกแบบชุดผ้ามัดหมี่จากแบรนด์ชั้นนำที่ร่วมแฟชั่นโชว์ มาจัดแสดงให้ได้ชมอย่างใกล้ชิดในระหว่างวันที่ 1 – 31 สิงหาคม 2569 บริเวณ ชั้น M ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม
เริ่มต้นที่ ZONE 1 : The Welcome จุดต้อนรับและลงทะเบียนที่จำลองบรรยากาศโลกใต้ทะเลแบบ Immersive สร้างความประทับใจแรกให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสเสน่ห์และความมหัศจรรย์ของท้องทะเล พร้อมมุมถ่ายภาพเช็กอินสุดตระการตา ก่อนเข้าสู่ ZONE 2 : Under World (Symphony of the Blue) จุดถ่ายภาพไฮไลต์ท่ามกลางฝูงแมงกะพรุนเรืองแสงขนาดยักษ์ ที่สะท้อนความงดงาม อ่อนโยน และความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติใต้ท้องทะเล
จากนั้นผู้เข้าชมจะได้สัมผัสประสบการณ์เสมือนจริงผ่าน ZONE 3 : Surround Screen (The Silent Crisis) โรงภาพยนตร์ Immersive 360 องศา ที่ถ่ายทอดเรื่องราวตั้งแต่ความอุดมสมบูรณ์ของชีวิตใต้ทะเล สู่ผลกระทบจากขยะและกิจกรรมของมนุษย์ ก่อนเชื่อมโยงกลับมาสู่ผลกระทบที่ทุกคนบนโลกกำลังเผชิญร่วมกัน
สำหรับผู้สนใจนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม ZONE 5 : HOPE จะนำเสนอความหวังผ่านโครงการฟื้นฟูแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย รวมถึงนวัตกรรม “Upcycling for Life” ที่เปลี่ยนขยะทะเล เศษอวน และพลาสติกใช้แล้วให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลกที่สร้างคุณค่าใหม่ให้กับสังคม
ขณะที่ ZONE 6 : PEOPLE จะสะท้อนบทบาทของกองทัพเรือและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานภาคสนามในการดูแลทรัพยากรทางทะเล ผ่านโมเดลเรือหลวงขนาดใหญ่และเรื่องราวของผู้พิทักษ์ทะเลไทยที่ทำงานเบื้องหลังอย่างไม่ย่อท้อ
ต่อเนื่องสู่ ZONE 7 : LIFE ที่พาผู้เข้าชมเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ทะเลหายาก พร้อมเปิดเผยผลกระทบของขยะพลาสติกและไมโครพลาสติกที่กำลังแทรกซึมอยู่ในห่วงโซ่อาหารของสิ่งมีชีวิตในทะเล
ส่วน ZONE 8 : THREAT หรือห้องจำลองมลพิษทางทะเล จะพาผู้เข้าชมสัมผัสสถานการณ์เสมือนจริงของท้องทะเลที่ปนเปื้อนสารเคมี ขยะ และมลพิษที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เพื่อสะท้อนภัยคุกคามที่กำลังส่งผลต่อระบบนิเวศทางทะเลในระดับลึก
ด้าน ZONE 9 : ACTION จะเปิดเบื้องหลังปฏิบัติการกู้ภัยและฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลครั้งสำคัญของประเทศไทย อาทิ การกู้เรือ MV.AYAR LINN และภารกิจฟื้นฟูแนวปะการังในหมู่เกาะสุรินทร์ ผ่านอุปกรณ์จริง ภาพเหตุการณ์ และเรื่องราวของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่
ปิดท้ายด้วย ZONE 10 : EMOTION–Marine ER ห้องฉุกเฉินสัตว์ทะเล โซนที่สร้างความประทับใจและความตระหนักรู้ผ่านการจำลองห้องช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก พร้อมเสียงสัญญาณชีพจากหัวใจเต่าทะเลจริง และภาพปฏิบัติการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากที่ได้รับผลกระทบจากขยะทะเลและกิจกรรมของมนุษย์