มือปืนโจมตีกลางงานเทศกาลมุสลิมชีอะห์ในคาบูล ดับ 14 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ต.ค. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/750896

 

กลุ่มมือปืนบุกโจมตีผู้คนในวิหารแห่งหนึ่งในกรุงคาบูลซึ่งกำลังจัดงานเทศกาลสำคัญทางศาสนของชาวมุสลิมชีอะห์ เมื่อวันอังคาร ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 14 ราย ก่อนหลบหนีไป…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุกลุ่มมือปืนกราดยิงฝูงชนที่มารวมตัวกันที่วิหาร ‘คาร์เต ซาคี’ ในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน เพื่อร่วมงานเทศกาล ‘อาชูรา’ หนึ่งในเทศกาลที่สำคัญที่สุดของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ เมื่อคืนวันอังคาร ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 14 ราย


วิหาร คาร์เต ซาคี

หลังเกิดเหตุ นายเซดิก เซดิกกี โฆษกกระทรวงมหาดไทยของอัฟกานิสถาน ออกมาเปิดเผยว่า การโจมตีเกิดขึ้นที่หนึ่งในวิหารใหญ่ที่สุดของกรุงคาบูล โดยผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะที่ข้อมูลเบื้องต้นชีวิตมีมือปืนร่วมก่อเหตุ 3 คนแต่งกายคล้ายตำรวจ ซึ่งกองกำลังพิเศษซึ่งถูกส่งไปยังวิหารที่เกิดเหตุก็พบ และสามารถสังหารมือปืนได้ 1 ราย

ทั้งนี้ ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างตัวว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ แต่ทางการเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อการร้ายตาลีบัน ซึ่งยกระดับการโจมตีในอัฟกานิสถานในช่วงที่ผ่านมา และรัฐบาลยังเตือนให้ประชาชนว่าอาจเกิดการโจมตีขึ้นอีกในวันเดียวกันนี้

 

‘ไอซิส’ ยืนยัน หัวหน้าฝ่ายสื่อ หนึ่งในแกนนำสูงสุด ตายแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ต.ค. 2559 04:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/750882

 

กลุ่มไอซิสยืนยัน แกนนำระดับสูงของกลุ่มผู้ดูแลในเรื่องโฆษณาชวนเชื่อ และคลิปวิดีโอการสังหารตัวประกัน เสียชีวิตแล้ว แต่ไม่เผยสาเหตุ ขณะที่สหรัฐฯ อ้างเมื่อเดือนก่อนว่าชายคนนี้เสียชีวิตในการโจมตีทางอากาศ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 11 ต.ค. ว่า กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) เผยแพร่แถลงการณ์ของพวกเขาลงบนโลกออนไลน์ ยืนยันการเสียชีวิตของนาย อาบู โมฮัมเหม็ด อัล-ฟูร์กาน หนึ่งในแกนนำระดับสูงสุด และรัฐมนตรีฝ่ายสารสนเทศของกลุ่ม ผู้แลในเรื่องการผลิตโฆษณาแสดงภาพการสังหารตัวประกัน หลังมีข่าวว่าชายคนนี้ถูกสังหารไปแล้วเมื่อเดือนก่อน แต่ไอซิสไม่ระบุว่าเขาเสียชีวิตอย่างไรหรือเมื่อไร

เมื่อเดือนก่อน ‘เพนตากอน’ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ออกมาเปิดเผยว่า การโจมตีทางอากาศของกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ สามารถสังหารนายอัล-ฟูร์กาน ได้ในพื้นที่ใกล้จังหวัดรักกา ฐานที่มั่นหลักของกลุ่มไอซิสในซีเรีย เมื่อวันที่ 7ก.ย.

ทั้งนี้ ตามการเปิดเผยของสหรัฐฯ นายอัล-ฟูร์กา เกิดในประเทศอิรัก โดยมีชื่อว่า วาลี อาดิล ฮาซาน ซัลมาน อัล-ฟายาด ส่วนชื่อ อัล-ฟูร์การ เช่ือว่าได้มาจากการที่เข้าบริหารองค์กรสื่อ อัล-ฟูร์การ ที่ช่วยเหลือไอซิสมานาน โดยชายคนนี้เป็นหนึ่งในสมาชิกยุคก่อตั้งไอซิสเพียงไม่กี่คนที่ยังเหลืออยู่ และมีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งองค์กรสื่อของไอซิส รวมทั้ง สำนักข่าวอามัก และนิตยสารหลายภาษาเช่น ดาบิก เขายังเป็นสมาชิกสภาชูรา ซึ่งเป็นกลุ่มแกนนำของไอซิสด้วย

 

จีนน้ำตาไหล ช่วยด.ญ.ใต้ซากตึกถล่ม ดับ22 สลด! พ่อแม่ยอมตายใช้ตัวป้องลูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ต.ค. 2559 15:46

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/750412

 

ทีมกู้ภัยจีนสุดสะเทือนใจ..สามารถช่วยชีวิตเด็กหญิงคนหนึ่งออกมาได้จากใต้ซากตึก ขณะที่พ่อแม่ของหนูน้อย รักลูกสุดหัวใจ ใช้ตัวเองเป็นโล่กำบังไม่ให้ลูกได้รับอันตราย หลังเกิดเหตุตึกที่พักอาศัยในเมืองเหวินโจว ถล่มครืน ดับอนาถอย่างน้อย 22 ศพ

เมื่อ 11 ต.ค.สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน เกิดเหตุการณ์สุดสลด ตึกที่พักอาศัย 4 หลังในเมืองเหวินโจว มณฑลเจ้อเจียงของจีน ถล่มพังครืน เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 22 ราย โดยสำนักข่าวซินหัว กระบอกเสียงของทางการจีน แจ้งว่า ตึกที่พังถล่มลงมาทั้ง 4 หลังนี้ สร้างโดยบรรดาช่างก่อสร้างในหมู่บ้าน ส่วนสาเหตุที่ทำให้ตึกถล่มในครั้งนี้ อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน

ซีเอ็นเอ็น แจ้งว่า ทางการจีนได้ระดมส่งทีมกู้ภัยและทหารนับ 800 นาย มาช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ โดยสามารถช่วยผู้คนที่ติดอยู่ในซากปรักหักพังของตึกออกมาได้ประมาณ 28 คน และในจำนวนนี้ 6 คน อาการบาดเจ็บพ้นขีดอันตรายแล้ว ขณะที่ยังมีรายงานต่อมาว่า ทีมกู้ภัยของจีนได้ช่วยชีวิตเด็กหญิงคนหนี่งออกมาได้ หลังจากพ่อแม่ของหนูน้อยได้ใช้ตัวเองเป็นโล่กำบังเศษอิฐเศษปูนไม่ให้ตกใส่ลูก


อย่างไรก็ตาม ยังคงมีรายงานข่าวที่ไม่แน่ชัดเกี่ยวกับชะตากรรมพ่อแม่เด็กหญิงรายนี้ เพราะด้านสำนักข่าวซินหัว รายงานว่าพ่อแม่ของเด็กหญิงเสียชีวิตแล้ว แต่นสพ.พีเพิล เดลี่ ซึ่งเป็นสื่อของทางการจีนอีกแห่งหนึ่ง แจ้งว่า พ่อแม่ของหนูน้อยยังมีชีวิตอยู่ ทั้งนี้ ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุตึกถล่มที่เมืองเหวินโจว ได้ยุติลงเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ของวันที่ 11 ต.ค.



อย่าชะล่าใจ! WHO เตือน ซิกา อาจระบาดทั่วเอเชีย หวั่นใจยังปราบไม่อยู่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ต.ค. 2559 13:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/750032

 

องค์กรอนามัยโลก เตือนมีความเป็นไปได้สูง ไวรัสซิกายังคงระบาดทั่วเอเชีย หลังพบผู้ป่วยติดเชื้อแล้วหลายร้อยรายในหลายประเทศในเอเชีย ผอ.อนามัยโลกหวั่น นักวิทย์ยังหาวิธีจัดการกับเชื้อไวรัสซิกาไม่ได้

เมื่อ 11 ต.ค. สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่าองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาเตือนประเทศในเอเชียว่า มีความเป็นไปได้สูงที่เชื้อไวรัสซิกายังคงระบาดทั่วเอเชีย โดยเฉพาะประเทศจีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศในหมู่เกาะมหาสมุทรแปซิฟิก หลังจากมีรายงานพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสซิกาหลายร้อยรายในสิงคโปร์ และพบเด็กทารกศีรษะเล็กในไทย 2 ราย

แพทย์หญิงมากาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการองค์กรอนามัยโลก แถลงในการประชุมภูมิภาคประจำปีขององค์กรอนามัยโลกซึ่งจัดขึ้นในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ว่าขณะนี้ยังคงหาวิธีจัดการกับเชื้อไวรัสซิกาอยู่ แต่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถหาวิธีจัดการกับเชื้อไวรัสซิกาได้ โดยผอ.องค์การอนามัยโลกกล่าวด้วยว่า โชคไม่ดีที่ตอนนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถหาคำตอบของคำถามสำคัญๆ หลายข้อเกี่ยวกับเชื้อไวรัสซิกา โดยขณะนี้มีรายงานผู้ป่วยสะสมมากกว่า 400 คนแล้วในสิงคโปร์ ส่วนเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย พบผู้ป่วยจากเชื้อซิกาน้อยกว่า 20 คน


แพทย์หญิงมากาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการองค์กรอนามัยโลก

ทั้งนี้ พบเชื้อไวรัสซิการะบาดแล้วใน 70 ประเทศทั่วโลก รวมทั้ง 19 ประเทศในเอเชีย ซึ่งประเทศในเอเชียนั้น มีเชื้อไวรัสซิการะบาดมานานกว่าทศวรรษแล้ว แต่ไม่มีการระบาดใหญ่เท่าในประเทศบราซิล ถึงแม้ไวรัสซิกาจะทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยในระดับปานกลางเช่นเป็นไข้ ปวดตา เป็นผื่น แต่กลับเป็นอันตรายมากกับหญิงตั้งครรภ์เนื่องจากจะส่งผลกระทบกับทารกโดยเฉพาะอาจทำให้เกิดภาวะสมองและศีรษะเล็กอีกด้วย

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

ผวา อาเซียน! มะกันเตือน หญิงตั้งครรภ์ เลื่อนมาเยือน เสี่ยงติดเชื้อซิกา

 

ดูไบเริ่มสร้าง ‘หอคอย’ สูงสุดในโลกแห่งใหม่เป็นเพื่อน ‘เบิร์จ คาลิฟา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ต.ค. 2559 05:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/749747

 

รัฐดูไบเริ่มสร้างหอคอยที่สูงที่สุดในโลกแล้วเมื่อวันจันทร์ โดยจะสร้างเสร็จในปี 2020 แต่ไม่เปิดเผยค่าใช้จ่ายและความสูงของหอคอยนี้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการรัฐดูไบ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประกาศในวันจันทร์ที่ 10 ต.ค. ว่าพวกเขาเริ่มการสร้างสิ่งที่จะเป็น ‘หอคอย’ (tower) สูงที่สุดในโลกในอนาคตแล้ว ในขณะที่รัฐแห่งนี้ก็เป็นที่ตั้งของตึก ‘เบิร์จ คาลิฟา’ เจ้าของสถิติ ‘ตึกระฟ้า’ (skyscraper) สูงที่สุดในโลกในปัจจุบัน โดยมีจำนวนชั้นถึง 163 ชั้น ความสูงถึง 829.8 ม

หอคอยใหม่ดังกล่าวเป็นการลงทุนร่วมกันระหว่างบริษัท ‘อีมาร์ พรอเพอร์ตีส์’ (Emaar Properties) และบริษัท ‘ดูไบ โฮลดิง’ (Dubai Holding) ของ ชีคห์ โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล-มัคตูม ประมุขรัฐดูไบ โดยจะสร้างเสร็จในปี 2020 อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของรัฐบาลดูไบไม่เปิดเผยความสูงและค่าใช้จ่ายในการสร้างหอคอยแห่งนี้

อนึ่ง กินเนสเวิลด์เรคคอร์ด นิยามคำว่า หอคอย ไว้ว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีพื้นที่ใช้สอยน้อยกว่า 50% ของความสูงโดยรวมของอาคาร โดยหอคอยที่สูงที่สุดในโลกในปัจจุบันคือ ‘โตเกียว สกาย ทรี’ (Tokyo Sky Tree) มีความสูง 634 ม. เป็นที่ตั้งสถานีวิทยุโทรทัศน์, ร้านอาหาร และหอสังเกตการณ์

 

ตาลีบันในอัฟกานิสถานเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ บุกเมืองเอกจังหวัดเฮลมานด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ต.ค. 2559 00:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/749572

 

กลุ่มก่อการร้ายตาลีบันบุกโจมตีเมืองเอกของจังหวัดเฮลมานด์ ทางใต้ของประเทศอัฟกานิสถาน อย่างรุนแรงเมื่อวันจันทร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 14 ราย และข่าวบางกระแสระบุว่า ตาลีบันบุกเข้าใกล้ใจกลางเมืองแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 10 ต.ค. กลุ่มก่อการร้ายตาลีบัน เปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ที่เมืองลาชการ์ กาห์ เมืองเอกของจังหวัดเฮลมานด์ ทางใต้ของประเทศอัฟกานิสถาน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 14 ราย จากการระเบิดฆ่าตัวตาย ในจำนวนนี้เป็นตำรวจ 10 นาย

การโจมตีดังกล่าวนับเป็นการโจมตีครั้งรุนแรงที่สุดที่เมืองลาชการ์ กาห์ เคยเผชิญ โดยนักการเมืองท้องถิ่นของจังหวัดเฮลมานด์บอกกับสำนักข่าว บีบีซี ว่า นักรบตาลีบันสามารถยึดเขต โบลาน ซึ่งใกล้กับใจกลางเมือง และเขตนาวา ที่ถูกเรียกว่าเป็นทางเข้าสู่เมืองเอกแห่งนี้ได้แล้ว และนักรบติดอาวุธอยู่ห่างจากอาคารผู้ว่าราชการจังหวัดเพียง 2 กม. เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม โฆษกรัฐบาลจังหวัดเฮลมานด์ ออกมาปฏิเสธรายงานที่ว่า กลุ่มตาลีบันสามารถยึดพื้นที่ใกล้ศูนย์กลางเมืองลาชการ์ กาห์ และระบุว่านักรบติดอาวุธถูกตีโต้จนถอยร่นไปยังชายขอบของเมืองแล้ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ต้องปิดสนามบินในขณะที่การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป


ควันจากการระเบิดฆ่าตัวตายฝีมือกลุ่มตาลีบัน ในเมืองลาชการ์ กาห์ เมื่อวันจันทร์

ทั้งนี้ จังหวัดเฮลมานด์อุดมไปด้วยพื้นที่การเกษตร และเป็นศูนย์กลางการผลิตฝิ่น ด้านหนึ่งเชื่อมต่อกับชายแดนประเทศปากีสถาน และมีถนนใหญ่เชื่อมเมืองหลายแห่ง และเมืองเอกอย่าง ลาชการ์ กาห์ ซึ่งมีประชากรประมาณ 200,000 คน ถูกมองว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ค้ำจุนจังหวัดเฮลมานด์ทั้งจังหวัด

 

สื่อนอกตีข่าว ซัมซุง หยุดผลิต กาแลคซี่ โน้ต7 ชั่วคราว! ขอเวลาปรับปรุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ต.ค. 2559 16:11

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/749316

 

สื่อนอกประโคมข่าว บริษัท ซัมซุง ยุติการผลิต กาแลคซี่ โน้ต 7 เป็นการชั่วคราวแล้ว หลังยังเกิดปัญหา มือถือรุ่นเรือธงของบริษัท เกิดไฟไหม้ ทั้งที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขเรื่องแบตเตอรี่ใหม่ อีกทั้ง 2 บริษัทคู่ค้าของซัมซุงในสหรัฐฯ ได้ประกาศยุติการเปลี่ยนเครื่อง และจำหน่ายโน้ต 7 ชั่วคราว ไปก่อนหน้า

เมื่อ 10 ต.ค. 59 สำนักข่าวบีบีซี รายงานอ้างข่าวจากรอยเตอร์ และสำนักข่าวยอนฮัพ ในเกาหลีใต้ ที่ได้ข้อมูลมาจากเจ้าหน้าที่ของบริษัทซัมซุง ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อว่า บริษัทซัมซุง บริษัทผลิตสมาร์ทโฟนยักษ์ใหญ่ในเกาหลีใต้ ได้ยุติการผลิตมือถือ รุ่นเรือธง ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 7 เป็นการชั่วคราวแล้ว ท่ามกลางข่าวที่มีผู้ออกมาอ้างว่าได้เกิดเหตุแบตเตอรี่ของ กาแลคซี่ โน้ต 7 ไฟไหม้ ถึง 3 เครื่อง ในช่วงเวลาสัปดาห์เดียว ทั้งที่เป็นเครื่องที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขแล้ว

เจ้าหน้าที่ซัมซุงเปิดเผยกับนักข่าวบีบีซี ว่า ทางบริษัทซัมซุงขอหยุดการผลิตกาแลคซี่ โน้ต 7 เป็นการชั่วคราว เพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ และเป็นการสร้างความมั่นใจต่อคุณภาพ และความปลอดภัยต่อลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ของซัมซุง

บีบีซี แจ้งว่า การตัดสินใจยุติการผลิตสมาร์ทโฟน รุ่นกาแลคซี่ โน้ต 7 ชั่วคราวของซัมซุง มีขึ้นหลังจาก 2 บริษัทในสหรัฐฯ คือ AT&T และ T-Mobile ในสหรัฐฯ ได้ประกาศผ่านหน้าเว็บไซต์ ไม่ขอรับเปลี่ยนเครื่อง กาแลคซี่ โน้ต 7 รวมถึงหยุดขายมือถือรุ่นนี้ทั้งหมด เป็นการชั่วคราว

ทั้งนี้ บริษัทซัมซุงได้ประกาศเรียกคืน กาแลคซี่ โน้ต 7 เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้มีความปลอดภัยขึ้น หลังจากเพิ่งเปิดตัว และวางจำหน่ายใน 10 ประเทศทั่วโลกแค่เพียง 2 สัปดาห์ เนื่องจากได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาแบตเตอรี่เกิดระเบิด ไฟไหม้ และเกิดอาการร้อนจัด จนมีควันลอยออกมา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ซัมซุงงานเข้าอีก! ‘โน้ต7’ รุ่นปรับปรุง ไฟลุก 3 เครื่องในสัปดาห์เดียว

ซัมซุง ช็อกโลก! ประกาศระงับการขาย-เรียกคืน กาแลคซี่ โน้ต 7 แล้ว

 

สลด! ฮ.กองทัพอัฟกันตกในภาคเหนือ ดับยกลำ 7 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ต.ค. 2559 05:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/748726

 

เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพอัฟกานิสถานตกในภาคเหนือของประเทศ ทำให้ผู้ที่อยู่บนเครื่องเสียชีวิตทั้งหมด 7 ราย โดยทางการระบุสาเหตุเกิดจากขัดข้องทางเทคนิค แต่ตาลีบันออกมาอ้างว่าเป็นผู้ยิงฮ.ลำนี้ตก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ รุ่น ‘เอ็มไอ-17’ (Mi-17) ของกองทัพอัฟกานิสถานตกในเขต แดนด์-อี-โกรี ของจังหวัดบากลาน ภาคเหนือของประเทศ ระหว่างกองกำลังขนส่งเสบียงให้กองทัพ โดยนายดอว์ลัต วาซิรี โฆษกกระทรวงกลาโหมยืนยันว่า เหตุการณ์นี้ทำให้ทหารอัฟกัน 3 นาย และลูกเรือบนเครื่องที่เหลืออีก 4 รายเสียชีวิต ขณะที่สาเหตุเกิดจากความขัดข้องทางเทคนิค

อย่างไรก็ตาม กลุ่มตาลีบันออกมากล่าวอ้างว่า พวกเขาเป็นผู้ยิงเฮลิคอปเตอร์ลำนี้จนตก และอ้างว่าเฮลิคอปเตอร์ลำนี้กำลังมุ่งหน้าไปยังค่ายทหารแห่งหนึ่ง ในเขตแดนด์-อี-โกรี ซึ่งนักรบติดอาวุธปิดล้อมทหาร 200 นายมานานกว่าสัปดาห์แล้ว

ทั้งนี้ การต่อสู้ระหว่างกลุ่มตาลีบันและกองทัพอัฟกานิสถานรุนแรงขึ้นในหลายเขตของจังหวัดบากลาน รวมทั้งพื้นที่ที่อยู่ใกล้เมือง ปุล-อี-คุมรี เมืองเอกของจังหวัด ซึ่งตาลีบันเพิ่งยึดค่ายทหารได้หลายแห่ง นอกจากนี้ ตาลีบันยังบุกโจมตีเมืองคุนดุซ ในจังหวัดชื่อเดียวกัน ทางเหนือของประเทศ มานานหลายสัปดาห์แล้ว

 

ฟิลิปปินส์หันหาจีนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ต.ค. 2559 03:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/748672

 

รัฐบาลฟิลิปปินส์ เปิดเผยการเจรจานอกรอบการประชุมกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กับธนาคารโลก ที่กรุงวอชิงตัน ในสหรัฐฯ เมื่อ 8 ต.ค. ระบุว่า ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต อยู่ระหว่างหาช่องทางการลงทุนมูลค่าหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯ เกี่ยวกับระบบโครงสร้างพื้นฐานจากจีน โดยผู้นำฟิลิปปินส์มีกำหนดเยือนจีนครั้งแรกระหว่าง 19-21 ต.ค.นี้ เพื่อหารือเรื่องการลงทุนของจีนสร้างทางรถไฟเชื่อมกรุงมะนิลาไปถึงเกาะลูซอน ทางตอนใต้ของประเทศเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าและโครงการอื่นๆ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างฟิลิปปินส์กับสหรัฐฯยังคง “แข็งแกร่ง” เพราะโยงใยเป็นครอบครัวและธุรกิจเดียวกันมานาน

นอกจากนี้ รัฐบาลฟิลิปปินส์แสดงท่าทีไม่รู้สึกกังวลเกี่ยวกับบรรยากาศการลงทุนในประเทศ หลังสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) ประเมินการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ไม่น่าจะปรับสูงขึ้นในช่วง 2 ปีข้างหน้าเนื่องจากนโยบายต่างประเทศและภายในประเทศของดูเตร์เตที่ไม่เสถียรและคาดการณ์ได้ยาก ทั้งนี้ รัฐบาลฟิลิปปินส์อ้างมุมมองของไอเอ็มเอฟว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ในปี 2559 อยู่ที่ 6.4% และ 6.7% ในปีหน้าทุนสำรองเงินตราต่างประเทศสูงกว่าหนี้สินต่างประเทศ ธนาคารมั่นคงแข็งแรง ประชากรที่มีการศึกษาดีเป็นคนรุ่นใหม่ ทำให้ฟิลิปปินส์อยู่ใน “ช่วงทองคำ” สำหรับการลงทุนของต่างประเทศโดยตรง.

 

ญี่ปุ่น ระทึก! ภูเขาไฟอาโสะ ปะทุน่ากลัว พ่นเถ้าถ่านสูง 11 กม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ต.ค. 2559 10:48

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/747961

 

ญี่ปุ่นเตือนชาวจ.คุมาโมโตะ บนเกาะคิวชู ระวังอันตราย…ภูเขาไฟอาโสะปะทุครั้งใหญ่ พ่นเถ้าถ่านขึ้นสูงถึง 11 กม. สูงสุดในรอบ 36 ปี และปลิวไปไกลกว่า 320 เมตร สำนักอุตุฯ แดนอาทิตย์อุทัย ยกระดับเตือนภัยขึ้นเป็นระดับ 3 แล้ว

9 ต.ค. 2559 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกิดเหตุภูเขาไฟอาโสะ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะคิวชู จังหวัดคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น ปะทุขึ้นกลางดึก วันเสาร์ที่ 8 ต.ค. 2559 เวลาประมาณ 01.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น พ่นเถ้าถ่านขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงถึง 11,000 เมตร หรือ 11 กิโลเมตร นับเป็นการปะทุพ่นเถ้าถ่านสูงที่สุดตั้งแต่ปี 2523 เลยทีเดียว เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นได้ยกระดับความอันตรายของภูเขาไฟอาโสะขึ้นเป็นระดับ 3 จากระดับอันตรายที่สูงสุดอยู่ที่ระดับ 5 พร้อมทั้งเตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้และให้ระวังหินที่ร่วงลงมา

ข่าวแจ้งว่า เถ้าถ่านที่ภูเขาไฟอาโสะพ่นออกมาปลิวไปไกลกว่า 320 กิโลเมตร ทำให้ทั้งเมือง ไม่ว่าจะเป็น ถนน บ้าน รถยนต์ ถูกปกคลุมด้วยเถ้าถ่านจนกลายเป็นสีเทา โดยเฉพาะผลผลิตทางการเกษตร เช่น มะเขือเทศ สตรอเบอร์รี่ หน่อไม้ฝรั่ง ได้รับความเสียหายจากเถ้าถ่านและหินก้อนเล็กจากภูเขาไฟที่ตกลงมาปกคลุม ด้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เซนได ที่ตั้งอยู่ห่างจากภูเขาไฟอาโสะ ราว 160 กิโลเมตร ได้รับอันตรายไม่มาก แม้ว่าจะทำให้เกิดไฟฟ้าดับกว่า 29,000 ครัวเรือน แต่ก็สามารถกลับมาให้บริการได้ปกติใน 2 ชั่วโมง ส่วนสนามบินคุมาโมโตะ ไม่ได้รับผลกระทบและยังคงเปิดให้บริการตามปกติ แต่มีความล่าช้าในบางเที่ยวบิน


เถ้าถ่านจากภูเขาไฟอาโสะปะทุ ปลิวมา ปกคลุมศาลเจ้าแห่งหนึ่งในเมืองอาโสะ จนกลายเป็นสีเทา

ด้านนายมาโคโตะ ซาอิโตะ ผู้อำนวยการกองภูเขาไฟวิทยา ของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น กล่าวว่า นับเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยากมากที่ภูเขาไฟลูกหนึ่งจะปะทุเถ้าถ่านสูงเกิน 10,000 เมตร โดยนายซาอิโตะกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า การที่ภูเขาไฟอาโสะพ่นเถ้าถ่านสูงกว่า 10 กิโลเมตร นับเป็นสัญญาณเตือนให้เห็นว่า ภูเขาไฟอาโสะอาจจะเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ในระดับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว


ช่วยกันทำความสะอาดล้างเถ่าถ่าน หลังภูเขาไฟอาโสะปะทุ

 

ทั้งนี้ ภูเขาไฟอาโสะ เป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่มีพลังที่สุดและขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญบนเกาะคิวชู โดยก่อนหน้า เคยเกิดการระเบิดครั้งใหญ่มาแล้วในปี พ.ศ. 2523 และยังมีการปะทุอีกหลายครั้งในหลายปีที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่มีการพ่นเถ้าถ่านสูงสุดในรอบ 36 ปี หลังจากมีการระเบิดมาแล้วในปี พ.ศ. 2523

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ระทึก! ภูเขาไฟ ‘อาโสะ’ ตอนใต้ของญี่ปุ่นพ่นเถ้าถ่านสูงกว่า 1 กม. (ชมคลิป)