ซาอุฯ จับ 17 ผู้ต้องสงสัยฝักใฝ่ไอซิส มีระเบิด 25,000 กก. เล็งบึมในปท.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.ย. 2559 02:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/727840

 

เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องสงสัยฝักใฝ่ไอซิสได้ 17 คน ชี้สะสมระเบิดกว่า 25,000 กก. เตรียมก่อเหตุโจมตีเป้าหมายต่างๆ ในประเทศ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของประเทศซาอุดีอาระเบียดำเนินการจับกุมตัวผู้ต้องสงสัย 17 คนผู้มีใจฝักใฝ่กลุ่มรัฐอิสลาม (ไอซิส) และถูกกล่าวหาว่า กำลังวางแผนจะโจมตีสถานที่ทางศาสนา, กองกำลังความมั่นคง และเขตที่อยู่อาศัยขอพลเรือน รวมทั้งเป้าหมายทางเศรษฐกิจและทหารอื่นๆ

นาย มานซูร์ อัล-เตอร์กิ โฆษกกระทรวงมหาดไทยซาอุดีอาระเบีย บอกกับสถานีโทรทัศน์ เอกห์บาริยา ว่า การจับกุมผู้ต้องสงสัยทั้ง 17 คนเกิดขึ้นหลังจากการสืบสวนนานหลายเดือน โดยเครือข่ายนี้เตรียมระเบิดสติกกี้บอมบ์ (sticky bomb) และเข็มขัดระเบิด เอาไว้มากกว่า 25,000 กก. ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังสามารถยึดระเบิดท่อ (pipe bomb), ปืน, ที่เก็บเสียง และเงินสดมูลค่ากว่า 600,000 ริยาล (ราว 143,000 บาท)


เข็มขัดระเบิดที่ยึดมาได้

ทั้งนี้ จากผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมทั้ง 17 คน มี 14 คนเป็นชาวซาอุดีอาระเบียในจำนวนนี้มีผู้หญิง 1 คน ส่วนอีก 3 คนเป็นชาวเยเมน, อียิปต์ และปาเลสไตน์ นายเตอร์กิยังระบุด้วยว่า “กิจกรรมของเครือข่ายนี้ไปไกลเกินกว่าพรมแดนของซาอุฯ ไปยังการจัดหาการสนับสนุนทางสื่อและเทคนิกให้แก่กลุ่มดาอีช (ชื่อย่อภาษาอารบิกของกลุ่มไอซิส)”

โฆษกระทรวงมหาไทยเผยอีกว่า เครือข่ายนี้วางแผนจะโจมตีเป้าหมายต่างๆ รวมทั้งมัสยิด อิหม่าม อัล-ริดา ในเมืองอัล-อาห์ซา ทางตะวันออกของประเทศ, ศูนย์ฝึกกองกำลังรักษาความปลอดภัยของรัฐในกรุงริยาด และท่อส่งน้ำมันทางตะวันตกของเมืองหลวงแห่งนี้ และยังสมรู้ร่วมคิดกันจะวางระเบิดบนรถของลูกจ้างกระทรวงกลาโหมในกรุงริยาดด้วย

 

ไต้ฝุ่น มาลากัส จ่อถล่มญี่ปุ่น! เตือนฝนตกหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.ย. 2559 14:14

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/727293

 

ญี่ปุ่นระทึก..ไต้ฝุ่น มาลากัส จ่อถล่ม เกาะคิวชู ทางภาคใต้ คืนนี้ (19 ก.ย.) คาดก่อให้เกิดฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และน้ำท่วมฉับพลัน หลังจากไต้ฝุ่นมาลากัสเคลื่อนตัวผ่านไต้หวันมาแล้ว…

เมื่อ 19 ก.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน อิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น มาลากัส ที่เคลื่อนตัวถล่มไต้หวัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ก.ย. ส่งผลให้เกิดลมกระโชกแรงจัด ฝนตกหนัก จนต้องยกเลิกเที่ยวบินไปหลายสิบเที่ยว กระทบต่อผู้โดยสารกว่าหมื่นคนว่า ขณะนี้ ไต้ฝุ่นมาลากัสกำลังเคลื่อนตัวข้ามทะเลจีนใต้ จ่อถล่มภาคใต้ของประเทศญี่ปุ่น ในคืนวันจันทร์นี้ (19 ก.ย.) ด้วยความเร็วลมประมาณ 130-160 กม./ชม. และคาดว่าจะก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน จากฝนตกหนักที่เกาะคิวชู ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ทางภาคใต้สุดของญี่ปุ่น รวมทั้งเกาะริวคิว ที่ขึ้นมาทางเหนือ

ทั้งนี้ สำนักอุตุนิยมวิทยาไต้หวัน ได้ประกาศเตือนภัย ไต้ฝุ่นมาลากัส มีความรุนแรงเทียบเท่า เฮอริเคน ระดับ 3 ขณะเคลื่อนตัวถล่มไต้หวันเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา และนับเป็นพายุไต้ฝุ่นลูกที่ 2 ที่ถล่มไต้หวัน ในระยะห่างเพียงไม่กี่วัน ต่อจากซุปเปอร์ไต้ฝุ่นเมอรันตี


ไต้ฝุ่น มาลากัส ก่อให้เกิดคลื่นสูงซัดฝั่ง ทางตะวันออกของไต้หวัน

ขณะที่ ถึงแม้ความรุนแรงของพายุไต้ฝุ่นมาลากัส ได้อ่อนกำลังลงหลังขึ้นฝั่งถล่มไต้หวัน ลงมาเหลือเท่ากับเฮอริเคนระดับ 1 แต่ก็คาดว่าจะก่อให้เกิดฝนตกหนักที่เกาะคิวชู และเกาะริวคิว ในคืนวันจันทร์นี้

 

นักรบติดอาวุธโจมตีฐานทัพอินเดียในแคชเมียร์ ทหารดับ 17 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.ย. 2559 02:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/726843

 

นักรบติดอาวุธหลายคนบุกโจมตีฐานทัพแห่งหนึ่งของอินเดียในแคว้นแคชเมียร์ ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทกับปากีสถาน ทำให้มีทหารเสียชีวิต 17 นาย โดยทางการอินเดียออกมากล่าวโทษปากีสถานทันทีว่ามีส่วนรู้เห็นกับการโจมตีนี้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุนักรบติดอาวุธหลายคนบุกโจมตีฐานทัพแห่งหนึ่งของอินเดียในรัฐชัมมูและกัศมีร์ (แคชเมียร์) ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทแย่งสิทธิ์ควบคุมดินแดนระหว่างอินเดียกับปากีสถาน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้มีทหารอินเดียเสียชีวิตถึง 17 นาย โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอินเดียออกมากล่าวโทษปากีสถานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีครั้งนี้

ข่าวระบุว่า นักรบติดอาวุธ 4 คนใช้ปืนและระเบิดเป็นอาวุธ บุกโจมตีฐานทัพในเมืองอูรี ในรัฐชัมมูและกัศมีร์ และติดกับเส้นแบ่งเขตการควบคุมกับประเทศปากีสถาน เมื่อช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ ทำให้ทหารเสียชีวิต 17 นาย และผู้โจมตีทั้งหมดเสียชีวิต

หลังเกิดเหตุไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ แต่นาย รัชนาธ สิงห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอินเดีย กล่าวโทษปากีสถานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ “มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนและแน่นอน ว่า คนร้ายในการโจมตีเมืองอูรี ได้รับการฝึกมาในระดับสูง, ติดอาวุธหนักและอุปกรณ์พิเศษ ผมผิดหวังอย่างยิ่งที่ปากีสถานยังคงสนับสนุนลัทธิและกลุ่มก่อการร้ายโดยตรง” นายสิงห์ระบุผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์

ขณะที่พลโท รานบีร์ สิงห์ จากกองทัพอินเดีย ระบุว่ามีหลักฐานว่าผู้ก่อเหตุเป็นสมาชิกกลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ในปากีสถาน และพวกเขามีสิ่งของที่มีตราประทับของปากีสถานด้วย

อย่างไรก็ตาม นายนาฟีส ซาคาเรีย โฆษกกระทรวงต่างประเทศปากีสถานบอกกับสำนักข่าวบีบีซีว่า คำพูดของนายสิงห์ เป็นแทคติคเก่าๆ ของอินเดีย พวกเขากล่าวโทษปากีสถานทันทีโดยไม่มีการสอบสวน

ทั้งนี้ เหตุโจมตีครั้งล่าสุดนับเป็นการโจมตีกองกำลังความมั่นคงในแคชเมียร์ครั้งรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 2 ทศวรรษ และยังเกิดขึ้นในช่วงที่เกิดการประท้วงนองเลือดต่อต้านการปกครองของอินเดียในดินแดนพิพาทแห่งนี้ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 80 รายในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล

 

รัสเซียโวย! มะกันโจมตีทางอากาศดับทหารซีเรีย 62 ศพ-หวั่นหยุดยิงล่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.ย. 2559 03:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/726053

 

กระทรวงกลาโหมรัสเซีย กล่าวหากลุ่มพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ ว่าโจมตีทางอากาศใส่กองทัพรัฐบาลซีเรีย จนทหารเสียชีวิตถึง 62 นาย ขณะที่ สหรัฐฯ ยอมรับว่าโจมตีจริง ท่ามกลางความหวั่นวิตกว่า ข้อตกลงหยุดยิงในซีเรียจะล้มเหลว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงกลาโหมของประเทศรัสเซีย ออกมากล่าวหากองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ ว่าโจมตีทางอากาศใส่กองทัพรัฐบาลซีเรีย ซึ่งกำลังต่อสู้กับกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอซิส) ในภาคตะวันออกของประเทศ ทำให้มีทหารเสียชีวิตอย่างน้อย 62 ราย

กระทรวงกลาโหมของรัสเซียระบุเมื่อวันเสาร์ โดยอ้างแถลงการณ์ของนายพลคนหนึ่งของกองทัพซีเรีย ว่า เครื่องบินของกองกำลังพันธมิตรโจมตีกองทัพรัฐบาลซีเรียที่สนามบินในเขต เจเบล ธาร์ดา ใกล้เมืองเดียร์ อัล-ซอร์ ถึง 4 ครั้ง ทำให้นักรบไอซิสสามารถรุกคืบได้มากขึ้น แถลงการณ์ดังกล่าวยังชี้ว่า การโจมตีทางอากาศที่เกิดขึ้น เป็นหลักฐานอย่างดีว่ากองกำลังพันธมิตรให้การสนับสนุนไอซิส

ส่วนพลตรี อิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า การโจมตีทางอากาศดังกล่าวเกิดขึ้นโดยเครื่องบินรบ เอฟ-16 จำนวน 2 ลำ และเครื่องบิน เอ-10 อีก 2 ลำ ซึ่งถูกส่งมาจากประเทศอิรัก มีเป้าหมายที่กองทัพซีเรียที่ล้อมนักรบไอซิสอยู่

ฝ่ายสหรัฐฯ ออกมายอมรับว่าการโจมตีเกิดขึ้นจริง โดยศูนย์บัญชาการกลางของสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า กองกำลังพันธมิตรเชื่อว่าพวกเขากำลังโจมตีจุดที่กลุ่มไอซิสอยู่ และสั่งให้หยุดปฏิบัติการทันที หลังได้รับแจ้งจางเจ้าหน้าที่ของรัสเซียว่า มีความเป็นไปได้ที่เจ้าหน้าที่และยานพาหนะที่ตกเป็นเป้าหมาย จะเป็นของกองทัพรัฐบาลซีเรีย

พวกเขายืนยันด้วยว่า ซีเรียอยู่ในสถานการณ์ที่ซับซ้อน ด้วยซึ่งกองกำลังฝ่ายรัฐบาลและกลุ่มติดอาวุธอยู่ใกล้กัน แต่กองกำลังพันธมิตรไม่ได้ตั้งใจที่จะโจมตีหน่วยของกองทัพรัฐบาลซีเรีย ทางกลุ่มพันธมิตรจะทบทวนการโจมตีครั้งนี้ และสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อเรียนรู้บทเรียนจากเรื่องนี้

อนึ่ง ก่อนที่สหรัฐฯ จะออกมายอมรับ ฝ่ายรัสเซียระบุว่า หากเรื่องนี้กลายเป็นความผิดพลาดของสหรัฐฯ สาเหตุก็อาจเป็นเพราะความดื้อรั้นของวอชิงตัน ที่ไม่ยอมร่วมมือทางทหารกับมอสโก

ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาล่าสุดของรัสเซีย เกิดขึ้นหลังจากพวกเขาออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับการหยุดยิงในซีเรีย ตามข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียที่นครเจนีวา ซึ่งบังคับใช้มาแล้ว 7 วัน ว่าจะดำเนินต่อไปได้อีกนานเพียงไร หลังจากกองกำลังฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรียเพิ่มความถี่ในการโจมตีมากขึ้น โดยพลเอกวลาดิเมียร์ ชาฟเชนโก ระบุว่า สถานการณ์ในซีเรียกำลังย่ำแย่ลง โดยฝ่ายกบฏก่อเหตุโจมตีถึง 55 ครั้งในช่วง 24 ชม.ที่ผ่านมา ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิต 12 คน

ขณะที่พลเอก วิคตอร์ ปอซนิเคียร์ กล่าวว่า รัสเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรของรัฐบาลซีเรีย กำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อควบคุมปฏิบัติการโจมตีของกองทัพซีเรีย แต่หากฝั่งสหรัฐฯ ไม่ใช้มาตรการที่จำเป็นสัญญาของพวกเขา การพังทลายของการหยุดยิงก็จะเป็นความผิดของสหรัฐฯ เพราะสหรัฐฯ และกบฏสายกลางที่พวกเขาสนับสนุน ไม่ทำตามข้อตกลงที่ให้ไว้ในกรอบความคิดของข้อตกลงที่เจนีวาแม้แต่ข้อเดียว

 

ยอดเหยื่อไต้ฝุ่น ‘เมอรันติ’ พุ่ง 28 ศพ-จีนเตือนภัยพายุลูกใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ก.ย. 2559 23:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/725990

 

ทางการจีนเผย จำนวนผู้เสียชีวิตเพราะผลกระทบจากไต้ฝุ่นเมอรันติที่พัดเข้าถล่มมณฑลทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 28 ราย ขณะที่หน่วยงานสภาพอากาศประกาศเตือนภัยไต้ฝุ่นลูกใหม่…

สำนักข่าว ซินหัว ของจีนรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากอิทธิพลของไต้ฝุ่น ‘เมอรันติ’ ซึ่งพัดถล่มมณฑลฝูเจี้ยนและเจ้อเจียง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีนตั้งแต่เมื่อวันพฤหัสบดี เพิ่มขึ้นเป็น 28 รายแล้ว และทำให้มีผู้สูญหายอีก 15 คน ขณะที่ทางการจีนประกาศเตือนภัยพายุไต้ฝุ่นลูกใหม่ในระดับสีเหลือง

หน่วยงานควบคุมน้ำท่วมของมณฑลฝูเจี้ยนเปิดเผยในวันเสาร์ที่ 17 ก.ย. ว่า ไต้ฝุ่นเมอรันติทำให้หลายเมืองรวมทั้งเมืองเซี่ยเหมิน, กวนโจว และชางโจว เป็นอัมพาต และสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของมณฑลฝูเจี้ยนโดยตรงมากกว่า 1.69 หมื่นล้านหยวน (ราว 2,269 ล้านบาท) ขณะที่พบผู้เสียชีวิตแแล้ว 18 ราย และมีผู้สูญหายอีก 11 คน


ชายคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์บนถนนที่ถูกน้ำท่วมขังเนื่องจากอิทธิพลของไต้ฝุ่นเมอรันติ ที่เมืองฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยน

ด้านหน่วยงานควบคุมน้ำท่วมของมณฑลเจ้อเจียงรายงานในวันเดียวกันว่า พวกเขาพบผู้เสียชีวิต 10 ราย และมีผู้สูญหายอีก 4 คน หลังไต้ฝุ่นเมอรันติทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของมณฑล นอกจากนี้ยังมีบ้ายเรือนอย่างน้อย 902 หลังพังเสียหาย และประชาชนมากกว่า 1.5 ล้านคนได้รับผลกระทบจากไต้ฝุ่นลูกนี้

ขณะเดียวกัน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของจีนระบุว่า ไต้ฝุ่นเมอรันติอ่อนกำลังลงเรื่อยๆ ขณะเคลื่อนตัวขึ้นทางทิศเหนือ นอกจากนั้น พวกเขายังประกาศเตือนภัยในระดับสีเหลือง เฝ้าระวังไต้ฝุ่น มาลาคัส ซึ่งขณะนี้อยู่ทางตะวันออกของไต้หวัน โดยคาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของมณฑลฝูเจี้ยนและเจ้อเจียง รวมทั้งภาคเหนือของเกาะไต้หวันในวันเสาร์และอาทิตย์นี้

 

โสมแดงทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 5!! คาดสิ้นปีมีวัตถุดิบพอทำระเบิด 20 ลูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/724275

 

เกาหลีเหนือยังคงกระทำการท้าทายต่อโลก ด้วยการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ครั้งที่ 5 และเป็นการทดสอบครั้งที่ 2 ในปีนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ก.ย. เรียกเสียงประณามจากนานาประเทศรวมทั้งสหรัฐฯ หรือแม้แต่พันธมิตรอย่างประเทศจีน และอาจทำให้ประเทศคอมมิวนิสต์แห่งนี้ ต้องเผชิญการคว่ำบาตรเพิ่มเติมจากนานาชาติ

แต่ทว่า ปัญหาก็คือ หากปราศจากความร่วมมือจากประเทศจีน นานาชาติจะเหลือช่องทางใดในการลงโทษเกาหลีเหนือ ซึ่งขณะนี้ก็กำลังถูกคว่ำบาตรอย่างหนักอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับคำกล่าวอ้างของรัฐบาลเปียงยางที่ระบุว่า การทดสอบครั้งล่าสุด ทำให้พวกเขาสามารถสร้างหัวรบนิวเคลียร์ ที่สามารถติดตั้งบนขีปนาวุธได้แล้ว ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ด้วย


สถานีโทรทัศน์ของเกาหลีเหนือ ประกาศความสำเร็จในการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์

การทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ครั้งรุนแรงที่สุดของเกาหลีเหนือ

การทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ครั้งที่ 5 ของเกาหลีเหนือ เกิดขึ้นในเวลา 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่ฐานทดลองใต้ดิน ปังกเย-รี โดยหน่วยงานเฝ้าระวังแผ่นดินไหวชั้นนำของโลก สามารถตรวจจับแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวระดับ 5.3 ได้ที่เกาหลีเหนือ ก่อนที่สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) จะออกมากล่าวอ้างว่า พวกเขาประสบความสำเร็จในการจุดระเบิดหัวรบนิวเคลียร์ ที่สามารถติดตั้งบนขีปนาวุธแล้ว และการทดลองนี้จะทำให้พวกเขาสามารถผลิตหัวรบนิวเคลียร์ที่มีขนาดเล็กลง, เบาลง แต่รุนแรงขึ้นกว่าเดิม

ขณะที่ นาย คิม นัม-วุค จากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของเกาหลีใต้ ประเมินว่าแรงระเบิดของหัวรบนิวเคลียร์ที่เกาหลีเหนือกล่าวอ้าง มีแรงระเบิดถึง 10 กิโลตัน รุนแรงกว่าระเบิดในการทดสอบครั้งที่ 4 เมื่อเดือน ม.ค. เกือบ 2 เท่า และถือเป็นระเบิดที่มีอานุภาพรุนแรงที่สุดเท่าที่รัฐบาลเปียงยางเคยทดสอบมา

โดยเกาหลีเหนือเริ่มการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ครั้งแรกเมื่อเดือน ต.ค. ปี 2006 ซึ่งหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ เผยผลวิเคราะห์ไอโซโทปของกัมมันตภาพรังสีในอากาศว่า เป็นระเบิดพลูโตเนียม แต่ความรุนแรงไม่ถึง 1 กิโลตัน ส่วนการทดสอบครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในเดือน พ.ค. ปี 2009 เพียง 1 เดือนหลังจากเกาหลีเหนือวอล์กเอาต์ออกจากการเจรจากับนานาชาติเรื่องโครงการนิวเคลียร์ ระเบิดมีความรุนแรงราว 2 กิโลตัน

ขณะที่การทดสอบครั้งที่ 3 เกิดขึ้นในเดือน ก.พ. ปี 2013 โดยแรงระเบิดมีความรุนแรงกว่า 2 ครั้งก่อนหน้านี้ แต่ผู้สังเกตการณ์กลับตรวจจับไอโซโทปของกัมมันตภาพรังสีไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบยืนยันได้ว่า เกาหลีเหนือใช้ระเบิดพลูโตเนียม หรือยูเรเนียมกันแน่ แต่ประเมินกันว่า มีความรุนแรงอยู่ที่ 6-7 กิโลตัน และในครั้งที่ 4 เดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเกาหลีเหนืออ้างว่าเป็นระเบิดไฮโดรเจน (เอช-บอมบ์) ซึ่งปกติจะรุนแรงกว่าระเบิดปรมาณู (เอ-บอมบ์) หลายเท่า กลับมีความรุนแรงประมาณ 4-6 กิโลตันเท่านั้น


เกิดแผ่นดินไหวจากการระเบิดของอาวุธนิวเคลียร์ในเกาหลีเหนือเมื่อ 9 ก.ย.

เกาหลีเหนือจะมีวัตถุดิบพอสร้างระเบิดนิวเคลียร์ 20 ลูกภายในสิ้นปี 2016

การทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ถึง 2 ครั้งในปีเดียวของเกาหลีเหนือ บ่งชี้ว่าพวกเขามีวัตถุดิบสำหรับการทดสอบเหลือเฟือ และจากข้อมูลที่หน่วยงานต่างๆ รวบรวมมาได้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้พบว่า รัฐบาลเปียงยางมีแร่ยูเรเนียมสำรองมากมาย และกำลังดำเนินการเพื่อเสริมสมรรถนะของแร่ให้บริสุทธิ์พอจะนำไปสร้างอาวุธได้

ศาสตราจารย์ ซีกฟรีด เฮคเกอร์ จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ ผู้เคยเดินทางไปยังโรงงานนิวเคลียร์ยองบยอน ในเกาหลีเหนือ เมื่อปี 2010 ระบุในรายงานซึ่งเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (12 ก.ย.) ว่า เกาหลีเหนืออาจสามารถเพิ่มปริมาณแร่ยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะในระดับสูงได้ปีละ 150 กก. ซึ่งเพียงพอสำหรับผลิตระเบิดนิวเคลียร์ได้ประมาณ 6 ลูก

แต่เมื่อรวมเข้ากับแร่พลูโตเนียมจำนวน 32-54 กก. ที่มีอยู่แล้ว เกาหลีเหนือจะมีวัตถุดิบเพียงพอที่จะสร้างระเบิดนิวเคลียร์ได้ถึง 20 ลูกภายในสิ้นปี 2016


คิม จอง อึน ดูหัวรบขีปนาวุธ

มีโอกาสที่เกาหลีเหนือจะติดหัวรบนิวเคลียร์ในการทดสอบขีปนาวุธครั้งต่อไปหรือไม่?

นอกจากการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์แล้ว ในปีนี้เกาหลีเหนือยังทำการทดสอบยิงขีปนาวุธหลายครั้ง และระยะการยิงก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่น ในเดือน มิ.ย. พวกเขายิงจรวดพุ่งขึ้นฟ้าสูงถึง 1,000 กม. ซึ่งนายเจฟฟรีย์ ลิวอิส จากสถาบันมิดเดิลบิวรี เพื่อการศึกษาระหว่างประเทศ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ระบุว่า เป็นระยะที่น่าตกใจเพราะหมายความว่า ขีปนาวุธลูกนี้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ และหากยิงในมุมปกติโดยไม่ต้องเลี่ยงญี่ปุ่น จรวดลูกนี้ก็อาจบินได้ไกลตามระยะทำการของมัน

ศ.เฮคเกอร์ ระบุด้วยว่า ความสำเร็จของการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ 2 ครั้งในปีนี้ของเกาหลีเหนือ ทำให้เขาเชื่อว่าพวกรัฐบาลเปียงยางสามารถออกแบบและทดสอบหัวรบนิวเคลียร์ ที่สามารถติดตั้งบนขีปนาวุธพิสัยใกล้บางชนิด และอาจรวมถึงขีปนาวุธพิสัยกลางของพวกเขาได้แล้ว

ขณะที่ความสามารถในการติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์บนขีปนาวุธข้ามทวีป ซึ่งมีพิสัยทำการถึงสหรัฐอเมริกา ยังต้องใช้เวลาพัฒนาอีกนาน อาจจะ 5-10 ปี โดยยังต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญคือ การสร้างวัสดุที่สามารถทนความร้อนบนส่วนปลายของขีปนาวุธ เพื่อคุ้มครองหัวรบนิวเคลียร์ ซึ่งทำให้มันสามารถถูกยิงออกและกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลกได้อีกครั้ง และระบบที่ทำให้ระเบิดทำงานตรงเป้าหมาย ซึ่งเกาหลีเหนืออ้างว่าพวกเขาทำได้แล้ว

ในมุมมองของ ศ.เฮคเกอร์ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างแท้จริง เพราะว่าแม้จะใช้เวลานาน แต่มันจะเกิดขึ้นแน่นอน หากไม่มีการหยุดยั้งโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และการคำนวณพลาดเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้เกิดสถานการณ์ที่การโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลีมีความเป็นไปได้ขึ้นมา ตามที่สหรัฐฯ, เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น หวั่นเกรง และอาจทำให้การชิงลงมือก่อนด้วยอาวุธนิวเคลียร์ตามคำขู่ของเกาหลีเหนือมีโอกาสเกิดขึ้นจริง


บารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

โลกจะหยุดยั้งเกาหลีเหนืออย่างไร?

องค์การสหประชาชาติกำลังเตรียมการหารือว่า จะทำอย่างไรกับการยั่วยุและละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือ ที่การประชุมในวันศุกร์นี้ แต่จะสามารถหามาตรการที่เหมาะสมได้หรือไม่?

เพราะเกาหลีเหนือนับเป็นประเทศที่ถูกคว่ำบาตรหนักที่สุดในโลกแล้ว โดยในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือถูกลงโทษฐานทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งที่ 4 ทั้งห้ามไม่ให้จัดหาเชื้อเพลิงอากาศยาน รวมทั้งเชื้อเพลิงจรวด, ห้ามนานาชาติขายอาวุธขนาดเล็กให้รัฐบาลเปียงยาง และห้ามเกาหลีเหนือส่งออกทรัพยากรธรรมชาติของประเทศเกือบทุกชนิด รวมทั้งถ่านหินที่สร้างรายได้ให้ประเทศกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปีด้วย

เมื่อเดือน ก.ค. รัฐบาลของประธานาธิบดี บารัค โอบามา ยังดำเนินการคว่ำบาตรคิม จอง-อึน และเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนืออีก 10 คน ด้วยการอายัดทรัพย์ทั้งหมดของบุคคลเหล่านี้ในสหรัฐฯ ในข้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชนของชาวเกาหลีเหนือ

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่ามาตรการเหล่านี้จะยังไม่สามารถหยุดยั้งความทะเยอทะยานที่จะครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ของคิม จอง-อึนได้ และหลายฝ่ายรวมทั้ง นายคริสโตเฟอร์ ฮิลล์ อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเกาหลีใต้ ก็เริ่มไม่เชื่อแล้วว่า การคว่ำบาตรจะใช้ได้ผล

อีกวิธีที่ยังเหลืออยู่คือ การจับเข่าคุยกับจีน ซึ่งถือเป็นลูกพี่ใหญ่และพันธมิตรเพียงน้อยนิดของเกาหลีเหนือ เพื่อขอให้ช่วยเพิ่มแรงกดดันแก่เปียงยาง ให้ยุติโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งอาจต้องใช้ยาแรงที่สุดอย่างการตัดการส่งน้ำมันและเชื้อเพลิง แม้ว่ามาตรการนี้ จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อประชาชนในเกาหลีเหนือ และโอกาสที่จีนจะให้ความร่วมมือ ก็มีน้อยมากก็ตาม เพราะทางเลือกอื่นๆ กำลังจะหมดลงแล้ว.

 

ไต้ฝุ่น ‘เมอรันติ’ ทำน้ำท่วมจีน ซัดสะพาน 800 ปีขาด คร่าแล้ว 2 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ย. 2559 23:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/724168

 

ไต้ฝุ่นเมอรันติพัดถล่มประเทศจีนต่อจากไต้หวันในวันพฤหัสบดี สร้างความเสียหายในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของแดนมังกรด้วยลมกระโชกแรงและน้ำท่วมฉับพลัน และทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมจนถึงขณะนี้แล้ว 2 ราย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ไต้ฝุ่น ‘เมอรันติ’ เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีนแล้วเมื่อช่วงเช้ามืดวันพฤหัสบดีที่ 15 ก.ย. หลังจากพัดถล่มเกาะไต้หวันเมื่อ 1 วันก่อนหน้านั้น สร้างความเสียหายอย่างหนัก และทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมจนถึงขณะนี้แล้ว 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคน


ภาพถ่ายทางอากาศแสดงให้เห็นน้ำท่วมที่เมืองฝูโจว ในมณฑลฝูเจี้ยน

เจ้าหน้าที่สภาพอากาศทั้งในจีนและไต้หวันต่างรายงานเหมือนกันว่า เมอรันติ เป็นพายุที่รุนแรงที่สุดที่เกิดขึ้นในปี 2016 จนถึงตอนนี้ โดยขึ้นฝั่งของจีนขณะมีความเร็วลม 230 กม./ชม. อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จีนได้ประกาศลดระดับความรุนแรงของไต้ฝุ่นลูกนี้ลงจากระดับซุปเปอร์ไต้ฝุ่น เป็นพายุดีเปรสชั่นเมื่อช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี และคาดการณ์ว่าจะสลายตัวไปเมื่อมันเคลื่อนตัวขึ้นไปทางเหนือเรื่อยๆ

ขณะที่สื่อในประเทศจีนรายงานว่า ไต้ฝุ่น เมอรันติ พัดถล่มมณฑลฝูเจี้ยนทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ลมและฝนทำให้กระจกอาคารแตกเสียหาย ต้นไม้หักโค่น รวมทั้งทำให้เกิดน้ำท้วมฉับพลันในหลายพื้นที่ นอกจากนี้ยังกระทบระบบน้ำประปา กับทำให้เกิดไฟดับเป็นวงกว้างที่เมืองเซี่ยเหมินด้วย และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดดินถล่มในภาคตะวันออกของประเทศด้วย ขณะที่มีรายงานพบผู้เสียชีวิตแล้ว 1 รายและสูญหายอีก 1 คน


สะพานเก่าแก่อายุ 800 ปี ในมณฑลฝูเจี้ยนถูกกระแสน้ำพัดทำลาย (ภาพ: weibo/ Yongchun county tourism bureau)

ด้านสำนักงานการท่องเที่ยวเขตหย่งชุน ในมณฑลฝูเจี้ยน รายงานด้วยว่า ฝนที่ตกลงมาทำให้น้ำในแม่น้ำสายหนึ่งในเขตหย่งชุน เพิ่มสูงขึ้นและไหลเชี่ยวมาก จนซัดสะพานไม้เก่าแก่อายุกว่า 800 ปี หรือตั้งแต่ยุคสมัยราชวงศ์ซ่งของจีน จนขาด “ทั้งเมืองรู้สึกเสียใจมาก สะพานนี้ยืนหยัดผ่านมรสุมในประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน แต่ไม่มีโชคเมื่อเผชิญกับเมอรันติ” สำนักงานการท่องเที่ยวเขตหย่งชุนระบุในแถลงการณ์

ส่วนที่ไต้หวัน ซึ่งเผชิญกับไต้ฝุ่นเมอรันติก่อนจีน รายงานว่า พบผู้เสียชีวิตจากอิทธิพลของพายุลูกนี้ 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 44 คน เที่ยวบินทั้งในและระหว่างประเทศหลายร้อยเที่ยวบินต้องถูกยกเลิกเมื่อวันพุธ นอกจากนี้ยังเกิดปัญหาไฟฟ้าดับกระทบบ้านเรือนกว่า 900,000 หลัง และเกิดปัญหาน้ำประปากระทบประชาชนอีกกว่า 500,000 ครัวเรือน และจนถึงต้องนี้ยังมีอีกหลายแสนครัวเรือนที่กำลังรอการแก้ไข


ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในเมืองเกาสง ของไต้หวัน ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากพายุเมอรันติ

น้ำท่วมถนนในเมืองเซี่ยเหมิน
 

ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น ‘เมอรันติ’ ถล่มไต้หวันอ่วม-จีนเตือนภัยสูงสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ย. 2559 00:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/723058

 

คลื่นสูงมากจากอิทธิพลของไต้ฝุ่นเมอรันติ พัดเข้าสู่ท่าเรือทางใต้ของไต้หวัน

ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น เมอรันติ พัดถล่มหลายพื้นที่ของเกาะไต้หวัน เมื่อวันพุธ ทำให้บ้านเรือนไฟดับหลายแสนหลัง และกระทบบริการขนส่ง ขณะที่ไต้ฝุ่นลูกนี้กำลังมุ่งหน้าสู่จีน ทำให้เจ้าหน้าที่แดนมังกรต้องยกระดับการเตือนภัยสู่ขั้นสูงสุด…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น ‘เมอรันติ’ ซึ่งเป็นพายุที่รุนแรงที่สุดที่เกิดขึ้นในปี 2016 จนถึงตอนนี้ เคลื่อนตัวเข้าสู่เกาะไต้หวันแล้ว ในวันพุธที่ 14 ก.ย. โดยสร้างความปั่นป่วนอย่างหนักแก่ไต้หวัน ขณะที่ประเทศจีน ประกาศเตือนภัยขั้นสีแดง ซึ่งเป็นขั้นสูงสุด ในพื้นที่ตามแนวชายฝั่ง เนื่องจากพายุที่ถูกเรียกว่าอสูรลูกนี้ กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ


ต้นไม้ในเมืองเกาสงหักโค่น เพราะลมแรงจากอิทธิพลของไต้ฝุ่นเมอรันติ

สำนักงานสภาพอากาศกลาง (CWB) ของไต้หวันเตือนว่า พายุไต้ฝุ่นระดับ 5 ลูกนี้เสี่ยงจะสร้างความเสียหายอย่างหนักแก่หลายเมืองในภาคใต้และภาคตะวันออก รวมถึงเมืองเกาสง และมณฑลฮวาเหลียน โดยไต้ฝุ่นเมอรันติมีความรุนแรงมากขึ้นขณะที่เคลื่อนตัวเข้าใกล้ไต้หวัน และมีความเร็วลมถึง 220 กม./ชม. ในขณะที่เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งทางใต้

ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการสถานการณ์ฉุกเฉินกลาง (CEOC) ของไต้หวันยืนยันว่า พบผู้ได้รับบาดเจ็บเพราะอิทธิพลของพายุลูกนี้แล้ว 5 คน ขณะที่เสาไฟฟ้าหลายต้นหักโค่น ทำให้เกิดไฟฟ้าดับกระทบบ้านเรือนกว่า 550,000 ครัวเรือน “ความเสียหายจากเมอรันติจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่พายุพัดถล่มเกาะไต้หวัน ความเสียหายเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราจะพยายามลดความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุด” นาย หลี่ เว่ย-เฉิน โฆษกของ CEOC ระบุ


ทหารใช้รถหุ้นเกราะช่วยอพยพประชาชนในพื้นที่ทางใต้ของมณฑลผิงตง

CEOC เผยอีกว่า บริการรถไฟและการบินก็ได้รับผลกระทบจากไต้ฝุ่นเมอรันติด้วย ขณะเดียวกัน สำนักงานและโรงเรียนในเมืองเกาสงและเมืองอื่นๆ ถูกสั่งปิด และมีผู้ที่ต้องอพยพอีกเกือบ 1,500 คน นอกจากนี้ ไต้หวันจังปิดเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 2 เครื่องที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งที่ 3 ของพวกเขาที่เมือง เหิงชุน ด้วยเพื่อป้องกันเอาไว้ก่อน

อีกด้านหนึ่ง ศูนย์พยากรณ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลแห่งชาติ (NMEFC) ของจีน ยกระดับการเฝ้าระวังขึ้นสูขั้นสีแดง ซึ่งเป็นขั้นสูงสุด เนื่องจากไต้ฝุ่นเมอรันติกำลังเคลื่อนตัวเข้าหาพื้นที่ชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศ โดยมันทำให้เกิดคลื่นสูงถึง 12 ม. และคาดว่าจะเดินทางมาถึงในวันพฤหัสบดี และขึ้นฝั่งที่มณฑลฝูเจี้ยนและกวางโจว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เตรียมแผนรับมือ พร้อมสั่งให้เรือทั้งหมดงดออกจากท่า และให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้านแล้ว


ไต้ฝุ่นเมอรันติกำลังเคลื่อนตัวเข้าหาประเทศจีน
 

เตรียมแผนอพยพ! เตือนภูเขาไฟญี่ปุ่น ซากุระจิมะ จะระเบิดใหญ่ ใน30ปีนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ก.ย. 2559 17:24

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/722768

 

(ภูเขาไฟซากุระจิมะ ระเบิดเมื่อ18ส.ค59)

ชาวญี่ปุ่นในเมืองคาโงชิมะ ระทึก…นักธรณีวิทยาจากอังกฤษ ร่วมกับญี่ปุ่น เผยรายงานการวิจัยแมกมา เตือนภูเขาไฟซากุระจิมะ จะระเบิดรุนแรงครั้งใหญ่ในช่วง 30 ปีนี้ ขณะที่ทางการเมืองคาโงชิมะได้เตรียมแผนอพยพประชาชนไว้แล้ว

เมื่อ 14 ก.ย.59 สำนักข่าวบีบีซี รายงาน บรรดานักธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัย บริสทอล ในอังกฤษ ร่วมกับ ศูนย์วิจัยภูเขาไฟซากุระจิมะ ซึ่งได้ศึกษาวิจัยเรื่องการก่อตัวของแมกมาใต้ภูเขาไฟ ซากุระจิมะ ซึ่งเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังมีพลังและรุนแรงสุดในประเทศญี่ปุ่น เผยแพร่รายงานผลงานการศึกษาวิจัยเมื่อวันอังคารที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา เตือนว่า ภูเขาไฟ ซากุระจิมะ ทางภาคใต้ของญี่ปุ่น จะมีการระเบิดครั้งใหญ่ในช่วง 30 ปีข้างหน้านี้ โดยนักธรณีวิทยาเตือนว่า จากการศึกษาวิจัยแมกมาของภูเขาไฟซากุระจิมะ แสดงให้เห็นว่าในแต่ละปี มีการก่อตัวของแมกมา ปริมาณถึง 14 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งปริมาณมหาศาลของแมกมา สามารถถมทับสนามกีฬาเวมบลีย์ ในกรุงลอนดอน ได้สูงถึง 3.5 เท่า

สำหรับภูเขาไฟซากุระจิมะ ตั้งอยู่ห่างจาก โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ เซนได แค่เพียงประมาณ 49 กม.เท่านั้น และยังใกล้กับเมืองคาโงชิมะ ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่จำนวนนับ 600,000 คน โดยก่อนหน้านี้ ภูเขาไฟ ซากุระจิมะ เคยระเบิดรุนแรงครั้งใหญ่เมื่อปี 2457 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 58 ศพ และจากนั้น ภูเขาไฟ ซากุระจิมะเกิดระเบิดหลายครั้ง  รวมทั้ง เมื่อ5ก.พ. และ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่เป็นการระเบิดที่ไม่รุนแรงนัก


ภาพการระเบิดของภูเขาไฟ ซากุระจิมะ เมื่อเดือนก.พ.2559

บีบีซี แจ้งว่า ตามรายงานของสมาคมศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยเกียวโต ได้เผยว่า ทางการของเมืองคาโงชิมะ ได้เตรียมแผนใหม่สำหรับอพยพประชาชนหนีภัย ภูเขาไฟซากุระจิมะระเบิดไว้แล้ว เนื่องจากการระเบิดครั้งใหญ่ของภูเขาไฟซากุระจิมะ ผ่านมาเลย 100 ปี และมีเวลาเหลือไม่ถึง 30 ปี ที่มีการคาดการณ์ว่าจะเกิดการระเบิดครั้งใหญ่.

 

คนญี่ปุ่นไม่ยอม ด่าเปิงรมช.! ‘เทวดามาจากไหน’ ขี่หลังลูกน้องลุยน้ำขัง (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ก.ย. 2559 14:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/722440

 

รมช.ญี่ปุ่น งานเข้า ลืมไปอยู่ในยุคโซเชียล… ถูกจวกยับ หลังไปตรวจพื้นที่ความเสียหายจากพายุ แต่ลืมเอารองเท้าบูตมา เลยขึ้นขี่หลัง ‘ลูกน้อง’ เพราะกลัวเท้าเปียก เท้่าเปื้อน

เมื่อวันที่ 14 ก.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ชาวญี่ปุ่นออกมาตำหนิ นายชุนสุเกะ มูตาอิ รมช.กิจการฟื้นฟูสิ่งปลูกสร้างของญี่ปุ่น กระทำไม่เหมาะสม หลังจากสถานีโทรทัศน์ ได้ออกอากาศรายงานข่าวและแพร่ภาพ นายมูตาอิ ขึ้นขี่หลัง ‘ลูกน้อง’ เจ้าหน้าที่คนหนึ่งในกระทรวง ด้วยความที่ไม่ต้องการลุยน้ำท่วมขัง ระหว่างลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากพายุไต้ฝุ่นไลออนร็อก ในเมืองอิวาอิซูมิ

ภาพข่าวจากทีวี ได้ถูกชาวเน็ตในญี่ปุ่นนำมาแชร์บนโซเชียล มีเดีย แสดงให้เห็นภาพ นายมูตาอิ หัวเราะยิ้มร่า ระหว่างให้ลูกน้องแบกตนเองไว้บนหลัง เดินลุยน้ำโคลน เนื่องจากเขากลัวเท้าเปียก โดยความเป็นคนมีวินัยสูงของชาวญี่ปุ่น ยังทำให้นายมูตาอิ โดนประณามว่า ไม่ปฏิบัติภารกิจหน้าที่ด้วยความจริงจัง

บีบีซี แจ้งว่า หลังจากโดนกระแสสังคมชาวญี่ปุ่นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักแล้ว นายมูตาอิ ได้ออกมาขอโทษ ที่เขาทำเรื่องไม่เหมาะสมและขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่ง พร้อมชี้แจงเหตุผลที่ทำเช่นนั้น ว่าเป็นเพราะเขาลืมนำรองเท้าบูตมาด้วย

อย่างไรก็ตาม ต่อมา นายโยชิฮิเดะ ซูกะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้ออกมาตำหนินายมูตาอิว่า ขาดความรู้สึกฉับไว เพราะเขาไปที่นั่น เพื่อตรวจพื้นที่ความเสียหาย ในฐานะเป็นหัวหน้าทีมคณะตรวจสอบพื้นที่เสียหายจากพายุของรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ ที่เขาควรนำรองเท้าบูตไปด้วย ดังนั้น ตนจึงต้องตำหนินายมูตาอิที่ขาดปฏิกิริยาที่ฉับไวต่อประชาชนและพื้นที่ที่ประสบหายนภัย

ชมคลิป ที่นี่