ซีเรียนองเลือดอีก! โจมตีทางอากาศถล่มฝ่ายกบฏ ดับ 82 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.ย. 2559 04:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/718573

 

เครื่องบินรบไม่ทราบฝ่าย โจมตีทางอากาศถล่มดินแดนที่ฝ่ายกบฏครอบครอง หลายจุดในประเทศซีเรีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 82 ราย เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากสหรัฐฯ และรัสเซียประกาศแผนหยุดยิงในซีเรีย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เมื่อวันเสาร์ที่ 10 ก.ย. เกิดการโจมตีทางอากาศในหลายพื้นที่ของซีเรีย โดยเหตุโจมตีที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดอยู่ที่จังหวัดอิดลิบ เมื่อเครื่องบินรบโจมตีตลาดสด ซึ่งมีผู้คนพลุกพล่านแห่งหนึ่ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 37 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 90 คน ขณะเดียวกันเชื่อว่าการโจมตีทางอากาศยังเกิดขึ้นที่เมืองอานาดัน และเมืองเฮรตัน ใกล้เมืองอเลปโปด้วย ทำให้มีผู้เสียชีวิตอีก 45 ราย

นอกจากนี้ ยังเกิดเหตุ กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ใช้จรวดโจมตีพื้นที่ที่ฝ่ายรัฐบาลครอบครองในเมืองเดียร์ อัล-ซอร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ราย ขณะที่เครื่องบินรบของอิสราเอลบินโจมตีเป้าหมายในซีเรีย หลังกองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงจรวดโจมตีที่ราบสูงโกลัน

ทั้งนี้ เหตุนองเลือดระลอกใหม่ในซีเรียดังกล่าว เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจาก นายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงการณ์ร่วมกับ นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ประกาศแผนลดความรุนแรงในซีเรีย โดยจะเริ่มจากการยุติความเป็นศัตรูระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายกบฏในวันจันทร์นี้ ตามด้วยการร่วมมือโจมตีทางอากาศของทั้ง 2 ประเทศ เพื่อกำจัดกลุ่มไอซิสและอัล-นุสรา

 

สลด! หม้อไอน้ำโรงงานบังกลาเทศระเบิด ดับ 25 เจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.ย. 2559 01:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/718533

 

เกิดเหตุหม้อไอน้ำระเบิดที่โรงงานแห่งหนึ่งใกล้เมืองหลวงบังกลาเทศ ทำให้เกิดไฟไหม้อาคาร จนมีผู้เสียชีวิตแล้ว 25 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หม้อไอน้ำที่โรงงานบรรจุภัณฑ์สูง 4 ชั้นแห่งหนึ่ง ในเขตกาซิปุระ ใกล้กรุงธากา เมืองหลวงของประเทศบังกลาเทศ เกิดระเบิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้เกิดไฟลุกไหม้อาคาร ในขณะที่คนงานหลายร้อยคนอยู่ภายใน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 25 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 70 คน ในจำนวนนี้ หลายคนมีอาการสาหัส

นายปารเวซ เมีย แพทย์ของโรงพยาบาลทองกี ในกรุงธากา เปิดเผยต่อสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ผู้บาดเจ็บเกือบทั้งหมดมีบาดแผลไฟลวก โดยคนที่อาการสาหัสถูกส่งตัวไปตามโรงพยาบาลต่างๆ ในกรุงธากาแล้ว ขณะที่ตำรวจบังกลาเทศเปิดเผยว่า อาจมีคนงานอีกจำนวนหนึ่งติดอยู่ภายในอาคาร โดยจนถึงตอนนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้

ทั้งนี้ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้หม้อไอน้ำระเบิด แต่ นายทาห์มิดุล อิสลาม ตำรวจบังกลาเทศ เผยว่าสาเหตุที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะโรงงานแห่งนี้เก็บสารเคมีหลายชนิดเอาไว้ที่ชั้น 1 ของอาคาร

อนึ่ง โรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับบรรจุอาหาร เช่น มันฝรั่งทอด และผลิตภัณฑ์ประจำบ้านเล็กๆ อย่าง ยากันยุง

 

มะกัน-รัสเซีย บรรลุข้อตกลงลดความรุนแรงในซีเรีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.ย. 2559 00:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/718508

 

จอห์น แคร์รี และ เซอร์เก ลาฟรอฟ

สหรัฐฯ และรัสเซียบรรลุข้อตกลงลดความรุนแรงในซีเรีย โดยเริ่มจากการยุติความเป็นศัตรูระหว่างฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายกบฏในวันจันทร์นี้ ตามด้วยการร่วมมือโจมตีทางอากาศของทั้ง 2 ประเทศ เพื่อกำจัดกลุ่มไอซิส และ อัล-นุสรา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาและรัสเซีย บรรลุข้อตกลงแผนการที่จะทำให้เกิดการหยุดยิงในประเทศซีเรีย ซึ่งตกอยู่ในสถานการณ์ความรุนแรงของสงครามกลางเมืองมานานกว่า 5 ปี และทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 400,000 คน และมีผู้พลัดถิ่นมากกว่า 10 ล้านคน แล้ว

นายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงการณ์ร่วมกับ นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันศุกร์ ว่า แผนการนี้เรียกร้องให้รัฐบาลซีเรีย และฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาล เคารพกำหนดการหยุดยิงทั่วประเทศ ในแผนหยุดความเป็นศัตรู ซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นหลังพระอาทิตย์ตกดินในวันจันทร์ที่ 12 ก.ย.

นายแคร์รี บอกอีกว่า ข้อตกลงนี้ยังขอให้กองทัพอากาศของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด แห่งซีเรีย งดเว้นการออกปฏิบัติการต่อสู้ในพื้นที่ที่ฝ่ายกบฏปรากฏอยู่ ซึ่งนี่ถือเป็นรากฐานของข้อตกลงฉบับนี้ เพราะกองทัพอากาศซีเรียเป็นตัวการหลักที่ทำให้จำนวนพลเรือนที่เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้น “เรื่องนี้จะช่วยยุติการโจมตีด้วยระเบิดถัง, ยุติการทิ้งระเบิดโจมตีที่อยู่ของพลเรือนอย่างไม่เลือกหน้า”


นอกจากนี้ นายแคร์รีระบุด้วยว่า หลังจากการยุติความเป็นศัตรูดำเนินไปครบ 7 วัน สหรัฐฯ และ รัสเซีย จะจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วม เพื่อปฏิบัติการทางทหารร่วมกันเพื่อโจมตีกลุ่ม จาบัต ฟาเตห์ อัล-ชาม หรือชื่อเดิมคือกลุ่ม อัล-นุสรา ฟรอนต์ ซึ่งเป็นเป็นแนวร่วมขององค์กรก่อการร้ายอัลเคดา พวกเขายังเตือนฝ่ายกบฏที่ได้รับการยอมรับอย่างถูกกฎหมายด้วยว่า หากต้องการรักษาสถานะนี้ต่อไป พวกเขาควรเว้นระยะห่างจากกลุ่ม อัล-นุสรา และรัฐอิสลาม (ไอซิส) ในทุกทาง

ด้าน นายลาฟรอฟ เผยว่า “เราตกลงกันเรื่องพื้นที่ใดที่การโจมตีร่วมจะเกิดขึ้น และในพื้นที่เหล่านั้น จะมีเพียงกองทัพอากาศของสหรัฐฯ และรัสเซียเท่านั้นที่ออกปฏิบัติการ ส่วนกองทัพซีเรียจะออกปฏิบัติการในพื้นที่อื่นๆ นอกเขตที่สหรัฐฯ และรัสเซียได้ตกลงกัน”

ทั้งนี้ ยังมีข้อกังขาว่า ข้อตกลงสันติภาพซึ่งมีสหรัฐฯ และรัสเซียเป็นตัวกลางฉบับล่าสุดนี้ จะสามารถนำไปปฏิบัติจริงได้หรือไม่ เนื่องจากข้อตกลงยุติความเป็นศัตรูในซีเรียที่ทั้ง 2 ประเทศเป็นตัวกลางเจรจา พังทลายลงในเดือน ก.พ. หลังจากบังคับใช้ได้ไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น

นางบาสมา คอดมานี โฆษกหญิงของคณะกรรมการเจรจาสูงสุดของฝ่ายกบฏซีเรีย กล่าวหลังมีการประกาศข้อตกลงว่า “เราหวังว่านี่จะเป็นการเริ่มต้นของการสิ้นสุดความทรมานของพลเรือน เรายอมรับข้อตกลงหากมันสามารถบังคับใช้ได้”

 

ศรีลังกาเฮ! ปลอดมาลาเรียแล้ว หลังระบาดมานานนับ 100 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.ย. 2559 01:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/716750

 

องค์การอนามัยโลกประกาศให้ประเทศศรีลังกาปลอดจากโรคมาลาเรียแล้ว เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากพวกเขาต่อสู้กับการระบาดของโรคร้ายชนิดนี้มานานกว่า 100 ปี…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประเทศศรีลังกาได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้เป็นประเทศปลอดโรคมาลาเรีย หรือไข้จับสั่น ซึ่งส่งผลประทบต่อประเทศนี้มานานกว่าร้อยปีแล้ว เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (5 ก.ย.) นับเป็นประเทศที่ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อจากประเทศมัลดีฟส์ ที่ได้รับสถานะดังกล่าวเมื่อปี 2015

การเป็นประเทศปลอดโรคมาลาเรียของศรีลังกา ถือเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก เนื่องจากศรีลังกามีแหล่งเพาะเชื้อโรคนี้เป็นจำนวนมาก ทั้งยังเป็นประเทศที่ประชาชนมีรายได้น้อยถึงปานกลาง และผู้คนมักย้ายไปมาจากประเทศอินเดียอยู่เป็นประจำ นอกจากนี้ ศรีลังกายังเผชิญกับปัญหาความรุนแรงภายในประเทศซึ่งเพิ่งยุติลงเมื่อไม่นานมานี้ มานานกว่า 20 ปี

ศรีลังกาเผชิญการระบาดของโรคมาลาเรียมาตั้งแต่ก่อนปีค.ศ. 1911 โดยดร. โจ ไลน์ส ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมโรคมาลาเรียจากโรงเรียนแพทย์ในกรุงลอนดอนระบุว่า ศรีลังกา เคยเกือบพิชิตโรคร้ายถึงตายชนิดนี้ได้อยู่แล้วในปี 1963 ซึ่งในปีนั้นพบผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศเพียง 17 ราย ทั้งที่เมื่อปี 1946 หรือ 17 ปี ก่อน มีผู้ป่วยถึง 2.8 ล้านคน แต่ก็พลาดโอกาสไป ทำให้การระบาดยังคงเกิดขึ้นติดต่อกันไปอีกหลายสิบปี จนกระทั่งในช่วงทศวรรษที่ 1990 ศรีลังกาได้ออกแผนการรับมือโรคมาลาเรียใหม่ ด้วยการฆ่าทั้งเชื้อในคน และฆ่ายุงก้นปล่องที่เป็นพาหะด้วย

โรคมาลาเรียเกิดจากไวรัส P. falciparum โดยยุงก้นปล่องเมื่อดูดเลือดจากคน มันจะนำเชื้อตัวนี้ที่ปะปนอยู่ในกระแสเลือดติดไปด้วย และนำเชื้อไปแพร่ให้กับคนต่อไปที่มันกัด ซึ่งเป้าหมายของแผนการของศรีลังกาคือการรักษาคนที่มีเชื้อให้เร็วที่สุด ไม่ให้ยุงดูดไปแพร่เชื้อต่อ โดยได้ความช่วยเหลือจากคลินิกมาลาเรียเคลื่อนที่ เพื่อรักษาผู้ติดเชื้อโดยไม่ต้องรอให้พวกเขาไปพบแพทย์เมื่อเริ่มมีอาการป่วย ร่วมกับการเฝ้าสังเกตการณ์ตามปกติ และการให้ความรู้แก่ประชาชน

ดร. เปโดร อลอนโซ ผู้อำนวยการโครงการมาลาเรียขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า นี่เป็นความพยายามอย่างยิ่งยวดเพื่อหาตัวผู้ติดเชื้อของกระทรวงสาธารณสุขศรีลังกา แต่สิ่งที่สำคัญคือ รัฐบาลศรีลังกาให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาและให้งบประมาณในการแก้ปัญหา รวมทั้งการควบคุมประชากรยุงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ จำนวนผู้ป่วยโรคมาลาเรียในศรีลังกาลดเหลือไม่ถึง 1,000 คนในปี 2006 และผู้ป่วยจากการติดเชื้อในประเทศ (ไม่รวมผู้ป่วยที่มาจากต่างประเทศ) ก็ลดลงเหลือศูนย์รายตั้งแต่ปี 2012 และในปัจจุบันก็ไม่มีรายงานการพบผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศรายใหม่ในศรีลังกามานานกว่า 3 ปีแล้ว ตรงตามเงื่อนไขการประกาศให้ประเทศใดๆ เป็นประเทศปลอดโรคมาลาเรีย และความท้าทายในขณะนี้คือ ประเทศเกาะแห่งนี้จะสามารถควบคุมโรคและรักษาสถานะนี้ไว้ได้หรือไม่

 

ยิวอ้าง ‘อับบาส’ ปธน.ปาเลสไตน์เคยเป็นสายลับ KGB

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.ย. 2559 23:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/716698

 

นักวิจัยในอิสราเอลแฉ มาห์มูด อับบาส ประธานาธิบดีแห่งปาเลสไตน์ เคยเป็นสายลับเคจีบีของโซเวียต และอาจได้รับอิทธิพลจากรัสเซีย ส่วนฝ่ายปาเลสไตน์ปฏิเสธ ชี้ อิสราเอลกำลังพยายามทำลายการเจรจาสันติภาพ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 ก.ย. กลุ่มนักวิจัยของมหาวิทยาลัยฮีบรู ในกรุงเยรูซาเลม ของประเทศอิสราเอลออกมากล่าวหานาย มาห์มูด อับบาส ประธานาธิบดีแห่งปาเลสไตน์ ว่าเขาเคยเป็นสายลับในหน่วย เคจีบี (KGB) ซึ่งเป็นสำนักงานข่าวกรองของสหภาพโซเวียตในช่วงต้นทศวรรษที่ 1980

นาย กีเดียน เรเมซ และ อิซาเบลลา จีนอร์ อ้างข้อมูลมาจากเอกสารชื่อ ‘วิวัฒนาการของเคจีบี ปี 1983’ ซึ่งเก็บรักษาอยู่ในศูนย์เก็บเอกสาร ‘เชอร์ชิล’ ของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในสหราชอาณาจักร โดยเอกสารฉบับนี้ได้รับการประทับตรายืนยันจากเจ้าหน้าที่แล้วว่าเป็นของแท้ และถูกลักลอบขนเข้าไปในสหราชอาณาจักรด้วยฝีมือของนาย วาซิลี มิโตรคิน เจ้าหน้าที่โซเวียตผู้แปรพักตร์

เอกสารดังกล่าว ระบุว่า นายอับบาสเคยเป็นสายลับเคจีบีสมัยที่เขาอาศัยอยู่ในกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของประเทศซีเรีย ใช้ชื่อรหัสว่า ‘โครตอฟ’ หรือ ‘ตัวตุ่น’ และมีข้อมูลคร่าวๆ ระบุด้วยว่า ‘โครตอฟ’ มาห์มูด อับบาส เกิดในปี 1935 สัญชาติปาเลสไตน์ สมาชิกคณะกรรมการบริหารของฟาตาห์ องค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO), ดามัสกัส, เจ้าหน้าที่เคจีบี


สำเนาข้อความที่ระบุว่า นายอับบาสเป็นสายลับเคจีบี

ขณะที่นายโอเรน นาฮารี นักวิจัยอีกคนของมหาวิทยาลัยฮีบรูบอกกับสถานีโทรทัศนืช่อง 1 ว่า เอกสารดังกล่าวแสดงให้เห็นบทบาทของรัสเซียในภูมิภาคนี้ที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น และเป็นไปได้ว่าอาจมีอิทธิพลต่อนายอับบาสด้วย

อย่างไรก็ตาม โฆษกประธานาธิบดีอับบาสก็ออกมาตอบโต้ทันทีว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวถูกสร้างขึ้นโดยอิสราเอล เพื่อล้มความพยายามในการเริ่มต้นการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ ซึ่งมีรัสเซียเป็นตัวกลาง ขณะที่นาย โมฮัมเหม็ด อัล-มาดานี สมาชิกพรรคฟาตาห์ ระบุว่านี่เป็นอีกหนึ่งความพยายามของอิสราเอลที่ต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของนายอับบาส

 

ฝนตกหนักอินเดีย ทำน้ำท่วมวัดไทยในรัฐพิหาร เร่งช่วยเหลือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.ย. 2559 17:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/716398

 

(ภาพจากคณะพระธรรมทูตไทย)

หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย เนปาล นำคณะไปช่วยวัดอโศกมหาราช หลังฝนกระหน่ำรัฐพิหารอินเดีย กลางดึก ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันไปทั่ววัด ต้องขนของหนีน้ำจ้าละหวั่น

วันที่ 8 ก.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานมาว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ได้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน เป็นเหตุให้ ชาวอินเดียที่อาศัยอยู่ในที่ลุ่ม ต้องพากันขนของหนีน้ำกันจ้าละหวั่น

ขณะที่วัดไทยในรัฐพิหาร คือวัดอโศกมหาราช ซึ่งมีทั้งพระสงฆ์ไทยจำพรรษาอยู่ รวมไปถึงมี แม่ชี อุบาสก อุบาสิกา และผู้แสวงบุญชาวไทยจำนวนหนึ่งพักค้างแรมอยู่ที่วัด ได้ถูกน้ำไหลบ่าเข้าท่วมทั่วบริเวณวัดด้วยเช่นกัน


ล่าสุด พระเทพโพธิวิเทศ (วีรยุทฺโธ) หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย เนปาล เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา ที่ได้รับรายงาน รีบนำคณะสงฆ์จากวัดไทยพุทธคยา ได้เดินทางไปตรวจสอบ เยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ และช่วยแก้ไขปัญหาให้ในทันทีแล้ว.

 

โอบามาชี้ โสมเหนือยิงนุกยิ่งโดดเดี่ยว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 ก.ย. 2559 06:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/714555

 

ประธานาธิบดี บารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ เตือนเกาหลีเหนือกับการทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยกลางแบบ “โนดอง” 3 ลูกไปตกในเขตเศรษฐกิจจำเพาะในทะเลญี่ปุ่น ในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำจี 20 ที่จีน เมื่อ 5 ก.ย.นั้น จะยิ่งทำให้เกาหลีเหนือถูกตัดขาดจากโลกมากขึ้น ขณะที่นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือประกาศว่า ประสบความสำเร็จ “สมบูรณ์แบบ” และเรียกร้องให้กองทัพเกาหลีเหนือสร้างเสริมอาวุธนิวเคลียร์มากขึ้นในปีแห่งประวัติศาสตร์นี้

วันเดียวกัน คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ประชุมฉุกเฉินที่นครนิวยอร์กตามคำร้องของสหรัฐฯและญี่ปุ่น เพื่อหารือมาตรการตอบโต้เกาหลีเหนือ ขณะที่นายจอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงประณามการทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ และเรียกร้องให้เกาหลีเหนือยุติการกระทำหรือคำพูดที่จะเพิ่มความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี

นอกจากนี้ สำนักงานด้านประสานงานกิจการมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติรายงานสถานการณ์น้ำท่วมที่หนักสุดเป็นประวัติการณ์ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกาหลีเหนือ หลังฝนตกลงมาอย่างหนักช่วง 4 วันก่อนหน้านี้ จนทำให้น้ำในแม่น้ำทูเมน ซึ่งมีพรมแดนติดกับจีนและรัสเซียเอ่อล้นตลิ่ง รวมถึงแม่น้ำมูซานกับแม่น้ำเฮอร์ยงซึ่งอยู่ใกล้กัน มีผู้เสียชีวิต 60 ราย ชาวบ้านกว่า 44,000 คนต้องไร้ที่อยู่อาศัย อาคารบ้านเรือนเกือบ 9,000 หลังพังเสียหาย.

 

สื่อจีนจวก! โครงการ ‘รถบัสยกระดับ’ คือมหกรรมต้มตุ๋นบันลือโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ก.ย. 2559 04:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/714605

 

สื่อหลายสำนักในประเทศจีน ออกมาโจมตีโครงการสร้างรถบัสอุโมงค์ ซึ่งผู้พัฒนาเชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหารถติดในประเทศ ว่า เป็นโครงการต้มตุ๋นขนานใหญ่เพื่อหลอกเงินจากนักลงทุน ท่ามกลางข้อครหาอีกมากมาย…

เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีรายงานข่าวฮือฮาบนสื่อทั่วโลกเรื่อง การทดสอบใช้งานรถยกระดับในขั้นต้นแล้วที่ประเทศจีน ‘รถบัสขนส่งยกระดับ’ หรือ ‘Transit Elevated Bus’ (ทีอีบี) ที่มีความยาว 22 เมตร สูง 4.8 เมตร ซึ่งเป็นรถบัสที่มีลักษณะเหมือนอุโมงค์วิ่งคร่อมรถยนต์คันอื่น โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัด แต่จากการเปิดเผยของสำนักข่าวแห่งรัฐของจีน โครงการดังกล่าวเป็นเพียงโครงการเพื่อดึงดูดนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนระดับสูงจากนวัตกรรมใหม่ๆ ทางอินเทอร์เน็ต

บริษัท ไป๋ จื่อหมิง (Bai Zhiming) เจ้าของโครงการ ระบุว่า ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนถึง 12% และสามารถระดมทุนได้ถึง 23 ล้านยูโร (920 ล้านบาท) อย่างไรก็ตามขณะนี้มีข่าวว่า นักลงทุนจำนวน 200 คน กำลังเรียกร้องขอเงินลงทุนคืน


รถบัสขนส่งยกระดับ มีความยาว 22 เมตร สูง 4.8 เมตร

ทั้งนี้ ข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการนี้มีหลายประการ รวมถึงเรื่องการทดสอบ รถบัสขนส่งยกระดับ ที่เกิดขึ้นที่เมืองชินฮวงเต่า มณฑลเหอเป่ย เมื่อต้นเดือน ส.ค. เพราะการทดสอบวิ่งบนรางเป็นระยะทางเพียง 300 ม. ไม่อาจเลียนแบบสภาพการจราจรที่แท้จริงบนท้องถนน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ของเมืองชินฮวงเต่า ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีการทดสอบนี้เกิดขึ้น ก่อนที่ในเวลาต่อมาทางบริษัท ไป๋ จื่อหมิง จะออกมาแก้ไขว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การทดสอบวิ่ง แต่เป็นการทดสอบภายในของตัวรถ

นอกจากนี้ สื่อจีนยังตั้งคำถามว่า รถบัสยกระดับคันนี้จะสามารถนำมาใช้งานบนท้องถนนได้จริงๆ หรือ? ด้วยเหตุผลใหญ่ 3 ประการ คือ 1. ความสูงของบัส ทีอีบี โดยรถที่วิ่งลอดใต้มัน จะต้องมีความสูงไม่เกิน 2.1 ม. ทำให้รถที่มีความสูงกว่านี้ไม่สามารถวิ่งลอดมันได้ ข้อ 2. คือ บัสทีอีบีจะมีปฏิสัมพันธ์กับรถคันอื่นบนถนนอย่างไร? มันจะเลี้ยวได้หรือไม่? ขึ้นสะพานได้หรือเปล่า? มันจะวิ่งลอดหรือข้ามสัญญาณไฟจราจรอย่างไร? ยิ่งกว่านั้น คนขับรถบัสในจีนก็มีชื่อเสียงในทางที่ไม่ดีอยู่แล้ว แม้ว่าจะขับรถขนาดธรรมดาก็ตาม ข้อสุดท้ายคือ บัสทีอีบี ไม่ใช่รถบัส แต่เป็นรถราง ที่จำเป็นต้องวิ่งบนราง


บรรทุกผู้โดยสารได้ 300 คน

ขณะที่สำนักข่าว โกลบอล ไทม์ส และ ซีนา ของจีนอ้างว่า โครงการ ทีอีบี เป็นโครงการลงทุนต้มตุ๋นแบบ พี2พี (คนสู่คน) ที่มีเป้าหมายเพื่อหลอกลวงนักลงทุน รวมทั้งยังกล่าวหา นาย ซ่ง อิ๋วโจว ผู้ออกแบบรถบัสยกระดับด้วยว่า มีวุฒิการศึกษาเพียงชั้นประถม แต่นายซ่งออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้ และระบุว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด

ส่วนหน่วยงานรัฐบาลหลายแห่งออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับโครงการ ทีอีบี รวมทั้ง คณะกรรมการปฏิรูปและการพัฒนาชุมชนของเมืองชินฮวงเต่า และมหาวิทยาลัย เซียงไฮ เจียวตง ที่ในอดีตผู้พัฒนาบัส ทีอีบี เคยอ้างว่าร่วมงานในโครงการ ทีอีบี กับพวกเขาอย่างใกล้ชิด

อนึ่ง มหกรรมลวงโลกแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อปีที่แล้ว หน่วยงานควบคุมด้านธนาคารระบุว่า ตรวจพบปัญหาการหลอกลวงเงินเพื่อการลงทุนถึงกว่า 1,000 ราย ในประเทศจีน ในลักษณะของ การระดมทุนจากมวลชน (crowdfunding)

 

ใช้คลอรีนโจมตีอเลปโปอีก! คนป่วยหายใจไม่ออกเกือบ 100 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ก.ย. 2559 03:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/714545

 

หน่วยกู้ภัยในซีเรียกล่าวหากองทัพรัฐบาลว่า ใช้ก๊าซคลอรีนโจมตีฝ่ายกบฏในเมืองอเลปโปอีกครั้งแล้วเมื่อวันอังคาร ทำให้มีผู้ล้มป่วยเป็นจำนวนมาก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หน่วยกู้ภัยและกลุ่มสังเกตการณ์ในประเทศซีเรีย เปิดเผยในวันอังคารที่ 6 ก.ย. ว่า รัฐบาลซีเรียใช้ก๊าซคลอรีน ซึ่งเป็นแก๊สพิษ โจมตีพื้นที่ที่ฝ่ายกบฏยึดครองในเมืองอเลปโป ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศซีเรีย ทำให้มีผู้ล้มป่วยด้วยอาการหายใจไม่ออกและอื่นๆ เกือบ 100 คน

องค์กร ‘ป้องกันภัยพลเรือนซีเรีย’ (เอสซีดี) หน่วยกู้ภัยที่ปฏิบัติการในพื้นที่ของฝ่ายกบฏ โพสต์ข้อความผ่านเว็บไซต์เฟซบุ๊ก อ้างว่า เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพรัฐบาลทิ้งระเบิดถังบรรจุก๊าซคลอรีนใส่เขตสุคารี ทางตะวันออกของเมืองอเลปโป โดยมีผู้ป่วยหายใจไม่ออกถึง 80 คน แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต ขณะเดียวกัน กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรีย ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในสหราชอาณาจักร รายงานโดยอ้างแห่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่การแพทย์ ว่า มีผู้ล้มป่วยจากการโจมตีด้วยคลอรีนครั้งนี้ราว 70 คน


มีผู้ล้มป่วยหายใจไม่ออกเป็นจำนวนมาก

ก่อนหน้านี้ เอสซีดี เคยกล่าวหารัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ว่าใช้ก๊าซคลอรีนโจมตีฝ่ายกบฏมาแล้ว 2 ครั้งในเดือนส.ค. ที่ผ่านมา แต่ฝ่ายรัฐบาลปฏิเสธ ด้านคณะกรรมาธิการสหประชาชาติเพื่อการไต่สวนในซีเรีย ระบุว่า พวกเขากำลังสอบสวนเหตุการณ์เมื่อเดือนส.ค. ว่ามีการใช้อาวุธต้องห้ามนี้ในเมืองอเลปโปจริงหรือไม่

อนึ่ง เมืองอเลปโปเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความรุนแรงในสงครามกลางเมืองซีเรียมากที่สุดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลังจากข้อตกลงหยุดยิงบางส่วนที่สหรัฐฯ และรัสเซียเป็นตัวกลางเจรจา ถูกฉีกเมื่อเดือนก.พ.

 

แกนนำ ‘ปฏิวัติร่ม’ ปัดหนุนแยกเอกราชฮ่องกง หลังได้รับเลือกเข้าสภา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ก.ย. 2559 01:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/714485

 

นาธาน เหลา หนึ่งในแกนนำการปฏิวัติร่มในฮ่องกงเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งเพ่ิงชนะเลือกตั้งได้เข้าสู่สภานิติบัญญัติเมื่อวันจันทร์ ยืนยันในวันอังคารว่า เขาไม่ได้สนับสนุนการแยกเอกราช หลังจีนออกมาขู่จะลงโทษผู้ที่มีความคิดดังกล่าว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาย นาธาน เหลา วัย 23 ปี หนึ่งในแกนนำนักศึกษาเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งร่วมเดินขบวนและปิดถนนหลายแห่งของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ในเหตุการณ์ที่ถูกเรียกว่า ‘ปฏิวัติร่ม’ เมื่อปี 2014 ออกมายืนยันในวันอังคารที่ 6 ก.ย. ว่า เขาจะไม่ใช้ตำแหน่งในสภานิติบัญญัติฮ่องกง ซึ่งเขาเพิ่งได้รับการเลือกตั้งเมื่อวานนี้ ในการผลักดันเรื่องแบ่งแยกฮ่องกงเป็นอิสระจากประเทศจีนแผ่นดินใหญ่

นายเหลาบอกกับสำนักข่าวบีบีซีว่า “ผมไม่สนับสนุนการแยกเอกราช ผมสนับสนุนให้ชาวฮ่องกงควรมีสิทธิ์ใช้สิทธิ์ในการตัดสินใจเอง (rights of self-determination) ของพวกเขาได้อย่างเต็มที่” นายเหลากล่าวอีกว่าเขาจะพยายามผลักดันให้มีการลงประชามติ เพื่อตัดสินให้ฮ่องกงมีอำนาจในการปกครองตนเองอย่างเต็มที่ภายใน 10 หรือ 20 ปี “การต่อสู้อันยากลำบากเพิ่มเริ่มต้นขึ้น และเราต้องเตรียมตัวและต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์จีน”

คำพูดของนายเหลาเกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลจีนออกมาเตือนในวันเดียวกันว่า ใครก็ตามที่สนับสนุนการแยกตัวเป็นอิสระจะต้องถูกลงโทษ หลังมีนักเคลื่อนไหวหนุ่มสาวผู้เรียกร้องประชาธิปไตยได้รับเลือกเข้าสู่สภานิติบัญญัติหลายคน จีนยังเน้นย้ำด้วยว่า พวกเขาต่อต้านความพยายามเพื่อการแยกตัวใดๆ ทั้งในและนอกสภา อย่างสิ้นเชิง

ทั้งนี้ มีผู้สมัครฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตย 30 คนได้รับเลือกในการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติ 70 ที่นั่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพิ่มจากเดิมที่มี 27 คน หมายความว่าพวกเขายังคงมีอำนาจในการวีโต หรือคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะที่อย่างน้อย 6 คนในจำนวนนี้รวมทั้งนายเหลา เป็นผู้สนับสนุนให้ชาวฮ่องกงมีสิทธิ์ในการตัดสินใจเอง หรือมีอิสระในการปกครองตนเองมากขึ้น

อนึ่ง ในการประท้วงใหญ่เมื่อปี 2014 คนหนุ่มสาว, นักศึกษาและนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย ออกมาปิดถนน ทำให้หลายพื้นที่ของฮ่องกงเป็นอัมพาตนานหลายสัปดาห์ เพื่อต่อต้านการที่จีนแผ่นดินไหวเข้ามามีอิทธิพลในการเลือกตั้งผู้ว่าฮ่องกงในปี 2017 โดยจะจัดเจ้าหน้าที่คัดเลือกผู้ลงสมัคร อย่างไรก็ตาม การประท้วงครั้งนี้ประสบความล้มเหลว โดยไม่สามารถกดดันให้จีนเปลี่ยนท่าทีเกี่ยวกันการเลือกตั้งได้