ปิดแล้ว! สวนสัตว์เลวร้ายที่สุดในโลกที่กาซา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ส.ค. 2559 03:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/701169

 

สวนสัตว์ ข่าน ยูนิส ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นสวนสัตว์ที่เลวร้ายที่สุดในโลก ปิดตัวแล้ว หลังจากเจ้าหน้าที่การกุศลทำการขนย้ายสัตว์ออกไปทุกตัวแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สวนสัตว์ ‘ข่าน ยูนิส’ ในพื้นที่ทางใต้ของฉนวนกาซา ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นสวนสัตว์ที่เลวร้ายที่สุดในโลก เนื่องจากปล่อยให้สัตว์หิวโซจนอดตายและมีสภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้าย ปิดตัวลงแล้วเมื่อวันพุธที่ 24 ส.ค. หลังจากเจ้าหน้าที่เสร็จขนย้ายสัตว์ 15 ตัวสุดท้ายในสวนสัตว์แห่งนี้ ข้ามพรมแดนเข้าสู่ประเทศอิสราเอล


เจ้าหน้าที่ขนย้ายลิงออกจากสวนสัตว์ ข่าน ยูนิส

เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศหลายสำนักได้เผยแพร่ภาพน่าสลดใจของสัตว์ในสวนสัตว์ ข่าน ยูนิส โดยภาพแสดงให้เห็นสัตว์มากมายถูกทิ้งให้อดอยาก ขณะที่ซากสัตว์ที่ตายถูกปล่อยทิ้งเอาไว้จนกลายสภาพเป็นเหมือนมัมมี่ อันเป็นผลประทบจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในฉนวนกาซา ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปดูแลพวกสัตว์ได้

อย่างไรก็ตามเมื่อวันพุธ สัตว์ 15 ตัวสุดท้ายดังกล่าวได้แก่ เสือชื่อ ลาซิซ, ลิง 5 ตัว, นกอีมู 1 ตัว, นกกระทุง 1 ตัว, กวาง 1 ตัว, เม่น 2 ตัว, เหยี่ยวขายาว 2 ตัว และเต่าอีก 2 ตัว ถูกขนย้ายด้วยความช่วยเหลือจาก ‘โฟร์ พอส์’ (Four Paws) องค์กรการกุศลเพื่อสวัสดิภาพสัตว์ หลังจากเจ้าของสวนสัตว์ ข่าน ยูนิส เรียกร้องขอความช่วยเหลือ


เจ้าหน้าที่อุ้มนกกระทุงตัวหนึ่งออกจากสวนสัตว์ ข่าน ยูนิส

นายอาเมียร์ คาลิล ผู้นำภารกิจในกาซาของ โฟร์ พอส์ เผยว่า อาการสัตว์ สัตว์ที่ได้รับความช่วยเหลือออกมายังห่างใกล้จากสภาพในอุดมคติ และการเปลี่ยนที่อยู่ให้แก่พวกมันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อนึ่ง สัตว์เกือบทั้งหมดจะถูกส่งไปยังประเทศจอร์แดน แต่เจ้าเสือลาซิซ จะถูกส่งไปยังแอฟริกาใต้ ซึ่งมีเสือพันธ์ุเดียวกับมันมากมาย

ทั้งนี้ ภายในฉนวนกาซามีการตระหนักถึงเรื่องสวัสดิภาพของสัตว์ในสวนสัตว์เพียงน้อยนิดเท่านั้น และในอดีตก็เคยมีข่าวเชิงลบเกี่ยวกับสวนสัตว์ในกาซามากมาย และหลายแห่งก่อตั้งขึ้นโดยเจ้าของที่ไม่มีประสบการณ์ในการดูแลสัตว์ที่ถูกจองจำ

 

เกาหลีเหนือทดสอบยิงมิสไซล์จากเรือดำน้ำ ลอยไกล 300 ไมล์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ส.ค. 2559 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/699913

 

เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำรอบใหม่เมื่อเช้าวันพุธ ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคที่เพิ่มสูงขึ้น หลังเกิดกรณีเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือแปรพักตร์ และเกาหลีใต้ร่วมซ้อมรบกับสหรัฐฯ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกาหลีเหนือดำเนินการทดสอบยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำนอกชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศ เมื่อวันพุธ เพียง 2 วัน หลังจากเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกาเริ่มการร่วมซ้อมรบทางทหารประจำปี ที่เกาหลีเหนือมองว่าเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อรุกรานพวกเขา

ตามการเปิดเผยของคณะเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้ การทดสอบยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 05:30 น. วันพุธ ตามเวลาท้องถิ่น โดยภาพถ่ายจากดาวเทียมแสดงให้เห็นตำแหน่งที่ตั้งของเรือดำน้ำเกาหลีเหนือด้วย ขณะที่สำนักข่าวยอนฮัปของเกาหลีใต้ระบุว่า จรวจของเกาหลีเหนือเดินทางไปไกลประมาณ 300 ไมล์

ทั้งนี้ เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธหลากหลายรูปแบบในปีนี้ หลังจากพวกเขาทดลองอาวุธนิวเคลียร์เป็นครั้งที่ 4 เมื่อเดือนม.ค. และยิงจรวดพิสัยไกลส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศในเดือนก.พ. จนถูกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติคว่ำบาตรเพื่อเติม

ความตึงเครียดในภูมิภาคคาบสมุทรเกาหลียังเพิ่มสูงขึ้นอีกในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากเกิดกรณีอุปทูตเกาหลีเหนือในกรุงลอนดอนของสหราชอาณาจักรแปรพักตร์และเดินทางเข้าเกาหลีใต้

 

พระสงฆ์ สายอินเดีย-เนปาล เดินหน้าทำบุญพิเศษ ‘ซ่อมแซมถนนเพื่อถึงธรรม’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ส.ค. 2559 02:24

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/699633

 

พระสงฆ์ พระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล ที่ไปปักหลักศึกษาพระธรรมเชิงลึกอยู่ที่วัดไทยพุทธคยา เร่งเดินหน้าทำบุญพิเศษประจำวันด้วยการ “ซ่อมแซมถนนเพื่อถึงธรรม” จนได้รับการยกย่องและยอมรับจากชาวอินเดีย

วันที่ 23 ส.ค. นายสุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 เผยว่า ตามที่สถาบันโพธิคยาฯ โดยพระเทพโพธิวิเทศ หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย เนปาล เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ได้จัดส่งพระธรรมทูตไทยและประเทศเพื่อนบ้านในแถบสุวรรณภูมิ ไปศึกษาพระธรรมเชิงลึก บนแผ่นดินพุทธภูมิ ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ประเทศอินเดียเนปาล เพื่อเตรียมเป็นพระธรรมทูตเผยแผ่พุทธศาสนา พระธรรมคำสอนอันถูกต้องของพระพุทธองค์ให้กับชาวพุทธและผู้แสวงบุญ


นายสุภชัย เผยต่อไปว่า ในครั้งนี้พระสงฆ์ในหลักสูตรเตรียมพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล ซึ่งขณะนี้ไปจำพรรษาอยู่ที่ไทยพุทธคยา อินเดีย ได้ให้ความสนใจมานะพยายามในการศึกษาหาความรู้ที่เป็นแก่นแท้ของพระพุทธศาสนากันอย่างเต็มที่ โดยนอกจากการศึกษาพระธรรมในห้องเรียนแล้ว ยังได้ร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างชาวอินเดียที่นับถือศาสนาต่างๆ และชาวอินเดียในละแวกวัดไทย รวมไปถึงการช่วยกันเสริมสร้างถาวรวัตถุของวัดไทยในประเทศอินเดียให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์สวยงามด้วย


ล่าสุด พระสงฆ์ในหลักสูตรเตรียมพระธรรมทูต ได้ใช้เวลาหลังจากฉันภัตตาหารเช้าแล้ว ร่วมแรงร่วมใจกันถวายหยาดเหงื่อแรงกายเป็นดอกไม้บูชาพระพุทธเจ้า ด้วยการช่วยกันซ่อมแซมถนนทางเข้าวัด ที่ชำรุดทรุดโทรมลงไปจนกลายเป็นหลุมบ่อใหญ่ ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนที่สัญจรไปมาเกิดความลำบาก ประกอบกับช่วงนี้เป็นฤดูฝน ทำให้หลุมบ่อที่เกิดจากเหตุถนนพังนี้ เกิดสภาพที่ไม่น่าดูน่าชม กลายเป็นอุปสรรคต่อการใช้ถนนหนทาง ซึ่งพระสงฆ์ไทยได้แสดงความสามัคคีด้วยการร่วมด้วยช่วยกันคนละไม้คนละมือ จนทำงานแล้วเสร็จในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในแต่ละจุด


การทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งหมดได้อยู่ในสายตาของชาวอินเดียท้องถิ่น ที่มามุงดูพระสงฆ์ไทยทำงานอย่างขยันขันแข็ง จนชาวอินเดียบางคนก็อดไม่ได้ที่จะต้องเข้ามาช่วยเหลือพระไทยในการสร้างงานเพื่อสาธารณประโยชน์เช่นนี้ จึงนับเป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ใช้ความสามัคคีของหมู่สงฆ์ แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งการทำงานเพื่อประโยชน์ของคนท้องที่ จนนำไปสู่ความสำเร็จ บนความงดงามแห่งศีล และ ความสวยงามแห่งเจตนาที่บริสุทธิ์ ที่พระสงฆ์ไทยเรามีต่อชาวประชาในแดนพุทธภูมิ


จากการเริ่มต้นและได้รับการตอบรับจากชาวอินเดียเป็นอย่างดีนี้ ทางหลักสูตรจึงได้จัดให้มี “กิจกรรมลงมือสร้างงานเพื่อสืบสานพุทธปณิธาน” อย่างต่อเนื่องต่อไป โดยภาคเช้า พระสงฆ์ในหลักสูตรเตรียมพระธรรมทูต จะแยกย้ายกันไปทำงานตามจุดต่าง ๆ ที่ตนมีความชำนาญ ภาคบ่ายพระสงฆ์ทุกรูปจะกลับมาเข้าห้องเรียน เพื่อฝึกฝนพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ ในหลักการเผยแผ่พระพุทธศาสนา


ญี่ปุ่นอ่วม พายุเข้าถี่! ไต้ฝุ่นมินดอลเล มาแล้ว ยกเลิกหลายร้อยเที่ยวบิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ส.ค. 2559 15:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/698069

 

(ภาพจากยูทูบ: WestPacWx)

ชาวญี่ปุ่นอ่วมอรทัย ไต้ฝุ่นมินดอลเลเคลื่อนตัวขึ้นฝั่ง พัดผ่านโตเกียว ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักทั่วประเทศ ต้องยกเลิกเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยว เตือนระวังน้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม ขณะ เจอพายุไต้ฝุ่น 2 ลูกในช่วงไม่ถึง 24 ชม.

เมื่อวันที่ 22 ส.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ไต้ฝุ่น มินดอลเล เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งและผ่านกรุงโตเกียว เมืองหลวง ด้วยความเร็วลมสูงถึงราว 180 กม./ชม. เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 22 ส.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) ส่งผลให้เกิดลมกระโชกแรง ฝนตกอย่างหนัก ขณะที่สำนักอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นได้ออกคำเตือนให้ประชาชนในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน คลื่นสูงในทะเล อีกทั้งสำนักนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น ยังเตือนให้ประชาชนระวังดินสไลด์ขณะเกิดฝนตกหนัก

ข่าวแจ้งว่า จากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นมินดอลเล เป็นเหตุให้เที่ยวบินกว่า 380 เที่ยวต้องถูกยกเลิก เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 22 ส.ค. ทำให้มีผู้โดยสารจำนวนมากติดค้างอยู่ในสนามบิน อีกทั้งมีประชาชนอย่างน้อย 10,000 คนในจังหวัดคานากาวะ ต้องถูกอพยพออกจากบ้านเรือนขณะพายุกำลังจะมาถึง


ผู้โดยสารจำนวนมากตกค้างที่สนามบินฮาเนดะ ในกรุงโตเกียว ขณะเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวถูกยกเลิกจากอิทธิพลของไต้ฝุ่น

ด้านสำนักอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นพยากรณ์ว่า ไต้ฝุ่นมินดอลเลจะเคลื่อนผ่านเขตพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่นมากที่สุด รวมทั้งกรุงโตเกียว เมืองโยโกฮามา และเซนได ส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก จนอาจมีปริมาณน้ำฝนสูงถึง 400 มม.ในช่วง 24 ชั่วโมง


ทั้งนี้ พายุไต้ฝุ่นมินดอลเล  นับเป็นไต้ฝุ่นลูกที่ 2 ที่ถล่มญี่ปุ่น ในช่วงไม่ถึง 24 ชั่วโมง หลังจากไต้ฝุ่นคอมปาซู เพิ่งพัดผ่านเกาะฮอกไกโด ทางภาคเหนือของญี่ปุ่นเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ต้องอพยพชาวบ้านหลายพันคน เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำโทโคโระ สูงขึ้นจนล้นฝั่ง โดยขณะนี้ ไต้ฝุ่นคอมปาซู ได้อ่อนกำลังลง กลายเป็นความกดอากาศต่ำแล้ว

 

อิรักดุ! แขวนคอ 36 ไอซิส เอี่ยวสังหารหมู่ทหาร 1,700 นาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ส.ค. 2559 04:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/697538

 

อิรักแขวนคอประหารชีวิตนักรบไอซิส 36 คน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารหมู่นักเรียนทหารกว่า 1,700 นาย ที่ค่ายทหาร แคมป์ สปีเชอร์ ในเมืองติกริตเมื่อ 2 ปีก่อน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประเทศอิรักดำเนินการแขวนคอประหารชีวิตชาย 36 คน ผู้ต้องสงสัยเป็นนักรบกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) และถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีการสังหารหมู่ที่ค่ายทหาร ‘แคมป์ สปีเชอร์’ ที่สหรัฐฯ เคยใช้ ใกล้เมืองติกริต ตอนกลางของอิรัก เมื่อปี 2014 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,700 นาย ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนทหารชาวมุสลิมชีอะห์

โฆษกสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดดีการ์ เผยว่า การประหารนักโทษทั้ง 36 คนในคดีแคมป์ สปีเชอร์ เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ (21 ส.ค.) ที่เรือนจำเมืองนาซิริยาห์ เมืองเอกของจังหวัดดีการ์ โดยมีนาย ไฮเดอร์ อัล-ซามิลี เป็นพยานในการประหารด้วย

ผู้ที่ถูกประหารชีวิตทั้งหมดเป็นชาวอิรัก และถูกพิพากษาลงโทษประหารชีวิตเมื่อเดือนก.พ. ท่ามกลางข้อครหาว่าจำเลยบางคนไม่ได้พบกับทนายความ หรือถูกบังคับให้สารภาพด้วยวิธีทรมาน ขณะที่บางคนอ้างว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้เมืองติกริตในช่วงเวลาเกิดเหตุ

ทั้งนี้ เหตุสังหารหมู่ที่แคมป์ สปีเชอร์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. โดยกลุ่มไอซิสซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธมุสลิมสุหนี่ ปิดล้อมและเข้ายึดค่ายทหาร แคมป์ สปีเชอร์ และจับตัวนักเรียนทหารเอาไว้หลายพันคน โดยก่อนจะลงมือสังหารหมู่ นักรบไอซิสได้คัดแยกชาวมุสลิมชีอะห์และผู้ที่ไม่ใช่มุสลิม ออกจากชาวมุสลิมสุหนี่ด้วย

ในเวลาต่อมา กลุ่มไอซิสได้เผยแพร่รูปภาพและคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการสังหารหมู่ครั้งนี้ออกมา ก่อนที่จะมีการพบหลุมศพขนาดใหญ่ในปี 2015 หลังจากกองทัพรัฐบาลอิรักสามารถยึดคืนพื้นที่เกิดเหตุได้สำเร็จ เหตุสลดครั้งนี้ยังเป็นตัวกระตุ้นให้กลุ่มติดอาวุธมุสลิมชีอะห์ในอิรัก เคลื่อนไหวร่วมกับรองทัพรัฐบาล ต่อสู้กับกลุ่มไอซิสด้วย

 

ละครเป็นเหตุ! บังกลาเทศนับร้อยตีกันยับตร.ต้องเข้าสลาย เจ็บสาหัส 15 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ส.ค. 2559 06:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/695763

 

(ภาพ: BBC / Sojlu)

เกิดเหตุคนหลายร้อยคนทะเลาะวิวาทกันข้ามคืน ในเขตทางตะวันออกของบังกลาเทศ โดยสาเหตุมาจากการมีความเห็นขัดแย้งกันเรื่องละครทีวี จนตำรวจต้องถูกส่งเข้ามาควบคุมสถานการณ์ มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุทะเลาะวิวาทอย่างรุนแรงในเขต ฮาบิกานจ์ ทางตะวันออกของบังกลาเทศ เกี่ยวกับละครโทรทัศน์ชื่อ ‘คิรันมาลา’ (Kiranmala) ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก โดยลุกลามบานปลายปลายเป็นการปะทะกันของคนหลายร้อยชีวิต จนตำรวจต้องถูกส่งเข้ามาสลายกลุ่มคนด้วยแก๊สน้ำตา และปืนกระสุนยาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากจากเหตุการณ์ครั้งนี้

ตามการเปิดเผยของนาย ยาซินุล ฮาเก ผู้บังคับการตำรวจท้องถิ่น ชาวบ้านของหมู่บ้าน โธล ไปรวมตัวกันที่คาเฟ่แห่งหนึ่งเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา เพื่อชมละครโทรทัศน์เรื่อง คิลันมาลา ละครแฟนตาซี-ดราม่า ซึ่งสร้างโดยประเทศอินเดีย มีเนื้อหาเกี่ยวกับ เจ้าหญิงนักรบชื่อเดียวกับชื่อเรื่อง ผู้ช่วยเหลือมนุษยชาติจากปิศาจร้าย


ภาพโปรโมตละคร คิรันมาลา ในบังกลาเทศ

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่กำลังชมอยู่นั้น ชาย 2 คนเกิดมีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับบทของละคร ขณะที่คนอื่นๆ ที่ชมอยู่ด้วยต่างเลือกเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และไม่นานคนหลายร้อยคนก็ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ต่างฝ่ายต่างใช้อาวุธเช่นไม้หรือมีดเข้าโจมตีอีกฝ่าย โดยการปะทะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงเช้าวันพฤหัสบดี ก่อนที่ตำรวจจะถูกส่งเข้ามาควมคุมสถานการณ์ ซึ่งตำรวจต้องยิงกระสุนยาง 9 นัด และแก๊สน้ำตาอีก 5 กระป๋องการปะทะจึงสงบลง

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 100 คน ขณะที่นายฮาเกระบุว่า มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 15 คนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

ทั้งนี้ ละครเรื่อง คิลันมาลา แม้จะสร้างโดยประเทศอินเดีย แต่เป็นซีรีส์ที่ได้รับความนิยมที่สุดในบังกลาเทศในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และมีผู้ชมอย่างกว้างขวาง ละครเรื่องนี้ยังทำให้เกิดเหตุสลด โดยเมื่อปีก่อน หญิงวัยรุ่นชาวบังกลาเทศ 2 คน ฆ่าตัวตาย หลังจากผู้ปกครองของพวกเธอไม่ยอมซื้อเสื้อผ้าแบบเดียวกับที่ตัวเอกของเรื่องใส่ให้

 

อินเดียร้อนใจ! เครื่องบินลำเลียงกองทัพ หายปริศนา นานเกือบเดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ส.ค. 2559 11:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/694973

 

(ภาพประกอบ : เครื่องบินลำเลียง แอนโทนอฟ AN-32 ของกองทัพอากาศอินเดีย)

หายไปนานเกือบเดือน แต่ยังไร้วี่แวว…เครื่องบินลำเลียงของกองทัพอากาศอินเดีย พร้อมนักบินและผู้โดยสารรวม 29 คน หายไปอย่างปริศนาจากจอเรดาร์ เหนืออ่าวเบงกอล หลังทะยานขึ้นจากเมืองเจนไน ปลายทางเมืองพอร์ต แบลร์ ที่หมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์

เมื่อ 19 ส.ค.59 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงาน เจ้าหน้าที่กองทัพอากาศอินเดีย ยังคงไม่รู้ชะตากรรม เครื่องบินลำเลียงของกองทัพอากาศอินเดีย รุ่น แอนโทนอฟ AN-32 ลำหนึ่ง ที่หายปริศนา ไร้ร่องรอย มานานแล้วถึง 27 วัน ระหว่างที่เครื่องบินลำนี้ ซึ่งขึ้นบินตามปกติ ได้หายไปจากจอเรดาร์ ที่บริเวณเหนืออ่าวเบงกอล หลังทะยานออกจากเมืองเจนไน ทางภาคใต้ของอินเดีย เมื่อเวลา 08.30 น. ของวันที่ 22 ก.ค. เพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองพอร์ต แบลร์ ที่หมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์ ในทะเลอันดามัน ขณะที่ ตามปกติแล้วต้องใช้เวลาบินถึงปลายทางเป็นเวลา 3 ชั่วโมงครึ่ง

กระทรวงกลาโหมอินเดีย แจ้งว่า เครื่องบินลำเลียงของกองทัพอากาศอินเดียลำนี้ มีนักบินและผู้โดยสารเดินทางไปด้วย รวมถึง 29 คน ได้หายไปจากจอเรดาร์ หลังขึ้นบินไปได้ 42 นาที และอยู่ที่ระดับความสูง 23,000 ฟุต โดยนายโมนาฮาร์ พาริการ์ รมว.กลาโหมของอินเดีย ซึ่งได้แจ้งความคืบหน้าของเหตุการณ์นี้ต่อสมาชิกสภาสูง ตั้งแต่เดือนที่แล้วว่า เครื่องบินได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย โดยที่นักบินไม่มีการแจ้ง SOS ขอความช่วยเหลือมายังหอควบคุมการบินใดๆ เลย


เครื่องบินลำเลียง รุ่นแอนโทนอฟ AN-32 ของกองทัพอากาศอินเดีย

อย่างไรก็ตาม ไม่กี่นาทีก่อนเครื่องบินจะหายไป นักบินได้มีการเบี่ยงเส้นทางบินไปทางขวา เพื่อหลีกเลี่ยงกลุ่มเมฆฝน และตอนที่เครื่องบินหาย เหลืออีกแค่ 8-10 นาทีเท่านั้นก็จะถึงจุดส้ินสุดการติดตามเครื่องบินด้วยเรดาร์แล้ว

ทั้งนี้ เมืองพอร์ต แบลร์ เป็นเมืองเอกของเกาะอันดามันและนิโคบาร์ ซึ่งมีเกาะน้อยใหญ่กว่า 500 เกาะ และมีเพียงแค่ประมาณ 30 กว่าเกาะเท่านั้นที่มีคนอาศัยอยู่ โดยเมืองพอร์ต แบลร์ อยู่ห่างจากเมืองเจนไน ไปทางตะวันออก 1,370 กิโลเมตร.

 

สลด! ภาพเด็กคลุกฝุ่นเลือดอาบ ตอกย้ำความโหดร้ายสงครามซีเรีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ส.ค. 2559 07:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/694786

 

ขณะนี้กำลังเกิดกระแสความไม่พอใจในโลกออนไลน์ หลังมีผู้โพสต์ภาพเด็กชายวัยเพียง 5 ขวบ ซึ่งเพิ่งได้รับความช่วยเหลือออกจากซากตึก นั่งอย่างเงียบงันอยู่ในรถพยาบาลในสภาพมีฝุ่นเต็มตัวและเลือดเต็มศีรษะ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถานการณ์สงครามกลางเมืองในประเทศซีเรียยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง และล่าสุดก็มีภาพซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความรุนแรงในประเทศนี้ถูกเผยแพร่ออกมา โดยกลุ่มเคลื่อนไหวในประเทศซีเรียโพสต์ภาพของ เด็กชายในสภาพเลือดอาบได้รับการช่วยเหลือออกมาจากซากตึกที่ถูกทำลายโดยการโจมตีทางอากาศในเมืองอเลปโปเมื่อวันพุธ ก่อนที่ภาพจะถูกส่งต่อไปเป็นวงกว้าง

ภาพแสดงให้เห็น เด็กชายซึ่งได้รับการระบุชื่อว่า ออมราน อักนีช อายุเพียง 5 ขวบ นั่งอยู่บนรถพยาบาล ในสภาพเนื้อตัวมอมแมมและมีเลือดไหลออกมาจากศีรษะ โดยศูนย์สื่ออเลปโปซึ่งสนับสนุนฝ่ายกบฏในซีเรีย ระบุว่า ด.ช.ออมราน ถูกพบตัวที่เขตกาเตอร์จี เมื่อคืนวันพุธ หลังมีรายงานว่าเครื่องบินรบของรัสเซียโจมตีทางอากาศในพื้นที่นี้

ขณะเดียวกันมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือเด็กชายคนนี้ออกจากซากอาคาร โดยหน่วยแพทย์อุ้มเขาไปนั่งในรถพยาบาล ซึ่ง ด.ช.ออมรานนิ่งอยู่เงียบๆ เหมือนกับช็อกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากนั้นเขาก็นำมือไปลูบที่ศีรษะ ก่อนจะมองเลือดที่ติดมือมาแล้วจึงเช็ดมือที่เก้าอี้

หลังภาพของเด็กคนนี้ถูกเผยแพร่ออกมา ผู้ใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ก็ออกมาแสดงความไม่พอใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในซีเรีย เช่น นายอาดิบ ชีชาคลี สมาชิกสภาแห่งชาติซีเรีย ฝ่ายกบฏสายกลาง ระบุว่า “ภาพใบหน้าเปื้อนเลือดและตกใจของเด็กผู้รอดชีวิต เป็นสิ่งที่สรุปความโหดร้ายในอเลปโป”

ส่วนนายโอมาร์ มาดานิยาห์ ผู้ประกาศข่าวในประเทศตุรกี ระบุผ่านทวิตเตอร์ว่า “เด็กชายคนหนึ่งออกมาจากใต้ซากของเมืองอเลปโป หลังจากเครื่องบินรบของรัสเซียมีเป้าหมายไปที่เขา นี่เป็นการก่อการร้ายที่ทุกประเทศกำลังร่วมกันต่อต้าน”

ด้านนายจามาล คาชอกกี ผู้สื่อข่าวในซาอุดีอาระเบีย ทวีตข้อความว่า “นี่มันเหมือนกับว่าเขานั่งอยู่ในที่ประชุมสุดยอดอาหรับ หรือคณะมนตรีความมั่นคง (ยูเอ็น) และต่อว่าองค์กรเหล่านั้นซึ่งนิ่งเงียบด้วยความเงียบและสายตาของเขา” อนึ่ง เชื่อว่าพ่อแม่และพี่น้องอีก 3 คน ของ ด.ช.ออมราน รอดชีวิตจากการโจมตีครั้งนี้

ทั้งนี้ ภาพของด.ช.ออมราน ยังทำให้นึกถึงภาพน่าสลดของเด็กชายผู้อพยพชาวซีเรียวัย 3 ขวบชื่อว่า อลัน เคอร์ดี ซึ่งเสียชีวิตหลังเรืออพยพที่เขาโดยสารอับปางกลางทะเลและศพของเขาถูกคลื่นซัดไปเกยบนชายหาดของตุรกีเมื่อปีก่อน สร้างความสลดแก่ผู้พบเห็นอย่างมาก

 

บิน ‘กาตาร์แอร์ฯ’ เครื่องยนต์ไฟลุกต้องลงจอดฉุกเฉิน เชื่อนกชน (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ส.ค. 2559 00:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/694674

 

เครื่องบินโดยสารของ กาตาร์ แอร์เวย์ส ต้องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินหลักในนครอิสตันบูล ของตุรกี หลังจากเกิดประกายไฟที่เครื่องยนต์ ขณะที่ทางสายการบินระบุว่า สาเหตุเกิดจากการชนนก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินโดยสาร เที่ยวบิน คิวอาร์ 240 (QR240) ของสายการบิน ‘กาตาร์ แอร์เวย์ส’ ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือรวมมากกว่า 300 คน ต้องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินอตาเติร์ก ในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี หลังจากเพิ่งบินออกจากสนามบินแห่งนี้ได้ไม่นาน เพื่อเดินทางไปยังกรุงโดฮา ของกาตาร์

หลังเกิดเหตุ มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นว่า เกิดไฟลุกไหม้ที่เครื่องยนต์ข้างซ้ายของเครื่องบินแอร์บัส 330 ลำนนี้ ต่อมา สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส ก็ออกแถลงการณ์ระบุว่า ผู้โดยสารทั้ง 298 คน และลูกเรืออีก 14 คน ลงจากเครื่องด้วยวิธีปกติ อย่างไรก็ตาม สื่อท้องถิ่นของตุรกีรายงานว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งบนเครื่องได้รับการปฐมพยาบาลเนื่องจากเป็นลม

ทางสายการบินระบุสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟไหม้เครื่องยนต์ของเครื่องบินลำนี้ด้วยว่า เกิดจากการชนกับนก โดยไม่เผยรายละเอียดใดๆ เพิ่มเติม ขณะที่พวกเขาจะส่งเครื่องบินลำอื่นไปรับผู้โดยสารที่ติดค้างไปยังท่าอากาศยานนานาชาติฮาหมัด ในกรุงโดฮา

ชมคลิปที่นี่

 

โซเชียลจีน แทบแตก!หวัง เป่าเฉียง ดาราดังหย่าเมีย คบชู้ผู้จัดการส่วนตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ส.ค. 2559 17:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/694349

 

ชาวเน็ตจีนเมาท์กระหึ่มโซเชียล.. ช็อก หวัง เป่าเฉียง ดาราดัง ประกาศหย่าเมีย หม่า หรง พร้อมสั่งปลดผู้จัดการส่วนตัวแบบสายฟ้าแลบ หลังจับได้ว่าทั้งคู่แอบคบชู้กัน อีกทั้งเมียรักยังมีการยักย้ายถ่ายโอนสินสมรสออกไปด้วย

เมื่อ 18 ส.ค. 59 สำนักข่าวบีบีซี รายงานข่าวเกิดกระแสฮือฮา เมาท์สนั่นสังคมโซเชียลของจีนอย่างถล่มทลาย เมื่อนายหวัง เป่าเฉียง ดาราชื่อดังของจีน วัย 32 ซึ่งคนไทยไม่น้อยยังรู้จักเขาจากการเป็นดาวตลกในภาพยนตร์เรื่อง ‘Lost in Thailand’ ได้โพสต์ผ่านไมโครบล็อกยอดฮิตของชาวจีน ‘Weibo’ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา ประกาศข่าวช็อกแฟนๆ ชาวจีนว่า เขาจะหย่าขาด แยกทางกับภรรยา หม่า หรง แล้ว พร้อมทั้งยังปลดผู้จัดการส่วนตัวของเขา นายซง จี้ หลังมารู้ว่าทั้งคู่แอบ ‘คบชู้’ มีความสัมพันธ์กันอย่างลับๆ

หวัง เป่าเฉียง บอกด้วยความเจ็บปวดว่า ชีวิตสมรสของเขากับภรรยาต้องพังพินาศ หลังจากภรรยาของเขาแอบคบชู้กับผู้จัดการส่วนตัวของเขาเอง หนำซ้ำ เธอยังมีการยักย้ายถ่ายโอนสินสมรสออกไปด้วย ขณะที่ทางฟากของหม่า หรง ก็สวนกลับ หวัง เป่าเฉียง แทบจะทันทีว่า เขานั่นแหละที่เป็นคนทำลายชีวิตแต่งงานให้ต้องจบเห่ลงแบบนี้ จากการที่เขาทอดทิ้งไม่ดูแลครอบครัว


หวัง เป่าเฉียง ดาราดังชาวจีน

บีบีซี แจ้งว่า หลังจาก หวัง เป่าเฉียง โพสต์ข้อความประกาศหย่าขาดกับภรรยาคนสวยแล้ว ปรากฏว่าไม่กี่อึดใจต่อมา ชาวเน็ตได้เมาท์กระหึ่มโลกออนไลน์กันทันที จนกลายเป็นหัวข้อฮอตสุดๆ โดย #หวังเป่าเฉียงหย่า มีคนเข้าไปดูแล้วมากกว่า 5 ล้านครั้งเลยทีเดียว ทั้งนี้ หวัง เป่าเฉียง แต่งงานกับหม่า หรง เมื่อปี 2552 และมีลูกด้วยกัน 2 คน เป็นลูกสาว 1 คน และลูกชาย 1 คน



ยามรักยังหวาน.. เมื่อ 3 ปีที่แล้ว