เดือดอีก! ปากีฯ อ้าง อินเดียยิงปืนใหญ่ข้ามพรมแดน โดนทหารดับ 7 นาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 พ.ย. 2559 23:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/783272

 

ชาวปากีสถานประท้วงต่อต้านอินเดียที่เมืองมูลตาน เมื่อ 14 พ.ย.

ทางการปากีสถานกล่าวอ้างว่า อินเดียยิงปืนใหญ่ข้ามพรมแดนแคชเมียร์ พื้นที่พิพาทระหว่างทั้งสองประเทศ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทั้งที่พวกเขาไม่ได้มีการยั่วยุใดๆ จนมีทหารปากีสถานเสียชีวิต 7 นาย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพปากีสถานระบุในแถลงการณ์ซึ่งออกในวันจันทร์ที่ 14 พ.ย. ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่เขตพิมเบอร์ ซึ่งตั้งอยู่ตามแนวเส้นควบคุม (Line of Control) ซึ่งคั่นพื้นที่แคว้นแคชเมียร์ส่วนที่ปากีสถานและอินเดียปกครองออกจากกัน และพวกเขาได้ทำการโจมตีตอบโต้กลับไปยังฐานที่มั่นของอินเดีย แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดมากว่านี้

ขณะเดียวกัน รัฐบาลปากีสถานออกมาประณามการโจมตีล่าสุดของอินเดีย โดยนายกรัฐมนตรี นาวาซ ชาริฟ ระบุในแถลงการณ์ว่า “เรามีขีดความสามารถอย่างเต็มที่ในการปกป้องดินแดนของเราจากการรุกรานใดๆ กองทัพอินเดียพยายามเพิ่มความตึงเครียดบนแนวเส้นควบคุม เพียงเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของโลกจากสถานการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่เกิดขึ้นในแคชเมียร์ส่วนที่อินเดียควบคุม”

นอกจากนี้ กระทรวงต่างประเทศของปากีสถานยังเรียกตัวข้าหลวงใหญ่อินเดีย ซึ่งเป็นนักการทูตระดับสูงสุดของอินเดียในปากีสถาน เข้าพบเพื่อแสดงการประท้วงต่อการเสียชีวิตของทหารทั้ง 7 นายอย่างเป็นทางการ แต่ยังไม่มีความเคลื่อนไหวจากฝั่งรัฐบาลอินเดียต่อข้อกล่าวหาของปากีสถาน

ทั้งนี้ ความตึงเครียดบนดินแดนแคชเมียร์ระหว่างปากีสถานและอินเดียเพิ่มสูงขึ้นนับตั้งแต่ เกิดเหตุกลุ่มติดอาวุธบุกโจมตีค่ายทหารอินเดียในแคชเมียร์ เมื่อ 18 ก.ย. ทำให้ทหารอินเดียเสียชีวิต 19 นาย ซึ่งอินเดียกล่าวโทษปากีสถานว่าสนับสนุนการโจมตีครั้งนี้ หลังจากนั้นทหารทั้งสองฝ่ายก็ปะทะกันเป็นระยะเรื่อยมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมหลายสิบราย ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน

 

ทัพอิรักยึดเมืองโบราณ ‘นิมรุด’ อายุ 3,000 ปี คืนจากไอซิสได้แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 พ.ย. 2559 23:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/783222

 

ไอซิสระเบิดซากโบราณในเมืองนิมรุดเมื่อปี 2015

กองทัพรัฐบาลอิรักสามารถยึดคืนเมืองโบราณ นิมรุด คืนจากกลุ่มไอซิสได้แล้ว กว่าหนึ่งปีหลังจากไอซิสแพร่คลิปวิดีโอการทำลายล้างซากโบราณในเมืองแห่งนี้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 พ.ย. กองทัพรัฐบาลอิรัก สามารถปลดปล่อยเมืองนิมรุด และส่วนที่เป็นซากโบราณอายุกว่า 3,000 ปี จากการควบคุมของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ได้แล้ว ระหว่างปฏิบัติการยึดคืนเมืองโมซูล ฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มไอซิส ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 30 กม.

แถลงการณ์ของกองทัพรัฐบาลอิรักระบุว่า กองทัพจากกองพลยานเกราะหน่วยที่ 9 สามารถปลอปล่อยเมืองนิมรุดจากการควบคุมของไอซิสได้อย่างสมบูรณ์แล้ว และสามารถเชิญธงชาติอิรักขึ้นสู่อาคารหลายแห่งในเมือง หลังจากสร้างความสียหายอย่างหนักทั้งต่อชีวิตและยุทโธปกรณ์ของกลุ่มไอซิส


นักรบไอซิสทุบทำลายโบราณวัตถุในเมืองนิมรุด

ทั้งนี้เมืองนิมรุดเป็นเมืองโบราณยุคอัสซีเรีย ในภาคเหนือของอิรัก ที่ถูกฝังอยู่ใต้ผืนทรายและถูกลืมมานานหลายศตวรรษ จนกระทั้งนักโบราณคดีเริ่มการขุดสำรวจในช่วงทศวรรษที่ 1840 และหลายสิบปีต่อมาพวกเขาก็ค้นพบซากโบราณสถานที่ประเมินค่าไม่ได้เช่น ปราสาทที่ประดับด้วยภาพฝาผนัง หรือรูปแกะสลักขนาดใหญ่ แสดงให้เห็นวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ของอิรักในอดีต

แต่เมื่อปี 2015 กลุ่มไอซิสได้เข้ายึดครองเมืองแห่งนี้ พวกเขาระเบิดทำลายกำแพงเมืองโบรารจนย่อยยับ, ใช้สว่านไฟฟ้าและค้อนปอนด์ทุบทำลายรูปปั้นและใช้รถตักดินทำลายสิ่งปลูกสร้างจนพังพินาศ ก่อนจะเผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นภาพหลักฐานการทำลายล้างด้วยระเบิดย่างรุนแรง การกระทำนี้ถูกยูเนสโกประณามว่าเป็นอาชญากรรมสงคราม

 

ปาร์ก กึน เฮ จะไปต่อไหวไหม เจอม็อบคนนับล้านออกมาไล่ อัยการจ่อเรียกสอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 พ.ย. 2559 16:08

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/782926

 

จนท.แย้มผู้นำหญิงแดนโสมขาวกำลังคิดพิจารณาหาทางให้ประเทศกลับคืนสู่ความสงบ หลังโดนประชาชนนับล้านชุมนุมประท้วงใหญ่กดดันเรียกร้องให้ลาออกจากเรื่องอื้อฉาว หนำซ้ำยังเจออัยการจ่อเรียกตัวมาสอบสวน จนสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำคนแรกที่โดนอัยการสอบขณะกำลังดำรงตำแหน่ง

เมื่อ 14 พ.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์ของประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮ แห่งเกาหลีใต้ ที่กำลังเผชิญหน้ากับการประท้วงขับไล่ครั้งใหญ่จากประชาชนให้ลาออกจากตำแหน่ง จากกรณีเกิดเรื่องอื้อฉาวครั้งใหญ่ นางชอย ซุน ซิล เพื่อนสนิทของประธานาธิบดีปาร์กเข้ามาแทรกแซงกิจการรัฐทั้งที่ไม่มีตำแหน่งใดๆในรัฐบาล จนโดนจับกุมและตั้งข้อหารวมทั้งฉ้อโกงไปแล้วนั้น จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ในทำเนียบประธานาธิบดีกรุงโซล เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 พ.ย.ระบุว่า ประธานาธิบดีปาร์ก กำลังพิจารณาอย่างจริงจังถึงการหาทางเพื่อทำให้ประเทศชาติเป็นปกติสุข รวมทั้งการรับฟังเสียงของประชาชนที่ออกมาชุมนุมประท้วงขับไล่

ข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีชาวเกาหลีใต้นับล้านคนออกมาชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ในกรุงโซลเมื่อวันเสาร์ที่ 12 พ.ย. และเป็นสุดสัปดาห์ที่สองนับตั้งแต่มีข่าวอื้อฉาวเกิดชึ้นกดดันเรียกร้องขับไล่ประธานาธิบดีปาร์กให้ลาออกจากตำแหน่งไปได้แล้ว ถึงแม้ ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีปาร์ก ซึ่งยังเหลือเวลาดำรงตำแหน่งอีก 15 เดือน ได้ออกมากล่าวขอโทษต่อประชาชนเมื่อต้นเดือนพ.ย. ที่ผ่านมาแล้วก็ตาม


ม็อบเผชิญหน้ากับตำรวจ ขณะพยายามจะเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงโซล เมื่อ 12พ.ย.

ชาวเกาหลีใต้เป็นล้านคนออกมาประท้วงครั้งใหญ่ในกรุงโซล เมื่อ 12พ.ย. เรียกร้องประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮให้ลาออก

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีปาร์ก ยังต้องเตรียมเผชิญหน้ากับการไปให้ปากคำกับอัยการที่รับผิดชอบในคดีนางชอย ซุน ซิล แทรกแซงกิจการรัฐและฉ้อโกง เนื่องจากอัยการกำลังจ่อเรียกตัวประธานาธิบดีปาร์ก มาสอบสวนในคดีนี้ด้วย จนนับเป็นประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้ที่ถูกอัยการเรียกตัวมาสอบสวนขณะกำลังดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ  โดยสำนักข่าวยอนฮัพ สื่อท้องถิ่นในแดนโสมขาว รายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ทางการ คาดว่าอัยการจะเรียกประธานาธิบดีปาร์ก มาสอบสวนไม่เกินวันพุธที่ 16 พ.ย.นี้ ขณะที่ นาย ลี แจ ยอง รองประธานของบริษัทซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์  ซึ่งโดนอัยการบุกตรวจค้นสำนักงานใหญ่ของซัมซุงเพื่อหาหลักฐานบริจาคเงินหลายล้านดอลลาร์ให้แก่มูลนิธิของนางชอย ก็ได้ถูกเรียกตัวมาสอบปากไปแล้ว.


ประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮออกมาขอโทษประชาชน เมื่อ 4พ.ย. หลังเกิดเรื่องอื้อฉาว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ซัมซุงงานเข้าอีก! อัยการบุกค้นสนง.ใหญ่ อาจให้เงินเพื่อนฉาวปธน. 100ล้าน

เพื่อนสนิทปธน.โสมขาว โดนควบคุมตัวแล้ว อัยการกลัวทำลายหลักฐาน หนีออกนอก

 

เศร้า! นักบินหญิงบินขับไล่ ‘เจ-10’ คนแรกของจีน เสียชีวิตขณะฝึกบิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 พ.ย. 2559 23:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/782177

 

(ภาพจาก Xinhua/Shen Ling)

เกิดเหตุสลดในกองทัพอากาศจีนเมื่อ ร.อ.อ. อิ่ว ฉวี หนึ่งในนักบินหญิงกลุ่มแรกของกองทัพจีนที่สามารถขับเครื่องบินขับไล่ เจ-10 ประสบอุบัติเหตุขณะฝึกบินจนเสียชีวิตเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เรืออากาศเอกหญิง อิ่ว ฉวี (Yu Xu) วัย 30 ปี หนึ่งในนักบินหญิงกลุ่มแรกของจีนที่ได้รับอนุญาตให้ขับเครื่องบินขับไล่ ‘เฉิงตู เจ-10’ ของกองทัพ และเป็นสมาชิกฝูงบินผาดแผลง ‘ออกัส เฟิร์สต์’ ของกองทัพอากาศแห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตระหว่างการฝึกซ้อมตามกำหนดการเมื่อวันเสาร์ที่ 12 พ.ย. ที่มณฑลเหอเป่ย

ตามรายงานของสื่อในประเทศจีน เครื่องบินที่ร.อ.อ. อิ่ว ควบคุมตกกระแทกพื้นหลังเกิดอุบัติเหตุที่ไม่ได้รับการเปิดเผยว่าคืออะไร โดยเธอไม่สามารถดีดตัวออกจากเครื่องได้ทัน ขณะที่นักบินชายอีกคนที่ขับคู่กับเธอดีดตัวออกมาได้สำเร็จ แต่ได้รับบาดเจ็บ

ทั้งนี้ นายเฉิน จินเคอ โฆษกกองทัพอากาศจีนระบุว่า เจ้าหน้าที่ทุกนายของกองทัพอากาศรู้เสียใจอย่างที่สุดต่อการเสียชีวิตอย่างโชคร้ายของร.อ.อ.อิ่ว อย่างไรก็ตาม ทางกองทัพจะดำเนินการฝึกฝนด้วยมาตรฐานสูงสุดต่อไป เพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ

อนึ่ง ร.อ.อ.อิ่ว เจ้าของฉายา ‘นกยูงทอง’ เป็น หนึ่งในผู้หญิง 16 คนที่เรียนจบและได้เป็นนักบินของกองทัพอากาศจีนเมื่อปี 2009 เธอยังเป็น 1 ในนักบินหญิงเพียง 4 คนของจีนที่สามารถขับเครื่องบินขับไล่ ‘เจ-10’ รุ่นที่ 3 ได้ โดและเธอเพิ่งร่วมแสดงบินผาดแผลงในงานแอร์โชว์ที่เมืองจูไห่ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฝูงบิน August1st ถึงโคราช พร้อมโชว์ฉลอง40ปีไทย-จีน 26-27พ.ย.ที่กองบิน1

ชาวไทยฮือฮามองตาไม่กะพริบ ฝูงบิน ‘ออกัส เฟิร์สท์’ โชว์ท่ายาก

คนดูแน่น! เอฟ-16 กริพเพน โชว์ประทับใจ ฝูง ‘ออกัส เฟิร์สท์’ เจ๋งสมคำร่ำลือ

 

รัสเซีย-กบฏซีเรีย ทำสงครามน้ำลาย โบ้ยอีกฝ่ายใช้อาวุธเคมี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 พ.ย. 2559 04:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/780896

 

กองทัพรัสเซียและฝ่ายกบฏซีเรีย ต่างออกมากล่าวหาอีกฝ่ายว่าใช้อาวุธเคมี หลังจากมีการพบหลักฐาน และทั้งสองฝ่ายยังเรียกร้องให้หน่วยงานระหว่างประเทศเข้ามาตรวจสอบด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 11 พ.ย. กองทัพรัสเซีย และ สภาแห่งชาติซีเรีย (เอสเอ็นซี) กลุ่มกบฏฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียกลุ่มหลัก ออกมาทำสงครามน้ำลายกัน หลังจากมีหลักฐานใหม่ที่บุ่งชี้ว่า ไม่ฝ่ายกบฏก็ฝ่ายกองทัพซีเรีย ใช้อาวุธเคมีในพื้นที่ทางเหนือของเมืองอเลปโป ซึ่งเป็นจุดที่กองทัพรัฐบาลพยายามจะยึดจากฝ่ายกบฏ

พลตรี อิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ระบุว่า ผู้เชี่ยวชาญของกระทรวงพบอาวุธที่ไม่ระเบิด รวมทั้งเศษกระสุนบรรจุสารคลอรีน และฟอสฟอรัสขาว ในพื้นที่ชานเมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองอเลปโป ซึ่งนี่ถือเป็นข้อพิสูจน์ว่า ฝ่ายกบฏใช้อาวุธเคมีกับพลเรือนและทหารของกองทัพรัฐบาลซีเรีย

อย่างไรก็ตาม กลุ่มเอสเอ็นซี ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าฝ่ายกบฏใช้อาวุธเคมีในเมืองอเลปโป และว่า กระสุนที่พบคล้ายกับกระสุนที่ใช้โดยกองทัพรัฐบาล และฝ่ายกบฏกำลังต่อสู้กับกลุ่มเหล่านั้น เอสเอ็นซี ยังเรียกร้องให้หน่วยงานต่างๆ ของสหประชาชาติ เข้ามาสอบสวนในเรื่องนี้ด้วย

ขณะที่ฝ่ายรัสเซีย ร้องขอให้องค์การห้ามอาวุธเคมี (โอพีซีดับเบิลยู) ส่งผู้เชี่ยวชาญไปยังที่เกิดเหตุ โดยพวกเขาจะส่งมอบหลักฐานต่างๆ ที่พวกเขาค้นพบในพื้นที่แก่เจ้าหน้าที่ของโอพีซีดับเบิลยู

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ และชาติพันธมิตรได้ผลักดันเพื่อออกมาตรการคว่ำบาตรต่อรัฐบาลซีเรีย ฐานใช้อาวุธเคมี แต่รัสเซียอกมาตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อสรุปของเจ้าหน้าที่สอบสวนระหว่างประเทศ ซึ่งเชื่อมโยงการใช้อาวุธเคมีเข้ากับรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด และชี้ให้เห็นหลักฐานว่าอาวุธดังกล่าวถูกใช้โดยฝ่ายกบฏ ทำให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีมติขยายเวลาการตรวจสอบออกไป

 

กองทัพอิรักดับชีพผบ.ระดับสูงไอซิส ในศึกตีโมซูล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 พ.ย. 2559 03:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/780886

 

กองทัพรัฐบาลอิรักโจมตีทางอากาศสังหารผู้บัญชาการระดับสูงของกลุ่มไอซิสได้ ระหว่างปฏิบัติการเพื่อยึดคืนเมืองโมซูล ทางตอนเหนือของประเทศ…

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวในหน่วยข่าวกรองของกองทัพอิรัก ว่า กองกำลังฝ่ายรัฐบาลอิรัก สามารถสังหารผู้บัญชาการระดับสูงของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส ได้ ในระหว่างปฏิบัติการบุกโจมตีเพื่อยึดคืนเมืองโมซูล ฐานที่มั่นแห่งสุดท้ายของกลุ่มไอซิสในอิรัก

แหล่งข่าวระบุว่า นายมาห์มูด ชูครี อัล นูไอมี สมาชิกระดับสูงของกลุ่มไอซิส หรืออีกชื่อคือ ชีคห์ ฟาริส ถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศของกองกำลังพันธมิตรนำโดยอิรักในพื้นที่ทางตะวันตกของเมืองโมซูล เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ขณะที่กลุ่มไอซิสก็ยืนยันการเสียชีวิตของนายนูไอมีเช่นกัน โดยระบุผ่านคลิปวิดีโอคลิปหนึ่งว่า เขาคือผู้พลีชีพเพื่อศาสนา

ขณะที่แหล่งข่าวในรัฐบาลอิรักบอกกับซีเอ็นเอ็นว่า นายนูไอมีเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองระดับสูง ในหน่วยข่าวกรองของนาย ซัดดัม ฮุสเซน อดีตผู้นำอิรัก

ทั้งนี้ ข่าวการเสียชีวิตของนายนูไอมี เกิดขึ้นในขณะที่กองกำลังฝ่ายรัฐบาลอิรักกำลังพยายามยึดคืนเมืองโมซูล โดยกองทัพอิรักสังหารนักรบไอซิสไปแล้วกว่า 1,200 ราย นับตั้งแต่ปฏิบัติการซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 17 ต.ค. ในช่วงเวลาเดียวกัน มีชาวบ้านกว่า 10,000 ครอบครัวต้องอพยพหลบหนีการปกครองของไอซิส

 

UN เผย ไอซิสสุดโหด ฆ่าพลเรือน 40 ศพฐานทรยศ แขวนเสาประจาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 พ.ย. 2559 00:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/780792

 

สหประชาชาติเปิดเผยรายงานใหม่ ระบุว่า กลุ่มไอซิสก่อเหตุสังหารประชาชนจำนวน 40 คนในข้อหาเป็นผู้ทรยศและไส้ศึก ก่อนนำศพไปแขวนประจานบนเสาไฟฟ้าในเขตต่างๆ ของเมืองโมซูล…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นโอเอซีเอชอาร์) เปิดเผยในวันศุกร์ที่ 11 พ.ย. ว่า กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ก่อเหตุยิงสังหารพลเรือน 40 คน ในเมืองโมซูล ทางตอนเหนือของประเทศอิรัก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่าพวกเขาเป็นผู้ทรยศ ก่อนจะนำศพของชาวบ้านกลุ่มนี้ไปแขวนประจานตามเสาไฟฟ้าในเขตต่างๆ

ยูเอ็นโอเอซีเอชอาร์ระบุว่า การฆาตกรรมดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งของศาลที่ไอซิสจัดตั้งขึ้นเอง โดยพลเรือนทั้ง 40 คนถูกกล่าวหาว่า คิดคดทรยศและเป็นไส้ศึก พวกเขาถูกจับให้ใส่เสื้อสีส้มมีข้อความระบุว่า “ผู้ทรยศและสายลับของไอเอสเอฟ (กองกำลังความมั่นคงอิรัก)”

ขณะเดียวกัน มีรายงานด้วยว่า ชายคนหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตในที่สาธารณะใจกลางเมืองโมซูล เนื่องจากไม่ทำตามกฎห้ามใช้โทรศัพท์มือถือของกลุ่มไอซิส และในวันพุธ มีพลเรือน 20 คนถูกยิงเสียชีวิตที่ฐานทัพกาบัต ทางตอนเหนือของเมืองโมซูล เชื่อว่าพวกเขาถูกไอซิสกล่าวหาว่าทำข้อมูลรั่วไหล

ยูเอ็นโอเอซีเอชอาร์ ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับเรื่องที่ ไอซิสเกณฑ์วัยรุ่นและเด็กชายมาเป็นนักรบ หลังมีคลิปวิดีโอเผยแพร่เมื่อวันศุกร์แสดงให้เห็นว่า นักรบรุ่นเยาว์ของไอซิสยิงสังหารคน 4 คน ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นสปาย ไอซิสยังได้ประกาศเมื่อ 6 พ.ย.ด้วยว่า พวกเขาประหารชีวิตนักรบ 7 นายด้วยการตัดคอ ฐานละทิ้งสมรภูมิในเขตคอกจาลี ทางตะวันออกของเมืองโมซูลด้วย

ด้านนาย เซอิด ราอัด อัล-ฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ เรียกร้องให้รัฐบาลอิรักรีบฟื้นฟูประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ที่พวกเขาสามารถยึดคืนมาจากกลุ่มไอซิสได้ เพื่อให้แน่ใจว่านักรบไอซิสรวมทั้งผู้สนับสนุนที่ถูกจับกุม จะถูกจัดการตามกฎหมาย

ทั้งนี้ กองทัพรัฐบาลอิรักและแนวร่วม กำลังอยู่ในปฏิบัติการบุกยึดคืนเมืองโมซูล ฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มไอซิสในอิรัก ซึ่งถูกยึดมาตั้งแต่ปี 2014 โดยตอนนี้ปฏิบัติการเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 แล้ว และกำลังรุกคืบเข้าไปในเมืองโดยเส้นทางฝั่งตะวันออก

 

จีนช็อประเบิด ‘วันคนโสด’ อาลีบาบา ยอดสั่งซื้อ 15 ชม. ทะลุ 4.69 แสนล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 พ.ย. 2559 19:24

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/780646

 

บ.อาลีบาบา ปลื้มปริ่ม ผู้คนแห่ช็อปกระจาย ใน ‘วันคนโสด’ ขณะที่บริษัทได้จัดอีเวนต์โปรโมชั่นสุดพิเศษ ลดกระหน่ำล่อใจ ยอดสั่งสินค้าพุ่งสูงทะลุ 4.69 แสนล้านบาท แค่ภายในช่วง 15 ชั่วโมงแรก

วันที่ 11 พ.ย.59 สำนักข่าวบีบีซีรายงาน บริษัท อาลีบาบา บริษัทยักษ์ใหญ่การค้าขายออนไลน์ในจีน จัดอีเวนต์ โปรโมชั่นพิเศษ ‘วันคนโสด’ ในวันที่ 11 เดือน 11 (พ.ย.) ทำสถิติยอดขายสินค้าในช่วง 15 ชม. พุ่งทะยานถึง 9.12 ล้านหยวน หรือ 1.34 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4.69 แสนล้านบาท ทุบสถิติของปีก่อน ที่ยอดขายในวันคนโสด ซึ่งหนุ่มสาวชาวจีนแห่ซื้อสินค้ากันอย่างถล่มทลาย เพราะมีการจัดโปรโมชั่นพิเศษ ลดราคากระหน่ำล่อใจนั้น อยู่ที่ 1.43 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5 แสนล้านบาท)

บริษัท อาลีบาบา เปิดเผยว่า ทางบริษัทได้มีการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ รวมทั้ง ‘augmented reality’ หรือการใช้เทคโนโลยีที่ผสมผสานโลกเสมือนเพิ่มเข้าไปในโลกจริง เพื่อให้เกิดการกลมกลืนจนแยกไม่ออก และ ‘virtual reality’ เทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน มาใช้เพื่อให้นักช็อปมีทางเลือกอื่นๆ ในการเลือกซื้อสินค้ากันมากขึ้น โดยในช่วงชั่วโมงแรกของการจัดอีเวนต์ ‘วันคนโสด’ ปรากฏว่าอาลีบาบาได้ทำยอดขายไปได้ถึง 5,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าปีที่แล้ว และนักช็อปส่วนใหญ่ได้เลือกใช้วิธีสั่งซื้อสินค้าผ่านทางโทรศัพท์มือถือสูงถึง 85%


อย่างไรก็ตาม ขณะที่ทางบริษัทอาลีบาบา ภายใต้บังเหียนของแจ๊ค หม่า มหาเศรษฐีชื่อดัง ชาวจีน แจ้งตัวเลขยอดสั่งจองสินค้าที่พุ่งสูงถึง 1.21 หมื่นล้านดอลลาร์ ภายในเวลาแค่ 12 ชั่วโมงของวันคนโสดดังกล่าว ได้มีบางคนได้ตั้งคำถามถึงความถูกต้องของจำนวนยอดสั่งซื้อสินค้าว่า จะสูงจริงขนาดนี้หรือไม่ เนื่องจากขณะนี้มีการอ้างยอดขายสินค้าปลีกบนโลกออนไลน์ทั่วประเทศจีนมีตัวเลขที่พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดสังเกต.

 

ฟอร์บส์จัด ตระกูล ลี-ซัมซุง รวยสุดในเอเชีย ‘เจียรวนนท์’-CP จี้ติดอันดับ2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 พ.ย. 2559 16:48

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/780536

 

(ธนินท์ เจียรวนนท์, ซีพี-ลี แจ ยอง, ซัมซุง-ทศ จิราธิวัฒน์-เซ็นทรัลกรุ๊ป)

ตระกูลลี แห่งอาณาจักร ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ในเกาหลีใต้ ยังผงาดครองแชมป์อันดับ 1 ของตระกูลร่ำรวยที่สุดในเอเชียปี 59 จากการจัดอันดับของ ฟอร์บส์ ขณะที่ตระกูล เจียรวนนท์ แห่งซีพี ตามติดมาเป็นอันดับ 2 และตระกูลจิราธิวัฒน์ แห่งเซ็นทรัล อันดับ 14 และเป็นอีกตระกูลของไทยที่ร่วมติดอยู่ใน 50 อันดับแรก

เมื่อ 11 พ.ย. 59 นิตยสารฟอร์บส์ รายงานผลการจัดอันดับ 50 ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในทวีปเอเชียประจำปี 2559 ออกมาว่า ตระกูล ลี แห่งอาณาจักรซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ยังครองแชมป์อันดับ 1 ของตระกูลร่ำรวยที่สุดในเอเชีย ด้วยทรัพย์สินมหาศาล 2.96 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1 ล้านล้านบาท) ขณะที่ ตระกูลเจียรวนนท์ แห่งกลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จี้ติด มาอยู่ที่อันดับ 2 ด้วยทรัพย์สิน 2.77 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 9.6 แสนล้านบาท) และอันดับ 3 ได้แก่ตระกูลอัมบานี แห่งกลุ่มบริษัท Reliance Industriesในอินเดีย มีทรัพย์สินมหาศาลถึง 2.58 หมื่นล้านดอลลาร์

ขณะที่ ตระกูลกว็อก ในฮ่องกง แห่งกลุ่มบริษัท Sun Hong Kai&Co ติดอันดับ 4 ร่ำรวย 2.52 หมื่นล้านดอลลาร์ อันดับ 5 ตระกูลลี ของกลุ่มบริษัทเฮนเดอร์สัน เดเวลอปเมนต์ มีทรัพย์สิน 2.47 หมื่นล้านดอลลาร์ อันดับ 6 ตระกูลฮาร์โตโน ในอินโดนีเซีย ร่ำรวย 1.86 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วน ตระกูลมหาเศรษฐีของไทยที่ติดใน 50 อันดับ จากการจัดอันดับของฟอร์บส์ในปี 2559 ด้วยได้แก่ ตระกูลจิราธิวัฒน์ แห่งเซ็นทรัล กรุ๊ป ติดอันดับ 14 ด้วยทรัพย์สิน 1.38 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.83 แสนล้านบาท)


นายลี แจ ยอง รองประธานกลุ่ม บ.ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ทายาทรุ่นที่ 3

ฟอร์บส์ ระบุว่า ในจำนวนตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย 50 อันดับแรก ปรากฏว่า เป็นตระกูลเศรษฐีในอินเดียมากสุดถึง 17 ตระกูล ในจำนวนนี้ 4 ตระกูลเพิ่งเข้ามาติดอันดับอยู่ใน 50 อันดับ เป็นปีแรก อีกทั้ง เมื่อรวมทรัพย์สินของ 50 ตระกูลเศรษฐีในเอเชียแล้ว มีทรัพย์สินรวมกันถึง 519 แสนล้านดอลลาร์เลยทีเดียว


เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์
 

ตาลีบันโจมตีสถานกงสุลเยอรมนีในอัฟกานิสถาน ดับ 2 เจ็บ 80

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 พ.ย. 2559 06:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/779917

 

รถยนต์บรรทุกวัตถุระเบิดวิ่งทะลุกำแพงล้อมสถานกงสุลเยอรมนีในภาคเหนือของอัฟกานิสถาน และจุดระเบิด ก่อนจะเกิดการยิงต่อสู้กัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บกว่า 80 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุมือระเบิดฆ่าตัวตายขับรถติดตั้งระเบิดทะลวงกำแพงเข้าไปในเขตสถานกงสุลเยอรมนี ในเมืองมาซารีชาริฟ เมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศอัฟกานิสถาน เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. วันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 80 คน

รายงานท้องถิ่นระบุว่า เกิดเหตุระเบิดรุนแรงภายในเขตอาคารสถานกงสุลเยอรมนี ตามด้วยการยิงต่อสู้กัน ซึ่ง เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำอัฟกานิสถานระบุว่า การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป ด้าน นายอับดุล ราซิก คาเดรี หัวหน้าเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของจังหวัดบัลข์ บอกกับสำนักข่าวเอพีว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าปิดล้อมพื้นที่เกิดเหตุแล้ว และกองทัพก็ถูกส่งเข้าไปในเขตสถานกงสุลแล้ว

ส่วนโฆษกขององค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต เผยว่า เกิดความเสียหายอย่างหนักต่อตัวอาคารสถานกงสุล กองกำลังนาโตอยู่ในที่เกิดเหตุแล้ว และกำลังเตรียมการเพื่ออพยพเจ้าหน้าที่ โฆษกรายนี้ระบุด้วยว่า มีรถยนต์บรรทุกวัตถุระเบิดอย่างน้อย 1 คัน วิ่งทะลุกำแพงรอบอาคาร และพวกเขากำลังตรวจสอบว่ามีรถคันที่ 2 หรือไม่

ขณะที่ กลุ่มก่อการร้ายตาลีบันออกมาอ้างตัวว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ เพื่อตอบโต้การโจมตีทางอากาศของกองกำลังพันธมิตรในเมืองคุนดุซ ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตกว่า 30 ราย เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา