สลด! อินเดียเซ่นเชือกว่าวเคลือบแก้วเชือดคอดับ 3 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ส.ค. 2559 03:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693497

 

เมื่อ 17 ส.ค. รัฐบาลท้องถิ่นกรุงนิวเดลีของอินเดีย สั่งห้ามการใช้เชือกป่านซึ่งถูกทำให้แข็งแรงแน่นหนาอีกชั้นด้วยการเคลือบแก้วกระจกด้วยกาวแป้งข้าวเปียกที่ใช้สำหรับชักเล่นว่าวแล้ว หลังมีผู้เสียชีวิตจากการถูกสายเชือกป่านดังกล่าวบาดเชือดคอแล้ว 3 คน รวมทั้งเด็ก 2 คน ระหว่างการเฉลิมฉลองวันชาติอินเดีย อีกทั้งมักมีรายงานผู้คนเสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากการถูกสายเชือกป่านซึ่งคนท้องถิ่นเรียกว่า “มันจา” ระหว่างการฉลองวันชาติอินเดียทุกปี ซึ่งผู้คนท้องถิ่นนิยมฉลองวันชาติด้วยการออกมาเล่นว่าวหรือโบกธงชาติตามท้องถนนหรือสถานที่ต่างๆ

ผู้เสียชีวิตระหว่างฉลองวันชาติอินเดียปีที่ 70 เมื่อ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นเด็ก 2 คน อายุ 3 และ 4 ขวบ ถูกสายเชือกป่านมันจาเชือดคอเสียชีวิตระหว่างยืนขึ้นมองผ่านหลังคารับแดดหรือซันรูฟของรถยนต์ในกรุงนิวเดลีเมื่อ 15 ส.ค. ส่วนอีกคนเป็นชายวัย 22 ปี ถูกเชือกป่านแก้วบาดคอตายขณะขี่มอเตอร์ไซค์บนสะพานข้ามถนนในฝั่งนิวเดลีตะวันตกในวันเดียวกัน นอกจากเป็นอันตรายต่อคนแล้ว สายเชือกป่านแก้วยังทำอันตรายกับฝูงนกด้วยเช่นกัน ส่วนบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามการขาย ผลิตและจัดเก็บเชือกป่านแก้วมันจา มีทั้งโทษปรับและจำคุกซึ่งอาจสูงถึง 5 ปี.

 

หักหน้าคิม! อุปทูตเกาหลีเหนือในลอนดอนแปรพักตร์ไปเกาหลีใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ส.ค. 2559 23:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693481

 

อุปทูตเกาหลีเหนือประจำกรุงลอนดอน พาครอบครัวหลบหนีเข้าประเทศเกาหลีใต้แล้ว ถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สุดที่แปรพักตร์จากรัฐบาลเปียงยาง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลเกาหลีใต้ออกมายืนยันในวันพุธที่ 17 ส.ค. ว่า นายแท ยอง-โฮ อุปทูตเกาหลีเหนือประจำสถานทูตในกรุงลอนดอน ของสหราชอาณาจักร ได้หลบหนีเข้ามาอยู่ในเกาหลีใต้แล้ว โดยเขาและครอบครัวกำลังอยู่ภายใต้การคุ้มครองของรัฐบาล

นายจอง จุน-ฮี โฆษกรัฐบาลเกาหลีใต้ ระบุว่า เหตุผลในการแปรพักตร์ของนายแทก็คือ ความรู้สึกรังเกียจรัฐบาลของคิม จอง-อึน และเคารพในความเสรี, ระบบประชาธิปไตยของเกาหลีใต้ รวมทั้งครอบครัวของเขา

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ นายแท ซึ่งเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สุดในแปรพักตร์จากเกาหลีเหนือ มีภารกิจหลักคือการเผยแพร่ภาพลักษณ์เชิงบวกของผู้นำเกาหลีเหนือ และถึงกับเคยระบุว่า ชาวสหราชอาณาจักรกำลังถูกล้างสมองโดยชนชั้นปกครอง ให้เชื่อเรื่องโกหกเกี่ยวกับเกาหลีเหนือภายใต้การนำของคิม จอง-อึน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมานายแทกำลังถูกกดดันจากรัฐบาลเปียงยาง ให้ยับยั้งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นสิทธิมนุษยชนของเกาหลีเหนือ ที่กำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และการแปรพักตร์ของเขาก็เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนที่เขาต้องเดินทางกลับเกาหลีเหนือพร้อมกับภรรยาและลูกๆ

 

จีนนำโลก! ส่งดาวเทียมควอนตัมสู่อวกาศ จ่อสร้างเครือข่ายสื่อสารกันแฮก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ส.ค. 2559 01:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/692497

 

ประเทศจีนได้ส่งดาวเทียมสื่อสารเชิงควอนตัมขึ้นสู่อวกาศได้สำเร็จเป็นชาติแรกของโลก เพื่อปูทางสำหรับการสร้างเครือข่ายการสื่อสารความปลอดภัยสูงระหว่างอวกาศกับพื้นโลก และปลอดการแฮกข้อมูล…

ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัวของจีน เมื่อวันอังคารที่ 26 ส.ค. ดาวเทียมสื่อสารควอนตัมดังกล่าวมีชื่อเต็มว่า Quantum Experiments at Space Scale (QUESS) และมีชื่อเล่นว่า ‘ม่อจื๊อ’ นักปรัชญาชื่อดังในอดีตของจีน ถูกยิงออกจากศูนย์ส่งดาวเทียม ‘จิ่วฉวน’ ในมณฑลกาซู ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เมื่อเวลา 01:40 น. วันอังคาร โดยมันมีพิสัยทำการกว่า 600 กิโลเมตร จะโคจรรอบโลกในทุกๆ 90 นาที หลังจากที่เข้าสู่วงโคจรสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ที่ระดับสูง 500 กิโลเมตร

ภารกิจซึ่งกำหนดระยะเวลา 2 ปีของดาวเทียมดวงนี้ คือการสร้างการสื่อสารเชิงควอนตัม โดยดาวเทียมจะสร้าง โฟตอนพัวพัน (entangled photon) ซึ่งเป็นอนุภาคย่อยเล็กๆ ของอะตอมของแสง หลายๆ คู่ และยิงโฟตอนหนึ่งในคู่นั้นๆ จากอวกาศลงไปยังฐานบนโลก “การสื่อสารควอนตัมช่วยยกระดับความปลอดภัยขั้นสูง เนื่องจากควอนตัมของโฟตอน ไม่สามารถแยกออกจากกันหรือทำสำเนาได้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะดักฟัง, ดักจับ หรือ เจาะรหัสข้อมูลที่ส่งผ่านมันได้” ซินหัวระบุ

ด้านนาย พาน เจี้ยนเว่ย นักวิทยาศาสตร์ผู้เป็นหัวหน้าโครงการดาวเทียมวิทยาศาสตร์ควอนตัม (QSS) กล่าวว่า ดาวเทียมม่อจื๊อถือเป็นจุดเปลี่ยนของบทบาทของจีน จากฐานะผู้ตามในการพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสารดั้งเดิม สู่ความเป็นหนึ่งในผู้นำสู่ความสำเร็จในอนาคต

 

รัสเซียส่งเครื่องบินรบโจมตีทางอากาศในซีเรียจากอิหร่านครั้งแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ส.ค. 2559 23:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/692401

 

เครื่องบินทิ้งระเบิดระยะไกล ตูโปเลฟ-22เอ็ม3 ของรัสเซีย

รัสเซียส่งเครื่องบินรบจากประเทศอิหร่าน เพื่อโจมตีทางอากาศในซีเรียเป็นครั้งแรกเมื่อวันอังคาร โดยโจมตีเป้าหมายหลายจุด สังหารนักรบญิฮาดติดอาวุธได้หลายคน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงกลาโหมรัสเซียเปิดเผยในวันอังคารที่ 16 ส.ค. ว่า พวกเขาเริ่มใช้ฐานทัพในพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศอิหร่านในการส่งเครื่องบินรบโจมตีทางอากาศในประเทศซีเรียแล้ว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่รัสเซียส่งเครื่องบินรบจากประเทศที่ 3 โจมตีเป้าหมายในซีเรีย นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการเมื่อปีก่อน

ตามแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย เครื่องบินทิ้งระเบิดระยะไกล ตูโปเลฟ-22เอ็ม3 และเครื่องบินโจมตี ซุกฮอย (ซู) 34 ถูกส่งออกจากฐานทัพในเมืองฮาเมดานเมื่อวันอังคาร โดยสามารถทำลายโกดังซึ่งเต็มไปด้วยอาวุธ, เครื่องกระสุน และเชื้อเพลิง 5 แห่ง รวมทั้งทำลายค่ายฝึกของนักรบญิฮาดหลายแห่ง ในจังหวัดอเลปโปและอิดลิบ สังหารนักรบติดอาวุธได้เป็นจำนวนมาก ขณะที่ทำลายศูนย์บัญชาการในจังหวัดเดียร์ อัล-ซอร์ ได้อีก 3 แห่ง


ภาพเครื่องบินทิ้งระเบิดระยะไกล ตูโปเลฟ-22เอ็ม3 ของรัสเซีย บินออกจากฐานทัพในอิหร่าน เผยแพร่โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซีย

ทั้งนี้ ข่าวการโจมตีครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากกระทรวงกลาโหมรัสเซียเผยว่า พวกเขาใกลจะบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ในการร่วมมือกันโจมตีกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลามรอบจังหวัดอเลปโป ซึ่งการต่อสู้ระหว่างกองทัพรัฐบาลซีเรียกับฝ่ายกบฏรุนแรงขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาระบุในเวลาต่อมาว่า พวกเขาเห็นข่าวนี้แล้ว แต่ไม่มีเรื่องอะไรจะประกาศ

อีกด้านหนึ่งในวันเดียวกัน กลุ่มสิทธิมนุษยชน ‘ฮิวแมน ไรท์ส วอตช์’ กล่าวหารัสเซียและซีเรียว่า ให้เครื่องบินรบใช้อาวุธเพลิงในเขตพลเรือน ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ แต่รัสเซียปฏิเสธ

 

เจ้าชายอากิชิโน ทรงยกเลิกเยือนไทยแล้ว ด้วยเหตุผลความปลอดภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ส.ค. 2559 15:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/692051

 

สื่อญี่ปุ่น รายงาน สำนักพระราชวังอิมพีเรียลออกแถลงการณ์ เจ้าชายอากิชิโน ทรงยกเลิกการเสด็จเยือนประเทศไทย เป็นเวลา 4 วัน ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย หลังเกิดเหตุระเบิด และไฟไหม้หลายจุดใน 7 จังหวัดภาคใต้

เมื่อ 16 ส.ค. 59 เว็บไซต์ สถานีโทรทัศน์ข่าว NHK (เอ็นเอชเค) ของญี่ปุ่น รายงาน เจ้าชายอากิชิโนแห่งญี่ปุ่น ได้ทรงยกเลิกกำหนดการเสด็จมาเยือนประเทศไทย ในสัปดาห์นี้ หลังจากเกิดเหตุระเบิดต่อเนื่องหลายจุดในไทย และเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย  บาดเจ็บกว่า 30 ราย โดยเอ็นเอชเค แจ้งว่า สำนักพระราชวังอิมพีเรียลแห่งญี่ปุ่นได้ประกาศการยกเลิกกำหนดการเสด็จเยือนไทยของ เจ้าชายอากิชิโน พระราชโอรสองค์ที่สอง ในสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ เมื่อวันจันทร์ที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า การยกเลิกกำหนดการเสด็จของเจ้าชายอากิชิโนในครั้งนี้ พิจารณาจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และการเสด็จเยือนของพระองค์จะเป็นภาระให้แก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง


เจ้าชายอากิชิโน และพระชายา เจ้าหญิงคิโกะ

ทั้งนี้ เจ้าชายอากิชิโน มีกำหนดเสด็จเยือนประเทศไทย เป็นเวลา 4 วัน ตั้งแต่วันพฤหัสฯ ที่ 18 สิงหาคม เพื่อทรงรับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ที่ทางมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ทูลถถวาย จากผลการวิจัยเรื่อง ปลาบึกในแม่น้ำโขง

 

คิม จอง อึน เรียกแขก! ชวนชาวโสมแดง หันกินเนื้อสุนัข โววิตามินเพียบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ส.ค. 2559 12:19

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/691861

คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ สวนกระแสโลกอีกแล้ว ให้สื่อกระบอกเสียงทางการโหมโฆษณาประชาสัมพันธ์ เชิญชวนให้ชาวเกาหลีเหนือที่เผชิญความอดอยาก หันมากินเนื้อสุนัขให้มากขึ้น พร้อมทั้งยังอวดสรรพคุณ มีวิตามินมากกว่าเนื้อสัตว์อื่นๆ

เมื่อ16 ส.ค. เว็บไซต์ เดลี่เมล รายงาน นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ กำลังเรียกร้องให้ประชาชนชาวเกาหลีเหนือที่เผชิญหน้ากับความอดอยากหิวโหย หันไปกินเนื้อสุนัขที่ชาวเกาหลีเหนือเรียกว่า ‘ดานโกกิ’ให้มากขึ้น พร้อมโฆษณาสรรพคุณของเนื้อสุนัขว่า มีวิตามิน มากกว่าเหนือไก่ เนื้อวัว เนื้อหมูและเนื้อเป็ดอีกด้วย

ข่าวแจ้งว่า DPRK Today ช่องทางรายงานข่าวโฆษณาชวนเชื่อ ของทางการเกาหลีเหนือผ่านทางยูทูบ ประกาศว่า เนื้อสุนัขมีวิตามิน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของคนเรา มากกว่าเนื้อสัตว์ประเภทอื่นๆ ส่วน The Korea Times สื่อทางการโสมแดง ยังโหมประชาสัมพันธ์ในเรื่องนี้ด้วยว่า เนื้อสุนัข มีผลดีต่อระบบกระเพาะอาหารและลำไส้ของมนุษย์ พร้อมกับยังบอกวิธีที่จะทำให้การบริโภคเนื่้อสุนัขอร่อยมากขึ้นว่า ต้องทุบตีสุนัขให้ตายและถอนขนมันออก ก่อนจะนำมาย่างให้ไหม้เกรียม

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า บรรดานักเคลื่อนไหวปกป้องสัตว์ในเกาหลีใต้จำนวนมาก ได้ออกมาประท้วงคัดค้านทางการเกาหลีเหนือที่โหมโฆษณาชวนเชิญให้ชาวเกาหลีเหนือหันมากินเนื้อสุนัข ถึงขนาดที่ สถานีโทรทัศน์ Korean Central Television ยังเสนอสารคดีเรื่องหนึ่ง พร้อมอ้างว่า การหวนกลับมาเปิด ภัตตาคารเนื้อสุนัขในกรุงเปียงยางนั้น กำลังประสบความสำเร็จ ในการสร้างเอกลักษณ์ เป็นภัตตาคารหนึ่งเดียวที่นำเนื้อสุนัขมาทำอาหาร

 

สาวจีนอึด! รอดตายลอยคอกลางทะเล 38 ชม. หลังพลัดตกเรือสำราญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ส.ค. 2559 03:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/691508

 

เกิดเหตุหญิงชาวจีนพลัดตกจากเรือสำราญ ขณะเดินทางจากเซี่ยงไฮ้ไปญี่ปุ่น จนเธอต้องลอยคออยู่ในทะเลนานถึง 38 ชั่วโมง จนกระทั่งได้รับความช่วยเหลือจากเรือประมง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หญิงชาวจีนทราบเพียงนามสกุลว่า ฟ่าน อายุ 31 ปี จากนครเซี่ยงไฮ้ รอดชีวิตหลังจากพลัดตกจากเรือสำราญลงไปในทะเล และต้องลอยคออยู่กลางทะเลนานถึง 38 ชม. ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือจากชาวประมงที่เดินเรือผ่านมา โดยได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ข่าวระบุว่า น.ส.ฟ่าน โดยสารเรือสำราญของบริษัท รอยัล แคริบเบียน จากนครเซี่ยงไฮ้ ไปยังเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เป็นเวลา 5 วัน จนกระทั่งเมื่อคืนวันพุธที่ 10 ส.ค. เธอกำลังชมวิวทิวทัศน์บนดาดฟ้าเรือ แต่เธอซึ่งมีความสูง 1.75 ม.โน้มตัวจากตัวเรือมากเกินไปจนพลัดตกจากเรือ ร่างของเธอดิ่งจากความสูงเท่ากับตึก 7 ชั้นลงสู่ทะเล เธอพยายามตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครได้ยิน ในขณะที่เธอถูกคลื่นซัดไปเรื่อยๆ

หลังจากลอยคอในทะเลนานหลายชั่วโมง เธอก็เริ่มเหนื่อยล้า แต่ยังพยายามลอยตัวในทะเลต่อไป จนกระทั่งมีเรือประมงมาพบในช่วงเช้าวันศุกร์ โดย น.ส.ฟ่าน เปิดเผยในภายหลังว่า เธอมีบาดแผลเล็กน้อยที่แขนเรื่องจากถูกแมงกะพรุนต่อเท่านั้น

ด้านครอบครัวของ น.ส.ฟ่าน ก็อยู่บนเรือสำราญกับเธอด้วย แต่ไม่รู้ตัวว่าเธอหายไปจนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว โดยบิดาของเธอเชื่อมั่นว่าลูกสาวของเขายังมีชีวิตอยู่ และในที่สุดก็ได้รับโทรศัพท์จากลูกสาวซึ่งได้รับความช่วยเหลือแล้ว

 

พระสงฆ์ไทย รับนิมนต์ 28 โรงเรียนเป็นประธาน พิธีชักธงชาติอินเดีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ส.ค. 2559 03:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/691286

 

บทบาทของพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย เนปาล เดินหน้าเข้าสู่การยอมรับของชาวอินเดีย ล่าสุด ได้รับนิมต์จาก 28 โรงเรียนไปเป็นประธานในพิธีชักธงชาติอินเดีย พร้อมกล่าวสุนทรพจน์

พระครูวรนาถเจติยาภิรักษ์ (สมพงษ์) พระธรรมทูตไทยสายอินเดีย เนปาล เผยว่า ในโอกาส “15 สิงหาคม 1947 (พ.ศ.2490) Independence Day” ถือเป็นวันชาติอินเดีย โดยเป็นวันที่คนอินเดียทั้งชาติร่วมเฉลิมฉลองกันอย่างมีความสุข ในวันประกาศอิสรภาพ จากการที่ประเทศนี้เคยตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ และสามารถต่อสู้เรียกร้องอิสรภาพได้ เพราะพลังแห่งความรักชาติและความสามัคคี ปึกแผ่นเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในชาติ บรรพบุรุษนักสู้ของเขาต้องสละชีวีตเพื่อชาติไปเป็นจำนวนมาก


ในส่วนของวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ รัฐอุตตรประเทศ พระสงฆ์ไทย ซึ่งได้รับเกียรติเป็นพิเศษ มาโดยตลอด ในการได้รับนิมนต์ไปเป็นประธานในพิธีชักธงชาติอินเดีย และกล่าวสุนทรพจน์ เพื่อร่วมฉลองเอกราชของประเทศอินเดีย ถือเป็นความสำเร็จในการไปปฏิบัติหน้าที่ของพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย จนเกิดการยอมรับของประชาชนในท้องถิ่น ซึ่งต้องยอมรับว่า เลือดความรักชาติที่ถูกปลูกฝังให้กับยุวภารตชนนั้นเข้มยิ่งนัก ชาวอินเดีย ถ้าไม่ยอมรับใครแล้ว ยากยิ่งที่จะได้รับเกียรติให้ไปจับธงชาติอันเป็นสัญญลักษณ์แห่งเอกราชอันยิ่งใหญ่ของเขา


ปีนี้ปรากฏว่า มีสถาบันการศึกษามานิมนต์พระธรรมทูตไทย ไปร่วมงานวันชาติถึง 28 แห่ง ที่มีนักเรียนรวมกันเกือบหนึ่งหมื่นคนเช่นเคย ดังนั้น พระเทพโพธิวิเทศ หัวหน้าพระธรรมทูตไทยอินเดีย เนปาล จึงได้มอบหมายให้พระสงฆ์ไทยทุกรูปทั้งหมด ที่ไปจำพรรษาที่วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ แบ่งกันออกไปปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับนิมนต์มา พระบางรูปต้องไปถึงสี่ห้าแห่ง เพื่อสนองศรัทธาของประชาชนชาวอินเดีย ทั้งที่โรงเรียนนั้นอยู่ในชนบทเดินทางเข้าไปถึงโรงเรียนลำบากก็ตาม นับเป็นการปฏิบัติหน้าที่การสานสัมพันธ์ทั้งสองประเทศได้เป็นอย่างดี


สำหรับท่านเยาวหราล เนห์รู นายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศอินเดีย ได้กล่าวปราศรัยในวันประกาศอิสรภาพของอินเดีย (India’s Independence Day) ณ บริเวณเชิงเนินป้อมแดง Red Fort ในกรุงเดลี ในวันที่ 15 สิงหาคม ปี 1947 (พ.ศ.2490) ว่า ในขณะที่เสียงนาฬิกาตีบอกเวลาเที่ยงคืน ในยามที่โลกหลับใหล อินเดีย จะตื่นขึ้นมามีชีวิตและเสรีภาพ เมื่อโอกาสสำคัญซึ่งยากเป็นไปได้ในประวัติศาสตร์นี้ได้มาถึง เมื่อนั้นพวกเราจะก้าวออกจากโลกเก่าเข้าสู่โลกใหม่ อินเดียจะได้ค้นพบตัวตนของตนเองอีกครั้ง

 

สลด! รถบัสงานแต่งปากีฯ ตกเหว ดับ 16 ศพเจ็บ 29

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ส.ค. 2559 07:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/690503

 

เกิดเหตุรถบัสขนแขกงานแต่งงานในประเทศปากีสถาน ตกเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต 16 ราย และบาดเจ็บอีก 29 คน โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุรถบัสขนแขกงานแต่งงานในประเทศปากีสถาน ตกเหวลึกในพื้นที่ห่างไกลของแคว้นแคชเมียร์เมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งล่าสุดทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 29 คน ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ในจำนวนนี้มีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ 6 ราย

ตามการเปิดเผยของ ฮัสซัน คายุม ผู้บังคับการตำรวจท้องถิ่น รถบัสคันนี้บรรทุกผู้โดยสารประมาณ 50 คน ซึ่งกำลังเดินทางไปร่วมงานแต่งงานก่อนตกเหวจากถนนระหว่างเมือง ปาลันดารีและเมือง ฮาจิรา อย่างไรก็ตาม เจ้าบ่าวและเจ้าสาวไม่ได้อยู่ในรถคันนี้

 

คณะสงฆ์-ชาวพุทธไทยในอินเดียทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระราชินี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ส.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/690393

 

คณะสงฆ์ไทยในอินเดียและชาวพุทธไทยที่ไปแสวงบุญ ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ยังคงเดินหน้าแสดงความจงรักภักดี จัดให้มีการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์นานาชาติ 84 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระราชินีขึ้นที่วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์

ผู้สื่อข่าวรายงานมาว่า หลังจากที่คณะสงฆ์ไทยทุกวัดในแดนพุทธภูมิ สาธารณรัฐอินเดีย ที่นำโดย พระเทพโพธิวิเทศ (วีระยุทฺโธ) หัวหน้าพระธรรมทูต ไทยสายประเทศอินเดีย-เนปาล เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในช่วงเวลามหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มาอย่างต่อเนื่องทั้งการบรรพชา อุปสมบทของชาวไทยในแดนพุทธภูมิ การจัดกิจกรรมร่วมกับชาวอินเดียหลายศาสนา เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ


ทั้งนี้ พระครูวรนาถเจติยาภิรักษ์ (สมพงษ์) พระธรรมทูตไทยสายอินเดีย เนปาล เผยว่า ล่าสุด พระเทพโพธิวิเทศ (วีระยุทฺโธ) ได้มอบหมายให้ วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย จัดให้มีการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์นานาชาติ 84 รูป ขึ้น ณ ลานพระมหาธาตุเฉลิมราชศรัทธา วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่แม่ของแผ่นดิน โดยมี อุบาสก อุบาสิกา ผู้แสวงบุญชาวไทย และชาวซิกห์อินเดีย พร้อมใจกันทำบุญตักบาตรพระสงฆ์นานาชาติทั้ง 84 รูป


นอกจากนี้ หลังจากการทำบุญตักบาตรเสร็จสิ้น พระสงฆ์นานาชาติทั้ง 84 รูป รวมไปถึงชาวไทยและชาวอินเดียทั้งหมดที่ร่วมในพิธี ได้พร้อมใจกันสวดมนต์และลงนามถวายพระพรด้วย กิจกรรมครั้งนี้สร้างความประทับใจให้กับชาวอินเดียเป็นอย่างมาก ในการแสดงออกถึงความจงรักภักดีของชาวไทยทั้งมวล