ทนายทั่วปากีฯ พร้อมใจผละงานร่วมไว้อาลัยเหยื่อระเบิดเมืองเกตตา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ส.ค. 2559 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/686356

 

ทนายความและนักกฎหมายทั่วประเทศปากีสถานร่วมกันบอยคอตไม่ขึ้นศาล เพื่อไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิตกว่า 70 รายในเหตุระเบิดโจมตีโรงพยาบาลในเมืองเกตตาเมื่อวันจันทร์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทนายความและนักกฎหมายทั่วประเทศปากีสถานร่วมกันบอยคอตไม่ขึ้นศาล เพื่อไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิตกว่า 70 ราย ในเหตุระเบิดโจมตีประชาชนและทนายความที่มารวมตัวกันหน้าโรงพยาบาลในเมืองเกตตา ในรัฐบาโลคิสถาน เพื่อไว้อาลัยให้นายบิลาล คาซี ทนายความชื่อดังที่ถูกฆาตกรรมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

เนติบัณฑิตยสภาศาลสูงสุด (เอสซีบีเอ) และเนติบัณฑิตยสภาปากีสถาน (พีบีซี) ระบุว่า ทนายความในสังกัดของพวกเขาจะคว่ำบาตรกระบวนการของศาล และสังเกตการณ์สัปดาห์แห่งการไว้อาลัยนี้ และคาดว่าทนายความจำนวนมากจะออกมาร่วมเดินขบวนทั่วปากีสถานในวันอังคาร เพื่อประณามการโจมตีที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้รัฐบาลปกป้องนักกฎหมายให้มากกว่านี้

ทั้งนี้ กลุ่มติดอาวุธ ‘จามัต อุล อาห์ราร์’ ซึ่งแยกตัวออกมาจากกลุ่มก่อการร้ายตาลีบันกล่าวอ้างว่า พวกเขาอยู่เบื้องหลังการระเบิดและการฆาตกรรมนายคาซี

 

จีนใช้เกาะพิพาทสร้างโรงเก็บเครื่องบินรบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ส.ค. 2559 01:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/686192

 

ศูนย์ศึกษาด้านยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ (CSIS) ของสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานเมื่อวันจันทร์ 8 ส.ค. อ้างภาพถ่ายดาวเทียมบริเวณพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้ พบว่า จีนสร้างโรงเก็บเครื่องบินรบหลายแห่งบนพื้นที่เกาะปะการังบริเวณหมู่เกาะสแปรตลีย์ ส่อแสดงชัดเจนว่า จีนกำลังขยายศักยภาพด้านการทหารในพื้นที่พิพาท นอกเหนือจากโครงสร้างพื้นฐานต่างๆด้านพลเรือน


เครื่องบินบนเกาะปะการังเฟียรี่ ครอส ในหมู่เกาะสแปรดลี

ทั้งนี้ จีนพยายามอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่หมู่เกาะในทะเลจีนใต้เกือบทั้งหมด แต่พื้นที่ดังกล่าวเป็นเส้นทางเดินเพื่อการค้าสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยมูลค่าการค้าเฉลี่ยปีละกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่สหรัฐฯพยายามเรียกร้องถึงจีนและชาติผู้ร่วมกรณีพิพาท อันได้แก่ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย บรูไนและเกาะไต้หวัน อย่าใช้มาตรการทางทหารกดดันกันและกัน แต่จีนปฏิเสธทำตามข้อเรียกร้องดังกล่าว ทั้งแถลงตอบโต้สหรัฐฯพยายามส่งเรือรบเข้าลาดตระเวนพื้นที่และซ้อมรบหลายครั้งยิ่งทำให้สถานการณ์ในพื้นที่ตึงเครียด


การก่อสร้างบนเกาะปะการังปะการังมิสชีฟ ในหมู่เกาะสแปรดลี

เกรกอรี โพลิ่ง ผู้อำนวยการ CSIS ภูมิภาคเอเชีย ระบุการก่อสร้างโรงเก็บเครื่องบินของจีนบนเกาะพิพาทในทะเลจีนใต้ แสดงชัดเจนว่า จีนไม่ได้สร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านพลเรือน แต่กำลังสร้างขุมกำลังทางทหาร นอกเหนือจากโครงสร้างอื่นๆ อาทิ หอสังเกตการณ์และโครงสร้างอาคารรูปหกเหลี่ยม กับโครงสร้างอื่นๆอีกหลายอย่างตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา.


การก่อสร้างบนเกาะปะการังปะการังซูบี ในหมู่เกาะสแปรดลี
 

‘อิรอม ชาร์มิรา’ หญิงเหล็กแห่งอินเดีย ยุติอดอาหารประท้วง 16 ปีแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ส.ค. 2559 23:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/686241

 

อิรอม ชาร์มิลา นักเคลื่อนไหวหญิงชาวอินเดีย ยุติการอดอาหารประท้วงแล้วในวันอังคาร หลังเธออดอาหารเพื่อต่อต้านกฎหมายที่ให้อำนาจพิเศษแก่กองทัพในรัฐมณีปุระทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศมานานถึง 16 ปี…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 9 ส.ค. อิรอม ชานู ชาร์มิลา นักเคลื่อนไหวหญิงชาวอินเดีย เจ้าของฉายา ‘หญิงเหล็กแห่งรัฐมณีปุระ’ ยุติการอดอาหารประท้วงเพื่อต่อต้านกฎหมายความมั่นคงซึ่งให้อำนาจพิเศษแก่กองทัพ ที่เธอปฏิบัติมานานกว่า 16 ปีแล้ว เพราะต้องการปูทางสู่การลงสมัครเลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อต่อต้านกฎหมายดังกล่าว

นางชาร์มิลาถูกจับกุมข้อหาพยายามฆ่าตัวตาย ซึ่งถือเป็นคดีอาชญากรรมในอินเดีย หลังจากเธอเริ่มอดอาหารประท้วงการออกกฎหมาย ‘อำนาจพิเศษของกองทัพ’ (Armed Forces Special Powers Act) ในรัฐมณีปุระเมื่อเดือนพ.ย. ปีค.ศ. 2000 และถูกบังคับให้อาหารทางสายยางผ่านจมูกระหว่างถูกกักตัวในโรงพยาบาลมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงเช้าวันอังคาร ศาลรัฐมณีปุระอนุญาตให้นางชาร์มิลาได้รับการประกันตัว หลังจากเธอตกลงจะยุติการอดอาหาร โดยคาดว่าเธอจะได้รับการปล่อยตัวจากการกักตัวในโรงพยาบาลทันทีที่กระบวนการประกันตัวเสร็จสิ้น ก่อนที่เธอจะต้องมาขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 23 มิ.ย.ปีหน้า

หลายชั่วโมงหลังจากศาลให้ประกันตัว นางชาร์มิลาในวัย 44 ปีก็ปรากฏตัวในงานแถลงข่าว โดยเธอได้รับการถอดสายยางให้อาหารทางจมูกแล้ว และเธอชิมน้ำผึ้งจากนิ้วมือ ซึ่งถือเป็นการยุติการประท้วงอดอาหารครั้งยาวนานที่สุดในโลกของเธออย่างเป็นทางการ

นางชาร์มิลากล่าวด้วยว่า เธอวางแผนจะลงสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภารัฐมณีปุระครั้งหน้าในช่วงต้นปี 2017 เพื่อต่อสู้ให้กฎหมายความมั่นคงที่เธอต่อต้านมานานถูกยกเลิก “ฉันต้องการอำนาจเพื่อถอดกฎหมายนี้” และเมื่อถูกถามว่าเธอรู้สึกอย่างไรเมื่อได้ทานอาหารอีกครั้ง เธอตอบว่า “ฉันจะไม่มีวันลืมช่วงเวลานี้เลย”

ทั้งนี้ กฎหมายความ อำนาจพิเศษของกองทัพ ดังกล่าว ถูกบังคับใช้ในดินแดนแคชเมียร์ส่วนที่อินเดียควบคุม และในหลายพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ที่มีปัญหากลุ่มแบ่งแยกดินแดน โดยกฎหมายนี้ให้อำนาจกองทัพสามารถยิงสังหารผู้ต้องสงสัยเป็นกบฏได้ทันทีโดยไม่ต้องกลัวถูกดำเนินคดี สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยเป็นนักรบติดอาวุธได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ และยังขยายอำนาจการตรวจค้นและตรวจยึดของตำรวจด้วย

 

ญี่ปุ่นเครียด! ออกปาก สัมพันธ์กับจีนแย่ลง ส่งเรือรุกล้ำน่านน้ำถี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ส.ค. 2559 17:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/685956

 

รมว.ต่างประเทศญี่ปุ่น เตือนความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับจีนกำลังแย่ลง หลังจากมีเรือของจีน ทั้งเรือประมงและเรือตรวจการณ์ชายฝั่งล่วงล้ำน่านน้ำมากขึ้น จนต้องเรียกเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงโตเกียวเข้าพบเพื่อยื่นหนังสือประท้วง

เมื่อวันที่ 9 ส.ค.59 สำนักข่าวบีบีซี รายงาน นายฟูมิโอะ  กิชิดะ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นออกคำเตือนความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่นกับจีนกำลังย่ำแย่ลง หลังจากมีเรือของจีนได้ล่วงล้ำเข้ามาในน่านน้ำในทะเลจีนตะวันออกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใกล้กับเกาะเซนกากุ ตามชื่อเรียกของชาวญี่ปุ่น หรือเกาะเตียวหยู ตามคำเรียกของจีน โดยนายกิชิดะ กล่าวว่า ตนได้เรียกเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงโตเกียวมาพบ เมื่อวันที่ 9 ส.ค.เพื่อยื่นหนังสือประท้วงจากการที่มีเรือของจีนรุกล้ำน่านน้ำและละเมิดอธิปไตยในทะเลจีนตะวันออก

‘สถานการณ์โดยทั่วไปต่อความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับจีนกำลังแย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ’ เว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ คำกล่าวของนายกิชิดะ รมว.ต่างประเทศญี่ปุ่นกับนายเฉิง หย่งกั๊วะ เอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงโตเกียว


เครียดทั้งคู่..รมว.ต่างประเทศญี่ปุ่น(ซ้าย) เรียกเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงโตเกียวเข้าพบเพื่อยื่นหนังสือประท้วง

บีบีซี แจ้งว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 5 ส.ค. มีเรือประมงและเรือตรวจการณ์ชายฝั่งของจีน ประมาณ 230 ลำ แล่นเข้ามาใกล้เกาะที่จีนและญี่ปุ่นกำลังเกิดกรณีพิพาทอ้างกรรมสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของครอบครอง โดยหน่วยยามฝั่งของญี่ปุ่น ยังระบุว่า เมื่อวันที่ 8 ส.ค. มีเรือตรวจการณ์ชายฝั่งของจีนประมาณ 13 ลำ และมีบางลำติดอาวุธได้แล่นเข้ามาใกล้เกาะต่างๆ ที่ทั้งสองประเทศอ้างสิทธิเป็นเจ้าของ ซึ่งนับเป็นจำนวนเรือที่มากกว่าปกติ

 

‘ฟิเดล รามอส’ เยือนฮ่องกง-กู้สัมพันธ์ฟิลิปปินส์-จีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ส.ค. 2559 01:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/685201

 

เมื่อ 8 ส.ค. อดีตประธานาธิบดีฟิเดล รามอสของฟิลิปปินส์ เริ่มภารกิจเดินทางเยือนฮ่องกง เขตปกครองพิเศษของจีน 5 วัน เพื่อพบปะกับเพื่อนเก่าและรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับจีนที่ระหองระแหงกันจากปัญหาพิพาททะเลจีนใต้และหลังศาลอนุญาโตตุลาการถาวร ที่กรุงเฮกของเนเธอร์แลนด์ ตัดสินเข้าข้างฟิลิปปินส์คัดค้านการอ้างสิทธิครอบครองดินแดนทะเลจีนใต้ของจีน ขณะที่โฆษกของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เตของฟิลิปปินส์ เผยว่า การไปเยือนฮ่องกงครั้งนี้ของนายรามอส “ทูตพิเศษ” ของนายดูเตร์เต อาจปูทางสู่การเจรจาทางการทูตในอนาคตและว่านายรามอส วัย 88 ปี จะพบปะกับเพื่อนเก่าและเล่นกอล์ฟด้วยกัน

อย่างไรก็ดี นายรามอสกลับระบุว่า นี่ไม่ใช่ภารกิจของตนและไม่ได้เป็นผู้ยกประเด็นพิพาททะเลจีนใต้ขึ้นหารือ ภารกิจของตนคือฟื้นสัมพันธ์กับจีน โดยเจ้าหน้าที่ทั้งสองชาติจะจัดหารืออย่างเป็นทางการ แต่นายรามอสซึ่งเป็นผู้นำฟิลิปปินส์ช่วงปี 2535-2541 ไม่ได้เปิดเผยว่า เพื่อนเก่าที่จะไปพบที่ฮ่องกงเป็นใครบ้าง ด้านสำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานบทวิจารณ์ระบุว่า การมาเยือนของนายรามอสถือเป็นความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมครั้งแรกของทั้งสองฝ่ายเพื่อผูกสัมพันธ์และจะเปิดบทใหม่เพื่อแก้ปัญหาขัดแย้ง

วันเดียวกัน มีนายกเทศมนตรี 27 คน ตำรวจ 31 นาย เข้ามอบตัวต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติในกรุงมะนิลาเพื่อชี้แจงความบริสุทธิ์ของตัวเอง ทั้งนี้ หลังเมื่อ 7 ส.ค. นายดูเตร์เตประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องคดียาเสพติดราว 160 คน ให้เวลามอบตัว 24 ชม. ไม่เช่นนั้นจะถูกเล่นงานขั้นเด็ดขาด.

 

กษัตริย์อากิฮิโตะมีพระราชดำรัส แย้มพระราชประสงค์ ‘สละราชบัลลังก์’!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ส.ค. 2559 14:28

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/684738

 

สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงมีพระราชดำรัสต่อพสกนิกรชาวญี่ปุ่นผ่านทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ แย้มพระราชประสงค์ ‘สละราชบัลลังก์’ เนื่องจากพระสุขภาพพลานามัยในวัย 82 พรรษา

เมื่อ 8 ส.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศและสื่อท้องถิ่นในญี่ปุ่น รายงาน สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะแห่งญี่ปุ่น ทรงมีพระราชดำรัสต่อพสกนิกรชาวญี่ปุ่น ผ่านทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศ เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (8 ส.ค.) โดยทรงแย้มเป็นนัยถึงพระราชประสงค์ที่จะสละราชบัลลังก์ เนื่องมาจากพระสุขภาพพลานามัยในวัย 82 พรรษาของพระองค์ ที่ทำให้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในฐานะองค์พระประมุขของประเทศยากลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ

ก่อนหน้านี้ สถานีโทรทัศน์ NHK ของญี่ปุ่น รายงานว่า สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ จะทรงมีพระราชดำรัสเป็นเวลาประมาณ 10 นาที ถึงพระราชกรณียกิจในฐานะองค์พระประมุขของชาติ โดยทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจจะทรงนำพระราชดำรัสของพระองค์ในครั้งนี้มาเผยแพร่ออกอากาศตอนเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 8 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่นในญี่ปุ่น


ขณะที่ สถานีโทรทัศน์ NHK รายงานด้วยว่า การมีพระราชดำรัสผ่านสถานีโทรทัศน์ของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ นับเป็นเหตุการณ์ที่นานๆ จะเกิดขึ้นสักครั้ง และครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ที่พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสต่อชาวญี่ปุ่นผ่านทางสถานีโทรทัศน์ โดยบีบีซี ระบุว่า กษัตริย์อากิฮิโตะทรงเลี่ยงจะใช้คำว่า ‘สละราชบัลลังก์’ ในการมีพระราชดำรัสต่อพสกนิกรชาวญี่ปุ่นในครั้งนี้


ทั้งนี้ สื่อท้องถิ่นในญี่ปุ่นได้มีการรายงานข่าวตั้งแต่เดือนก่อนว่า สมเด็จพระจักรพรรดิ อากิฮิโตะ ซึ่งปัจจุบันทรงมีพระชนม์ 82 พรรษา ได้ตรัสกับองคมนตรีใกล้ชิด เกี่ยวกับการทรงมีพระราชประสงค์จะสละราชบัลลังก์ให้แก่มกุฎราชกุมารนารุฮิโตะ พระราชโอรสพระองค์โตในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า.

 

กบฏซีเรียรุกหนัก ทลายการปิดล้อมเมืองอเลปโปแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ส.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/684381

 

กบฏในซีเรียเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ในวันเสาร์ จนสามารถฝ่าวงล้อมของรัฐบาลที่ปิดล้อมเมืองอเลปโปมานานกว่า 1 เดือนได้ ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศในวันอาทิตย์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มกบฏในประเทศซีเรียสามารถตีฝ่ากองทัพฝ่ายรัฐบาลที่ปิดล้อมเมืองอเลปโป ทางเหนือของประเทศมานานนับเดือนได้สำเร็จเมื่อวันเสาร์ โดยเปิดเส้นทางเชื่อมระหว่างพื้นที่ที่กบฏครอบครองทางตะวันตกและตะวันออกของเมือง ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศอย่างหนักในวันอาทิตย์

ในการโจมตีครั้งใหญ่เมื่อวันเสาร์ พันธมิตรกบฏอย่างมากกว่า 20 กลุ่มรวมทั้งกลุ่มติดอาวุธจากจังหวัดอิดลิบ ผลักดันกองทัพรัฐบาลและแนวร่วมให้ถอยร่นออกจากพื้นที่หลายส่วนทางตอนใต้ของเขตรามูซาห์ รวมถึงออกจากวิทยาลัยทหารหลายแห่ง, ร้านเบเกอรี, สำนักงานไปรษณีย์, ลานจอดรถ และทางหลวง

ด้านกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กลุ่มติดอาวุธมุสลิมชีอะห์จากเลบานอน ซึ่งช่วยกองทัพรัฐบาลซีเรียต่อสู้กับกลุ่มกบฏ ยอมรับว่า การรุกคืบของฝ่ายกบฏดังกล่าวเกิดขึ้นจริง และเสริมด้วยว่า การโจมตีทางอากาศของกองทัพรัฐบาลที่เกิดขึ้นหลังจากพวกเขาถอนกำลังแล้ว ทำให้อาคารของวิทยาลัยทหารแห่งหนึ่งพังทลาย


นักรบฝ่ายกบฏประชุมกันระหว่างการปะทะกันกองทัพรัฐบาลในเขตรามูซาห์

ขณะที่สำนักข่าว ซานา ของรัฐบาลซีเรีย ปฏิเสธเรื่องที่ว่าวงล้อมเมืองอเลปโปถูกทำลาย และปฏิบัติการยึดเมืองอเลปโปก็ยังคงดำเนินต่อไป นอกจากนี้ เครื่องบินรบของรัฐบาลยังถูกส่งออกไปโจมตีพาหนะและค่ายของฝ่ายกบฏด้วย

 

สุดปลื้ม! ชาวไต้หวันชื่นชอบ ‘เทศกาลภาพยนตร์ไทย’ ขอให้จัดอีก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ส.ค. 2559 03:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/682973

 

เทศกาลภาพยนตร์ไทย 2559 (Thai Film Festival 2016) ในไต้หวัน ประสบความสำเร็จ ชาวไต้หวันชื่นชอบภาพยนตร์ไทย แห่จองบัตรเข้าชมอย่างคึกคัก พร้อมขอบคุณสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยที่จัดงาน ทำให้ชาวไต้หวันเข้าใจวัฒนธรรมไทยมากย่ิงขึ้น

วันที่ 5 ส.ค. นายพิรุณ ลายสมิต ผอ.สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ณ กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน เปิดเผยว่า สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ณ กรุงไทเป ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ จัดงาน “เทศกาลภาพยนตร์ไทย 2559 (Thai Film Festival 2016)” ที่กรุงไทเป เมื่อวันที่ 21-25 กรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมา เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์ ทัศนคติที่ดี และความนิยมไทยในไต้หวันในทุกมิติ ทั้งในด้านศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต และการท่องเที่ยว ผ่านสื่อภาพยนตร์ รวมทั้งเพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้ชาวไต้หวันเห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมบันเทิงภาพยนตร์ไทย นับว่า ประสบความสำเร็จ ชาวไต้หวันให้ความสนใจและชื่นชอบกันมาก โดยมีกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้ง 5 วัน ดังนี้


แดน-วรเดช และ ดาด้า-ดรัลชรัส พระเอก-นางเอกเรื่อง”11.12.13 รักกันจะตาย” เดินบนพรมแดงของงาน

1. กิจกรรม Exclusive Interview & Fan Meeting จัดวันที่ 21 กรกฎาคม 2559 เวลา 17.00-18.00 น. ที่สตูดิโอ Idea Ideal Ideserve เพื่อให้แฟนภาพยนตร์และสื่อมวลชนชาวไต้หวัน และชาวไทยในไต้หวัน ได้มีโอกาสพบปะพูดคุย และร่วมถ่ายรูป พร้อมขอลายเซ็นจาก แดน-วรเวช ดานุวงศ์ ผู้กำกับและนักแสดงภาพยนตร์ และ ดาต้า-ดรัลชรัส ศุขีวิริยะ นางเอกสาว จากเรื่อง “11.12.13 รักกันจะตาย” โดยกิจกรรมดังกล่าว มีผู้สื่อข่าว ประมาณ 10 คน จากหลายสำนักข่าว และแฟนภาพยนตร์อีกประมาณ 50 คน เข้าร่วม ทั้งนี้ แฟนภาพยนตร์บางส่วนได้ไปรอรับนักแสดงทั้งสองท่าน ที่สนามบินและกลับมารอเข้าร่วมกิจกรรมก่อนเวลาเริ่มงานหลายชั่วโมง แสดงให้เห็นว่า ภาพยนตร์ไทยและนักแสดงจากประเทศไทย เป็นที่ชื่นชอบของชาวไต้หวันเป็นอย่างมาก

2. งานพรมแดงและการฉายภาพยนตร์เปิดตัวงานเทศกาลฯ วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 ระหว่างเวลา 18.30-20.00 น. ที่ลานหน้าโรงภาพยนตร์ Vieshow สาขา Xinyi ซึ่งเป็นโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่และเป็นที่นิยมของชาวไต้หวัน ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจและค้าขายที่สำคัญของนครไทเป โดยได้จัดให้มีการแสดงทางวัฒนธรรมไทย (รำไทย) เพื่อเปิดงานอย่างเป็นทางการ


นายพิรุณ ลายสมิต ผอ.สนง.การค้าและเศรษฐกิจไทย ณกรุงไทเป ประเทศไต้หวัน กล่าวเปิดงาน

จากนั้น นายพิรุณ ลายสมิต ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานการค้าฯ ได้ขึ้นกล่าวเปิดงานและเชิญชวนชาวไต้หวันเข้าร่วมเทศกาลฯ ต่อด้วยการเดินพรมแดงเข้าร่วมงานของ แดน-วรเวช และ ดาต้า-ดรัลชรัส สามารถดึงดูดความสนใจ และเรียกเสียงฮือฮาจากแขกวีไอพี รวมทั้งชาวไต้หวันและชาวต่างชาติ ภายในงานกว่า 300 คน ได้เป็นอย่างดี ต่อด้วยการให้สัมภาษณ์ของนักแสดงทั้งสองคน รวมทั้งการร่วมถ่ายรูปกับแฟนภาพยนตร์ชาวไต้หวันบนเวทีอย่างสนุกสนานเป็นกันเอง


การแสดงนาฏศิลป์ไทย ได้รับความสนใจ

นอกจากนี้ ดาต้า-ดรัลชรัส ยังได้ขับร้องเพลง “รักกันจะตาย” ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง “11.12.13 รักกันจะตาย” ให้กับผู้เข้าร่วมงานได้รับชมและรับฟังอย่างเต็มอิ่ม จากนั้น ในเวลา 20.00 น. สำนักงานการค้าฯ ได้จัดให้มีการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “11.12.13 รักกันจะตาย” ให้กับแขกผู้มีเกียรติและประชาชนทั่วไปกว่า 150 คน ได้รับชมเป็นการเปิดงานเทศกาลฯ อย่างสมบูรณ์

3. การจัดฉายภาพยนตร์ไทยในเทศกาลฯ สำนักงานการค้าฯ ได้คัดสรรภาพยนตร์ไทยคุณภาพหลากหลายแนวซึ่งเป็นที่นิยม จำนวน 5 เรื่อง ได้แก่ 1. 11.12.13 รักกันจะตาย 2. รุ่นพี่ 3. ลูกทุ่งซิกเนเจอร์ 4.มนต์เลิฟสิบหมื่น และ 5.คุณทองแดง The Inspirations มาจัดฉายในเทศกาลฯ ให้แฟนภาพยนตร์ชาวไต้หวันและชาวไทยในไต้หวัน ได้รับชมอย่างจุใจ ทั้งหมด 15 รอบ ระหว่างวันที่ 23-25 กรกฎาคม 2559 ณ โรงภาพยนตร์ Shinkong Cineplex สาขา Ximen (โรงที่ 2) โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย


ชาวไต้หวันเข้าคิวของบัตรเข้าชมภาพยนตร์ไทยยาวเหยียด

“ตลอด 3 วันของการจัดฉาย ภาพยนตร์ไทยทั้ง 5 เรื่องได้รับการตอบรับจากแฟนภาพยนตร์ชาวไต้หวันอย่างดีเยี่ยม มีผู้สนใจเข้าแถวขอรับบัตรเข้าชมภาพยนตร์ตั้งแต่ช่วงเช้า รวมแล้วมีผู้เข้าชมภาพยนตร์ทั้งสิ้นกว่า 3,500 คน แสดงให้เห็นว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยมีศักยภาพสูงและเป็นที่ชื่นชอบในหมู่ชาวไต้หวัน ชาวไต้หวันจำนวนมาก ได้แสดงความขอบคุณสำนักงานการค้าฯ และขอให้จัดกิจกรรมอันเป็นประโยชน์และน่าสนใจเช่นนี้ ต่อไป เนื่องจากชาวไต้หวันชื่นชอบภาพยนตร์ไทย อีกทั้งยังช่วยทำให้ชาวไต้หวัน ได้รู้จักและเข้าใจวัฒนธรรมและนิยมความเป็นไทยมากยิ่งขึ้น ผ่านการดูภาพยนตร์ และหากเป็นไปได้ อยากให้จัดในเมืองอื่นๆ ของไต้หวันด้วย เพื่อสร้างการรับรู้วัฒนธรรมไทยให้ชาวไต้หวันในเมืองอื่นๆ ได้อย่างครอบคลุม ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวของไทยด้วย” นายพิรุณ กล่าว…

 

ญี่ปุ่นกำหนดแถลงข่าวราชบัลลังก์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 ส.ค. 2559 00:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/682903

 

สื่อมวลชนญี่ปุ่น รวมถึงหนังสือพิมพ์โยมิอุริและเจแปน นิวส์ รายงานเมื่อ 4 ส.ค.ระบุวันจันทร์ 8 ส.ค.นี้ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะแห่งญี่ปุ่น เตรียมเผยแพร่พระราชสาส์นสู่สาธารณชนเพื่อแสดงท่าทีฐานะของพระองค์ต่อกรณีกระแสข่าวเตรียมทรงสละราชบัลลังก์ ซึ่งมีรายงานออกมาหลายระลอกตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา

แถลงการณ์ลักษณะดังกล่าว ซึ่งไม่เกิดขึ้นบ่อยครั้งจะถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษนำออกเผยแพร่สู่ชาวโลกลำดับต่อไป โดยเนื้อหารายละเอียดพระราชสาส์นจะชี้แจงเกี่ยวกับระบบพระราชอำนาจองค์จักรพรรดิและฐานะองค์ประมุขของประเทศ ทั้งนี้ การสละราชบังลังก์ขององค์จักรพรรดิญี่ปุ่นจะเกี่ยวข้องกับความเปลี่ยนแปลงในระบบราชวงศ์แห่งพระราชวังอิมพิเรียล ขณะที่กระแสข่าวลือเกี่ยวกับการเตรียมสละราชบัลลังก์ขององค์จักรพรรดิอากิฮิโตะเกิดขึ้นมาตลอดนับตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยทางสำนักพระราชวังได้ออกแถลงปฏิเสธ ท่ามกลางความสับสนคลุมเครือ

ก่อนหน้านี้ พระราชสาส์นจากองค์พระจักรพรรดิอากิฮิโตะที่ถูกนำออกเผยแพร่สู่สาธารณชนคือเมื่อครั้งเกิดแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิโถมถล่มชายฝั่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือญี่ปุ่น เมื่อช่วงเดือน มี.ค. ปี 2554

 

กลุ่มมือปืนโจมตีตลาดรัฐอัสสัม อินเดีย ดับ 13 เจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ส.ค. 2559 23:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/682883

 

กลุ่มมือปืนในชุดทหารกราดยิงโจมตีตลาดแห่งหนึ่งในรัฐอัสสัม ของอินเดียเมื่อวันศุกร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย และบาดเจ็บอีกนับสิบคน โดยเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มแบ่งแยกดินแดน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มมือปืนในเครื่องแบบทหาร ก่อเหตุกราดยิงและขว้างระเบิดเข้าใส่ฝูงชนที่ตลาดซึ่งมีผู้คนหนาแน่น ในเมืองคอคราชาร์ ในรัฐอัสสัม ทางตะวันออกเหนือของประเทศอินเดีย เมื่อวันศุกร์ที่ 5 ส.ค. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 15 คน

ตามการเปิดเผยของ แอล.อาร์. บิชนอย เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงของเมืองคอคราชาร์ มือปืน 6 คนเดินทางมายังตลาดที่เกิดเหตุด้วยรถสามล้อเครื่อง ก่อนเปิดฉากยิงโจมตีผู้คนด้วยปืนอัตโนมัติและระเบิดมือ ก่อนจะเกิดการยิงปะทะกันเจ้าหน้าที่ความมั่นคง จนมือปืนถูกยิงเสียชีวิต 1 ราย กลุ่มคนร้ายจึงหลบหนีไป และขณะนี้กำลังถูกตามล่าติดตามโดยเจ้าหน้าที่กองทัพ การโจมตีครั้งนี้ยังทำให้บ้านเรือนและร้านค้าหลายหลังได้รับความเสียหายอย่างหนักด้วย

ตำรวจอินเดียกล่าวโทษกลุ่มแบ่งแยกดินแดน ‘แนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติโบโดแลนด์’ (เอ็นดีเอฟบี) เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ เนื่องจากพวกเขาพยายามต่อสู้เพื่อแยกดินแดนของชาวเผ่าโบโด ซึ่งมีจำนวนประมาณ 3.3 ล้านคน หรือราว 10% ของประชากรทั้งหมดของรัฐอัสสัมออกจากรัฐนี้มานานหลายสิบปีแล้ว