สลด! เสือในสวนสัตว์ป่าปักกิ่ง ขย้ำนักท่องเที่ยวจีนดับ 1 เจ็บ 1

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.ค. 2559 22:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/671641

 

(ภาพ: CCTV)

เกิดเหตุเสือหลายตัวทำร้ายนักท่องเที่ยวหญิง 2 คนที่ลงจากรถขณะเที่ยวชมสัตว์ในสวนสัตว์ป่าในกรุงปักกิ่ง ทำให้หนึ่งในสองคนนี้เสียชีวิต…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เสือหลายตัวในสวนสัตว์ป่าแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีน จู่โจมทำร้ายนักท่องเที่ยว 2 คน ที่ฝ่าฝืนข้อห้ามด้วยการลงมาจากรถยนต์ขณะเที่ยวชมสัตว์ ทำให้นักท่องเที่ยวหญิงเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 1 คน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่สวนสัตว์ป่า ‘ปักกิ่ง ปาต๋าหลิง ไวลด์ไลฟ์ เวิลด์’ ซึ่งอนุญาตให้นักท่องเที่ยวขับรถส่วนตัวเข้าไปเพื่อเที่ยวชมสัตว์ได้ แต่มีการเตือนไม่ให้นักท่องเที่ยวลงจากรถ อย่างไรก็ตาม คลิปวิดีโอขณะเกิดเหตุซึ่งเผยแพร่โดยสำนักข่าว ‘ซีซีทีวี’ ของจีน แสดงให้เห็นว่า นักท่องเที่ยวหญิงคนหนึ่งลงจากรถเดินอ้อมมาอยู่ฝั่งซ้ายของตัวรถ ก่อนจะถูกเสือจู่โจมและถูกลากไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่นักท่องเที่ยวหญิงคนที่ 2 พยายามช่วยหญิงคนแรก แต่ถูกเสืออีกตัวทำร้าย

หลังเกิดเหตุเพียงไม่กี่วินาที เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ป่าก็เดินทางมาถึง แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตของหนึ่งในนักท่องเที่ยวหญิงที่ถูกทำร้ายได้ ขณะที่ชายอีกคนซึ่งอยู่บนรถยนต์ของนักท่องเที่ยวทั้งสอง ก็พยายามจะช่วยเหลือเช่นกัน แต่ไม่สำเร็จ แต่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ

ทั้งนี้ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุทำให้ผู้หญิงคนแรกลงมาจากรถ แต่มีรายงานบางกระแสระบุว่า เกิดการทะเลาะกันขึ้นภายในรถ

 

นักบิน MH370 เคยจำลองฝึกบินออกมหาสมุทรอินเดีย ก่อนเครื่องสาบสูญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.ค. 2559 05:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/671169

 

ผลวิเคราะห์จากเอฟบีไอชี้ว่า กัปตันของ เอ็มเอช 370 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่บ้านของเขาจำลองการบินไปมหาสมุทรอินเดีย ไม่นานก่อนที่เครื่องบินลำนี้จะหายไปในทะเลดังกล่าว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผลการตรวจสอบทางนิติเวชของเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) ชี้ว่า กัปตันของเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200 อีอาร์ เที่ยวบินที่ เอ็มเอช 370 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่บ้านของเขาจำลองการบิน โดยใช้เส้นทางที่ใกล้เคียงกับเส้นทางต้องสงสัยก่อนที่เครื่องบินลำนี้จะหายไปในน่านน้ำมหาสมุทรอินเดียตอนใต้พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 ชีวิต เมื่อ 2 ปีก่อนมาก

ข้อมูลดังกล่าวมาจากเอกสารลับของรัฐบาลมาเลเซีย ซึ่งเผยแพร่โดยนิตยสาร ‘นิวยอร์ก แมกกาซีน’ โดยเป็นการสรุปการสืบสวนของตำรวจมาเลเซียเกี่ยวกับ นายซาฮารี อาห์หมัด ชาห์ กัปตันของเอ็มเอช 370

เอกสารนี้ระบุว่า เจ้าหน้าที่เอฟบีไอได้วิเคราะห์ฮาร์ดไดรฟ์จากเครื่องจำลองฝึกบินซึ่งสร้างโดยใช้ซอฟต์แวร์ ‘Microsoft Flight Simulator X’ ซึ่งเอฟบีไอสามารถกู้ข้อมูลที่ชี้ไปยังมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ได้ และข้อมูลนี้ถูกสร้างขึ้นเพียงไม่ถึง 1 เดือนก่อนที่เอ็มเอช 370 จะหายสาบสูญไปในวันที่ 8 มี.ค. 2014

ทั้งนี้ นายซาฮารี วัย 53 ปี เป็นนักบินของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส มาตั้งแต่ปี 1981 และเป็นกัปตันของเครื่องบินโบอิ้ง 777 มานานกว่า 15 ปี เขาขับเครื่องบินโดยสาร เอ็มเอช 370 โดยมีฟาริก อับ ฮามิด อายุ 27 ปี เป็นผู้ช่วยนักบิน

อย่างไรก็ตาม รายงานข้อเท็จจริง ซึ่งเผยแพร่โดยเจ้าหน้าที่สืบสวนนานาชาติเมื่อปีก่อน เนื่องในวันครบรอบ 1 ปีการหายไปของเอ็มเอช 370 ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่บอกว่านายซาฮารีอาจจงใจทำให้เอ็มเอช 370 หายสาบสูญเนื่องจากมีปัญหาครอบครัว “ความสามารถในการรับมือความตึงเครียดในการทำงานและภายในบ้านของกัปตันคนนี้ดีมาก รวมทั้งยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวันของเขา และความเปลี่ยนแปลงในตัวบุคคลจากความตึงเครียดในครอบครัว” รายงานระบุ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ใจสลาย ไม่เจอซาก! ค้นหาMH370 ในมหาสมุทรอินเดีย จะหยุดพักแล้ว

 

ยอดเหยื่อน้ำท่วมจีนพุ่งเกิน 150 ศพ หายอีกนับร้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.ค. 2559 04:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/671159

 

น้ำท่วมในมณฑลเหอเป่ย

เหตุน้ำท่วมรุนแรงในภาคเหนือและภาคกลางของประเทศจีน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้วไม่น้อยกว่า 150 ราย และมีผู้สูญหายอีกเป็นจำนวนมาก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ภาคเหนือและภาคกลางของประเทศจีนยังคงได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมฉับพลันอันเป็นผลจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 150 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้สูญหายเป็นจำนวนมาก และประชาชนอีกหลายพันคนต้องอพยพออกจากบ้าน

มณฑลเหอเป่ยและเหอหนาน เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มมากที่สุด โดยมีผู้เสียชีวิตในมณฑลเหอเป่ยถึง 114 ราย ในจำนวนนี้ 25 ราย อยู่ในเมืองชิงไถ มีผู้สูญหายในมณฑลนี้อีก 111 คน ขณะที่มีบ้านเรือนถูกทำลายราว 53,000 หลัง ขณะที่มีรายงานว่าประชาชนนับพันคนออกมาประท้วงปิดถนนเมื่อวันศุกร์ เนื่องจากไม่พอใจทางการที่ไม่ประกาศเตือนภัยน้ำท่วม และมีปฏิบัติการช่วยเหลือที่ไร้ประสิทธิภาพ


น้ำท่วมในมณฑลเหลียวหนิง

ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตในมณฑลเหอหนานอยู่ที่อย่างน้อย 15 ราย และมีผู้ต้องอพยพอีกราว 72,000 คน

ขณะที่ทางการจีนเตรียมมอบงบประมาณให้แก่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบนับล้านคน รวมทั้งในบ้านพื้นที่ยังเกิดไฟฟ้าดับ, การสื่อสารและเครือข่ายการขนส่งล่มเป็นวงกว้าง

 

ระเบิดโจมตีขบวนประท้วงในอัฟกัน ดับ 80 ศพ ‘ไอซิส’ อ้างอยู่เบื้องหลัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ก.ค. 2559 23:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/671052

 

เกิดเหตุระเบิดระหว่างการเดินขบวนประท้วงของชนกลุ่มน้อยในกรุงคาบูลเมื่อวันเสาร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 80 ราย และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ขณะที่สื่อของไอซิสอ้างว่ากลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้อยู่เบื้องหลังการโจมตี…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดระหว่างการเดินขบวนประท้วงของชนกลุ่มน้อย ‘ฮาซารา’ (Hazara) ชาวมุสลิมชีอะห์ ที่จัตุรัส เดห์ มาซาง ในกรุงคาบูล เมืองหลวงของประเทศอัฟกานิสถานเมื่อวันเสาร์ (23 ก.ค.) เพื่อต่อต้านการวางสายส่งไฟฟ้าแรงสูง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 50 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 230 คน

หลังเกิดเหตุ สำนักข่าวอามัค ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) รายงานว่า นักรบไอซิส 2 คน จุดชนวนเข็มขัดระเบิดฆ่าตัวตายที่การชุมนุมของชาวชีอะห์ในกรุงคาบูล ด้านกลุ่มก่อการร้ายตาลีบันออกมาประณามการโจมตีที่เกิดขึ้น โดย นายซาบิอุลเลาะห์ มูจาฮิด โฆษกของกลุ่มส่งอีเมลถึงสื่อต่างๆ ระบุว่า พวกเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีครั้งนี้

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวในหน่วยข่าวกรองของอัฟกานิสถานบอกกับสำนักข่าวบีบีซีว่า ผู้บัญชาการคนหนึ่งของกลุ่มไอซิส ชื่อว่า อาบู อาลี ส่งนักรบญิฮาดจากเขตอาเชน ในจังหวัดนันการ์ฮาร์ ทางตะวันออกของอัฟกานิสถาน ไปก่อเหตุโจมตีในกรุงคาบูลดังกล่าว


ชาวฮาซาราเดินขบวนประท้วงในกรุงคาบูล

ทั้งนี้ ชาวฮาซาราออกมาเดินขบวนประท้วงในกรุงคาบูล เรียกร้องให้การเดินสายไฟฟ้าแรงสูงขนาด 500 กิโลวัตต์ จากประเทศเติร์กเมนิสถานมายังกรุงคาบูล ต้องไม่ผ่านจังหวัดบัมยาน และวาร์ดัก ซึ่งเป็นที่ที่ประชากรส่วนใหญ่ของชาวฮาซาราอาศัยอยู่

ประธานาธิบดี อัชราฟ กานี กล่าวหลังเกิดเหตุระเบิดว่า เขาเสียใจอย่างที่สุด และเสริมว่า การชุมนุมประท้วงอย่างสงบเป็นสิทธิ์ของพลเรือนทุกคน และผู้ก่อการร้ายฝ่ายต่อต้านแฝงตัวเข้าไปในฝูงชนและก่อเหตุโจมตี ทำให้พลเมืองรวมทั้งเจ้าหน้าที่กองกำลังความมั่นคงถูกสังหารและบาดเจ็บหลายราย

 

ญี่ปุ่นเฮ! เล่นโปเกมอน รัฐออกคู่มือเตือน 9 ข้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ก.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/670362

 

เห่อเกมฮิต–วัยรุ่นญี่ปุ่นใช้โทรศัพท์ มือถือหาตัว “โปเกมอน” ในย่านชิบูยะ กรุงโตเกียว หลังบริษัทนินเทนโด ผู้สร้างตัวโปเกมอน และบริษัทซอฟต์แวร์นิแอนทิค แล็บส์ เปิดตัวเกม “โปเกมอน โก” ในบ้านเกิดของมันเป็นครั้งแรก เมื่อ 22 ก.ค. ท่ามกลางความตื่นเต้นของแฟนเกม (รอยเตอร์)

เมื่อ 22 ก.ค. บริษัท นินเทนโด จำกัด เจ้าของเกมออนไลน์สุดฮิต “โปเกมอน โก” ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทซอฟต์แวร์นีแอนทิค แล็บส์เริ่มเปิดให้ชาวญี่ปุ่นเข้าไปเล่นเป็นครั้งแรก โดยนายจุนอิชิ มาซูดะ หัวหน้าฝ่ายพัฒนากล่าวขอโทษทางอินเตอร์เน็ตที่ปล่อยให้แฟนเกมชาวญี่ปุ่นรอนาน ทั้งที่ตัวการ์ตูนโปเกมอนเกิดขึ้นครั้งแรกที่ญี่ปุ่นเมื่อ 20 ปีก่อน ขณะที่ทั้งในสหรัฐฯ แคนาดาออสเตรเลียและอีกกว่า 30 ประเทศในยุโรปเล่นเกมนี้กันแล้วอย่างบ้าคลั่งจนเกิดอุบัติเหตุและโจรกรรมหลายพื้นที่ รัฐบาลญี่ปุ่นจึงประกาศเตือนด้วยการออกคู่มือ 9 ข้อ ตั้งแต่การตั้งชื่ออื่นที่ไม่ใช่ชื่อจริงไปถึงผู้เล่นที่มีประวัติเป็นโรคหัวใจ

ส่วนนายเจมส์ สตัมโบ กับนายเควิน นอร์ตัน ชาวรัฐไอโอวาในสหรัฐฯ ซึ่งก่อเหตุป่วนการ แข่งขัน โปเกมอน เวิล์ด แชมเปียนชิพ และพกพาอาวุธปืนกับระเบิดเข้าไปในงานที่เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเสตต์ เมื่อเดือน ส.ค.ปีกลาย ถูกศาลตัดสินมีความผิดจำคุกคนละ 2 ปี และเมื่อพ้นโทษให้เข้ารับการตรวจสุขภาพจิตกับห้ามพกอาวุธ.

 

จีนอ่วม น้ำท่วมหนักภาคเหนือ ตาย-สูญหาย 75 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.ค. 2559 22:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/669359

 

ภาคเหนือของจีนกำลังเผชิญน้ำท่วม หลังจากฝนตกหนักมานานหลายวัน โดยล่าสุดมีผู้เสียชีวิตกับผู้สูญหายรวมแล้ว 75 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จีนเผชิญฝนตกหนักในพื้นที่ที่ปกติจะมีอากาศแล้งเช่นกรุงปักกิ่ง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งรอบหลายปีในภาคเหนือของประเทศ ตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ประชาชนหลายหมื่นคนต้องอพยพออกจากบ้าน และมีผู้เสียชีวิตกับผู้สูญหายรวมแล้ว 75 คน นอกจากนี้ยังทำให้บริการรถไฟและเครื่องบินหลายร้อยเที่ยวต้องถูกยกเลิก

เจ้าหน้าที่ของจีนส่งทหารและเครื่องจักรหนักไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เนื่องจากฝนที่ตกลงมาเสี่ยงทำให้ทำนบกั้นน้ำตามแนวแม่น้ำหลายสายได้รับความเสียหาย และมีการใช้มาตรการฉุกเฉินต่างๆ เช่น ปล่อยน้ำออกจากเขื่อน ‘ซานเสียต้าป้า’ หรือเขื่อนสามหุบเขา บริเวณแม่น้ำแยงซี เป็นต้น


น้ำท่วมที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมืองเกาหยาง ตอนกลางของมณฑลหูเป่ย

ด้านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน เตือนให้ทั่วประเทศเตรียมตัวสำหรับความยากลำบากที่จะตามมา และขู่จะลงโทษเจ้าหน้าที่ที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่อย่างหนัก

ทั้งนี้ เมื่อวันพุธ รัฐบาลกรุงปักกิ่งประกาศเตือนภัยขั้นสีส้ม ซึ่งเป็นขั้นสูงสุดอันดับ 2 ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำขนาดใหญ่หลายสายของจีนเพิ่มสูงขึ้นเกินสถิติในปี 1998 ที่เกิดน้ำท่วมรุนแรงจนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 4,150 รายเสียอีก

 

อาจเจอโทษจำคุก 5 ปี! โจชัว หว่อง แกนนำประท้วงต้านจีน โดนศาลตัดสินทำผิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/669141

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.ค. 2559 17:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/669141

 

คำเตือนยะเยือกจากแดนมังกร…โจชัว หว่อง นศ.หนุ่มฮ่องกง แกนนำคนสำคัญเรียกร้องประชาธิปไตย-ต่อต้านรัฐบาลคอมมิวนิสต์จีน โดนศาลฮ่องกงตัดสินกระทำผิดฐานชุมนุมโดยผิดกฎหมาย มีสิทธิเผชิญหน้ากับโทษจำคุกนานถึง 5 ปี

เมื่อ 21 ก.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน โจชัว หว่อง นักศึกษาหนุ่มชาวฮ่องกง วัย 19 ปี นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยคนสำคัญ และเป็นหนึ่งในแกนนำชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลจีน ที่ชาวโลกจดจำใบหน้าเขาได้ดี ถูกศาลในฮ่องกงตัดสินเมื่อเช้าวันที่ 21 ก.ค.ว่า กระทำความผิดฐานชุมนุมโดยผิดกฎหมาย เนื่องจากได้เข้าไปชุมนุมในพื้นที่ที่ทางการไม่อนุญาต บริเวณด้านนอกศาลาว่าการของรัฐบาลฮ่องกง เมื่อวันที่ 29 ก.ย.2557 ขณะที่ความเคลื่อนไหวของเขาเป็นการผลักดันให้เกิดการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลฮ่องกงและจีน เป็นเวลานานถึง 79 วัน จนถือเป็นการท้าทายอำนาจรัฐบาลจีนครั้งใหญ่สุด นับตั้งแต่เกิดการประท้วงที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน ในกรุงปักกิ่ง เมื่อปี 2532

เว็บไซต์ เดอะ การ์เดียน รายงานอ้างข่าวจาก RTHK สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นในฮ่องกงว่า นอกจากโจชัว หว่อง จะถูกตัดสินกระทำผิดแล้ว นายอเล็กซ์ โจว แกนนำนักศึกษาคนสำคัญของฮ่องกงอีกคนหนึ่ง ก็ถูกตัดสินกระทำในคดีเดียวกัน ส่วนนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง คนที่ 3 นายนาธาน ลอว์ ได้ถูกตัดสินกระทำผิดฐานเข้าร่วมการประท้วงผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม โจชัว หว่อง ไม่พบความผิดในคดียุยงปลุกปั่นบุคคลอื่นให้เข้าร่วมการชุมนุมประท้วง


3 นักศึกษาหนุ่มฮ่องกง ที่ตกเป็นจำเลย จากการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลฮ่องกงและจีนเมื่อเกือบ 2ปีก่อน

ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีแจ้งว่า หลังจากศาลอ่านคำพิจารณาตัดสินคดีแล้ว โจชัว หว่อง ได้กล่าวว่า พวกตนไม่รู้สึกเสียใจในสิ่งที่พวกตนได้กระทำลงไป ขณะที่ศาลฮ่องกงได้อนุญาตให้จำเลยนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงทั้ง 3 คนได้รับการประกันตัว ก่อนที่คำตัดสินลงโทษจะมีขึ้นในวันที่ 15 ส.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าโทษสูงสุดที่จำเลยทั้ง 3 อาจได้รับคือการถูกตัดสินจำคุกนานถึง 5 ปี


โจชัว หว่อง แกนนำเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง

ขณะที่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลชี้ว่า คำตัดสินให้นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงทั้ง 3 คนกระทำความผิด ถือเป็นการเตือนที่น่าหวาดหวั่นต่อการเรียกร้องเสรีภาพและการชุมนุมโดยสันติในฮ่องกง ทั้งนี้ การชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ในฮ่องกงต่อต้านรัฐบาลจีนหรือที่เรียกว่า ‘ปฏิวัติร่ม’เมื่อเกือบ 2ปีก่อน มีขึ้นเนื่องจากชาวฮ่องกงต้องการคัดค้านจีนที่ยังต้องการเข้่ามามีอิทธิพลเหนือการเลือกตั้งผู้ว่าการเกาะฮ่องกงในปี 2560 เนื่องจากบรรดาผู้สมัครต้องผ่านการเห็นชอบจากรัฐบาลจีนแล้วเท่านั้น .

 

ตร.อินเดียจับแล้ว 3 คดี 5 หื่นรุมโทรมเหยื่อคนเดิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.ค. 2559 05:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/668479

 

ตำรวจอินเดียจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยคดีชาย 5 คน ก่อเหตุรุมโทรมข่มขืนเหยื่อคนเดิมที่พวกเขาเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันไปแล้วเมื่อ 3 ปีก่อน ได้แล้ว 3 คน และกำลังตามล่าอีก 2 คนที่เหลือ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจของประเทศอินเดีย ดำเนินการจับกุมผู้ต้องสงสัย 3 คน จาก 5 คน ที่ถูกกล่าวหาว่า ก่อเหตุรุมโทรมข่มขืนนักศึกษาหญิงวรรณะดาลิต หรือ จัณฑาล คนเดิม ที่พวกเขาเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันไปแล้วเมื่อ 3 ปีก่อน เพราะไม่พอใจที่เหยื่อไม่ยอมถอนฟ้อง

ทั้งนี้ เหยื่อสาววัย 21 ปีรายนี้ บอกกับตำรวจว่า เธอถูกชาย 5 คนนี้ลักพาตัวไปจากหน้ามหาวิทยาลัยในรัฐหรยาณา เมื่อสัปดาห์ก่อน ก่อนที่พวกเขาจะวางยาและข่มขืนเธอ แล้วนำร่างที่สลบไม่ได้สติของเธอไปทิ้งไว้ข้างถนนสายหนึ่ง แต่เธอได้รับความช่วยเหลือจากผู้ที่สัญจรผ่านมา ซึ่งพาเธอไปส่งโรงพยาบาล

หญิงคนนี้ระบุตัวคนร้ายที่ลักพาตัวเธอไปว่า เป็นคนเดียวกับชาย 5 คนที่ก่อเหตุข่มขืนเธอเมื่อปี 2013 โดย 2 ใน 5 คนนี้เคยถูกจับได้แล้ว แต่ได้รับการประกันตัวออกมาระหว่างรอการพิจารณาคดี

ล่าสุดในวันพุธที่ 20 ก.ค. นายพุชปา คาตรี เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งมีส่วนร่วมในการสืบสวนคดีนี้ บอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า พวกเขาสามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัย 3 จาก 5 คนได้แล้ว โดยไม่เปิดเผยรายละเอียดใดๆ เพิ่มเติม และพวกเขากำลังตามล่าตัวผู้ต้องสงสัยอีก 2 คนที่เหลือ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ช็อก! 5 หื่นอินเดียก่อคดีซ้ำ รุมโทรมสาวคนเดิม ฉุนไม่ยอมถอนฟ้อง

 

ระทึก! ไฟไหม้ตึกระฟ้าในดูไบ ลามกว่า 30 ชั้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.ค. 2559 02:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/668424

 

เกิดเหตุไฟไหม้ที่อาคารสูงแห่งหนึ่งในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันพุธ โดยไฟลุกลามกว่า 30 ชั้น แต่เคราะห์ดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุไฟไหม้ที่อาคารที่อยู่อาศัย ‘ซูลาฟา ทาวเวอร์’ ความสูงถึง 75 ชั้น ในเขตมารินา หนึ่งในเขตที่มีประชากรหนาแน่นของนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อช่วงบ่ายวันพุธที่ผ่านมา ทำให้เกิดควันดำหนาทึบลอยขึ้นสู่อากาศ ขณะที่ซากปรักหักพังตกลงมายังพื้นเบื้องล่าง

ข่าวระบุว่า เพลิงไหม้เกิดขึ้นที่ชั้นบนของ ซูลาฟา ทาวเวอร์ ก่อนที่ไฟซึ่งออกมาด้านนอกของอาคารจะลุกลามไปยังชั้นและด้านอื่นๆ ของอาคาร อย่างรวดเร็ว รวมมากกว่า 30 ชั้น ขณะที่เพลิงลุกลามไปยังอพาร์ตเมนต์จำนวนหนึ่งภายในอาคารด้วย


ไฟลามด้านนอกอาคาร ซูลาฟา ทาวเวอร์

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถควบคุมเพลิงได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในเหตุการณ์นี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันพลเรือนได้อพยพคนออกจากอาคารทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุของไฟไหม้ครั้งนี้

อนึ่ง ซูลาฟา ทาวเวอร์ เป็นตึกระฟ้าแห่งล่าสุดของยูเออีที่เกิดเพลิงไหม้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และที่เป็นที่รู้จักที่สุดคือ เหตุเพลิงไหม้อาคาร ‘แอดเดรส ดาวน์ทาวน์ ดูไบ’ สูง 63 ชั้น ใกล้กับ ‘เบิร์จ คาลิฟา’ ตึกที่สูงที่สุดในโลก ขณะที่กำลังมีการจุดพลุฉลองวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าสาเหตุเกิดจากสายไฟภายในอาคารชำรุด

จีนรวมตัวคว่ำบาตร เคเอฟซี ประท้วงสหรัฐฯ ปมทะเลจีนใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.ค. 2559 15:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/668219

ชาวจีนรวมตัวกันเรียกร้องคว่ำบาตร เคเอฟซี ประท้วงสหรัฐฯ ประเด็นคำวินิจฉัยของศาลอนุญาโตตุลาการถาวร ปมทะเลจีนใต้ เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลเข้ม …

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ว่า ประชาชนชาวจีนรวมตัวกันเรียกร้องให้ประชาชนเข้าร่วมคว่ำบาตรร้าน KFC หลังไม่พอใจรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในประเด็นคำวินิจฉัยของศาลอนุญาโตตุลาการถาวร ที่ปฏิเสธการอ้างสิทธิเหนือน่านน้ำทะเลจีนใต้ของประเทศจีน โดยมีการประท้วงตามสาขาต่างๆ แล้ว 11 แห่ง

รายงานข่าวระบุว่า ฝูงชนได้รวมตัวกันโบกป้ายประกาศและตะโกนต่อต้านสหรัฐอเมริกาบริเวณหน้าร้านเคเอฟซีในมณฑลเหอเป่ยและหูหนาน โดยผู้ประท้วงรายหนึ่งถือป้ายที่มีใจความว่า “ออกไปจากจีนเสีย เคเอฟซีและแมคโดนัลด์”

ขณะที่สำนักข่าวโซหูรายงานเช่นกันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจในมณฑลเจียงซูสั่งให้ร้านเคเอฟซีปิดบริการก่อน เพื่อป้องกันเหตุบานปลาย โดยมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอบนสื่อสังคมออนไลน์จีน ที่แสดงภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนนอกร้านเคเอฟซีพยายามฉีกป้ายประกาศของผู้ประท้วง โดยหนึ่งในผู้ประท้วงตะโกนใส่ตำรวจว่า “คนจีนรึเปล่า?” หลังเจ้าหน้าที่ไม่แสดงท่าทีชาตินิยมตามที่ฝ่ายประท้วงคาดหวัง

อย่างไรก็ตาม เคเอฟซีถือเป็นสัญลักษณ์ของทุนนิยมอเมริกันสำหรับจีน โดยในประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกนี้มีเคเอฟซีมากกว่า 4,000 สาขา

เครดิตภาพ https://consumerist.com/2016/07/19/kfc-becomes-a-symbol-of-all-things-american-in-china/