จวกโสมแดงยิงจรวด 3 ลูก ท้วงตั้งระบบ “ธาด”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.ค. 2559 04:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/667769

 

เมื่อวันอังคาร 19 ก.ค. เกาหลีเหนือยิงทดสอบขีปนาวุธ 3 ลูก หวังท้าทายกรณีสหรัฐฯกำลังพยายามตั้งฐานระบบต่อต้านขีปนาวุธ “ธาด” (THAAD) ในเมืองจองจู ทางใต้ของเกาหลีใต้ โดยขีปนาวุธของเกาหลีเหนือครั้งนี้คือ ขีปนาวุธสกั๊ดที่มีพิสัยการยิงระยะสั้น จำนวน 2 ลูก ถูกยิงตกทะเลด้านตะวันออกด้วยระยะยิงไกล 500-600 กม. ซึ่งระยะเพียงพอครอบคลุมเกาหลีใต้ทั้งประเทศ ส่วนขีปนาวุธอีกลูกคือ โรดองหรือโนดอง มีพิสัยการยิงระยะกลาง แต่ยังไม่มีรายงานผลกระทบตามมาและไม่กระทบผลประโยชน์ของสหรัฐฯ

ขณะที่กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นแถลงประณามและว่าการยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือเป็นการยั่วยุซึ่งบ่อนทำลายความมั่นคงในภูมิภาคและระหว่างประเทศ เช่นเดียวกับเกาหลีใต้แถลงประณามการยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนืออย่างแข็งกร้าวซึ่งถือเป็นการประท้วงด้วยอาวุธเพื่อต่อต้านการติดตั้งระบบ “ธาด”

ทั้งนี้ ตลอดช่วงหลายเดือนหลัง เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธระยะกลางแล้วหลายครั้ง ซึ่งล้วนละเมิดข้อห้ามของสหประชาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากสหรัฐฯกับเกาหลีใต้ประกาศความร่วมมือติดตั้งระบบ “ธาด” ยิ่งทำให้เกาหลีเหนือแสดงศักยภาพด้านขีปนาวุธมากขึ้น ทั้งประกาศจะใช้ศักยภาพทางกายภาพโต้ตอบความเคลื่อนไหวของเกาหลีใต้ ส่วนจีนวิจารณ์การติดตั้งระบบ “ธาด” ของสหรัฐฯและเกาหลีใต้ว่า กำลังทำให้เสถียรภาพในภูมิภาคสั่นคลอน.

 

สลด! ไฟไหม้รถทัวร์ไต้หวัน คลอกดับ 26 ศพ เป็นนักท่องเที่ยวอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.ค. 2559 01:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/667744

 

รถบัสนักท่องเที่ยวในไต้หวันประสบอุบัติเหตุระหว่างกำลังเดินทางไปยังสนามบินในกรุงไทเปเมื่อวันอังคาร ทำให้เกิดไฟไหม้ตัวรถ จนมีผู้เสียชีวิตถึง 26 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 19 ก.ค. เกิดอุบัติเหตุรถบัสทัวร์ในไต้หวันชนเข้ากับราวเหล็กลูกฟูก ที่ถนนหลวงสายหนึ่งใกล้กับท่าอากาศยานนานาชาติ ‘เถาหยวน’ จนเกิดไฟลุกไหม้ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 26 ราย ในจำนวนนี้ 24 รายเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนแผ่นดินใหญ่รวมทั้งเด็ก 3 คน อีก 2 คนคือคนขับรถและไกด์นำเที่ยวชาวไต้หวัน

อุบัติเหตุเกิดขึ้นในเวลาก่อน 13.00 น. วันอังคารตามเวลาท้องถิ่น บนถนนฟรีเวย์หมายเลข 2 ซึ่งเชื่อมต่อกับท่าอากาศยานนานาชาติ เถาหยวน ในกรุงไทเป โดยรถบัสทัวร์คันนี้กำลังเดินทางมุ่งหน้าไปยังสนามบินดังกล่าว เพื่อส่งนักท่องเที่ยวขึ้นเครื่องบินกลับมาตุภูมิของพวกเขา หลังจากท่องเที่ยวในไต้หวันมา 7 วัน


เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสภาพที่เกิดเหตุ

สำนักงานดับเพลิงเมืองเถาหยวนระบุว่า พวกเขาได้ส่งรถดับเพลิง 23 คน และเจ้าหน้าที่ 60 นาย ไปช่วยดับไฟและปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้โดยสารรถบัสที่เกิดอุบัติเหตุ ด้านกรมการท่องเที่ยวของไต้หวัน ยืนยันว่า นักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุเป็นชาวจีนที่เดินทางมาจากเมืองต้าเหลียน ในมณฑลเหลียวหนิงของจีน

 

เตือนภัยสีแดง! มือปืนบุกยิงหลายจุดในเมืองใหญ่สุดของคาซัคฯ ดับ 4 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/667084

 

เกิดเหตุกลุ่มมือปืนบุกโจมตีอาคารรัฐบาลหลายแห่งในเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศคาซัคสถานเมื่อวันจันทร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และทางการคาซัคฯ ยกระดับเตือนภัยด้านความมั่นคงสู่ขั้นสูงสุด…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของประเทศคาซัคสถานกำลังออกปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายในเมืองอัลมาตี เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ หลังจากเกิดเหตุกลุ่มมือปืนไม่ทราบฝ่าย บุกโจมตีอาคารรัฐบาลหลายแห่ง จนมีผู้เสียชีวิต 4 ราย รวมตำรวจด้วย 3 นาย

กระทรวงมหาดไทยคาซัคฯ ระบุผ่านแถลงการณ์ว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วันจันทร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) กลุ่มมือปืนไม่ทราบฝ่ายพยายามบุกเข้าไปในอาคารกระทรวงมหาดไทย ในพื้นที่ใจกลางเมืองอัลมาตี ทำให้มีตำรวจ 1 นายถูกยิงเสียชีวิต นอกจากนี้ยังเกิดเหตุโจมตีอาคารสำนักงานตำรวจภูธร และตึกที่ทำการคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติด้วย


ตำรวจคาซัคฯ จับชายผู้ต้องสงสัยคนหนึ่ง หลังเกิดเหตุโจมตีในเมืองอัลมาตี

กระทรวงมหาดไทยเผยอีกว่า มีตำรวจอีก 2 คนถูกยิงระหว่างไล่ตามมือปืนกลุ่มนี้ ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา และมีพลเรือนเพศชายถูกยิงเสียชีวิตด้วย 1 คน ระหว่างที่คนร้ายพยายามขโมยรถยนต์ของเขา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมมือปืนได้แล้ว 1 คน แต่ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลใดๆ เพิ่มเติม

ขณะที่ นายนูร์สุลตาน นาซาร์ยาเยฟ ประธานาธิบดีแห่งคาซัคสถาน ระบุว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นในวันจันทร์ เป็นการก่อการร้ายและออกคำสั่งให้เพิ่มการรักษาความปลอดภัยทั่วประเทศ

ด้านสถานทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงอัสตานา เมืองหลวงของคาซัคสถาน ออกแนะนำให้พลเมืองอเมริกันในเมืองอัลมาตี ให้อยู่แต่ภายในอาคาร ขณะที่คำแนะนำการเดินทางของกระทรวงต่างประเทศสหราชอาณาจักร ระบุว่า เกิดการโจมตีในเมืองอัลมาตี 4 จุด และทางการคาซัคสถานยกระดับการเตือนภัยด้านความมั่นคงขึ้นสู่ระดับสีแดง ซึ่งเป็นขั้นสูงสุดแล้ว

 

ช็อก! 5 หื่นอินเดียก่อคดีซ้ำ รุมโทรมสาวคนเดิม ฉุนไม่ยอมถอนฟ้อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.ค. 2559 04:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/667047

 

ชาย 5 คนผู้ถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุรุมโทรมข่มขืนนักเรียนหญิงเมื่อ 3 ปีก่อน ก่อเหตุซ้ำอีกครั้งกับหญิงคนเดิมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะไม่พอใจที่เหยื่อไม่ยอมถอนฟ้อง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาย 5 คนผู้ถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุรุมโทรมข่มขืนนักเรียนหญิงซึ่งอยู่ในวรรณะดาลิต หรือจัณฑาล เมื่อ 3 ปีก่อน จู่โจมและข่มขืนหญิงเคราะห์ร้ายรายนี้อีกครั้งเมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อลงโทษที่เธอไม่ยอมดำเนินการถอนฟ้องคดีต่อพวกเขา

หลังเกิดคดีแรกในเมืองพิวานี ในรัฐหรยาณา เมื่อปี 2013 ครอบครัวของหญิงคนนี้ต้องย้ายที่อยู่อาศัยไปตามเมืองต่างๆ เพื่อหลบหนีชายทั้ง 5 คน ซึ่งมีเพียง 2 คนที่ถูกจับกุมตัวแต่ได้รับการประกันตัวออกมาแล้ว อย่างไรก็ตาม ชายกลุ่มนี้ตามหาตัวหญิงเคราะห์ร้ายรายนี้จนพบและจู่โจมเธอขณะที่เธอออกจากอาคารมหาวิทยาลัยในเมืองโรห์ตัค ในรัฐเดียวกันเมื่อวันพุธที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา

เหยื่อสาววัย 21 ปี บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า “ฉันกลัวที่เห็นพวกเขา พวกเขาใช้กำลังบังคับฉันขึ้นไปบนรถยนต์ พวกเขาคือผู้ชายกลุ่มเดิมที่ข่มขืนฉันก่อนหน้านี้” ขณะที่รายงานข่าวระบุว่า เธอถูกพบตัวอยู่ในพงหญ้าข้างถนนสายหนึ่ง ในสภาพบาดเจ็บสาหัส เสื้อผ้าฉีกขาด ก่อนที่ผู้ที่สัญจรผ่านมาพบจะพาเธอไปส่งโรงพยาบาล

ด้านครอบครัวของผู้เคราะห์ร้ายเผยว่า การจู่โจมครั้งนี้เป็นความพยายามข่มขู่ หรือลงโทษเธอ หลังจากที่พวกเขาปฏิเสธที่จะยอมรับการไกล่เกลี่ยคดีนอกศาล และไม่สนใจคำขู่ของชายกลุ่มนี้

“พวกเขาเสนอเงินให้เรา 5 ล้านรูปี (ราว 2.6 ล้านบาท) ด้วย แต่เราต้องการความเป็นธรรม พวกเขาควรได้รับการลงโทษอย่างหนัก พวกเราจึงจะได้รับความเป็นธรรม” พี่ชายของผู้เคราะห์ร้ายบอกกับสำนักข่าว ฮินดูสถาน ไทมส์ “เราได้รับคำขู่จากผู้ถูกกล่าวหาให้ไปไกล่เกลี่ยกันนอกศาล แต่เรายังยืนยัน และนั่นคือเหตุผลที่พวกเขาจู่โจมเธออีกครั้ง”

ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 5 คนมีอายุอยู่ในช่วง 20 ตอนปลาย และมีอย่างน้อย 3 คน ที่เป็นคนวรรณะสูง โดยล่าสุด ตำรวจได้ออกตามล่าตัวชายทั้ง 5 คนแล้ว แต่ยังไม่มีการจับกุมเกิดขึ้น ขณะเดียวกัน เกิดการชุมนุมประท้วงในเมืองโรห์ตัค เรียกร้องให้ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยโดยเร็ว

 

จีนปิดทะเลจีนใต้ซ้อมรบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 19 ก.ค. 2559 02:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/666982

 

สำนักงานทางทะเลแห่งมณฑลไห่หนานหรือไหหลำของจีน แถลงเมื่อ 18 ก.ค.ว่า จีนปิดน่านน้ำในทะเลจีนใต้บางส่วนทางตะวันออกเฉียงใต้ไห่หนานเพื่อซ้อมรบ 4 วัน ช่วงวันที่ 18-21 ก.ค. แต่ไม่เผยรายละเอียดเรื่องการซ้อมรบ

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นหลังศาลอนุญาโตตุลาการถาวร (พีซีเอ) ณ กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ ตัดสินให้ฟิลิปปินส์ชนะจีนในคดีพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ แต่จีนไม่ยอมรับ และมีขึ้นในช่วงที่พลเรือเอกจอห์น ริชาร์ดสัน ผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการกองทัพเรือสหรัฐฯ เดินทางเยือนจีน 3 วัน เพื่อหารือกับผู้บัญชาการทหารเรือจีนเรื่องกรณีพิพาทในทะเลจีนใต้ และหาช่องทางเพิ่มการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน.


เครื่องบินทิ้งระเบิด เอช-6เค (H-6K) บนลาดตระเวนบริเวณหมู่เกาะและแนวปะการังในทะเลจีนใต้
 

มือปืนบุกยึดสน.ในอาร์เมเนีย-จับตัวประกัน ร้องปล่อยนักโทษการเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.ค. 2559 00:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/666247

 

กลุ่มมือปืนบุกยึดสถานีตำรวจในเมืองหลวงของประเทศอาร์เมเนีย เมื่อวันอาทิตย์ โดยสังหารตำรวจไป 1 นาย และจับตัวประกันจำนวนหนึ่งเอาไว้ พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวนักโทษการเมืองทุกคน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 ก.ค. เกิดเหตุกลุ่มมือปืนบุกยึดสถานีตำรวจในกรุงเยเรวาน เมืองหลวงของประเทศอาร์เมเนีย และจับผู้ที่อยู่ในอาคารเป็นตัวประกัน โดยพวกเขาเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวนักการเมืองฝ่ายค้านที่พวกเขาระบุว่า ถูกคุมขังอย่างไม่ยุติธรรม และขอให้ประชาชนออกมาเดินขบวนตามท้องถิ่นเพื่อกดดันให้รัฐบาลทำตามที่พวกเขาต้องการด้วย

ภาพวิดีโอซึ่งเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ ‘lifenews.ru’ ของรัสเซีย แสดงให้เห็นชายกลุ่มหนึ่ง มีปืนไรเฟิลคาลาชนิคอฟเป็นอาวุธ และสวมเสื้อเกราะกันกระสุน กล่าวข้อเรียกร้องของพวกเขา “ถึงเพื่อนร่วมชาติอันเป็นที่รัก มันเริ่มขึ้นแล้ว เราขอเรียกร้องให้ทุกคนออกมาเดินตามท้องถนน ข้อเรียกร้องของเราคือปล่อยนักโทษการเมืองทุกคน และพาพวกเขามาที่นี่”

ขณะที่มือปืนอีกคนกล่าวว่า “สถานีตำรวจแห่งนี้อยู่ในกำมือพวกเรามา 3 ชั่วโมงครึ่ง เรายึดอาวุธทั้งหมดไว้แล้ว มันไม่มีทางอื่น เราเรียกร้องต่อคุณ อย่าให้เราอยู่อย่างโดดเดี่ยว เรากำลังทำในส่วนของเรา คุณก็ทำในส่วนของคุณ”

ข้อเรียกร้องหลักของกลุ่มมือปืน คือ ขอให้รัฐบาลปล่อยตัว นายเจอแรร์ เซฟิเลียน นักการเมืองฝ่ายค้าน ซึ่งถูกคุมขังเมื่อเดือน มิ.ย. ในข้อหาครอบครองอาวุธโดยไม่ได้รับอนุญาต เขายังถูกกล่าวหาว่าวางแผนก่อความไม่สงบในสังคม นอกจากนี้ กลุ่มคนร้ายยังเรียกร้องให้ประธานาธิบดี เซิร์ซห์ ซาร์คิเซียน ลาออกจากตำแหน่งด้วย


ตำรวจอาร์เมเนียปิดถนนใกล้สถานีตำรวจที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงอาร์เมเนีย มีตำรวจถูกสังหาร 1 นาย และได้รับบาดเจ็บอีก 2 นาย ระหว่างที่กลุ่มมือปืนบุกยึดสถานีตำรวจแห่งนี้ แต่เจ้าหน้าที่กำลังพยายามเจรจากับคนร้ายเพื่อยุติการเผชิญหน้าอย่างสันติ และตอนนี้มีตัวประกันได้รับการปล่อยตัวแล้ว 2 คน แต่ตำรวจยังเชื่อว่ากลุ่มมือปืนยังมีตัวประกันในมืออีก 7-8 คน

ขณะที่พรรคการเมืองฝ่ายค้านอย่างน้อย 1 พรรค ออกมาประณามเหตุจับตัวประกัน และตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์นี้อาจได้รับแรงบันดาลใจมาจากการก่อรัฐประหารที่ไม่สำเร็จในประเทศเพื่อนบ้านอย่างตุรกี ส่วนเจ้าหน้าที่ความมั่นคงระบุด้วยว่า ผู้สนับสนุนมือปืนกลุ่มนี้ออกมาปล่อยข่าวลือบนโลกออนไลน์ เกี่ยวกับการลุกฮือต่อต้านรัฐบาลและการยึดอาคารต่างๆ ในอาร์เมเนีย แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง

 

จี้โสมเหนือปล่อยคนแปรพักตร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/664942

 

(ภาพจาก :  REUTERS)

เมื่อ 15 ก.ค. กระทรวงปรองดองเกาหลีใต้แสดงความวิตกกังวลอย่างหนัก พร้อมเรียกร้องให้ทางการเกาหลีเหนือปล่อยตัวนายโค ฮยุน-ชอล อายุ 53 ปี และส่งตัวกลับเกาหลีใต้ หลังถูกจับได้ที่เกาหลีเหนือตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. และยอมรับสารภาพทั้งน้ำตาต่อหน้าสื่อมวลชนต่างชาติที่กรุงเปียงยางว่าพยายามลักพาตัวเด็กหญิงกำพร้าชาวเกาหลีเหนือ 2 คน อายุ 8 กับ 9 ปี ไปอยู่เกาหลีใต้ โดยวางแผนว่ามาจากสำนักข่าวกรองแห่งชาติเกาหลีใต้ (NIS) ทั้งนี้ นายชอลหลบหนีการถูกสอบปากคำกรณีลอบขนของ เถื่อนจากเกาหลีเหนือเมื่อเดือน ม.ค.ปี 2556 เข้าไปอยู่ที่จีนราว 1 ปี ก่อนย้ายไปตั้งถิ่นฐานอยู่เกาหลีใต้อีก หนึ่งปีถัดมา ผ่านเส้นทางลาวกับประเทศไทย ซึ่งได้รับสิทธิ์เป็นพลเมืองเกาหลีใต้จากรัฐบาลทันที.

 

วังญี่ปุ่นโต้ข่าวจักรพรรดิอากิฮิโตะสละบัลลังก์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ก.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/664144

 

ไม่เป็นเรื่องจริง–สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พร้อมด้วยสมเด็จพระจักรพรรดินีมิจิโกะ ทรงทักทายพสกนิกรระหว่างเสด็จออกจากพระราชวังในเมืองฮายามา จังหวัดคานากาวะ เมื่อ 14 ก.ค. ขณะที่สำนักพระราชวังอิมพีเรียลออกมาปฏิเสธข่าวเรื่องการสละราชบัลลังก์ (รอยเตอร์)

กลายเป็นเรื่องกลับตาลปัตรครั้งใหญ่ หลังสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเค และสำนักข่าวเกียวโดนิวส์ ของญี่ปุ่น รายงานเมื่อวันที่ 13 ก.ค. อ้างแหล่งข่าวในสำนักพระราชวังอิมพีเรียลญี่ปุ่นว่า สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น พระชนมายุ 82 พรรษา ทรงเตรียมสละราชบัลลังก์ภายในระยะเวลา 2-3 ปีนี้ เพื่อเปิดทางให้เจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น พระชนมายุ 56 ชันษา สืบทอดอำนาจต่อ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 14 ก.ค. สำนักพระราชวังอิมพีเรียลญี่ปุ่นได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธต่อรายงานดังกล่าว โดยนายชินอิจิโร ยามาโมโตะ รองเลขาธิการสำนักพระราชวัง ออกมาเปิดเผยว่า เห็นข่าวที่สื่อมวลชนรายงานแล้ว แต่มันไม่ใช่เรื่องจริงแม้แต่นิดเดียว และสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงหลีกเลี่ยงที่จะตรัสถึงประเด็นการสละราชบัลลังก์มาโดยตลอด ด้วยเหตุผลในเรื่องสถานภาพของพระองค์ในรัฐธรรมนูญญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวที่อยู่ในแวดวงสำนักพระราชวังญี่ปุ่น ระบุว่า สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเค และสำนักข่าวเกียวโดนิวส์คงไม่เล่นข่าวนี้ นอกเสียจากว่าจะมีข้อมูลที่ค่อนข้างแน่นอน นอกจากนี้ ยังมีรายงานสำทับจากหนังสือพิมพ์โยมิอุริ ชิมบุน อีกด้วยว่า รัฐบาลญี่ปุ่นอยู่ระหว่างพิจารณาอย่างลับๆ ถึงความเป็นไปได้ในเรื่องการสละราชบัลลังก์ของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ จากกรณีพระชนมายุและเรื่องพระวรกายของพระองค์

ขณะเดียวกัน สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคและสื่อท้องถิ่นฉบับอื่นของญี่ปุ่นยังรายงานเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมาด้วยว่า สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ตรัสกับสมเด็จพระจักรพรรดินีมิจิโกะ เจ้าชายอากิชิโนะและเจ้าชายนารุฮิโตะ ถึงความประสงค์ของพระองค์ในการสละราชบัลลังก์ แต่มิได้ระบุวันเวลาที่แน่ชัด ซึ่งเอ็นเอชเคยังรายงานอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลญี่ปุ่นด้วยว่า พระองค์ทรงเตรียมแถลงสละราชบัลลังก์ต่อสาธารณชนในเร็วๆนี้

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงครองราชบัลลังก์นาน 27 ปี สืบต่อจากสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ ซึ่งครองราชบัลลังก์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงพระประชวรตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทรงรับการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากในปี 2546 ผ่าตัดบายพาสพระหทัยในปี 2555 ขณะที่การสละราชบัลลังก์ของประมุขราชวงศ์ญี่ปุ่น เกิดขึ้นในสมัยสมเด็จพระจักรพรรดิโคคาคุ เมื่อปี 2360 หรือเมื่อ 199 ปีก่อน.

 

ปินส์ใช้เวทีอาเซมถกปัญหากับจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/664142

 

ซ้อมๆ–เรือจีนร่วมปฏิบัติการซ้อมภารกิจค้นหาและกู้ภัยใกล้หมู่เกาะพาราเซลในทะเลจีนใต้ เมื่อ 14 ก.ค.ท่ามกลางภาวะตึงเครียดหลังศาลพีซีเอมีคำตัดสินเข้าทางฟิลิปปินส์ หรือปฏิเสธการอ้างสิทธิครอบครองดินแดนทะเลจีนใต้โดยใช้เส้นประ 9 เส้นของจีน (รอยเตอร์)

เหล่านักการทูตจากสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เผยเมื่อ 14 ก.ค. ว่าอาเซียนจะไม่ออกแถลงการณ์แสดงท่าทีเกี่ยวกับผลคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการถาวร (พีซีเอ) ที่ปฏิเสธการอ้างสิทธิครอบครองเหนือดินแดนทะเลจีนใต้ของจีน ทั้งนี้ ตามคำฟ้องร้องคัดค้านของฟิลิปปินส์ตั้งแต่ปี 2556 อ้างเป็นเพราะถูกจีนกดดัน ขณะที่ฟิลิปปินส์เรียกร้องให้จีนเคารพคำตัดสินของศาลพีซีเอ โดยนายเพอร์เฟคโต ยาไซ รมว.ต่างประเทศฟิลิปปินส์ แถลงว่า จะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นพูดคุยในกรอบวาระประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย-ยุโรป (อาเซม) ในสัปดาห์นี้ที่มองโกเลีย ที่ซึ่งนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงของจีนเข้าร่วมด้วย อย่างไรก็ดี นายเค่อเฉียงได้หารือนอกรอบการประชุมอาเซมกับนายกรัฐมนตรีของเวียดนาม เรียกร้องฝ่ายหลังช่วยรักษาสันติภาพในทะเลจีนใต้ด้วย

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯเริ่มใช้วิถีทางการทูตแบบเงียบ ชักชวนให้ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนามและประเทศอื่นในเอเชีย ไม่ให้เคลื่อนไหวเชิงก้าวร้าวจากผลการตัดสินของศาลพีซีเอกรณีพิพาททะเลจีนใต้ โดยอาศัยช่องทางผ่านสถานทูตสหรัฐฯและเจ้าหน้าที่ทูตแต่ละประเทศที่ประจำในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. รวมถึงผ่านนายแอช คาร์เตอร์ รมว.กลาโหม และนายจอห์น เคอร์รี รมว.ต่างประเทศ ขณะที่จีนพยายามชูการเจรจาแก้ปัญหา ทั้งข้อตกลงกับเวียดนามเรื่องอ่าวตังเกี๋ยและการเจรจากับเกาหลีใต้.

 

จีนขู่ตั้ง ADIZ ป้องกันน่านฟ้าเหนือทะเลจีนใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ก.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/663297

 

นางไช่ อิง เหวิน ประธานาธิบดีไต้หวัน ฟังนายทหารเรือบรรยายสรุปสถานการณ์ บนเรือฟริเกต ชั้นลาฟาเยต ที่ฐานทัพเรือทางตอนใต้ของไต้หวัน เมื่อ 13 ก.ค. ก่อนส่งเรือลำนี้เข้าไปในพื้นที่หมู่เกาะพิพาทสแปรตลีย์ในทะเลจีนใต้ เพื่อปกป้องอธิปไตย หลังกรณีศาลพีซีเอ กรุงเฮก อ่านคำตัดสินเบรกจีน (รอยเตอร์)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกาะติดสถานการณ์พิพาทหมู่เกาะทะเลจีนใต้ หลังเมื่อวันที่ 12 ก.ค. ศาลอนุญาโตตุลาการถาวร หรือพีซีเอ กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ ตัดสินว่า จีนไม่มีสิทธิใช้ประวัติศาสตร์ครอบครองหมู่เกาะและน่านน้ำทะเลจีนใต้ ทั้งยังละเมิดอธิปไตยในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของฟิลิปปินส์ด้วยการสร้างเกาะเทียมและไม่สกัดกั้นชาวประมงของตัวเองเข้าไปในน่านน้ำฟิลิปปินส์ จนถึงเรื่องหมู่เกาะเทียมที่จีนสร้างไม่เข้าข่ายกฎหมายระหว่างประเทศและไม่อาจนำมาใช้อ้างเป็นเขตเศรษฐกิจจำเพาะ ควรยุติการสร้างไว้ก่อน

ทั้งนี้ ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 13 ก.ค. นายหลิว เจ้อหมิน รมช.ต่างประเทศจีน อ่านเอกสารนโยบายของรัฐบาลจีน ยืนยันว่า หมู่เกาะและน่านน้ำในทะเลจีนใต้เป็นดินแดนของจีน ขอคัดค้านประเทศอื่นๆที่พยายามยึดและครอบครองอย่างผิดกฎหมาย และรัฐบาลฟิลิปปินส์เป็นตัวการสร้างปัญหาครั้งนี้ ทั้งยังละเมิดข้อตกลงกับจีนว่าจะแก้ไขข้อพิพาทด้วยการเจรจาแบบทวิภาคี พร้อมสำทับว่าหากความมั่นคงจีนถูกคุกคาม จีนก็มีสิทธิ์ที่จะตั้งเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันทางอากาศ (ADIZ) เหนือทะเลจีนใต้ แบบที่เคยทำมาก่อนในทะเลจีนตะวันออกเมื่อปี 2556 แต่กรณีนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาว่าจีนเผชิญกับภัยคุกคามในระดับไหน อย่าทำให้ทะเลจีนใต้เป็นแหล่งกำเนิดสงคราม

อย่างไรก็ตาม นายหลิวกล่าวว่า จีนยังคงพร้อม ที่จะเจรจากับฟิลิปปินส์อย่างต่อเนื่อง และรับรู้ว่านายโรดริโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีคนใหม่ของฟิลิปปินส์ มีสัญญาณบวกต่อเรื่องการเจรจา หวังว่า การเจรจาจะเกิดขึ้นในเร็ววัน หลังบรรยากาศดีขึ้น แต่ก็หวังเช่นกันว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์จะไม่นำคำตัดสินมายึดเป็นหลักในการต่อรอง

วันเดียวกัน กระทรวงกลาโหมไต้หวันตัดสินใจส่งเรือรบฟริเกตเข้าไปในพื้นที่หมู่เกาะสแปรตลีย์ในทะเลจีนใต้ ระบุเป็นการปกป้องอธิปไตยของไต้หวัน ขณะที่รัฐบาลอินโดนีเซียประกาศแผนการส่งเรือประมงหลายร้อยลำเข้าไปหาปลาบริเวณเกาะนาทูนา ทางตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่เกาะสแปรตลีย์ ซึ่งอยู่ ในเขตเส้นประที่จีนอ้างสิทธิเหนือดินแดน คาดจะได้รับการอนุมัติจากสภาภายในเดือนนี้ นอกจากนี้ เรือตรวจการณ์ชายฝั่งของญี่ปุ่นยังซ้อมปฏิบัติการกู้ภัยร่วมกับกองทัพเรือฟิลิปปินส์ในบริเวณนอกอ่าวมะนิลา

ส่วนโฆษกทำเนียบขาว สหรัฐฯ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายรับคำตัดสินของศาลพีซีเอ และหาทางออกร่วมอย่างสันติ ขณะที่กระทรวงต่างประเทศออสเตรเลีย ระบุว่า หากจีนไม่ฟังคำตัดสินของศาล จะส่งผลกระทบ ต่อความเชื่อมั่นและความทะเยอทะยานในการจะเป็นผู้นำโลก ทั้งนี้ แม้คำตัดสินของศาลพีซีเอจะถือเป็นข้อผูกมัดทางกฎหมาย แต่ก็ไม่มีกลไกที่จะมาบังคับใช้.