องค์จักรพรรดิญี่ปุ่น เตรียมสละราชบัลลังก์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/663299

 

แฟ้มภาพสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ แห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น ที่เมื่อ 13 ก.ค. สำนักข่าวเอ็นเอชเคของญี่ปุ่นรายงานว่า สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงมีพระประสงค์ที่จะสละราชสมบัติภายใน 2–3 ปีนี้ และให้เจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น สืบทอดอำนาจ (เอพี)

สำนักพระราชวังอิมพิเรียลแห่งญี่ปุ่น แถลงเมื่อ 13 ก.ค. ระบุสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงเตรียมสละราชบัลลังก์ภายในไม่กี่ปีข้างหน้านี้ โดยพระองค์ทรงพระชนมายุ 82 ชันษา ทั้งทรง พระประชวรตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา และปีนี้พระองค์ทรงประชวรด้วยอาการไข้หวัดใหญ่

สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงครองราชบัลลังก์นาน 27 ปี สืบต่อจากสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ ซึ่งครองราชบัลลังก์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่วนองค์รัชทายาทสืบราชบัลลังก์ต่อจากสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะคือ มกุฎราชกุมารนารุฮิโตะ พระชนมายุ 56 ชันษา

สำนักพระราชวังอิมพิเรียลไม่เปิดเผยเหตุผลพระประสงค์ในสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงต้องการสละราชบัลลังก์ แต่ปรากฏ การณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าไม่ค่อยบ่อยครั้งในสังคมญี่ปุ่นยุคใหม่ โดยการประกาศสละราชบัลลังก์ของสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นพระองค์สุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อราว 200 ปีก่อน.

 

จีนไม่รับ! พีซีเอตัดสินปัญหาทะเลจีนใต้อวยปินส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 ก.ค. 2559 03:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/662401

 

เมื่อ 12 ก.ค. ศาลอนุญาโตตุลาการถาวร (พีซีเอ) ซึ่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) สนับสนุน ในกรุงเฮกของเนเธอร์แลนด์ อ่านคำตัดสินข้อพิพาททะเลจีนใต้ตามคำร้องของฟิลิปปินส์ ตั้งแต่ปี 2556 เพื่อคัดค้านแนวเส้นประ 9 เส้นที่จีนใช้อ้างสิทธิเหนือดินแดนทะเลจีนใต้เกือบทั้งหมด โดยพีซีเอตัดสินว่า จีนไม่มีสิทธิ์ใช้ประวัติศาสตร์อ้างครอบครองหมู่เกาะและน่านน้ำทะเลจีนใต้ จีนยังละเมิดสิทธิอธิปไตยในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) 200 ไมล์ทะเลของฟิลิปปินส์ ทั้งแทรกแซงการทำประมงและสำรวจปิโตรเลียม โดยการสร้างเกาะเทียมและไม่สกัดชาวประมงจีนเข้าจับปลาในเขตอีอีแซดของฟิลิปปินส์ ส่วนหมู่เกาะเทียมที่จีนเพิ่งสร้างขึ้นถือว่าไม่เข้าข่ายกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อใช้อ้างเป็นเขตอีอีแซดได้และควรยุติการสร้างไว้ก่อนขณะมีกระบวนการฟ้องร้องแย่งสิทธิ ครอบครอง


หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศจีน

ขณะที่กระทรวงต่างประเทศของจีนแถลงไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับคำตัดสินและว่าจีนไม่ยอมรับวิธีการใดๆของฝ่ายที่ 3 ที่จะใช้แก้ข้อพิพาทหรือมติใดๆมาบังคับใช้กับจีน ยืนยันมีอำนาจอธิปไตยเหนือหมู่เกาะต่างๆในทะเลจีนใต้ รวมทั้งสแปรตลีส์และพาราเซล ต่อมานายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศของจีน ระบุด้วยว่า คำตัดสินของพีซีเอทำให้ปัญหาเลวร้ายลงและเกิดการเผชิญหน้า และว่าคำฟ้องร้องเป็นแค่ละครตลก ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน แถลงว่าจีนยึดมั่นเพื่อคงสันติและเสถียรภาพในทะเลจีนใต้แต่จะไม่ยอมรับท่าทีหรือมาตรการใดๆ ที่มาจากคำตัดสินของพีซีเอ

ด้านนายเฟอร์เฟคโต ยาไซ รมว.ต่างประเทศของฟิลิปปินส์ แถลงตอบรับคำตัดสิน เรียกร้องทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ใช้ความระงับยับยั้งและความสุขุมเยือกเย็นหลังพีซีเอมีคำตัดสินดังกล่าว ขณะที่เวียดนาม แถลงตอบรับคำตัดสินของพีซีเอด้วยเช่นกันและเตรียมแถลงเพิ่มเติมเพื่ออ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะพาราเซลและสแปรตลีส์ต่อไป แต่ไต้หวันแถลงไม่ยอมรับคำตัดสินในส่วนของเกาะอิตู อะบาในหมู่เกาะสแปรตลีส์เพราะมีผลต่อเขตแดนของไต้หวัน


ชาวฟิลิปปินส์ออกมาประท้วงขับไล่จีนให้เลิกยุ่งกับทะเลจีนใต้ ก่อนที่ศาลอนุญาโตตุลาการถาวร จะมีคำตัดสิน

ส่วนนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ แถลงก่อนพีซีเอมีคำตัดสินออกมา ว่า ไทยมีคำแถลงการณ์เรื่องนี้เพื่อแสดงให้เห็นแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้อยู่ หวังว่าประเทศอื่นๆจะนำไปคิดว่าจะทำอย่างไรให้เกิดขึ้นซึ่งไม่เกินวิสัยของอาเซียนและเชื่อว่าจะเป็นถนนนำไปสู่แสงสว่างสร้าง สันติภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืนในภูมิภาค

ก่อนมีคำตัดสินออกมา จีนได้ประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาลพีซีเอและยืนยันเจรจาแบบทวิภาคีแก้ปัญหา ส่วนพีซีเอก็ไม่มีอำนาจหรือกลไกเพื่อบังคับใช้ตามคำตัดสิน แต่อาจทำให้ประเทศอื่นๆที่ร่วมอ้างสิทธิ รวมทั้งเวียดนาม มาเลเซีย บรูไน และไต้หวันดำเนินการตามอย่างฟิลิปปินส์ได้

 

ธนาคารสั่งปิดตู้ ATM ทั่วไต้หวัน! โดนขโมยถอนเงินสดไปได้กว่า 100 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ค. 2559 19:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/662162

 

ธนาคารในไต้หวันหยุดให้บริการตู้เอทีเอ็ม หลังเกิดเหตุแก๊งคนร้ายขโมยถอนเงินสดโดยใช้โปรแกรมมัลแวร์ จากตู้เอทีเอ็มของธนาคารเฟิร์ส แบงก์ ไปได้เกือบ 3 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 100ล้านบาท ตร.เผยรู้ตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว 2 ราย เป็นชาวรัสเซียคนหนึ่ง ซึ่งได้หลบหนีออกจากไต้หวันไปแล้ว ส่วนอีกคนเป็นชาวไต้หวัน

เมื่อ 12 ก.ค.59 สื่อต่างประเทศรายงาน ธนาคารชั้นนำในไต้หวัน 8 ธนาคาร อาทิ ธนาคารไต้หวัน เฟิร์ส แบงก์ ประกาศระงับหยุดให้บริการเครื่องเอทีเอ็มทั่วไต้หวัน เมื่อวันอังคารที่ 12 ก.ค. หลังจากเกิดเหตุมีคนร้ายแอบขโมยถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มของธนาคารเฟิร์ส แบงก์ ในไต้หวัน ด้วยการใช้โปรแกรมมัลแวร์ ไปได้เป็นเงินจำนวนมหาศาลถึง 2.94 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 102.9 ล้านบาท ในช่วงที่ 9 และ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา

ด้านรองประธานธนาคารเฟิร์ส แบงก์ เปิดเผยต่อนักข่าวว่า มีเงินสดถูกถอนไปจากตู้เอทีเอ็ม 34 ตู้ ในสาขาต่างๆ ของธนาคาร 20 สาขา ใน 2 เมืองของไต้หวัน คือไทเป กับไทจง โดยคาดว่าคนร้ายได้ใช้โปรแกรมมัลแวร์นำไปติดตั้งตามตู้เอทีเอ็ม ที่สามารถบังคับให้ตู้เอทีเอ็มจ่ายเงินโดยอัตโนมัติ ด้วยเหตุนี้ ทางธนาคารจึงระงับปิดตู้เอทีเอ็มของธนาคาร จำนวน 300 ตู้ จากทั้งหมด 768 ตู้ ทั่วไต้หวัน

ขณะที่สำนักข่าวกลางไต้หวันรายงานว่า จากกล้องวงจรปิดของธนาคารเฟิร์ส แบงก์ ได้แสดงให้เห็นว่ามีชายสองคนสวมหมวกโม่งปิดบังใบหน้ามาเก็บเงินสดจำนวนมากจากตู้เอทีเอ็มของธนาคาร ส่วนอีกคนรออยู่ที่รถ อย่างไรก็ตาม บรรดาลูกค้าของธนาคารเฟิร์ส แบงก์ ไม่ต้องกังวลเกรงว่าจะสูญเงินในบัญชีของตน เพราะคนร้ายไม่ได้ขโมยเงินไปจากบัญชีของลูกค้าเป็นรายบุคคล

ต่อมา เว็บไซต์ของไชน่าโพสต์ ออนไลน์ แจ้งว่า ตำรวจไต้หวันได้ออกมาเปิดเผยชายรัสเซียที่ต้องสงสัยอยู่ในแก๊งขโมยเงินจากตู้เอทีเอ็มในไต้หวันครั้งนี้ ได้หลบหนีออกไปจากไต้หวันแล้ว เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 11 ก.ค. ขณะที่ผู้ต้องสงสัยอีกคน ซึ่งเป็นชาวไต้หวัน ยังคงอยู่ในประเทศ ส่วนผู้ต้องสงสัยรายที่ 3 ยังไม่ทราบสัญชาติ และไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน.

 

ฟ้าพิโรธหนัก! ชาวฮ่องกงระทึก เกิดฟ้าผ่ามากถึงหมื่นครั้ง ใน 12 ชม. (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ค. 2559 14:31

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661796

 

(ภาพจากยูทูบ:Aiden D Bonel)

ชาวฮ่องกงขวัญกระเจิง ไม่เคยพบเคยเห็นฟ้าพิโรธมากมายขนาดนี้ เกิดฟ้าผ่าต่อเนื่องนับหมื่นครั้ง ในช่วง 12 ชั่วโมง หลังเผชิญสภาพอากาศร้อนจัด อุณหภูมิสูงกว่า 37 องศาฯ จนสูงสุดในรอบ 48 ปี

เมื่อ 12 ก.ค.59 เว็บไซต์ของ เซาท์ ไชน่า มอร์นิง โพสต์ ออนไลน์ บนเกาะฮ่องกง รายงานว่า ชาวฮ่องกงต้องตื่นตะลึง ระทึกขวัญกับการเกิดเหตุการณ์รุนแรงทางธรรมชาติ เมื่อได้เกิดฟ้าผ่าต่อเนื่องติดต่อกันนับหนึ่งหมื่นครั้ง ในช่วง 12 ชั่วโมง ตั้งแต่ค่ำคืนวันเสาร์จนถึงวันอาทิตย์ที่ 10-11 ก.ค.ที่ผ่านมา จนทำให้ประชาชนบนเกาะฮ่องกงต้องพากันหาที่กำบังหรือหลบอยู่ในอาคารบ้านเรือน ไม่กล้าออกไปเดินบนท้องถนนหากไม่มีธุระจำเป็นจริงๆ โดยเฉพาะไม่ขึ้นไปอยู่บนที่สูง เพราะกลัวจะโดนฟ้าผ่า

ข่าวแจ้งว่า การเกิดฟ้าผ่ากว่าหมื่นครั้งเหนือท้องฟ้าของฮ่องกงในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากชาวฮ่องกงเพิ่งเผชิญหน้ากับสภาพอากาศร้อนจัดที่สุดนับตั้งแต่ปี 2511 เป็นต้นมา อุณหภูมิสูงกว่า 37 องศาเซลเซียส.

ชมคลิป ที่นี่

 

มะกันเล็งส่งทหารอีก 560 นายไปอิรัก เสริมกำลังยึดคืนเมืองโมซูล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ค. 2559 01:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661314

 

แอชตัน คาร์เตอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เผยระหว่างเดินทางเยือนกรุงแบกแดดว่า สหรัฐฯ จะส่งทหารไปยังอิรักอีก 560 นาย เพื่อให้การสนับสนุนในการบุกยึดเมืองโมซูลคืนจากกลุ่มไอซิส…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายแอชตัน คาร์เตอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เดินทางเยือนกรุงแบกแดด เมืองหลวงของประเทศอิรักโดยไม่แจ้งล่วงหน้า เมื่อวันจันทร์ที่ 11 ก.ค. และประกาศว่าสหรัฐฯ จะส่งทหารอีก 560 นายมายังอิรัก เพื่อช่วยสนับสนุนในการบุกยึดเมืองโมซูล เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ ซึ่งถูกกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ยึดครองอยู่

คำประกาศของนายคาร์เตอร์เกิดขึ้นหลังจากกองทัพรัฐบาลอิรัก สามารถยึดคืนฐานทัพอากาศ ‘คายารา’ ซึ่งห่างจากเมืองโมซูลราว 40 ไมล์ คืนจากกลุ่มไอซิสได้สำเร็จเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และฐานทัพแห่งนี้จะถูกใช้เพื่อสนับสนุนการโจมตีเมืองโมซูล

“กองกำลังความมั่นคงของอิรักแสดงให้เห็นความตั้งใจที่จะต่อสู้อย่างจริงจังอีกครั้ง ด้วยการยึดฐานทัพอากาศ คายารา เวสต์” นายคาร์เตอร์บอกกับผู้สื่อข่าวหลังเดินทางมาถึงกรุงแบกแดด “ฐานทัพอากาศแห่งนี้จะกลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งทั้งทางบกและทางอากาศใกล้เมืองโมซูล ดังนั้นสหรัฐฯ จึงจะให้การสนับสนุนด้านการขนส่ง”

ทั้งนี้ เมืองโมซูล เป็นเมืองใหญ่ที่สุดในอิรักที่ถูกกลุ่มไอซิสครอบครอง และการยึดคืนเมืองแห่งนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญในการโค่นล้มกลุ่มไอซิสในอิรัก

 

พายุเนพาร์ตักถล่มจีน อพยพคนหลายแสน บ้านพังอื้อ ตายแล้ว 6

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.ค. 2559 15:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/660876

 

พายุเนพาร์ตัก ยังไม่สิ้นฤทธิ์ แม้อ่อนกำลังจากซุปเปอร์ไต้ฝุ่น เป็นพายุโซนร้อยขณะขึ้นฝั่ง ถล่มมณฑลฟูเจี้ยน ทางภาคตะวันออกของจีน ทางการอพยพประชาชนกว่า 2 แสน บ้านพังเสียหายจากพายุเกือบ 2 พันหลัง สนามบิน 5 แห่งถูกปิด ดับแล้ว 6 ราย

เมื่อ 11 ก.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานอ้างข่าวจากสำนักข่าวซินหัวของจีน ถึงอิทธิพลของพายุซุปเตอร์ไต้ฝุ่น เนพาร์ตัก ที่ถล่มไต้หวันเมื่อวันที่ 8 ก.ค. ก่อนจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน ขณะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งที่มณฑลฟูเจี้ยน ทางภาคตะวันออกของจีนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ส่งผลให้ทางการจีนต้องอพยพประชาชนกว่า 200,000 คน ใน 10 เมืองใหญ่ไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ขณะที่มีบ้านเรือนถูกพายุพัดถล่มพังเสียหายนับ 1,900 หลัง  และเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย

ข่าวแจ้งว่า ความรุนแรงของพายุเนพาร์ตัก ทำให้บ้านเรือนประชาชนในมณฑลฟูเจี้ยนหลายแสนหลังคาเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ สนามบิน 5 แห่งถูกปิด และรถไฟความเร็วสูงหลายร้อยเที่ยวถูกยกเลิก จนสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่านับ 860 ล้านหยวน หรือ 129 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ


ถนนกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่จากฝนตกหนักและน้ำกัดเซาะ ในมณฑลฟูเจี้ยน

ด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของจีน รายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 11 ก.ค. ว่าถึงแม้พายุเนพาร์ตัก ได้อ่อนกำลังลงจากไต้ฝุ่น เป็นพายุโซนร้อนขณะพัดผ่านมณฑลฟูเจี้ยน แต่ยังคงมีอิทธิพลรุนแรง ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักทั่ว 14 มณฑลและเขตของจีน


น้ำท่วมสูงบนถนนหลังฝนตกหนัก ในเมืองผูเตี้ยน มณฑลฟูเจี้ยน

คนงานจีนซ่อมแซมโครงเหล็กเสาไฟฟ้าที่เมืองซ่วนเช็ง มณฑลอันฮุย ขณะเกิดน้ำท่วมสูง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไต้หวันอ่วม! ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นเนพาร์ตัก แผลงฤทธิ์ ฝนตกหนัก ตาย 2เจ็บอื้อ

 

นายกฯญี่ปุ่น ประกาศชัยชนะ! พรรคร่วมรบ.คว้าชัยเลือกตั้งสภาสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.ค. 2559 13:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/660781

 

นายกฯอาเบะปลื้ม พรรคร่วมรัฐบาลคว้าชัยเลือกตั้งสมาชิกสภาสูง ชี้เป็นการสนับสนุนนโยบายศก. ‘อาเบะโนมิกส์’ ขณะที่สื่อต่างชาติ มองชัยชนะของพรรครบ. เป็นการเปิดทางไปสู่การแก้ไขรธน. มาตรา 9 อนุญาตให้ญี่ปุ่นสามารถส่งทหารไปร่วมรบต่างแดน…

เมื่อ 11 ก.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่นประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งสมาชิกสภาสูงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 ก.ค. หลังผลการหยั่งเสียงนอกคูหา (เอ็กซิตโพล) ออกมาว่า พรรคร่วมรัฐบาลจะคว้าชัยในการเลือกตั้งสมาชิกสภาสูง ได้ที่นั่งถึง 121 ที่นั่ง ซึ่งเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของที่นั่งสมาชิกสภาสูง 242 ที่นั่ง โดยนายกรัฐมนตรีอาเบะ ยังกล่าวว่า ผลการเลือกตั้งที่ออกมาถือเป็นเครื่องวัดการสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจของตน หรือที่เรียกกันว่า ‘อาเบะโนมิกส์’ และจะผลักดันนโยบายเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไป


ชาวญี่ปุ่นออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาสูง เมื่อ 10ก.ค.59

ด้าน สำนักข่าวซินหัว กระบอกเสียงของทางการจีน ชี้ว่า ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาสูงของญี่ปุ่น ที่ออกมา คือหนทางไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญของญี่ปุ่น ขณะที่นายสตีเฟน อีวานส์ ผู้สื่อข่าวบีบีซี ประจำกรุงโตเกียว มองว่า ขณะที่นายกรัฐมนตรีอาเบะพยายามรณรงค์ผลักดันนโยบายเศรษฐกิจ แต่การเลือกตั้งสมาชิกสูงในครั้งนี้ มีอำนาจนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งนายกฯอาเบะ ต้องการแก้ไขมาตรา 9 ห้ามไม่ให้กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นไปร่วมรบในสงครามต่างแดน ซึ่งถูกบังคับโดยสหรัฐฯ หลังจากญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อ 70 ปีก่อน


เกาหลีเหนือขู่ฟ่อ! จะใช้กำลังตอบโต้ มะกัน-โสมขาวจับมือติดตั้งระบบ THADD

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.ค. 2559 11:54

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/660661

 

คาบสมุทรเกาหลีเครียด..โสมแดง ประกาศจะตอบโต้โดยใช้กำลังอย่างไร้ความปราณี หลัง สหรัฐฯ-เกาหลีใต้ ตัดสินใจจับมือติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ THADD ในดินแดนโสมขาว

เมื่อ 11 ก.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ทางการเกาหลีเหนือแสดงปฏิกริยาแข็งกร้าว ประกาศจะ ‘ตอบโต้โดยใช้กำลัง’ ต่อกรณีรัฐบาลสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ บรรลุข้อตกลงที่จะมีการติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ THADD (Terminal High Attitude Area Defence System) บนดินแดนเกาหลีใต้แล้ว เพื่อเป็นการสร้างความอุ่นใจ และรับประกันความมั่นคงของประเทศเกาหลีใต้ เนื่องจากรัฐบาลเปียงยางยังคงเดินหน้าทดลองขีปนาวุธพิสัยกลางอย่างต่อเนื่อง

สื่อกระบอกเสียงของทางการเกาหลีเหนือออกแถลงการณ์ว่า กองทัพเกาหลีเหนือจะมีการตอบโต้โดยใช้กำลังอย่างไร้ความปราณีต่อการกระทำดังกล่าวของสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนไหวล่าสุด หลังจากก่อนหน้าไม่กี่วัน รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อ นายคิม จอง อึน ผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงเกาหลีเหนืออีก 10 คน ฐานละเมิดสิทธิมนุษยชนประชาชนในประเทศตนเอง โดยจะอายัดทรัพย์สินของคนเหล่านี้ที่มีอยู่ในสหรัฐฯ และห้ามพลเมืองอเมริกันทำธุรกิจกับบุคคลเหล่านี้ทั้งหมด ขณะที่ทางการเกาหลีเหนือได้ตอบโต้ว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนี้ ถือเป็นการเปิดฉากประกาศสงคราม


ระบบป้องกันขีปนาวุธ THADD

บีบีซีแจ้งว่า เพียงวันเดียวหลังจากสหรัฐฯ และเกาหลีใต้จับมือติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ THADD ด้านเกาหลีเหนือได้มีการทดสอบยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำ บริเวณนอกชายฝั่งทางตะวันออก แต่ต้องพบกับความล้มเหลวอีกครั้ง ขณะที่ ได้มีนักเคลื่อนไหวในเกาหลีใต้ออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมประท้วงคัดค้านที่รัฐบาลประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮตัดสินใจที่จะติดตั้งระบบขีปนาวุธTHADD เพื่อป้องกันประเทศ.


นักเคลื่อนไหวในเกาหลีใต้ออกมาชุมนุมคัดค้านรัฐบาลตัดสินใจติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ THADD

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตาต่อตา! สหรัฐฯ-โสมขาว จับมือติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ THADD แล้ว

 

ลูกชาย ‘บิน ลาเดน’ ขู่แก้แค้นมะกัน ตอบโต้กดขี่ชาวมุสลิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.ค. 2559 06:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/660389

 

ลูกชายของ โอซามา บิน ลาเดน อดีตหัวหน้าใหญ่กลุ่มอัลเคดา ประกาศผ่านข้อความเสียงว่าจะแก้แค้นสหรัฐฯ และจะสานต่อการต่อสู้ของกลุ่มอัลเคดาทั่วโลกเพื่อต่อต้านสหรัฐฯ และพันธมิตรต่อไป…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ฮัมซา บิน ลาเดน ลูกชายของ โอซามา บิน ลาเดน อดีตหัวหน้าใหญ่ของเครือข่ายก่อการร้าย ‘อัลเคดา’ ข่มขู่ผ่านข้อความเสียงความยาว 21 นาทีที่ได้รับการเผยแพร่บนโลกออนไลน์ว่า จะแก้แค้นสหรัฐอเมริกา ที่สังหารพ่อของเขา และประกาศว่าจะสานต่อการต่อสู้ของกลุ่มอัลเคดาทั่วโลกเพื่อต่อต้านสหรัฐฯ และพันธมิตรต่อไป

บริษัท ‘ไซต์ อินเทลลิเจนซ์ กรุ๊ป’ (SITE Intelligence Group) ซึ่งคอยติดตามความเคลื่อนไหวของลัทธิเชิดชูคนขาว และองค์กรอิสลามญิฮาด บนโลกออนไลน์ เผยว่า ชื่อของคลิปเสียงดังกล่าวคือ ‘เราทุกคนคือโอซามา’ โดยนายฮัมซา ระบุว่า “เราจะโจมตีพวกคุณ และมีเป้าหมายในประเทศของคุณและในต่างประเทศต่อไป เพื่อตอบโต้การกดขี่ประชาชนในปาเลสไตน์, อัฟกานิสถาน, ซีเรีย, อิรัก, เยเมน, โซมาเลีย และในประเทศมุสลิมอื่นที่ไม่รอดพ้นจากการกดขี่ของพวกคุณ”

“สำหรับการแก้แค้นของประเทศอิสลามให้แก่ ชีคห์ โอซามา นั้น, ขอให้พระเจ้าทรงเมตตาเขา, นี่ไม่ใช่การแก้แค้นให้ตัวโอซามาในฐานะบุคคล แต่เป็นการแก้แค้นให้เหล่าผู้ที่ปกป้องศาสนาอิสลาม”

ทั้งนี้ โอซามา บิน ลาเดน ถูกกองกำลังพิเศษหน่วย ซีล ของสหรัฐฯ สังหารภายในที่หลบซ่อนของเขาในประเทศปากีสถาน เมื่อปี 2011 นับเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญของเครือข่ายก่อการร้ายอัลเคดา ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังเหตุวินาศกรรมตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ เมื่อ 11 ก.ย. 2001

อย่างไรก็ตาม เอกสารที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้จากที่ซ่อนของบิน ลาเดน และได้รับการเผยแพร่ออกมาเมื่อปีก่อน อ้างว่าผู้ช่วยของบิน ลาเดน กำลังพยายามรวบรวมเหล่าแกนนำของกลุ่มไว้ภายในการนำของนายฮัมซา ซึ่งตอนนี้มีอายุอยู่ในช่วง 20 ตอนกลางแล้ว และกำลังถูกกักบริเวณที่บ้านหลังหนึ่งในประเทศอิหร่าน

 

มือปืนยิงดับนักวิจารณ์ชื่อดังเขมร เหตุแค้นเบี้ยวหนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ก.ค. 2559 03:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/660321

 

เคม เลย์ นักวิเคราะห์และนักวิพากษ์วิจารณ์ด้านการเมืองชื่อดัง

เกิดคดีฆาตกรรมสลดในกรุงพนมเปญของกัมพูชา เมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันที่ 10 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หลังนายเคม เลย์ นักวิเคราะห์และนักวิพากษ์วิจารณ์ด้านการเมืองชื่อดังของกัมพูชา ถูกคนร้ายบุกจ่อยิงจนเสียชีวิตคาร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมัน ซึ่งจากการเปิดเผยของโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมคนร้ายไว้ได้ในบริเวณใกล้เคียง แต่ไม่ขอเปิดเผยชื่อและอายุ ส่วนสาเหตุการฆาตกรรมครั้งนี้ คนร้ายสารภาพว่ามาจากเรื่องไม่ยอมจ่ายหนี้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อและจะสืบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป

ด้านนายพาย สีพัน โฆษกรัฐบาลกัมพูชา กล่าวว่า การลอบสังหารครั้งนี้ถือเป็นเรื่องรับไม่ได้ และจะทำให้สถานการณ์การเมืองซับซ้อนยิ่งขึ้น ขอให้ทุกขั้วการเมืองที่แตกแยกอยู่ในขณะนี้อยู่ในความสงบ ขณะที่สถานทูตสหรัฐฯในกรุงพนมเปญ เผยว่า นายเคม เลย์ เป็นหนึ่งในกลุ่มนักวิเคราะห์การเมืองที่โดดเด่นที่สุดในกัมพูชา และทูตอังกฤษยังมองว่าเป็นความสูญเสียครั้งร้ายแรงของกัมพูชา ส่วนพรรคกู้ชาติ พรรคฝ่ายค้านกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) ระบุว่า ผู้เกี่ยวข้องในเหตุครั้งนี้ควรถูกนำมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม ท่ามกลางความตึง เครียดทางการเมืองระหว่างนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน กับพรรคซีเอ็นอาร์พี ซึ่งหวังชิงเก้าอี้นายกฯในปี 2560 และการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2561.