โสมเหนือจ๋อย! ทดสอบยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำพลาดอีก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.ค. 2559 01:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/659599

 

เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำรอบใหม่เมื่อวันเสาร์ เรียกเสียงประณามจากทั้งเกาหลีใต้และสหรัฐฯ แม้ว่า การทดสอบครั้งนี้ล้มเหลว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 9 ก.ค. รัฐบาลของประเทศเกาหลีใต้ออกมาเปิดเผยว่า เกาหลีเหนือดำเนินการทดสอบยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำรอบใหม่แล้ว โดยยิงจรวดในน่านน้ำทางตะวันออกของคาบสมุทรเกาหลี อย่างไรก็ตาม การทดสอบครั้งนี้ล้มเหลว และถือเป็นความล้มเหลวครั้งที่ 2 ในรอบ 3 เดือน

กองทัพเกาหลีใต้ระบุในแถลงการณ์ว่า เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธเมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ในน่านน้ำนอกชายฝั่งท่าเรือซินโป โดยขีปนาวุธจากเรือดำน้ำของเกาหลีเหนือถูกยิงออกจากเรือดำน้ำตามปกติ แต่การบินในช่วงแรกไม่ประสบความสำเร็จ พวกเขายังประณามเกาหลีเหนือ และเรียกการยิงจรวดครั้งนี้ว่าเป็นพฤติกรรมยั่วยุด้วย

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของเกาหลีเหนือเกิดขึ้นหลังจาก รัฐบาลเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ที่จะนำระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD (Terminal High Attitude Area Defence System) เข้ามาติดตั้งในเกาหลีใต้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการป้องกันเพื่อเป็นการรับประกันความมั่นคงของประเทศเกาหลีใต้

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ออกมาประณามการยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือด้วย โดยชี้ว่าเป็นการละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC)

 

ไต้หวันอ่วม! ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นเนพาร์ตัก แผลงฤทธิ์ ฝนตกหนัก ตาย 2เจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.ค. 2559 16:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/658552

 

ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นเนพาร์ตัก ถล่มไต้หวัน ก่อให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก อาคารบ้านเรือนพังเสียหายจำนวนมาก ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ บาดเจ็บ 66 ราย ก่อนพายุจะบ่ายหน้าไปทางตะวันตกเฉียงเหนือมุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกของจีน ซ้ำเติมพื้นที่ที่กำลังประสบภาวะอุทกภัยเลวร้ายหนักขึ้น

เมื่อ 8 ก.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอิทธิพลความรุนแรงของ ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น เนพาร์ตัก (Nepartak) ไต้ฝุ่นลูกแรกของปีนี้ ที่เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งทางภาคตะวันออกของไต้หวัน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 ก.ค. ด้วยความเร็วลมสูงถึง 234 กม./ชม. ว่า ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักมาก กระแสลมกระโชกแรงจนพัดรถยนต์หลายคันพลิกหงายท้อง อาคารบ้านเรือนและต้นไม้หักโค่นจำนวนมาก เบื้องต้นเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 66 ราย ส่วนใหญ่เนื่องจากกระจกอาคารบ้านเรือนแตกจากแรงลมและพัดตกใส่ศีรษะหรือแขนขาจนได้รับบาดเจ็บ ขณะที่มีบ้านเรือนประชาชน 270,000 หลัง ไม่มีไฟฟ้าใช้

สำนักอุตุนิยมวิทยาของไต้หวันรายงานว่า ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นเนพาร์ตักก่อให้เกิดฝนตกหนักทั่วไต้หวัน และบริเวณพื้นที่ที่เป็นภูเขา คาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนัก วัดปริมาณน้ำฝนได้สูงถึง 500 มม.ในช่วง 24 ชม. ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดดินถล่มลงมาจากตามเนินเขา และก่อนหน้าพายุจะเคลื่อนตัวมาถึงนั้น ทางการได้อพยพประชาชนราว 15,000 คนหลบภัยพายุมาอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย


ทวิตเตอร์จาก NWS OPC : ภาพถ่ายจากดาวเทียมแสดงให้เห็นความรุนแรงของ ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น เนพาร์ตัก ขณะเคลื่อนผ่านไต้หวัน

ข่าวแจ้งว่า พายุไต้ฝุ่นเนพาร์ตัก ได้เคลื่อนตัวจากไต้หวันไปแนวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มุ่งหน้าสู่มณฑลฟูเจี้ยน ทางภาคตะวันออกของจีน ซึ่งคาดว่าจะเกิดฝนตกหนักในเช้าวันเสาร์ที่ 9 ก.ค. นี้ ขณะที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติจีน เตือนว่าไต้ฝุ่นเนพาร์ตัก จะก่อให้เกิดฝนตกหนักลงมาซ้ำเติมพื้นที่ทางภาคตะวันออกของจีน ที่กำลังประสบอุทกภัยอยู่แล้ว จนทำให้สถานการณ์เลวร้ายมากยิ่งขึ้น


ฝนตกหนักที่เมืองไถตง ทางภาคตะวันออกของไต้หวัน

สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า จากการเกิดน้ำท่วมอย่างหนักทางภาคตะวันออกของจีน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 160 คน และมีการอพยพประชาชนกว่า 1.84 ล้านคน ออกจากบ้านไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย.

ระเบิดบนรถไฟโดยสารไต้หวัน เจ็บ 24 เชื่อประทัดเป็นเหตุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.ค. 2559 06:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/658032

 

เกิดเหตุระเบิดรถไฟโดยสารบนเกาะไต้หวัน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 24 คน บางรายบาดเจ็บหนัก ขณะที่ตำรวจเชื่อว่าสาเหตุอาจเกิดจากประทัด…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดบนรถไฟโดยสารสายหนึ่งในกรุงไทเป เมืองหลวงของไต้หวัน เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา จนเกิดไฟลุกไหม้ เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 24 คน ขณะที่ นายเฉิน กั๋ว เอิน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ประทัดอาจเป็นสาเหตุของการระเบิดในครั้งนี้

ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีพยานพบเห็นชายอายุประมาณ 40 ปี เดินเข้าไปในรถไฟขบวนนี้ แล้ววางวัตถุสีดำยาวไว้ภายในตู้โดยสาร ก่อนที่จะลงจากรถไฟไป และไม่นานจากนั้นก็มีเสียงระเบิดดังขึ้น

ด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกรุงไทเปได้รับแจ้งเหตุในเวลาประมาณ 22.00 น. และสามารถดับไฟได้อย่างรวดเร็ว โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ยืนยันสาเหตุของการระเบิด ขณะที่มีผู้บาดเจ็บรายหนึ่งมีแผลไฟไหม้ 30% ของร่างกาย

โสมเหนือฉุน! มะกันคว่ำบาตรผู้นำ ชี้เป็นการประกาศสงคราม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.ค. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/658021

 

รัฐบาลเกาหลีเหนือ แสดงความไม่พอใจที่สหรัฐฯ คว่ำบาตรคิม จอง อึน โดยระบุว่านี่เป็นการประกาศสงคราม และขู่ว่ากำลังวางแผนตอบโต้อย่างรุนแรง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ค. เกาหลีเหนือกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าประกาศสงครามกับพวกเขา ด้วยการใส่ชื่อ คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของพวกเขาลงในบัญชีผู้ถูกคว่ำบาตรเนื่องจากละเมิดสิทธิมนุษยชน และประกาศกร้าวด้วยว่า พวกเขากำลังวางแผนตอบโต้อย่างรุนแรงที่สุด

รัฐบาลเปียงยางระบุผ่านแถลงการณ์ ซึ่งเผยแพร่โดยสำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ของพวกเขา ว่า การคว่ำบาตรผู้นำคิมถือเป็นอาชญากรรมที่น่ารังเกียจ “สหรัฐฯ กล้าท้าทายเกียรติของผู้นำสูงสุด เป็นการกระทำที่เหมือนลูกสุนัขเกิดใหม่ที่ไม่รู้จักความเกรงกลัวต่อเสือ นี่เป็นการแสดงความเป็นศัตรูที่เลวร้ายที่สุด และเป็นการประกาศสงครามต่อเกาหลีเหนืออย่างเปิดเผย เรื่องนี้ไปไกลเกินกว่าเผชิญหน้ากันในประเด็นสิทธิมนุษยชนแล้ว”

ในเวลาต่อมา รัฐบาลสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลเปียงยางหลีกเลี่ยงการออกแถลงการณ์ และกระทำการใดๆ ที่จะเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาค

ทั้งนี้ เมื่อวันพุธที่ 6 ก.ค. กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ดำเนินการคว่ำบาตรชาวเกาหลีเหนือในข้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชน โดย คิม จอง อึน และบุคคลอื่นอีก 10 คน และกระทรวงกับหน่วยงานของรัฐบาลเปียงยางอีก 5 แห่ง ถูกขึ้นบัญชีดำ ส่งผลให้ทรัพย์สินของบุคคลและหน่วยงานเหล่านี้ที่อยู่ในสหรัฐฯ จะถูกอายัดทั้งหมด

ญี่ปุ่นพบศพยัดกระเป๋า ชี้เป็นสาวจีนหายสาบสูญ 2 ปีก่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 ก.ค. 2559 04:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/657942

 

เมื่อ 7 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นออกมายืนยันถึงศพที่ถูกยัดใส่กระเป๋าเดินทางแล้วถูกนำมาทิ้งในลำคลองแห่งหนึ่งที่กรุงโตเกียวเมื่อ 27 เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น เป็นหญิงชาวจีนที่หายสาบสูญไปเมื่อ 2 ปีก่อน ชื่อ น.ส.หยาง เหมย อายุ 34 ปี หลังพิสูจน์ลายนิ้วมือของศพจนแน่ชัดว่าตรงกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยสภาพศพท่อนบนสวมใส่ชุดชั้นใน ท่อนล่างใส่กางเกงขาสั้น ทั้งนี้ น.ส.หยาง เดินทางเข้าญี่ปุ่นตั้งแต่เดือน ก.ย. ปี 2556 ในฐานะพนักงานฝึกหัด พร้อมกับชาวต่างชาติอีกหลายพันคน ที่ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน เวียดนามและอินโดนีเซียในโครงการฝึกงานด้านเทคนิคและด้านอุตสาหกรรม (ทีทีไอพี) ของภาครัฐ

น.ส.หยางทำงานกับโรงงานชิ้นส่วนยานยนต์แห่งหนึ่งในนครเกียวโต และหายไปจากหอพัก พบครั้งสุดท้ายที่โรงอาหารของโรงงานเมื่อเดือน มี.ค. ปี 2557 ขณะที่ทีทีไอพีทำหน้าที่รับพลเมืองจากประเทศกำลังพัฒนาซึ่งต้องการฝึกฝนความชำนาญตามบริษัทต่างๆในประเทศ แต่ก็ถูกวิจารณ์จากกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนเรื่องค่าจ้างแรงงานราคาถูกตามโรงงานสิ่งทอ สิ่งก่อสร้าง การเกษตรและอุตสาหกรรมอื่น

ขณะเดียวกัน โครงการดังกล่าวเองก็ประสบปัญหาจากผู้ที่เข้าร่วมซึ่งหนีออกมาและหายตัวไป เพราะทนต่อสภาพความเป็นอยู่หรือการทำงานไม่ไหว หรือไม่กลุ่มคนเหล่านี้ต้องการหาเงินค่าจ้างที่ดีกว่า.

กราดยิง-บึมในบังกลาเทศ ใกล้ฝูงชน 3 แสนร่วมฉลองวันอีฎิ้ลฟิตริ ตร.ดับ2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ก.ค. 2559 15:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/657434

 

(ภาพประกอบ ชาวมุสลิมไปยังมัสยิดในกรุงธากา)

เกิดเหตุร้ายในบังกลาเทศอีก กลุ่มมือปืนทั้งกราดยิงและขว้างระเบิด ใกล้บริเวณที่ชาวมุสลิมกว่า 3 แสนคนมาชุมนุมกันในเมืองโชลาเกีย เพื่อฉลองวันอีฎิ้ลฟิตริ หลังสิ้นสุดเทศกาลเดือนถือศีลอด รอมฎอน  เป็นเหตุให้ ตร.ดับ 2 และบาดเจ็บอย่างน้อย 10 คน

เมื่อ 7 ก.ค.59 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า เกิดเหตุกลุ่มมือปืน เปิดฉากกราดยิงและขว้างระเบิดที่ด่านตรวจ ในเมืองโชลาเกีย ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงธากา ของประเทศบังกลาเทศ เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ใกล้บริเวณที่มีประชาชนกว่า3 แสนคนมาร่วมละหมาดและเฉลิมฉลองวันอีฎิ้ลฟิตริ หลังสิ้นสุดเทศกาลเดือนถือศีลอด รอมฎอน เบื้องต้น เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เสียชีวิต 2 นาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 10 คน

ซีเอ็นเอ็นแจ้งว่า มีชาวมุสลิมในบังกลาเทศกว่า 300,000 คน มาร่วมฉลองวัดอีฎิ้ลฟิตริ ที่เมืองโชลาเกีย ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงธากา เมืองหลวงไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ รา 100 กม. ขณะเกิดเหตุการณ์รุนแรง กลุ่มคนร้ายทั้งกราดยิงและขว้างระเบิด เดชะบุญ ที่ไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ


ชาวมุสลิมในบังกลาเทศมาร่วมวันอีฎิ้ลฟิตริ ในกรุงธากา

ด้าน รมว.มหาดไทย ของบังกลาเทศ นายฮาซานูล ฮัค กล่าวว่า ยังไม่แน่ชัดว่ากลุ่มใดอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์โจมตีที่มัสยิดในเมืองโซลาเกีย ในวันอีฎิ้ลฟิตริครั้งนี้ ขณะที่ในบังกลาเทศ งานเฉลิมฉลองวันอีฎิ้ลฟิตริ ถือเป็นวันที่มีการเฉลิมฉลองใหญ่สุดในประเทศ

ไต้หวันระทึก! ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น เนพาร์ตักมาแล้ว อพยพด่วน นทท.ขึ้นฝั่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ก.ค. 2559 12:54

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/657202

 

(ภาพยูทูบearthspace101:เป็นภาพถ่ายจากดาวเทียมฮิมาวาริ-8 ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นเนพาร์ตัก )

ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นเนพาร์ตัก ยังคงรักษาระดับความรุนแรง เคลื่อนตัวด้วยความเร็วลมสูงกว่า 260กม./ชม. จ่อถล่มไต้หวัน  สายการบินคาเธย์ แปซิฟิก ประกาศยกเลิกเที่ยวบิน ส่วนทางการไต้หวันสั่งทหารหลายหมื่นเตรียมพร้อมรับมือ ฝนตกหนัก ทำน้ำท่วม ดินถล่ม อพยพนักท่องเที่ยวกว่า 3 พันคนขึ้นฝั่งแล้ว

เมื่อ 7 ก.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ชาวไต้หวันอกสั่นขวัญแขวน เตรียมเผชิญหน้ากับซุปเปอร์ไต้ฝุ่น เนพาร์ตัก (Nepartak) พายุไต้ฝุ่นลูกแรกของปี อีกทั้ง ยังถือเป็นไต้ฝุ่นรุนแรงที่สุดในรอบ 6 ปีที่จ่อถล่มไต้หวัน ขณะที่ ทางการไต้หวันประกาศเตือนภัยอันตรายจากพายุเนพาร์ตักอยู่ที่ขั้นสูง เนื่องจากยังคงเคลื่อนตัวด้วยความเร็วลมสูงถึง 263 กม./ชม. หรือมีความรุนแรงเทียบเท่ากับพายุเฮอริเคนระดับ 5

ด้านโฆษกศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินของไต้หวัน กล่าวด้วยความกังวลใจว่า อิทธิพลจากพายุไต้ฝุ่นกำลังแรงลูกนี้ ซึ่งคาดว่าจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งทางตะวันออกของไต้หวัน ในเช้าวันศุกร์ที่ 8 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น จะทำให้เกิดลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก จนอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันเป็นบริเวณกว้าง และเกิดดินถล่ม โดยเฉพาะเมืองต่างๆ ทางฝั่งตะวันออกของไต้หวัน ที่จะเป็นปราการด่านแรกที่เผชิญกับพายุ

สำนักข่าวบีบีซี รายงานอ้างเจ้าหน้าที่ทางการท้องถิ่นของไต้หวันว่า มีการอพยพนักท่องเที่ยวประมาณ 3,000 คนจากเกาะกรีน และออร์คิด ซึ่งเป็นเกาะท่องเที่ยวชื่อดัง นอกชายฝั่งเขตไถตง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของไต้หวัน กลับขึ้นฝั่งแล้ว ขณะที่ รมว.คมนาคมของไต้หวัน ให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าทางการจะดำเนินมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้ท่าอากาศยานเต้าหยวน เกิดน้ำท่วม ส่วนกระทรวงกลาโหมไต้หวันได้มีคำสั่งให้ทหารราว 35,00 นายทั่วไต้หวัน อยู่ในความเตรียมพร้อมช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ด้าน ซีเอ็นเอ็นแจ้งว่า ตามรายงานศูนย์เตือนภัยร่วมด้านพายุไต้ฝุ่น ได้คาดการณ์ความรุนแรงของซุปเปอร์ไต้ฝุ่นเนพาร์ตัก จะทำให้เกิดฝนตกหนักทั่วไต้หวัน จนวัดปริมาณน้ำฝนได้มากถึง 900 มิลลิเมตรในช่วง 24 ชม. ขณะที่อิทธิพลของพายุ ส่งผลให้คลื่นในทะเลสูงถึง 14 เมตรแล้ว ด้านสำนักงานการไฟฟ้าแห่งไต้หวัน ยังประเมินว่าความรุนแรงของพายุจะส่งผลให้ประชาชนกว่า 3.1 ล้านครัวเรือน เจอปัญหาไฟฟ้าดับ ไม่มีไฟฟ้าใช้

ขณะเดียวกัน สายการบินคาเธย์ แปซิฟิก ประกาศในวันนี้ (7 ก.ค.) ว่า สายการบินคาเธย์ แปซิฟิก จะยกเลิกเที่ยวบินและปฏิบัติการทั้งหมด ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 7 ก.ค.-ช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 8ก.ค.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สุดน่ากลัว! ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น ‘เนพาร์ตัก’ จ่อถล่มไต้หวัน คลื่นสูง 13 ม.

จีนเตือนภัยขั้น ‘สีแดง’ ในเมืองอู่ฮั่น ยอดเหยื่อน้ำท่วมพุ่ง 186 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ก.ค. 2559 05:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/656879

 

ทางการจีนประกาศเตือนภัยขั้นสีแดงที่เมืองอู่ฮั่น หลังเผชิญฝนตกหนักที่สุดในประวัติศาสตร์ของเมือง ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ตำรวจในมณฑลอานฮุยในได้รับแจ้งว่ามีจระเข้หลุดจากฟาร์มด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการจีนประกาศเตือนภัยขั้นสีแดงที่เมืองอู่ฮั่น ซึ่งมีประชากรถึง 10 ล้านคน ในมณฑลหูเป่ยแล้วเมื่อวันพุธ หลังจากพายุเขตร้อนทำให้เกิดฝนตกหนักในชั่วข้ามคืน และทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่หลายส่วนของเมือง ประชาชนจำนวนหนึ่งติดอยู่ในบ้าน ในขณะที่ระบบขนส่ง, ไฟฟ้า และประปา ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาจีนออกคำเตือนขั้นสีแดงเมื่อวันพุธ และคาดว่าจะเกิดฝนและลมกระโชก รวมทั้งน้ำท่วมพื้นที่ทั้งในชนบทและในเมือง ขณะที่สื่อของจีนรายงานว่า เมืองอู่ฮั่น ซึ่งอยู่ตามแนวแม่น้ำแยงซี เผชิญฝนตกหนักตลอดทั้งสัปดาห์ ได้รับปริมาณน้ำฝนสูงถึง 1.8 ฟุต มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของเมือง ถนนและสถานีรถไฟใต้ดินหลายแห่งถูกน้ำท่วม ขณะที่บริการรถไฟก็ถูกยกเลิกด้วย

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี หลี่ เค่อเฉียง แห่งประเทศจีน เดินทางลงพื้นที่ในมณฑลหูเป่ย เพื่อควบคุมดูแลปฏิบัติการช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ ในขณะที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ออกคำสั่งให้กองทัพยกระดับความพยายามบรรเทาทุกข์ทั่วประเทศ

อีกด้านหนึ่งที่มณฑลอานฮุย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากกรมท่องเที่ยวในเขตอูฮู ว่า จระเข้จำนวนหนึ่งหลบหนีออกจากฟาร์มเลี้ยงระหว่างที่เกิดน้ำท่วม โดยขณะนี้พวกเขากำลังพยายามยืนยันให้แน่ชัดว่ามีจระเข้หลุดออกมากี่ตัว

ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จีนเผชิญฝนตกหนัก ทำให้เกิดน้ำท่วมใน 26 มณฑลของประเทศ กระทบประชาชนมากกว่า 32 ล้านคน ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้วมากถึง 186 ราย และมีผู้สูญหายอีก 45 คน บ้านเรือนพังเสียหายมากกว่า 56,000 หลัง และประชาชนกว่า 1.4 ล้านคนต้องย้ายที่อยู่

กองทัพซีเรียประกาศหยุดยิงฝ่ายเดียวทั่วประเทศ 3 วัน รับวันอีดิลฟิตรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ก.ค. 2559 23:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/656694

 

กองทัพของประเทศซีเรีย ประกาศหยุดยิงแต่เพียงฝ่ายเดียวทั่วประเทศเป็นเวลา 3 วัน เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุด วันอีดิลฟิตรี ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดของเดือนรอมฎอน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 6 ก.ค. กองทัพของประเทศซีเรีย ประกาศหยุดยิงแต่เพียงฝ่ายเดียวทั่วประเทศเป็นเวลา 3 วัน จนถึงวันศุกร์ โดยเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับการเริ่มต้นวันหยุดวันอีดิลฟิตรี (Eid al-Fitr) ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดของเดือนศักดิ์สิทธิ์ รอมฎอน ซึ่งชาวมุสลิมจะถือศีลอดตลอดทั้งเดือน

นี่นับเป็นครั้งแรกที่ทางการซีเรียประกาศหยุดยิงทั้งประเทศ โดยนายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเยือนกรุงทบิลิซิ เมืองหลวงของประเทศจอร์เจีย ออกมาแสดงความยินดีทันที พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพการหยุดยิงครั้งนี้ เขายังหวังว่า เรื่องนี้จะทำให้เกิดความเป็นไปได้อื่นๆ ตามมา

ด้านสถานีโทรทัศน์ของซีเรีย ได้เผยแพร่ภาพของประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด เข้าร่วมพิธีสวดมนต์ตอนเช้าที่มัสยิด ‘อัล-ซาฟา’ เมืองฮอมส์ เมืองใหญ่ลำดับ 3 ของประเทศ ในวันพุธ ซึ่งเป็นวันแรกของวัน อีดิลฟิตรี ด้วย


ประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด เข้าร่วมพิธีสวดมนต์ตอนเช้าที่เมืองฮอมส์

อย่างไรก็ตาม ยังมีรายงานเหตุปะทะกันหลายจุดในวันพุธ โดยยัสเซอร์ อัล-ทาเยบ โฆษกกลุ่มติดอาวุธ ‘จาอิช อัล-อิสลาม’ หรือ กองทัพอิสลาม กลุ่มกบฏซึ่งยึดพื้นที่ของเมืองหลวงกรุงดามัสกัสไว้หลายส่วน ระบุว่า การปะทะกันระหว่างกองกำลังของพวกเขากับฝ่ายรัฐบาลยังไม่ลดน้อยลง

อัล-ทาเยบเผยว่า กองกำลังฝ่ายรัฐบาลโจมตีกดดันพวกเขาในเมือง เมย์ดา ในเขตกูตา ชานกรุงทางตะวันออกของกรุงดามัสกัสอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อวันอังคาร กองทัพฝ่ายรัฐบาลยังระดมโจมตีเขตดูมาที่ถูกปิดล้อมอยู่ด้วย

สุดน่ากลัว! ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น ‘เนพาร์ตัก’ จ่อถล่มไต้หวัน คลื่นสูง 13 ม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ก.ค. 2559 13:28

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/656181

 

(ภาพจากยูทูบ: earthsky102)

ชาวไต้หวันระทึก..เตรียมเผชิญหน้าพายุระดับ ‘ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น’ ลูกแรกของปี ไต้ฝุ่น ‘เนพาร์ตัก’ จ่อถล่ม ความเร็วลมสูงถึง 240 กม./ชม. ทำคลื่นในทะเลสูงถึง 13 เมตร

เมื่อ 6ก.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ชาวไต้หวันกำลังเผชิญหน้า ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น ‘เนพาร์ตัก’ (Nepartak) ซึ่งถือเป็นไต้ฝุ่นกำลังแรงลูกแรกของปี และคาดว่าจะทวีความเร็วและความแรงมากขึ้น ขณะเคลื่อนตัวจ่อไต้หวัน และจะขึ้นฝั่งในวันเช้าวันศุกร์ที่ 8 ก.ค.นี้ ตามเวลาท้องถิ่น

จากรายงานของศูนย์เตือนภัยร่วมเรื่องพายุไต้ฝุ่น ระบุว่า ภายในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา ไต้ฝุ่นเนพาร์ตัก ซึ่งก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิก ได้ทวีความรุนแรงจากระดับพายุไซโคลน ที่มีความเร็วลม 110 กม./ชม. ขึ้นมาเป็นระดับซุปเปอร์ไต้ฝุ่น มีความเร็วลมสูงถึง 240 กม./ชม. และกำลังเคลื่อนตัวในแนวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มุ่งหน้าสู่ไต้หวัน

ซีเอ็นเอ็น แจ้งว่า อิทธิพลของพายุเนพาร์ตัก คาดว่าจะทำให้เกิดลมพายุรุนแรง และฝนตกหนักทั่วไต้หวัน วัดปริมาณน้ำฝนเกิน 100 มิลลิเมตรต่อ24ชม. โดยศูนย์เตือนภัยร่วมเรื่องพายุไต้ฝุ่น ยังชี้ว่าขณะนี้พายุไต้ฝุ่นเนพาร์ตัก ทำให้คลื่นในทะเลสูงถึง 13 เมตรแล้ว

ขณะเดียวกัน ชาวไต้หวันได้เตรียมพร้อมหาซื้ออาหารสำรองไว้ที่บ้าน เพื่อเตรียมพร้อมในช่วงโดนพายุถล่ม จนทำให้ราคาอาหารในไต้หวันแพงขึ้น ส่วนชาวจีนทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ที่ประสบอุทกภัย ตั้งแต่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา จะต้องเผชิญกับฝนตกหนักมากขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ จากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นเนพาร์ตัก หลังจากภาวะอุทกภัยใน 11 มณฑลของจีน ทำให้มีชาวจีนได้รับผลกระทบถึงประมาณ 23 ล้านคน และเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 128 รายแล้ว