เศร้า! เด็กชายจีนวัย 5 ขวบตกบ่อน้ำร้าง 4 วัน เสียชีวิตแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 พ.ย. 2559 05:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/779906

 

จีนยืนยัน เด็กชายวัย 5 ขวบซึ่งพลัดตกบ่อน้ำร้างลึกกว่า 40 ม. ตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ เสียชีวิตแล้ว หลังหน่วยกู้ภัยพบศพในวันพฤหัสบดี…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 พ.ย. เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยของประเทศจีน พบศพเด็กชายวัย 5 ขวบผู้ตกลงไปในบ่อน้ำร้างที่ทั้งลึกและแคบ ในหมู่บ้านเหม็งชาง เมืองเป่าติง มณฑลเหอเป่ย ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมาแล้ว ยุติปฏิบัติการค้นหาที่กินระยะเวลานานร่วม 4 วันและใช้คนมากกว่า 500 คน โดยยังไม่ทราบว่าเด็กคนนี้เสียชีวิตเมื่อใด

ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัวของจีน เด็กคนนี้พลัดตกลงไปในบ่อน้ำที่มีความกว้างเพียง 30 ซม. แต่ลึกถึง 40 ม. ระหว่างที่กำลังช่วยพ่อของเขาเก็บเกี่ยวผักเมื่อวันอาทิตย์ นับแต่นั้นมา เจ้าหน้าที่ก็พยายามช่วยเหลือเด็กคนนี้ด้วยการขุดบ่อน้ำนี้ โดยใช้รถตักดิน 60 คัน กับรถบรรทุกดินอีก 100 คัน

ปฏิบัติการกู้ภัยดำเนินไปโดยที่เจ้าหน้าที่ไม่รู้ชะตากรรมของเด็กคนนี้ว่าเป็นตายร้ายนี้อย่างไร ได้แต่อัดก๊าซออกซิเจนลงไปรวมทั้งอาหารลงไปเท่านั้น

 

ไอซิสเฮ ‘ทรัมป์’ ชนะเลือกตั้งปธน. หวังมะกันเกิดสงครามกลางเมือง!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 พ.ย. 2559 23:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/779731

 

สื่อของกลุ่มไอซิส ออกมาแสดงความยินดีที่โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐฯ โดยหวังว่านโยบายคลั่งชาติของเขาจะทำให้อเมริกาล่มสลาย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ‘ไซต์ อินเทลลิเจนซ์ กรุ๊ป’ (SITE Intelligence Group) กลุ่มสังเกตการณ์องค์กรญิฮาด ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส ออกมาแสดงความยินดีที่โดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีฝีปากกล้า กลายเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาอย่างพลิกความคาดหมาย และหวังด้วยว่า ชัยชนะของทรัมป์จะนำอเมริกาไปสู่สงครามกลางเมือง

ทั้งนี้ ทรัมป์เคยพูดระหว่างการหาเสียงเมื่อปีก่อนว่า เขาจะใช้เวลา 30 วันหลังจากรับตำแหน่งเพื่อวางแผนการกำจัดกลุ่มไอซิส “ผมจะถล่มพวกมันให้ราบ” เขากล่าว อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนกลุ่มไอซิสจะไม่หวาดกลัวคำขู่ของทรัมป์เลยแม้แต่น้อย

ตามรายงานของ ไซต์ฯ เครือข่ายสื่อญิฮาด ‘อัล-มินบาร์’ (al-Minbar Jihadi Media) ของกลุ่มไอซิส ออกมาแสดงความยินดีที่ทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง “จงปิติกับการสนับสนุนจากพระผู้เป็นเจ้า และดีใจไปกับข่าวการล่มสลายของอเมริกาที่กำลังจะเกิดขึ้นภายใต้น้ำมือของทรัมป์ ชัยชนะของทรัมป์ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี จะนำความเป็นศัตรูของชาวมุสลิมไปสู่อเมริกาจากการกระทำที่ไม่ยั้งคิดของเขา ซึ่งแสดงให้เห็นความเกลียดชังทั้งซ่อนเร้นและโจ่งแจ้งต่อชาวมุสลิม”

ขณะเดียวกัน ไซต์ฯ รายงานด้วยว่า ‘นาเชียร์ โพลิติคัล เซอร์วิซ’ (Nashir Political Service) สื่ออีกสำนักที่สนับสนุนกลุ่มไอซิส รวมทั้งกลุ่มญิฮาดอื่นๆ ระบุว่า พวกเขาหวังว่านโยบายคลั่งชาติและต่อต้านอิสลามของทรัมป์ จะนำอเมริกาไปสู่สงครามกลางเมือง และเศรษฐกิจล้มละลายในที่สุด

 

UN เผย ไอซิสลักพาตัวชาวบ้านเกือบ 300 คน ยังไม่รู้ชะตากรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 พ.ย. 2559 05:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/777837

 

หน่วยงานสหประชาชาติเปิดเผยว่า กลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลามลักพาตัวชาวบ้านกว่า 300 คน จากเมืองทางตะวันตกของเมืองโมซูล ขณะที่การบุกยึดเมืองแห่งนี้ยังไม่คืบหน้าจากเดิม…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 8 พ.ย. นักรบของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ก่อเหตุลักพาตัวประชาชนเกือบ 300 คนไปจากเมือง ทัล อาฟาร์ ทางตะวันตกของเมืองโมซูล ในขณะที่กองทัพรัฐบาลอิรักและพันธมิตรกำลังบุกโจมตีเพื่อยึดคืนเมืองแห่งนี้ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของไอซิสในอิรัก

นางราวินา ชามดาซานี โฆษกหญิงของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) เปิดเผยโดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือว่า ชาวเมือง ทัล อาฟาร์ จำนวน 295 คน ถูกลักพาตัวไป และจนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรมของพวกเขา อย่างไรก็ตาม เธอเชื่อว่าชาวบ้านกลุ่มนี้ตกเป็นเป้าหมายเพราะพวกเขาเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของอิรัก


ชาวอิรักผู้หลบหนีจากเมืองโมซูลกำลังรอรับอาหารช่วยเหลือที่ค่ายอพยพ อัล-คาซาร์

ทั้งนี้ รายงานเรื่องการลักพาตัวชาวเมืองดังกล่าว เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากมีการพบหลุมศพขนาดใหญ่นอกเมือง ฮัมมาม อัล-อาลิล ทางใต้ของเมืองโมซูล ซึ่งถูกกองทัพรัฐบาลอิรักยึดคืนได้เมื่อวันจันทร์ โดยพวกเขาพบศพชาวบ้านถูกตัดศีรษะประมาณ 100 ศพ เป็นหลักฐานตอกย้ำว่า ไอซิสยังคงก่ออาชญากรรมต่อผู้คนไม่เลิกรา

อีกด้านหนึ่ง ปฏิบัติการยึดคืนเมืองโมซูลของกองทัพอิรักและพันธมิตร ยังไม่คืบหน้าไปจากเดิม หลังจากกองกำลังพิเศษ หน่วยต่อต้านการก่อการร้ายของกองทัพอิรัก บุกเข้าไปในพื้นที่ทางตะวันออกของเมือง แต่เผชิญการต่อต้านอย่างหนักจากนักรบไอซิส ขณะที่ กองกำลังเปชเมอร์กา ซี่งเป็นหนึ่งในกำลังหลักในปฏิบัติการนี้ กำลังพยายามเคลียร์นักรบไอซิสที่เหลือออกจากเมืองยาชิกา ซึ่งห่างเมืองโมซูลไปทางตะวันออกเฉียงเหนือเพียงไม่กี่ กม.

ส่วนองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (ไอโอเอ็ม) รายงานว่า ปฏิบัติการยึดคืนเมืองโมซูล ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อ 17 ต.ค. ทำให้มีผู้พลัดถิ่นแล้วกว่า 34,860 ราย

 

หวาดเสียว! ถนนเมืองฟูกุโอกะ ยุบตัวเป็นหลุมลึกมาก ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 พ.ย. 2559 11:29

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/777012

 

ชาวเมืองฟูกุโอกะ แตกตื่น เกิดเหตุถนนยุบตัว กลายเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ บริเวณสี่แยกไฟแดง ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน เจอาร์ ฮากาตะ ส่งผลการจราจรติดขัดอย่างหนักและไฟฟ้าดับ กระทบต่อบ้านเรือนเกือบพันหลัง เดชะบุญ ไม่มีผู้บาดเจ็บ ขณะที่ตร.ยังแนะนำประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงควรอพยพย้ายออกจากบ้านเพื่อความปลอดภัย

เมื่อ 8พ.ย.59 เว็บไซต์ เจแปนไทม์ส ในญี่ปุ่น รายงานว่า ชาวญี่ปุ่นย่านใจกลางเมืองฟูกุโอกะ ที่ขับรถยนต์มายังบริเวณสี่แยกไฟแดง ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน เจอาร์ ฮากาตะ คงต้องตื่นตระหนกตกใจไปตามๆ กัน เนื่องจากบริเวณดังกล่าวได้เกิดเหตุ ถนนยุบตัวจนเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ น่ากลัว ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 05.15 น.ของวันที่ 8 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนักและยังทำให้เกิดไฟฟ้าดับ ส่งผลให้บ้านเรือนประมาณ 800 หลังคาเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ รวมทั้งที่สถานีรถไฟใต้ดินเจอาร์ ฮากาตะในช่วงเช้าของวันที่ 8 พ.ย.

ข่าวแจ้งว่า บริเวณที่ถนนยุบตัวจนกลายเป็นหลุมกว้าง เกิดขึ้นในบริเวณที่มีการก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าใต้ดิน สาย นานะคุมะ โดยขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทางการเมืองฟูกุโอกะ กำลังเร่งสืบสวนหาสาเหตุที่ทำให้ถนนยุบตัวจนเป็นหลุมลึกในครั้งนี้ ว่า เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟใต้ดินสายดังกล่าวหรือไม่


ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองฟูกุโอกะแจ้งว่า เบื้องต้น ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บจากเหตุถนนยุบตัวในครั้งนี้ พร้อมกับได้แนะนำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงบริเวณนั้นควรอพยพย้ายออกจากบ้านเรือนในช่วงนี้ก่อน เนื่องจากจนถึงเวลา 9.00 น. หลุมได้มีการยุบตัวเพิ่มจากทุกทิศทางด้านละ 20 เมตรเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าสามารถซ่อมแซมแก้ไขสาเหตุที่ทำให้ไฟฟ้าดับ จนทำให้มีบ้านเรือนสามารถเริ่มใช้ไฟฟ้าได้มากขึ้นเรื่อยๆ


ไฟฟ้าดับที่สถานีรถไฟใต้ดิน เจอาร์ ฮากาตะ

จีนสั่งเอง! ห้ามส.ส.ขบถฮ่องกงสาบานตนใหม่ อดรับตำแหน่งในสภาฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 พ.ย. 2559 23:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/776622

 

บักโจ เหลียง และ เหยา ไหว-ชิง นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยฮ่องกง

ทางการจีนสั่งห้ามไม่ให้สมาชิกสภานิติบัญญัติฮ่องกง 2 คนซึ่งเพิ่งได้รับเลือกตั้ง เข้าพิธีสาบานตนใหม่แล้ว หลังจากทั้งคู่ประกาศสนับสนุนการแยกฮ่องกงเป็นอิสระจากจีน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะกรรมการสามัญประจำรัฐสภาประชาชนแห่งชาติจีน เข้ามาแทรกแซงระบบกฏหมายของฮ่องกงโดยตรงเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ทศวรรษ ด้วยการตีความรัฐธรรมนูญฮ่องกงและ มีคำตัดสินเมื่อวันจันทร์ที่ 7 พ.ย. ว่านาย ซิกซ์ตัส ‘บักโจ’ เหลียง และน.ส. เหยา ไหว-ชิง นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยซึ่งเพิ่งได้รับการเลือกตั้งเมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา ไม่สามารถทำพิธีสาบานตนใหม่ได้ หลังจากทั้งสองคนกล่าวคำดูหมิ่นจีน และสนับสนุนการแยกตัวเป็นอิสระของฮ่องกงกลางพิธี


คณะกรรมการสามัญประจำรัฐสภาประชาชนแห่งชาติจีนแถลงคำตัดสินที่มหาศาลาประชาคมในกรุงปักกิ่ง

ทั้งนี้ ในพิธีสาบานตนรับตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติฮ่องกงเมื่อเดือนต.ค. นายเหลียง อายุ 30 ปี และน.ส.เหยา อายุ 25 ปี เปลี่ยนคำสาบานตนของพวกเขาใหม่ โดยเพิ่มคำดูหมิ่นจีนที่ใช้โดยญี่ปุ่นในยุคสงครามโลกเข้าไป และประกาศจะปกป้อง “ชาติฮ่องกง” รวมทั้งกางธงที่มีข้อความว่า “ฮ่องกงไม่ใช้จีน” ด้วย ก่อนที่ประธานสภาจะประกาศให้การสาบานตนของทั้งคู่เป็นโมฆะ

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของจีนหมายความว่า นายเหลียง และน.ส.เหยา จะไม่สามารถรับตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติของฮ่องกงได้อีก นอกจากนี้ คกก.ของจีนยังระบุด้วยว่า ใครก็ตามที่สนับสนุนเรื่องการแยกฮ่องกงเป็นอิสระจะถูกตัดสิทธิ์จากการเลือกตั้ง และจะถูกดำเนินการสอบสวนตามกฎหมาย

ด้านนายเหลียง เจิ้น-อิง ผู้บริหารสูงสุดเขตเศรษฐกิจพิเศษฮ่องกง กล่าวในงานแถลงข่าวว่า เขาจะปฏิบัติตามการตัดสินใจครั้งนี้ของจีนอย่างเต็มที่


เหลียง เจิ้น-อิง ผู้บริหารสูงสุดเขตเศรษฐกิจพิเศษฮ่องกง

นี่ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่จีนเข้ามาแทรกแซงการปกครองของฮ่องกงโดยตรง นับตั้งแต่ปี 1997 และถือเป็นครั้งแรกที่จีนตีความรัฐธรรมนูญย่อยของฮ่องกงเอง โดยไม่ได้ร้องขอรัฐบาลหรือศาลอุทธรณ์สูงสุดของฮ่องกง โดยนาย ร็อบ ชมิตซ์ ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว เอพีอาร์ ระบุว่า การตัดสินใจของจีนครั้งนี้ถูกมองว่ามีขึ้นเพื่อทำให้เกิดความหวาดกลัวในฮ่องกง ว่าความพยายามจะเรียกร้องเอกราชจะนำมาซึ่งบทลงโทษสาหัส

อนึ่ง ก่อนหน้านี้เมื่อวันอาทิตย์ ชาวฮ่องกงหลายพันคนออกมาชุมนุมประท้วงที่หน้าสำนักงานผู้แทนรัฐบาลจีน เพื่อแสดงความไม่พอใจหลังจากมีข่าวว่า รัฐสภาประชาชนแห่งชาติจีนกำลังพิจารณาคำสั่งห้ามไม่ให้นายเหลียงกับน.ส.เหยา รับตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติ ก่อนเกิดการปะทะกับตำรวจ ทำให้มีผู้ชุมนุมถูกจับกุม 4 คน เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 นาย

 

ไอซิสส่งรถพยาบาลบอมบ์โจมตีหลายเมืองในอิรัก ดับ 21 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 พ.ย. 2559 04:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/775712

 

คนร้ายใช้รถพยาบาลบรรทุกวัตถุระเบิดโจมตีหลายเมืองในประเทศอิรักเมื่อวันอาทิตย์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 21 ราย ขณะปฏิบัติการยึดคืนเมืองโมซูลยังไม่คืบหน้า เพราะถูกกลุ่มไอซิสต่อต้านอย่างหนัก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คนร้ายใช้รถพยาบาลบรรทุกวัตถุระเบิด ก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีผู้แสวงบุญชาวชีอะห์ในเมืองซามาร์รา ซึ่งรวมทั้งชาวอิหร่าน และโจมตีขบวนรถที่เข้าคิวเพื่อเดินทางเข้าเมืองติกริต ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 ราย และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก โดยกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ออกมาอ้างว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีทั้งสองครั้ง

เหตุระเบิดที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดเกิดขึ้นที่เมืองติกริต บ้านเกิดของซัดดัม ฮุสเซน อดีตผู้นำอิรัก โดยมือระเบิดฆ่าตัวตายขับรถพยาบาลขนวัตถุระเบิดมาต่อแถวรถยนต์ที่เข้าคิวที่ด่านตรวจทางใต้ของเมือง ก่อนจะจุดระเบิดโจมตี ส่วนที่เมืองซามาร์รา ทางใต้ของเมืองติกริต รถพยาบาลอีกคันระเบิดขึ้นที่ลานจอดรถของมัสยิด อัล-อัสคารี หนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ โดยมีผู้แสวงบุญชาวอิหร่านเสียชีวิตในการโจมตีนี้ด้วย

อีกด้านหนึ่ง ในปฏิบัติการยึดคืนเมืองโมซูล ทางเหนือของประเทศ กองกำลังพิเศษต่อต้านการก่อการร้าย (ซีทีเอส) ของกองทัพอิรัก สามารถรักษาที่มั่นเมืองซึ่งเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มไอซิสในอิรักแห่งนี้ ได้แล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่การโจมตีรุกคืบไปเพียง 1 กม. นับตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องจากพวกเขากำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่จุดที่มีผู้อยู่อาศัยหนาแน่น ทำให้ต้องลดการโจมตีทางอากาศ เพื่อปกป้องประชาชน

นายซาบาห์ อัล-นูมานี โฆษกกองกำลังซีทีเอสระบุว่า พวกเขากำลังเผชิญสงครามในเมืองที่ยากลำบากที่สุดที่กองทัพใดในโลกเคยเผชิญ โดยมีมือสไนเปอร์ซุ่มยิงบนดาดฟ้าตึก และนักรบไอซิสกางธงขาวยอมแพ้ลวง เพื่อส่งรถยนต์ติดตั้งระเบิดเข้ามาโจมตี

 

ปัญหาหมอกควันรุนแรง! อินเดียปิดร.ร.ทุกแห่งในนิวเดลี 3 วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 พ.ย. 2559 03:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/775702

 

มุขมนตรีกรุงนิวเดลี ประกาศปิดโรงเรียนทุกแห่งภายในเมืองหลวงแห่งนี้ เป็นเวลา 3 วัน หลังชานเมืองกำลังเผชิญปัญหาหมอกควันอย่างหนัก เกินค่ามาตรฐานหลายสิบเท่า…

สำนักข่าวต่าวประเทศรายงานว่า นายอาร์วินด์ เคชรีวัล มุขมนตรีกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของประเทศอินเดีย ประกาศปิดโรงเรียนทุกแห่งภายในเมืองแห่งนี้เป็นเวลา 3 วัน หลังจากก่อนหน้านี้สั่งปิดโรงเรียนไปแล้ว 1,800 แห่งเมื่อวันเสาร์ เนื่องจากประชาชนกำลังประสบปัญหาหมอกควันอย่างหนัก และขอให้ประชาชนอยู่ภายในที่ร่มให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือทำงานจากที่บ้านหากเป็นไปได้

ทางการนิวเดลียังใช้มาตรการต่างๆ เพื่อต่อสู้กับปัญหามลภาวะทางอากาศ เช่น สั่งห้ามก่อสร้างหรือรื้อถอนทำลายภายในเมืองหลวงแห่งนี้เป็นเวลา 5 วัน, ฉีดน้ำตามถนนสายหลักเพื่อลดฝุ่น, แก้ปัญหาไฟไหม้ที่จุดฝังกลบขยะ และเตรียมปิดโรงงานไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน ‘พาดารปูระ’ ชั่วคราว


ชาวนิวเดลีออกมาชุมนุมประท้วงปัญหาสภาพอากาศ

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของทางการนิวเดลีเกิดขึ้นหลังจากค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM 2.5) พุ่งสูงกว่าระดับปลอดภัยที่กำหนดโดยองค์การอนามัยโลกถึง 90 เท่า และมากกว่าข้อกำหนดของรัฐบาลอินเดียถึง 15 เท่า โดยสถานการณ์เริ่มรุนแรงหลังจากมีการจัดเทศกาล ‘ดิวาลี’ ซึ่งฉลองด้วยการจุดพลุดอกไม้ไฟจำนวนมาก

 

กบฏซีเรีย ประกาศเริ่มปฏิบัติการยึด ‘รักกา’ เมืองหลวงของไอซิส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 พ.ย. 2559 00:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/775591

 

กองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลในซีเรีย ประกาศเริ่มปฏิบัติการบุกยึดคืนเมืองรักกา เมืองหลวงของกลุ่มรัฐอิสลามแล้วเมื่อวันอาทิตย์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (Syria Democratic Forces: SDF) ประกาศในวันอาทิตย์ที่ 6 พ.ย. ว่า พวกเขาจะเริ่มปฏิบัติการเพื่อบุกยึดคืนเมืองรักกา ที่กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ประกาศให้เป็นเมืองหลวงของพวกเขาตั้งแต่เมื่อปี 2014 ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ ‘ความโกรธเกรี้ยวแห่งยูเฟรทีส’ (Wrath of the Euphrates)

โฆษกของเอดีเอฟระบุด้วยว่า ปฏิบัติการณ์ครั้งนี้จะได้รับการสนับสนุนด้านการโจมตีทางอากาศจากกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ พวกเขายังเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่พื้นที่ที่กลุ่มไอซิสปรากฏ และหวังว่าตุรกีจะไม่เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของซีเรีย

ความเคลื่อนไหวของกองกำลังชาวเคิร์ดและชนกลุ่มน้อยชาวอาหรับกลุ่มนี้ เกิดขึ้นในขณะที่พวกเขาสามารถยึดพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองรักกาได้อย่างต่อเนื่อง โดยพวกเขาประกาศเริ่มการยึดคืนเมืองรักกา ที่เมือง ไอน์ อิสซา ซึ่งห่างออกไปราว 50 กม. “การต่อสู้ครั้งใหญ่เพื่อปลดปล่อยเมืองรักกาและพื้นที่โดยรอบได้เริ่มขึ้นแล้ว” โฆษกของกลุ่มเอสดีเอฟกล่าวต่อหน้าสื่อ

ด้านเจ้าหน้าที่ในกรุงวอชิงตันของสหรัฐฯ ก็ออกมายืนยันการเริ่มปฏิบัติการครั้งนี้เช่นกัน โดยระบุว่า กองกำลังต่างๆ จะเริ่มต้นด้วยการโดดเดียวเมืองรักกา เพื่อปูทางสู่การโจมตีเพื่อปลดปล่อยเมืองแห่งนี้ในท้ายที่สุด ขณะที่โฆษกอีกคนของกลุ่มเอดีเอฟ บอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า พวกเขาคาดว่าจะเผชิญการต่อต้านอย่างหนัก “ไอซิสจะปกป้องปราการของพวกเขา เพราะรู้ดีว่า การเสียเมืองรักกาหมายถึงไอซิสในซีเรียจบสิ้นแล้ว”

ทั้งนี้ รายงานของสถาบันสังเกตการณ์ความรุนแรง ไอเอชเอส ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า นับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2016 จนถึงตอนนี้ กลุ่มไอซิสสูญเสียดินแดนในครอบครองทั้งในซีเรียและอิรักไปแล้ว 16% เหลือเพียงประมาณ 65,500 ตร.กม. และสูญเสียพื้นที่ครอบครองไปถึง 1 ใน 4 หากนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2015 ที่พวกเขาควบคุมพื้นที่ราว 90,800 ตร.กม.

 

ชาวฮ่องกงประท้วงเดือด ต้านจีนยับยั้งส.ส.ขบถรับตำแหน่งสภานิติบัญญัติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 พ.ย. 2559 23:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/775582

 

ชาวฮ่องกงออกมาชุมนุมประท้วง เพื่อแสดงความไม่พอใจรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ ที่กำลังจะใช้อำนาจแทรกแซงการเข้ารับตำแหน่งของสมาชิกสภานิติบัญญัติ 2 คน ที่เคลื่อนไหวเรียกร้องอิสรภาพจากจีนเมื่อเดือนก่อน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวฮ่องกงจำนวนหลายพันคนออกมารวมตัวประท้วงใกล้สำนักงานผู้แทนรัฐบาลจีน (Liaison Office) เพื่อแสดงความไม่พอใจที่รัฐสภาประชาชนแห่งชาติ (สภาสูงสุดของจีน) จะพิจารณาคำสั่งห้ามไม่ให้น.ส. เหยา ไหว-ชิง และนาย บักโจ เหลียง ซึ่งเพิ่งได้รับการเลือกตั้งรับตำแหน่งในสภานิติบัญญัติฮ่องกง


เหยา ไหว-ชิง ว่าที่สมาชิกสภานิติบัญญัติฮ่องกงตะโกนใส่ตำรวจหลังเกิดการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ประท้วง

ในเบื้องต้นการประท้วงเป็นไปอย่างสงบ ก่อนจะบานปลายกลายเป็นความรุนแรง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายร้อยนายบางคนถือโล่ปราบจลาจลและกระบอง ซึ่งตั้งรั้วเหล็กชั่วคราวใกล้สำนักงานผู้แทนรัฐบาลจีน ต้องฉีดสเปรย์พริกไทยเข้าใส่ผู้ชุมนุมที่เตรียมรับมืออยู่แล้ว โดยบางคนสวมหน้ากาก, แว่นตากันลม และพันแผ่นฟิล์มดวงตา เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ถูกจับกุมอย่างน้อย 1 คน และมีผู้บาดเจ็บจากสเปรย์พริกไทยราว 20 คน


ผู้ชุมนุมเตรียมร่มเพื่อป้องกันตัวจากสเปรย์พริกไทยของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ น.ส.เหยา อายุ 25 ปี และนายเหลียง อายุ 30 ปี เคลื่อนไหนเรียกร้องอิสรภาพจากจีนอย่างเปิดตั้งแต่พิธีสาบานตนเมื่อเดือนต.ค. ด้วยการสาบานจะพักดีต่อประเทศฮ่องกง และกางธงที่มีข้อความว่า ฮ่องกงไม่ใช่จีน ซึ่งการสาบานตนครั้งนี้ถูกประกาศให้เป็นโมฆะ และศาลฮ่องกงกำลังพิจารณาว่า ทั้งสองคนมีสิทธิ์ที่จะกล่าวคำสาบานตนรับตำแหน่งใหม่หรือไม่


ตำรวจฉีดสเปรย์พริกไทยใส่ผู้ชุมนุม

ขณะที่รัฐสภาประชาชนแห่งชาติได้หารือในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อบังคับใช้อำนาจตีความกฎหมายพื้นฐานในรัฐธรรมนูญฮ่องกง เพื่อยับยั้งไม่ให้น.ส.เหยา และนายเหลียง รับตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติ โดยสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี รายงานอ้างคำพูดของสมาชิกสภาคนหนึ่งว่า นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยทั้ง 2 คนเป็นภัยต่อความมั่นคงและอธิปไตยของจีน


โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยคนดัง ก็ออกมาร่วมชุมนุมด้วย

ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลจีนกระตุ้นให้ประชาชนออกมาเดินขบวนประท้วง เนื่องจากมองว่าเป็นการเข้ามาแทรกแซงอำนาจการปกครองของฮ่องกง ขณะที่นาย มาร์ติน ลี ทนายความและนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยมากประสบการณ์ ระบุว่า ความเคลื่อนไหวของจีนจะทำให้ศาลไม่สามารถมีคำตัดสินตามความเป็นของตัวเองได้

 

ชาวบ้านอินเดียจับเสือดาวเผาทั้งเป็น แค้นทำร้ายเด็กหญิงจนตาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 พ.ย. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/774332

 

ชาวบ้านในหมู่บ้านทางตะวันตกของประเทศอินเดีย ก่อเหตุจุดไฟเผาเสือดาวตัวหนึ่งที่ถูกจับขังในกรงทั้งเป็น เนื่องจากโกรธแค้นที่เสือตัวนี้ทำร้ายเด็กหญิงคนหนึ่งจนเสียชีวิต…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เด็กหญิงนิกิตา วาซาวา วัยเพียง 8 ขวบ ถูกเสือดาวตัวหนึ่งทำร้ายจนเสียชีวิต ระหว่างที่เธอเดินทางไปยังฟาร์มแห่งหนึ่งในหมู่บ้าน วาดิกัม ในรัฐคุชราต ทางตะวันตกของประเทศอินเดีย เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ของอินเดียจะสามารถจับเสือดาวตัวนี้ได้ในหลายชั่วโมงต่อมาหลังจากเด็กคนนี้ถูกทำร้าย

“เราวางกรงดักสัตว์เอาไว้ 7 กรงรอบหมู่บ้าน และจับเสือดาวตัวนี้ได้สำเร็จ แต่ชาวบ้านที่โกรธแค้นมาที่กรงพร้อมกับถังน้ำมัน ไล่เจ้าหน้าที่ที่เฝ้ากรง และจุดไฟเผากรงพร้อมกับเสือดาวตัวนั้น” นายอาร์เอส กาดห์วี เจ้าหน้าที่ป่าไม้อินเดียเผยต่อสำนักข่าวบีบีซี

ทั้งนี้ รัฐคุชราตมีจำนวนเสือดาวในธรรมชาติ 1,395 ตัว ถือเป็นรัฐที่มีประชากรเสือดาวมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ในประเทศ โดยในอดีตเคยเกิดเหตุปะทะกันระหว่างมนุษย์และสัตว์มาแล้วหลายครั้ง เช่นเมื่อเดือนก.ค. กลุ่มชาวบ้านใช้ท่อนไม้และก้อนหินฆ่าเสือดาวที่หมู่บ้าน รอชมาล ในรัฐคุชราต หรือเมื่อปีก่อน มีชาวไร่หลายสิบคนถูกเสือดาวสังหาร และมีผู้ถูกทำรายอีกนับร้อยคน