จีนโวย บินรบญี่ปุ่นล็อกเรดาร์อาวุธใส่บินรบจีน ใกล้หมู่เกาะพิพาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ก.ค. 2559 00:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/655754

 

เครื่องบินเอฟ-15 ของญี่ปุ่น

จีนออกมาแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาลญี่ปุ่น โดยกล่าวหาว่าญี่ปุ่นส่งเครื่องบินรบเข้าสกัดเครื่องบินของพวกเขาที่บินอยู่ใกล้หมู่เกาะพิพาทในทะเลจีนตะวันออก และล็อกเป้าเรดาร์ควบคุมการยิงใส่เครื่องบินของจีนด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 4 ก.ค. กระทรวงกลาโหมแห่งชาติของจีนออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลญี่ปุ่น ที่ส่งเครื่องบินขับไล่เข้าสกัดเครื่องบินรบของพวกเขาที่บินอยู่เหนือน่านน้ำใกล้หมู่เกาะเซงกากุ หรือ เกาะเตียวหยู ซึ่งทั้งสองประเทศแย่งชิงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของกันอยู่ ด้วยวิธีอันตรายและล็อกเป้าเรดาร์ควบคุมการยิงไปยังเครื่องบินของพวกเขา

แถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมฯ จีน ซึ่งเผยแพร่บนเว็บไซต์ของหน่วยงาน ระบุว่า เครื่องบินขับไล่ ‘ซู-30’ 2 ลำของจีน กำลังบินลาดตระเวนตามปกติ ในเขตพิสูจน์ฝ่ายป้องกันภัยทางอากาศ (air defense identification zone: ADIZ) ในทะเลจีนตะวันออกเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนจะเผชิญกับการยั่วยุจากเครื่องบินขับไล่ ‘เอฟ-15’ 2 ลำของญี่ปุ่น ซึ่งบินเข้าหาเครื่องบินของพวกเขาด้วยความเร็วสูง และถึงขั้นล็อกเป้าเรดาร์ควบคุมการยิงไปยังเครื่องบินของพวกเขา

แถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมฯ ระบุอีกว่า เครื่องบินขับไล่ของจีนตอบโต้กลับไปอย่างเด็ดขาด โดยไม่ระบุรายละเอียดว่าตอบโต้อย่างไร และเผยด้วยว่า เครื่องบินขับไล่ของญี่ปุ่นปล่อยพลุไฟล่อสัญญาณอินฟราเรด (infrared decoy projectile) ออกมาก่อนบินจากไป

ทั้งนี้ ก่อนที่กระทรวงกลาโหมฯ ของจีนจะออกแถลงการณ์ดังกล่าว รองหัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้ยืนยันว่า ญี่ปุ่นส่งเครื่องบินรบเข้าสกัดเครื่องบินของจีนจริง แต่ปฏิเสธว่าไม่มีฝ่ายใดมีพฤติกรรมแข็งกร้าว

เครียดขึ้น ! กองทัพจีน ขนเรือรบติดมิสไซล์หลายลำ ซ้อมรบทะเลจีนใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.ค. 2559 17:24

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/655476

 

กองทัพจีนระดมเรือรบติดขีปนาวุธหลายลำ ร่วมซ้อมรบในทะเลจีนใต้ ครอบคลุมพื้นที่นับแสนตารางกม.ก่อนศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศยูเอ็นมีกำหนดอ่านคำตัดสินกรณีฟิลิปปินส์ยื่นฟ้องจีนอ้างกรรมสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้เพียงไม่กี่วัน ขณะที่ทางการเวียดนามออกมาเรียกร้องให้จีนหยุดซ้อมรบโชว์แสนยานุภาพ

เมื่อ 5ก.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กองทัพจีนเริ่มต้นซ้อมรบในบริเวณน่านน้ำที่เกิดข้อพิพาทแย่งชิงกับหลายประเทศ ในทะเลจีนใต้แล้ว เมื่อช่วงเช้าวันที่ 5ก.ค. โดยได้ระดมเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีอย่างน้อย 2 ลำ และเรือฟริเกตติดขีปนาวุธหนึ่งลำ เข้าร่วมการซ้อมรบเป็นเวลา 7 วัน ขณะใกล้ถึงวัน ศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศภายใต้การสนับสนุนจากสหประชาชาติ ที่กรุงเฮก เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ มีกำหนดนัดอ่านคำตัดสินกรณีจีนอ้างกรรมสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้ในวันที่ 12ก.ค.ที่จะถึง หลังทางการฟิลิปปินส์ยื่นฟ้องร้องเรื่องดังกล่าวมานานกว่า 3ปี

การซ้อมรบของกองทัพจีน ครอบคลุมพื้นที่ 100,000 ตารางกิโลเมตร ตั้งแต่เกาะไห่หนาน ฝั่งตะวันออกของจีน ไปจนถึงหมู่เกาะพาราเซล ซึ่งเป็นน่านน้ำที่เกิดกรณีพิพาทแย่งชิงความเป็นเจ้าของระหว่างจีนกับชาติในอาเซียนหลายประเทศ ทั้งบรูไน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม


เว็บไซต์ การ์เดียน รายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 4ก.ค.ที่ผ่านมา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของเวียดนามได้ออกมาเรียกร้องให้จีนยกเลิกการซ้อมรบในทะเลจีนใต้ครั้งล่าสุดนี้ พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลจีนเคารพอธิปไตยของเวียดนาม

ศาลจีนสั่งจำคุกตลอดชีวิต ที่ปรึกษาอดีตปธน.หู จิ่นเทา ฐานคอร์รัปชัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/654934

 

ศาลในประเทศจีนพิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ที่ปรึกษาของอดีตประธานาธิบดี หู จิ่นเทา ของจีน จากความผิดฐานทุจริตคอร์รัปชันหลายกระทง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายหลิง จื่อหัว ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาระดับสูงของอดีตประธานาธิบดี หู จิ่นเทา ของจีน ถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิต หลังจากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงฐานรับสินบน, ขโมยความลับของชาติ และใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ระหว่างปี พ.ศ. 2550-2555

อัยการจีนกล่าวหานายหลิงว่า รับเงินสินบนมากกว่า 77 ล้านหยวน (ราว 407 ล้านบาท) ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมผ่านสมาชิกครอบครัวของเขา เขายังถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงฐานได้รับข้อมูลลับของประเทศจำนวนมากมายอย่างผิดกฎหมาย และใช้ตำแหน่งหน้าที่การงานของตัวเองในการช่วยเหลือผู้อื่นให้ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง และเพื่อให้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์

ทั้งนี้ นายหลิง วัย 58 ปี ถูกจับกุมตัวเมื่อเดือน ก.ค. ปี 2558 และเข้ารับการพิจารณาคดีเป็นการลับเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยนายหลิงบอกกับศาลว่าเขาจะไม่ยื่นอุทธรณ์ และระบุในแถลงการณ์สรุปของเขาว่า เขายอมรับทุกข้อกล่าวหาและจะปฏิบัติตามคำตัดสินและบทลงโทษของศาล

อนึ่ง นายหลิงถือเป็นหนึ่งในผู้มีตำแหน่งใหญ่โตที่สุดที่ถูกตัดสินความผิด ภายใต้การรณรงค์ต่อต้านการคอร์รัปชันขนานใหญ่ของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ซึ่งให้คำมั่นว่า เขาจะกำจัดการคอร์รัปชันในหมู่เจ้าหน้าที่รัฐให้หมดสิ้น

 

ตั้งข้อหา 13 คนร่วมโจมตีสนามบินตุรกี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 ก.ค. 2559 04:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/654867

 

กรณีคนร้าย 3 คน ที่เชื่อว่าเป็นสมาชิกกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) บุกโจมตีและจุดระเบิดพลีชีพที่สนามบินอตาเติร์กในนครอิสตันบูล ตุรกี มีผู้เสียชีวิต 45 ราย เป็นชาวต่างชาติ 19 ราย มีผู้บาดเจ็บกว่า 200 คน เมื่อ 28 มิ.ย.นั้น นายบินาลี ยิลดิริม นายกรัฐมนตรีตุรกี เผยเมื่อ 3 ก.ค. ว่า จากการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 29คน ในผู้ต้องสงสัยจำนวนดังกล่าวนี้ มี 13 คนที่ถูกตั้งข้อหาเป็นสมาชิกก่อการร้าย, ฆาตกรรม และทำลายความสามัคคีของชาติ เนื่องจากมีส่วนพัวพันในเหตุโจมตีระทึกขวัญ แต่มิได้เปิดเผยถึงโทษที่อาจได้รับ

ผู้ที่ถูกตั้งข้อหา เป็นชาวตุรกี 10 คน และชาวต่างชาติที่ไม่เปิดเผยสัญชาติอีก 3 คน ขณะที่สื่อท้องถิ่นตุรกีรายงานก่อนหน้านี้ว่า ผู้ต้องสงสัยต่างชาติทั้ง 3 คน เป็นชาวรัสเซีย, อุซเบกิสถาน และคีร์กิสถาน

สื่ออีกกระแสยังระบุผู้ต้องสงสัยในการก่อเหตุชื่อ นายราคิม บัลการอฟและนายวาดิม ออส มานอฟ โดยไม่แจ้งว่ามีสัญชาติใด ทั้งยังเชื่อมโยงไปสู่กลุ่มก่อการร้ายไอเอสและพวกหัวรุนแรงในอิรักและซีเรีย พร้อมสงสัยว่า กลุ่มของนายอาห์เหม็ด ชาทาเยฟ ผู้นำชาวเชชเนียที่ใกล้ชิดกับไอเอสในอิสตันบูลอยู่เบื้องหลัง

วันเดียวกัน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า บรรยากาศในนครอิสตันบูลเงียบเหงาไปถนัดตา นักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปจากท้องถนน ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว รวมถึงโรงแรมที่ต้องลดราคา แต่ไม่มีใครกล้าเที่ยวในช่วงนี้.

 

เหยื่อคาร์บอมบ์เมืองหลวงอิรักพุ่งทะลุ 200 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 ก.ค. 2559 04:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/654864

 

รัฐบาลอิรักประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศ 3 วัน ตั้งแต่ 4 ก.ค. หลังเกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายซุกในรถบรรทุกห้องเย็นที่เขตคาราดา ย่านการค้าสำคัญกลางกรุงแบกแดด เมื่อ 3 ก.ค.ขณะผู้คนจับจ่ายซื้อของในวันสิ้นสุดเทศกาลรอมฎอน ขณะที่เจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์และความมั่นคงเผยต่อสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งถึง 213 คน บางครอบครัวเสียชีวิตทั้งหมด และมีผู้บาดเจ็บกว่า 200 คน แม้ทางการระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 142-165 คน

กองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) อ้างเป็นผู้โจมตีครั้งนี้ ซึ่งเป็นเหตุระเบิดเดี่ยวๆ ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในอิรักตั้งแต่ปี 2550 การโจมตีมีขึ้นหลังกองทัพอิรักบุกยึดเมืองฟัลลูจาห์คืนจากกลุ่มไอเอสได้ ส่วนนายกรัฐมนตรีไฮเดอร์ อัล-อบาดี ซึ่งถูกฝูงชนที่โกรธแค้นโห่ไล่ขว้างปาข้าวของใส่ขณะไปเยือนจุดเกิดเหตุประกาศจะกวาดล้างผู้ก่อการร้ายให้สิ้น ทั้งยังสั่งห้ามใช้เครื่องตรวจจับระเบิดปลอม “จีที200” ที่เรียกว่า “ไม้กายสิทธิ์” ที่ยังใช้อยู่ แม้นักธุรกิจอังกฤษผู้หลอกขายให้อิรักกว่า 6,000 ชิ้น จะถูกศาลอังกฤษตัดสินจำคุก 10 ปีไปแล้ว

ด้านนายกรัฐมนตรีชีค ฮาสินาแห่งบังกลาเทศ ร่วมพิธีไว้อาลัยผู้เสียชีวิต 20 ศพ จากเหตุโจมตีร้านอาหารในกรุงธากา ซึ่งกลุ่มไอเอสอ้างความรับผิดชอบเช่นกัน พิธีจัดขึ้นที่สนามกีฬากรุงธากา ขณะที่ตำรวจเผยชื่อผู้ก่อการร้าย 5 คน ใน 7 คน โดยระบุว่า เป็นสมาชิกกลุ่มหัวรุนแรงในบังกลาเทศเอง ไม่เกี่ยวกับไอเอส


นายกรัฐมนตรี ชีค ฮาสินา แห่งบังกลาเทศ

ส่วนที่ซาอุดีอาระเบีย เกิดเหตุระเบิดพลีชีพใกล้สถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองจิดดาห์ ทางภาคตะวันตกเมื่อ 02.15 น. เช้าวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งเป็นวันชาติสหรัฐฯ

เหตุเกิดเมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 2 นายขอตรวจค้นรถยนต์ต้องสงสัยที่ลานจอดรถโรงพยาบาล “ด็อกเตอร์ สุไลมาน ฟาคีห์” แต่คนขับรถจุดชนวนระเบิดพลีชีพติดเข็มขัด ทำให้ตัวเองเสียชีวิต และรปภ. ทั้ง 2 นายบาดเจ็บ แต่เจ้าหน้าที่สถานกงสุลสหรัฐฯซึ่งอยู่ตรงข้ามโรงพยาบาลปลอดภัย นับเป็นความพยายาม โจมตีชาวต่างชาติในซาอุฯครั้งแรกในรอบหลายปี หลังปี 2547กลุ่มที่มีสายสัมพันธ์กับเครือข่าย“อัล เคดา” โจมตีสถานกงสุลสหรัฐฯ ในจิดดาห์ มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ รวมทั้งคนร้าย 4 ศพ ลูกจ้างสถานกงสุล 4 ศพ

ส่วนที่สหรัฐฯ ชายหนุ่มวัย 19 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส และอาจต้องสูญเสียขาข้างหนึ่ง หลังเหยียบระเบิด แบบประดิษฐ์เองหรือดอกไม้ไฟในสวนสาธารณะ“ เซ็นทรัล พาร์ก” ในนครนิวยอร์ก เมื่อ 3 ก.ค. เหตุเกิดขณะที่สหรัฐฯ คุมเข้มทั่วประเทศ ในช่วงวันหยุดเฉลิมฉลองวันชาติ แต่ตำรวจระบุว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย.

 

ซาอุฯ น่วม ระเบิดฆ่าตัวตายโจมตี 3 เมืองใน 24 ชั่วโมง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.ค. 2559 03:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/654917

 

ซาอุดีอาระเบียเผชิญเหตุระเบิดฆ่าตัวตายถึง 3 ครั้งในช่วงเวลาเพียง 24 ชั่วโมง เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา รวมทั้งเหตุระเบิดใกล้สถานกงสุลสหรัฐฯ ซึ่งจะฉลองวันชาติในวันที่ 4 ก.ค. ของทุกปี…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีในเมืองของประเทศซาอุดีอาระเบียถึง 3 แห่งภายในระยะเวลาเพียง 24 ชั่วโมง โดยเหตุที่มีการสูญเสียมากที่สุดอยู่ในเมืองเมดินา ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของชาวมุสลิม เนื่องจากเป็นเมืองที่พระศพของศาสดามูฮัมหมัดถูกฝังอยู่ มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บอีก 1 คน

แหล่งข่าวเปิดเผยกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า มือระเบิดซึ่งเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จุดระเบิดในวันจันทร์ โดยมีเป้าหมายโจมตีที่เจ้าหน้าที่ความมั่นคง อย่างไรก็ตาม เขาไม่มีข้อมูลว่าผู้เสียชีวิตเป็นใครบ้าง

ในช่วงเช้าวันเดียวกัน มือระเบิดฆ่าตัวตายคนหนึ่งพยายามจะโจมตีภายในมัสยิดของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ในเมืองคาติฟ ทางตะวันออกของซาอุดีอาระเบีย แต่ความพยายามล้มเหลวจึงกดระเบิดฆ่าตัวตาย ทำให้มือระเบิดเสียชีวิต แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บรายอื่น


รถยนต์คันหนึ่งได้รับความเสียหายในเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่เมืองเจดดาห์

ส่วนเหตุโจมตีครั้งที่ 3 เกิดขึ้นใกล้สถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองเจดดาห์ เมื่อเวลาประมาณ 3.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายพบเห็นชายที่มีพฤติกรรมต้องสงสัย กำลังเดินอยู่ในลานจอดรถของโรงพยาบาล ดร.สุไลมาน ฟาคีห์ จึงได้เข้าไปสอบถาม แต่ชายคนนี้กลับจุดชนวนเข็มขัดระเบิดที่พกมา ทำให้ตัวเขาเองเสียชีวิต ขณะที่ตำรวจทั้ง 2 นายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

ผลการตรวจสอบรถยนต์ของมือระเบิด เจ้าหน้าที่พบอุปกรณ์ต้องสงสัยว่าเป็นระเบิดอีก 3 ชิ้น ซึ่งหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดได้ใช้หุ่นยนต์ทำลายวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวแล้ว

ทั้งนี้ การโจมตีล่าสุดในซาอุดีอาระเบีย เกิดขึ้นในช่วงการสิ้นสุดของเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นช่วงที่กลุ่มติดอาวุธหลายกลุ่มรวมถึงกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส ประกาศยกระดับการโจมตีในพื้นที่ต่างๆ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีฝ่ายใดออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีในซาอุฯ

 

ฝนกระหน่ำจีนกระทบคน 33 ล้าน น้ำท่วมหนักคร่าแล้ว 180 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.ค. 2559 02:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/654857

 

อิทธิพลของพายุที่แผ่ขยายในภาคใต้และภาคกลางของจีนทำให้เกิดฝนตกหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 180 ราย จากเหตุน้ำท่วมและดินถล่ม…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประเทศจีนกำลังเผชิญกับฝนตกหนักในหลายมณฑล ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ตามแนวตลิ่งของแม่น้ำแยงซี ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 33 ล้านคนในภาคใต้และภาคกลางของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 180 ราย สูญหายอีก 45 คน


เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเด็กคนหนึ่งออกจากหมู่บ้านตู้เหอ ในเมืองอู่ฮั่น ซึ่งกำลังถูกน้ำท่วมหนัก

ข่าวระบุว่า ในกลุ่มผู้เสียชีวิตมี 23 รายเสียชีวิตในเหตุดินถล่มที่มณฑลกุ้ยโจว และอีก 8 คนเสียชีวิตที่เมืองอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ย หลังจากถูกกำแพงถล่มทับ

ทั้งนี้ พายุแผ่ขยายจากภาคใต้ไปยังภาคกลางของจีนเป็นระยะทางกว่า 1,600 กม. ทำให้เกิดฝนตกหนักปริมาณน้ำฝน 10-50 ซม. ใน 7 มณฑล สร้างความเสียหายให้แก่รางรถไฟ และทำให้โครงข่ายถนนถูกปิด ขณะที่พยากรณ์อากาศคาดการณ์ว่า ฝนจะตกหนักในภาคใต้และภาคตะวันตกของจีนไปจนถึงวันพุธที่ 6 ก.ค.


เหตุดินถล่มในมณฑลกุ้ยโจว

น้ำท่วมภายในสนามกีฬาแห่งหนึ่งในเมืองเอ่อโจว ในมณฑลหูเป่ย

 

UAE เตือนพลเมือง อย่าใส่ชุดประจำชาตินอกประเทศ หลังมีคนถูกจับในสหรัฐฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.ค. 2559 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/654029

 

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เตือนพลเมือง อย่าใส่ชุดประจำชาติเวลาอยู่ในต่างประเทศ หลังจากมีชาวยูเออีถูกจับกุมในสหรัฐฯ เนื่องจากถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผู้ก่อการร้าย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงมหาดไทยของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ออกคำแนะนำด้านการเดินทางในวันเสาร์ที่ 2 ก.ค. โดยเรียกร้องให้พลเมืองของพวกเขาอย่าใส่ชุดประจำชาติ ซึ่งจะมีการคลุมหน้าหรือโพกศีรษะ เวลาอยู่ในต่างประเทศ หลังเกิดกรณีนักธุรกิจยูเออีถูกจับกุมในสหรัฐฯ เพราะใส่เสื้อคลุมทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นผู้ก่อการร้าย

นักธุรกิจคนดังกล่าวชื่อว่า อาห์เหม็ด อัล-เมนฮาลี อายุ 41 ปี ถูกจับกุมที่โรงแรมในเมืองเดวอน รัฐโอไฮโอ เมื่อวันศุกร์ที่ 1 ก.ค. หลังพี่สาวของพนักงานโรงแรมโทรศัพท์แจ้งตำรวจว่า ชายคนหนึ่งสวมชุดคลุมตั้งแต่หัวจรดเท้า มีโทรศัพท์แบบใช้แล้วทิ้งหลายเครื่องกำลังประกาศสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส จากนั้นตำรวจได้รับโทรศัพท์แจ้งเรื่องเดียวกันจากบิดาของพนักงานคนนี้ด้วย

ขณะที่สื่อในสหรัฐฯ เผยแพร่วิดีโอช่วงเวลาที่ นายเมนฮาลี ถูกจับกุม โดยแสดงให้เห็นว่า นายเมนฮาลี ซึ่งสวมคลุมสีขาว และโพกผ้าคลุมศีรษะ ‘กุห์ตรา’ (Ghutra) ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดอาวุธใช้กำลังกดตัวลงกับพื้นโรงแรมก่อนจะค้นตัวเขา ในขณะที่ นายเมนฮาลี พยายามถามตลอดเวลาว่าตัวเองทำอะไรผิด อย่างไรก็ตาม เขาได้รับการปล่อยตัวอย่างรวดเร็วหลังจากเจ้าหน้าที่พบว่าเป็นความเข้าใจผิด

นายเมนฮาลี บอกกับสำนักข่าว ‘เดอะ เนชันนัล’ ของยูเออีว่า “พวกเขากระทำทารุณผม พวกเขาใช้กำลังกดลงบนหลังผม ผมได้รับบาดเจ็บหลายจุด และเลือดไหลจากวิธีที่พวกเขาใช้ในการจับกุม” โดยหลังจากได้รับการปล่อยตัวเขาก็หมดสติไปจาก โรคแพนิค ซึ่งเกิดจากการตกใจกลัวอย่างรุนแรง และถูกพาตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

นายกเทศมนตรีและผู้บัญชาการตำรวจเมืองอาวอน ได้ขอโทษนายเมนฮาลีต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และบอกว่าการขอโทษเป็นเพียงการดำเนินการในขั้นแรกเท่านั้น

ล่าสุด เมื่อวันเสาร์ กระทรวงมหาดไทยยูเออี ออกคำแนะนำการเดินทางถึงพลเมืองของประเทศ เรียกร้องให้พวกเขาเคารพกฎห้ามใส่ชุดปิดบังใบหน้าโดยสมบูรณ์ของประเทศต่างๆ และขอให้พลเมืองระมัดระวังขณะอยู่ในต่างประเทศ เนื่องจากสถานการณ์ความมั่นคงในชาติยุโรปบางประเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะวิกฤติผู้อพยพ

 

ปากีฯ-อินเดียอ่วม! มรสุมเข้าทำน้ำท่วมหนัก-ดินถล่ม คร่าแล้ว 66 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.ค. 2559 04:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/654014

 

น้ำท่วมในประเทศอินเดีย

มรสุมเข้าภาคเหนือของปากีสถานและอินเดียในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดฝนตกหนัก, น้ำท่วม และดินถล่ม ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 66 ราย และสูญหายอีกหลายสิบคน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มรสุมพัดเข้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้เกิดฝนตกหนักในภาคเหนือของประเทศปากีสถานและอินเดีย ก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มหลายจุด ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตรวม 66 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่คาดว่าฝนจากมรสุมจะทำให้เกิดหายนะมากขึ้นอีกในสัปดาห์นี้

ลาติฟ อูร์ เรห์มาน โฆษกสำนักงานจัดการภัยพิบัติประจำจังหวัดไคเบอร์ ปัคห์ตุนควา ในปากีสถาน เปิดเผยว่า น้ำท่วมฉับพลันพัดถล่มเขต จิตราล ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศตั้งแต่คืนวันเสาร์จนถึงวันอาทิตย์ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 41 ราย โดย 16 รายในจำนวนนี้เสียชีวิตหลังจากน้ำท่วมมัสยิดในหมู่บ้านอูร์ซูน เมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ ขณะเดียวกันมีผู้ได้รับแจ้งว่าสูญหายอีก 23 คน และมีบ้านเรือนถูกทำลายหรือได้รับความเสียหายอย่างน้อย 70 หลัง

ขณะที่กองทัพปากีสถานประกาศผ่านเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ในวันอาทิตย์ว่า กองทัพได้เข้าร่วมในปฏิบัติการช่วยเหลือและบรรเทาทุกในเขตจิตราลแล้ว


บ้านเรือนหลายหลังในหมู่บ้านอูร์ซูนได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม

อีกด้านหนึ่ง ภาคเหนือของประเทศอินเดียเผชิญฝนตกหนักมาตั้งแต่วันศุกร์ โดยล่าสุดพบผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มแล้ว 15 รายในรัฐอุตตราขัณฑ์ และอีก 10 รายในรัฐอรุณาจัลประเทศ หมู่บ้านหลายแห่งถูกดินถล่มกลบฝัง ขณะที่เส้นทางหลวงหลายสายถูกตัดขาดหรือกีดขวาง

 

จีนเมินศาลโลก ซ้อมรบก่อนวันตัดสินคดีทะเลจีนใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ก.ค. 2559 02:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/653961

 

คณะกรรมการบริหารด้านความปลอดภัยทางน่านน้ำทะเลของจีน แถลงเพียงสั้นๆ เมื่อ 3 ก.ค.ว่า กองทัพเรือของจีนจะจัดเตรียมฝึกซ้อมรบบริเวณพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้ ระหว่างวันที่ 5-11 ก.ค.นี้ โดยจะครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่เกาะไห่หน่าน ฝั่งตะวันออกของประเทศไปจนถึงหมู่เกาะพาราเซล แล้วในคำแถลงดังกล่าวยังจะห้ามเรือลำอื่นแล่นเข้าไปใกล้บริเวณน่านน้ำในช่วงระหว่างฝึกซ้อมรบทางทะเลด้วย

แถลงการณ์ล่าสุดของจีนเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสแรงตึงเครียดระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์ ก่อนถึงวันที่ศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศภายใต้การสนับสนุนจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งจะนัดอ่านคำตัดสินคดีที่ฟิลิปปินส์ฟ้องร้องจีนเรื่องการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้วันที่ 12 ก.ค. ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์

ก่อนหน้านี้ ทางการจีนประกาศอย่างเป็นทาง การแล้วว่า จะไม่ยอมรับการตัดสินของศาล พร้อมอ้างว่า อาณาเขตพื้นที่ดังกล่าว หรือเกือบทั้งหมดของทะเลจีนใต้เป็นของจีนตั้งแต่สมัยโบราณ หรือย้อนกลับไปในช่วงปี ค.ศ.1940 ตามแผนที่ “เส้นประ 9 เส้น” ของจีน ซึ่งตีความได้อย่างคลุมเครือ ขณะที่ฟิลิปปินส์แย้งกลับว่า เส้นประ 9 เส้นไม่อยู่บนพื้นฐานภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ อีกทั้งจีนก็ไม่มีข้ออ้างหลักฐานในเชิงประวัติศาสตร์

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวว่า ประเทศของตนจะไม่ยอมประนีประนอมเกี่ยวกับอำนาจอธิปไตยในทะเลจีนใต้ และไม่เกรงกลัวถึงปัญหาใดด้วย ทั้งที่หลายประเทศ รวมไต้หวัน เวียดนาม มาเลเซีย บรูไน และฟิลิปปินส์ ต่างก็อ้างในกรรมสิทธิ์

วันเดียวกัน เหตุประท้วงต่อต้านโครงการสร้างเตาเผาขยะของฝ่ายบริหารของรัฐบาลในเมืองลู่ปู้ มณฑลกวางตุ้ง ตอนใต้ของจีน ซึ่งประชาชนเกรงว่าจะนำไปสู่การก่อสร้างโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ และอาจทำให้อากาศกับน้ำดื่มปนเปื้อนสารเคมี จึงชักชวนกันออกมาเดินชุมนุม จนนำไปสู่เหตุรุนแรงจากการกระทบ กระทั่งกับเจ้าหน้าที่ขณะกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามบุกเข้าไปภายในสถานที่ราชการ และเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ

ทั้งนี้ พนักงานร้านอาหารซึ่งเผยแต่ชื่อสกุลว่า นายหยูเผยว่า มีผู้มาร่วมชุมนุมราว 10,000 คน ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3,000 กว่าคน โดยชาวบ้านไม่พอใจกับการประกาศของเจ้าหน้าที่เมืองลู่ปู้ว่า หยุดดำเนินการเวนคืนที่ดินเพื่อโครงการสร้างเตาเผาขยะและโครงการสร้างเตาเผาขยะ แต่ไม่ชี้แจงเหตุผล เพราะมองว่าอาจเป็นการหยุดเพียงชั่วคราว ไม่ใช่การยกเลิก.