บังกลาเทศยัน เหตุจับตัวประกันไม่เกี่ยวไอซิส ชี้คนร้ายฐานะดี-มีการศึกษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.ค. 2559 23:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/653919

 

ทางการบังกลาเทศออกมายืนยันในวันอาทิตย์ว่า เหตุจับตัวประกันในร้านอาหารในกรุงธากาเมื่อวันศุกร์ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 20 ราย เป็นฝีมือกลุ่มติดอาวุธในประเทศ ไม่ใช่ไอซิส…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการของบังกลาเทศออกมายืนยันในวันอาทิตย์ที่ 3 ก.ค. ว่ากลุ่มคนร้าย 7 คน ที่ก่อเหตุจับตัวประกันที่ร้านเบเกอรีแห่งหนึ่งในเมืองหลวงกรุงธากาเมื่อวันศุกร์ ซึ่งในท้ายที่สุดทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 20 รายนั้น เป็นสมาชิกของกลุ่มติดอาวุธในประเทศ ไม่ได้เป็นแนวร่วมของกลุ่มรัฐอิสลาม ตามที่กลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้กล่าวอ้าง

นาย อาซาดุซซามาน คาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยบังกลาเทศ บอกกับสำนักข่าว เอเอฟพี ว่า คนร้ายกลุ่มนี้เป็นสมาชิกของกลุ่ม ‘จามาตุล มูจาฮีดีน บังกลาเทศ’ (เจเอ็มบี) องค์กรอิสลามในประเทศซึ่งถูกรัฐบาลสั่งยุบมานานกว่าทศวรรษ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มไอซิส


ร้าน โฮเลย์ อาร์ติซาน เบเกอรี ที่ถูกโจมตีเมื่อวันศุกร์ โดยภาพนี้ถ่ายเมื่อ 5 พ.ค. 2015

ขณะเดียวกัน ตำรวจได้เปิดเผยชื่อและภาพถ่ายของ 6 คนร้ายที่ถูกยิงเสียชีวิตในช่วงท้ายของเหตุจับตัวประกัน รวมทั้งคนร้ายคนที่ 7 ที่กำลังถูกสอบปากคำโดยเจ้าหน้าที่จากหน่วยข่าวกรอง

นายคานเผยด้วยว่า ผู้ก่อเหตุทุกคนมีการศึกษาดี และมาจากครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย “พวกเขาทุกคนเป็นคนหนุ่มมีการศึกษาสูง และได้เรียนในมหาวิทยาลัย ไม่มีใครมาจากโรงเรียนสอนศาสนา” และเมื่อถูกถามว่าเหตุใดคนกลุ่มนี้ถึงกลายมาเป็นนักรบติดอาวุธ นายคานก็ตอบว่า “มันกลายเป็นแฟชั่นไปแล้ว”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สลด! มือปืนจับตัวประกันในเบเกอรี่บังกลาเทศ ตร.บุกช่วยได้ 13 ดับ 20 ศพ

 

ไอเอสเชือดโหด ฆ่า 20 ศพ สยองร้านอาหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 ก.ค. 2559 05:53

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/653387

 

คลิกลูกศร…อ่านต่อ…

(ภาพจาก : AP)

ย่านสถานทูตกรุงธากาบังกลาเทศ ตร.-ทหารปะทะจับตายคนร้าย 6 ศพ

บังกลาเทศนองเลือด คนร้ายจู่โจมจับลูกค้า ร้านอาหารสเปน ย่านกลางเมือง เป็นตัวประกัน เจ้าหน้าที่เจรจากว่า 10 ชั่วโมงไร้ผล หน่วยคอมมานโดตัดสินใจปฏิบัติการจู่โจมเข้าช่วยเหลือตัวประกัน โดยปะทะกันอย่างดุเดือด คนร้ายถูกวิสามัญเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 6 ศพ จับเป็น 1 คน พร้อมช่วยเหลือตัวประกันออกมาได้ 13 คน ขณะที่กลุ่มคนร้ายฆ่าตัวประกันเสียชีวิต 20 ศพ

โลกไม่สงบสุข เกิดเหตุนองเลือดอีกแล้ว ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุสยอง ที่เกิดกลางกรุงธากา บังกลาเทศ เมื่อวันที่ 1 ก.ค. หลังกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธสงครามบุกโจมตีร้านอาหารริมน้ำย่านสถานเอกอัครราชทูต พร้อมจับตัวประกันที่ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ไว้ภายในร้านนานข้ามคืน ก่อนยิงปะทะอย่างดุเดือดกับเจ้าหน้าที่ที่ตัดสินใจบุกจู่โจม จบสถานการณ์ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ทั้งนี้ พลจัตวานาอิม อาซราฟ ชอว์ธูรี แห่งกองทัพบกบังกลาเทศ เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 ก.ค. เหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้เกิดเมื่อเวลา 21.20 น. ของวันที่ 1 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 22.20 น. วันเดียวกันตามเวลาไทย โดยเริ่มแรกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในย่านกูลชาน ย่านสถานเอกอัครราชทูตใจกลางกรุงธากา รายงานการพบเห็นกลุ่มคนมีพิรุธ มารวมตัวกันบริเวณหน้าศูนย์การแพทย์ในละแวก จึงนำทีมเข้าไปตรวจสอบ แต่จากนั้นคนกลุ่มดังกล่าวเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่เดินเข้ามา ก็ต่างพากันวิ่งเข้าไปในร้านอาหารสเปน “โฮเลย์ อาร์ติซาน เบเกอรี่” ที่อยู่ใกล้เคียง พร้อมร้องตะโกนอัลลาห์ ฮูอัคบาร์ พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ และลงมืดกราดยิงไม่เลือกหน้า ทำให้แขกที่มายืนต่อคิวรอโต๊ะต้องวิ่งหนีตายกันอลหม่าน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รุดหน้ามาถึงที่เกิดเหตุ รายงานว่า กลุ่มคนร้ายจำนวน 7 คน ได้จับตัวประกันไว้ภายในร้าน จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าตัวประกันมีอย่างน้อย 35 คน และมีชาวต่างชาติรวมอยู่ด้วย สอดคล้องกับการเปิดเผยของนายมาริโอ พัลมา เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำกรุงธากา ที่ยืนยันว่ามีชาวอิตาลีถูกจับเป็นตัวประกันอย่างน้อย 7 คน เช่นเดียวกับโฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นที่ยืนยันว่าภายในร้านอาหารมีชาวญี่ปุ่นอย่างน้อย 7 คน จากนั้นไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่เกิดเหตุได้ตัดสิน ใจบุกจู่โจมรอบแรก แต่กลับถูกต่อต้านอย่างหนักจากคนร้าย ที่ใช้อาวุธสงครามรวมถึงระเบิดมือ จากการยิงปะทะกันเป็นเวลา 2-3 ชั่วโมง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 30 นาย

หลังจากการจู่โจมรอบแรกประสบความล้มเหลว เจ้าหน้าที่ได้ตัดสินใจใช้วิธีเจรจาเกลี้ยกล่อมกลุ่มคนร้ายภายในร้าน แต่กลุ่มคนร้ายไม่มีการตอบสนองแต่อย่างใดตลอดคืน จนเวลาผ่านไปเกือบ 12 ชั่วโมง ทำให้ทางการตัดสินใจนำทหารชุดปฏิบัติการพิเศษเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์ในช่วงเช้าวันที่ 2 ก.ค. โดย พ.ท.ทูฮิน โมฮัมหมัด มาซูด ผู้บัญชาการหน่วยรบเคลื่อนที่เร็วสังกัดกองทัพบกเปิดเผยว่า ปฏิบัติการจู่โจมรอบที่สองได้เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 07.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 08.40 น. ตามเวลาไทย ขณะที่ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นระบุว่าการจู่โจมเป็นไปอย่างดุเดือด มีทั้งเสียงปืนและเสียงเครื่องยนต์ของยานเกราะกองทัพที่นำมาร่วมปฏิบัติการด้วยถึง 7 คัน

จนในที่สุดเมื่อเวลา 10.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 11.40 น. ตามเวลาไทย พ.ท.มาซูด เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ประสบความสำเร็จในการวิสามัญฆาตกรรมคนร้าย 6 คน และจับกุมได้อีก 1 คน แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดใดๆเกี่ยวกับคนร้าย ส่วนตัวประกันได้รับการช่วยเหลือ 13 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวญี่ปุ่น 1 คน ชาวอาร์เจนตินา 1 คน ชาวศรีลังกา 2 คน อย่างไรก็ตาม ตัวประกันจำนวนหนึ่งได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จากการผู้สื่อข่าวเอเอฟพีสอบถาม ร.อ.ชาฮาบ อุดดิน ปรากฏว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มีตัวประกันเสียชีวิต 20 คน ทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบวัตถุระเบิดซุกซ่อนอยู่ในร้านก่อนทำการเก็บกู้

ขณะที่นายเรซาอูล คาริม หนึ่งในตัวประกันที่ได้รับการช่วยเหลือ เปิดเผยเรื่องราวอันน่าตกตะลึงว่า หลังจากกลุ่มคนร้ายจับตัวประกันไว้ในร้าน ก็ได้เริ่มบังคับให้ทุกคนท่องบทสวดในคัมภีร์อัลกุรอ่าน ซึ่งใครที่ท่องได้ก็รอดตัวไปพร้อมนำอาหารมาให้กิน ส่วนคนที่ท่องไม่ได้ก็จะถูกทรมานอย่างหนัก ก่อนใช้ของมีคมฆ่าทิ้งอย่างโหดเหี้ยม

วันเดียวกัน นางชีค ฮาซินา นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ ได้ออกแถลงการณ์ประณามเหตุโจมตีและจับตัวประกันครั้งนี้ โดยระบุว่าคนที่เชื่อในศาสนาจะไม่ทำกันเช่นนี้ พวกนี้เป็นพวกไร้ศาสนาไม่ใช่มุสลิม ศาสนาที่พวกเขาเชื่อถือคือการก่อการร้าย พร้อมขอประกาศจะต่อสู้กับกลุ่มหัวรุนแรงต่อไป

ขณะที่สำนักข่าวอามัค นิวส์ สื่อกระบอกเสียงของกองกำลังรัฐอิสลาม หรือไอเอส ออกแถลงการณ์ว่า สมาชิกกองกำลังของกลุ่มได้ลงมือโจมตีร้านอาหารที่เป็นแหล่งรวมตัวของชาวต่างชาติ และจากเหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิตหลายสัญชาติมากกว่า 20 คน ต่อมานายมัตเทโอ เรนซี นายกรัฐมนตรีอิตาลี ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตี พร้อมยืนยันว่าในจำนวนผู้เสียชีวิตเป็นชาวอิตาลีจำนวนหนึ่ง แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดจนกว่าครอบครัวของผู้เสียชีวิตจะได้รับทราบข่าวร้ายครั้งนี้ ส่วนกระทรวงต่างประเทศอินเดียยืนยันว่ามีชาวอินเดียเสียชีวิตด้วย 1 คน นอกจากนี้ กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศพร้อมจะให้ความช่วยเหลือรัฐบาลบังกลาเทศ แต่คำประกาศอ้างของกลุ่มไอเอสที่ว่ารับผิดชอบเหตุโจมตีครั้งนี้ ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นของจริง

อนึ่ง สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า เหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้เกิดในช่วงเวลาการสิ้นสุดของเดือนถือศีลอดรอมฎอน ขณะบังกลาเทศเผชิญกับเหตุความรุนแรงในประเทศมานานกว่า 18 เดือน ด้วยฝีมือของกลุ่มหัวรุนแรง 2 กลุ่ม คืออันซาร์-อัล-อิสลาม ที่ประกาศสวามิภักดิ์กับกลุ่มก่อการร้ายสากลอัล-เคดา และกลุ่มจามาอัต-อูล-มูจาฮีดีน ที่สวามิภักดิ์กับกองกำลังรัฐอิสลาม หรือไอเอส ที่ลงมือสังหารนักวิชาการ นักบวชทางศาสนา และคนรักร่วมเพศมาอย่างต่อเนื่อง แต่ส่วนใหญ่จะใช้อาวุธของมีคม ไม่เคยใช้อาวุธสงครามเช่นนี้ ขณะที่รัฐบาลบังกลาเทศก็ปฏิเสธตลอดมาว่าเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้าย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ระดับสูงกองทัพบกบังกลาเทศ ได้เปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพี ยืนยันถึงความโหดเหี้ยมของกลุ่มคนร้าย โดยระบุว่า หลังจากจับตัวประกันไว้ภายในร้านแล้ว คนร้ายจึงได้แยกกลุ่มโดยจับชาวบังกลาเทศไว้ที่ชั้น 1 ของร้าน และนำชาวต่างชาติขึ้นไปบนชั้น 2 ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปภายในร้านได้แล้ว ก็พบกับภาพที่สยดสยอง ศพชาวต่างชาติที่เสียชีวิตนอนเกลื่อนพื้นสีขาวที่เจิ่งนองไปด้วยเลือดแดงฉาน ขณะที่ร่องรอยบาดแผลพบว่าถูกทรมานก่อนถูกสับด้วยมีดพร้าจนถึงแก่ความตาย ส่วนจากการค้นศพกลุ่มคนร้ายพบทั้งปืนกลอัตโนมัติ ปืนสั้น รวมถึงระเบิดแสวงเครื่องที่เสียบไว้ตามกระเป๋าเสื้อและกางเกง

ต่อมารัฐบาลบังกลาเทศประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศ 2 วัน จากเหตุกลุ่มติดอาวุธบุกยึดจี้จับสังหารตัวประกันในร้านอาหารกลางกรุงธากา ส่วนตัวประกันผู้เสียชีวิต 20 ราย เป็นชาวอิตาลี 9 ราย เพศชาย 4 ราย หญิง 5 ราย สูญหายอีก 1 ราย ขณะที่นายกรัฐมนตรีแมตติโอ เรนซี ผู้นำอิตาลี แถลงแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวญาติพี่น้องผู้เคราะห์ร้าย ส่วนผู้เสียชีวิตอีกจำนวนหนึ่งอาจเป็นชาวญี่ปุ่น

ส่วนนายกรัฐมนตรีชีค ฮาซินา แห่งบังกลาเทศ ประกาศเรียกร้องถึงกลุ่มหัวรุนแรงหยุดใช้วิธีก่อการร้ายโดยอ้างในนามของศาสนาได้แล้ว เพราะการกระทำโหดร้ายแบบนี้ก่อให้เกิดการแปดเปื้อนศาสนาและบั่นทอนวิถีความภาคภูมิใจแห่งอิสลาม

 

ไอซิสระส่ำ! มะกันโจมตีทางอากาศดับชีพผบ.ระดับสูง 2 คนในอิรัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.ค. 2559 03:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/653429

 

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เผยว่า การโจมตีทางอากาศในอิรักของพวกเขาเมื่อสัปดาห์ก่อน สามารถสังหารผู้บัญชาการระดับสูงของไอซิสได้ 2 คน รวมทั้งผู้ที่ควบคุมการบุกยึดเมืองโมซูลเมื่อ 2 ปีก่อนด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายปีเตอร์ คุก โฆษก ‘เพนตากอน’ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยในวันศุกร์ที่ 1 ก.ค. ว่า การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ใกล้เมืองโมซูล ในประเทศอิรัก เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. สังหาร นายบาซิม มูฮัมหมัด อาห์หมัด สุลต่าน อัล-บาจารี รัฐมนตรีช่วยกระทรวงสงครามของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) และ นายฮาติม ทาลิบ อัล-ฮัมดูนี ผู้บัญชาการกองกำลังไอซิสท้องถิ่นไปแล้ว

นายคุกระบุในแถลงการณ์ว่า การเสียชีวิตของทั้งสองคนเป็นความพยายามล่าสุดในการกำจัดฝ่ายบริหารของไอซิสอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าพวกเขาจะซ่อนตัวอยู่ที่ใด โดย นายอัล-บาจารี เป็นผู้ก่อการร้ายที่มีประสบการณ์ เป็นอดีตสมาชิกกลุ่มอัลเคดาผู้นำทักษะทางทหารของเขาเข้าสู่เครือข่ายไอซิส อัล-บาจารี ยังเป็นผู้ควบคุมปฏิบัติการบุกยึดเมืองโมซูลของกลุ่มไอซิสเมื่อเดือน มิ.ย. 2014 และเป็นผู้นำกองกำลัง ‘จาอีช อัล-ดาบิก’ ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการใช้ระเบิดรถยนต์, มือระเบิดฆ่าตัวตาย และแก๊สพิษในการโจมตีด้วย

ขณะที่ นายฮาติม ทาลิบ อัล-ฮัมดูนี เป็นผู้บัญชาการกองกำลังติดอาวุธของไอซิสในเมืองโมซูล และเป็นหัวหน้ากองกำลังตำรวจในรัฐนินาวา ซึ่งไอซิสประกาศก่อตั้งแต่เพียงฝ่ายเดียวอีกด้วย

ทั้งนี้ การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ครั้งนี้ เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากกองทัพอิรักและฝ่ายพันธมิตร ประสบชัยชนะครั้งใหญ่ ด้วยการปลดปล่อยเมืองฟัลลูจา ในจังหวัดอันบาร์ได้สำเร็จ หลังจากต่อสู้มาหลายสัปดาห์ และในตอนนี้กองทัพของอิรักและชาวเคิร์ดกำลังมุ่งความสนใจไปที่การชิงพื้นที่ในภาคเหนือ รวมทั้งเมืองโมซูลคืนจากกลุ่มไอซิส

 

สลด! มือปืนจับตัวประกันในเบเกอรี่บังกลาเทศ ตร.บุกช่วยได้ 13 ดับ 20 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.ค. 2559 00:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/653331

 

เจ้าหน้าที่ความมั่นคงบังกลาเทศบุกช่วยตัวประกันในร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่งที่ชาวต่างชาตินิยมมาใช้บริการ ในเมืองหลวงกรุงธากา โดยสามารถช่วยได้ 13 คน เสียชีวิต 20 ราย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 2 ก.ค. เจ้าหน้าที่กองกำลังความมั่นคงของบังกลาเทศออกปฏิบัติการบุกช่วยตัวประกันในร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่งในกรุงธากา หลังจากเผชิญหน้ากับกลุ่มมือปืนที่บุกยึดร้านแห่งนี้มานานกว่า 11 ชั่วโมงตั้งแต่คืนวันศุกร์ โดยเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือตัวประกันได้ 13 คน ขณะที่คนร้ายสังหารตัวประกันไปถึง 20 ราย

เจ้าหน้าที่ของบังกลาเทศเปิดเผยว่า กลุ่มคนร้ายพกพาอาวุธปืน, ระเบิด และอาวุธอื่นๆ บุกยึดร้าน ‘โฮเลย์ อาร์ติซาน เบเกอรี่’ เมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 1 ก.ค. และจับตัวประกันเอาไว้มากกว่า 30 คน ขณะที่พยานผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า แขกผู้ใช้บริการในร้านกับพนักงานจำนวนหนึ่งสามารถหลบหนีออกจากอาคารได้ โดยกระโดดลงจากดาดฟ้าตึก ขณะที่คนอื่นๆ ในร้านต้องหมอบหลบใต้เก้าอี้หรือโต๊ะอาหาร ในขณะที่คนร้ายกราดยิงไม่เลือกหน้า

เหตุจับตัวประกันดำเนินไปจนถึงช่วงเช้าวันเสาร์ โดยมีตำรวจ 2 รายระหว่างการยิงปะทะกันในช่วงแรกของการเผชิญหน้า ก่อนที่หน่วยคอมมานโดจะบุกช่วยเหลือตัวประกัน ซึ่งเหตุการณ์จบลงโดยเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือตัวประกันได้ 13 คน ตัวประกันถูกสังหาร 20 ราย ขณะที่คนร้ายเสียชีวิต 6 ราย ถูกจับกุมตัวได้อีก 1 คน


เจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บออกจากที่เกิดเหตุ

อนึ่ง ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ โดยกระทรวงต่างประเทศของอิตาลีออกมายืนยันว่า มีพลเมืองของพวกเขาเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ 9 ราย ขณะที่ นายโยชิฮิเดะ สุกะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ยืนยันว่ามีพลเมืองญี่ปุ่นเสียชีวิตด้วย 7 ราย นอกจากนี้ยังมีหญิงชาวอินเดียวัย 19 ปี ซึ่งกำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ เสียชีวิตอีก 1 รายด้วย ตามการเปิดเผยของกระทรวงต่างประเทศอินเดีย

ส่วนตัวประกันที่ได้รับการช่วยเหลือ 13 คน รวมไปถึงชาวศรีลังกาอีก 2 คน และชาวญี่ปุ่น 1 คน ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานกับชาวญี่ปุ่นที่เสียชีวิตทั้ง 7 ราย โดยรัฐบาลญี่ปุ่นได้ส่ง นายเซอิจิ คิฮาระ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศ พร้อมกับทีมผู้เชี่ยวชาญด้านผู้ก่อการร้ายไปยังกรุงธากาแล้ว

ทั้งนี้ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ โดยกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ออกมาอ้างว่าพวกเขาเป็นผู้ก่อเหตุ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ในสหรัฐฯ บอกกับสำนักข่าวบีบีซีว่า การโจมตีครั้งนี้น่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มอัลเคดาในอนุทวีปอินเดีย (เอคิวไอเอส) มากกว่า เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมากลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้ลงมือก่อเหตุมากกว่าไอซิส และทุกครั้งจะมีเป้าหมายในกรุงธากา

 

ทัพเรือไต้หวัน งานเข้า! ยิงขีปนาวุธผิดพลาดไปทางจีน โดนเรือประมงตาย 1

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ก.ค. 2559 18:06

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/652562

 

(ภาพประกอบ กองทัพไต้หวันซ้อมยิงขีปนาวุธ)

กองทัพเรือไต้หวันเครียดเลย…ยิงขีปนาวุธพิสัยไกล 300 กม. จากฐานทัพเรือในเมืองเกาสง ผิดพลาดไปในทิศทางจีนแผ่นดินใหญ่ เรือประมงลำหนึ่งเคราะห์ร้าย เจอ ‘แจ็กพอต’ ขีปนาวุธตกใส่เรือ กัปตันตาย 1 ลูกเรือบาดเจ็บ 3

เมื่อ 1 ก.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน อ้างรายงานข่าวของสำนักข่าวกลางของไต้หวัน (CNA) ว่า เกิดความผิดพลาดกับกองทัพเรือไต้หวัน เมื่อได้ยิงขีปนาวุธประเภทพิสัยไกลโจมตีเรือลำหนึ่งของจีน จากฐานทัพเรือในเมืองเกาสง ไปในทิศทางจีน แผ่นดินใหญ่ และมีทหารประจำเรือลาดตระเวนของกองทัพเรือไต้หวันลำหนึ่งซึ่งอยู่ระหว่างการฝึกซ้อมแล่นเรือลาดตระเวน เห็นขีปนาวุธ Hsing Feng III ซึ่งมีพิสัยยิงไกลประมาณ 300 กม. ถูกยิงจากฐานพอดี

ข่าวแจ้งว่า ขีปนาวุธดังกล่าวไปตกนอกชายฝั่งเกาะเผิงหู ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับที่ตั้งของจีนแผ่นดินใหญ่ เคราะห์ร้าย ขีปนาวุธเกิดไปตกใส่เรือประมงลำหนึ่ง เป็นเหตุให้กัปตันเรือเสียชีวิต 1 ราย และมีลูกเรือบาดเจ็บ 3 คน โดยบีบีซี รายงานว่า ความผิดพลาดของกองทัพเรือไต้หวันครั้งนี้ ยังกิดขึ้นขณะจีนกำลังมีการเฉลิมฉลองครบรอบการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน เป็นปีที่ 95 พอดี


ขีปนาวุธพิสัย 300 กม. ‘Hsing Feng III’

ด้านพลเรือโทหญิงประจำกองทัพเรือไต้หวัน กล่าวว่าทางกองทัพเรือได้รายงานเหตุการณ์ผิดพลาดที่เกิดขึ้นไปยังกระทรวงกลาโหมของจีนแล้ว ขณะเดียวกันทางกองทัพเรือก็กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุที่ทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้น ส่วนประธานาธิบดีหญิงคนใหม่ของไต้หวัน ไช่ อิง เหวิน อยู่ระหว่างไปต่างประเทศ.

 

อิหร่านเด้งซีอีโอ 4 ธนาคารรัฐ หลังถูกวิจารณ์ยับ รับเงินเดือนสูงลิ่ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ก.ค. 2559 04:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/651999

 

ฮัสซัน โรฮานี ประธานาธิบดีอิหร่าน สั่งปลดประธานเจ้าหน้าที่บริหารของธนาคารรัฐ 4 แห่ง หลายเดือนหลังจากเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับจำนวนเงินเดือนที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของบริษัทของรัฐได้รับ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี ฮัสซัน โรฮานี แห่งประเทศอิหร่าน ออกคำสั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ ปลดประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของธนาคารรัฐในประเทศจำนวน 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเมห์ร อิหร่าน, ธนาคารเมลเล็ต, ธนาคารรีฟาห์ และธนาคารซาดีรัต หลังเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างเกี่ยวกับจำนวนเงินเดือนที่มากมายของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในบริษัทของรัฐ

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 2 เดือนก่อน หลังใบจ่ายเงินเดือนของเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนของบริษัทที่มีรัฐบาลเป็นเจ้าของหลายแห่งถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ โดยหลายคนได้เงินเดือนมากกว่าค่าเฉลี่ยของชาวอิหร่านหลายสิบเท่า พวกเขายังได้รับโบนัสก้อนโต, สิทธิ์ในการกู้โดยปลอดดอกเบี้ย และบางกรณีก็ได้พักการจ่ายภาษีด้วย

เหตุการณ์ดังกล่าวยังส่งผลให้หัวหน้าผู้บริหารบริษัทประกัน ‘เซ็นทรัล อินชัวเรนซ์ โค’ (ซีไอซี) ลาออก หลังจากพบว่าผู้บริหารระดับสูงของบริษัทหลายคนรับเงินเดือนสูงสุดถึง 28,300 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 994,000 บาท) ในเดือน มี.ค. แม้ทางบริษัทจะอ้างว่า ใบจ่ายเงินเดือนดังกล่าวเป็นของเดือนสุดท้ายของปีปฏิทินอิหร่าน ทำให้จำนวนเงินมากกว่าปกติ

นอกจากนี้ ผู้บริหารคนหนึ่งของธนาคารรัฐอีกแห่ง ‘เตจารัต’ ได้รับเงินในเดือน พ.ย. สูงถึง 230,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 8 ล้านบาท) ขณะที่ นายซาฟดาร์ ฮอสเซนี ผู้อำนวยการบริหารของกองทัพเพื่อการพัฒนาแห่งชาติ (เอ็นดีเอฟ) ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี ก็ได้รับเงินค่าจ้างมากถึง 18,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 656,800 บาท) ต่อเดือน

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา นายฮอสเซนีออกมากล่าวว่า เขาสมัครใจปฏิรูประบบเงินเดือนของเอ็นดีเอฟ และจะคืนเงินเดือนของตัวเองส่วนหนึ่งที่เขาคิดว่ามากเกินไปด้วย

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโรฮานีออกมายอมรับเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า เงินเดือนดังกล่าวจ่ายอย่างถูกกฎหมาย แต่กล่าวโทษ นายมาห์มูด อาห์มาดิเนจาด ผู้นำอิหร่านคนก่อนว่าเป็นผู้ยอมให้มีการจ่ายเงินเดือนจำนวนมากตั้งแต่แรก

 

ตาลีบันบึมฆ่าตัวตายโจมตีขบวนรถตร.อัฟกัน ดับ 30 ศพ เจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มิ.ย. 2559 23:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/651871

 

กลุ่มตาลีบันส่งมือระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีรถบัสนักเรียนตำรวจอัฟกานิสถาน ซึ่งกำลังเดินทางกลับกรุงคาบูล ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 30 ราย และบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มือระเบิดฆ่าตัวตาย 2 คนโจมตีขบวนรถบัสซึ่งกำลังขนส่งนักเรียนตำรวจนอกเมืองหลวง กรุงคาบูล เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 มิ.ย. ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 ราย เกือบทั้งหมดเป็นตำรวจ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 40 คน

การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นในเขตพัคห์มาน ในกรุงคาบูล โดย นายมูซา เราะห์มาตี ผู้ว่าการเขตพัคห์มาน เผยว่า มือระเบิดฆ่าตัวตายคนแรกโจมตีรถบัส 2 คัน ซึ่งบรรทุกนักเรียนตำรวจจำนวนมากกลับจากศูนย์ฝึกในจังหวัดวาร์ดัค ส่วนมือระเบิดคนที่ 2 จุดระเบิดโจมตีผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือในที่เกิดเหตุและการโจมตีถูกรถบัสคันที่ 3 ด้วย มีพลเรือนเสียชีวิต 4 ราย

ในเวลาต่อมา กระทรวงมหาดไทยอัฟกานิสถานออกแถลงการณ์ระบุว่า เหตุการณ์นี้ทำให้มีนักเรียนตำรวจเสียชีวิต 30 นาย และมีผู้บาดเจ็บอีก 58 คน

ด้าน นายซาบุฮุลเลาะ์ มูจาฮิด โฆษกของกลุ่มตาลีบันส่งอีเมลถึงสำนักข่าวเอพี อ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ ระบุว่าการโจมตีเป็นฝีมือของมือระเบิดฆ่าตัวตาย 2 คน เป้าหมายแรกคือรถบัสขนส่งนักเรียนตำรวจและครูฝึก ส่วนเป้าหมายที่ 2 คือตำรวจที่ถูกส่งมายังที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุประธานาธิบดี อัชราฟ กานี แห่งอัฟกานิสถาน กล่าวว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นการโจมตีต่อมนุษยชาติ และสั่งให้กระทรวงมหาดไทยสืบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น ขณะที่สถานทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงคาบูล ก็ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีครั้งนี้เช่นกัน

 

ปลุกปล้ำโทรศัพท์ จนเดินไปชนรถ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 มิ.ย. 2559 10:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/650466

 

เทศบาลนครโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ กำลังระดมติดตั้งป้ายจราจรใหม่ เตือนคนเดินถนนให้ระวังกับการเดินไปชนรถ เพราะมัวแต่ก้มหน้าก้มตาจิ้มโทรศัพท์มือถืออยู่ท่าเดียว

ทางการเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ของการขนส่ง ได้มีสถิติบันทึกว่า มีผู้ที่ประสบอุบัติเหตุ เนื่องจากการใช้โทรศัพท์มือถือเมื่อปี พ.ศ.2557 ไม่ต่ำกว่า 1,000 ครั้ง เทียบกับเมื่อ พ.ศ.2553 ยังมีแค่ 437 ครั้งเท่านั้น

เกาหลีใต้เองครองสถิติ ชาติที่มีพลเมืองใช้โทรศัพท์มือถือมากที่สุดในโลกอยู่แล้วและก็แบบเดียวกับคนชาติเอเชียชาติอื่นที่มักคิดว่าโทรศัพท์เป็นแก้วสารพัดนึกจะใช้ทำอะไรได้หมด.

 

โตโยต้าเรียกคืน 1.43 ล้านคัน ถุงลมนิรภัยบกพร่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 มิ.ย. 2559 04:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/651047

 

เมื่อ 28 มิ.ย. “โตโยต้า” บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ประกาศเรียกคืนรถไฮบริด 1.43 ล้านคันทั่วโลก โดยรถที่ถูกเรียกคืนรวมทั้งรถ “พรีอุส” และ “เลกซัส” รุ่นปี 2008-2012 ราว 495,000 คัน ที่ขายในอเมริกาเหนือ อีก 743,000 คัน ที่ญี่ปุ่น ยุโรป จีน และทวีปอื่นๆ หลังพบว่าถุงลมนิรภัยบกพร่อง จากรอยร้าวเล็กๆของระบบสูบลมทำให้ถุงลมนิรภัยบางส่วนไม่พองตัวซึ่งอาจเป็นอันตรายทำให้เกิดการบาดเจ็บ

อย่างไรก็ตาม โตโยต้ายังไม่พบว่าความบกพร่องนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ และไม่เกี่ยวข้องกับการเรียกคืนรถหลายล้านคันก่อนหน้านี้เพราะถุงลมนิรภัยของบริษัท “ทานากะ” ของญี่ปุ่นบกพร่องแต่อย่างใด และไม่ได้ติดตั้งโดยทานากะด้วย

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ค่ายรถยนต์โตโยต้าและอีกหลายค่ายต้องประสบปัญหาการเรียกรถคืนจากปัญหาถุงลมนิรภัย.

 

ใหญ่โตไปอีก! โสมเหนือมอบตำแหน่งใหม่เพิ่มให้ ‘คิม จอง อึน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มิ.ย. 2559 01:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/651042

 

รัฐสภาเกาหลีเหนือมอบตำแหน่งใหม่แก่คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของประเทศ โดยเป็นตำแหน่งล่าสุดในยศถาบรรดาศักดิ์ที่มีอยู่มากมายของเขา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 29 มิ.ย. รัฐสภาแห่งประเทศเกาหลีเหนือมอบตำแหน่งใหม่ให้แก่ผู้นำสูงสุด คิม จอง อึน โดยตั้งให้เขาเป็นประธานคณะกรรมาธิการกิจการรัฐ (state affairs committee) ซึ่งเป็นหน่วยงานใหม่ที่เพิ่งถูกตั้งขึ้นมา และยังไม่มีการเปิดเผยระบบการทำงานอย่างชัดเจน

รัฐสภาเกาหลีเหนือจะประชุมกันปีละ 1-2 ครั้ง เพื่ออนุมัติงบประมาณหรือนโยบายต่างๆ ซึ่งออกโดยพรรคแรงงานอย่างเป็นทางการ รัฐสภายังมีอำนาจในการมอบตำแหน่งหรือยศถาบรรดาศักดิ์ใหม่ๆ ให้แก่ผู้นำคิมด้วย


เจ้าหน้าที่กองทัพเกาหลีเหนือปรบมือและส่งเสียงเชียร์คิม จอง อึน ในการประชุมสภาเมื่อวันพุธ

ทั้งนี้ นอกจากตำแหน่งใหม่ที่เพิ่งได้รับมาแล้ว คิม จอง อึน ยังมียศตำแหน่งต่างๆ อีกมากมาย เช่น สหายที่น่าเคารพรัก คิม จอง อึน, ประธานพรรคแรงงานแห่งเกาหลี, ประธานใหญ่คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี และผู้บัญชาการสูงสุดแห่งกองทัพประชาชนเกาหลี เขายังมียศจอมพล และมักถูกเรียกในโฆษณาชวนเชื่อว่า จอมพลของเรา อีกด้วย