อินเดียจำคุกนร.หญิง โกงสอบจนได้ที่ 1 ของรัฐพิหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มิ.ย. 2559 04:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/648982

 

(ภาพ: PTI)

ทางการอินเดียจำคุกนักเรียนหญิงอายุ 17 ปีคนหนึ่ง ฐานโกงข้อสอบระดับรัฐของรัฐพิหาร โดยเธอเผยพิรุธและสอบซ้ำรอบ 2 ไม่ผ่าน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการอินเดียจำคุกนักเรียนหญิงอายุ 17 ปีคนหนึ่ง ซึ่งสอบได้คะแนนเป็นอันดับที่ 1 ของรัฐพิหาร ทางตะวันออกของประเทศ หลังจากพบว่าเธอโกงข้อสอบ โดยเจ้าหน้าที่พบพิรุธหลังจากเธอระบุในวิดีโอบันทึกการสัมภาษณ์ของเธอว่า วิชาเอกรัฐศาสตร์ที่เธอเลือก เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำอาหาร

นักเรียนหญิงรายนี้ถูกจับกุมหลังจากเธอสอบใหม่เป็นครั้งที่ 2 ไม่ผ่าน และในการพิจารณาคดีในชั้นศาลเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มิ.ย. ผู้พิพากษาตัดสินลงโทษจำคุกนักเรียนหญิงคนนี้ไปจนถึงวันที่ 8 ก.ค. อย่างไรก็ตาม คำสั่งนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเนื่องจากจำเลยเป็นผู้เยาว์ ควรส่งไปควบคุมตัวที่สถานกักกันเยาวชนมากกว่า

ขณะเดียวกัน ทางการอินเดียยังออกหมายจับนักเรียนอีกหลายคนซึ่งทำผลงานในการสอบได้ดี รวมทั้งนักเรียนที่สอบได้ที่ 1 ในวิชาวิทยาศาสตร์ แต่กลับไม่สามารถบอกได้ว่า H2O เป็นสูตรทางเคมีของน้ำ ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า มีนักเรียนคนอื่นถูกจับไปแล้ว 18 คน


ภาพผู้ปกครองปีนอาคารเรียนเพื่อส่งคำตอบข้อสอบให้บุตรหลาน ซึ่งกลายเป็นข่าวอื้อฉาวเมื่อปี 2015

ทั้งนี้ เมื่อปี 2015 มีภาพแสดงให้เห็นผู้ปกครองจำนวนมากปีนอาคารเรียนเพื่อส่งคำตอบข้อสอบให้แก่เด็กในปกครองของตัวเอง ทำให้รัฐพิหารออกมาตรการเข้มงวดในการคุมสอบ ทำให้อัตราการสอบผ่านของรัฐพิหารที่ประกาศเมื่อเดือนก่อน ออกมาต่ำมาก

 

เศร้า! คิม ซอง มิน ดาราโสมขาว เสียชีวิต หลังแขวนคอ โคม่า’สมองตาย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มิ.ย. 2559 16:22

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/648587

 

แฟนๆ โสมขาวช็อก..คิม ซอง มิน ดาราชายคนดัง ลาโลก หลังแขวนคอ พยายามฆ่าตัวตาย อาการโคม่า จนต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลในกรุงโซล ก่อนวันรุ่งขึ้น แพทย์จะออกมาประกาศ คิม ซอง มินอยู่ในภาวะสมองตาย และ ลูกเมีย ได้ตัดสินใจ บริจาคอวัยวะตามความประสงค์ของดาราดังก่อนเสียชีวิต

เมื่อ 27 มิ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานอ้างข่าวจากสำนักข่าวยอนฮัพ และสื่อท้องถิ่นในเกาหลีใต้ ถึงความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจ คิม ซอง มิน ดาราชายชื่อดัง วัย 43 พยายามฆ่าตัวตายตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา จนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเซนต์ แมรี่ ในกรุงโซล อย่างเร่งด่วน ว่าเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. อาการของ คิม ซอง มินยังอยู่ในขั้นวิกฤติ และ คณะแพทย์ของโรงพยาบาลได้ออกแถลงกาณ์ถึงอาการของคิม ซอง มินเมื่อบ่ายวันเดียวกันว่า เขามีภาวะสมองตาย (Brain Dead) ตอนเวลาประมาณ 08.45 น. ของเช้าวันที่ 26 มิ.ย. ซึ่งทางการแพทย์ถือว่า ผู้ที่อยู่ในภาวะสมองตาย หมายถึง เสียชีวิตแล้ว โดยผู้ป่วยจะไม่มีทางฟื้นขึ้นมาอีก เพราะหลังจากสมองตายแล้ว อวัยวะอื่นๆ จะค่อยๆ ลดการทำงานลง จนหยุดทำงานในที่สุด

ตามรายงานของสำนักข่าวยอนฮัพ ระบุว่า ครอบครัวของคิม ซอง มิน ได้แสดงความประสงค์ที่จะบริจาคอวัยวะของดาราดัง ไม่ว่าจะเป็น ตับ ไต ลำไส้ และ กระจกแก้วตา ให้แก่ผู้ป่วย 5 ราย

เว็บไซต์ เอเชียวัน รายงานว่า ภริยาและลูกชายของคิม ซอง มิน ได้ตัดสินใจบริจาคอวัยวะของคิม ซอง มิน เพราะถือเป็นความประสงค์ของผู้เป็นสามีที่ตั้งใจจะบริจาคอวัยะอยู่แล้วถ้าเขาเสียชีวิต ซึ่งทางคณะแพทย์จะทำการผ่าตัดอวัยวะของคิม และเมื่อผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะถอดเครื่องช่วยหายใจออก และประกาศการเสียชีวิตของคิม ซอง มิน

ทั้งนี้ คิม ซอง มินได้แต่งงานกับ ลี ฮาน นา ทันตแพทย์หญิง เมื่อเดือน ก.พ.56 โดยเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา ลูกชายของคิม ซอง มินได้โทร.แจ้งตำรวจว่าพ่อทำร้ายร่างกายแม่ ต่อมาอีก 2 วัน ภรรยาและลูกได้พบคิม ซอง มิน พยายามแขวนคอตายในห้องน้ำ และพบอยู่ในสภาพหมดสติ อาการโคม่า ก่อนต่อมา แพทย์ที่โรงพยาบาลในกรุงโซล ได้ประกาศคิม ซอง มินอยู่ในภาวะสมองตาย เมื่อบ่ายวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา ปิดฉากชีวิตด้วยอายุ 43 ปี.

 

ยุโรปตาปริบๆ! รัสเซีย-จีน ‘ราวกับจะเย้ย’ ลงนามข้อตกลงอื้อ มิตรกันตลอดกาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มิ.ย. 2559 13:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/648374

 

ปธน.วลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย กระชับสัมพันธ์แน่นกับจีน ร่วมลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกับทางการจีนกว่า 30 ฉบับ มูลค่านับ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ไล่ตั้งแต่ความร่วมมือทางการค้า การลงทุน ไปจนถึงสื่อ อินเทอร์เน็ต และกีฬา

เมื่อ 27 มิ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย ได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือกับรัฐบาลจีนมากกว่า 30 ฉบับ รวมมูลค่ามหาศาลนับ 50,000 ล้านดอลลาร์ (หรือประมาณ 1.75 ล้านล้านบาท) ในโอกาสเดินทางมาเยือนกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน พร้อมกับคณะรัฐมนตรีระดับสูงและกลุ่มนักธุรกิจชั้นนำของรัสเซีย ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา

สำหรับการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือระหว่างรัสเซียกับจีน กว่า 30 ฉบับนั้น ครอบคลุมทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ การค้า การต่างประเทศ โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี นวัตกรรม การเกษตร การเงิน พลังงาน สื่อ อินเทอร์เน็ต และกีฬา ซึ่งพิธีลงนามในข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ มีประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เป็นสักขีพยาน โดยผู้นำทั้งสองยังออกแถลงการณ์ร่วม ประกาศจะร่วมมือกันสร้างเสถียรภาพทางยุทธศาสตร์ของโลก


ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เดินตรวจแถวกองทหารเกียรติยศของจีน ในโอกาสมาเยือนจีนอย่างเป็นทางการ

ข่าวแจ้งว่า การมาเยือนจีนของประธานาธิบดีปูตินในครั้งนี้ ถือเป็นการมาเยือนแดนมังกรหนที่ 4 นับตั้งแต่นายสี จิ้นผิง ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจีนในปี 2556 อีกทั้งยังเป็นการมาเยือนจีน ชาติพันธมิตรของรัสเซีย ซึ่งเป็น2 ชาติยักษ์ใหญ่ที่ยืนอยู่คนละข้างกับสหรัฐฯและยุโรป  ขณะกำลังเกิดความวุ่นวายในยุโรปที่ส่งผลกระทบต่อภาคการเงิน ตลาดหุ้นทั่วโลก เมื่อผลการลงประชามติในสหราชอาณาจักร (ยูเค) ในวันที่ 23 มิ.ย. ออกมาฝ่าย Brexit ออกจากสหภาพยุโรป เป็นฝ่ายชนะ


ประธานาธิบดีปูตินนำคณะ รมต.ร่วมประชุมกับผู้นำและรัฐมนตรีของจีน ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อ 25 มิ.ย.

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน จับมือกับ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน หลังร่วมลงนามความร่วมมือ
 

ผลวิจัยชี้! กรุงปักกิ่งพื้นยุบทุกปี มากสุด 11 ซม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 มิ.ย. 2559 04:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/647994

 

ผลการศึกษาค้นคว้าระดับสากลของทีมนักวิจัยค้นคว้าจากกองทุนวิทยาศาสตร์ธรรมชาติแห่งชาติจีน (NNSFC) ซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่ที่กรุงปักกิ่ง ของจีน เผยแพร่เมื่อ 26 มิ.ย. พบว่า ชาวกรุงปักกิ่งกำลังประสบปัญหาจมน้ำ หลังค้นพบว่า เมืองหลวงของจีนทรุดตัวลงในบางเขตท้องที่มากสุดปีละ 11 ซม. หรือ 4 นิ้ว โดยเฉพาะเขตตอนกลาง ซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะใหญ่ คือเขตเฉ่าหยาง, ชางผิง, ชุนยี และถงโจว หลังเก็บรวบรวมข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมและข้อมูลจีพีเอส หรือระบบกำหนดทิศทางตำแหน่งบนโลก แล้วนำมาวิเคราะห์แผนที่ภูมิประเทศตั้งแต่ปี 2546-2553 ทำให้เห็นว่ากรุงปักกิ่งซึ่งมีประชากรอาศัยกว่า 20 ล้านคนกำลังจมน้ำในระดับที่เสี่ยงอันตราย

ขณะเดียวกัน ทีมนักวิจัยยังระบุถึงสาเหตุหลักใหญ่มาจากการบริโภคน้ำบาดาลถึง 2 ใน 3 ตั้งแต่โรงงานอุตสาหกรรม การเกษตร ไปจนถึงบ้านเรือน เฉลี่ยแล้วปีละ 3,500 ล้านลิตร ซึ่งปัญหาแผ่นดินทรุดอย่างรวดเร็วจะส่งผลกระทบต่ออาคารที่อยู่อาศัยและโครงสร้างระบบสาธารณูปโภค รวมถึงเครือข่ายการสร้างทางรถไฟ ขณะที่รัฐบาลจีนยังคงมีปัญหามายาวนานเกี่ยวกับการบริหารจัดการการใช้น้ำ เช่นเมื่อ 5 ปีก่อน ปัญหาภัยแล้งครั้งประวัติศาสตร์ทางตอนใต้ของประเทศ สร้างความเสียหายทางเกษตรกรรมหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯ ประชาชนและสัตว์หลายล้านชีวิตต้องขาดแคลนน้ำดื่ม.

 

สลด! รถทัวร์จีนชนราวเหล็กทางหลวงจนไฟลุกท่วม คลอกดับ 35 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มิ.ย. 2559 03:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/647996

 

เกิดเหตุรถทัวร์พุ่งชนราวเหล็กริมทางหลวงในมณฑลหูหนาน ของจีน จนเกิดไฟลุกท่วมทำให้มีผู้เสียชีวิต 35 ราย และบาดเจ็บอีกนับสิบคน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รถทัวร์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุจนเกิดไฟลุกท่วมบนถนนหลวงสายหนึ่ง ในมณฑลหูหนาน ภาคกลางตอนใต้ของประเทศจีนเมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 35 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 2 ราย ขณะที่มีผู้ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลอีก 11 คน ในจำนวนนี้ 4 คนบาดเจ็บสาหัส

รัฐบาลท้องถิ่นมณฑลหูหนานเผยว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 10:20น. วันอาทิตย์ รถทัวร์ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารมา 55 คนรวมคนขับ พุ่งชนราวเหล็กลูกฟูกบนทางหลวงในเขตอี๋จาง ทำให้น้ำมันรั่วออกมาก่อนเกิดไฟลุกไหม้

นายกั๊ว เฉิงคุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ, หาสาเหตุของอุบัติเหตุ และออกมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุในลักษณะนี้อีก โดลล่าสุดตำรวจได้จับกุมตัวคนขับรถแล้ว

 

อิรักเฮ! กองทัพยึดเมืองฟัลลูจาคืนจากไอซิสได้แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มิ.ย. 2559 01:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/647966

 

นายพลของกองทัพรัฐบาลอิรักประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่า พวกเขาสามารถยึดคืนเมืองฟัลลูจา คืนจะกลุ่มไอซิสได้สำเร็จแล้ว ขณะที่นายกฯ อิรักออกมาแสดงความยินดีและระบุว่าเมืองโมซูละเป็นเป้าหมาต่อไป…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พลโท อับดุล วาฮับ อัล-ซาดี แห่งกองทัพอิรัก ประกาศผ่านสถานีโทรทัศน์ อัล-อิรากียา ในวันอาทิตย์ที่ 26 มิ.ย. ว่า เมืองฟัลลูจาได้รับการปลดปล่อยจากกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) แล้ว หลังจากพวกเขาสามารถยึดเขต อัล-โจลัน ซึ่งเป็นพื้นที่สุดท้ายของเมืองที่อยู่ใต้การควบคุมของไอซิสได้สำเร็จ


พลโท อับดุล วาฮับ อัล-ซาดี ผู้บัญชาการของปฏิบัติการปลดปล่อยเมืองฟัลลูจา

“เราประกาศจากเขต อัล-โจลัน ว่าเขตนี้ได้รับการชำระล้างโดยฝีมือของกองกำลังต่อต้านก่อการร้ายและตำรวจรัฐบาลกลาง และจากที่นี่ เราของประเทศถึงชาวอิรักทุกคนว่า การต่อสู้ที่ฟัลลูจาได้สิ้นสุดลงแล้ว” พลโทอัล-ซาดี ซึ่งเป็นผู้บัญชาการของปฏิบัติการปลดปล่อยเมืองฟัลลูจากล่าว และเสริมด้วยว่า มีนักรบไอซิสถูกสังหารมากกว่า 1,800 รายตลอดปฏิบัติการครั้งนี้ ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 22 พ.ค.

ในเวลาต่อมา นายกรัฐมนตรี ไฮเดอร์ อัล-อาบาดี แห่งอิรัก ก็ปรากฎตัวในการถ่ายทอดสุดทางโทรทัศน์ จากหน้าโรงพยาบาลหลักของเมืองฟัลลูจา โดยเขากล่าวชื่นชมกองทัพฝ่ายรัฐบาลที่สามารถยึดคืนเมืองฟัลลูจาได้สำเร็จ และเรียกร้องให้ประชาชนออกมาเฉลิมฉลอง เขายังระบุด้วยว่าอีกไม่นานกองทัพอิรักจะสามารถยึดคืนเมืองโมซูลฐานที่มั่นใหญ่สุดของไอซิสทางเหนือของประเทศได้


นายกรัฐมนตรี ไฮเดอร์ อัล-อาบาดี แห่งอิรัก

“วันนี้ ทหารของเราปลดปล่อยเมืองฟัลลูจาสำเร็จ ในเวลาเดียวกันกองทัพของเราก็กำลังต่อสู้อยู่ที่เมืองโมซูล ไม่มีที่สำหรับไอซิสบนแผ่นดินอิรัก เราจะขับไล่พวกเขา และเหมือนกับที่เราได้สัญญาว่าจะเชิญธงชาติขึ้นที่เมืองฟัลลูจา อีกไม่นานเราจะได้เชิญธงขึ้นที่เมืองโมซูลด้วยความมุ่งมั่นของวีรบุรุษของเรา ผมขอเรียกร้องให้ชาวอิรักออกมาเฉลิมฉลองในวันนี้” นายกฯ อัล-อาบาดีกล่าว

 

ทูตไทยพบปะนักธุรกิจญี่ปุ่น ย้ำร่วมมือกันแน่นแฟ้นย่ิงขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 มิ.ย. 2559 03:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/647357

 

นายบรรสาน บุนนาค ออท. ณ กรุงโตเกียว ถ่ายภาพกับ ผู้บริหารสมาคมธุรกิจญี่ปุ่น-ไทย และสมาคมญี่ปุ่น-ไทย

สมาคมธุรกิจญี่ปุ่น-ไทย และสมาคมญี่ปุ่น-ไทย จัดงานเลี้ยงต้อนรับ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว เพื่อพบปะอดีตเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำไทย และนักธุรกิจญี่ปุ่นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา…

ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ประจำกรุงโตเกียว รายงานว่า สมาคมธุรกิจญี่ปุ่น-ไทย และสมาคมญี่ปุ่น-ไทย สองสมาคมใหญ่ที่มีบทบาทส่งเสริมการลงทุนในไทย จัดงานเลี้ยงต้อนรับ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว เพื่อพบปะอดีตเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำไทย และนักธุรกิจญี่ปุ่นกับข้าราชการไทย ขณะที่เอกอัครราชทูตไทยฯ กล่าวย้ำว่าพร้อมร่วมมือเพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นย่ิงขึ้น


นายเทะสึเกะ คิตะยะมะ ประธานคณะกรรมการบริหารธนาคารสุมิโตโมะ-มิตซูอิ และประธานสมาคมธุรกิจญี่ปุ่น-ไทย และสมาคมญี่ปุ่น-ไทย ในประเทศญี่ปุ่น ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงต้อนรับนายบรรสาน บุนนาค เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว และภริยา ในโอกาสที่เข้ารับหน้าที่ที่กรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2559 เวลา 19.00 น. ที่สมาคมธุรกิจญี่ปุ่น-ไทย กรุงโตเกียว โดยมีสมาชิกสมาคมประกอบด้วยอดีตเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กงสุลกิตติมศักดิ์ ณ เมืองนาโกย่า ภาคเอกชนญี่ปุ่น และข้าราชการทีมประเทศไทยในกรุงโตเกียว เข้าร่วมประมาณ 100 คน โดยมีการพบปะพูดคุยและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง

นายบรรสาน เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ได้กล่าวย้ำกับอดีตเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศ ไทย และนักธุรกิจญี่ปุ่นที่มาร่วมงานว่า ตนยินดีและพร้อมร่วมมือกับสมาคมธุรกิจญี่ปุ่น-ไทย และสมาคมญี่ปุ่น-ไทย เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่อไปในทุกๆ ด้าน


สำหรับสมาคมธุรกิจไทยในญี่ปุ่น และสมาคมธุรกิจญี่ปุ่น ถือเป็นเพื่อนของประเทศไทยที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างกัน รวมถึงมีส่วนช่วยเสริมสร้างทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับประเทศไทยในหมู่ชาวญี่ปุ่นด้วย ในโอกาสเดียวกัน.

 

โฟล์กอ่วมค่าโกงมลพิษกว่า 3 แสนล้าน บ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 มิ.ย. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/646707

 

เมื่อ 24 มิ.ย. ศาลเขตกรุงโซล ในเกาหลีใต้ ออกหมายจับเป็นครั้งแรกกับฝ่ายบริหารของบริษัท โฟล์กสวาเกน เอจี แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดรายชื่อ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องโกงทดสอบการปล่อยค่าไอเสียในรถยนต์ตามข้อกล่าวหา 5 ข้อรวมจัดทำเอกสารอันเป็นเท็จ และละเมิดกฎหมายคุ้มครองคุณภาพอากาศ หลังทางค่ายรถยนต์ออกมายอมรับเมื่อเดือน ก.ย.ปีกลายว่า มีการติดตั้งซอฟต์แวร์ให้อ่านค่าไอเสียที่ผิดๆ จนเกิดคดีฟ้องร้องทางกฎหมายทั้งในสหรัฐฯ เยอรมนี และอินเดีย

ขณะเดียวกัน จากการยอมความระหว่างโฟล์กสวาเกนกับสำนักงานป้องกันสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ (EPA) ซึ่งร่วมด้วยคณะกรรมการทรัพยากรทางอากาศรัฐแคลิฟอร์เนีย กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ คณะกรรมการการค้ากลาง และทนายตัวแทนเจ้าของรถโฟล์กสวาเกนตกลงจ่ายเงิน 10,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (กว่า 364,000 ล้านบาท) ให้เจ้าของรถในสหรัฐฯ 482,000 คัน รวมถึงการซ่อมรถยนต์ และซื้อคืน ยังไม่รวมค่าความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อม โดยเจ้าของรถมีทางเลือกระหว่างขายคืนในราคาก่อนเกิดเหตุอื้อฉาว หรือให้ทางค่ายรถยนต์นำไปซ่อมฟรี

นอกจากนี้ พนักงานอัยการเยอรมนีกำลังสืบสวนสอบสวนนายมาร์ติน วินเตอร์กอร์น อดีตซีอีโอโฟล์กสวาเกน และนายเฮอร์เบิร์ต ดีสส์ หัวหน้าแบรนด์โฟล์กสวาเกน ว่ามีการบริหารจัดการทางการตลาดรถยนต์ด้วยการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการโกงทดสอบปล่อยค่าไอเสียล่าช้าหรือไม่.

 

จีนอ่วม! ทอร์นาโด-ลูกเห็บถล่มหนักเมืองทางตะวันออก ดับ 78 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 มิ.ย. 2559 00:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/645819

 

พายุทอร์นาโดและพายุลูกเห็บพัดถล่มเมืองในมณฑลเจียงซู ทางตะวันออกของประเทศจีนเมื่อวันพฤหัสบดี ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 78 ราย มีผู้บาดเจ็บอีกหลายร้อยคน และสร้างความเสียหายจำนวนมาก…

สำนักข่าวต่างประเทศรานงานว่า พายุทอร์นาโดและพายุลูกเห็บพัดถล่มเมืองเอี๋ยนเฉิง ซึ่งเป็นที่ตั้งฟาร์มและโรงงานมากมาย ในมณฑลเจียงซู ทางตะวันออกของประเทศจีนอย่างรุนแรงในวันพฤหัสบดี (23 มิ.ย.) เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 78 ราย รถยนต์และอาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก


ความเสียหายในเมืองเอี๋ยนเฉิง

ข่าวระบุว่า พายุทอร์นาโดความเร็วลมสูงสุด 125 กม./ชม. พัดถล่มเมืองในเวลาประมาณ 14:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยเขตฟู่หนิงและชีหยาง ชายของเมืองเมืองเอี๋ยนเฉิง ได้รับความเสียหายหนักที่สุด

พายุยังทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเกือบ 500 คน และว่า 200 คนในจำนวนนี้มีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ ขณะที่ถนนหลายสายถูกต้นไม้, เสาไฟฟ้าที่หักโค่น และซากปรักหักพังอื่นกีดขวาง ทำให้การจราจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก นอกจากนี้ ระบบสื่อสารและระบบพลังงานล่มเป็นวงกว้างด้วย


ซากความเสียหายกีดขวางถนน

ด้านหน่วยดับเพลิงและกู้ภัยมณฑลเจียงซู ไม่เปิดเผยจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต แต่ระบุในไมโครบล็อกของพวกเขาว่า พายุทอร์นาโดพัดถล่มพร้อมลูกเห็บ โดยพวกเขาได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยอพยพคนงาน และเก็บรักษาสารเคมีรวมถึงวัตถุที่อาจเป็นอันตรายได้อื่นๆ ที่โรงงานผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ในเมืองแห่งนี้แล้ว.

 

ปากีฯช็อก! นักร้องชายคนดังโดนลอบสังหารโหด กระหน่ำยิงดับคารถที่การาจี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มิ.ย. 2559 13:53

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/645271

 

ชาวปากีสถานสุดอาลัย…อัมจาด ซาบรี นักร้องชายชื่อดังของประเทศ โดนลอบสังหารเหี้ยม คนร้ายกระหน่ำยิง 5 นัด ดับคารถในเมืองการาจี ก่อนต่อมา กลุ่มตาลีบัน ออกมาอ้างความรับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นายอัมจาด ซาบรี นักร้องชายที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดคนหนึ่งในปากีสถาน ถูกคนร้าย กระหน่ำยิงขณะนั่งอยู่ในรถยนต์ส่วนตัว จนเสียชีวิต ที่เมืองการาจี เมืองท่าทางตอนใต้ของประเทศ เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่น้องชายของซาบรี ที่นั่งรถมาด้วย ได้รับบาดเจ็บ

เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงของปากีสถาน เผยกับนักข่าวว่า คนร้ายซึ่งมากัน 2 คน โดยขี่รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะในการก่อเหตุ ได้ใช้ปืนพกยิงใส่อัมจาด ซาบรี 5 นัด โดยมีกระสุนนัดหนึ่งเข้าที่ศีรษะ จึงเป็นเหตุให้เขาเสียชีวิต ส่วนคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์ หลบหนีไปทางจัตุรัสฮัสซัน ขณะที่นายตำรวจของปากีสถานยังกล่าวถึงเหตุลอบสังหารนายอัมจาด ซาบรี ว่า เป็นการก่อการร้าย


จากไปแล้ว..อัมจาด ซาบรี นักร้องชายคนดังของปากีสถาน

ด้าน นายกรัฐมนตรีนาวาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน ได้ออกมาประณามกลุ่มคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุลอบสังหารนักร้องชายคนดัง พร้อมกับมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี ขณะที่ชาวปากีสถานต่างพากันช็อกตกตะลึงและเสียใจต่อการเสียชีวิตอย่างไม่คาดคิด ของอัมจาด ซาบรี นักร้องชายคนดังวัย 45 ซึ่งเป็นนักร้องเพลงแนวควาวาลี ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของนิกายซูฟี นิกายหนึ่งของศาสนาอิสลาม และมีสมาชิกในปากีสถานหลายล้านคน


ร่องรอยกระสุนที่ถูกยิงเข้าที่ด้านหน้ารถ

บีบีซี แจ้งว่า หลังเกิดเหตุนายอัมจาด ซาบรี นักร้องชื่อดังโดนลอบสังหารนั้น ในเวลาต่อมา กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงสุดโต่ง ‘ตาลีบัน’ ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบอยู่เบื้องหลังการลอบสังหารนายซาบรี โดยที่ผ่านมา กลุ่มตาลีบัน ประกาศไม่ยอมรับนิกายซูฟี และเคยเกิดเหตุมัสยิดนิกายซูฟีในปากีสถาน ถูกโจมตีมาแล้วหลายครั้ง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 40 คน


ชาวปากีสถานเสียใจ อัมจาด ซาบรี นักร้องคนดังโดนลอบสังหาร