อึ้ง! ศาลกาตาร์จำคุกหญิงชาวดัตช์เหยื่อข่มขืน ฐานล่วงประเวณี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มิ.ย. 2559 01:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/638203

 

(ภาพ: AP)

ศาลกาตาร์ตัดสินเมื่อวันจันทร์ ให้จำคุก หญิงชาวดัตช์ซึ่งถูกคุมขังมาหลายเดือนหลังแจ้งความกับตำรวจว่าเธอถูกข่มขืน เป็นเวลา 1 ปี โดยมีความผิดในข้อหาล่วงประเวณี และดื่มแอลกอฮอล์ในที่สาธารณะ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หญิงชาวเนเธอร์แลนด์ซึ่งถูกคุมขังในประเทศกาตาร์มาตั้งแต่เดือน มี.ค. หลังจากเธอแจ้งความกับตำรวจว่า เธอถูกข่มขืน ถูกศาลตัดสินเมื่อวันจันทร์ว่า เธอมีความผิดจริงในข้อหาล่วงประเวณี หรือ การมีเพศสัมพันธ์อย่างผิดกฎหมายระหว่างคนที่แต่งงานแล้วกับคนอื่นที่ไม่ใช่คู่ครอง และดื่มแอลกอฮอล์ในที่สาธารณะ

ในการพิจารณาคดีของศาลกรุงโดฮา เมื่อวันจันทร์ที่ 13 มิ.ย. ว่า หญิงวัย 22 ปีรายนี้ ซึ่งได้รับการระบุชื่อเพียง ลอรา ถูกพิพากษาลงโทษจำคุกเป็นเวลา 1 ปี และถูกภาคทัณฑ์เป็นเวลา 3 ปีจากข้อหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ นอกจากนี้ยังถูกปรับเงินจำนวน 3,000 กาตาร์ริยัล (ราว 28,900 บาท) ฐานดื่มแอลกอฮอล์นอกสถานที่ที่ได้รับอนุญาต อย่างไรก็ตาม เธอได้รับการรอลงอาญา และคาดว่าจะถูกส่งตัวออกนอกประเทศทันที

ส่วนชายชาวซีเรียผู้ถูกกล่าวว่าข่มขืนนางลอรา ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาเดียวกัน และถูกพิพากษาลงโทษโบย 100 ครั้ง จากข้อหาล่วงประเวณี และโบยอีก 40 ครั้งจากข้อหาดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากตามกฎหมายของกาตาร์ ชาวมุสลิมไม่ได้รับอนุญาตให้ดื่มแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเอ่ยถึงเรื่องการข่มขืนในการพิจารณาคดี


ศาลกรุงโดฮา (ภาพ: AFP)

ด้านนาง อีเว็ต เบิร์กกราฟ-ฟาน เอเคาด์ เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศกาตาร์ กล่าวหาศาลมีคำตัดสินในวันจันทร์ว่า พวกเธอจะทำทุกย่างที่ทำได้ เพื่อพานางลอราออกจากประเทศกาตาร์โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และพาเธอไปในที่ที่เธอต้องการ

ทั้งนี้ ตามการเปิดเผยของ ไบรอัน โลคอลโล ทนายความที่ครอบครัวของนางลอราว่าจ้าง ในวันเกิดเหตุ นางลอราอยู่ดื่มเครื่องดื่มกับเพื่อนคนหนึ่งที่บาร์ในโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงโดฮา แต่เธอเริ่มรู้สึกไม่ดีหลังจากดื่มเครื่องดื่มแก้วหนึ่ง ต่อมาเธอตื่นขึ้นในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย และรู้ตัวว่าเธอถูกข่มขืนหลังจากมีใครบางคนแอบใส่แอลกอฮอล์ลงในเครื่องดื่มของเธอ จากนั้นลอราจึงไปแจ้งความกับตำรวจ แต่กลับเป็นเธอที่ถูกเจ้าหน้าที่คุมขัง.

 

ลุ้นระทึก! เกาหลีใต้เตรียมยกเรือเซวอลขึ้นจากใต้น้ำ หลังจมทะเลกว่า 2ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 มิ.ย. 2559 16:34

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/637980

 

ทางการโสมขาวเตรียมยกเรือเฟอร์รี่ เซวอลขึ้นจากทะเลแล้ว หลังประสบเหตุล่มมานานกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางความคาดหวังของครอบครัวผู้ที่ยังสูญหายอีก 9 ราย ที่ได้แต่ภาวนาให้การยกเรือโดยสารหนักเกือบ 7 พันตันลำนี้ขึ้นจากน้ำ จะทำให้ได้พบเหยื่อเคราะห์ร้ายที่หายไป

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ทางการเกาหลีใต้อยู่ระหว่างดำเนินการที่จะยกเรือเฟอร์รี่ ‘เซวอล’ ขึ้นจากใต้ทะเล หลังจากได้เกิดโศกนาฏกรรม เรือเซวอลพลิกคว่ำขณะมุ่งหน้าไปยังเกาะเซจู เมื่อกว่า 2 ปีก่อน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 304 ศพ ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมของโรงเรียนดันวอน ที่กำลังเดินทางไปทัศนศึกษา

ข่าวแจ้งว่า การยกเรือเซวอล ขึ้นจากทะเล หลังจมเมื่อวันที่ 16 เม.ย.2557 เป็นไปตามความเรียกร้องของครอบครัวผู้เสียชีวิต เนื่องจากพวกเขายังมีความหวังว่าการยกเรือเซวอล ขึ้นมาเหนือน้ำ อาจทำให้พบกับผู้เสียชีวิตอีก 9 ราย ที่ยังหาไม่พบจนถึงขณะนี้


ปฏิบัติการยกเรือเฟอร์รี่ เซวอล ขึ้นจากใต้ทะเล

ด้านรัฐบาลเกาหลีใต้ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮ ได้ประกาศแผนปฏิบัติการยกเรือเซวอลขึ้นจากทะเล เมื่อปีที่ผ่านมา โดยปฏิบัติการยกเรือเฟอร์รี่ ซึ่งมีน้ำหนักถึง 6,825 ตัน และยาว 40 เมตรลำนี้ ต้องใช้เครนขนาดยักษ์เพื่อยกเรือขึ้นมา และจะใช้งบประมาณมหาศาลสูง ถึง 73 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 2,555 ล้านบาท โดยมีบริษัทจากจีนเข้ามาเป็นแกนหลักในปฏิบัติการยกเรือครั้งนี้

สำหรับการปฏิบัติงานเตรียมความพร้อมที่จะยกเรือเซวอลขึ้นจากทะเล ได้เสร็จสิ้นเรียบร้อยเมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยจะมีการยกบริเวณหัวเรือขึ้นมาก่อน ซึ่งถือเป็นส่วนปฏิบัติการที่ยากที่สุด ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 2 วัน

 

‘อัล-ซาวาฮิรี’ หัวหน้าใหญ่อัลเคดา สวามิภักดิ์ผู้นำใหม่ตาลีบัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 มิ.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/637506

 

ไอยมาน อัล-ซาวาฮิรี หัวหน้าใหญ่อัลเคดา และ มอว์ลาวี ไฮบาตุลเลาะห์ อาคุนด์ซาดา ผู้นำคนใหม่ของตาลีบัน (ภาพ: AFP)

ไอยมาน อัล-ซาวาฮิรี หัวหน้าใหญ่กลุ่มอัลเคดา ระบุผ่านข้อความเสียงที่โพสต์ลงบนโลกออนไลน์ แสดงการสวามิภักดิ์ต่อผู้นำของใหม่ของกลุ่มก่อการร้ายตาลีบัน ซึ่งเพิ่งได้รับแต่งตั้งเมื่อเดือนก่อน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ไอยมาน อัล-ซาวาฮิรี ชายผู้อ้างว่าตัวว่าเป็นหัวหน้าใหญ่ของเครือข่ายก่อการร้ายอัลเคดา ประกาศสวามิภักดิ์ต่อนาย มอว์ลาวี ไฮบาตุลเลาะห์ อาคุนด์ซาดา ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของกลุ่มก่อการร้ายตาลีบัน ผ่านแถลงการณ์ซึ่งเป็นข้อความเสียงที่ถูกเผยแพร่ลงบนเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์เมื่อไม่นานมานี้

เมื่อเดือนก่อน กลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถานแต่งตั้งนาย อาคุนด์ซาดา ขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่ สืบทอดตำแหน่งจากนาย มุลเลาะห์ อัคห์ตาร์ โมฮัมหมัด มานซูร์ ซึ่งถูกสังหารในการโจมตีทางการโดยโดรนของสหรัฐฯ ในประเทศปากีสถานในเดือนเดียวกัน

ล่าสุด บุคคลไม่ทราบฝ่ายได้เผยแพร่ข้อความเสียงที่อ้างว่าเป็นของนาย อัล-ซาวาฮิรี และอัดเมื่อวันที่ 27 พ.ค. ลงบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยระบุว่า “ในฐานะ ผู้นำของกลุ่มญิฮาด อัลเคดา ข้าพเจ้าของแสดงความจงรักภักดีต่อท่าน” นอกจานี้ อัล-ซาวาฮิรียังแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของนายมานซูร์ และชื่นชมนายมานซูร์ว่าเป็นผู้นำการต่อสู้กับผู้ทำสงครามศาสนาชาวคริสต์และรัสเซีย

ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ อัล-ซาวาฮิรี ออกมาสวามิภักดิ์ต่อผู้นำตาลีบัน โดยเมื่อครั้งที่นายมานซูร์ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้นำกลุ่มตาลีบัน แทนนาย มุลเลาะห์ โอมาร์ เมื่อปี 2015 อัล-ซาวาฮิรี ก็ออกมาแสดงความภักดีต่อตายมานซูร์เช่นกัน.

 

ชายปริศนาปาระเบิดขวดใส่เคาน์เตอร์เช็กอินที่สนามบินเซียงไฮ เจ็บ 4

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 มิ.ย. 2559 23:57

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/637380

 

(ภาพ: REUTERS)

เกิดเหตุชายไม่ทราบชื่อ ปาระเบิดขวดใส่เคาน์เตอร์เช็กอินที่สนามบินหลักในนครเซียงไฮ เมื่อวันอาทิตย์ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 คน ก่อนคนร้ายจะพยายามฆ่าตัวตายด้วยมีด…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุชายไม่ทราบชื่อคนหนึ่ง ปาวัตถุระเบิดใส่เคาน์เตอร์เช็กอินที่ท่าอากาศยานนานาชาติ ‘ซ่างไห่ผู่ตง’ ในนครเซียงไฮ ประเทศจีน เมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 12 มิ.ย. ทำให้มีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ 4 คน ก่อนจะพยายามฆ่าตัวตายด้วยมีด

แถลงการณ์ของตำรวจเซียงไฮระบุว่า จากผลการสืบสวนเบื้องต้นของตำรวจ ชายคนนี้หยิบระเบิดประดิษฐ์เองซึ่งบรรจุในขวดเบียร์ออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะโยนไปที่หน้าเคาน์เตอร์เช็กอิน และหลังจากที่ขวดระเบิด เขาก็หยิบมีดออกมาจากกระเป๋า เชือดคอตัวเองก่อนล้มลงกับพื้น และตอนนี้เขากำลังรับการรักษาที่โรงพยาบาลโดยอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ


เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดตรวจสอบกระเป๋าของคนร้ายอย่างระมัดระวัง (ภาพ: AFP)

ขณะเดียวกัน ผู้โดยสาร 4 คนที่สนามบิน ในจำนวนนี้เป็นชาวฟิลิปปินส์ 1 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จากเศษแก้วที่แตกเพราะแรงระเบิด ขณะที่ตำรวจกำลังสืบสวนหามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุของชายคนนี้

ด้านเจ้าหน้าที่ของท่าอากาศยานนานาชาติ ซ่างไห่ผู่ตง เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเวลาประมาณ 14:20 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยหลังเกิดเหตุตำรวจได้เข้ามาควบคุมพื้นที่ ส่วนการให้บริการเที่ยวบินต่างๆ ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด.

 

ไอซิสโจมตีใกล้มัสยิดสำคัญของชาวชีอะห์ ในเมืองหลวงซีเรีย ดับ 20 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 มิ.ย. 2559 02:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/636898

 

(ภาพ: AP)

ไอซิสอ้าง อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดฆ่าตัวตายและระเบิดรถยนต์ที่โจมตีใกล้มัสยิดศักดิ์สิทธิ์ ในกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของประเทศซีเรียเมื่อวันเสาร์ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 20 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม (ไอซิส) ออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดฆ่าตัวตายและระเบิดรถยนต์โจมตีใกล้มัสยิดในเขต เซยีดา เซนาบ ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดสำหรับชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ในซีเรีย เมื่อวันเสาร์ที่ 11 มิ.ย. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ภาพจากสถานีโทรทัศน์ในซีเรียแสดงให้เห็นซากปรักหักพัง, ซากรถยนต์ และร้านค้าที่ได้รับความเสียหาย ใกล้มัสยิด เซยีดา เซนาบ สถานที่ที่เป็นสุสานของ เซนาบ บุตรีของอาลี และ ฟาติมาห์ และเป็นหลานของศาสดามูฮัมหมัด ตามความเชื่อของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ในเขตที่มีชื่อเดียวกันกับมัสยิดแห่งนี้ ซึ่งในปีนี้ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีกลุ่มไอซิส ซึ่งเป็นชาวมุสลิมสุหนี่หัวรุนแรงมาแล้วถึง 3 ครั้ง

ในเบื้องต้น สื่อรัฐบาลซีเรียรายงานว่า เหตุโจมตีครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย แต่กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรีย (เอสโอเอชอาร์) ระบุว่า จำนวนผู้เสียชีวิตมามากถึง 20 ราย โดยในจำนวนนี้ 13 รายเป็นพลเรือน ส่วนที่เหลือเป็นนักรบติดอาวุธฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลซีเรีย นอกจากนี้เอสโอเอชอาร์ยังคาดว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอีกเนื่องจากผู้บาดเจ็บหลายรายมีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ

ทั้งนี้ มัสยิด เซยีดา เซนาบ ถูกใช้เป็นแรงดึงดูาวมุสลิมชีอะห์ชาวอิรักและอัฟกันให้มาสมัครเป็นนักรบ ไปต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธมุสลิมสุหนี่ฝ่ายกบฏ ซึ่งหวังจะโค่นล้มรัฐบาลของประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด นอกจากนี้ พื้นที่ใกล้มัสยิดแห่งนี้ยังเป็นฐานที่มั่นสำคัญของกองกำลัง ‘ฮีซบอลเลาะห์’ จากเลบานอนที่เข้ามาช่วยประธานาธิบดีอัสซาด

 

จัดใหญ่อีกปี ‘เทศกาลไทย ณ เมืองเซนได’ ครั้งที่ 4 ปชช.ร่วมคึกคัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 มิ.ย. 2559 16:52

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/636707

 

สภาหอการค้าฯเมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น และเทศบาลเมืองเซนได เดินหน้าจัดงาน “เทศกาลไทย ณ เมืองเซนได” ยิ่งใหญ่อีกปีเป็นครั้งที่ 4 ชูอาหารและวัฒนธรรมเป็นงานประจำปีของเมือง บรรยากาศคึกคัก

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 59 นายบรรสาน บุนนาค เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น พร้อมด้วย นางยุพดี บุนนาค ภริยา เข้าร่วมพิธีเปิดงาน “เทศกาลไทย ณ เมืองเซนได ครั้งที่ 4” ที่สวนสาธารณะโคโตได เมืองเซนได โดยมี นางเอมิโกะ โอคุยะมะ นายกเทศมนตรีเมืองเซนได และ นายโทชิฮิโระ ชิมิสึ ประธานคณะกรรมการจัดงานเทศกาลไทย ณ เมืองเซนได ในฐานะผู้จัดงานหลัก และบุคคลจากหน่วยงานต่างๆ ของเมืองเซนได และ จ.มิยากิ เข้าร่วมพิธีเปิด


ร่วมกันตัดริบบิ้นเปิดงาน “เทศกาลไทย ณ เมืองเซนได”

สำหรับงาน “เทศกาลไทย ณ เมืองเซนได” จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 5-6 ต.ค. 2556 โดยความริเริ่มของเทศบาลเมืองเซนได และสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมเมืองเซนได เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับเมืองเซนได โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในโอกาสที่สายการบินไทย ได้เริ่มเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ-เมืองเซนได เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2556 และงานเทศกาลไทยดังกล่าวถือเป็นการจัดงานเทศกาลไทยครั้งแรกในภูมิภาคโตโฮกุ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น) ทั้งนี้ แม้ว่าการบินไทย จะได้ระงับเที่ยวบินตรงเส้นทางกรุงเทพฯ-เซนได เมื่อปลายเดือน มี.ค. 2557 แต่สภาหอการค้าฯ เซนได และเทศบาลเมืองเซนได ยังประสงค์จะเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดงานเทศกาลไทย ณ เมืองเซนได อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เป็นงานประจำปีของเมือง


นายบรรสาน บุนนาค ออท. ณ กรุงโตเกียว แนะนำให้ นางเอมิโกะ โอคุยามะ นายกเทศมนตรีเมืองเซนได ชิมอาหารไทย

ส่วนการจัดงานในปีนี้เป็นครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 11-12 มิ.ย. 2559 โดยได้รับความร่วมมือจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สนง.โตเกียว, จ.มิยากิ ภายในงานมีการออกคูหาของร้านอาหารไทย เครื่องดื่มไทย สินค้าและบริการของไทย รวม 42 คูหา และมีการแสดงบนเวที เช่น มวยไทย นาฏศิลป์ไทย การแสดงของศิลปินญี่ปุ่น และศิลปินจากไทย ได้แก่ ณัฐ ศักดาธร และ ต้อล วันธงชัย อินทรวัตร แชมป์และรองแชมป์จากรายการ Academy Fantasia ปีที่ 4 สังกัด Music Cream และ GMM TV โดยมีสถานเอกอัครราชทูตฯ และสายการบินไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ ร่วมให้การสนับสนุนคณะผู้จัดงานฯ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานในทั้ง 2 วันรวม 50,000 คน


ประชาชนเข้าร่วมเทศกาลคึกคัก

ชาวญี่ปุ่น ขอถ่ายภาพกับเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานปีนี้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ได้จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา หรือ 7 รอบ โดยมีการเผยแพร่พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ อีกทั้งมีการเชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมงานร่วมลงนามถวายพระพร และแนะนำมะม่วงพันธุ์เขียวเสวย และพันธุ์โชคอนันต์ ซึ่งเพิ่งได้รับอนุญาตจากรัฐบาลญี่ปุ่น ให้นำเข้าจากไทยเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ลิ้มลองอีกด้วย.

 

งูพิษกัดแม่ลูกอ่อน ลูกน้อยพลอยตาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 มิ.ย. 2559 10:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/635260

 

เกิดโศกนาฏกรรมอันสะเทือนใจ อย่างไม่น่าจะเป็นไปได้ เมื่อแม่ลูกอ่อนกับทารกชายวัยขวบครึ่ง ต้องพากันสิ้นชีวิตลงด้วยกันทั้งคู่อย่างไม่คาดฝัน ชั่วแต่เพียงมารดาถูกงูพิษตัวหนึ่งกัดฝังเขี้ยวที่เท้าขณะนอนหลับ

เหตุอันน่าเศร้าใจนี้ บังเอิญเกิดขึ้นที่แคว้นอนันต์ปุระ เมื่อนางจันทรกาน อายุ 28 ปี กำลังนอนหลับสนิทอยู่กับสามีและลูกน้อย ขณะนอนอยู่กลางดึก มีน้ำลายฟูมปากด้วยกัน รีบนำส่งโรงพยาบาล แต่ปรากฏว่าผู้เป็นแม่ตายลง หลังจากถึงไม่นาน ส่วนลูกได้ถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลใหญ่ ซึ่งมีเครื่องไม้เครื่องมือครบครันกว่า แต่ก็ยังสิ้นใจตามไปอีกคนหนึ่งจากพิษงู แพทย์สงสัยว่าพิษงูได้แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายของผู้เป็นแม่แล้ว จึงทำให้น้ำนมพลอยมีพิษไปด้วย ทั้งๆที่เกือบจะเป็นเรื่องปกติของชาวชนบทแคว้นนั้นถูกงูกัดตาย แต่ก็นับว่าเพิ่งเป็นครั้งแรกที่ ปรากฏว่าลูกน้อยต้องตายตามแม่ไปด้วย เพราะแม่ถูกงูกัด เป็นเรื่องน่าเป็นห่วงว่า หลายหมู่บ้านในแคว้นนั้นไม่มีเซรุ่มแก้พิษงูกันเลย ผู้เคราะห์ร้ายส่วนใหญ่มักจะสิ้นใจเสียก่อนที่จะไปถึงโรงพยาบาลใหญ่ๆที่อยู่ในเมือง.

 

มะเร็งคร่าคนเอเชีย มากท่ีสุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 มิ.ย. 2559 08:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/635252

 

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็งทั่วโลก ได้นัดกันประชุมปรึกษาหารือกันขึ้น ที่ประเทศอินเดีย ด้วยเหตุที่ว่า ผู้ป่วยมะเร็งส่วนใหญ่มากถึงร้อยละ 60 ล้วนแต่เป็นคนเอเชีย

นอกจากจะแลกเปลี่ยนความรู้ ในเรื่องโรคมะเร็งที่พบใหม่ๆ กันแล้ว หมอเหล่านั้นยังจะได้เปิดเผยถึงอุปกรณ์ในการรักษาโรคมะเร็ง ในระหว่างการประชุมกันเป็นเวลา 3 วันด้วย แพทย์ที่เข้าประชุมมาจากประเทศถึง 38 ชาติ

นายกแพทยสมาคมโรคมะเร็งของจีน ก็ได้ประกาศว่าเราจะนำความก้าวหน้าของจีนในการค้นคว้าโรคมะเร็งไปแบ่งปันแก่ชาติเอเชียทั้งหลายให้หมด และเราก็จะถือโอกาสปรึกษาหารือ เพื่อที่จะสกัดกั้นโรคมะเร็งในจีน ซึ่งเป็นชาติที่มีผู้ป่วยมากมายเหมือนกัน.

 

ญี่ปุ่นโวย! เรือรบจีน-รัสเซียเข้าหมู่เกาะพิพาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 มิ.ย. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/635644

 

(ภาพ: REUTERS)

รัฐบาลญี่ปุ่นแถลงเมื่อ 9 มิ.ย.ว่า เรือพิฆาตติดขีปนาวุธ “เซโตะกิริ” ของญี่ปุ่น พบเรือรบชั้นฟริเกตของจีน ชื่อ “เจียงไค” ระวางขับน้ำ 3,963 ตัน แล่นเข้าใกล้เขตรอบหมู่เกาะ “เซนกากุ” หรือที่จีนเรียก “เตี้ยวหวี” ในทะเลจีนตะวันออก ซึ่งญี่ปุ่นและจีนต่างอ้างกรรมสิทธิ์ เมื่อเวลา 00.50 น. เช้าวันที่ 9 มิ.ย. เวลาท้องถิ่น ก่อนแล่นจากไปในเวลา 03.10 น. และยังพบเรือรบรัสเซียอีก 3 ลำ แล่นเข้าไปในบริเวณดังกล่าวในเวลาไล่เลี่ยกัน ตั้งแต่ 21.50 น.วันที่ 8 มิ.ย. ก่อนแล่นจากไปในเวลา 03.05 น. วันที่ 9 มิ.ย.

แม้เรือพิทักษ์ชายฝั่งของญี่ปุ่นจะลาดตระเวนบริเวณดังกล่าวเป็นกิจวัตร แต่นับเป็นครั้งแรกที่ตรวจพบเรือรบจีนที่นั่น ด้านนายอากิตากะ ซาอิกิ รมช.ต่างประเทศญี่ปุ่น เรียกนายเฉิง หยงหัว เอกอัครราชทูตจีนประจำญี่ปุ่นเข้าพบเพื่อยื่นประท้วง แต่นายเฉิงอ้างว่าเรือฟริเกตของจีนได้รับอนุญาตให้เข้าไปในน่านน้ำดังกล่าว ส่วนนายโยชิฮิเดะ ซูกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น จัดแถลงข่าวแสดงความวิตกกังวลอย่างสูง และตำหนิจีนที่ทำให้ความตึงเครียดในภูมิภาคทวีขึ้น และญี่ปุ่นจะหารือกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด ขณะที่นายเกน นากาตานิ รมว.กลาโหมญี่ปุ่น แถลงขณะเยือนไทยว่าญี่ปุ่นจะรับมือกับเรื่องนี้อย่างสงบรอบคอบเพื่อไม่ให้สถานการณ์แย่ลงโดยไม่จำเป็น

ด้านกระทรวงกลาโหมจีนแถลงว่า กำลังตรวจสอบเรื่องนี้ และว่ากองทัพเรือจีนมีสิทธิ์ทุกประการที่จะปฏิบัติการในน่านน้ำของตน การที่เรือรบจีนแล่นเข้าไปในน่านน้ำที่จีนมีขอบเขตอำนาจนั้นชอบด้วยเหตุผลและกฎหมาย ประเทศอื่นไม่มีสิทธิ์พูดโดยไม่ยั้งคิดในเรื่องนี้ ส่วนนายโคลิน วิลเลตต์ รองผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกเผยว่ารู้เรื่องนี้แล้ว และกำลังขอรายละเอียดจากญี่ปุ่นก่อนให้ความเห็นใดๆ

นายซูกะยังเผยว่า ญี่ปุ่นกำลังสอบสวนว่าการเข้ามาของเรือรบจีนและรัสเซียเกี่ยวข้องกันหรือไม่ โดยญี่ปุ่นกับรัสเซียก็มีกรณีพิพาทแย่งชิงหมู่เกาะคูริล ซึ่งรัสเซียยึดไปหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 การกระทบกระทั่งกันครั้งนี้ยังมีขึ้นขณะที่ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และอินเดีย เตรียมซ้อมรบทางทะเลครั้งใหญ่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ภายใต้ปฏิบัติการ “มาลาบาร์” เริ่มตั้งแต่ 10 มิ.ย. และมีขึ้นขณะที่ความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ซึ่งจีนกับหลายชาติในอาเซียนและไต้หวันแย่งกันครอบครองทวีขึ้นเช่นกัน อนึ่ง หมู่เกาะเซนกากุหรือเตี้ยวหวีมีความสำคัญ เพราะอยู่ใกล้เส้นทางเดินเรือ เป็นแหล่งสัตว์น้ำชุกชุม อีกทั้งอยู่ใกล้พื้นที่ซึ่งเชื่อว่ามีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และในปี 2555 ความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่น เลวร้ายลง หลังรัฐบาลญี่ปุ่นซื้อหมู่เกาะเซนกากุจากเอกชนญี่ปุ่น.

 

ผวา! กราดยิงใน ‘เทลอาวีฟ’ ดับ 3 ศพ มือปืน 2 คนโดนรวบหมด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มิ.ย. 2559 06:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/634960

 

(ภาพ: REUTERS)

เกิดเหตุกราดยิงผู้คนที่ตลาดกลางแจ้งยอดนิยมแห่งหนึ่ง ในเมืองเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ และบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง ส่วนคนร้ายซึ่งเชื่อว่ามี 2 คนถูกจับกุมตัวหมดแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุกราดยิงผู้คนที่ตลาดกลางแจ้งยอดนิยมแห่งหนึ่ง ในเมืองเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อคืนวันพุธที่ 8 มิ.ย. ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 6 คน ขณะที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ 2 คน

เหตุกราดยิงเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 21:00 น. ที่ ซาโรนา มาร์เก็ต ย่านร้านอาหาร, ภัตตาคารและคาเฟ่ ซึ่งเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและประชาชนท้องถิ่น และตั้งอยู่ฝั่งตรงถนนที่ตั้งอาคารกระทรวงกลาโหม และสำนักงานใหญ่ของกองทัพอิสราเอล


ความเสียหายภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งหลังคนร้ายก่อเหตุกราดยิง (ภาพ: REUTERS)

มิคกี โรเซนเฟลด์ โฆษกตำรวจอิสราเอลเปิดเผยในเบื้องต้นผ่านเว็บไซต์ ทวิตเตอร์ ว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ก่อการร้ายได้ 1 คนในที่เกิดเหตุ และกำลังตามล่าผู้ต้องสงสัยรายที่ 2 ก่อนในเวลาต่อมา เขาออกมาระบุว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวคนร้ายอีกคนได้แล้ว โดยไม่มีคนร้ายคนอื่นในพื้นที่ และขณะนี้ทั้งสองคนกำลังถูกสอบปากคำ คนร้ายที่ถูกจับตัวก่อนถูกยิงด้วย

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุตำรวจต้องอพยพผู้คนออกจาก ซาโรนา มาร์เก็ต เพื่อค้นหาวัตถุระเบิด เพื่อรับประกันว่าจะไม่เกิดอันตรายไปมากกว่านี้ ขณะที่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุของคนร้ายสองคนนี้