ไอซิสเหี้ยม! เผาทั้งเป็นหญิงเผ่า ‘ยาซิดี’ 19 ศพ ฐานไม่ยอมมีเซ็กซ์ด้วย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มิ.ย. 2559 00:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/634875

 

(ภาพ: heavy.com)

กลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม ประหารชีวิตเด็กหญิงชนกลุ่มน้อย ยาซิดี 19 คน ด้วยการเผาทั้งเป็น หลังจากพวกเธอไม่ยอมมีเพศสัมพันธ์กับนักรบของพวกเขา…

สำนักข่าว อารา นิวส์ (ARA News) ของประเทศซีเรีย รายงานว่า นักรบของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม ก่อเหตุประหารชีวิตเด็กหญิงชาวเผ่ายาซิดีที่ถูกจับมาเป็นทาสจำนวน 19 คน ด้วยการจับขังในกรงเหล็กก่อนจุดไฟเผาทั้งเป็น ที่เมืองโมซูล ทางเหนือของประเทศอิรัก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 มิ.ย.

นายอับดุลเลาะห์ อัล-มัลลา นักเคลื่อนไหวท้องถิ่นบอกกับ อารา นิวส์ ว่า หญิงกลุ่มนี้ถูกลงโทษฐานไม่ยอมมีเพศสัมพันธ์กับนักรบไอซิส ขณะที่พยานผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งระบุว่า พวกเธอถูกเผาทั้งเป็นโดยที่มีคนนับร้อยมองอยู่ แต่ไม่มีใครสามารถทำอะไรเพื่อช่วยเหลือพวกเธอจากการลงโทษอันโหดร้ายนี้ได้เลย

แนวร่วมของกลุ่มไอซิสยังได้เผยแพร่ภาพหญิงกลุ่มหนึ่งถูกขังอยู่ในกรงเหล็ก โดยอ้างว่าเป็นภาพก่อนที่เด็กหญิงชาวยาซิดีจะถูกเผาทั้งเป็น แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ชาวยาซิดี เป็นชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ในภาคเหนือของประเทศอิรัก มีความเชื่อทางศาสนาเก่าแก่ตั้งแต่ยุคก่อนอิสลาม อาศัยอยู่ในซีเรียและอิรัก อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือน ส.ค. ปี 2014 กลุ่มไอซิสโจมตีเมืองทางเหนือของอิรัก ทำให้ประชาชนจำนวนมากรวมทั้งชาวยาซิดีกลายเป็นผู้พลัดถิ่น ไอซิสยังจับชาวยาซิดีหลายพันคนไปเป็นทาส

เหตุการณ์ลักพาตัวชาวยาซิดีของกลุ่มไอซิสในครั้งนี้ เป็นชนวนกระตุ้นให้สหรัฐอเมริกา เริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในอิรัก เพื่อช่วยเหลือชาวยาซิดี.

 

โจมตีทางอากาศถล่มกบฏในอเลปโป โดน รพ.ด้วย ดับรวม 15 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มิ.ย. 2559 00:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/634863

 

ภาพความเสียหายในเขตชาร์ ทางตะวันออกของเมืองอเลปโป (ภาพ: AFP)

กองกำลังไม่ทราบฝ่ายดำเนินการโจมตีทางอากาศเขตที่ถูกฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรียควบคุม ในเมืองอเลปโป เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย โดยมีโรงพยาบาลแห่งหนึ่งถูกโจมตีด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 15 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก หลังเกิดการโจมตีทางอากาศหลายระลอกใส่เขตที่ฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรียครอบครอง ในเมืองอเลปโป เมื่อวันพุธ โดยการโจมตีครั้งหนึ่งถูกโรงพยาบาลบายาน ในเขตชาร์ ทางตะวันออกของเมืองนี้ด้วย

สมาคมแพทย์อิสระ องค์กรเพื่อมนุษยชนข้ามพรมแดนของซีเรีย ซึ่งให้การรักษาผู้คนในเมืองอเลปโป เปิดเผยผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่า การโจมตีทางอากาศครั้งหนึ่งถูกโรงพยาบาลเด็กที่พวกเขาบริหารอยู่ ทำลายอาคารไป 1 ชั้น ขณะที่กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรีย (เอสโอเอชอาร์) ระบุว่า ในกลุ่มผู้เสียชีวิตมีเด็กอยู่ด้วย

อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดำเนินการโจมตีทางอากาศดังกล่าว แต่ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา กองทัพรัฐบาลซีเรียพยายามโจมเพื่อยึดพื้นที่ในเมืองอเลปโปคืนจากฝ่ายกบฏ.

 

จีนจี้มะกันอย่าเลือกข้างในเหตุพิพาททะเลจีนใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 มิ.ย. 2559 05:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/634222

 

หยาง เจียฉี (ภาพ: AP)

การเจรจาทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจสหรัฐฯ-จีน ครั้งที่ 8 วันสุดท้ายที่กรุงปักกิ่งของจีนเมื่อ 7 มิ.ย. นายหยาง เจียฉี นักการทูตระดับสูงของจีนและมีตำแหน่งสูงกว่า รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่าจีนมีสิทธิ์ปกป้องอำนาจอธิปไตยและสิทธิ์ทางทะเล และเคารพสิทธิ์ทุกประเทศภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยเรื่องเสรีภาพการเดินเรือและการบินผ่าน และว่าข้อพิพาทต่างๆควรแก้ไขโดยฝ่ายที่เกี่ยวข้องผ่านการปรึกษาหารือกัน จีนหวังว่าสหรัฐฯจะไม่เลือกข้างและดำรงบทบาทสร้างสรรค์ในการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในทะเลจีนใต้

ขณะที่นายจอห์น แคร์รี รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯสนับสนุนการเจรจาและแนวทางสันติที่ตั้งอยู่บนหลักนิติรัฐเพื่อแก้ข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ที่จีนอ้างสิทธิครอบครองเกือบทั้งหมด โดยมีหลายชาติร่วมอ้างสิทธิ์รวมทั้งฟิลิปปินส์และเวียดนาม และว่าสหรัฐฯรู้สึกเป็นห่วงที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะกระทำการแต่ฝ่ายเดียวเพื่อเปลี่ยนแปลงสถานภาพปัจจุบันของพื้นที่พิพาท นายแคร์รีระบุด้วยว่าตน และนายหยางเน้นย้ำคำมั่นของรัฐบาลที่จะยึดมั่นในเสรีภาพการเดินเรือและการบินผ่าน

วันเดียวกัน นายแจ็ก ลูว์ รมว.คลังสหรัฐฯ แสดงความเป็นห่วงบรรยากาศการทำธุรกิจในจีน อันกระทบความเชื่อมั่นนักธุรกิจต่างชาติ เนื่องจากข้อกำหนดด้านสิ่งแวด-ล้อมที่ซับซ้อนและการออกกฎหมายด้านความมั่นคงของจีน ที่จำกัดการใช้เทคโนโลยีต่างชาติที่กลุ่มนักธุรกิจสหรัฐฯ มองว่ากฎระเบียบของจีนเอื้อต่อบริษัทท้องถิ่นมากกว่า.

 

มะกันคืนโบราณวัตถุหลายร้อยชิ้นมูลค่า 3.5 พันล้านบาทแก่อินเดีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มิ.ย. 2559 04:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/634182

 

(ภาพ: AP)

สหรัฐอเมริกามอบโบราณวัตถุจำนวนมากกว่า 200 ชิ้น มูลค่าเกินกว่า 3.5 พันล้านบาท ซึ่งถูกขโมยมาจากประเทศอินเดีย คืนแก่แดนภารตะแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐอเมริกาดำเนินการส่งคืนโบราณวัตถุกว่า 200 ชิ้น ที่ถูกขโมยไปจากโบราณสถานทางศาสนา และลักลอบขนออกมาจากประเทศอินเดีย กลับสู่มาตุภูมิแล้ว โดยโบราณวัตถุดังกล่าวรวมถึง รูปปั้นทางศาสนา, เครื่องปั้นดินเผาและเครื่องสัมฤทธิ์ บางชิ้นมีอายุมากกว่า 2,000 ปี

โบราณวัตถุดังกล่าวถูกส่งคืนแก่รัฐบาลอินเดียเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ในพิธีส่งมอบในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งนาง โลเรตตา ลีนช์ อัยการสูงสุดของสหรัฐฯ และนาย นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดียเข้าร่วมด้วย โดยนายโมดีกล่าวขอบคุณสหรัฐฯ ที่คืนสมบัติของชาติเหล่านี้กลับสู่บ้านที่แท้จริงของมัน


นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย มองวัตถุโบราณที่ถูกขโมยมาจากอินเดีย ในพิธีรับมอบที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. (ภาพ: AP)

ทั้งนี้ โบราณวัตถุเกือบทั้งหมดในที่ถูกส่งคืนครั้งนี้ ถูกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯยึดมาได้ในปฏิบัติการ ‘Hidden Idol’ โดยเป็นการสืบสวนที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2007 หลังจากเจ้าหน้าที่พิเศษของกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ ได้รับเบาะแสเกี่ยวกับการขนส่งลังสินค้าขนาดใหญ่ 7 ลังทางเรือ กำลังมุ่งหน้ามายังสหรัฐฯ ตามการเปิดเผยของกรมศุลกากรและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ

ลังสินค้าดังกล่าวติดป้ายไว้ว่า ชุดโต๊ะหินอ่อน แต่จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบโบราณวัตถุมากมาย และจากการสืบสวนเจ้าหน้าที่พบว่า สินค้าเหล่านี้ถูกนำเข้ามาโดยนาย สุพาช กาปูร์ เจ้าของห้องจัดแสดงศิลปะ ‘Art of the Past Gallery’ ในนครนิวยอร์ก เขายังทำเอกสารปลอมเพื่อปกปิดที่มาของโบราณวัตถุของเขาด้วย ทำให้นายกาปูร์ถูกจับกุมตัวเมื่อปี 2012 และขณะนี้กำลังถูกดำเนินคดีในอินเดีย

อนึ่ง นับตั้งแต่ปี 2007 สหรัฐฯ ได้คืนโบราณวัตถุจำนวนมากกว่า 8,000 ชิ้นคืนแก่ประเทศต่างๆ กว่า 30 ประเทศ รวมทั้งภาพศิลปะจากฝรั่งเศส, เยอรมนี, โปแลนด์ และออสเตรีย เอกสารโบราณยุคศตวรรษที่ 15-18 จากอิตาลีและเปรู รวมทั้งสิ่งประดิษทางวัฒนธรรมจากจีน, กัมพูชา และอิรัก.

 

‘ไอซิส’ ประหารนักรบตัวเอง 21 คน สงสัยเป็นสายลับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มิ.ย. 2559 00:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/634128

 

(ภาพ: AP)

กลุ่มรัฐอิสลาม ประหารนักรบของตัวเอง 21 คน ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลังจากสงสัยว่ามีสายลับแฝงตัวอยู่ นำไปสู่การตายของผู้บัญชาการระดับสูงของกลุ่ม…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม (ไอซิส) ดำเนินการประหารชีวิตนักรบในกลุ่มจำนวน 21 คน ฐานต้องสงสัยเป็นสายลับ หลังจากมีผู้บัญชาการระดับสูงของไอซิสคนหนึ่งถูกสังหาร ตามการเปิดเผยของ กลุ่มสังเกตการเพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรีย (เอสโอเอชอาร์)

เอสโอเอชอาร์ ระบุว่า หลังจากนาย อาบู เฮย์จา อัล-ตูนิซี ผู้บัญชาการระดับสูงของไอซิส ถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศของกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมา กลุ่มไอซิสก็เริ่มสงสัยว่ามีสายลับอยู่ในหมู่พวกเขา

“ไอซิสประหารชีวิตคนของตัวเอง โดยกล่าวหาคนเหล่านั้นว่าติดต่อกับกองกำลังพันธมิตรนานาชาติ” นายรามี อับดุลเราะห์มาน หัวหน้าของเอสโอเอชอาร์กล่าว “การประหารดังกล่าวเกิดขึ้นในเดือน เม.ย. และ พ.ค. โดยมีความเชื่อมโยงกับการสังหารนาย อาบู เฮย์จา อัล-ตูนิซี”

นายอับดุลเราะห์มาน ระบุด้วยว่า นักรบไอซิสบางคนให้ข้อมูลแก่กองกำลังพันธมิตรเนื่องจากต้องการเงิน หลังจากกลุ่มไอซิสถูกโจมตีอย่างหนักจนสูญเสียรายได้มากมายในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จนต้องลดเงินเดือนนักรบลง “นักรบไอซิสไม่เชื่อใจบรรดาแกนนำของตัวเอง และเป็นไปได้ว่ามีหน่วยเล็กในกลุ่มไอซิส ที่เป็นพวกเดียวกับหน่วยงานข่าวกรองระหว่างประเทศ”.

 

‘ผมยกโทษให้ เพราะพ่อเป็นพ่อที่ดี’! ชายญี่ปุ่นซึ้งใจ ลูกชายหลงป่าให้อภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 มิ.ย. 2559 15:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/633851

 

พ่อของด.ช.ยามาโตะ ทาโนะโอะกะ เด็กชายญี่ปุ่นวัย 7 ขวบหลงป่า เผย ใจ‘ใสๆ’ ของลูกชาย บอกยกโทษให้พ่อ เพราะพ่อเป็นพ่อที่ดี แม้ต้องเผชิญสถานการณ์เลวร้ายน่ากลัว ไม่มีอาหารกิน และไม่เจอใครในป่าเลยตลอด 6 วัน

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.59 สำนักข่าวบีบีซี รายงาน นายทากายูกิ ทาโนะโอะกะ ชายญี่ปุ่นวัย 44 ปี ซึ่งเป็นบิดา ของเด็กชายยามาโตะ ทาโนะโอะกะ เด็กชายชาวญี่ปุ่นที่หลงป่าในเขตจังหวัดฮอกไกโด นานถึง 6 คืน เปิดใจให้สัมภาษณ์กับนักข่าวของสถานีโทรทัศน์ TBS ซึ่งออกอากาศไปเมื่อวันจันทร์ที่ 6 มิ.ย.ถึงลูกชายวัย 7 ขวบ ที่ต้องเผชิญกับช่วงเวลาน่ากลัว อยู่คนเดียวกลางป่า ไม่มีอาหารกิน และต้องนอนในอาคารของค่ายทหารที่มืดมิดกลางป่า ว่า บุตรชายได้พูดยกโทษให้พ่อ ถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น

นายทาโนะโอะกะ เปิดเผยว่า ตนได้พูดกับลูกชายว่า ‘พ่อทำให้ลูกต้องพบกับช่วงเวลาเลวร้าย พ่อเสียใจนะลูก’ โดยลูกชายได้ตอบกลับมาว่า พ่อครับ พ่อเป็นพ่อที่ดี ผมยกโทษให้พ่อครับ


นายทากายูกิ ทาโนะโอะกะพาลูกชาย ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.59

ทั้งนี้ นายทาโนะโอกะ ได้ทำโทษลูกชายที่ไปขว้างก้อนหินใส่รถคันอื่นด้วยการให้ลงจากรถยนต์ ก่อนที่เขาจะกลับมารับในอีกไม่กี่นาทีต่อมา แต่ไม่พบลูกแล้ว ตั้งแต่ 28 พ.ค.59 จนเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก ทางการญี่ปุ่นต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และมีอาสาสมัครกว่า 200 คนร่วมกันช่วยค้นหาเด็กชาย ก่อนในที่สุด ทหารจะไปเจอเด็กชายอยู่ในอาคารหลังหนึ่งของค่ายทหาร กลางป่าในเขตจังหวัดฮอกไกโด ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยเด็กชายปลอดภัยดี เพียงแต่มีอาการอ่อนเพลีย

บีบีซี แจ้งว่า เด็กชายยามาโตะ ซึ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในเมืองฮาโกดาเตะทันทีหลังทหารพบตัว และสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ในวันอังคารที่ 7 มิ.ย.นี้ โดยจากรายงานของ นสพ.ไมนิจิ ระบุว่า เด็กชายยามาโตะ ได้เดินร้องไห้ ขณะหลงป่านานถึง 5 ชั่วโมง ก่อนจะมาเจอค่ายทหารกลางป่า ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่พ่อทิ้งให้ลงจากรถประมาณ 5.5 กม. โดยเด็กชายไม่เจอใครเลย และดื่มน้ำก๊อกด้านนอกอาคารประทังชีวิต ไม่ได้กินอาหารเลยตลอด 6 วัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เผย ด.ช.ญี่ปุ่น รอดตาย! กินน้ำก๊อกประทังชีวิต หลงป่า 6 คืนก่อนทหารมาเจอ

 

เอกอัครราชทูตจีนประจำไทย เรียกร้องอาเซียนร่วมรักษาความมั่นคงทะเลจีนใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 มิ.ย. 2559 11:58

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/633667

 

เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เขียนบทความชี้แจง กรณีข้อพิพาทแย่งชิงหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ ที่กำลังทวีความร้อนระอุมากขึ้น เรียกร้องให้จีนและอาเซียนควรร่วมมือกันรักษาสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค ชี้ปัญหาทะเลจีนใต้ถูกปั่นกระแสอย่างเอิกเกริก และสื่อบางแห่งพุ่งเป้าโจมตีจีน

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 59 ฯพณฯ หนิง ฟู่ ขุย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เขียนบทความ เรื่อง ‘จีนและประเทศอาเซียนควรร่วมมือพิทักษ์สันติภาพและความมั่นคงของทะเลจีนใต้’ ชี้ให้ตระหนักถึงความสำคัญ ที่จีนและประเทศในอาเซียน ควรร่วมมือกันรักษาสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค โดยเฉพาะทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นช่องทางคมนาคมอันสำคัญ เชื่อมต่อสู่มหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในทะเลจีนใต้ที่กำลังทวีสูงขึ้น

* จีนและประเทศอาเซียนควรร่วมมือพิทักษ์สันติภาพและความมั่นคงของทะเลจีนใต้

ทะเลจีนใต้เป็นช่องทางคมนาคมอันสำคัญที่เชื่อมต่อมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย และก็เป็นสายสัมพันธ์อันสำคัญในการเชื่อมต่อประเทศจีนและบรรดาประเทศอาเซียน ประเทศจีนจักพิทักษ์อธิปไตยเหนือดินแดนและสิทธิประโยชน์ที่ชอบธรรมของตนในทะเลจีนใต้ ขณะเดียวกัน ประเทศจีนให้ความสำคัญอย่างสูงในการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านและจัดการแก้ไขปัญหาทะเลจีนใต้อย่างรอบคอบ ในช่วงเวลาอันใกล้ที่ผ่านมา ปัญหาทะเลจีนใต้ถูกปั่นกระแสอย่างเอิกเกริก บางประเทศและบางสื่อพุ่งเป้ามาที่ประเทศจีน เห็นผิดเป็นชอบ กลับขาวเป็นดำ ทำให้ปัญหาทะเลจีนใต้ทวีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ข้าพเจ้ายินดีที่จะใช้โอกาสนี้ ชี้แจงประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวกับทะเลจีนใต้ และอธิบายจุดยืนที่ประเทศจีนได้ยึดถือมาโดยตลอด

1. ความเป็นมาของปัญหาทะเลจีนใต้

อำนาจอธิปไตยและสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องในทะเลจีนใต้ของประเทศจีนนั้น ก่อเกิดขึ้นท่ามกลางประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และทางกฎหมายมากเพียงพอ ซึ่งรัฐบาลจีนทุกยุคทุกสมัยได้ยึดถือโดยตลอด เกาะต่างๆ ในทะเลจีนใต้เป็นดินแดนของประเทศจีนตั้งแต่โบราณกาล ประชาชนจีนได้ค้นพบ ตั้งชื่อและพัฒนาเกาะต่างๆ ในทะเลจีนใต้ก่อนชาติอื่น รัฐบาลจีนได้ใช้อำนาจบริหารต่อเกาะต่างๆ ในทะเลจีนใต้อย่างสันติ มีประสิทธิภาพและอย่างต่อเนื่องก่อนประเทศอื่น

หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง ประเทศญี่ปุ่นได้ปฏิบัติข้อตกลงตามปฏิญญากรุงไคโรและแถลงการณ์พอทสดัม คืนดินแดนจีนที่ได้ยึดครองไว้ให้กับประเทศจีน ซึ่งรวมทั้งหมู่เกาะหนันซาด้วย ประเทศจีนได้หมู่เกาะหนันซาคืนมาและมีการเรียบเรียงตั้งชื่อ ประกาศแผนที่ กำหนดเขตบริหาร และตั้งทหารประจำการ ฯลฯ ประกาศอำนาจอธิปไตยและเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหาร ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1970 เป็นต้นมา ประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศเริ่มเรียกร้องสิทธิ์ครองดินแดนเกาะและโขดหินในหมู่เกาะหนันซา และทยอยใช้กำลังยึดเกาะและโขดหินในหมู่เกาะหนันซา นี่คือความเป็นมาของข้อพิพาทหมู่เกาะหนันซา

สำหรับข้อพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้านในอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนนั้น ประเทศจีนได้ใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างมาก ในฐานะเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ ฝ่ายจีนมีท่าทีชัดเจนในปัญหาทะเลจีนใต้ ซึ่งก็คือคัดค้านการใช้กำลังทหารหรือคุกคามด้วยกำลังทหาร ยืนหยัดในการแก้ไขข้อพิพาทด้วยการเจรจาหารืออย่างสันติและเท่าเทียมกัน พิทักษ์สันติภาพและความมั่นคงของทะเลจีนใต้ด้วยความร่วมมือและการเจรจาจนกว่าปัญหาทะเลจีนใต้ได้รับแก้ไข ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1980 เป็นต้นมา โดยการเสนอและผลักดันจากฝ่ายจีน ประเทศจีนได้ประสานกับประเทศอ้างสิทธิ์ในทะเลจีนใต้อย่างเป็นมิตร สร้างกลไกสนทนาและการแลกเปลี่ยนในประเด็นทะเลจีนใต้ ดำเนินความร่วมมือเชิงรูปธรรมทางทะเล ได้แสดงความปรารถนาดีและความจริงใจในการรักษาความสัมพันธ์ฉันมิตร และพิทักษ์สันติภาพและความมั่นคงของทะเลจีนใต้


2. ประเทศจีนเป็นผู้ปฏิบัติและผู้พิทักษ์กฎหมายระหว่างประเทศ

มีบางคนกล่าวว่าประเทศจีนยืนยันอำนาจอธิปไตยเหนือทะเลจีนใต้ทั้งหมด และต้องการเอาทะเลจีนใต้กลายเป็นทะเลสาบปิดของตน ซึ่งไม่เป็นความจริง ประเทศจีนยืนยันอำนาจอธิปไตยเหนือหมู่เกาะหนันซาและน่านน้ำในบริเวณนั้น แต่ไม่ใช่ทะเลจีนใต้ทั้งหมด ฝ่ายจีนยืนยันที่จะแก้ไขปัญหาข้อพิพาทด้วยการเจรจา โดยยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศและบนพื้นฐานของการเคารพความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์

ปี 2013 ประเทศฟิลิปปินส์ได้ยื่นคำขอโดยฝ่ายเดียวให้ศาลใช้อำนาจอนุญาโตตุลาการในปัญหาทะเลจีนใต้ ซึ่งแก่นแท้ที่ฟิลิปปินส์เรียกร้องคือปัญหาเกี่ยวกับอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนและปักปันเขตแดนทางทะเล อำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนไม่อยู่ในขอบเขตอำนาจของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล และฝ่ายจีนได้ออกแถลงการณ์ยกเว้นตามมาตรา 298 ของอนุสัญญาฯ ในปี 2006 โดยระบุว่าข้อพิพาทที่เกี่ยวกับการปักปันเขตแดนทางทะเล อ่าวทางประวัติศาสตร์หรือสิทธิครอบครอง การปฏิบัติการทางทหารและทางกฎหมาย จะไม่อยู่ในขอบเขตการแก้ไขปัญหาตามอนุสัญญาฯ

เรื่องที่ขอชี้แจงเพิ่มเติมก็คือ ขณะนี้ มีประเทศต่าง ๆ 30 กว่าประเทศรวมทั้งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ยกเว้นในลักษณะใกล้เคียงกัน เพราะฉะนั้น ที่ฝ่ายจีนไม่เข้าร่วม ไม่ยอมรับคดีอนุญาโตตุลาการในทะเลจีนใต้ที่ฟิลิปปินส์ยื่นฟ้องนั้น สอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ว่าศาลจะตัดสินอย่างไร ฝ่ายจีนก็จะไม่ยอมรับ

3. เจรจาหารือเป็นหนทางในที่สุด พัฒนาร่วมกันเป็นทางออกที่ยึดความเป็นจริง

ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1950 เป็นต้นมา ประเทศจีนได้ลงนามในสนธิสัญญาชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 12 ประเทศในทั้งหมด 14 ประเทศที่มีชายแดนติดกัน ได้มีการปักปันเขตแดน และรังวัดพรมแดนยาวถึง 20,000 กว่ากิโลเมตร ประเทศจีนได้เจรจากับประเทศเวียดนามนานถึง 20 กว่าปี ในที่สุดก็มีการปักปันเขตแดนทางทะเลในอ่าว เป่ย ปู้ ทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์ทางการทูตอันสำเร็จที่ประเทศจีนแก้ไขข้อพิพาทเหนือดินแดนด้วยการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน

ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1980 เป็นต้นมา ประเทศจีนได้รณรงค์พัฒนาร่วมกันในทะเลจีนใต้ และได้หารือกับประเทศเวียดนาม ฟิลิปปินส์ บรูไน อย่างเป็นรูปธรรม บริษัทน้ำมันของจีน เวียดนามและฟิลิปปินส์ได้ลงนามในข้อตกลงว่าด้วยการทำงานด้านแผ่นดินไหวทางทะเลร่วมกัน ผลักดันพัฒนาทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติร่วมกัน เมื่อเดือนธันวาคมปี 2015 จีนและเวียดนามได้ประกาศเริ่มการทำงานในการสำรวจน่านน้ำนอกปากอ่าวเป่ย ปู้ และงานดังกล่าวจะเสร็จสิ้นเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานสู่การปักปันเขตแดนและพัฒนาร่วมกันในน่านน้ำระหว่างจีนกับเวียดนาม

กรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ขอให้ประเทศคู่กรณีตั้งเจตนาเอาไว้ ปัญหาอ่อนไหวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทเหนือดินแดน การปักปันเขตแดนทางทะเลนั้น ก็จักได้รับการแก้ไขด้วยวิธีการเจรจาหารือประเทศจีนจักยืนหยัดท่าทีที่เน้นรูปธรรม ร่วมมือกับประเทศที่เกี่ยวข้อง ผลักดันการพัฒนาร่วมกัน ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรด้วยกัน บรรลุซึ่งอำนวยประโยชน์แก่กันและชนะด้วยกัน และปูพื้นฐานทางเศรษฐกิจเพื่อให้ทะเลจีนใต้มีความมั่นคงอย่างยั่งยืน

4. ประเทศจีนมีความตั้งใจแน่วแน่ในการพิทักษ์เสรีภาพในการเดินเรือและการบิน การพัฒนาเกาะโขดหินของฝ่ายจีนไม่ใช่ขยายแสนยานุภาพ

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เรือรบและเครื่องบินรบบางประเทศใช้เสรีภาพในการเดินเรือและการบินเป็นข้ออ้าง เข้าใกล้หรือแม้กระทั่งเข้าไปในบริเวณน่านน้ำ น่านฟ้าของเกาะโขดหินของประเทศจีน เพื่อดำเนินการการยั่วยุทางทหารที่อันตราย บางประเทศเสริมความแข็งแกร่งการทหารในภูมิภาคนี้ โดยอ้างว่าประเทศจีนพัฒนาเกาะโขดหินเพื่อขยายแสนยานุภาพ (Militarization)

ประเทศจีนยินดีร่วมมือกับประเทศต่างๆ ตามชายฝั่ง เพื่อพิทักษ์เสรีภาพในการเดินเรือ การบินตามสิทธิ์พึงมีตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างแน่วแน่ ขณะเดียวกัน ประเทศต่างๆ ก็มีสิทธิและเสรีภาพในการเดินเรือและการบินตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมทั้งอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล แต่ต้องเคารพอำนาจอธิปไตย สิทธิอธิปไตยและความปลอดภัยของประเทศชายฝั่งด้วย ฝ่ายจีนคัดค้านบางประเทศที่ส่งเรือรบเข้าไปในน่านน้ำของประเทศอื่น เพื่อสอดแนมอย่างเข้มข้นในระยะใกล้ โดยใช้เสรีภาพในการเดินเรือและการบินเป็นข้ออ้าง

ประเทศจีนไม่ใช่ประเทศแรกที่มีการพัฒนาเกาะโขดหินในหมู่เกาะหนัน ซา ประเทศอ้างสิทธิที่เกี่ยวข้องเริ่มก่อสร้างก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว และได้สร้างสนามบินและท่าเรือเพื่อการทหารด้วย ความเป็นจริงก็คือ ชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในเกาะและโขดหินของประเทศจีนนั้นยากลำบากที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่น วัตถุประสงค์ดั้งเดิมในการพัฒนาเกาะและหินโขดของจีนคือปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ให้ดีขึ้น และสร้างอุปกร์ที่อำนวยความสะดวกแก่พลเรือน ทุกประเทศย่อมมีสิทธิในการคุ้มครองและป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศมอบไว้ การสร้างอุปกรณ์ป้องกันตนเองที่จำเป็นในเกาะและโขดหินในหมู่เกาะหนันซานั้น ก็เพื่อป้องกันความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ประเทศจีนที่ปฏิบัติหน้าที่ ไม่มีปัญหาขยายแสนยานุภาพอย่างที่ถูกกล่าวหา

5. การพิทักษ์สันติภาพและความมั่นคงในทะเลจีนใต้สอดคล้องผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศจีนและประเทศอาเซียน

หลายปีที่ผ่านมา ประเทศจีนและประเทศอาเซียนได้รักษาการพัฒนาและความเจริญรุ่งเรือง ซึ่งเป็นผลที่มาจากภาวะแวดล้อมที่สันติและมีความมั่นคงในภูมิภาค ถ้าสถานการณ์ในทะเลจีนใต้ไร้เสถียรภาพก็จะส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของทุกประเทศที่อยู่ในภูมิภาคนี้ ประเทศจีนและอาเซียนเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญต่อกัน ความสัมพันธ์จีน-อาเซียนไม่ควรและไม่สามารถได้รับความเสียหายจากปัญหาทะเลจีนใต้

เมื่อปี 2002 ประเทศจีนและประเทศอาเซียนได้ลงนามใน ปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ ซึ่งมีสาระสำคัญที่สุดก็คือ ประเทศคู่กรณีจะแก้ไขข้อพิพาทด้วยการเจรจา ประเทศจีนและประเทศอาเซียนเห็นด้วยที่จะรักษาความอดทนอดกลั้น เสริมสร้างความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมทางทะเล ปรึกษาหารือในการจัดทำ แนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ พิทักษ์สันติภาพและความมั่นคงในทะเลจีนใต้ นี่เป็นเอกสารทางการเมืองฉบับแรกที่ประเทศจีนและประเทศอาเซียนได้ลงนามเกี่ยวกับปัญหาทะเลจีนใต้ และเป็นกติกาสำคัญที่สุดที่มีอยู่ในปัจจุบัน เป็นฐานสำคัญสำหรับสันติภาพและความมั่นคงของทะเลจีนใต้ ตั้งแต่มีการลงนามในปฏิญญาฯ ประเทศจีนและประเทศอาเซียนได้มีการหารือสนทนา มีความร่วมมือทางทะเล เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และบรรลุความเข้าใจตรงกัน

ภายใต้สถานการณ์ใหม่ ประเทศจีนและประเทศอาเซียนควรคำนึงถึงผลประโยชน์ขั้นพื้นฐานของตนเอง ยึดถือแนวทาง Dual Track ที่ประเทศอาเซียนริเริ่มและฝ่ายจีนเห็นชอบ (ซึ่งได้แก่ข้อพิพาทหมู่เกาะหนันซาควรให้ประเทศที่เกี่ยวข้องโดยตรงเจรจาหารือเพื่อแก้ไข ประเทศจีนและประเทศอาเซียนควรร่วมกันพิทักษ์สันติภาพและความมั่นคงของทะเลจีนใต้) ร่วมมือกันอย่างจริงใจต่อไป ให้การปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้และหารือจัดทำแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้เป็นเวทีหลักในการพิทักษ์สันติภาพและความมั่นคงของทะเลจีนใต้ ภายใต้กรอบการปฏิบัติตามปฏิญญาฯ อย่างทั่วด้านและมีประสิทธิผล เสริมสร้างร่วมมือที่เป็นรูปธรรม และบรรลุแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้โดยเร็วบนพื้นฐานการหารืออย่างเป็นฉันทามติ เพื่อเป็นการปูพื้นฐานที่แข็งแกร่งแห่งความเจริญรุ่งเรืองของจีนและประเทศอาเซียนอย่างยั่งยืน

ประเทศไทยเป็นสมาชิกสำคัญของอาเซียน ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอยากเห็นประเทศไทยยึดถือจุดยืนที่เป็นธรรมและหลักความเป็นจริงในปัญหาทะเลจีนใต้ สร้างคุณูปการในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างจีนและประเทศอาเซียนในการแก้ไขปัญหาทะเลจีนใต้ พิทักษ์สันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค ส่งเสริมความร่วมมือและการพัฒนาของภูมิภาค และรักษาการพัฒนาอย่างยั่งยืนของความสัมพันธ์จีน-อาเซียน

 

บินรบซีเรีย-รัสเซีย โจมตีโดนตลาด ดับ 17 ศพ เป็นเด็กอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 มิ.ย. 2559 01:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/633324

(ภาพ: AFP)

เครื่องบินรบของซีเรียและรัสเซีย โจมตีทางอากาศที่จังหวัดในภาคตะวันออกของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 17 ศพ กว่าครึ่งเป็นเด็ก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน อ้างการเปิดเผยของ กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรีย (เอสโอเอชอาร์) ว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 6 มิ.ย. เครื่องบินรบของประเทศซีเรียและรัสเซีย โจมตีทางอากาศที่ตลาดในเมือง อาชารา เมืองเอกของจังหวัด เดียร์ เอซ-ซอร์ ทางตะวันออกของซีเรีย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 17 ศพ ในจำนวนนี้เป็นเด็กถึง 8 ราย

เอสโอเอชอาร์ เผยด้วยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีครั้งนี้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ซีเรียและรัสเซียยังโจมตีทางอากาศในพื้นที่อื่นๆ ของจังหวัดเดียร์ เอซ-ซอร์ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ตกอยู่ในการควบคุมของกลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม (ไอซิส) ด้วย

ทั้งนี้ กองทัพรัฐบาลซีเรียเริ่มปฏิบัติการโจมตีต่อต้านกลุ่มไอซิสเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยเปิดฉากโจมตีจากจังหวัดฮามา ทางตะวันตก เพื่อรุกคืบไปยังจังหวัด รักกะ ฐานที่มั่นหลักของกลุ่มไอซิส ซึ่งมีอาณาเขตติดกับจังหวัดเดียร์ เอซ-ซอร์

 

สหรัฐฯ ห้ามทหารมะกันในญี่ปุ่นดื่มสุรา-ออกนอกฐาน ป้องกันเหตุฉาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 มิ.ย. 2559 00:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/633299

 

ฐานทัพสหรัฐฯ ในจังหวัดโอกินาวา (ภาพ: REUTERS)

กองทัพเรือสหรัฐฯ ออกคำสั่งห้ามทหารเรืออเมริกันในประเทศญี่ปุ่นดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งออกจากฐานทัพโดยไม่จำเป็น หลังจากเกิดเรื่องอื้อฉาวที่กระทบความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศบ่อยครั้ง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพสหรัฐฯ ออกคำสั่งห้ามทหารเรืออเมริกันทุกนายที่ประจำการในประเทศญี่ปุ่น ไม่ให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งไม่ให้ออกจากฐานที่มั่น ยกเว้นมีเหตุจำเป็นเท่านั้น หลังจากเกิดเหตุการณ์ทหารอเมริกันเมาสุราไปก่อเรื่องที่กระทบความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่นหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา

กองทัพเรือสหรัฐฯ และกองเรือรบหน่วยที่ 7 ออกแถลงการณ์ในวันจันทร์ที่ 6 มิ.ย. ว่า คำสั่งมีผลบังคับใช้ทันที ทหารเรือถูกห้ามไม่ให้ดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งในและนอกฐานที่มั่น นอกจากนี้ อิสระในการออกนอกฐานทัพทั้งหมดจะถูกตัดลดลง โดยจะออกจากฐานได้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ขณะที่สมาชิกครอบครัว, เจ้าหน้าที่พลเรือน และสมาชิกหน่วยบริการอื่นๆ จะไม่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งนี้

ด้านพลเรือตรี แมทธิว คาร์เตอร์ ผู้บัญชาการกองทัพเรือสหรัฐฯ ในญี่ปุ่นระบุในแถลงการณ์ของกองทัพว่า “มาตรการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เรามีความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งกับญี่ปุ่นมานานหลายทศวรรษ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทหารเรือทุกนายจะต้องเข้าใจว่า การกระทำของพวกเรากระทบในภาพรวมต่อความสัมพันธ์นั้น และความเป็นพันธมิตรระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น อย่างไร”

ทั้งนี้ ปัจจุบันสหรัฐฯ มีเจ้าหน้าที่กองทัพประจำการอยู่ที่ฐานทัพแห่งต่างๆ ในญี่ปุ่นจำนวนประมาณ 19,000 นาย โดยคำสั่งห้ามทหารออกจากฐานทัพจะมีผลบังคับใช้ไปจนกว่า การฝึกซ้อมแบบต่อหน้าระหว่างผู้บัญชาการและทหารเรือทุกหน่วยจะเริ่มต้นขึ้น

ส่วนการห้ามดื่มแอลกอฮอล์จะมีผลบังคับใช้ไปอย่างไม่มีกำหนด จนกว่าผู้บัญชาการกองทัพจะมั่นใจว่า ทหารทุกนายเข้าใจถึงผลกระทบของพฤติกรรมของพวกเขาที่มีต่อ ความเป็นพันธมิตรระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น รวมทั้งต่อการรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค อินโด-เอเชีย-แปซิฟิก

อนึ่ง คำสั่งของกองทัพเรือสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (4 มิ.ย.) ทหารของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในจังหวัดโอกินาวา ถูกกล่าวหาว่าเมาแล้วขับจนทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยเขาขับรถผิดฝั่งก่อนชนรถยนต์คันอื่นอีก 2 คน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เรื่องอื้อฉาวเพียงเรื่องเดียวที่ทหารอเมริกันในญี่ปุ่นก่อขึ้น เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พลเรือนในฐานทัพสหรัฐฯ ในจังหวัดโอกินาวา ถูกจับกุมฐานมีส่วนเกี่ยวข้องการกับเสียชีวิตหญิงสาวชาวญี่ปุ่นวัย 20 ปี ก่อนหน้านั้นในเดือน มี.ค. ทหารเรือสหรัฐฯ ในจังหวัดเดียวกันถูกจับกุมในฐานะผู้ต้องสงสัยคดีข่มขืน.

 

ไฟไหม้ค่ายทหารศรีลังกา ลามจุดระเบิดคลังอาวุธ ดับ 1 อพยพคนนับพัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/632704

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มิ.ย. 2559 05:30

 

(ภาพ: AFP)

เกิดเหตุไฟไหม้คลังอาวุธที่ค่ายทหารใกล้เมืองหลวงศรีลังกา ก่อนเกิดระเบิด ทำให้ทหารเสียชีวิต 1 นาย และต้องอพยพชาวบ้านนับพันคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดที่คลังเก็บอาวุธที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งใกล้กรุงโคลัมโบ เมืองหลวงของประเทศศรีลังกา เมื่อช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (5 มิ.ย.) เป็นเหตุให้มีทหารเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 1 นาย นอกจากนี้ ยังต้องอพยพชาวบ้านนับพันคนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย

พลจัตวา ชัยนาธ ชัยวีระ โฆษกกองทัพศรีลังกาเปิดเผยว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ค่ายทหาร ซาลาวา ใกล้กรุงโคลอมโบ ก่อนที่ไฟจะลุกลามไปยังคลังเก็บอาวุธ ทำให้เกิดการระเบิดขึ้นหลายระลอก ก่อนที่ทหารจากกองทัพบกและกองทัพอากาศจะช่วยกันดับไฟสำเร็จ อย่างไรก็ดี พวกเขายังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้

ด้านนาย ซากาลา รัตนยาคี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกฎหมายของศรีลังกา ระบุว่า ประชาชนนับพันคนที่อาศัยอยู่ในรัศมี 1 กม.จากค่ายทหารแห่งนี้ถูกขอให้อพยพไปยังที่ปลอดภัย หลังจากเกิดไฟไหม้ที่คลังเก็บอาวุธขนาดเล็กที่ค่ายทหารแห่งนี้ ก่อนที่ไฟจะลามไปยังคลังเก็บอาวุธหนักซึ่งรวมถึงปืนใหญ่.