จีนฉะมะกันฝ่ายเสี้ยมปัญหาทะเลจีนใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/632648

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 มิ.ย. 2559 04:00

 

(ภาพ: AP)

เมื่อ 5 มิ.ย. พลเรือตรี ซุน เจี้ยนกั๋ว ตัวแทนฝ่ายรัฐบาลจีน เผยหลังสิ้นสุดการประชุมสุดยอดด้านความมั่นคง ที่สิงคโปร์ เมื่อ 5 มิ.ย. ประณามรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เป็นฝ่ายยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ โดยหยิบยกประเด็นเรื่องทะเลจีนใต้ขึ้นมาเพียงเพราะผลประโยชน์ที่เห็นแก่ตัวของตัวเอง อีกทั้งการลาดตระเวนทางเรือและทางอากาศของสหรัฐฯในทะเลจีนใต้เป็นการแสดงถึงศักยภาพทางทหาร และจีนก็กำลังถูกบีบบังคับให้ยอมรับและเคารพการปฏิบัติหน้าที่ของศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ พร้อมย้ำว่า รัฐบาลจีนปรารถนาที่จะแก้ปัญหาอย่างสันติ จึงขอคัดค้านการกระทำเช่นนั้นของสหรัฐฯ ซึ่งไม่ใช่จีนที่สร้างปัญหาแต่เราก็ไม่กลัวปัญหา และไม่อยากถูกรังแกด้วย

ขณะที่ฝ่ายตัวแทนรัฐบาลญี่ปุ่น อินเดีย เวียดนามและเกาหลีใต้ต่างแสดงความรู้สึกเป็นห่วงถึงสถานการณ์ดังกล่าว แต่พลเรือตรี ซุน ก็ปฏิเสธถึงความเป็นไปได้ที่จีนจะถูกโดดเดี่ยว โดยเผยว่า หลายประเทศในเอเชียที่มาประชุมครั้งนี้มีความอบอุ่นและเป็นมิตรกับจีนมากกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งปีนี้มีการประชุมระดับทวิภาคี 17 ประเทศ เทียบกับปีกลายที่มี 15 ประเทศ

วันเดียวกัน นายจอห์น เคอร์รี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เดินทางถึงมองโกเลีย ถือเป็นข้าราชการระดับอาวุโสของสหรัฐฯคนล่าสุด หลังเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเป็นการเยือนของนางฮิลลารี คลินตัน อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และนายโจ ไบเดน รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตามแผนยุทธศาสตร์ “มุ่่งสู่เอเชีย” ของประธานาธิบดี บารัค โอบามา ซึ่งกำหนดการของเคอร์รีครั้งนี้ เป็นการเข้าพบประธานาธิบดี ซาคีอากีอิน เอลเบกดอร์ช ที่กรุงอูลานบาตอร์ เพื่อร่วมกันเปิดองค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID) และร่วมชมเทศกาลการแข่งขันขี่ม้าและมวยปล้ำของมองโกเลีย

อย่างไรก็ตาม นายเคอร์รีเตือนรัฐบาลจีนกับแนวคิดที่ไม่เห็นด้วยในการตั้งเขตพื้นที่ป้องกันภัยทางอากาศ หรือ ADIZ ในบริเวณพื้นที่พิพาททางทะเล เพราะเปรียบเสมือนการยั่วยุและไม่มีความเสถียรภาพ ซึ่งอาจเพิ่มความขัดแย้ง ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์ เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ ในฮ่องกง รายงานว่า จีนกำลังเตรียมแผนตั้งค่ายเล็กๆขึ้นมาบริเวณแนวหินโสโครก สคาร์โบโรห์ ซึ่งอยู่ห่างจากทะเลชายฝั่งฟิลิปปินส์ออกไป 230 กม. และถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของเขตเศรษฐกิจพิเศษของจีน

ขณะเดียวกัน ปัญหาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นในหัวข้อการประชุมที่สิงคโปร์ที่หลายฝ่ายพยายามหาวิธีพัฒนาการทำงานร่วมกัน ท่ามกลางกระแสการแฮ็กข้อมูลที่เป็นข่าวโด่งดังเพิ่มมากขึ้น หลังเกิดเหตุโจรกรรมเงินในบัญชีธนาคารกลางบังกลาเทศเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นจำนวน 81 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ถือเป็นอีกหนึ่งการปล้นไซเบอร์ระดับใหญ่ที่สุดในโลก.

‘ตาลีบัน’ โจมตีศาลอัฟกันดับ 7 ศพ แก้แค้นพรรคพวกโดนประหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/632603

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มิ.ย. 2559 00:20

 

(ภาพ: AP)

กลุ่มก่อการร้ายตาลีบัน ส่งมือปืนโจมตีศาลในจังหวัดทางตะวันออกของอัฟกานิสถาน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย รวมทั้งผู้พิพากษาและอัยการ โดยอ้างว่าทำเพื่อแก้แค้นให้แก่พรรคพวกที่ถูกประหารชีวิต…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 มิ.ย. มือปืน 3 คนของกลุ่มก่อการร้าย ตาลีบัน ในอัฟกานิสถาน ก่อเหตุบุกโจมตีศาลประจำจังหวัดในเมือง ปุล-อี-อาลาม เมืองเอกของจังหวัดโลการ์ ทางตะวันออกของประเทศ จนเกิดการยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคง มีผู้เสียชีวิต 7 ราย รวมถึงผู้พิพากษาและอัยการ

นายซาลีม ซาเลห์ โฆษกสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดโลการ์ เปิดเผยว่า นักรบของกลุ่มตาลีบันยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงนานราว 1 ชั่วโมงครึ่ง จนมีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 23 คน และมีผู้เสียชีวิต 7 ราย ในจำนวนนี้รวมไปถึงผู้อำนวยการสำนักงานอัยการประจำจังหวัด, อัยการและผู้พิพากษาจำนวนหนึ่ง แต่ไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขที่แน่ชัดได้

ขณะเดียวกัน นายซาบิอุลเลาะห์ มูจาฮิด โฆษกของกลุ่มตาลีบันทวีตข้อความลงบนทวิตเตอร์ เปิดเผยแรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ว่า “นี่เป็นการแก้แค้นสำหรับการประหารชีวิตนักรบตาลีบันผู้พลีชีพเพื่อศาสนา 6 คน” โดยนับตั้งแต่นักรบทั้ง 6 คนถูกประหารเมื่อเดือนก่อน ตาลีบันก็อ้างตัวเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีผู้พิพากษา, อัยการ และเจ้าหน้าที่ศาลแล้วถึง 3 เหตุการณ์

อีกด้านหนึ่ง เกิดเหตุระเบิดที่หน้าบ้านของนาย เชอร์ วาลี วาร์ดัค ส.ส.อัฟกัน ในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย รวมทั้งนาย วาร์ดัค ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะสิ้นใจขณะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตี.

ศึกชิงฟัลลูจาเดือด! ไอซิสโต้กลับทัพอิรัก ลอบโจมตีช่วงเช้ามืด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/629496

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 มิ.ย. 2559 02:15

 

(ภาพ: REUTERS)

กลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม โจมตีตอบโต้กองทัพฝ่ายรัฐบาลอิรักเมื่อวันอังคาร หลังจากองทัพรัฐบาลมีความคืบหน้าในการโจมตีพื้นที่ตอนใต้ของเมืองฟัลลูจา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 31 พ.ค. กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ในเมืองฟัลลูจา ส่งกำลังโจมตีตอบโต้กองทัพฝ่ายรัฐบาลอิรัก ซึ่งรุกคืบเข้าสู่เมืองแห่งนี้จากเขต นูไอมิยา ทางทิศใต้ โดยฝ่ายรัฐบาลสามารถต้านทานการโจมตีเอาไว้ได้ แต่มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก

พลโท อับเดลวาฮับ อัล-ซาดี ผู้บัญชาการของปฏิบัติการยึดคืนเมืองฟัลลูจา เปิดเผยต่อสำนักข่าว เอเอฟพี ว่า ไอซิสส่งนักรบประมาณ 100 คนมาโจมตีพวกเขา และการต่อสู้ทำให้นักรบกลุ่มนี้ถูกสังหารไป 75 ราย “พวกเขามาโจมตีเราด้วยอาวุธหนัก แต่ไม่ได้ใช้ระเบิดรถยนต์หรือระเบิดฆ่าตัวตาย” พล.ท.ซาดี ระบุ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กองกำลังพิเศษที่ออกรบในแนวหน้า 2 นาย บอกกับสำนักข่าวเอพี ว่า นักรบญิฮาดส่งรถยนต์บรรทุกระเบิด 6 คันมาโจมตี แต่ไม่มีคันใดเดินทางถึงจุดหมาย ไอซิสยังใช้พลซุ่มยิงและอุโมงค์ในการโจมตีครั้งนี้ด้วย อนึ่ง ไม่มีการเปิดเผยว่า มีทหารฝ่ายรัฐบาลบาดเจ็บหรือเสียชีวิตหรือไม่

อีกด้านหนึ่ง หน่วยงานช่วยเหลือนานาชาติ แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ของประชาชยภายในเมืองฟัลลูจา โดยนายแยน เอกแลนด์ เลขาธิการใหญ่ คณะกรรมาธิการผู้ลี้ภัยนอร์เวย์ ซึ่งคอยช่วยเหลือครอบครัวผู้อพยพจากเมืองฟัลลูจา ออกมาเตือนเมื่อวันอังคารว่า มหันตภัยจากน้ำมือมนุษย์ กำลังเกิดขึ้นในเมืองฟัลลูจา

ส่วนนายจิม มูเอียร์ ผู้สื่อข่าวของบีบีซีในอิรัก ระบุว่า สถานการณ์ของชาวเมืองฟัลลูจากำลังเลวร้าย พวกเขาใช้ชีวิตภายใต้การปิดล้อมมานาน 9 เดือนโดยมีอาหารและยาเพียงน้อยนิด และตอนนี้พวกเขากำลังเผชิญกับอันตรายจากปืนครก หากทัพอิรักโจมตีในพื้นที่ใจกลางเมือง ขณะที่ไอซิสถูกกล่าวหาว่าใช้ชาวบ้านเป็นโล่มนุษย์ด้วย.

ตาลีบันเหิม โจมตีรถบัส ลักพาตัวชาวบ้านกว่า 200 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/629462

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 มิ.ย. 2559 01:20

 

(ภาพ: AP)

กลุ่มก่อการร้ายตาลีบันในอัฟกานิสถานก่อเหตุจู่โจมรถบัส 2 คันในจังหวัดคุนดุซ และลักพาตัวชาวบ้านไปเกือบ 200 คน อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านส่วนใหญ่สามารถหนีรอดออกมาได้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักรบของกลุ่มก่อการร้าย ตาลีบัน ก่อเหตุลักพาตัวชาวบ้านในจังหวัดคุนดุซ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอัฟกานิสถานเกือบ 200 คน เมื่อช่วงเช้าวันอังคารที่ผ่านมา ก่อนที่ผู้ที่ถูกจับส่วนใหญ่จะหนีรอดออกมาได้ ทำให้ขณะนี้ตาลีบันเหลือตัวประกันประมาณ 20 คน

ฮุจราตุลเลาะห์ อัคบารี โฆษกตำรวจอัฟกานิสถาน เปิดเผยต่อสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า ผู้ที่ถูกลักพาตัว โดยสารรถบัส 2 คันเพื่อเดินทางไปยังเมืองคุนดุซ เมืองเอกของจังหวัดชื่อเดียวกัน ก่อนที่นักรบของกลุ่มตาลีบันจะนำกำลังเข้าสกัดที่ทางหลวงในเขต อาลี อาบาด เมื่อเวลาประมาณ 03:30 น. วันอังคาร ตามเวลาท้องถิ่น

นายอัคบารี เผยต่อว่า ผู้โดยสาร 6 คนถูกสังหารในที่เกิดเหตุ ส่วนอีกประมาณ 185 คน รวมทั้งผู้หญิง, เด็ก และผู้สูงอายุ ถูกจับตัวไปยังหมู่บ้านห่างไกลชื่อว่า โอมาร์คิล ในเขต ชาร์ดารา ของจังหวัดคุนดุซ จากนั้นนักรบตาลีบันก็ลงมือสังหารผู้ที่ถูกลักพาตัวหลายราย แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า มีตัวประกันส่วนใหญ่ที่สามารถหลบหนีออกมาได้

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังร่วมมือกับผู้นำชุมชนกับผู้นำศาสนาท้องถิ่น เพื่อสืบสวนสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และเพื่อช่วยเหลือตัวประกันที่เหลืออีก 20 คนหรือมากกว่านั้น.

ไฟไหม้คลังแสงใหญ่อันดับ 2 เอเชียในอินเดีย ดับ 17 ศพ เจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/629450

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 พ.ค. 2559 23:55

 

(ภาพ: AP)

เกิดเหตุไฟไหม้ที่ค่ายคลังสรรพาวุธขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของทวีปเอเชีย ในประเทศอินเดีย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 17 ศพ และบาดเจ็บอีกนับสิบคน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 31 พ.ค. เกิดเหตุไฟไหม้ที่ค่ายคลังสรรพาวุธกลาง (CAD) คลังแสงที่ใหญ่ที่สุดอันดับที่ 2 ของทวีปเอเชีย ในเมืองพุลกาออน รัฐมหาราษฏระ ทางตะวันตกของประเทศอินเดีย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 17 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 19 คน โดยยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้

เหตุเพลิงไหม้เริ่มต้นขึ้นที่อาคารเก็บเครื่องกระสุนในค่ายแห่งนี้ เมื่อเวลาประมาณ 01:00 น. วันอังคาร โดยเกิดเสียงระเบิดซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุขึ้น 1 ครั้ง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการอพยพประชาชนราว 1,000 คน ออกจากหมู่บ้าน 5 แห่งใกล้กับค่ายฯ แห่งนี้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมเพลิงได้ในคืนวันเดียวกัน และผู้อพยพได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังปิดกั้นพื้นที่ของค่าย เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดการระเบิดครั้งที่ 2

เหตุการณ์นี้ทำให้มีเจ้าหน้าที่กองทัพเสียชีวิต 3 นาย และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเสียชีวิตอีก 13 นาย ขณะที่ผู้บาดเจ็บรวมไปถึงเจ้าหน้าที่ผู้บัญชาการคลังแสงแห่งนี้ ขณะที่กองทัพอินเดียออกคำสั่งให้มีการสืบสวนสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ทันที

ด้านพลจัตวา ซานดีฟ พัลลา เปิดเผยต่อสถานีโทรทัศน์ของอินเดียว่า เจ้าหน้าที่กองทัพ 2 นายที่เสียชีวิต เป็นเจ้าหน้าที่ที่รีบไปยังที่จุดเกิดเหตุพร้อมกับระดมคนไปช่วยดับไฟและหยุดการปะทุของเครื่องกระสุน แต่ระหว่างที่พวกเขากำลังดับไฟ ก็เกิดระเบิดขึ้นทำให้พวกเขาเสียชีวิต

อนึ่ง ค่ายคลังสรรพาวุธกลาง เป็นคลังแสงขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศอินเดีย มีขนาดพื้นที่กว้างถึง 7,000 เอเคอร์ (ราว 28.3 ตร.กม.) เก็บเครื่องกระสุน, ระเบิด และจรวดเอาไว้หลากหลายประเภท

โสมแดงเซ็งต่อเนื่อง! ทดสอบยิงขีปนาวุธล่าสุด ล้มเหลวอีก เป็นหนที่ 4

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/629112

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 พ.ค. 2559 14:28

 

ล้มเหลวอีกแล้ว..เจ้าหน้าที่กองทัพเกาหลีใต้ เผยเกาหลีเหนือ ทดสอบยิงขีปนาวุธ บริเวณชายฝั่งตะวันออก  แต่ไม่ประสบความสำเร็จตามเคย เบื้องต้น ยังไม่รู้ เป็นการทดสอบขีปนาวุธประเภทใด

เมื่อ 31 พ.ค.59 สำนักข่าวบีบีซี รายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่กองทัพเกาหลีใต้ ว่า ทางการเกาหลีเหนือ ภายใต้การนำของคิม จอง อึน ต้องพบกับความผิดหวังซ้ำ เมื่อการทดลองยิงขีปนาวุธนำวิถี ทางชายฝั่งตะวันออก ครั้งล่าสุด เมื่อวันอังคารที่ 31 พ.ค. ต้องประสบความล้มเหลวอีกแล้ว โดยเบื้องต้น เจ้าหน้าที่กองทัพเกาหลีใต้ไม่อาจยืนยันประเภทของขีปนาวุธนำวิถีที่เกาหลีเหนือนำมาทดสอบคราวนี้ได้ว่า เป็นขีปนาวุธประเภทใด แต่ถือเป็นการทดสอบขีปนาวุธ หลังจากทางการเกาหลีเหนือได้ ทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลาง ‘มูซูดาน’ 3 ลูก และพบกับความล้มเหลวทั้งหมดเมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า วันเดียวกัน นายรี ซู ยอง รองประธานพรรคแรงงานของเกาหลีเหนือ ได้เดินทางไปถึงจีนแล้ว ขณะที่ สื่อเกาหลีใต้ ได้ประกาศว่า การไปเยือนกรุงปักกิ่งของนายรี ซู ยอง เป็นการเยือนอย่างไม่เป็นทางการ ท่ามกลางความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลจีนกับเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดแนบแน่นและยังหุ้นส่วนทางการค้ากันมานาน ต้องเกิด ความตึงเครียดขึ้น นับตั้งแต่เกาหลีเหนือมีการทดลองนิวเคลียร์และขีปนาวุธ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

ช็อก! ไอซิสเร่ขายผู้หญิงเป็นทาสกามผ่านเฟซบุ๊ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/628859

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 พ.ค. 2559 05:50

 

(ภาพ: AFP)

สื่อสหรัฐฯ เผย กลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม เร่ขายผู้หญิงเป็นทาสบำเรอกามผ่านเว็บไซต์เฟซบุ๊ก เพื่อแก่ปัญหาการเงินของกลุ่ม…

สำนักข่าว วอชิงตัน โพสต์ ของสหรัฐฯ รายงานว่า กลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม (ไอซิส) กำลังเร่ขายผู้หญิงที่ถูกพวกเขาจับตัวมาผ่านทางเครือข่ายสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ก เพื่อให้ไปเป็นทาสบำเรอกาม เพื่อแก้ปัญหาการเงินของกลุ่มที่กำลังฝืดเคือง หลังจากถูกกองกำลังพันธมิตรโจมตีแหล่งการเงินอย่างหนัก

เมื่อวันที่ 20 พ.ค. นักรบไอซิสซึ่งระบุชื่อตัวเองว่า อาบู อัสซาด อัลมานี โพสต์ภาพของหญิงสาวลงบนเว็บไซต์เฟซบุ๊กพร้อมคำบรรยาย “ถึงเหล่าพี่น้องที่กำลังคิดจะซื้อหาทาส คนนี้ราคา 8,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ” ก่อนที่เขาจะโพสต์ภาพหญิงสาวอีกคนในเวลาต่อมาพร้อมข้อความว่า “ซาบิยาห์ (ทาส) อีกคน ในราคาเท่ากัน”

นักข่าวของวอชิงตัน โพสต์ ได้โพสต์ข้อความถามนายอัลมานีว่า “อะไรทำให้พวกเธอมีมูลค่าขนาดนี้หรือ? พวกเธอมีความสามารถพิเศษอะไรหรือไม่?” ก่อนที่เขาจะมาตอบว่า “ไม่มี อุปสงค์และอุปทานทำให้เธอมีราคาขนาดนั้น” อย่างไรก็ตาม เพจของนายอัลมานี้ถูกเจ้าหน้าที่ของเฟซบุ๊กระงับไปในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ ตามการเปิดเผยของ วอชิงตัน โพสต์ ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา กลุ่มไอซิสใช้งานเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ในการเสนอซื้อขายทาสบำเรอกามมากมาย แต่เหตุการณ์ในวันที่ 20 พ.ค. เป็นครั้งแรกที่มีการโพสต์ภาพของเหยื่อ

ด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชน ‘ฮิวแมน โรท์ส วอตช์’ อ้างตัวเลขการประเมินของเจ้าหน้าที่ชางเคิร์ดในอิรักและซีเรีย ว่า ปัจจุบันกลุ่มไอซิสจับตัวผู้หญิงและเด็กเอาไว้มากมาย แค่ผู้หญิงและเด็กที่กวาดต้อนมาจากชนเผ่ายาซิดีก็มีมากถึง 1,800 คนแล้ว

ทัพอิรักรุกหนักตี ‘ฟัลลูจา’-นักรบเคิร์ดยึดหมู่บ้านไอซิสใกล้ ‘โมซูล’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/628708

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 พ.ค. 2559 01:50

 

กองทัพอิรักโห่ร้องก่อนเริ่มโจมตีเมืองฟัลลูจา (ภาพ: REUTERS)

กองทัพอิรักและพันธมิตรเปิดฉากโจมตีเมืองฟัลลูจาแล้วเมื่อวันจันทร์ 1 สัปดาห์หลังจากเริ่มปฏิบัติการยึดคืนเมืองแห่งนี้ ขณะที่กองทัพเคิร์ดในภาคเหนือ สามารถยึดหมู่บ้านใกล้เมืองโมซูลคืนจากไอซิสได้หลายแห่ง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองกำลังฝ่ายรัฐบาลอิรัก เปิดฉากโจมตีพื้นที่ชายขอบทางใต้ของเมือง ฟัลลูจา หนึ่งในฐานที่มั่นหลักของกลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม (ไอซิส) ในอิรักแล้ว เมื่อวันจันทร์ที่ 30 พ.ค. โดยได้รับการสนับสนุนทางอากาศจากสหรัฐอเมริกา และสามารถยึดคืนสถานีตำรวจแห่งหนึ่งได้แล้ว

ทีมข่าวของสถานีโทรทัศน์ ‘รอยเตอร์ส ทีวี’ ซึ่งสังเกตการณ์อยู่ห่างจากชายขอบเมืองฟัลลูจาราว 1.5 กม. ระบุว่า มีเสียงปืนและเสียงระเบิดดังขึ้นภายในเขต ไนมิยา ทางใต้ของเมืองฟัลลูจา และทีมเคลื่อนที่เร็วของกองทัพอิรักสามารถยึดสถานีตำรวจในเขตนี้ได้แล้ว เมื่อช่วงเที่ยงวัน ตามเวลาท้องถิ่น

กองทัพอิรัก โจมตีเมืองฟัลลูจา ที่อยู่ในการควบคุมของกลุ่มไอซิส (ภาพ: AP)

ทั้งนี้ การโจมตีล่าสุดของกองทัพอิรัก เกิดขึ้น 1 สัปดาห์หลังจากนายกรัฐมนตรี ไฮเดอร์ อัล-อาบาดี ของอิรัก ประกาศเริ่มปฏิบัติการยึดคืนเมืองฟัลลูจา เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ตามหลังเหตุระเบิดหลายระลอกในกรุงแบกแดดจนทำให้มีผู้เสียชีวืตมากกว่า 150 รายภายในสัปดาห์เดียว

เมืองฟัลลูจา ศูนย์กลางของชาวมุสลิมนิกายสุหนี่ ซึ่งต่อต้านรัฐบาลชีอะห์ เป็นเมืองแรกที่ถูกไอซิสยึดครองในการโจมตีเมื่อเดือน ม.ค. 2014 โดยในขณะนี้เมืองฟัลลูจาเป็นฐานที่มั่นของไอซิสที่อยู่ใกล้กับกรุงแบกแดดมากที่สุด และเชื่อว่าถูกใช้เป็นฐานสำหรับส่งมือระเบิดฆ่าตัวตายเข้าโจมตีภายในเมืองหลวงอิรัก

ล่าสุดในวันจันทร์ เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย 3 จุดในกรุงแบกแดด ที่เขต ชาบ และ ซาด์ ซิตี และใกล้อาคารรัฐบาลในเขต ทาร์มิยา ทางเหนือของเมืองหลวงแห่งนี้ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 23 ศพ และมีผู้บาดเจ็บอีกราว 50 คน

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเสียหายหลังเกิดระเบิดในเขต ชาบ ของกรุงแบกแดด (ภาพ: AP)

อีกด้านหนึ่งในภาคเหนือของอิรัก มีรายงานว่า กองกำลังเปชเมอร์กา ของชาวเคิร์ดในเขตปกครองตนเอง เคอร์ดิสถาน ออกจากโจมตีกลุ่มไอซิสในหมู่บ้านหลายแห่งทางตะวันออกของเมืองโมซูล ฐานที่มั่นใหญ่สุดของไอซิสในอิรัก ตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และจนถึงตอนนี้สามารถยึดคืนหมู่บ้านกลับมาได้แล้ว 6 แห่ง โดยเมืองโมซูลเป็นเป้าหมายที่นายกฯ อาบาดี หวังจะยึดกลับมาให้ได้ในช่วงปลายปีนี้.

สลด! สายไฟตกใส่รถบัส ช็อตนักเรียนอินเดียดับ 2 ศพ เจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/628679

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 พ.ค. 2559 23:50

 

(ภาพ: AFP)

นักเรียนในอินเดีย 2 คนเสียชีวิตเนื่องจากถูกไฟช็อต หลังจากสายไฟบนเสาไฟฟ้าขาดตกลงมาบนรถบัสที่พวกเขาโดยสาร ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคน…

สำนักข่าว บีบีซี ของอังกฤษรายงานว่า เกิดเหตุสายไฟบนเสาไฟฟ้าขาดและตกใส่รถบัสคันหนึ่งในรัฐทมิฬนาฑู ทางใต้ของประเทศอินเดีย เมื่อช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ไฟฟ้าช็อตกลุ่มนักเรียนที่อยู่ในรถจนเสียชีวิต 2 ศพ และบาดเจ็บอีกกว่า 30 คน โดยทั้งหมดถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว

ทั้งนี้ ตำรวจระบุว่า นักเรียนกลุ่มนี้กำลังเดินทางกลับหลังจากไปปิกนิก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนว่าสายไฟตกลงมาบนรถได้อย่างไร ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรูปแบบต่างๆกัน บ้างว่า นักเรียนถูกไฟช็อตระหว่างดึงกิ่งไม้ที่สัมผัสกับสายไฟฟ้า หรือนักเรียนถูกไฟช็อตขณะพยายามเก็บลูกมะม่วง

ตำรวจอินเดียบอกกับสำนักข่าว เอ็นดีทีวี ของอินเดีย ด้วยว่า “เรากำลงสืบสวน จนถึงตอนนี้ เรากำลังทำสำนวนสอบสวนในคดีนี้ฐานะการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เราไม่รู้ว่ามีความประมาทเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่”

อนึ่ง เมื่อปี 2015 เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกันนี้มาแล้ว โดยในครั้งนั้นสายไฟตกใส่รถบัสที่กำลังจัดงานแต่งงาน ในเขตทองค์ ของรัฐราชสถาน ทางเหนือของประเทศ เป็นเหตุให้มีผู้ถูกไฟช็อตเสียชีวิตอย่างน้อย 25 ราย.

ระทึก ถิ่นหมี! ญี่ปุ่นระดม ค้นหาด.ช. 7 ขวบโดนพ่อแม่ลงโทษ จนหลงป่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/628363

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 พ.ค. 2559 13:50

 

เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่น และอาสาสมัครกว่า 100 เร่งตามหาเด็กชายวัย 7 ขวบหลงป่าในเขตจังหวัดฮอกไกโด ซึ่งยังเป็นถิ่นที่อยู่ของหมีป่า มานานกว่า 2 วัน หลังโดนพ่อแม่ทำโทษ ทิ้งไว้ในป่า แต่พอมายังจุดที่ทิ้งลูก กลับไม่พบแล้ว

เมื่อ 30 พ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุการณ์ที่กำลังสร้างความลุ้นระทึก กรณีเด็กชายชาวญี่ปุ่น วัย 7 ขวบ หายตัวไปเป็นเวลากว่า 2 วัน ในป่า เขตจังหวัดฮอกไกโด ทางภาคเหนือสุดของประเทศ หลังจากถูกพ่อแม่ ปล่อยทิ้งในป่าเพื่อต้องการลงโทษที่ลูกชายทำความผิด แต่เมื่อพวกเขากลับมายังจุดที่ทิ้งลูกไว้ประมาณ 5 นาที กลับไม่พบเสียแล้ว

สื่อท้องถิ่นในญี่ปุ่น แจ้งว่า ทางการญี่ปุ่นได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่และมีอาสาสมัครนับ 130 คน เข้าร่วมการค้นหาเด็กชายในป่า ตั้งแต่รุ่งเช้า เวลาประมาณ 06.00 น. ของวันที่ 30 พ.ค. ด้วยความเป็นห่วง เนื่องจากป่าในเขตนี้ ยังเป็นพื้นที่ที่เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของหมีป่าด้วย

ทั้งนี้ พ่อแม่ของเด็กชายวัย 7 ขวบ ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ว่า บุตรชายวัย 7 ขวบของพวกตน ได้หลงป่าระหว่างที่พวกตน พ่อแม่ลูก ได้เข้าป่า เพื่อเก็บพืชผัก เมื่อวันเสาร์ที่ 28 พ.ค. แต่ วันรุ่งขึ้น สองสามีภรรยาคู่นี้ได้ยอมสารภาพความจริงว่า พวกตนได้ทิ้งลูกไว้ในป่าเพื่อลงโทษที่ลูกชาย ไปขว้างก้อนหินใส่รถเก๋งคันหนึ่งที่มาเที่ยวสวนสาธารณะใกล้ๆ  ด้วยการปล่อยทิ้งให้อยู่ในป่าคนเดียว แต่ทิ้งไว้ แค่ประมาณ 5 นาที พวกตนก็กลับมายังจุดที่ทิ้งลูกไว้ แต่ก็ไม่พบแล้ว และพยายามตามหา โดยผู้เป็นพ่อยังเผยกับสถานีโทรทัศน์ ทีวี อาซาฮีว่า เขาไม่กล้าบอกความจริงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในตอนแรกที่ไปแจ้งความขอร้องให้ตำรวจช่วยตามหาลูกชายของตน.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เป็นเรื่อง! พ่อแม่ยุ่นลงโทษลูกปล่อยไว้ในป่า สุดท้ายเด็กหาย