โสมเหนือปัดข้อเสนอ ‘ทรัมป์’ ขอพบ ‘คิม’ ชี้แค่ชวนเชื่อ-ไม่จริงใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/624738

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 พ.ค. 2559 05:20

 

(ภาพ: REUTERS)

เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือออกมาปฏิเสธข้อเสนอของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการพบ คิม จอง-อึน เพื่อเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์ โดยระบุว่า เป็นแค่โฆษณาชวนเชื่อ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศเกาหลีเหนือ ปฏิเสธข้อเสนอของ โดนัลด์ ทรัมป์ ตัวเก็งผู้ที่จะได้เป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันไปลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ต้องการพบหน้า คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เพื่อหารือเรื่องโครงการนิวเคลียร์ โดยระบุว่าเป็นโฆษณาชวนเชื่ออย่างหนึ่งในการหาเสียงของทรัมป์เท่านั้น

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของเกาหลีเหนือ เกิดขึ้นหลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อน นายทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ส ว่า หากเขาได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตัวเขาอยากจะพบกับ คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เพื่อเจรจาหารือเพื่อหยุดโครงการนิวเคลียร์ของรัฐบาลเปียงยาง

แต่ล่าสุดในวันจันทร์ (23 พ.ค.) นายโซ เซ พยอง เอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำสหประชาชาติในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า “มันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้นำสูงสุดว่าเขาจะพบหรือไม่ แต่ผมคิดว่าความคิดหรือคำพูดของทรัมป์นั้นไร้สาระ”

“คำพูดของเขาก็เพื่อเป็นประโยชน์ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเท่านั้นเอง เป็นการชวนเชื่อหรือการโฆษณาชนิดหนึ่ง เรื่องนี้ไร้ประโยชน์ เป็นเพียงการแสดงออกเพื่อการเลือกตั้งประธานาธิบดี ไม่มีความหมาย ไม่มีความจริงใจ” นายโซ บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ส หลังจากเขาเพิ่งกลับจากการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคแรงงานของเกาหลีเหนือ

ญี่ปุ่นล่าแก๊งต่างชาติ ใช้บัตรเก๊ถอนเงินพันล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/624690

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 พ.ค. 2559 03:50

 

(ภาพ: REUTERS)

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นเปิดเผยว่า อยู่ระหว่างการไล่ล่าตัวกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวน หลังรวมหัวกันก่อเหตุใช้บัตรเครดิตปลอม ถอนเงินพร้อมๆกันจากตู้เอทีเอ็มหน้าร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศกว่า 1,400 แห่ง กวาดเงินสดไปรวมกว่า 1,400 ล้านเยน หรือประมาณ 456 ล้านบาท

ทั้งนี้ ทางการญี่ปุ่นเชื่อว่า ผู้ก่อเหตุอาจเป็นแก๊งต่างชาติที่อาจมีสมาชิกมากกว่า 100 คน และใช้เวลาก่อเหตุถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มในช่วงระยะเวลา 3 ชั่วโมง โดยใช้ข้อมูลบัตรเครดิตปลอมธนาคารสแตนดาร์ดจากแอฟริกาใต้ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่แน่ใจว่าได้เงินจำนวนดังกล่าวไปได้อย่างไร เนื่องจากปกติแล้วตู้เอทีเอ็มจะอนุญาตให้ถอนเงินได้ไม่เกิน 100,000 เยนต่อวัน

ขณะที่ธนาคารสแตนดาร์ดยืนยันว่าตกเป็นเหยื่อของการต้มตุ๋นอย่างเป็นระบบ เกิดความเสียหายสูงถึง 19 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 665 ล้านบาท.

นายกฯ อิรัก ประกาศเริ่มปฏิบัติการยึดคืนเมืองฟัลลูจาจากไอซิส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/624670

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 พ.ค. 2559 01:45

 

(ภาพ: REUTERS)

นายกรัฐมนตรีอิรัก ประกาศเริ่มการปฏิบัติการยึดคืน เมืองฟัลลูจา เมืองเอกของจังหวัดอันบาร์ ทางตะวันตกของประเทศแล้วในวันจันทร์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายกรัฐมนตรี ไฮเดอร์ อัล-อาบาดี แห่งประเทศอิรัก ออกแถลงการณ์ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 23 พ.ค. ประกาศเริ่มปฏิบัติการยึดคืนเมืองฟัลลูจา เมืองเอกของจังหวัดอันบาร์ ทางตะวันตกของประเทศ คืนจากกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส)

นายอาบาดี ระบุในการแถลงซึ่งเกิดขึ้นที่กองบัญชาการปฏิบัติการร่วม ในกรุงแบกแดด ว่า กองกำลังพิเศษ, ทหาร, ตำรวจ, กองกำลังติดอาวุธ และนักรบชนเผ่าฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล จะเข้าร่วมในปฏิบัติการครั้งนี้ ขณะที่กองกำลังความมั่นคงจะเตรียมเส้นทางที่ปลอดภัยให้ประชาชนในเมืองฟัลลูจาออกจากเมือง ในระหว่างดำเนินปฏิบัติการยึดคืนเมือง

ทั้งนี้ คำประกาศเริ่มปฏิบัติการยึดคืนเมืองฟัลลูจาของ นายกฯ อาบาดี เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากโฆษกกองทัพอิรัก เรียกร้องผ่านโทรทัศน์ ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองเอกของจังหวัดอันบาร์แห่งนี้ เดินทางออกจากเมือง เพราะปฏิบัติการเพื่อปลดปล่อยเมืองฟัลลูจาจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ส่วนผู้ที่อพยพไม่ได้ให้ปักธงขาวไว้เหนือที่อยู่ของพวกเขา และอยู่ให้ห่างจากฐานที่มั่นและจุดรวมพลของกลุ่มไอซิส

ก่อนหน้านี้เมื่อวันเสาร์ กองกำลังความมั่นคงอิรัก และกลุ่มติดอาวุธ ‘กองกำลังขับเคลื่อนประชาชน’ (พีเอ็มเอฟ) ช่วยอพยพชาวเมืองฟัลลูจาราว 30 ครอบครัวออกจากเมืองได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตาม กองบัญชาการปฏิบัติการร่วมเตือนว่า มีประชาชนมากถึง 10,000 คนในเมืองแห่งนี้ที่ต้องอพยพ

อนึ่ง เมืองฟัลลูจา ตกอยู่ในการควบคุมของกลุ่มไอซิส นับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2014 และหากรัฐบาลอิรักสามารถยึดเมืองนี้กลับคืนมาได้ ก็จะทำให้พวกเขามีเส้นทางส่งกำลังหนุนสำหรับปฏิบัติการยึดคืนเมืองโมซูล เมืองใหญ่อันดับ 2 ทางเหนือของประเทศ ซึ่งเป็นเป้าหมายอันดับ 1 ได้

แกนนำตาลีบันจัดประชุมเลือกหัวหน้าใหญ่คนใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/624663

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 พ.ค. 2559 01:10

 

(ภาพ: REUTERS)

บรรดาแกนนำของกลุ่มก่อการร้าย ตาลีบัน ในอัฟกานิสถาน จัดการประชุมเพื่อเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ แทนนาย มุลเลาะห์ มานซูร์ ซึ่งมีข่าวว่าเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของ สหรัฐฯ…

สำนักข่าว รอยเตอร์ส รายงานว่า แกนนำของกลุ่มก่อการร้าย ตาลีบัน ในอัฟกานิสถาน จัดการประชุมในวันจันทร์ที่ 23 พ.ค. เพื่อกำหนดตัวผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดของกลุ่ม แทนที่ นายมุลเลาะห์ อัคห์ตาร์ มานซูร์ ซึ่งมีข่าวว่าเสียชีวิตในการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ในปากีสถาน เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยทางการอัฟกานิสถาน และ รอยเตอร์ส ระบุว่า จนถึงตอนนี้ กลุ่มตาลีบันยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับชะตากรรมของ นายมานซูร์ แต่สมาชิกอาวุโสของกลุ่มยืนยันว่า สภาผู้นำ หรือ ‘ชูรา’ ของพวกเขา จัดการประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับผู้สืบทอด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความแตกแยกภายในกลุ่ม

ทั้งนี้ ทางการอัฟกานิสถานยืนยันในวันอาทิตย์ว่า นายมานซูร์ ถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ที่เขตดัลบานดี ของจังหวัดบาโลคิสถาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของปากีสถาน ติดชายแดนอัฟกัน อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ซึ่งยืนยันว่า ประธานาธิบดี บารัค โอบามา ให้อำนาจกองทัพออกปฏิบัติการโจมตี นายมานซูร์ ที่เมืองอาห์หมัด วาล ในวันเสาร์ ยังไม่ยืนยันการเสียชีวิตของผู้นำตาลีบันรายนี้

ขณะเดียวกัน ทางการปากีสถานยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เปิดเผยว่า มีการพบหนังสือเดินทางของบุคคลชื่อ วาลี มูฮัมหมัด พร้อมวีซ่าสำหรับเดินทางไปประเทศอิหร่าน ใกล้จุดที่ถูกสหรัฐฯ โจมตี และเชื่อว่าหนังสือเดินทางนี้เป็นของนายมานซูร์

ด้าน ประธานาธิบดีโอบามา ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเยือนประเทศเวียดนาม ยืนยันการเสียชีวิตของ นายมานซูร์ และกล่าวย้ำว่า ปฏิบัติการโจมตี นายมานซูร์ ไม่ได้แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงใดๆ ในยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในอัฟกานิสถาน รวมทั้งการกลับไปต่อสู้ในอัฟกานิสถานอีกครั้งด้วย

อินเดียเจ๋งมาก! ส่งกระสวยอวกาศขนาดเล็ก สู่ชั้นบรรยากาศโลกครั้งแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/624603

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 พ.ค. 2559 19:04

 

อินเดียเดินหน้าอีกก้าวในโครงการบุกอวกาศ…ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการส่งกระสวยอวกาศแบบใช้ซ้ำ ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศโลกเป็นครั้งแรก ก่อนจะตกลงทะเลที่อ่าวเบงกอล

เมื่อ 23 พ.ค.59 สื่อต่างประเทศรายงานครึกโครมว่า นักวิทยาศาสตร์อินเดียประจำองค์การวิจัยอวกาศอินเดีย หรือ อิสโร (ISRO) ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการส่งกระสวยอวกาศไร้คนขับ ที่สามารถใช้งานได้ซ้ำ (Reusable Launch Vehicle (RLV-TD) ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศโลกเป็นครั้งแรก เมื่อวันจันทร์ที่ 23 พ.ค. จากศูนย์อวกาศสาธิช ดาวัน เมืองศรีฮาริโกตา ในรัฐอานธรประเทศ และได้พุ่งขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ก่อนจะตกลงมาสู่โลก โดยลงในทะเลท่ีอ่าวเบงกอล

เว็บไซต์ เดอะฮินดู รายงานกระสวยอวกาศ RLV-TD ซึ่งมีน้ำหนัก 1.75 ตันนั้น ได้ถูกยิงขึ้นไปสู่ชั้นบรรยากาศโลก เหนือพื้นโลกประมาณ 20 กิโลเมตร จากนั้นก็เริ่มจะตกกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก ด้วยความเร็วเหนือเสียง และตกลงทะเล ระหว่างเกาะเชนไน และอันดามัน ในอ่าวเบงกอล โดยจุดประสงค์ในการส่งกระสวยอากาศครั้งแรกของอินเดีย ซึ่งใช้ระยะเวลาตั้งแต่ถูกยิงขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศและตกสู่โลกรวม 10 นาทีนี้ เพื่อต้องการเก็บข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับความเร็วเหนือเสียง และการลงจอดโดยอัตโนมัติของกระสวยอวกาศ

โฆษกประจำองค์การวิจัยอวกาศอินเดีย กล่าวว่า ความสำเร็จของการส่งกระสวยอวกาศ RLV-TD ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ที่อิสโรใช้เวลา 5 ปี และใช้เงินไปประมาณ 1 พันล้านรูปี หรือ 14 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 490 ล้านบาท) นั้น ถือเป็นก้าวแรกมากๆของการพัฒนาไปสู่การสร้างกระสวยอวกาศที่สามารถใช้งานได้ซ้ำ ขณะที่ด้านนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย ได้ชื่นชมความพยายามของนักวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องในโครงการนี้

เตรียมยิง

ประสบความสำเร็จงดงาม

ด้านบีบีซีรายงานว่า การส่งกระสวยอากาศแบบใช้งานได้ซ้ำของอินเดียในครั้งนี้ ถือเป็นการกระโดดเข้าร่วมในการแข่งขันการพัฒนาสร้างกระสวยอวกาศ เช่นเดียวกับญี่ปุ่น ยุโรป และรัสเซีย หลังจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) ได้ยุติโครงการสร้างกระสวยอวกาศตั้งแต่ปี 2554.

อัฟกันยืนยัน ‘มุลเลาะห์ มานซูร์’ หัวหน้าใหญ่ตาลีบัน ตายแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/624143

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 พ.ค. 2559 23:45

 

(ภาพ: AP)

ทางการอัฟกานิสถาน ยืนยัน มุลเลาะห์ มานซูร์ หัวหน้าใหญ่กลุ่มตาลีบัน ซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งเมื่อปีก่อน ถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ แล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 พ.ค. หน่วยงานต่างๆ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศอัฟกานิสถาน ออกมายืนยันว่า นายมุลเลาะห์ อัคห์ตาร์ มานซูร์ ผู้นำสูงสุดของกลุ่มก่อการร้ายตาลีบัน เสียชีวิตแล้วในการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของปากีสถาน ติดชายแดนอัฟกัน

คณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติของอัฟกานิสถาน (เอ็นดีเอส) เปิดเผยในวันอาทิตย์ว่า นายมานซูร์ ถูกสังหารในเขตดัลบานดี ของจังหวัดบาโลคิสถาน ถือเป็นการยืนยันข่าวการตายของนายมานซูร์ จากเจ้าหน้าที่อัฟกันอย่างเป็นทางการครั้งแรก ก่อนที่ในเวลาต่อมา นายอับดุลเลาะห์ ผู้บริหารสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามอัฟกานิสถาน และนายดาอูลัต วาซิรี โฆษกกระทรวงกลาโหม จะออกมายืนยันข่าวนี้เช่นกัน

ก่อนหน้านี้เมื่อวันเสาร์ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ประกาศว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ให้อำนาจกองทัพออกปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่เมืองอาห์หมัด วาล ในเวลาประมาณ 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของปากีสถาน และการโจมตีครั้งนี้อาจสังหาร นายมานซูร์ และนักรบติดอาวุธชายคนหนึ่งที่ร่วมเดินทางกับเขา

ภาพซากรถยนต์ที่อ้างว่า มุลเลาะห์ มานซูร์ โดยสารอยู่ตอนถูกสหรัฐฯ โจมตีทางอากาศ (ภาพ: AP)

ขณะที่มีรายงานขัดแย้งกันออกมาจากกลุ่มตาลีบัน เช่น นายมุลเลาะห์ อับดุล ราอุฟ ผู้บัญชาการอาวุโสของตาลีบัน บอกกับสำนักข่าวเอพีว่า นายมานซูร์เสียชีวิตแล้ว แต่การโจมตีเกิดขึ้นในวันศุกร์ ขณะที่ผู้บัญชาการตาลีบันอีกคนซึ่งไม่เปิดเผยชื่อ ปฏิเสธข่าวนี้กับสำนักข่าวรอยเตอร์ส ระบุว่าเป็นรายงานที่ไม่มีมูลความจริง

ทั้งนี้ มุลเลาะห์ อัคห์ตาร์ มานซูร์ ได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าใหญ่คนใหม่ของกลุ่มตาลีบันเมื่อเดือน ก.ค. 2015 หลังจากมีการเปิดเผยข่าวการตายของ มุลเลาะห์ โอมาร์ อดีตผู้นำสูงสุดและผู้นำทางจิตวิญญาณของตาลีบัน อย่างไรก็ตาม นายมานซูร์ไม่สนับสนุนการเจรจาสันติภาพกับรัฐบาลอัฟกานิสถานต่างกับนายโอมาร์

‘โรอานู’ ถล่ม บังกลาเทศดับ 6 อพยพชาวบ้าน 5 แสน อุตุฯเตือน-ฝนทั่วปท.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/623785

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 พ.ค. 2559 06:50

 

พายุไซโคลนโรอานูถล่มชายฝั่งทะเล บังกลาเทศ ประชาชนสังเวยชีวิตอย่างน้อย 6 ศพ ยอดผู้ประสบภัยกว่า 5 แสนคน กรมอุตุฯเตือน 36 จังหวัด เผชิญอิทธิพลพายุเตรียมรับมือฝนตกหนัก 21-25 พ.ค. ทะเลอันดามันคลื่นสูง 2-3 เมตร แนะเรือเล็กงดออกจากฝั่ง ขณะที่เรือยอชต์ครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวสเปน เจอพายุชนโขดหินขณะแล่นเรือข้างเกาะลิบง จ.ตรัง ชาวบ้านช่วยทันรอดตาย หวุดหวิด จ.ภูเก็ต คลื่นลมแรง ปักธงแดงตามชายหาดเตือนห้ามเล่นน้ำ

พายุไซโคลนโรอานูเริ่มแผลงฤทธิ์ถล่มบังกลาเทศ ขณะที่ประเทศไทยเริ่มได้รับอิทธิพลหลายจังหวัด เปิดเผยเมื่อวันที่ 21 พ.ค. สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานอ้างถ้อยแถลงนายโมฟาซซาล ฮอสเซน เชาว์ฮูรี รมว.จัดการด้านพิบัติภัยของบังกลาเทศ ระบุว่าผลกระทบจากพายุไซโคลน “โรอานู” พัดถล่มพื้นที่ชายฝั่งทะเลบังกลาเทศเมื่อช่วงวันเสาร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ศพ จากเหตุบ้านเรือนพังถล่ม 3 ศพ และโคลนถล่มอีก 3 ศพ หลังพายุพัดถล่มพื้นที่ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของอินเดียก่อนหน้านี้ ทำให้เกิดฝนตกหนักและลมแรง

ทั้งนี้ ทางการบังกลาเทศได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัย อาศัยอยู่ในแถบพื้นที่ลุ่มต่ำให้ไปพำนักตามสถานที่ปลอดภัยราว 500,000 คน ได้เตรียมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกด้านอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกัน รัฐบาลบังกลาเทศ สั่งระงับเที่ยวบินขึ้นลงสนามบินเมืองท่าจิตตะกองเพื่อความปลอดภัย เช่นเดียวกับระงับการเดินทางข้ามฝั่งทางเรือแล้วทั้งหมด เนื่องจากคลื่นลมทะเลในอ่าวเบงกอลยังรุนแรง ส่วนการเคลื่อนตัวของพายุไซโคลนโรอานูอยู่ระหว่างพัดขึ้นฝั่งทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศประเทศไทยว่า พายุไซโคลน “โรอานู” บริเวณอ่าวเบงกอลตอนบนมีศูนย์กลางทางด้านตะวันออกของประเทศอินเดีย หรือที่ละติจูด 20.0 องศาเหนือ ลองติจูด 88.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กม./ชม. กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือค่อนทางเหนือ ด้วยความเร็วประมาณ 20 กม./ชม. และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศบังกลาเทศและเมียนมา ช่วงวันที่ 21-22 พ.ค. ส่งผลให้มีลมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมประเทศไทย ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร ตาก เพชรบูรณ์ เลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา นราธิวาส ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักในระยะนี้ด้วย

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 21-25 พ.ค.

วันเดียวกัน นายอับดุลรอหีม ขุนรักษา กำนัน ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง รับแจ้งเหตุเรือยอชต์นักท่องเที่ยวต่างชาติ ชนโขดหินและกำลังจมทะเลบริเวณ น่านน้ำเกาะลิบง ไปตรวจสอบพร้อมด้วยชาวบ้านกว่า 100 คน พบเรือยอชต์ได้รับความเสียหายกำลังจมทะเล บนเรือพบครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวสเปน 4 คน เป็นพ่อ แม่ และลูก 2 คน อยู่บนเรือจึงให้ความช่วยเหลือ และลากจูงเรือมายังชายหาดพื้นที่ หมู่ 5 บ้านหลังเขา ต.เกาะลิบง จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่านักท่องเที่ยวแล่นเรือมาจากเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซียเพื่อมุ่งหน้าไป จ.ภูเก็ต ระหว่างทางพบพายุคลื่นลมแรง ทำให้เรือกระแทกกับโขดหินจนเรือเสียหาย กำลังจมกระทั่งมีชาวบ้านไปพบและให้ความช่วยเหลือ

ส่วนที่ จ.ภูเก็ต บรรยากาศตามชายหาดต่างๆ ค่อนข้างเงียบเหงา ภายหลังเจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการชายหาดคอยเฝ้าระวังและแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวไม่ให้ลงเล่นน้ำ เนื่องจากทะเลมีคลื่นและลมแรง โดยอนุญาตให้เล่นได้เฉพาะในจุดที่ปลอดภัย เช่นเดียวกับชายหาดป่าตอง อ.กระทู้ เจ้าหน้าที่ปักธงแดง เตือนนักท่องเที่ยวไม่ให้ลงเล่นน้ำ เนื่องจากมีคลื่นลมแรง และสภาพอากาศมืดครึ้มจากเมฆฝน เกรงว่าจะได้รับอันตราย

มังกรจีนจับตา!! ไช่ อิง เหวิน สาบานตนรับตำแหน่งปธน.ใหม่ไต้หวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/623208

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 พ.ค. 2559 12:00

 

ไช่ อิง เหวิน สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ไต้หวันแล้ว และยังสร้างประวัติศาสตร์ เป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรก พร้อมประกาศเจตจำนงต่อการเป็นผู้นำรัฐบาลไต้หวัน เรียกร้องให้มีการเจรจาที่สร้างสรรค์กับจีน

เมื่อ 20 พ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน น.ส.ไช่ อิง เหวิน หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ของไต้หวัน วัย 59 ปี ทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของไต้หวันแล้วเมื่อวันที่ 20 พ.ค. หลังจากคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย ในเดือนมกราคม ที่ผ่านมา สามารถโค่นพรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลมานาน 8 ปีลงได้

ข่าวแจ้งว่า มีแขกผู้มีเกียรติและสมาชิกขององค์กรเพื่อสังคมนับ 20,000 คน ได้รับเชิญให้มาร่วมเป็นสักขีพยานในการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวันของ น.ส.ไช่ อิง เหวิน ซึ่งยังนับเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของไต้หวันด้วย โดยไช่ อิง เหวิน ได้ยกมือขวาขณะอ่านคำสาบานต่อหน้าธงชาติไต้หวัน พร้อมกับรับมอบตราสัญลักษณ์ประจำตำแหน่ง ขณะที่นายหม่า อิง จิ่ว ประธานาธิบดีที่กำลังพ้นวาระได้ส่งมอบตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ให้แก่ไช่ อิง เหวิน ด้วย

ไช่ อิง เหวิน รับมอบตราสัญลักษณ์ประจำตำแหน่ง

ประทับตรา ประธานาธิบดี

จากนั้น ประธานาธิบดีไช่ อิง เหวิน ได้กล่าวสุนทรพจน์ประกาศเจตจำนงต่อการเป็นผู้นำไต้หวัน โดยเรียกร้องให้มีการเจรจาที่สร้างสรรค์กับจีน เพื่อประโยชน์ของชาวไต้หวันและชาวจีน อย่างไรก็ตาม การสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของไช่ อิง เหวิน หัวหน้าพรรคดีพีพี ถูกจับตามองจากจีนอย่างใกล้ชิด เพราะที่ผ่านมา พรรคดีพีพีไม่เคยสนับสนุนนโยบาย ‘จีนเดียว’ แตกต่างจากพรรคก๊กมินตั๋งและอดีต ประธานาธิบดีหม่า อิง จิ่ว ที่มีการทอดไมตรีกับรัฐบาลปักกิ่งโดยตลอด.

หม่า อิง จิ่ว ประธานาธิบดีคนก่อน (ซ้าย) และไช่ อิง เหวิน ประธานาธิบดีคนใหม่ไต้หวัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไช่ อิง เหวิน สุดดีใจ คว้าชัยเลือกตั้ง!! ประธานาธิบดีหญิงคนแรกไต้หวัน

จีนกร้าว! ส่งบินรบ 2 ลำ สกัดเครื่องบินทหารมะกัน ซ้ำบีบให้บินลงต่ำเลี่ยงชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/622724

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 พ.ค. 2559 13:00

 

(ภาพประกอบเป็นเครื่องบินรบ‘Interceptor’ J-7ของกองทัพอากาศจีน)

กองทัพอากาศจีนส่งเครื่องบินรบ 2 ลำบินขึ้นสกัดเครื่องบินลาดตระเวนของสหรัฐฯ ในทะเลจีนใต้ ด้านเจ้าหน้าที่กองทัพมะกันเผย เครื่องบินรบจีนได้บังคับให้เครื่องบินกองทัพสหรัฐฯ บินต่ำลงไป 200 ฟุตด้วย ไม่เช่นนั้นชนกันแน่

เมื่อวันที่ 19 พ.ค.59 สำนักข่าวบีบีซี รายงาน กองทัพจีนส่งเครื่องบินรบ 2 ลำ บินขึ้นสกัดเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลของสหรัฐฯ เหนือบริเวณเขตน่านฟ้าสากล ในทะเลจีนใต้ เมื่อ 17 พ.ค. ขณะที่ความตึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐฯ กำลังทวีสูงขึ้นในระยะนี้ เนื่องจากสหรัฐฯ ออกโรงตำหนิจีนที่มีการเคลื่อนไหวทางทหารในบริเวณหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ ซึ่งกำลังเกิดข้อพิพาทแย่งชิงกรรมสิทธิ์กับหลายประเทศในอาเซียน ส่วนจีนก็ได้วิพากษ์วิจารณ์สหรัฐฯ ที่ส่งเรือลาดตระเวนทางทะเลและมีการจัดซ้อมรบในเอเชียอยู่เป็นระยะๆ

ข่าวแจ้งว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ออกมาแถลงข่าวนี้ พร้อมกับระบุว่า เครื่องบินลาดตระเวนลำดังกล่าวของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติหน้าที่บินลาดตระเวนทางทะเลในบริเวณนั้นตามปกติ ขณะที่ถูกเครื่องบินรบ 2 ลำของจีนบินขึ้นสกัด โดยเจ้าหน้าที่ทางทหารนายหนึ่งยังเปิดเผยกับนักข่าวเอพีว่า เครื่องบินรบ 2 ลำของจีนได้บังคับให้นักบินเครื่องบินลาดตระเวนของสหรัฐฯ ต้องบินต่ำลงไป 200 ฟุตด้วย เพื่อเลี่ยงไม่ให้ชนกับเครื่องบินรบของจีน

‘ซูซูกิ’ รับ! ใช้วิธีผิดทดสอบอัตราปล่อยมลพิษ-กินน้ำมัน แต่ปัดโกง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/622531

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 พ.ค. 2559 02:10

 

(ภาพ: AP)

ซูซูกิ ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่น ออกมายอมรับว่า พบความไม่ถูกต้องในวิธีการทดสอบอัตราการปล่อยมลพิษ และอัตราการกินน้ำมันของรถยนต์หลายรุ่น แต่ยืนยันว่าไม่มีการโกงเกิดขึ้น…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ลำดับ 4 ของประเทศญี่ปุ่น ออกมายอมรับในวันพุธที่ 18 พ.ค. ว่า พวกเขาใช้วิธีในการทดสอบอัตราการปล่อยมลพิษ และอัตราการกินน้ำมันของรถยนต์ 16 รุ่น ไม่ตรงกับวิธีการของเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ แต่ยืนยันว่า ผลการทดสอบใหม่แสดงให้เห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องแก้ไขข้อมูลแต่อย่างใด

ในวันพุธ นายโอซามุ สุซุกิ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ซูซูกิ กล่าวในงานแถลงข่าวว่า “ทางบริษัทขอโทษต่อข้อเท็จจริงที่ว่า พวกเราไม่ได้ทำตามกฎของประเทศ” เขากล่าวเสริมด้วยว่า มีรถยนต์ของบริษัทได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ประมาณ 2.1 ล้านคัน แต่ไม่มีรถยนต์ที่ขายในต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ซูซูกิ ยืนยันว่า พวกเขาไม่ได้ใช้วิธีการทดสอบที่ผิดนี้ เพื่อตกแต่งให้ตัวเลขต่างๆ ออกมาดูดีกว่าความเป็นจริง แต่เป็นผลจากการอ่านค่าการทดสอบผิดวิธีในการทดสอบเมื่อปี 2010 “พวกเขาไม่พบการกระทำผิดต่างๆ เช่น การตกแต่งข้อมูลอัตราการกินน้ำมัน”

โอซามุ สุซุกิ ประธานและซีอีโอของบริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ภาพ: AP)

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ บริษัท ซูซูกิ เกิดขึ้นหลังจากกระทรวงคมนาคมของญี่ปุ่นออกคำสั่งให้ ผู้ผลิตรถยนต์ทั่วประเทศยื่นผลการทดสอบอัตราการบริโภคน้ำมันในรถยนต์ทุกรุ่นอีกครั้งภายในวันพุธ

อนึ่ง ซูซูกิ เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่เจ้าที่ 2 ของญี่ปุ่น ที่ออกมายอมรับเกี่ยวกับความผิดพลาด หรือผิดปกติในการทดสอบประสิทธิภาพรถยนต์ ตามหลังบริษัท มิตซูบิชิ ที่ออกมายอมรับเมื่อเดือนก่อนว่า มีพนักงานจำนวนหนึ่งตกแต่งข้อมูลการบริโภคน้ำมันรถให้ดูดีเกินจริงหลายครั้งตลอด 25 ปีที่ผ่านมา กระทบรถยนต์ร่วม 600,000 คัน

ล่าสุด บริษัท มิตซูบิชิ เปิดเผยว่า เท็ตสึโระ ไอคาวะ ประธานบริษัท จะลาออกจากตำแหน่ง โดยมีสาเหตุจากข่าวฉาวที่เกิดขึ้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ซูซูกิงานเข้า! โดนสื่อแฉ อาจแต่งตัวเลขอัตราการกินน้ำมันรถ เหมือนมิตซูฯ