ปธน.โสมใต้ ขอโทษประชาชนกรณีข่าวฉาว-ยันไม่ได้ถูกลัทธิครอบงำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 พ.ย. 2559 00:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/774206

 

ปาร์ก กึน-เฮ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ แถลงขอโทษประชาชนผ่านการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ ที่ยอมให้เพื่อนของเธอเข้าแทรกแซงกิจการของรัฐ พร้อมยืนยันด้วยว่า เธอไม่ได้ตกเป็นเหยื่อของลัทธิความเชื่อทางศาสนา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 4 พ.ย. น.ส. ปาร์ก กึน-เฮ ประธานาธิบดีแห่งประเทศเกาหลีใต้ ออกมากล่าวขอโทษประชาชนผ่านการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ หลังเกิดกระแสข่าวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เธอปล่อยให้นาง ชอย ซุน-ซิน เพื่อนสนิทของเธอ ใช้ความสนิทสนมเข้าแทรกแซกกิจการของรัฐ จนน.ส.ปาร์ก ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และคะแนนความนิยมดิ่งเหวเหลือแค่ 5%

น.ส.ปาร์ก แถลงด้วยสีหน้าเศร้าหมอง ว่า เธอขอโทษที่ยอมให้เพื่อนสนิทของเธอที่คบหากันมานานเข้าแทรกแซงการกำหนดนโยบายอย่างไม่เหมาะสม เธอเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในเรื่องการเข้าถึงเอกสารของรัฐบาล และยินดีถูกสอบปากคำเกี่ยวกับเรื่องอื้อฉาวนี้

“ดิฉันเชื่อในความสัมพันธ์ส่วนตัวมากเกินไป และไม่ได้พิจารณาอย่างระมัดระวังว่า อะไรกำลังเกิดขึ้น” น.ส.ปาร์กกล่าว “ใครก็ตามที่ถูกพบว่ากระทำผิดจะต้องถูกลงโทษ และหากจำเป็น ดิฉันตกลงให้อัยการเข้าสอบสวน และยอมรับการสืบสวนจากคณะกรรมการอิสระด้วย” อย่างไรก็ตาม เธอไม่พูดถึงเรื่องการลาออกจากตำแหน่งแต่อย่างใด


สื่อเกาหลีใต้ รายงานข่าวนาง ชอย ซุน-ซิน ถูกจับกุม

ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเกาหลีใต้รายนี้ยังยืนยันด้วยว่า เธอไม่ได้ตกเป็นเหยื่อลัทธิความเชื่อทางศาสนา หลังมีข่าวว่าบิดาของนางชอยคือ ชอย แต-มิน เจ้าลิทธิทางศาสนากลุ่มหนึ่งที่ใกล้ชิดกับบิดาของน.ส.ปาร์ก คือนาย ปาร์ก จุง-ฮี สมัยที่เขาดำรงตำแหน่งผู้นำเกาหลีใต้อยู่

“มีการกล่าวอ้างว่า ดิฉันตกหลงเชื่อคำสอนของลัทธิศาสนา หรือ มีการทำพิธีกรรมทรงเจ้าเข้าผีในทำเนียบน้ำเงิน (ทำเนียบประธานาธิบดี) แต่ดิฉันขอพูดให้ชัดเจนว่า เรื่องเหล่านั้น ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง” น.ส.ปาร์ก กล่าว

ทั้งนี้ ไม่นานหลังจากน.ส.ปาร์ก ออกมาขอโทษต่อประชาชน นางชู มี-แอ หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปไตย ก็ออกมากล่าวว่า เธอไม่เชื่อในคำขอโทษของน.ส.ปาร์ก และเรียกร้องให้เธอยอมรับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่รัฐสภาเสนอชื่อ

 

คดี “รัสปูตินหญิง” อาจสอบถึงผู้นำเกาหลีใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 พ.ย. 2559 03:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/773212

 

เมื่อ 3 พ.ย. พนักงานอัยการเกาหลีใต้เข้าควบคุมตัวนายอัน จอง-บุม อดีตที่ปรึกษาระดับอาวุโสด้านประสานงานนโยบายของประธานาธิบดี ปาร์ก กึน-เฮ ของเกาหลีใต้ ที่เขาเพิ่งลงจากตำแหน่งเมื่อเดือน ต.ค. เหตุพัวพันคดีอื้อฉาวใช้อิทธิพลขู่บังคับบริษัทต่างๆ รวมทั้งซัมซุงให้บริจาคเงินเข้ามูลนิธิที่นางชอย ซุน-ซิล ฉายา “รัสปูตินหญิง” เพื่อนสนิทประธานาธิบดีปาร์กตั้งขึ้นแล้วนำเงินส่วนนี้ไปใช้ส่วนตัว ด้านนางชอยถูกกล่าวหาแทรกแซงกิจการรัฐโดยไม่มีตำแหน่งในรัฐบาลและใช้ความสนิทสนมแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งเธออยู่ระหว่างถูกควบคุมตัวรอพิจารณาตั้งข้อกล่าวหา


ปาร์ก กึน-เฮ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้

โดยเจ้าหน้าที่ขอกักตัวนายอันแบบฉุกเฉิน เพราะเกรงว่านายอันอาจทำลายหลักฐาน ซึ่งภายใต้กฎหมายเกาหลีใต้ อัยการมีเวลา 48 ชม. เพื่อขอหมายจับจากศาล ขณะที่ประธานาธิบดีปาร์กเสนอชื่อแต่งตั้งให้นายฮัน กวัง-อ๊ก อดีตผู้ช่วยอดีตประธานาธิบดี คิม แด-จุง ขึ้นเป็นเสนาธิการ ท่ามกลางปัญหาที่กำลังรุมเร้าประธานาธิบดีปักอย่างหนัก

ด้านนายคิม ฮยุน-วุง รมว.ยุติธรรมเกาหลีใต้ แจ้งต่อรัฐสภาว่าอัยการอาจสอบปากคำประธานาธิบดีหากการสอบสวนเชื่อมโยงไปถึง ซึ่งสอดคล้องกับนายคิม บยอง-จุน ผู้ได้รับเสนอชื่อขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ระบุว่า ทุกคนรวมทั้งประธานาธิบดีถือว่าเท่าเทียมกันทางกฎหมาย ส่วนตัวเห็นว่ามีความเป็นไปได้ทางกฎหมายถ้าจะมีการสอบสวนประธานาธิบดีที่ยังอยู่ในวาระ.

 

ปากีฯ อ้าง เปิดโปงเครือข่ายสายลับอินเดีย ในอิสลามาบัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 พ.ย. 2559 23:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/773097

 

นาฟีส ซาคาเรีย โฆษกกระทรวงต่างประเทศปากีสถาน

ทางการปากีสถานอ้างว่า พวกเขาสามารถเปิดโปงเครือข่ายสายลับที่ทำงานในหน่วยงานทางการทูตของประเทศอินเดีย ในกรุงอิสลามาบัด ขณะที่อินเดียออกมาปฏิเสธว่าข้อกล่าวหาที่ว่า ไม่เป็นความจริง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 3 พ.ย. ทางการปากีสถานออกมาเปิดเผยว่า พวกเขาสามารถเปิดโปงเครือข่ายสายลับที่ทำงานในหน่วยงานทางการทูตของประเทศอินเดีย ในกรุงอิสลามาบัด ขณะที่สื่อปากีสถานได้เผยแพร่ภาพและชื่อของเจ้าหน้าที่อินเดีย 8 นายที่ถูกกล่าวหาเป็นสมาชิกกลุ่มจารกรรมข้อมูลกลุ่มหนึ่งด้วย

“เราผิดหวังที่อินเดียไม่เพียงถูกพบว่าเข้าไปมีส่วนในการสนับสนุนกิจกรรมและการเงินของผู้ก่อการร้าย แต่อินเดียยังใช้ภารกิจทางการทูตเพื่อความปรารถนาอันหยาบช้าของพวกเขาด้วย” แถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศปากีสถานระบุ

ด้านนาย วิคาส สวารัป โฆษกกระทรวงต่างประเทศอินเดีย แถลงต่อผู้สื่อข่าวปฏิเสธข้อกล่าวหาของปากีสถาน “เราขอปฏิเสธข้อกล่าวหาอันไร้เหตุผลและไม่มีมูลความจริงจากปากีสถาน ที่มีต่อเจ้าหน้าที่บางคนในสำนักงานข้าหลวงใหญ่อินเดียในกรุงอิสลามอย่างสิ้นเชิง” นายสวารัประบุอีกว่า เจ้าหน้าที่กลุ่มดังกล่าวถูกนำตัวเขาไปพัวพันอย่างผิดๆ และพวกเขากำลังดำเนินการเรื่องข้อตกลงทางเศรษฐกิจระหว่างทั้ง 2 ประเทศ

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียและปากีสถานเริ่มตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง หลังจากเกิดเหตุกลุ่มติดอาวุธบุกโจมตีค่ายทหารอินเดียในแคว้นแคชเมียร์ เมื่อเดือนก.ย. ทำให้ทหารอินเดียเสียชีวิต 19 นาย โดยแคชเมียร์เป็นดินแดนที่อินเดียและปากีสถานแบ่งกันปกครองนับตั้งแต่เป็นอิสระจากอังกฤษในปีพ.ศ. 2490 แต่ต่างฝ่ายต่างอ้างอิทธสิทธิ์การครวบครองทั้งพื้นที่มาตลอด

นับตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ 28 ต.ค. จนถึงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทหารอินเดียและปากีสถานต่างใช้อาวุธยิงตอบโต้กับข้ามแนวเส้นควบคุม (Line of Control) ในแคชเมียร์เป็นระยะ ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ฝ่ายรวมกว่า 24 ราย ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน

และเมื่อวันพุธ ทางการปากีสถานเรียกตัวเจ้าหน้าที่ 6 นายกลับจากสำนักงานการทูตในกรุงนิวเดลีของอินเดีย หลังจากทั้ง 6 คนถูกอินเดียกล่าวหาว่าเป็นสายลับ อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าอินเดียจะเรียกตัวเจ้าหน้าที่ 8 คนที่ถูกกล่าวหากลับประเทศ หรือปากีสถานจะเนรเทศเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้หรือไม่

 

จีนยืนยัน ไม่มีคนรอดเหตุแก๊สระเบิดที่เหมืองนครฉงชิ่ง ดับ 33 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 พ.ย. 2559 03:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/772247

 

ทางการจีนออกมายืนยันในวันพุธว่า คนงานเหมือง 33 คนที่ติดอยู่ในเหมืองถ่านหินแห่งหนึ่งในนครฉงชิ่ง ซึ่งเกิดแก๊สระเบิดเมื่อวันจันทร์ เสียชีวิตทั้งหมดแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จากกรณีเกิดเหตุแก๊สระเบิดขึ้นที่เหมืองถ่านหิน ‘จินซานโกว’ (Jinshangou) ในเมืองไหลซู่ เขตหย่งฉวน ของเขตเทศบาลนครฉงชิ่ง ทางตอนใต้ของประเทศจีน เมื่อวันจันทร์ที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุด ในวันพุธ ทางการจีนออกมายืนยันแล้วว่า คนงาน 33 คนที่ติดอยู่ภายในเหมือง เสียชีวิตทั้งหมด

นับตั้งแต่เกิดเหตุระเบิดเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย, หน่วยดับเพลิง และตำรวจ รวมกว่า 200 นาย ก็เร่งทำงานแข่งกับเวลาเพื่อช่วยเหลือคนงานที่ติดอยู่ภายในเหมือง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่พบผู้รอดชีวิต และสามารถกู้ศพคนงานทั้ง 33 คนได้ครบแล้วในวันพุธ โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างระบุตัวตน


ทีมกู้ภัยยืนสงบนิ่งไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตในเมืองถ่านหิน จินซานโกว

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ สำนักงานตรวจสอบความปลอดภัยเหมืองถ่านหินของนครฉงชิ่ง ออกคำสั่งให้เหมืองถ่านหินทุกแห่งในเขตเทศบาลแห่งนี้ ระงับการผลิตชั่วคราวเพื่อรอการตรวจสอบความปลอดภัย ขณะที่จนถึงตอนนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการระเบิด แต่เชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่สาเหตุจะเกิดจากประกายไฟไปติดแก๊สที่พื้นโลกปล่อยออกมา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สลด! แก๊สระเบิดในเหมืองถ่านหินจีน ดับ 15 ราย ยังสูญหายอีก 18 คน

 

รัสเซียประกาศหยุดโจมตีอเลปโปรอบใหม่ ให้เวลากบฏหนีถึงเย็นวันศุกร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 พ.ย. 2559 00:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/772106

 

รัสเซียประกาศจะหยุดโจมตีในเมืองอเลปโปของซีเรียรอบใหม่ ในวันศุกร์ เพื่อเปิดทางให้ประชาชน รวมทั้งกลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาล เดินทางออกจากเมืองแห่งนี้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 2 พ.ย. ทางการรัสเซียประกาศจะหยุดการโจมตีในเมืองอเลปโป ของซีเรียในวันศุกร์เป็นเวลา 10 ชั่วโมง และบอกให้กลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาลที่ยึดเมืองแห่งนี้อยู่ ให้หลบหนีไปภายในช่วงเย็นวันดังกล่าว ซึ่งนี่อาจเป็นการส่งสัญญาณว่า รัสเซียกำลังเตรียมยกระดับการโจมตีเป้าหมายภายในเมืองอเลปโป

กระทรวงกลาโหมของรัสเซีย ซึ่งกำลังช่วยเหลือรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด แห่งซีเรีย ในการยึดคืนเมืองอเลปโป ระบุว่ากลุ่มกบฏจะได้รับอนุญาตให้ออกจากเมืองไปพร้อมกับอาวุธของพวกเขาโดยไม่บาดเจ็บ ในช่วงเวลา 9:00 น. – 19:00 น. วันที่ 4 พ.ย. โดยผ่านเส้นทางพิเศษ 2 สาย ส่วนพลเรือน, ผู้ป่วย และผู้บาดเจ็บ จะสามารถเดินทางออกจากเมืองด้วยเส้นทางอื่นๆ อีก 6 เส้นทาง

กระทรวงกลาโหมของรัสเซียระบุอีกว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ออกคำสั่งหยุดการต่อสู้ในเมืองอเลปโปในวันดังกล่าว เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายอย่างไร้ความหมาย โดยทางการซีเรียจะรับประกันว่า กองทัพซีเรียจะถอนกำลังออกจากเส้นทางพิเศษทั้ง 2 เส้นทางที่จัดเตรียมไว้ให้กลุ่มกบฏ

ทั้งนี้ รัสเซียและซีเรียเคยประกาศหยุดการโจมตีทางอากาศในเมืองอเลปโปเมื่อวันที่ 18 ต.ค. และหยุดโจมตีเพื่อมนุษยธรรมหลายครั้ง เพื่อให้ทั้งฝ่ายกบฏและพลเรือนที่ตกค้างเดินทางออกจากเมืองผ่านเส้นทางที่รัสเซียและซีเรียจัดเตรียมไว้ แต่ความพยายามส่วนใหญ่ล้มเหลวท่ามกลางความรุนแรงที่ปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายต่างกล่าวโทษอีกฝ่ายว่าพยายามขัดขวางไม่ให้ประชาชนออกจากเมือง

ก่อนหน้านี้เมื่อวันอังคาร รัฐบาลรัสเซียออกมายืนยันว่า มาตรการหยุดโจมตีทางอากาศยังมีผลบังคับใช้อยู่ แต่พวกเขาอาจไม่ยืดเวลาของมาตรการนี้ หากกบฏในเมืองอเลปโปไม่ยุติการโจมตี

 

อัยการโสมขาวขอศาลอนุมัติออกหมายจับ เพื่อนปาร์ก กึน เฮ ดิ้นปรับ ครม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ย. 2559 18:58

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/771972

 

อัยการเกาหลีใต้เดินเครื่อง ขอศาลอนุมัติหมายจับ ชอย ซุน ซิล เพื่อนสนิทประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮแล้ว ขณะที่ผู้นำหญิงโสมขาวดิ้นกู้ความนิยม ประกาศปรับ ครม. ตั้งนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลังคนใหม่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางชอย ซุน ซิล เพื่อนสนิทของประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮ ซึ่งถูกคณะอัยการเรียกตัวมาสอบปากคำ และมีคำสั่งควบคุมตัวเมื่อวันจันทร์ที่ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมา จากกรณีเข้ามาแทรกแซงกิจการรัฐ ทั้งที่ไม่มีตำแหน่งใดในรัฐบาลว่า คณะอัยการเกาหลีใต้ เดินเครื่องต่อ ขอให้ศาลอนุมัติหมายจับ นางชอยอย่างเป็นทางการแล้ว ในข้อหาแทรกแซงกิจการรัฐและพยายามฉ้อโกง หลังจากได้สอบสวนนางชอยมาได้ 2 วัน โดยโฆษกศาลแห่งหนึ่งในกรุงโซลยังเผยว่า ศาลจะพิจารณาคำขอออกหมายจับของสำนักงานอัยการเขตกลางกรุงโซล ในวันพฤหัสฯ ที่ 3 พ.ย.นี้


นางชอย ซุน ซิล ขณะเดินทางมายังสำนักงานอัยการเขตกลางกรุงโซล เมื่อวันที่ 30 ต.ค.59

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮ พยายามเรียกความนิยมกลับคืน หลังโดนโจมตีหนัก จากเรื่องอื้อฉาวครั้งใหญ่ ด้วยการประกาศปรับคณะรัฐมนตรีเมื่อวันพุธที่ 2 พ.ย. พร้อมกับแต่งตั้ง ศาสตราจารย์ คิม บยอง จอน ซึ่งเคยเป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายของอดีตประธานาธิบดีโน มู ฮยอน เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ แทน นายฮวาง คโยอัน นอกจากนั้น ยังแต่งตั้งนายยิม จอง ยอง หัวหน้าคณะทำงานด้านการคลัง นั่งเก้าอี้รมว.คลังคนใหม่ พร้อมกับควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ


ศ.คิม บยอง จอน ได้รับแต่งตั้งให้เป็น นายกรัฐมนตรีคนใหม่เกาหลีใต้ เมื่อ 2 พ.ย.59

สำนักข่าวยอนฮัพ รายงานว่า นายคิม บยอง จอน นายกรัฐมนตรีคนใหม่นั้น ปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์สอนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยกุกมิน ในกรุงโซล โดยเขาเคยเป็นที่ปรึกษาอาวุโสด้านนโยบาย ของอดีตประธานาธิบดีโน มู ฮยอน และยังเป็นเป็นรองนายกรัฐมนตรีด้านการศึกษา ในช่วงปี 2546-2551 ขณะที่ เจ้าหน้าที่ในทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ผู้หนึ่งเผยว่า เป็นความประสงค์ของประธานาธิบดีปาร์ก ที่ต้องการให้เป็นรัฐบาลกลางและมีเสถียรภาพ จึงได้แต่งตั้ง ศ.คิม บยอง จอน เป็นนายกฯ คนใหม่

ยอนฮัพ ยังระบุด้วยว่า การปรับคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ของรัฐบาลประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮ เนื่องจากมีความหวั่นเกรงมากขึ้นถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิด ‘สุญญากาศ’ ในการบริหารประเทศ เนื่องจากประธานาธิบดีปาร์กได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเรื่องอื้อฉาวที่ปล่อยให้นางชอนเข้ามาแทรกแซงกิจการของรัฐ รวมถึงการตรวจทานและแก้ไขสุนทรพจน์ จนถูกชาวเกาหลีใต้ออกมาประท้วงขับไล่ให้ลาออก และยังเกรงว่าอาจโดนกระบวนการอิมพีชเมนต์ ถอดถอนจากตำแหน่ง.

 

อินเดีย-ปากีฯ ยิงตอบโต้ข้ามพรมแดนแคชเมียร์ ดับอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ย. 2559 04:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/771196

 

อินเดียและปากีสถานต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่ายิงปืนข้ามพรมแดน แคชเมียร์ โจมตีอย่างต่อเนื่องตลอดหลายวันที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 24 ราย หลังจากเหตุความรุนแรงปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อ 2 เดือนก่อน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทหารของประเทศอินเดียและปากีสถาน ต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงปี 2003 ด้วยการยิงปืนข้ามแนวเส้นควบคุม (Line of Control: แอลโอซี) ของดินแดนพิพาทแคชเมียร์ ทางเหนือของอินเดียซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายแบ่งกันปกครองตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ 28 ต.ค. และตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 24 ราย

เจ้าหน้าที่ของอินเดียระบุว่า ปืนใหญ่ของปากีสถานยิงโจมตีเป้าหมาย 2 จุดเมื่อวันอังคาร สังหารพลเรือน 8 รายรวมทั้งเด็กอีก 2 คน และมีทหารปากีสถานถูกสังหารอีก 2 นาย ขณะที่ 1 วันก่อนหน้านี้ ทหารของพวกเขา 1 นาย และพลเรือนอีก 1 คนก็ถูกสังหารเช่นกัน

ส่วนทางการปากีสถานออกมากล่าวโทษอินเดียว่ายิงโจมตีข้ามพรมแดนเมื่อวันจันทร์ ทำให้พลเรือนของพวกเขาเสียชีวิต 6 ราย และมีประชาชนเสียชีวิตอีก 6 รายในเหตุความรุนแรงเมื่อวันศุกร์และเสาร์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ อินเดียและปากีสถาน อ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดน แคชเมียร์ หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ รัฐชัมมูและกัศมีร์ ทั้งหมด แต่ต่างฝ่ายต่างควบคุมพื้นที่ได้แค่บางส่วน ดินแดนแห่งนี้ยังเป็นสาเหตุทำให้ทั้ง 2 ประเทศทำสงครามกันถึง 2 ครั้ง นับตั้งแต่ได้รับอิสรภาพจากอังกฤษ และความรุนแรงเริ่มสงบลงหลังจากมีข้อตกลงหยุดยิงปี 2003

อย่างไรก็ตามสถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นอีกครั้งหลังจากเกิดเหตุกลุ่มติดอาวุธบุกโจมตีค่ายทหารอินเดียในแคชเมียร์เมื่อเดือนก.ย. ซึ่งทำให้มีทหารอินเดียเสียชีวิต 17 นาย โดยอินเดียกล่าวหาปากีสถานทันทีว่ามีส่วนรู้เห็นกับการโจมตีดังกล่าว แต่ฝ่ายปากีสถานปฏิเสธ

เหตุความรุนแรงรอบใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้พลเรือนหลายร้อยคนในหลายหมู่บ้านใกล้แนวเส้นควบคุมต้องอพยพออกจากพื้นที่

 

มะกันเตือน โสมเหนือเตรียมทดสอบขีปนาวุธอีกภายใน 72 ชม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ย. 2559 03:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/771142

 

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เผยต่อสื่อว่า เกาหลีเหนือกำลังเตรียมการเพื่อทดสอบยิงขีปนาวุธรอบใหม่ภายใน 3 วันข้างหน้า หลังจากเพิ่งล้มเหลวไปเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน…

สถานีโทรทัศน์ ฟ็อกซ์นิวส์ ขงสหรัฐฯ รายงานเมื่อวันอังคารที่ 1 พ.ย. โดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ผู้ไม่ขอเปิดเผยนาม 2 คน ว่า เกาหลีเหนือกำลังเตรียมการเพื่อปล่อยขีปนาวุธพิสัยกลางรอบใหม่ภายใน 24-72 ชั่วโมงข้างหน้า ซึ่งหากเป็นจริงจะถือเป็นการทดสอบขีปนาวุธครั้งที่ 9 นับตั้งแต่เดือนเม.ย.

ทั้งนี้ เกาหลีเหนืออยู่ภายใต้มติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ที่ห้ามไม่ให้ทำกิจกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับขีปนาวุธ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเปียงยางเพิกเฉยต่อมติดังกล่าวมาตลอด และดำเนินการทดสอบขีปนาวุธมาแล้วหลายครั้งนี้ปีนี้ จนถึงสหประชาชาติและนานาประเทศร่วมกันคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ

การทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือเกิดขึ้นเมื่อ 20 ต.ค. โดยเชื่อว่าเป็นการยิงขีปนาวุธพิสัยกลาง ‘มูซูดาน’ แต่การทดสอบล้มเหลวทันทีที่ปล่อยจรวด

 

ทัพอิรักเริ่มบุกเข้าเมืองโมซูลครั้งแรก-นายกฯ ลั่นไอซิสยอมแพ้หรือตาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 พ.ย. 2559 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/770096

 

กองกำลังฝ่ายรัฐบาลอิรักเริ่มบุกเข้าไปในเมืองโมซูลแล้วเมื่อวันจันทร์ หลังจากปฏิบัติการเพื่อยึดคืนเมืองแห่งนี้ ย่างเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ขณะที่ นายกรัฐมนตรีอิรักประกาศว่า กลุ่มไอซิสมีทางเลือกแค่ยอมแพ้หรือตาย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพรัฐบาลอิรักสามารถตีฝ่าการป้องกันในพื้นที่ชานเมืองทางตะวันออกเมืองโมซูลทางเหนือของประเทศได้แล้วเมื่อวันจันทร์ ทำให้การต่อสู้เพื่อยึดคืนเมืองซึ่งเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ในอิรักแห่งนี้ เคลื่อนสู่พื้นที่ชายขอบเมืองเป็นครั้งแรก ในขณะที่ปฏิบัติการย่างเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3

กองทัพรัฐบาลอิรักและพันธมิตรกลุ่มต่างๆ ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านการโจมตีทางอากาศจากสหรัฐฯ ใช้เวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาในการจัดการกับนักรบติดอาวุธของไอซิสในพื้นที่รอบเมืองโมซูล อันเป็นขั้นตอนแรกในปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดของอิรัก นับตั้งแต่สหรัฐฯ บุกโค่นล้มรัฐบาลของซัดดัม ฮุซเซน เมื่อปี ค.ศ. 2003

เมื่อวันจันทร์ กองกำลังพิเศษ หน่วยต่อต้านก่อการร้าย (ซีทีเอส) ของรัฐบาลอิรัก ซึ่งได้รับการฝึกฝนโดยสหรัฐฯ เคลื่อนทัพมุ่งสู่เขตอุตสาหกรรมก็อกจาลี ชานเมืองทางตะวันออกของเมืองโมซูล โดยพลโท อับดุล กานี อัล-อัสซาดี ผู้บัญชาการของซีทีเอส บอกกับสถานีโทรทัศน์แห่งชาติว่า กองกำลังของเขาเดินทางถึงชายขอบเขตคารามา ในเมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศแห่งนี้แล้ว

ด้านแหล่งข่าวจากหน่วยข่าวกรองของกองกำลังเปชเมอร์กา ของชาวเคิร์ดในอิรัก ระบุว่า เขาได้รับรายงานว่านักรบไอซิส 7 รายเสียชีวิต และยานพาหนะอีก 2 คันถูกทำลาย ในการต่อสู้ที่เขตอาเดน ซึ่งอยู่ติดกับเขตคารามา ขณะที่สื่อโทรทัศน์ของซีเรียรายงานด้วยว่า เกิดการต่อสู้ภายในเมืองโมซูลด้วย โดยเป็นการปะทะกันระหว่างนักรบไอซิสกับชาวบ้านที่ลุกฮือขึ้นต่อต้าน

แหล่งข่าวของเปชเมอร์การะบุด้วยว่า กลุ่มต่อต้านดังกล่าวเปิดฉากยิงปืนเข้าใส่หน่วยตำรวจของไอซิสในเขตอินติซาร์ ทางใต้ของเขตคารามา ทำให้นักรบของกลุ่มไอซิสต้องกระจายกำลังออกไปทั่วเมืองโมซูลเพื่อป้องกันการลุกฮือในลักษณะเดียวกัน

ทั้งนี้ นายไฮเดอร์ อัล-อาบาดี นายกรัฐมนตรีอิรัก กล่าวที่ฐานทัพอากาศเกยารา ทางใต้ของเมืองโมซูลว่า กองทัพของพวกเขากำลังพยายามปิดเส้นทางทั้งหมดไม่ให้นักรบไอซิสหลายพันคนในเมืองโมซูลใช้หลบหนี “พระเจ้าทรงอำนวยพร เราจะตัดหัวของงูตัวนี้ พวกเขาไม่มีทางหนี พวกเขามีทางเลือกแค่ยอมแพ้หรือตาย”

 

เมืองหลวงอินเดียเจอหมอกควันอันตรายปกคลุม หลังจัดเทศกาล ‘ดิวาลี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 พ.ย. 2559 02:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/770051

 

นิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย กำลังเผชิญปัญหาหมอกควันในระดับอันตราย จนทางการต้องสั่งให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน โดยสาเหตุหลักเกิดจากการจุดพลุไฟในงานเทศกาลสำคัญทางศาสนา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของประเทศอินเดีย กำลังเผชิญกับภาวะหมอกควันปกคลุมหนาทึบ บดบังทัศนวิสัยในช่วงเช้าวันจันทร์ โดยคุณภาพอากาศย่ำแย่ลงอย่างมากในชั่วข้ามคืน จนทางการต้องออกคำแนะนำให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้านหรือที่ร่ม


ภาพเปรียบเทียบระดับหมอกควันที่สถานีรถไฟในกรุงนิวเดลี โดยภาพบนถ่ายเมื่อวันที่ 28 ต.ค. ส่วนภาพล่างถ่ายเมื่อวันที่ 31 ต.ค.

กรุงนิวเดลีของอินเดีย จัดเป็นหนึ่งในเมืองที่มีมลภาวะสูงที่สุดในโลก และคุณภาพอากาศของเมืองหลวงแห่งนี้มักจะย่ำแย่ลงอย่างมากในช่วงนี้ ที่มีการจัดงานเทศกาล ‘ดิวาลี’ งานสำคัญที่สุดของศาสนาฮินดู ซึ่งจะมีการจุดพลุดอกไม้ไฟมากมาย นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น การเผาพืชในรัฐข้างเคียง

อย่างไรก็ตาม นายกูฟราน บีก หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของสำนักงานวิจัยและพยากรณ์คุณภาพสภาพอากาศ (SAFAR) บอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า 60-70% ของหมอกควันที่ปกคลุมนิวเดลีในวันจันทร์ มีต้นตอจากพลุดอกไม้ไฟ และทำให้มีความเสี่ยงอย่างร้ายแรงที่จะทำให้มีผู้อยู่อาศัยในนิวเดลีเกิดปัญหาทางเดินหายใจ และแนะนำให้งดกิจกรรมกลางแจ้ง


อินเดีย เกต สัญลักษณ์ของกรุงนิวเดลี ถูกหมอกควันปกคลุมมิดในวันอาทิตย์ ทั้งที่เมื่อวันศุกร์ยังสามารถมองเห็นได้จากระยะห่างเดียวกัน

ขณะที่ ตามการเปิดเผยของคณะกรรมการควบคุมมลภาวะกลางของอินเดีย ค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM 2.5) เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง และในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบที่สุดมีค่า พีเอช 2.5 อยู่ที่ 750 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐานความปลอดภัยขององค์การอนามัยโลกถึง 30 เท่า

ส่วนสถานทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงนิวเดลี ระบุว่า ค่าดัชนีคุณภาพอากาศของพวกเขาในคืนวันอาทิตย์ พุ่งเกินขีดจำกัดระดับ ‘อันตราย’ ที่ 500 จุด