ไอซิสรุกหนักตีเมืองทางเหนืออิรัก ยิงทหารมะกันหน่วย ‘ซีล’ ดับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/615142

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 พ.ค. 2559 06:00

 

(ภาพ: AFP)

มือปืนของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลามยิงเจ้าหน้าที่นาวิกโยธินหน่วยซีลของสหรัฐฯ เสียชีวิต หลังไอซิสรุกหนัโจมตีในภาคเหนือของอิรัก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่นาวิกโยธินหน่วยซีลของสหรัฐอเมริกานายหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่กองกำลัง ‘เปชเมอร์กา’ ของชาวเคิร์ด ในภาคเหนือของประเทศอิรัก ถูกสังหารที่ด้วยฝีมือของนักรบของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ซึ่งเปิดฉากโจมตีภาคเหนือของอิรักอย่างหนัก

นาย แอชตัน คาร์เตอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เป็นผู้เปิดเผยข่าวการเสียชีวิตของนาวิกโยธินหน่วยซีลนายนี้ โดยบอกกับนักข่าวในประเทศเยอรมนีเพียงว่า ทหารเสียชีวิตจากกระสุนของศัตรูใกล้เมือง เออร์บิล เมืองเอกของเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถาน ของชาวเคิร์ดในอิรัก และอยู่ไม่ไกลจากเมืองโมซูล

ขณะที่ตามการเปิดเผยของ ‘นาวี ไทม์ส’ สื่อของกองทัพสหรัฐฯ นาวิกโยธินหน่วยซีลนายนี้เป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษด้านการสงคราม แต่ไม่เปิดเผยชื่อ เสียชีวิตเนื่องจากบาดแผลถูกยิง

ด้านกองกำลังเปชเมอร์กาเผยว่า เจ้าหน้าที่อเมริกันรายนี้ถูกพลซุ่มยิงของไอซิสยิงเสียชีวิต หลังนักรบไอซิสสามารถบุกฝ่าทหารแนวหน้าของพวกเขา ซึ่งอยู่ทางเหนือของเมืองโมซูล และบุกเข้าเมือง ทัล-อัสกอฟ ซึ่งห่างไปทางเหนือราว 28 กม. ได้ในช่วงเช้าวันอังคาร (3 พ.ค.) โดยใช้ระเบิดรถบรรทุกช่วยในการโจมตีด้วย ก่อนจะถูกนักรบของพวกเขาขับไล่ออกไปในวันเดียวกัน

ทั้งนี้ การโจมตีเมือง ทัล-อัสกอฟ เป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีครั้งใหญ่ของกลุ่มไอซิสในภาคเหนือของอิรัก โดยมีรายงานว่านักรบไอซิสพยายามโจมตีหมู่บ้านเคอร์เบอร์ดาน ทางใต้ของเมืองโมซูลด้วยระเบิดฆ่าตัวตาย 5 ลูกแต่ถูกสกัดเอาไว้ได้ และรายงารการโจมตีที่เมืองวาร์ดัค ทางตะวันออกของเมืองโมซูลด้วย แต่ก็ถูกนักรบเปชเมอร์กาขับไล่กลับไป

อนึ่ง เจ้าหน้าที่นาวิกโยธินหน่วยซีลที่เสียชีวิตรายล่าสุด เป็นทหารสหรัฐฯรายที่ 3 เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในอิรัก โดยในปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯมากกว่า 5,500 อยู่ในอิรัก ในจำนวนนี้ราว 3,870 ถูกส่งไปเพื่อให้คำปรึกษาและช่วยเหลือกองกำลังท้องถิ่นในการต่อสู้กับกลุ่มไอซิส

กบฏซีเรียยิงจรวดถล่มฝ่ายรัฐบาลในอเลปโปดับ 19 ศพ โดนโรงพยาบาลเสียหาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/615131

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 พ.ค. 2559 05:05

 

ความเสียหายหน้าโรงพยาบาลในเขตมูฮาฟาซา ในเมืองอเลปโป (ภาพ: AP)

กลุ่มกบฏในซีเรียยิงจรวดโจมตีพื้นที่ที่ฝ่ายรัฐบาลครอบครองในเมืองอเลปโป ทำให้มีผู้เสียชีวิต 19 ราย และโรงพยาบาลแห่งหนึ่งได้รับความเสียหายด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน อ้างการเปิดเผยของ กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรีย (เอสโอเอชอาร์) ว่า กลุ่มกบฏในประเทศซีเรียใช้จรวดระดมโจมตีพื้นที่ที่รัฐบาลครอบครองในเมืองอเลปโป ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (3 พ.ค.) เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 19 ราย และโรงพยาบาลในเขตมูฮาฟาซาได้รับความเสียหายอย่างหนักด้วย

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงช่วยกันดับไฟหลังจรวดลูกหนึ่งตกใส่โรงพยาบาลในเขตมูฮาฟาซา (ภาพ: AP)

เอสโอเอชอาร์ ระบุด้วยว่า ฝ่ายกบฏยังเปิดฉากโจมตีภาคพื้นในเขต จาเมียต อัล-ซาห์รา โดยพวกเขาได้ระเบิดทำลายอุโมงค์ และยึดอาคาร 2-3 แห่ง ก่อนที่การรุกคืบจะถูกสกัดโดยกองหนุนฝ่ายรัฐบาลที่ถูกส่งเข้ามาในพื้นที่ และอีกด้านหนึ่ง เกิดการโจมตีทางอากาศในพื้นที่ที่ฝ่ายกบฏครอบครองในเมืองอเลปโปด้วย แต่ไม่ยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิต

ด้านกองทัพรัฐบาลซีเรียออกแถลงการณ์ว่า การโจมตีของฝ่ายกบฏเกิดขึ้นในขณะที่เจ้าหน้าที่นานาชาติและท้องถิ่นกำลังพยายามเสริมความเข็มแข็งให้แก่ข้อตกลงหยุดความเป็นศัตรู และการบังคับใช้ เพื่อความสงบในเมืองอเลปโป โดยจรวดไปตกที่โรงพยาบาลผดุงครรภ์อัล-ดาบิต ทำให้มีผู้หญิงเสียชีวิต 3 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 17 คน

รถยนต์ได้รับความเสียหายจากไฟไหม้ (ภาพ: AP)

ขณะที่แหล่งข่าวคนหนึ่งในกองทัพซีเรียระบุว่า การโจมตีครั้งล่าสุดจะลดโอกาสเกิดการหยุดยิงในเมืองอเลปโปลงอย่างแน่นอน เพราะฝ่ายที่โจมตีไม่ต้องการหยุดยิง

ทั้งนี้ เอสโอเอชอาร์ เผยว่า นับตั้งแต่เกิดการโจมตีในเมืองอเลปโปในวันที่ 22 เม.ย. เป็นต้นมา มีพลเรือนเสียชีวิตแล้ว 279 ราย ในจำนวนนี้ 155 รายอยู่ในเขตที่ฝ่ายกบฏครอบครอง และอีก 124 รายอยู่ในพื้นที่ของรัฐบาล

ญี่ปุ่นส่งนกเหล็กช่วยปินส์ซ้อม กระตุกจีนป้องทะเลพิพาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/615109

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 พ.ค. 2559 03:45

 

เก็น นากาตานิ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น (ภาพ: AFP)

เมื่อ 2 พ.ค. นายเก็น นากาตานิ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น เจรจาตกลงผ่านโทรศัพท์กับนายวอลแตร์ กัซมิน รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์ ว่า ทางรัฐบาลญี่ปุ่นจะจัดส่งเครื่องบินรบที่ช่วยในการฝึกซ้อม “ทีซี-90” กับนักบินและอุปกรณ์กลไกเครื่องมือของเครื่องบิน ให้กับฟิลิปปินส์มากสุด 5 ลำ ซึ่งเครื่องบินดังกล่าวยังสามารถใช้เป็นเครื่องบินตรวจลาดตระเวนได้ด้วย ถือเป็นการเริ่มปฏิบัติการเคลื่อนเครื่องบินออกนอกอาณาจักรของญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก หลังผ่านข้อกฎหมายกองกำลังป้องกันตนเอง ซึ่งยกเลิกการห้ามตัวเองนำอาวุธสงครามออกนอกประเทศ

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวด้านความมั่นคงภายในภูมิภาคของญี่ปุ่น ยิ่งเป็นสัญญาณตอกย้ำความสัมพันธ์ที่แข็งกร้าวกับจีน ซึ่งพยายามขยายอิทธิพลภายในน่านน้ำทะเลจีนใต้พื้นที่พิพาท โดยถมพื้นที่แนวปะการังให้เป็นเกาะ เทียมหวังเอื้อกิจกรรมทางทหารของตัวเอง.

นาทีชีวิต! แม่ลูก 3 โดดหน้าต่างชั้น 4 หนีไฟไหม้ตึกในเกาหลี (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/615077

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 พ.ค. 2559 00:25

 

(ภาพ: CNN)

เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารหลังหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกาหลีใต้ โดยมีครอบครัวแม่ลูก 3 ติดอยู่บนชั้น 4 ของอาคาร ก่อนที่แม่เด็กจะโดยลูกลงออกจากหน้าต่างและกระโดดตามลงมาเพื่อหนีไฟไหม้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เกิดเหตุไฟไหม้ที่อาคารหลังหนึ่งในเมือง พย็องแท็ก ในจังหวัดคย็องกี ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศเกาหลีใต้ โดยมีแม่และลูก 3 คนซึ่งมาจากไนจีเรีย ติดอยู่บนชั้น 4 ของอาคาร ก่อนที่ผู้เป็นแม่จะตัดสินใจหย่อนลูกๆ ออกจากหน้าต่างซึ่งเป็นทางหนีเพียงทางเดียว ลงสู่ฝูงชนที่รอรับอยู่เบื้องล่าง และกระโดดตามลงมา

พันจ่าอากาศตรี แดเนียล ไรมอนโด จากกองทัพอากาศสหรัฐฯ ซึ่งบังเอิญเห็นเหตุการณ์และเข้าช่วยเหลือครอบครัวนี้ เล่าวว่า เขาและเพื่อนร่วมงานกำลังเดินทางไปรับประทานอาหารเย็นในวันเสาร์ ก่อนที่เขาจะเห็นกลุ่มควันลอยขึ้นฟ้า จึงได้เดินทางไปดู และเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุและทราบสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เขากับเพื่อนร่วมงานก็หารือกันว่า จะช่วยเหลือแม่ลูกทั้ง 4 ชีวิตอย่างไร

สุดท้ายพวกเขาก็ตัดสินใจไปนำผ้าห่มจำนวนหนึ่งมาจากร้านค้าใกล้เคียง และขอให้ผู้ที่มามุงดูช่วยกันกางผ้าห่มเป็นเบาะรอง จากนั้นจึงพยายามเกลี้ยกล่อมให้ผู้เป็นแม่วัย 30 ปี หย่อนลูกๆของเธอลงมาจากหน้าต่าง โดยพันจ่าอากาศตรี เมลานี สก็อตต์ เผยว่า หญิงคนนี้หย่อนลูกๆของเธอซึ่งมีอายุ 1, 3 และ 4 ปี ลงจากหน้าต่างอย่างไม่เต็มใจนัก “คุณบอกได้เลยว่าเธอกลัว เธอไม่อยากทำ”

ขณะที่ พ.อ.ต. ไรมอนโด กล่าวว่าในสายตาของเขา เด็กคนสุดท้ายรับมือยากที่สุด ผู้เป็นแม่ไม่อยากปล่อยเด็กลงมาด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง จนเขาต้องเกลี้ยกล่อมอยู่นาน “ผมจำได้ว่าเธอตะโกนบอกกับเด็กว่า ‘แม่รักลูก แม่รักลูก’ จากนั้นก็ปล่อยเด็กลงมา”

พ.อ.ต. ไรมอนโดเผยอีกว่า เมื่อถึงคราวที่แม่เด็กต้องกระโดดลงมา ควันไฟเริ่มหนาทึบอย่างน่ากลัว ทำให้เขาแทบมองไม่เห็นแม่เด็ก อย่างไรก็ตาม ในที่สุดแม่เด็กก็กระโดดลงมา แต่น้ำหนักของเธอมากกว่าเด็ก ทำให้เธอกระแทกกับพื้นเบื้องล่าง แต่โชคดีที่มีใครบางคนนำเบาะมารองไว้ข้างใต้แล้ว จากนั้นเขาจึงพาแม่เด็กไปยังที่ปลอดภัย พร้อมกับบอกเธอว่า “คุณยังมีชีวิตอยู่”

ล่าสุดในวันจันทร์ ครอบครัวที่ได้รับความช่วยเหลือเดินทางเข้าพบกับผู้ที่ช่วยชีวิตของพวกเขาเอาไว้ เพื่อแสดงความขอบคุณแล้ว

ชมคลิปที่นี่

ไอซิสแพร่รายชื่อ จนท.กองทัพมะกัน 75 นาย สั่งแนวร่วมสังหารทุกที่ที่พบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/614608

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 พ.ค. 2559 05:30

 

(ภาพ: AFP)

กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม เผยแพร่รายชื่อเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ 75 นาย ลงบนโลกออนไลน์ และเรียกร้องให้แนวร่วมสังหารบุคคลในรายชื่อ ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ใด…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มแฮกเกอร์ของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) เผยแพร่บัญชีเป้าสังหาร โดยเป็นรายชื่อของเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ 75 นาย ซึ่งพวกเขาระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีด้วยโดรนต่อต้านกลุ่มไอซิสในซีเรีย และเรียกร้องให้แนวร่วมสังหารพวกเขาไม่ว่าจะอยู่ที่ใด

ตามรายงานของสำนักข่าว ‘เดอะ ซันเดย์ ไทม์ส’ แฮกเกอร์กลุ่มมีส่วนเชื่อมโยงกับชาวอังกฤษ และเรียกตัวเองว่า แผนกแฮกข้อมูลรัฐอิสลาม โดยพวกเขาได้เผยแพร่เอกสารบัญชีสังหาร ซึ่งมีชื่อว่า ‘เป้าหมาย-กองทัพสหรัฐฯ’ มีสัญลักษณ์ธงไอซิสอยู่เหนือชื่อ ผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ และบนเว็บไซต์ ‘JustPaste’ โดยมีทั้งชื่อ ที่อยู่ และรูปถ่ายของเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ 75 นาย รวมทั้งเจ้าหน้าที่หญิงด้วย

นอกจากนี้ กลุ่มแฮกเกอร์ยังอ้างว่าพวกเขามีสายลับอยู่ในกระทรวงกลาโหมแห่งสหราชอาณาจักร และขู่จะเปิดเผยข้อมูลข่าวกรองลับ ซึ่งอาจระบุตัวเจ้าหน้าที่ควบคุมโดรนของกองทัพอากาศอังกฤษด้วย

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบ เดอะ ซันเดย์ ไทม์ส พบว่ารายชื่อในบัญชีเป้าสังหารเป็นของจริง แต่ข้อมูลเหล่านี้ไม่น่าจะได้มาจากการแฮกข้อมูล แต่เป็นข้อมูลที่รวบรวมมาจากข่าว และจดหมายข่าวของกองทัพ ก่อนจะนำชื่อมาจับคู่กับที่อยู่ รูปภาพ และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ที่เผยแพร่ในสื่อสาธารณะและอินเทอร์เน็ต เช่น เครือข่ายสังคมออนไลน์

อุทาหรณ์! วัยรุ่นอินเดียถ่ายเซลฟี่กับปืน ลั่นเข้าหัวตัวเองดับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/614597

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 พ.ค. 2559 02:30

 

(ภาพ: gettyimages)

เกิดเหตุสลดในประเทศอินเดีย เมื่อวัยรุ่นคนหนึ่งพยายามถ่ายรูปเซลฟี่กับปืนของพ่อ แต่ทำปืนลั่นเข้าที่ศีรษะ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุวัยรุ่นชายชาวอินเดียวัยเพียง 15 ปี ในรัฐปัญจาบ ทางเหนือของประเทศอินเดีย เสียชีวิตระหว่างถ่ายรูปเซลฟี่กับปืนจริง แต่พลาดทำปืนลั่น กระสุนเจาะเข้าที่ศีรษะ ถือเป็นผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุระหว่างถ่ายรูปเซลฟี่รายล่าสุดในแดนภารตะ

ตามการเปิดเผยของ มาโนจ กุมาร รองผู้บังคับการตำรวจเมืองปถานคต ในรัฐปัญจาบ วัยรุ่นชายรายนี้มีชื่อว่า รามาดีป สิงห์ เขาพยายามถ่ายรูปเซลฟี่กับปืนพก .32 ของบิดาเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา (29 เม.ย.) แต่พลาดไปเหนี่ยวไกปืน ทำให้ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ โดยจากการตรวจสอบของตำรวจพบว่า ปืนไม่ได้ใส่ระบบนิรภัย

หลังเกิดเหตุ สิงห์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที และเข้ารับการผ่าตัด แต่ในที่สุดเขาก็เสียชีวิตในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จากข้อมูลสถิติที่ได้รับการเปิดเผยในช่วงต้นปี พบว่า อินเดียเป็นประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายรูปเซลฟี่มากที่สุดในโลก โดยตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุนี้ 49 คน ในจำนวนนี้ 19 คน หรือเกือบ 40% อยู่ในอินเดีย

จำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ของนครมุมไบกำหนดพื้นที่ห้ามถ่ายเซลฟี่ และสั่งให้ตำรวจเข้าไปห้ามหากพบเห็นใครกำลังถ่ายรูปเซลฟี่ในสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูง รวมทั้งพื้นที่ริมทะเล สถานที่ถ่ายรูปเซลฟี่ยอดนิยม

ญาติฉุน! บ.อังกฤษ ยอมรับ เป็นต้นเหตุสารพิษทำชาวโสมใต้ตายกว่า 100 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/614564

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 พ.ค. 2559 00:25

 

ญาติผู้เสียหายชาวเกาหลีใต้ บุกเข้าทำร้ายร่างกาย นายอาตาร์ ซาฟดาร์ ซีอีโอของบริษัท เรกคิตต์ เบนคีเซอร์ (ภาพ: AFP)

ซีอีโอ สาขาเกาหลีใต้ ของบริษัท เรกคิตต์ เบนคีเซอร์ ของอังกฤษ ออกมายอมรับเป็นครั้งแรกว่า พวกเขาเป็นผู้ขายน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับเครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ ซึ่งกลายเป็นสารพิษทำให้คนเกาหลีตายกว่า 100 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายอาตาร์ ซาฟดาร์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัท ‘เรกคิตต์ เบนคีเซอร์’ (Reckitt Benckiser) สาขาเกาหลีใต้ ออกมายอมรับเป็นครั้งแรกว่า พวกเขาขายน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับเครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ ซึ่งถูกกล่าวโทษว่าเป็นสารพิษต้นเหตุ ทำให้ชาวเกาหลีใต้เสียชีวิตกว่า 100 รายเมื่อหลายปีก่อน

อาตาร์ ซาฟดาร์ ซีอีโอของบริษัท เรกคิตต์ เบนคีเซอร์ โค้งขอโทษ ในงานแถลงข่าวที่โรงแรมในกรุงโซล (ภาพ: AFP)

“นี่เป็นครั้งแรกที่เรายอมรับความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ และเรากำลังแสดงความเสียใจอย่างเต็มรูปแบบและสมบูรณ์ พวกเราช้า… 5 ปีได้ผ่านไปแล้ว” นายซาฟดาร์ กล่าวในงานแถลงข่าวที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ และระบุเพิ่มเติมด้วยว่า ทางบริษัทกำลังจัดตั้งกองทุนด้านมนุษยธรรมมูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายและครอบครัวของพวกเขา

อย่างไรก็ตาม บรรดาญาติของผู้เสียชีวิตไม่ยอมรับการขอโทษของ บริษัท เรกคิตต์ เบนคีเซอร์ บางคนถึงกับบุกเข้าไปทำร้ายร่างกาย นายซาฟดาร์ เพียงไม่นานหลังจากเขาขึ้นเวทีแถลงข่าว บ้างก็ตะโกนเป็นภาษาอังกฤษด้วยความโกรธแค้นว่า “สายเกินไปแล้ว” และ “อภัยให้ไม่ได้”

ญาติผู้เสียชีวิตชาวเกาหลีใต้เผชิญหน้ากับ อาตาร์ ซาฟดาร์ ซีอีโอของบริษัท เรกคิตต์ เบนคีเซอร์ (ภาพ: AP)

ทั้งนี้ บริษัท เรกคิตต์ เบนคีเซอร์ เป็นหนึ่งในหลายบริษัทที่ผลิตภัณฑ์ถูกกล่าวโทษว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต โดยระหว่างปี 2001-2011 มีประชาชนกว่า 500 คนที่เสียชีวิตหรือล้มป่วยหลังจากสูดหายใจเอาสารเคมีเป็นพิษที่ใช้ในเครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศเข้าไป ในจำนวนนี้หลายรายเป็นผู้หญิงและเด็ก แต่ในเบื้องต้น เรกคิตต์ เบนคีเซอร์ ปฏิเสธความรับผิดชอบ

ล่าสุด นางแพตตี โอ’เฮเยอร์ โฆษกหญิงของ เรกคิตต์ เบนคีเซอร์ เปิดเผยต่อสำนักข่าวบีบีซีว่า จนถึงตอนนี้รัฐบาลเกาหลีใต้สงสัยว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทเป็นต้นเหตุให้มีผู้เคราะห์ร้าย 177 คดี ซึ่งทางบริษัทจะชดเชยต่อผู้ที่ป่วย หรือเชื่อว่าป่วยเพราะน้ำยาฆ่าเชื้อของบริษัท แต่กระบวนการในการระบุตัวผู้เสียหายยังไม่เสร็จสิ้น

จีนให้ชาวประมงซ้อมรบ! ฝึกเป็นกองหนุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/614091

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 2 พ.ค. 2559 03:10

 

(ภาพ: AFP)

ที่ปรึกษาของทางการมณฑลไห่หนาน หรือไหหลำ เกาะตอนใต้สุดของจีน ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ เผยว่า รัฐบาลเปิดปฏิบัติการซ้อมรบทางทะเลให้กับชาวประมงช่วงเดือน พ.ค.จนถึงเดือน ส.ค.นี้ ทั้งเข้าช่วยเหลือกลุ่มชาวประมงที่ออกเรือหาปลา สนับสนุนให้ใช้เรือต่อด้วยโลหะเหล็ก ไม่ใช่ไม้ และแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับเรือของต่างชาติบริเวณพื้นที่พิพาททางทะเลจีนใต้ ซึ่งติดตั้งดาวเทียมแจ้งจุดตำแหน่งทั่วโลกให้กับเรือบรรทุกสินค้าจีนไม่ต่ำกว่า 50,000 ลำ โดยอ้างว่าเพื่อปกป้องและคุ้มครองทรัพย์สินที่เป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติ ขณะที่หลายฝ่ายมองว่า การฝึกซ้อมกองกำลังอาสาสมัครชาวประมงอาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดความขัดแย้งกับเรือบรรทุกสินค้าของต่างชาติที่ล่องผ่านน่านน้ำ ซึ่งแต่ละปีมีมูลค่าการค้า 5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 170 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้ นายเย่อ หนิง ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท ไห่หนาน เซาท์ ไชน่า ซี โมเดิร์น ฟิชเชอร์รี่ กรุ๊ป คอมปานี รัฐวิสาหกิจของจีน ซึ่งเป็นทั้งกองทัพและพาณิชย์ กับทหารและพลเรือน เผยว่า การปกป้องอาณาเขตดินแดนเป็นเรื่องที่รัฐบาลกังวลเป็นอันดับแรก โดยทางบริษัทฯจะคอยช่วยเหลือให้ทั้งน้ำมัน น้ำและน้ำแข็ง แล้วยังซื้อปลากับชาวประมงที่ออกเรือหาปลาในแถบหมู่เกาะสแปรตลีย์ ซึ่งหลายประเทศในกลุ่มอาเซียน ทั้งฟิลิปปินส์ บรูไน เวียดนามและมาเลเซียต่างอ้างกรรมสิทธิ์.

อิรักประกาศภาวะฉุกเฉิน ผู้ประท้วงบุกเข้าอาคารรัฐสภาในแบกแดด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/613779

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 พ.ค. 2559 06:10

 

(ภาพ: REUTERS)

กลุ่มผู้ประท้วงจำนวนมากบุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาในกรุงแบกแดด เมืองหลวงของประเทศอิรัก เมื่อวันเสาร์ เพื่อประท้วงที่ส.ส.ยังไม่สามารถตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ได้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 30 เม.ย. กลุ่มนักเคลื่อนไหวชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ผู้สนับสนุนของนาย มุกตาดา อัล-ซาดาร์ (Moqtada al-Sadr) แกนนำทางการเมืองและหัวหน้ากลุ่มติดอาวุธ ‘ซารายา อัล-ซาลาม’ จำนวนนับพันคน บุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาอิรักในกรุงแบกแดด เพื่อประท้วงที่เหล่าส.ส.ยังไม่สามารถตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ได้ตามที่แกนนำของพวกเขาเรียกร้อง

มุกตาดา อัล-ซาดาร์ นักบวชศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ แถลงข่าวที่เมืองนาจาฟ ทางใต้ของกรุงแบกแดดเมื่อวันเสาร์ (ภาพ: AP)

กลุ่มผู้ประท้วงสามารถบุกรุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาซึ่งอยู่ในพื้นที่สีเขียว (Green Zone) ซึ่งได้รับการคุ้มกันอย่างแน่นหนาได้เป็นครั้งแรกเมื่อวันเสาร์ เป็นเหตุให้ทางการต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน แต่ไม่มีคำสั่งเคอร์ฟิว ขณะที่มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงที่ถูกส่งไปประจำการใกล้สถานทูตสหรัฐฯในกรุงแบกแดด ยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ประท้วงด้วย ส่วนที่สถานทูตต่างชาติอื่นๆสถานการณ์ดูตึงเครียดแต่ไม่เกิดเหตุปะทะรุนแรง

นายซาบาห์ อัล-นูมาน โฆษกของกองกำลังต่อต้านลัทธิก่อการร้ายของอิรัก ระบุว่า พวกเขากำลังทบทวนสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้เข้าไปสอดมือในเรื่องนี้ เพราะไม่เกี่ยวกับการก่อการร้าย

ผู้ประท้วงจำนวนมากรวมตัวกันที่สวนในรัฐสภา (ภาพ: REUTERS)

ทั้งนี้ ความวุ่นวายล่าสุดในอิรักเกิดขึ้นหลังจาก นายซาดาร์ ออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ไฮเดอร์ อัล-อาบาดี ออกแผนการแทนที่รัฐมนตรีที่มีอยู่กับนักวิชาการไม่ฝักไฝ่ฝ่ายใด แต่พรรคการเมืองที่มีอำนาจในสภาฯปฏิเสธไม่อนุมัติแผนการนี้มานานหลายสัปดาห์แล้ว และการประท้วงรุนแรงขึ้นในวันเสาร์เนื่องจากรัฐสภามาไม่ครบองค์ประชุมอีกครั้ง

ผู้ประท้วงออกมาเดินขบวนตามท้องถนนทันทีหลังจากนายซาดาร์กล่าวปราศรัยทางโทรทัศน์เสร็จ แม้ว่าเขาจะไม่ได้เรียกร้องให้ออกมาชุมนุม ก่อนที่ผู้ประท้วงจะบุกเข้าไปในสภาฯ และพยายามหยุดยั้งไม่ให้เหล่าส.ส.หนีออกจากอาคารรัฐสภา

ผู้ประท้วงบุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาอิรัก (ภาพ: AP)

สถานการณ์ล่าสุดตอนนี้มีรายงานว่า ผู้ชุมนุมเริ่มรื้อค้นข้าวของในอาคารรัฐสภาแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติและสถานทูตต่างๆ ขังตัวเองอยู่ภายในอาคารที่ทำการของวกเขา

จีนโน คอมเมนต์! ไม่อนุญาตเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯจอดพักท่าเรือฮ่องกง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/613599

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 เม.ย. 2559 15:00

 

รัฐบาลจีนแข็งใส่สหรัฐฯ.. ไม่อนุญาตให้เรือบรรทุกเครื่องบิน ‘ยูเอสเอส จอห์น ซี.สเตนนิส’ และฝูงเรือพิฆาต มาจอดพักที่ท่าเรือฮ่องกง ท่ามกลางความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ที่ทวีมากขึ้น และสหรัฐฯโวยมาตลอดที่จีนสร้างเกาะเทียมในเขตพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้

เมื่อวันที่ 30 เม.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างคำแถลงของโฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ว่ารัฐบาลจีนปฏิเสธที่จะอนุญาตให้เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ ยูเอสเอส จอห์น ซี.เสตนนิส และฝูงเรือพิฆาต แล่นเข้ามาในท่าเรือของฮ่องกง โดยนาวาโท บิล เออร์แบน โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯกล่าวว่า ทางกระทรวงกลาโหมเพิ่งได้รับแจ้งเมื่อไม่นานมานี้ว่า คำขออนุญาตให้ฝูงเรือพิฆาตและเรือบรรทุกยูเอสเอส จอห์น ซี.สเตนนิสจอดที่ท่าเรือฮ่องกงถูกปฏิเสธจากทางการจีน หลังจากที่ผ่านมา ได้รับอนุญาตมาโดยตลอด

นายแอชตัน คาร์เตอร์ รมว.กลาโหมสหรัฐฯ (ซ้าย)จับมือกับรมว.กลาโหมฟิลิปปินส์ หลังพามาชมเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส จอห์น ซี.สเตนนิส ในทะเลจีนใต้เมื่อ 15 เม.ย.59

ด้านโฆษกฝ่ายความมั่นคงของฮ่องกง ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นต่อการตัดสินใจของทางการจีนที่ไม่อนุญาตให้เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส จอห์น ซี.มาจอดที่ท่าเรือของฮ่องกง ขณะที่การปฏิเสธดังกล่าว มีขึ้นหลังจากสองสัปดาห์ก่อน นายแอชตัน คาร์เตอร์ รมว.กลาโหมสหรัฐฯเพิ่งเดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติการของเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส จอห์น ซี.สเตนนิส ในทะเลจีนใต้ ท่ามกลางความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ ที่ทวีมากขึ้น นับตั้งแต่จีนมีการสร้างเกาะเทียม เพื่อครอบครองพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้ ซึ่งมีเวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และไต้หวันออกมาอ้างสิทธิ์เหนือหมู่เกาะในทะเลจีนใต้เช่นกัน