ร้อนมหาประลัย! อินเดียออกคำสั่งเฉียบ ถึงขนาดห้ามทำอาหารช่วงกลางวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/613557

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 เม.ย. 2559 13:02

 

อินเดียประสบภัยแล้งรุนแรงหนัก ถึงขั้นทางการรัฐพิหารออกคำสั่งเฉียบ ห้ามประชาชนทำอาหารตั้งแต่เช้าจรดเย็น ป้องกันไม่ให้เกิดไฟไหม้ซ้ำซาก หลังจากสภาพอากาศร้อนจัดและภัยแล้ง ทำให้เกิดไฟไหม้คร่าชีวิตชาวบ้านไปแล้วเกือบ 80 ราย จากจำนวนชาวอินเดียที่เสียชีวิตจากอากาศร้อนจัดกว่า 300 ราย

เมื่อวันที่ 30 เม.ย.59 สื่อต่างประเทศรายงานสถานการณ์ภัยแล้งและอากาศร้อนจัด จากอิทธิพลคลื่นความร้อนแผ่ปกคลุมเอเชีย ถึงกับทำให้ทางการรัฐพิหาร ทางภาคตะวันออกของประเทศอินเดีย ออกคำสั่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ด้วยการสั่งห้ามไม่ให้ประชาชนในรัฐทำอาหารในช่วงเวลาเช้าจรดเย็น ตั้งแต่ 09.00-18.00 น. โดยให้ปรุงอาหารในช่วงกลางคืนแทน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุจากไฟไหม้ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งจัด หลังจากเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ได้เกิดไฟไหม้ในรัฐพิหารหลายครั้ง คร่าชีวิตชาวบ้านไปแล้วถึง 79 ราย จากจำนวนผู้เสียชีวิตจากอากาศร้อนจัดกว่า 300 รายในอินเดีย

เว็บไซต์ การ์เดียน แจ้งว่า นอกจากทางการรัฐพิหารจะออกคำสั่งห้ามประชาชนทำอาหารช่วงกลางวันแล้ว ยังห้ามไม่ให้เกษตรกรจุดไฟเผาหญ้าในนาและทำพิธีทางศาสนาที่ต้องมีการจุดไฟโดยเด็ดขาด หากผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งนี้จะเสี่ยงกับการเผชิญโทษจำคุกสูงสุดเป็นเวลาถึงหนึ่งปีเลยทีเดียว

เด็กหญิงอินเดียในรัฐชัมมู เทินถังน้ำไว้บนศีรษะเดินกลับบ้าน หลังต้องเดินมาตักน้ำในสระที่ใกล้จะแห้งขอด

ข่าวแจ้งว่า ภัยแล้งในปีนี้ เนื่องจากไม่เกิดฝนตกมาเป็นเวลานาน ทำให้แม่น้ำลำคลองเขื่อนต่างๆ ในอินเดียแห้งขอด มีชาวอินเดียอย่างน้อย 330 ล้านคน ไม่มีน้ำกินน้ำใช้อย่างเพียงพอสำหรับชีวิตประจำวัน โดยที่รัฐมหาราษฎร์และรัฐกุจราช ทางภาคตะวันตกของอินเดีย ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ทางการแจ้งเตือนว่าน้ำใต้ดินเหลือเพียงแค่ 22% เท่านั้น ขณะที่เกรงว่าชาวอินเดียจะต้องเผชิญภัยแล้งอีกนานนับเดือน เพราะคาดว่ากว่าฝนจะเริ่มตกในเดือนมิถุนายน.

น้ำในบ่อเหลือน้อย

โสมเหนือโทษคุกชาวมะกัน 10 ปีคดีสปาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/613360

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 เม.ย. 2559 05:45

 

สำนักข่าวซินหัวของรัฐบาลจีนรายงาน เมื่อ 29 เม.ย.ว่า ศาลสูงสุดของเกาหลีเหนือตัดสินลงโทษนายคิม ดอง ชุล วัย 62 ปี ชาวเกาหลี ซึ่งได้สัญชาติอเมริกันเมื่อปี 2530 ให้ใช้แรงงานหนักเป็นเวลา 10 ปี ข้อหาจารกรรมข้อมูล และบ่อนทำลายชาติ ภายใต้กฎหมายอาญา มาตรา 60 และ 64 ท่ามกลางกระแสความหวั่นวิตกและกระแสแรงตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งเกาหลีเหนือเตรียมทดลองนิวเคลียร์อีกเป็นครั้งที่ 5 ภายในสัปดาห์หน้าก่อนถึงวันเปิดประชุมสภาพรรครัฐบาลในวันที่ 6 พ.ค.นี้ อีกทั้งเกาหลีเหนือเพิ่งตัดสินลงโทษขั้นร้ายแรงด้วยการใช้แรงงานหนักเป็นเวลา 15 ปีกับนายออตโต วอร์มเบียร์ นักศึกษาชาวอเมริกันเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ข้อหาขโมยใบปลิวโฆษณา ชวนเชื่อจากโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเปียงยาง ระหว่างเดินทางท่องเที่ยวมากับกรุ๊ปทัวร์

ทั้งนี้ ตามเอกสารฝ่ายอัยการเกาหลีเหนือ ระบุว่า นายคิมเข้าไปอาศัยอยู่แถบชายแดนจีนติดกับ ฝั่งเกาหลีเหนือเป็นเวลา 15 ปี และเดินทางไปมาเป็น ประจำที่ราซัน เขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษของเกาหลีเหนือ แล้วใช้วิธีโฆษณาชวนเชื่อโจมตีเกาหลีเหนือ เล่าเรื่องแฟนตาซีให้ชาวเกาหลีเหนือหลงใหลสหรัฐฯ หวังปลุกปั่น ให้การเมืองและสังคมเกาหลีเหนือสั่นคลอน

กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือจับกุมที่เขตราซัน เมื่อเดือน ต.ค.ปีกลาย ขณะนายคิมรับยูเอสบีซึ่งภายในบรรจุข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์และข้อมูลทางทหารกับแหล่งข่าวรายหนึ่ง อีกทั้งยังเริ่ม เป็นสายลับให้กับเกาหลีใต้เมื่อปี 2556 จนปรากฏเป็นข่าวที่กรุงเปียงยางเมื่อเดือน มี.ค. หลังยอมรับสารภาพว่าขโมยข้อมูลความลับทางทหารและร้องขอให้ผ่อนผันโทษ

วันเดียวกัน นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน เผยกับนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ระหว่างเยือนจีนที่กรุงปักกิ่ง โดยแสดงความกังวลถึงเรื่องที่สหรัฐฯเตรียมติดตั้งระบบต้านขีปนาวุธพิสัยไกล (THADD) บนคาบสมุทรเกาหลี เพราะเห็นว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่เกินขอบเขตความจำเป็นป้องกันประเทศ ซึ่งอาจเข้ามาถ่วงดุล อำนาจในมหาสมุทรแปซิฟิกมากเกินไป

ขณะเดียวกัน กลุ่มนักกิจกรรมทั้งชาวอเมริกันและชาวเกาหลีใต้ รวมชาวเกาหลีเหนือที่แปรพักตร์ราว 20 คน ร่วมกันโปรยใบปลิวพร้อมรูปภาพของ ผู้นำคิมติดไปกับลูกโป่งยักษ์ราว 300,000 แผ่น บริเวณ ชายแดน ซึ่งมีกำลังพลทหารตรวจตราอย่างแน่นเหนียว เพื่อให้ลอยข้ามฝั่งไปยังเกาหลีเหนือ หวังโฆษณาโจมตีรัฐบาลกรุงเปียงยาง รวมถึงผู้นำคิม ทั้งนี้ นาง ซูซาน สคอลต์ คณะกรรมาธิการฮิวแมน ไรท์ วอตช์ ในเกาหลีเหนือ เผยว่า ชาวเกาหลีเหนือสมควรต้องรู้ว่าศัตรูของประชาชนชาวเกาหลีเหนือคือผู้นำคิม จองอึน.

มะกันติจีนผ่าน ก.ม.คุมเอ็นจีโอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/613358

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 เม.ย. 2559 05:30

 

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. รัฐบาลจีนลงมติผ่านร่างกฎหมายฉบับใหม่ ในการควบคุมองค์กรพัฒนาเอกชนต่างชาติ (เอ็นจีโอ) ภายในประเทศจีนเป็นที่เรียบร้อย คณะกรรมาธิการสภาประชาชนหรือเอ็นพีซี ลงคะแนนเกือบเอกฉันท์ สนับสนุน 147 เสียงต่อคัดค้าน 1 เสียง มีผลบังคับใช้ย้อนหลังตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมาเป็นต้นไป โดยกฎหมายกำหนดให้องค์กรต่างชาติอยู่ภายใต้ความดูแลของตำรวจว่าจะอนุญาตให้จดทะเบียนหรือไม่ ห้ามรับสมัครสมาชิกภายในจีน พร้อมต้องชี้แจงที่มาที่ไปของเงินทุนและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ หากเจ้าหน้าที่เห็นว่าองค์กรใดมีความเสี่ยงที่จะทำลายผลประโยชน์ของชาติและสังคมก็สามารถระงับการจดทะเบียนได้ ทั้งหากกลุ่มใดมีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางสร้างความแตกแยก บั่นทอนกลไกของชาติ รวมถึงปล่อยข่าวลือ ทางการก็สามารถสั่งปิดได้ในทันที

อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้ของจีน มิได้จำแนกประเภทของเอ็นจีโอต่างชาติไว้อย่างชัดเจน อาจครอบคลุมถึงองค์กรมูลนิธิและสมาคมธุรกิจ ทั้งที่อยู่ในจีน ฮ่องกง และไต้หวัน วันเดียวกัน นายเน็ด ไพรซ์ โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อกฎหมายว่าจะเป็นการบีบสังคม พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลจีนเคารพต่อเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน พร้อมให้การคุ้มครององค์กรอิสระต่างชาติในจีน.

โสมแดงโดนสวดยับ! ทดสอบขีปนาวุธอีก 2 ลูก แต่จ๋อยสนิทตูมสนั่นกลางอากาศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/613074

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 เม.ย. 2559 11:50

 

ยูเอ็นเตรียมตอบโต้ทางการเกาหลีเหนือ ทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลางอีก 2 ลูก พร้อมกับเรียกร้องให้หยุดการกระทำที่เป็นการยั่วยุเช่นนี้อีก ขณะที่ผลการทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลางในครั้งนี้ของเกาหลีเเหนือ ต้องพบกับความล้มเหลว ขีปนาวุธระเบิดสนั่นกลางอากาศหลังถูกยิงขึ้นสู่ท้องฟ้าเพียงไม่กี่นาที

เมื่อ 29 เม.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานโฆษกเอกอัครราชทูตจีนประจำสหประชาชาติ เผย สหประชาชาติ(ยูเอ็น) เตรียมดำเนินมาตรการตอบโต้ทางการเกาหลีเหนือที่ไม่สนเสียงทักท้วงจากประชาคมโลก เดินหน้าทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลางอีก 2 ลูกเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่การทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือในครั้งนี้ ต้องพบกับความล้มเหลว ขีปนาวุธระเบิดสนั่นกลางอากาศทั้งสองลูก

สำนักข่าวยอนฮัพ รายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ทางการเกาหลีใต้ ว่า เกาหลีเหนือได้ทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยกลาง ระยะทางประมาณ 3,000 กม. จากฐานยิงขีปนาวุธที่เมืองวอนซาน ทางชายฝั่งตะวันออกของประเทศ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 28 เม.ย. โดยขีปนาวุธได้ระเบิดกลางอากาศเพียงไม่กีนาที จากนั้น ก็มีการทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลางลูกที่สอง เมื่อช่วงเย็นวันเดียวกัน ก็ปรากฏว่า ขีปนาวุธระเบิดกลางอากาศในเวลาไม่กี่นาทีอีกเช่นกัน

ประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮ แห่งเกาหลีใต้ร่วมประชุมกับคณะเจ้าหน้าที่ความมั่นคงทันที

อย่างไรก็ตามการทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลางของเกาหลีเหนือนั้น ทำให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ซึ่งเป็นชาติพันธมิตรใกล้ชิดกับเกาหลีเหนือ ถึงกับพูดว่าจีนจะดำเนินการเพื่อให้เกิดความมั่นใจในเสถียรภาพในภูมิภาคนี้ และจะไม่อนุญาตให้เกิดสงครามบนคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งการแสดงความเห็นของประธานาธิบดีจีนต่อความเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนือ นับเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก ขณะที่ประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮแห่งเกาหลีใต้ได้มีการประชุมกับคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทันที หลังเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลางอีกครั้ง

สถานีโทรทัศน์เกาหลีใต้รายงานข่าว เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลางอีกแล้วเมื่อ 28 เม.ย.59

ด้านนายโมโตฮิเดะ โยชิกาว่า เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า ขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือนำมาทดสอบเมื่อวันที่ 28 เม.ย. เป็นภัยที่คุกคามความมั่นคงของญี่ปุ่น เนื่องจากมีพิสัยไกลจนสามารถถูกยิงถึงญี่ปุ่นหรือเกาะกวมของสหรัฐฯได้เลยทีเดียว ขณะที่ นายสตีเฟน ดูจาร์ริช โฆษกประจำยูเอ็นแถลงข่าวว่าการกระทำเช่นนี้ของเกาหลีเหนือ สร้างปัญหาอย่างยิ่ง และยูเอ็นขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปียงยางยุติการกระทำที่ยั่วยุเช่นนี้ และหวนกลับไปร่วมปฏิบัติพันธกรณีกับประชาคมโลก

ทูตไทยส่งมอบเงิน 10 ล้านเยน ช่วยแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/612930

 

เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว เป็นตัวแทนรัฐบาลไทย มอบเงินช่วยเหลือเหตุแผ่นดินไหว 10 ล้านเยน แก่ผวจ.คุมาโมโต้ ยันไทยพร้อมช่วยทุกด้าน ส่วน ผวจ.คุมาโมโต้ ขอบคุณรัฐบาลไทย-ชาวไทย ขอให้กลับมาเที่ยวอีกครั้ง หลังจากฟื้นฟูแล้ว…

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2559 นายบรรสาน บุนนาค เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ได้เดินทางไปเยี่ยม จ.คุมาโมโต้ และเข้าพบ นายอิคุโอะ คาบาชิมะ ผู้ว่าราชการจังหวัดคุมาโมโต้ ที่ศาลาว่าการ จ.คุมาโมโต้ พร้อมทั้งมอบเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลไทย กรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ที่ จ.คุมาโมโต้ เป็นเงินจำนวน 10 ล้านเยน (ประมาณ 3,233,000 บาท) ซึ่งเป็นการแสดงไมตรีจิตจากรัฐบาลไทยที่มีให้แก่ จ.คุมาโมโต้เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในการช่วยเหลือประชาชน และฟื้นฟูต่อไป

นายบรรสาน บุนนาค ออท. ณ กรุงโตเกียว มอบเงินจากรัฐบาลไทย 10 ล้านเยน แก่ ผวจ.คุมะโมโตะ ที่ประสบภัยแผ่นดินไหว

ขณะเดียวกัน นายบรรสาน ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ว่า พระราชวงศ์ รัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทย ซึ่งมีความผูกพันกับญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้ง รู้สึกห่วงใยเป็นอย่างมาก และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยก่อนหน้านี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ รวมทั้งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีข้อความพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยไปยังสมเด็จพระจักรพรรดิ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย ได้มีข้อความแสดงความเสียใจถึงนายกรัฐนตรีญี่ปุ่นเช่นกัน โดยรัฐบาลไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ประชาชนใน จ.คุมาโมโต้ จะสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติในไม่ช้า และ จ.คุมาโมโต้ ฟื้นตัวได้โดยเร็วและดียิ่งขึ้นกว่าเดิม หากมีเรื่องใดที่ไทยสามารถให้ความร่วมมือได้ ไทยพร้อมและยินดีเสมอ

พร้อมกันนี้ นายบรรสาน ได้ขอบคุณ ผวจ. และเจ้าหน้าที่ของ จ.คุมาโมโต้ ที่ได้ให้ความร่วมมือในการอพยพคนไทย จำนวน 16 คน ออกจาก จ.คุมาโมโต้ เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยปัจจุบันยังมีคนไทยที่มีถิ่นพำนักอยู่ใน จ.คุมาโมโต้ อีกจำนวน 198 คน จึงขอความร่วมมือให้ช่วยดูแลคนไทยดังกล่าวต่อไปด้วย

ออท.บรรสาน กล่าวแสดงความห่วงใย และขอบคุณ ผวจ.คุมะโมโตะ ช่วยเหลือพยพคนไทยกลับประเทศ

ด้าน นายอิคุโอะ คาบาชิมะ ผวจ.คุมาโมโต้ กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทย ที่ให้ความช่วยเหลือจังหวัด ซึ่งได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว และยังซาบซึ้งถึงน้ำใจที่ได้รับตลอดมาจากประเทศไทยและชาวไทย โดยก่อนหน้านี้ ได้รับเงินช่วยเหลือกรณีอุทกภัยในจังหวัด เมื่อเดือน ก.ค. 2555 อีกทั้งยืนยัน จ.คุมาโมโต้ ไม่ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งหมด ยังมีสถานที่ที่ได้รับความเสียหายไม่มากนักด้วย ซึ่งกำลังเร่งฟื้นฟูสถานที่ต่างๆ และระบบคมนาคมให้สมบูรณ์โดยเร็ว พร้อมทั้งคาดหวังว่าชาวไทยจะกลับมาท่องเที่ยวที่ จ.คุมาโมโต้ ดังเดิม โดย นายบรรสาน เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว รับปากว่าจะช่วยประชาสัมพันธ์ให้ชาวไทยได้ทราบต่อไป.

ข่าวฉาวทำพิษ! ยอดสั่งซื้อรถ ‘มิตซูบิชิ’ ในญี่ปุ่นหายกว่าครึ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/612301

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 เม.ย. 2559 03:35

 

(ภาพ: REUTERS)

มิตซูบิชิ เริ่มได้รับผลกระทบจากกรณีที่พวกเขาออกมายอมรับว่า โกงการวัดอัตราการบริโภคเชื้อเพลิงในรถยนต์หลายแสนคันแล้ว โดยล่าสุดยอดสั่งซื้อรถของพวกเขาในญี่ปุ่นหายไปกว่าครึ่ง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท ‘มิตซูบิชิ’ ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 6 ของญี่ปุ่น ออกมาเปิดเผยว่า ยอดการสั่งซื้อรถยนต์ภายในประเทศของบริษัทลดลงกว่าครึ่ง นับตั้งแต่บริษัทยอมรับว่า พนักงานของพวกเขาบิดเบือนผลการทดสอบวัดอัตราการบริโภคเชื้อเพลิงในรถยนต์หลายแสนคัน เมื่อสัปดาห์ก่อน

ในงานแถลงข่าวเมื่อวันพุธที่ 27 เม.ย. นายเท็ตสึโอะ ไอคาวะ ประธานบริษัท มิตซูบิชิ ยอมรับว่า สถานการณ์กำลังอยู่ในขั้นร้ายแรงมาก แต่เขายังไม่มีแผนที่จะลาออกในทันที ขณะที่เขาไม่มีข้อมูลว่ายอดสั่งซื้อรถในต่างประเทศได้รับผลกระทบด้วยหรือไม่

นายไอคาวะ ระบุด้วยว่า มิตซูบิชิ ยังไม่สามารถคาดการณ์ผลประกอบการปี 2016-2017 ได้ เนื่องจากควมไม่แน่นอนของความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น แต่เขายืนยันว่า บริษัทจะยังสามารถประกาศผลประกอบการที่ดีเกินคาดสำหรับปีงบประมาณที่ผ่านมา ซึ่งหมดลงเมื่อเดือน มี.ค. 2016 ได้

เท็ตสึโอะ ไอคาวะ ประธานบริษัท มิตซูบิชิ (ภาพ: AFP)

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 เม.ย. มิตซูบิชิสร้างความตกตะลึกไปทั่วโลก ด้วยการออกมายอมรับว่า พนักงานของพวกเขาจงใจตกแต่งค่าความดันลมยาง เพื่อให้อัตราระยะทางดูดีกว่าความเป็นจริง กระทบรถยนต์ที่มิตซูบิชิขายเองประมาณ 157,000 คัน ได้แก่ รถยนต์รุ่น ‘อีเค แวกอน’ กับ ‘อีเค สเปซ’ และรถยนต์ที่ผลิตให้บริษัท นิสสัน อีก 468,000 คัน ได้แก่ รถยนต์รุ่น ‘เดย์ซ’ และ ‘เดย์ซ รูกซ์’ ซึ่งทั้งหมดขายในประเทศญี่ปุ่น

และเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มิตซูบิชิ ได้ออกมายอมรับอีกครั้งว่า การตกแต่งผลการทดสอบนี้เกิดขึ้นมาตลอดช่วง 25 ปีที่ผ่านมา ยาวนานกว่าที่พวกเขาเชื่อในตอนแรก

คณะกรรมการบริหารของมิตซูบิชิ จัดตั้งองค์คณะขึ้นมาเพื่อดำเนินการสืบสวนในคดีนี้แล้ว เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบของสหรัฐฯ ที่เริ่มการสอบสวนว่า รถของมิตซูบิชิมีอัตราการบริโภคเชื้อเพลิงถูกต้องตามมาตรฐานของพวกเขาหรือไม่

ตุรกีผวาอีก! ระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีเมืองทางตะวันตก ดับ 1 เจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/612243

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 เม.ย. 2559 00:05

 

(ภาพ: AFP)

เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายในเมืองทางตะวันตกของประเทศตุรกี เมื่อวันพุธ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย และบาดเจ็บอีก 10 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 27 เม.ย. เกิดเหตุคนร้ายจุดระเบิดฆ่าตัวตายหน้าร้านค้าแห่งหนึ่งในเมืองบูร์ซา ทางตะวันตกของประเทศตุรกี ใกล้กับ ‘มัสยิดแห่งบูร์ซา’ หรือ ‘อูลู คามี’ ซึ่งสร้างตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 14 และเป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 10 คน

เหตุระเบิดดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 1 วันหลังจากสหรัฐฯ ออกมาเตือนว่า มีสัญญาณที่เชื่อถือได้ว่าอาจเกิดการก่อการร้ายขึ้นในจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวของตุรกี ขณะที่ทางการเมืองบูร์ซา ระบุว่า ผู้ก่อเหตุโจมตีในครั้งนี้เป็นมือระเบิดฆ่าตัวตายหญิง แต่ไม่ระบุว่าใครอยู่เบื้องหลัง

ทั้งนี้ ตั้งแต่เข้าสู่ปี 2016 เป็นต้นมา เกิดเหตุโจมตีในประเทศตุรกีทุกเดือน โดยเมื่อเดือน ม.ค. เกิดระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีในนครอิสตันบูล ทำให้นักท่องเที่ยวชาวเยอรมนี 12 คนเสียชีวิต ในเดือน ก.พ. ระเบิดโจมตีขบวนรถของทหารในกรุงอังการา ทำเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 28 นาย และในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เกิดการโจมตีถึง 3 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตรวม 45 คน

ช็อกซ้ำ! มิตซูบิชิยอมรับ ตกแต่งตัวเลขอัตราบริโภคน้ำมันรถที่ผลิตมาตั้งแต่ปี 34

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/611543

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 เม.ย. 2559 18:30

 

คณะผู้บริหารบริษัทมิตซูบิชิ ยอมรับบริษัทมิตซูฯ มีการตกแต่งตัวเลขอัตราการบริโภคน้ำมันของรถที่กำลังเป็นเรื่องอื้อฉาวในเวลานี้ มาตั้งแต่ปี 2534 พร้อมกับกำลังดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้อยู่ และมีการพบความผิดปกติมากขึ้น

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานมีเรื่องช็อกจากบริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่ ‘มิตซูบิชิ มอเตอร์ส’ อีกแล้ว เมื่อนายริวโกะ นาคาโอะ รองประธานบริษัทมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในกรุงโตเกียว ในวันนี้ (26 เม.ย.) ยอมรับว่าบริษัทมิตซูฯ ได้มีการตกแต่งตัวเลขอัตราการบริโภคน้ำมันของรถยนต์ที่ผลิตโดยบริษัทมิตซูฯ ให้ดูดีเกินความเป็นจริง มาตั้งแต่ปี 2534 หรือ 25 ปีที่แล้ว

‘สำหรับการตลาดภายในประเทศแล้ว เราได้ใช้วิธีการดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2534’ นายริวโกะ รองประธานบริษัทมิตซูฯ กล่าว พร้อมกับบอกเพิ่มเติมว่า จำนวนรถยนต์รุ่นต่างๆ ที่ได้รับผลจากการตกแต่งตัวเลขอัตราการบริโภคน้ำมันนั้น ทางบริษัทยังไม่รู้แน่ชัด

คณะผู้บริหารบริษัทมิตซูบิชิ มอเตอร์ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 26เม.ย.59

ด้าน นายเท็ตสึโร่ ไอคาวะ ประธานบริษัทมิตซูฯ กล่าวว่า กำลังมีการสอบสวนในเรื่องนี้ และมีการพบความผิดปกติมากขึ้น พร้อมกับชี้ว่าตอนนี้ ทางบริษัทมิตซูฯ ยังไม่รู้ภาพรวมทั้งหมด และพวกตนอยู่ในกระบวนการที่กำลังพยายามหาคำตอบในเรื่องนี้อยู่ ขณะเดียวกัน นายไอคาวะ ประธานบริษัทมิตซูฯ กล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าทำไมจึงมีพนักงานกลุ่มหนึ่งตกแต่งตัวเลขอัตราการบริโภคน้ำมันของรถยนต์กว่า 6 แสนคันให้ดูดีขึ้น

สำหรับกรณีอื้อฉาวของบริษัทมิตซูฯ นั้น เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ก่อน เมื่อคณะผู้บริหารระดับสูงของบริษัทได้ออกมาแถลงข่าว ขอโทษกับความผิดพลาดของทางบริษัทจากการที่มีพนักงานกลุ่มหนึ่งตกแต่งตัวเลขอัตราการบริโภคน้ำมันของรถยนต์ที่ผลิตโดยบริษัทมิตซูฯ กว่า 600,000 คัน จนสร้างความตกตะลึงให้แก่ชาวญี่ปุ่นและชาวโลกอย่างยิ่ง ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทร่วงทันที 15% และจากการที่มีการแถลงยอมรับความผิดล่าสุดในวันอังคารที่ 26 เม.ย.นี้ ทำให้หุ้นมิตซูฯ ร่วงลงไปอีก 10% และนับตั้งแต่เกิดเรื่องอื้อฉาวขึ้น หุ้นของบริษัทมิตซูฯ ร่วงไปแล้วเกือบ 50%.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

มิตซูฯเครียด! รบ.ญี่ปุ่นเอาจริง ส่งจนท.บุกค้นโรงงาน ตกแต่งตัวเลขรถกว่า6แสนคัน

งานเข้า! ‘มิตซูบิชิ’ ยอมรับผิด โกงผลทดสอบวัดอัตราการบริโภคเชื้อเพลิง

ไฟไหม้สยองสวนน้ำไต้หวันปีกลาย! ศาลลงดาบแล้ว จำคุกเจ้าของงาน 4ปี10 เดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/611246

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 เม.ย. 2559 12:35

 

ศาลไต้หวันลงดาบ ตัดสินจำคุก เจ้าขององค์กรจัดอีเวนต์ ‘ปาร์ตี้สี’ เป็นเวลา 4ปี 10เดือน โทษฐานละเลยความปลอดภัย จนนำไปสู่การเกิดไฟไหม้สยอง สวนน้ำฟอร์โมซา วอเตอร์ พาร์ค กลายเป็นทะเลเพลิง กลางปีก่อน ดับสลด 15 เจ็บระนาวกว่า 500

เมื่อ 26 เม.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ศาลไต้หวันตัดสินจำคุกนายหลู ชุง ฉี เจ้าขององค์กรจัดอีเวนต์ ปาร์ตี้สี ‘คัลเลอร์ เพลย์ เอเชีย’ ที่สวนน้ำ ฟอร์โมซา วอเตอร์ พาร์ค ชานกรุงไทเป เป็นเวลา 4 ปี กับ 10 เดือน โทษฐานละเลยความปลอดภัย จนนำไปสู่การเกิดเหตุไฟไหม้สุดสะเทือนขวัญ มีผู้เสียชีวิตสลด 15 ราย และบาดเจ็บกว่า 500 คนเมื่อ 27 มิ.ย. ปีที่ผ่านมา

สำหรับเหตุเพลิงไหม้ในงานปาร์ตี้สีที่สวนน้ำ ฟอร์โมซา วอเตอร์ พาร์ค ซึ่งตั้งอยู่ในเขตนิว ไทเป เกิดจากฝุ่นสีที่กระจายอยู่ในอากาศ เนื่องจากถูกโปรยลงมาเพื่อให้ตรงกับคอนเซปต์ ปาร์ตี้สีนั้น เกิดการระเบิดขึ้นหลังเกิดปฏิกิริยากับความร้อนจากแสงไฟสปอร์ตไลต์หน้าเวที ขณะผู้คนที่มาเที่ยวสวนน้ำ ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มคนสาวก็กำลังเต้นรำ สนุกสนานกันสุดเหวี่ยง ส่งเสียงเชียร์กันดังลั่นเมื่อมีฝุ่นสีทั้งเขียวและเหลืองถูกโปรยลงมาใส่ตัวพวกเขา แต่แล้วทันใดนั้น กลับเกิดไฟลุกไหม้ กลายเป็นทะเลเพลิงโดยไม่มีใครคาดคิด และคนหนุ่มคนสาวเหล่านั้นไม่มีทางที่จะหลบหนี จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม สื่อท้องถิ่นสื่อไต้หวัน รายงานว่า นายหลู ชุง ฉี เจ้าขององค์กรจัดอีเวนต์ ปาร์ตี้สี จะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาลต่อไป

ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้ไม่คาดฝัน

สภาพความเสียหายหลังเหตุเพลิงไหม้สยอง

ซาอุฯ เห็นชอบแผนปฏิรูป ศก. เลิกพึ่งพารายได้จากน้ำมัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/611076

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 เม.ย. 2559 06:30

 

(ภาพ: AFP)

รัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ประกาศแผนลดการพึ่งพารายได้จากน้ำมันแล้ว ท่ามกลางภาวะวิกฤติราคาน้ำมันโลกตกต่ำ จนประเทศผู้ผลิตได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะรัฐมนตรีของประเทศซาอุดีอาระเบีย ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก เห็นชอบแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจ ซึ่งมีเป้าหมายทำให้ประเทศถอยห่างจากการพึ่งพารายได้จากน้ำมัน หลังจากประเทศผู้ผลิตน้ำมันทั่วโลกกำลังเผชิญวิกฤติราคาน้ำมันตกต่ำ จนรายได้ของประเทศลดลง

เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน รองมกุฏราชกุมาร และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งประเทศซาอุดีอาระเบีย ทรงประกาศแผนปฏิรูป ซึ่งถูกเรียกว่า ‘วิสัยทัศน์ 2030’ (Vision 2030) ในวันจันทร์ที่ 25 เม.ย. ผ่านสถานีโทรทัศน์ อัล-อาราบิยา โดยพระองค์ตรัสว่า ซาอุดีอาระเบียกำลังเสพติดน้ำมัน โดยรายได้ของประเทศกว่า 70% มาจากน้ำมัน แต่แผนการนี้จะทำให้ซาอุฯ อยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งรายได้จากน้ำมันเป็นหลักภายในปี 2020

ทั้งนี้ แผนดังกล่าวจะปฏิรูปในด้านต่างๆ รวมทั้ง การขายหุ้นสูงสุด 5% ของบริษัท ‘อารามโก’ รัฐวิสาหกิจผู้ผลิตน้ำมันต่อวันมากที่สุดในโลก ในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งจะเกิดขึ้นในปี 2017 หรือ 2018 และก่อตั้งกองทุนความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งมีมูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

นอกจากนี้ จะมีระบบวีซ่าใหม่ อนุญาตให้ชาวมุสลิมและอาหรับที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ ทำงานในซาอุดีอาระเบียได้นานขึ้น และรัฐบาลจะดำเนินขั้นตอนต่างๆ เพื่อสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ ทั้งในด้านการลงทุนเหมืองแร่ และขยายการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหาร รวมทั้งเพิ่มอัตราส่วนแรงงานหญิงด้วย

เจ้าชายโมฮัมเหม็ด ทรงยืนยันว่า แผนการนี้ไม่เกี่ยวกับราคาน้ำมันที่ลดลงเกินครึ่งจากราคาสูงสุด 115 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในเดือนมิ.ย. 2014 และแผนการนี้จะดำเนินต่อไปโดยไม่ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมัน

ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ออกมาระบุว่า แผนการนี้ของซาอุฯ เป็นความพยายามที่มีผลกระทบกว้างไกล และเตือนด้วยว่า อุปสรรคใหญ่คือการนำแผนนี้ไปบังคับใช้จริง