เจาะอารยธรรมพุทธเอเชีย EP.1 ปางกอดสาว แร้งกินศพ เรื่องแปลกแดนพระธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/603074

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 เม.ย. 2559 05:30

 

ศาสนาพุทธ ถือกำเนิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย ก่อนที่จะมีการเผยแผ่ศาสนาไปยังประเทศโดยรอบ จนปัจจุบันศาสนาพุทธ เป็นศาสนาที่ถือกำเนิดมามากกว่า 2,500 ปีแล้ว

พุทธศาสนาในโลกมี 3 นิกาย คือ 1.นิกายเถรวาท (หินยาน) เป็นนิกายที่เก่าแก่ที่สุด ยึดถือพระธรรมวินัยเดิมอย่างเคร่งครัด นับถือมากในเอเชียอาคเนย์ ศรีลังกา พม่า ไทย ลาว กัมพูชา 2.นิกายมหายาน ได้แก่ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น เวียดนาม และ 3.นิกายวัชรยาน ได้แก่ ทิเบต ภูฏาน มองโกเลีย

สกู๊ปพิเศษชิ้นนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ขอเสนอความแตกต่างระหว่างพุทธศาสนาในประเทศต่างๆ เพื่อเปิดโลกทัศน์ทั้งหลายให้ได้รู้และเข้าใจในศาสนาพุทธของแต่ละประเทศ ได้แก่ ทิเบต ภูฏาน จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม โดยในตอนแรกนั้น จะพาผู้อ่านไปเปิดหูเปิดตาในประเทศทิเบต ภูฏาน และจากนี้ ทีมข่าวฯ ขอต้อนรับผู้อ่านสู่โลกแห่งพุทธศาสนานับแต่บัดนี้เป็นต้นไป…

ทรรศนะด้านศาสนาของชาวทิเบตมองว่า ศาสนาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ผสมผสานอยู่ในชีวิตประจำวัน ชาวทิเบตจึงนิยมบวชเป็นพระภิกษุ

พระทิเบตจะเกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างมาก เพราะผู้นำประเทศและผู้นำทางศาสนจักรเป็นคนๆ เดียวกัน

ทิเบต ดินแดนแห่งพระธรรม

เขตปกครองตนเองทิเบต ตั้งอยู่บนเทือกเขาหิมาลัย ประชาชนนับถือศาสนาพุทธ นิกายวัชรยาน ทรรศนะด้านศาสนาของชาวทิเบตมองว่า ศาสนาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ผสมผสานอยู่ในชีวิตประจำวัน ชาวทิเบตจึงนิยมบวชเป็นพระภิกษุ และมีพระเป็นผู้นำในเขตปกครอง นั่นคือ ‘ทะไล ลามะ’

ผู้ที่จะมาให้ความรู้ในเรื่องราวพุทธศาสนาในทิเบตนี้ คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากดร.ทวีวัฒน์ ปุณฑริกวิวัฒน์ ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนา ม.พระพุทธศาสนาแห่งโลก โดยอาจารย์ทวีวัฒน์ เล่าจากความเชี่ยวชาญเรื่องนี้ว่า ในทิเบตมี 3 นิกายหลักๆ ได้แก่ นิกายหมวกแดง พระนิกายนี้มีเกือบ 90% เยอะที่สุดในทิเบต โดยพระจะนุ่งห่มจีวรสีแดงเลือดหมูและสวมหมวกสีเดียวกับจีวร แต่เดิมนั้นทิเบตเหมือนไทย มีกษัตริย์ปกครองอาณาจักรและมีสังฆราชเป็นนิกายหมวกแดงปกครองศาสนจักร อีกทั้ง กษัตริย์ทิเบตยังสนับสนุนนิกายหมวกแดง และสังฆราชของหมวกแดง ฉะนั้น รัฐทิเบตจะมีกษัตริย์และสังฆราชแยกกัน

ขณะที่ นิกายหมวกเหลือง โดยจำนวนพระในนิกายหมวกเหลืองมีประมาณ 10% ของพระในทิเบตทั้งหมด พระนิกายนี้จะนุ่งห่มจีวรสีเหลืองและสวมหมวกสีเหลือง ในช่วงที่กองทัพมองโกลเข้ายึดครองทิเบตล้มล้างกษัตริย์ ขุนพลมองโกลต่างเลื่อมใสศรัทธาในนิกายหมวกเหลือง จึงเชิดชูสังฆราชของหมวกเหลืองนั่นคือ ท่านทะไล ลามะ ให้ขึ้นมามีอำนาจ นับแต่นั้นเป็นต้นมาท่านทะไล ลามะ จึงมีอำนาจทั้งฝ่ายศาสนจักรและฝ่ายอาณาจักรด้วย ภายใต้การหนุนหลังของกองทัพมองโกล ทิเบตจึงเป็นพุทธศาสนาประเทศเดียวที่พระสงฆ์มีอำนาจในอาณาจักรและศาสนจักรในเวลาเดียวกัน

นิกายหมวกดำ พระนิกายนี้จะนุ่งห่มจีวรสีดำและสวมหมวกสีดำ เป็นนิกายของพระจำนวนน้อย โดยพระนิกายนี้มักไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่มักจะปลีกวิเวกอยู่ในป่าเขา ถ้ำ เพื่อบำเพ็ญสมาธิ ภาวนา หรือคล้ายๆ กับพระป่าในประเทศไทยนั่นเอง

พระที่เป็นผู้นำในเขตปกครองทิเบต คือ ทะไล ลามะ

พระทิเบต เมื่อตัดสินใจบวชแล้วไม่สามารถสึกได้ เนื่องจากเป็นจุดมุ่งหมายดั้งเดิมของคนที่บวช คือ การสละทางโลกทิ้งแล้วใช้ชีวิตทางธรรมอันนำไปสู่ความหลุดพ้น
ละทางโลก สู่ทางธรรม บวชไม่สึก

พุทธศาสนาในทิเบต เป็นส่วนหนึ่งของนิกายมหายาน แต่ภายหลังได้แตกจากมหายานเป็นวัชรยาน สามารถฉันอาหารได้ 3 มื้อ โดยประกอบอาหารกันเอง มีโรงครัวอยู่ในวัด บางวัดปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อเอาผลผลิตไปปรุงอาหาร พระทิเบตจะถือพรหมจรรย์อย่างเคร่งครัด ครองตัวเป็นโสด ไม่สามารถแต่งงานได้ ซึ่งการบวชเป็นพระส่วนใหญ่จะบวชตั้งแต่ตอนเด็กๆ ตามขนบธรรมเนียมประเพณี และที่สำคัญคือ เมื่อตัดสินใจบวชแล้วไม่สามารถสึกได้ เนื่องจากเป็นจุดมุ่งหมายดั้งเดิมของคนที่บวช คือผู้ที่ละทิ้งบ้านเรือน เป็นผู้ที่สละความสุขทางโลก ทรัพย์สมบัติทั้งหลาย ออกมาใช้ชีวิตนักบวชสำหรับการประพฤติ ปฏิบัติธรรม สมาธิ ภาวนา เพื่อนำไปสู่ความพ้นทุกข์ ซึ่งในโลกนี้มีเพียงประเทศไทยประเทศเดียวเท่านั้นที่บวชแล้วสึกได้ แต่ปัจจุบันก็มีลาวกับกัมพูชาได้รับอิทธิพลจากไทยด้วยเช่นกัน

พิธีกรรมสุดแปลก ไหว้ 8 ท่า หมุนติ้วพระไตรปิฎก

สำหรับรูปแบบพิธีกรรมทางศาสนาพุทธของชาวทิเบตนั้น จะค่อนข้างมีสีสัน เหลือบๆ ไปทางวัฒนธรรมจีน มีการตีกลอง ตีฉิ่ง ตีหัวปลาไม้ ร่วมกับการประกอบพิธี ส่วนการสวดมนต์ของพระทิเบตนั้น จะมีติ้วหมุนอยู่ เดินสวดไปหมุนติ้วไป ซึ่งภายในติ้วที่หมุนจะบรรจุพระไตรปิฎก คาดว่าเป็นสัญลักษณ์ เมื่อหมุน 1 รอบก็เท่ากับว่าท่องพระไตรปิฎกจบไป 1 จบ เป็นรูปแบบหนึ่งของพิธีกรรม

และการกราบไหว้พระก็แปลกแตกต่างจากไทย เพราะทิเบตจะมีการไหว้ 8 ท่า ไหว้แล้วยืดแขนยืดขาลงไปนอนกับพื้นแบบท่าซุปเปอร์แมนกำลังเหาะ แต่ไทยไหว้เบญจางคประดิษฐ์

ยิ่งแร้งกินซากศพหมดเท่าไหร่ ญาติก็จะยิ่งดีใจมากเท่านั้น เพราะวิญญาณที่เป็นห่วงร่างกายจะได้สบายใจ เพื่อจะได้กลับไปเกิดแบบหมดห่วง

การแต่งกายของพระในทิเบต ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.tibetanspirit.com
แร้งกินศพ พิธีสุดพิลึกพิลั่น

อาจารย์ทวีวัฒน์ เล่าถึงความพิลึกในพิธีการทำศพของชาวพุทธในทิเบตว่า เมื่อมีคนตาย ญาติก็จะนำศพมาไว้ที่วัด เพื่อให้พระสงฆ์ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา จากนั้น สัปเหร่อจะยกศพแบกขึ้นภูเขาไปทิ้งเอาไว้ เพื่อให้แร้งลงมาจิกกินซากศพ เนื่องจากทิเบตมีความเชื่ออันแรงกล้าในเรื่องการกลับชาติมาเกิดใหม่ พวกเขาเชื่อว่าเมื่อคนตายไปแล้ววิญญาณจะออกจากร่างและยังมีความห่วงร่างกายอยู่ ชาวทิเบตจึงมีความเชื่อว่า ยิ่งแร้งกินซากศพหมดเท่าไหร่ ญาติก็จะยิ่งดีใจมากเท่านั้น เพราะวิญญาณที่เป็นห่วงร่างกายจะได้สบายใจ เพื่อจะได้กลับไปเกิดแบบหมดห่วง

พระพุทธรูปปางกอดสาว ความแปลกของวัชรยาน!

หากใครเคยเข้าไปในวัดทิเบต จะต้องเป็นอันอึ้ง งง ปนตกใจ เมื่อได้เห็นพระพุทธรูปสุดแปลกที่มีลักษณะของพระพุทธเจ้าและมีชายาเพศหญิงสวมกอดอยู่ด้านหน้า ไม่เว้นแม้แต่รูปปั้นพระโพธิสัตว์จะมีเพศหญิงสวมกอดอยู่ด้านหน้าด้วยเช่นกัน โดยเป็นเอกลักษณ์ของพุทธศาสนาในนิกายวัชรยาน ซึ่งโดดเด่นในทิเบต ภูฏาน และมองโกเลีย และถือเป็นพระพุทธรูปหลักในโบสถ์อีกด้วย

อาจารย์ทวีวัฒน์ อธิบายถึงความแปลกของพระพุทธรูปนี้ว่า พระทิเบตมองว่ารูปเคารพนั้นเป็นเพียงสัญลักษณ์ ว่าการตรัสรู้ที่สมบูรณ์นั้น จะต้องประกอบไปด้วยปัญญาและกรุณา เพศชายเป็นสัญลักษณ์ของกรุณา เพศหญิงเป็นสัญลักษณ์ของปัญญา ปัญญาและกรุณารวมกันเท่านั้น จึงจะสามารถเป็นการตรัสรู้ที่สมบูรณ์ได้

และในความเป็นจริงพระทิเบตแต่งงานไม่ได้ มีเพศสัมพันธ์มีครอบครัวไม่ได้ เคร่งครัดในพระวินัยคล้ายกับพระไทย แต่ออกมาในรูปของศิลปะแบบตันตระ คือ ความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างชายและหญิง พระทิเบตจะอธิบายว่า พระพุทธรูปที่เห็นนั้น เป็นเพียงสัญลักษณ์ของการตรัสรู้ที่สมบูรณ์ ซึ่งวิธีคิดของชาวพุทธวัชรยานแตกต่างไปจากเถรวาทมาก วัชรยานเป็นพุทธศาสนานิกายที่ลี้ลับ ซ่อนเร้น แปลก บ้านชาวพุทธไทยจะตั้งพระพุทธรูปไว้บูชาสวดมนต์ แต่ถ้าทิเบตก็จะตั้งพระพุทธรูปลักษณะนี้ไปบูชาสวดมนต์เช่นกัน

พระพุทธรูปตามแบบตันตระ ขอบคุณภาพจาก http://www.health.wikinut.com

วัดในภูฏาน ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.adventurewomen.com

ภูฏาน ดินแดนมังกรสายฟ้า

ราชอาณาจักรภูฏาน เป็นประเทศขนาดเล็ก รายล้อมไปด้วยภูเขาจำนวนมาก ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศนับถือศาสนาพุทธนิกายวัชรยาน ลักษณะการปกครองคล้ายกับทิเบต แต่มีความต่างกันบ้าง คือทิเบตมีองค์ทะไล ลามะเป็นผู้นำทั้งทางศาสนาและอาณาจักร ส่วนภูฏานมีกษัตริย์ปกครองประเทศ แต่มีพระสงฆ์ผู้มีสมณะสูงสุด หรือ พระสังฆราช ที่เรียกว่า เจ เคนโป มีส่วนในการปกครองประเทศด้วย

สำหรับการปกครองของคณะสงฆ์จะแบ่งเป็น 5 ชั้น ได้แก่ เจ เคนโป เป็นชั้นปกครองสูงสุด สมเด็จพระสังฆราช ชั้นสูงสุดนี้ห่มผ้าได้ทุกสี เคนโป เป็นชั้นรองมาจากสังฆราช ห่มผ้าปนทุกสี ลามะ เป็นชั้นรองจากเคนโป เป็นอาจารย์ที่ทรงความรู้ ห่มผ้าสีเหลืองปนแดง โลแพน เป็นชั้นรองลงมาจากลามะ เป็นพระที่มีความรู้บ้างแล้ว ห่มผ้าสีเหลือง เกลอง เป็นชั้นรองลงมาจากโลแพน เป็นชั้นสามัญ แต่ก็มีเกลองชั้น ตรี โท เอก ห่มผ้าสีแดง ส่วนวิธีเลื่อนชั้นนี้ก็จะทำการสอบคัดเลือก

วัฒนธรรมพุทธของชาวภูฏานนั้น พ่อแม่มักนิยมให้ลูกหลานในครอบครัวได้บรรพชาเป็นสามเณรตั้งแต่อายุยังน้อย

ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.lonelyplanet.com

อาจารย์ทวีวัฒน์ เล่าถึงประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้พบเจอในภูฏานว่า วัดของภิกษุกับภิกษุณีในภูฏาน จะแยกกัน โดยวัดของพระภิกษุเมื่อถึงเวลา 5 โมงเย็น ผู้หญิงจะต้องออกจากวัดให้หมด ห้ามผู้หญิงเข้าวัดของภิกษุหลัง 5 โมงเย็น ส่วนวัดของภิกษุณี ก็จะห้ามผู้ชายเข้าวัดหลัง 5 โมงเย็น โดยพระในภูฏานจะเคร่งในเรื่องนี้อย่างมาก

ทั้งนี้ ตามวัฒนธรรมพุทธของชาวภูฏานนั้น พ่อแม่มักนิยมให้ลูกหลานในครอบครัวได้บรรพชาเป็นสามเณรตั้งแต่อายุยังน้อย เมื่อสามเณรมีอายุครบ 20 ปี ต้องตัดสินใจว่าจะอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา หรือจะลาสิกขาบทเพื่อไปใช้ชีวิตแบบฆราวาส ถ้าเลือกหนทางแรกก็จะต้องเป็นพระภิกษุไปตลอดชีวิต เพราะการบวชในนิกายวัชรยานนั้น ไม่มีการบวชชั่วคราวหรือการสึกอย่างพุทธศาสนาในประเทศไทย

ในตอนหน้านั้น จะขอนำเสนอเรื่องราวของพระในประเทศจีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม จะแตกต่างกันอย่างไร โปรดติดตาม.

  • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่
    reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

เพื่อนบ้านเสียวดินไหวเมียนมา! บังกลาเทศเจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/606015

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 เม.ย. 2559 05:01

 

(ภาพ : AFP)

เมียนมาตื่นแผ่นดินไหวใหญ่ สั่นสะเทือนไกลถึงหลายประเทศเพื่อนบ้าน แต่ไม่มีรายงานความเสียหายร้ายแรง แผ่นดินไหวยังเกิดขณะดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เสด็จประทับอยู่อินเดีย แต่ไม่ทรงเป็นอันตราย

ความคืบหน้าเหตุเกิดแผ่นดินไหวที่เมียนมาที่รับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ในประเทศเพื่อนบ้านดังกล่าว สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 14 เม.ย.ว่า เหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.9 แมกนิจูด ศูนย์กลางอยู่ลึกใต้ดิน 135 กิโลเมตร ทางตะวันตกเฉียงเหนือเมืองมัณฑะเลย์ของเมียนมาและอยู่ห่างกรุงเนปิดอว์ไปทางเหนือ 396 กิโลเมตร เมื่อคืนวานนี้ (13 เม.ย.) แม้จะรับรู้แรงสั่นสะเทือนไกลถึงหลายส่วนของประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งอินเดียและบังกลาเทศรวมทั้งในทิเบต แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือความเสียหายร้ายแรงในเมียนมา นอกจากผนังอาคารแตกร้าวและเจดีย์ตามหมู่บ้านต่างๆเสียหายเล็กน้อยกับกรณีผู้คนต้องหนีออกมาอยู่นอกที่พักอาศัยหรือตามถนนรวมทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ป่วยที่ต้องหนีออกจากอาคารโรงพยาบาลสูง 7 ชั้นในนครย่างกุ้ง เพราะรับรู้แรงสั่นไหวที่เกิดขึ้นนาน 2 นาที

แผ่นดินไหวครั้งนี้ยังรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ในหลายพื้นที่ของอินเดียรวมทั้งในรัฐอัสสัม ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ซึ่งเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคท พระชายา ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์แห่งราชวงศ์อังกฤษ กำลังเสด็จประทับค้างแรมอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติคาซิรังกาซึ่งเป็นหนึ่งในพระกรณียกิจการเสด็จเยือนอินเดียของทั้งสองพระองค์ แต่ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ และคณะผู้ติดตามต่างปลอดภัยดี โดยเจ้าชายวิลเลียมและพระชายามีกำหนดการเสด็จเยือนภูฏานต่อในวันพฤหัสฯนี้ (14 เม.ย.)
ขณะเดียวกัน ผู้คนในโกลกาตา เมืองเอกของรัฐเวสต์เบงกอลของอินเดีย ที่รับรู้แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวดังกล่าวเช่นกัน พากันวิ่งแตกตื่นออกจากอาคารบ้านเรือนมาอยู่บนถนน เช่นเดียวกับผู้คนในกรุงธากาของบังกลาเทศที่อยู่ห่างศูนย์กลางแผ่นดินไหวออกมาราว 480 กิโลเมตร มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 80 คน ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเหยียบย่ำกันขณะผู้คนแตกตื่นหนีออกจากบ้านและสำนักงานซึ่งก็รวมทั้ง 50 คนในเมืองท่าจิตตะกองที่ยังมีอาคารอย่างน้อย 4 ตึกอยู่ในสภาพเอียงกระเท่เร่จากอิทธิพลแผ่นดินไหว

ด้านสำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานผู้คนในกรุงลาซาของทิเบตของจีน ที่รับรู้แรงสั่นสะเทือน ได้พากันหนีออกจากบ้านมาอยู่ตามถนนเพื่อความปลอดภัย แต่ไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรง.

ดินไหว 6.4 เขย่า ‘เกาะคิวชู’ บ้านพัง-ไฟไหม้ เบื้องต้นดับ 3 เจ็บกว่า 10

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/606018

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 เม.ย. 2559 04:48

 

แดนปลาดิบระทมอีกแล้ว เจอภัยพิบัติทางธรรมชาติ แผ่นดินไหว 6.4 ริกเตอร์ ที่เกาะคิวชู มีผู้เสียชีวิตเบื้องต้นแล้ว 3 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 10 คน รวมทั้งบ้านพังหลายสิบหลังและมีไฟไหม้ แรงดินไหวทำให้รถไฟหัวกระสุนความเร็วสูง “ชินคันเซน” ตกราง โชคดีที่ไม่มีผู้โดยสาร

ญี่ปุ่นระทม เจอภัยธรรมชาติครั้งร้ายแรงอีกครั้ง โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 14 เม.ย.ว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรง 6.4 แมกนิจูด บนเกาะคิวชู ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย บ้านเรือน 19 หลัง พังถล่มลงมา และมีเหตุไฟไหม้เกิดขึ้นอย่างน้อย 1 แห่ง รวมถึงผู้บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลได้จัดส่งกำลังทหาร 350 นาย เข้าไปยังพื้นที่ทันที แต่ไม่มี สัญญาณเตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิ และไม่กระทบต่อโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์

ทั้งนี้ สำนักงานกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเผยว่า จุดศูนย์กลางเกิดขึ้นห่างจากจังหวัดคุมาโมโต้ไปทางตะวันออก 11 กม. เมื่อช่วงหัวค่ำ 21.26 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 19.26 น. ตามเวลาไทย ลึกลงไป 10 กม. จากนั้นราว 30 นาทีต่อมา เกิดอาฟเตอร์ช็อก วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 5.7 แมกนิจูด ขณะที่ศูนย์ข้อมูลการเกิดแผ่นดินไหวสหรัฐฯ (ยูเอสจีเอส) วัดแรงแผ่นดินไหวได้ 6.2 แมกนิจูด และอาฟเตอร์ช็อก 5.4 แมกนิจูด ต่อมาช่วงเที่ยงคืน 12.03 น. หรือราว 22.03 น. เกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหม่ตามมา 6.4 อีกครั้ง ซึ่งสำนักข่าวเกียวโตเผยว่า พบผู้บาดเจ็บราว 40 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในเมืองคุมาโมโต้ รวมบางรายที่มีอาการบาดเจ็บสาหัส

นอกจากนี้ สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคยังเผยแพร่ภาพพนักงานดับเพลิงช่วยกันสกัดเพลิงที่กำลังลุกไหม้อาคารแห่งหนึ่งในเมืองมาชิกิ ซึ่งมีพลเมืองอาศัยอยู่ราว 34,000 คน และไม่ไกลจากจุดศูนย์กลาง บ้านเรือนในเมืองมาชิกิราว 16,000 หลัง ไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ ส่วนที่เมืองคุมาโมโต้ก็ไม่มีไฟฟ้าใช้ 38,000 หลัง รถไฟหัวกระสุน หรือชินกันเซน บนเกาะก็หยุดให้บริการชั่วขณะและมีขบวนหนึ่งตกรางแต่ขณะนั้นไม่มีผู้โดยสาร นอกจากนี้ยังมีเศษก้อนอิฐของกำแพงคอนกรีตก็หล่นร่วงลงมาตามพื้นถนน ชาวบ้านบางกลุ่มก็ออกมายืนข้างนอก

ด้านสำนักงานพลังงานนิวเคลียร์ญี่ปุ่นเผยว่า ไม่พบสิ่งผิดปกติที่สถานีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ทั้ง 3 แห่งที่ตั้งอยู่บนเกาะคิวชูและเกาชิโกกุ ที่อยู่ใกล้เคียง แต่ก็ยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ชินโส อาเบะ ของญี่ปุ่น ออกมาแถลงต่อผู้สื่อข่าวว่า รัฐบาลตั้งใจทำงานเพื่อรับมือต่อสถานการณ์ให้ได้อย่างดีที่สุด และกำลังอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

พรรครบ.โสมขาว ความนิยมวูบ! ไม่ได้ครองเสียงข้างมากในสภา ครั้งแรกในรอบ 16ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/605854

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 เม.ย. 2559 15:20

 

ประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮ แห่งเกาหลีใต้ เครียดแน่…ผลการเลือกตั้งทั่วไปออกมา พรรครัฐบาล ‘แซนูรี’ ไม่ได้ครองเสียงข้างมากในสภา เป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี ขณะที่หัวหน้าพรรคแซนูรี แสดงความรับผิดชอบ ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคทันที
14 เม.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน พรรครัฐบาล‘แซนูรี’ ของประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮ ในเกาหลีใต้ ต้องสูญเสียการครองเสียงข้างมากในสภาเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี จากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา โดยจากการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งที่แล้วเสร็จไป 85% ปรากฏว่า พรรคอนุรักษ์นิยม สายกลางเอียงขวา ‘แซนูรี’ ได้ที่นั่งในสภาแล้วจำนวน 122 ที่นั่ง จากจำนวนสมาชิกในสภาทั้งหมด 300 ที่นั่ง ขณะที่พรรคฝ่ายค้าน มินจู สามารถส่งสมาชิกเข้าไปนั่งเก้าอี้ ส.ส.ในสภาได้แล้วถึง 123 ที่นั่ง

บีบีซี รายงานว่า นายคิม มู ซุง หัวหน้าพรรคแซนูรี ได้ยื่นขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคทันที เพื่อต้องการแสดงความรับผิดชอบต่อความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ในครั้งนี้ หลังจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกาหลีใต้ครั้งที่แล้ว พรรคแซนูรี ได้ครองเสียงข้างมากในสภา โดยเฉือนเอาชนะพรรคฝ่ายค้านมาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

หญิงชราชาวเกาหลีใต้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อ 13เม.ย.59

ตามความเห็นของนักวิเคราะห์การเมืองชี้ว่า ผลการเลือกตั้งทั่วไปในเกาหลีใต้ จะยังเป็นตัวชี้วัดอนาคตทางการเมืองของ ปาร์ก กึน เฮ ประธานาธิบดีหญิงผู้นี้ด้วย ว่าจะยังสามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีหน้าได้ต่อไปหรือไม่ หลังจากผลโพลหยั่งเสียงคะแนนนิยมก่อนหน้าถึงวันเลือกตั้ง ออกมาว่า พรรคแซนูรี จะยังสามารถรักษาเสียงข้างมากในสภาไว้ได้ แต่แล้วผลจากการนับคะแนนการเลือกตั้งกลับออกมาตรงข้าม ซึ่งได้แสดงให้เห็นชัดเจนถึงความสำเร็จของ พรรคมินจู ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านใหญ่ในเกาหลีใต้

นักวิเคราะห์ชี้ว่า ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮ ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการไม่สามารถจัดการรับมือในเรื่องเศรษฐกิจ จนทำให้อัตราการว่างงานในประเทศสูงขึ้น โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวตกงาน ไม่มีงานทำ อีกทั้งหนี้สินครัวเรือนก็อยู่ในระดับสูงด้วย

สลด! หนุ่มอินเดียจุดไฟเผาตัวเองเลียนแบบ ‘ก็อต ทาเลนต์’ พลาดดับอนาถ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/605191

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 เม.ย. 2559 06:30

 

(ภาพ: LiveLeak)

นักเรียนหนุ่มชาวอินเดียเสียชีวิตจากแผลไฟไหม้รุนแรง หลังจากพยายามทำการแสดงกับไฟตามที่ได้เห็นในรายการ อินเดียส์ ก็อต ทาเลนต์ จนถูกไฟคลอก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เด็กนักเรียนชายชาวอินเดีย เอ็มดี จาลาลุดดิน พยายามทำการแสดงจุดไฟเผาตัวเองตามที่เขาได้เห็นในรายการเรียลลิตี้ ‘อินเดียส์ ก็อต ทาเลนต์’ แต่การแสดงกลับผิดพลาดทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จาลาลุดดิน ทำการแสดงที่เมืองฟาลาคนูมา พร้อมอัดคลิปวิดีโอเอาไว้และชวนเพื่อนมาดูด้วย โดยภาพจากคลิปแสดงให้เห็นว่า เขาราดน้ำมันก๊าดลงบนร่างกายก่อนจุดไฟ แต่ไฟกลับลุกลามท่วมร่างของเขาอย่างไม่อาจควบคุม หลังเกิดเหตุเขาถูกนำส่งโรงพยาบาล ออสมาเนีย เจเนรัล ในวันที่ 7 เม.ย. ก่อนจะเสียชีวิตในเช้าวันรุ่งขึ้น โดยแพทย์ระบุว่า จาลาลุดดินเป็นแผลไฟไหม้ระดับ 3 บนร่างกายกว่า 54%

ระทึก! หลักฐานระเบิดกลางศาลต้านก่อการร้ายปากีฯ เจ็บ 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/605176

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 เม.ย. 2559 04:30

 

(ภาพ: AFP)

หลักฐานซึ่งถูกนำมาแสดงต่อหน้าศาลในปากีสถานระหว่างการพิจารณาคดีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเป็นความผิดพลาดระหว่างการสาธิต ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 2 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หลักฐานชิ้นหนึ่งซึ่งถูกนำมาแสดงต่อศาลต่อต้านการก่อการร้าย ในเมืองการาจี เกิดระเบิดขึ้นหลังจากผู้พิพากษาขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสาธิตวิธีการใช้ เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน ซึ่งรวมทั้งตำรวจที่ขึ้นมาสาธิต

เหตุระเบิดเกิดขึ้นระหว่างการพิจารณาคดีชายผู้ต้องสงสัยในคดีขู่กรรโชกและพกพาระเบิดมือหลายลูก เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยตำรวจระบุว่าสามารถยึดตัวจุดระเบิดหลายชิ้นระหว่างการจับกุมเขา

ทั้งนี้ อุปกรณ์ดังกล่าวถูกนำมาแสดงต่อศาลตามคำขอของจำเลย ผู้พิพากษา ชาคิล ไฮเดอร์ จึงขอให้ตำรวจสาธิตว่าอุปกรณ์ทำงานอย่างไร และหลังจากตำรวจถอดชิ้นส่วนชิ้นหนึ่งออกจากอุปกรณ์ชิ้นนี้มันก็ระเบิด ทำให้ผู้พิพากษากระเด็นตกเก้าอี้

ข่าวบางกระแสระบุว่า หลักฐานที่ระเบิดคือระเบิดมือที่เจ้าหน้าที่ยึดมาจากจำเลย แต่ตำรวจออกมาแก้ข่าวโดยระบุว่า มันเป็นเพียงตัวจุดระเบิดที่มีส่วนประกอบที่ระเบิดได้ ซึ่งควรได้รับการปลดชนวนไปแล้ว.

เฮลิคอปเตอร์จู่โจมของรัสเซียตกในซีเรีย ทหารดับ 2 นาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/605114

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 เม.ย. 2559 23:40

 

เฮลิคอปเตอร์ Mi-28N ไนท์ ฮันเตอร์ ของรัสเซีย (ภาพ: AFP)

เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์จู่โจมของรัสเซียตกในประเทศซีเรียเมื่อวันอังคาร เป็นเหตุให้ลูกเรือเสียชีวิต 2 ราย ขณะที่ทางการรัสเซียยืนยันว่า ฮ.ลำนี้ไม่ได้ถูกยิงตก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงกลาโหมแห่งประเทศรัสเซียมีแถลงการณ์เมื่อวันอังคารที่ 12 เม.ย. ว่า เฮลิคอปเตอร์จู่โจมประสิทธิภาพสูงรุ่น ‘Mi-28N ไนท์ ฮันเตอร์’ ของพวกเขาลำหนึ่ง ตกในประเทศซีเรีย โดยลูกเรือบนเครื่องทั้ง 2 คนเสียชีวิตทั้งหมด

กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติการช่วยเหลือจนพบศพของลูกเรือทั้ง 2 คนแล้ว และยืนยันด้วยว่า ฮ.ลำนี้ไม่ได้ถูกยิงตก แต่ไม่เปิดเผยสาเหตุที่แน่ชัด อย่างไรก็ตาม สื่อของรัสเซียรายงานว่า ปัญหาสภาพอากาศอาจเป็นสาเหตุทำให้ ฮ.ลำนี้ตก

ทั้งนี้ ตลอดช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา รัสเซียเสียทหารในปฏิบัติการทางทหารในซีเรียเพื่อช่วยเหลือรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด แห่งซีเรีย แล้ว 8 นาย โดยในประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ประกาศถอนทหารส่วนใหญ่ออกจากซีเรียเมื่อเดือนก่อน แต่นักวิเคราะห์ระบุว่า รัสเซียถอนทหารออกไปไม่ถึงครึ่ง

อนึ่งเมื่อวันจันทร์ ประธานาธิบดีปูตินได้มอบตำแหน่ง ‘วีรบุรุษแห่งรัสเซีย’ ให้แก่ร้อยโท อเล็กซานเดอร์ โปรโคเรนโก เพื่อยกย่องที่เขาตัดสินใจเรียกเครื่องบินมาโจมตีทางอากาศใส่ตำแหน่งที่เขาอยู่ เพื่อไม่ให้ตัวเองถูกนักรบติดอาวุธจับตัว ระหว่างการต่อสู้ใกล้เมืองโบราณพัลไมรา.

อินเดียสอบ 5 คนงาน หาคนรับผิดชอบระเบิดสยองวัดฮินดู ดับ 110 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/604685

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 เม.ย. 2559 03:25

 

(ภาพ: AP)

ความคืบหน้าเหตุสยองดอกไม้ไฟระเบิดกลางงานวัดฮินดู ปุตติงกัลเทวี เมืองพาราวูร์ รัฐเกรละ ทางภาคใต้อินเดีย เมื่อ 11 เม.ย. ตำรวจควบคุมตัวคนงาน 5 คนที่ดูแลด้านดอกไม้ไฟที่ใช้ในงานไปสอบปากคำ แต่ยังไม่ตั้งข้อหาใด ระหว่างการสอบสวนหาตัวผู้รับผิดชอบ ว่าใครเป็นผู้อนุญาตให้จัดการแสดงดอกไม้ไฟ ทั้งที่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่าเสียงดังและสร้างมลพิษ

ส่วนยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 110 ศพ บาดเจ็บกว่า 380 คน นับเป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรมในงานทางศาสนาครั้งร้ายแรงที่สุดในอินเดีย ด้านสมาคมแพทย์อินเดียเตรียมยื่นเรื่องต่อศาลให้สั่งห้ามจุดพลุดอกไม้ไฟในงานที่มีคนมากๆ ขณะที่ญาติพี่น้องผู้เสียชีวิตเข้าไปเก็บข้าวของเหยื่อเต็มลานวัดที่ยังมีรอยเลือดและหลักฐานความโกลาหลชัดเจน.

ไล่บ๋อยหุ่นยนต์ ทำงานไม่คุ้มหยวน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/604018

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 เม.ย. 2559 08:01

 

บรรดาเถ้าแก่เหลาใหญ่ๆ ในเมืองกวางสี ทางภาคใต้ของจีน ได้พากันปลดบ๋อยหุ่นยนต์ออกจากงาน โดยด่าส่งว่าทำงานไม่คุ้มค่าตัว เพราะเหตุว่า เสียบ่อยเหลือเกิน เปลี่ยนกลับมาจ้างบ๋อยคนแทน

พวกเถ้าแก่ร้องว่า พวกบ๋อยจักรกลเหล่านี้ดีแต่เป็นของดูเล่นเท่านั้นเอง คอยเรียกลูกค้าเข้าร้าน แต่อย่างอื่นนั้น ทำไม่เป็นเหมือนอย่างที่โปรแกรมของมันอวดไว้ มันสามารถจะเสิร์ฟอาหาร และเครื่องดื่มได้อย่างเรียบร้อย “พูดถึงความคล่องแคล่วว่องไวนั้นมันก็ดีหรอก จนเราหลงซื้อมาใช้ถึง 6 ตัว แต่ใช้ไปยังไม่ทันถึงปี เหลือเดินได้อยู่เพียงตัวเดียว ซ้ำยังขาเป๋ด้วย” ส่วนเถ้าแก่อีกเจ้าหนึ่งก็เล่าความในใจให้ฟัง ที่จริงแล้วหุ่นยนต์ผู้ไม่มีชีวิตจิตใจทำงาน สู้มนุษย์ที่มีเลือดเนื้ออย่างเราไม่ได้เลย ทำงานก็เป็นไม่กี่อย่าง แม้แต่จะรินน้ำชาให้ลูกค้า หรือรับคำสั่งก็ยังไม่ได้ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องหุ่นยนต์คนหนึ่งได้กล่าวว่า พูดกันในแง่ของวิชาการ และปัญญาประดิษฐ์แล้ว ก็แสดงว่า เทคโนโลยีในเรื่องนี้ ยังไม่สูงพอที่จะให้มันทำงานได้ ไม่เหมาะกับงาน ที่จะต้องอาศัยการตัดสินใจของตัวเอง อย่างเช่น การรับแขก ซึ่งจำเป็นจะต้องรู้จักการปฏิสันถาร และติดต่อกับมนุษย์ซึ่งเดาใจยาก.

เร่งช่วยเหลือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/604247

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 เม.ย. 2559 08:01

 

เจ้าหน้าที่และหน่วยกู้ภัยอินเดีย ช่วยกันลำเลียงผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตออกจากวัดแห่งหนึ่งในเมืองพาราวูร์ รัฐเกรละ ภาคใต้ของอินเดีย หลังเกิดเหตุพลุระเบิดคร่าชีวิตกว่า 100 ศพ บาดเจ็บเกือบ 300 คน.