เพื่อนหญิงปธน.โสมใต้รับ ‘สมควรตาย’ หลังถูกกล่าวหาแทรกแซงกิจการรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 พ.ย. 2559 00:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/769981

 

นาง ชอย ซุน-ซิล ผู้ถูกกล่าวหาว่า ใช้ความสนิทสนมกับประธานาธิบดี ปาร์ก กึน-เฮ แห่งเกาหลีใต้ เพื่อแทรกแซงกิจการของรัฐ เข้าให้ปากคำกับอัยการกรุงโซลแล้วเมื่อวันจันทร์ โดยเธอบอกกับนักข่าวว่า เธอทำผิดสมควรตาย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาง ชอย ซุน-ซิล เพื่อนหญิงคนสนิทของประธานาธิบดี ปาร์ก กึน-เฮ แห่งเกาหลีใต้ ซึ่งกำลังตกเป็นประเด็นอื้อฉาวเนื่องจากถูกกล่าวหาว่า เธอใช้ความใกล้ชิดกับนางปาร์กในการเข้าไปมีอิทธิพลและแทรกแซงกิจการของประเทศ เดินทางเข้ารับการสอบปากคำที่สำนักงานอัยการเขตจุง (เซ็นทรัล) ของกรุงโซลแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ 31 ต.ค.

นางชอย อายุ 60 ปี เดินทางมาพร้อมเจ้าหน้าที่อัยการฝ่ากองทัพนักข่าวที่มารวมตัวกันที่สำนักงานอัยการเขตจุง โดยเธอกล่าววิงวอนต่อหน้าสื่อขอให้ประชาชนยกโทษให้เธอ “ได้โปรดยกโทษให้ฉันด้วย ฉันได้ทำความผิดซึ่งฉันสมควรตาย” ก่อนเธอจะถูกพาเข้าไปในอาคาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ถามคำถามเกี่ยวกับบทบาทของเธอในเรื่องอื้อฉาวนี้ ที่กำลังทำให้ประธานาธิบดีปาร์กตกที่นั่งลำบากอย่างที่สุด


กองทัพนักข่าวระดมถามคำถามนางชอย ซึ่งเดินทางมายังสำนักงานอัยการเขตจุง

ทั้งนี้ สื่อเกาหลีใต้ระบุว่า นางชอยเป็นลูกสาวของนาย ชอย แต-มิน อดีตครูของนางปาร์ก ผู้เป็นเจ้าลัทธิทางศาสนาซึ่งเสียชีวิตไปแล้วเมื่อปี 1994 เธอถูกกล่าวหาว่า ทุจริตคอร์รัปชันและแทรกแซงกิจการรัฐ โดยอาศัยความใกล้ชิดระหว่างเธอกับประธานาธิบดีปาร์ก ซึ่งรู้จักกันมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1970 ให้นิติบุคคลบริจาคเงินจำนวนหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้แก่กองทุนน่าสงสัยที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเธอ

นอกจากนี้ เมื่อสัปดาห์ก่อน สถานีโทรทัศน์ในเกาหลีใต้รายงานว่า มีผู้พบฮาร์ดไดรฟ์จากคอมพิวเตอร์ที่ถูกทิ้งแล้วของนางชอย และภายในมีข้อมูลที่เป็นความลับทางราชการหลายฉบับที่เธอได้รับมาจากนางปาร์ก เธอยังถูกกล่าวหาอีกว่า ใช้เส้นสายของเธอในการฝากลูกสาวเข้ามหาวิทยาลัยสตรี ‘อีฮวา’ ม.หญิงล้วนอันดับ 1 ของเกาหลีใต้ ทั้งที่เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีการแข่งขันในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยสูงและเข้มงวดอย่างมาก ซึ่งหลังข่าวนี้ได้รับการเปิดเผยออกมา ประธานของมหาวิทยาลัยอีฮวาก็ประกาศลาออกจากตำแหน่งทันที


ประธานาธิบดี ปาร์ก กึน-เฮ แห่งเกาหลีใต้

เรื่องอื้อฉาวนี้ทำให้เกิดกระแสความโกรธเกรี้ยวของชาวเกาหลีใต้ โดยตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาชนหลายพันคนออกมาชุมนุมประท้วงตามสถานที่สาธารณะในเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อเรียกร้องให้นางปาร์กลาออกจากตำแหน่ง ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นชี้ว่า คะแนนความนิยมในตัวนางปาร์กลดลงสู่ค่าต่ำสุดนับตั้งแต่เธอรับตำแหน่งผู้นำแดนโสมขาว ซึ่งจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีหน้า

ขณะที่ นักวิจารณ์ออกมาระบุว่า นางปาร์กบริหารข้อมูลของรัฐอย่างไร้ความรับผิดชอบ และทำตามคำแนะนำจากใครบางคนที่ไม่ได้มีความรู้ความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ในการบริหารอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า ส่วนนางปาร์กรับมือเรื่องนี้ด้วยการออกมาขอโทษต่อประชาชน และปรับคณะรัฐมนตรีใหม่ แต่ดูเหมือนจะไม่ช่วยเหลือสถานการณ์ของเธอดีขึ้น


ชาวเกาหลีใต้ชุมนุมประท้วงในกรุงโซล เพื่อเรียกร้องให้ประธานาธิบดีปาร์ก กึน-เฮ ลาออกจากตำแหน่ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปธน.โสมขาว‘งานเข้า’ ปล่อยเพื่อนยุ่งกิจการรัฐ เจ้าตัวยอมกลับมาให้ปากคำ

 

ซาอุฯ สกัดแผนคาร์บอมบ์ศึกคัดบอลโลก-โจมตีเมืองหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ต.ค. 2559 03:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/769092

 

ซาอุดีอาระเบียเผย เจ้าหน้าที่สามารถสกัดแผนการโจมตีการแข่งขันฟุตบอลโลกในเดือนนี้ได้ รวมทั้งสามารถยับยั้งแผนโจมตีเมืองหลวงของกลุ่มไอซิสได้ด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 ต.ค. ว่า เจ้าหน้าที่ของประเทศซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่าพวกเขาสามารถสกัดแผนใช้ระเบิดรถยนต์โจมตีการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2018 รอบคัดเลือกคู่ระหว่างซาอุดีอาระเบียและสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่เกิดขึ้นไปแล้วในเดือนนี้ รวมทั้งสามารถสกัดแผนการของกลุ่มรัฐอิสลาม ที่จะโจมตีเจ้าหน้าที่ความมั่นคงในกรุงริยาดได้อีกด้วย

ตามการเปิดเผยของกระทรวงมหาดไทยซาอุดีอาระเบีย เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 8 คน จากกลุ่มก่อการร้าย 2 กลุ่ม ในจำนวนนี้หลายคนเป็นชาวซาอุดีอาระเบีย, 2 คนเป็นชาวปากีสถาน และเป็นชาวซีเรียกับซูดานชาติละคน กระทรวงมหาดไทยซาอุฯ ยังเผยแพร่ราชื่อผู้ต้องสงสัยอีกหลายคนที่ทางการกำลังต้องการตัว ฐานมีส่วนร่วมในแผนการโจมตีดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบียตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของกลุ่มไอซิสมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา และถูกโจมตีถึง 26 ครั้งในเดือนมิ.ย.เพียงเดือนเดียว

 

ทัพพันธมิตรซาอุฯ โหด ถล่มคุกเยเมนตายอื้อ 60 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 31 ต.ค. 2559 02:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/769006

 

มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 60 คน รวมทั้งนักโทษ พลเรือน เจ้าหน้าที่ความมั่นคง และนักรบกบฏ “ฮูธิ” นิกายชีอะห์ จากการโจมตีทางอากาศของกองทัพพันธมิตรนำโดยซาอุดีอาระเบีย ถล่มเรือนจำ 2 แห่งในศูนย์บัญชาการความมั่นคง “อัล-เซดิยา” ในเมืองท่าฮูเดดาห์ ภาคตะวันตกเยเมน เขตยึดครองของกบฏฮูธิ เมื่อ 29 ต.ค. ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมงก็มีผู้เสียชีวิต 18 คน รวมทั้งเด็กๆ จากการโจมตีทางอากาศถล่มบ้านพลเรือนที่เมืองทาอิซ ทางภาคตะวันตก

วันเดียวกัน ประธานาธิบดีอับดรับบูห์ มานซูร์ ฮาดิ แห่งเยเมน ซึ่งลี้ภัยอยู่ในซาอุฯ ได้ปฏิเสธแผนสันติภาพฉบับใหม่ที่เสนอโดยนายอิสมาอิล อูลด์ ชีคห์ อาเหม็ด ทูตพิเศษของสหประชาชาติ ซึ่งเชื่อว่าเสนอให้กบฏฮูตีมีส่วนร่วมในรัฐบาลในอนาคต ให้ลดอำนาจประธานาธิบดีลง เพื่อแลกกับการให้กบฏฮูธิถอยออกจากเมืองสำคัญ

อนึ่ง กบฏฮูธิซึ่งมีอิหร่านหนุนหลัง บุกยึดกรุงซานาเมืองหลวงในปี 2557 ทำให้ฮาดิลี้ภัยไปอยู่ซาอุฯ ก่อนกลับไปตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นที่เมืองท่าเอเดน สงครามยิ่งรุนแรงหลังซาอุฯ เข้าแทรกแซงในปี 2558 โดยกองทัพซาอุฯ และพันธมิตรโจมตีทางอากาศถล่มกบฏต่อเนื่อง มีผู้เสียชีวิตมากมาย รวมทั้งถล่มงานศพในกรุงซานาเมื่อต้นเดือนนี้ มีผู้เสียชีวิตกว่า 140 คน ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน ซึ่งซาอุฯ อ้างว่าเกิดความผิดพลาดเพราะ “ข่าวกรองไม่ดี”.

 

มะกันสั่งครอบครัวจนท.กงสุลในอิสตันบูลออกจากตุรกี หวั่นก่อการร้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ต.ค. 2559 01:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/769076

 

ทางการสหรัฐฯ ออกคำสั่งให้ครอบครัวของเจ้าหน้าที่กงสุลสหรัฐฯ ในนครอิสตันบูลของตุรกี เดินทางออกนอกจากประเทศ เนื่องจากความเสี่ยงจากการก่อการร้ายที่เพิ่มสูงขึ้น…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ออกจากคำเตือนการเดินทางใหม่เมื่อวันเสาร์ที่ 29 ต.ค. โดยสั่งให้ครอบครัวของเจ้าหน้าที่สถานกงสุลสหรัฐฯ ในนครอิสตันบูล ของตุรกี เดินทางออกจากประเทศ โดยให้เหตุผลว่า ภัยคุกคามจากองค์กรก่อการร้ายเพิ่มสูงขึ้น

“กระทรวงต่างประเทศมีการตัดสินใจเช่นนี้ เนื่องจากมีข้อมูลด้านความมั่นคงที่บ่งชี้ว่า กลุ่มหัวรุนแรงยังคงมีความพยายามในการโจมตีพลเรือนสหรัฐฯ ในหลายพื้นที่ของนครอิสตันบูลอย่างต่อเนื่อง”คำเตือนของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุ เพิ่มเติมจากเมื่อวันจันทร์ที่ 24 ต.ค. ที่พวกเขาเตือนชาวอเมริกันให้หลีกเลี่ยงเดินทางไปยังพื้นที่ตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี โดยเฉพาะบริเวณชายแดนซีเรีย หลังเกิดการโจมตีหลายครั้งก่อนหน้านั้น

ทั้งนี้ ตุรกีตกเป็นเป้าหมายการโจมตีก่อการร้ายหลายครั้งในช่วงปีที่ผ่านมา โดยเป็นผลมาจากที่พวกเขาเข้าไปมีส่วนร่วมในสงครามกลางเมืองของประเทศซีเรีย เช่นการโจมตีสนามบินอตาเติร์ก ในอิสตันบูล เมื่อเดือนมิ.ย. ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 44 ราย กับเหตุระเบิดระเบิดในงานแต่งงานในเมืองกาเซียนเตป ติดชายแดนซีเรียเมื่อเดือนส.ค. มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 54 ราย โดยทั้งสองเหตุการณ์เชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอซิส) จากซีเรีย

นอกจากนี้ กองทัพตุรกียังสงสัยว่า พรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน (พีเคเค) เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดรถยนต์ในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกีเมื่อเดือนก.ย. ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 รายด้วย

 

UN เผย ไอซิสฆ่าชาวบ้าน 232 คนรอบโมซูล อีกหลายหมื่นถูกใช้เป็นโล่มนุษย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ต.ค. 2559 01:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/768286

 

สหประชาชาติเผย กลุ่มไอซิสสังหารชาวบ้านในพื้นที่รอบเมืองโมซูลถึง 232 ราย และจับประชาชนอีกหลายหมื่นคนเข้าไปในเมืองโมซูล เชื่อว่าอาจจับไปใช้เป็นโล่มนุษย์ต้านทานการบุกของกองทัพอิรัก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 29 ต.ค. หน่วยงานสหประชาชาติออกมาเปิดเผยว่า นักรบติดอาวุธของกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอซิส) ลงมือประหารชีวิตชาวบ้านในที่ต่างๆ รอบเมืองโมซูล ทางเหนือของประเทศอิรักไปแล้วกว่า 232 ราย และใช้ประชาชนอีกหลายหมื่นคนเป็นโล่มนุษย์ เพื่อต่อต้านการบุกโจมตีของกองทัพรัฐบาลอิรักและพันธมิตร ซึ่งกำลังปฏิบัติการยึดคืนเมืองโมซูล ฐานที่มั่นสุดท้ายของไอซิสในอิรัก

นางราวินา ชามดาซานี โฆษกของ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) บอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า กลุ่มไอซิสก่อเหตุสังหารหมู่เมื่อวันพุธ เพื่อลงโทษผู้คนที่ไม่ยอมทำตามคำสั่ง “ไอซิสประหารพลเรือน 42 คนในเมือง ฮัมมาม อัล-อาลิล ทางใต้ของเมืองโมซูล ในวันเดียวกัน ไอซิสยังประหารชีวิตอดีตเจ้าหน้าที่ความมั่นคงอิรักที่ไม่ยอมเข้าร่วมกับพวกเขาอีก 190 ราย ที่ฐานทัพ อัล-กาซลานี ใกล้เมืองโมซูล”

ขณะเดียวกัน มีรายงานด้วยว่า นับตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. เป็นต้นมา กลุ่มไอซิสกวาดต้องชาย, หญิง และเด็ก จำนวนหลายหมื่นคนจากพื้นที่ชานเมืองโมซูลเข้าไปในตัวเมือง ซึ่ง UNHRC เกรงว่า กลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้จะใช้พวกเขาเป็นโล่มนุษย์เพื่อต้านทานการบุกของกองทัพอิรักและพันธมิตร

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของกลุ่มไอซิสเกิดขึ้นในขณะที่กองกำลังความมั่นคงของอิรักมีความคืบหน้าในปฏิบัติการยึดคืนเมืองโมซูลอีก โดยนาย อับดุลเราะห์มาน อัล วักกา สมาชิกสภาปกครองจังหวัดนิเนเวห์ ระบุว่า กองทัพสามารถยึดคืนเมืองชูรา ซึ่งห่างเมืองโมซูลไปทางใต้ราว 30 กม. ได้แล้วเมื่อวันศุกร์ และช่วยอพยพประชาชนจำนวน 5,000-6,000 คนออกจากพื้นที่

นายอัล-วักกา เผยอีกว่า ขณะนี้กองทัพรัฐบาลอิรักกำลังอยู่ระหว่างจัดการกับระเบิดและกับระเบิดที่ไอซิสวางเอาไว้ในเมืองชูรา ขณะที่กำลังอีกส่วนหนึ่งสามารถปิดล้อมเมือง ฮัมมาม อัล-อาลิล ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ทางใต้ของเมืองโมซูลได้ 90% แล้ว

 

โสมเหนือโบ้ยสายลับมะกัน-โสมใต้ ตัวการทำทดสอบขีปนาวุธล้มเหลว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ต.ค. 2559 23:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/768236

 

คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ สั่งให้มีการสอบสวนหาสาเหตุความล้มเหลวในการทดสอบขีปนาวุธหลายต่อหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา โดยเขาสงสัยว่า อาจมีสายลับของสหรัฐฯ และเกาหลีใต้คอยบ่อนทำลายอยู่…

สำนักข่าว ยอนฮัป ของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 28 ต.ค. ว่า คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของประเทศเกาหลีเหนือ ออกคำสั่งให้มีการสืบสวนความล้มเหลวในการทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยกลาง ‘มูซูดาน’ หลายครั้งที่เกิดขึ้นช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากต้องสงสัยว่าอาจมีการบ่อนทำลายโดยสหรัฐฯ และเกาหลีใต้

ทั้งนี้ เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธ มูซูดาน 8 ครั้งนับตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย. และประสบความล้มเหลวเกือบทุกครั้งยกเว้นการทดสอบในวันที่ 22 มิ.ย. ซี่งจะจรวดพุ่งไปไกล 400 กม. และบินถึงระดับความสูงเกิน 1,400 กม. ส่วนครั้งอื่นๆ ระเบิดเกือบจะทันทีหลังยิง

นายคิม ฮึง-กวาง ชาวเกาหลีเหนือผู้แปรพักตร์และขณะนี้เป็นผู้อำนวยการบริหารของกลุ่มสมานฉันท์ปัญญาชนเกาหลีเหนือ (North Korea Intellectuals Solidarity: NKIS) ของชาวเกาหลีเหนือผู้แปรพักตร์ในเกาหลีใต้ ระบุในงานแถลงข่าวว่า คิม จอง-อึน เชื่อว่า ความล้มเหลวในการทดสอบยังมูซูดาน เป็นฝีมือสายลับของสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ซึ่งอาจทำอะไรบางอย่างกับชิ้นส่วนขีปนาวุธ รวมทั้งชิพวงจรรวม ซึ่งนำเข้าจากต่างประเทศ

ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ จึงจัดตั้งหัวหน้าทีมสืบสวนพิเศษซึ่งมีสมาชิกประมาณ 60 คนขึ้นมา โดยให้คิม วอน-ฮง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐ เป็นหัวหน้า นำทีมตรวจสอบภายในภาคความมั่นคงของประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. เพื่อให้สาเหตุความล้มเหลวในการทดสอบขีปนาวุธเป็นที่กระจ่าง โดยเป้าหมายในการสอบสวนคือทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างขีปนาวุธ มูซูดาน

“ตอนนี้ เจ้าหน้าที่และคนงานทุกคนที่มีส่วนร่วมในการปล่อยขีปนาวุธมูซูดาน ถูกสั่งห้ามไม่ให้เดินทางและถูกยึดโทรศัพท์มือถือแล้ว เพื่อตรวจสอบบันทึกการสื่อสาร” คิม ฮึง-กวาง กล่าว

 

ปินส์ยิงจับตายนายกเทศมนตรีสงสัยค้ายาเสพติด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 ต.ค. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/767572

 

(ภาพ : AP)

เมื่อช่วงเช้าตรู่วันศุกร์ 28 ต.ค. เกิดเหตุยิงปะทะกันระหว่างตำรวจปราบปรามยาเสพติดของฟิลิปปินส์กับกลุ่มผู้ต้องสงสัยค้ายาเสพติดในพื้นที่เมืองมากิลาลา อยู่ห่างลงไปทางตอนใต้กรุงมะนิลา ราว 950 กม. ผลการปะทะทำให้กลุ่มผู้ต้องสงสัยคนร้ายเสียชีวิต 10 ราย โดยหนึ่งในจำนวนนั้นคือนายซัมซูดิน ดิเมาคอม นายกเทศมนตรีเมืองซาอุดี อัมปาตวน ซึ่งเป็นหนึ่งในบัญชีรายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐบาล ผู้พิพากษาและตำรวจฟิลิปปินส์ที่เกี่ยวข้องพัวพันการค้ายาเสพติดจำนวนกว่า 150 คน

เหตุรุนแรงเกิดขึ้นระหว่างตำรวจขอหยุดตรวจค้นขบวนรถยนต์ของนายดิเมาคอม ซึ่งต้องสงสัยกำลังเตรียมขนยาเสพติดจำนวนมหาศาล แต่กลับถูกยิงสวนออกมา ทำให้ตำรวจต้องยิงตอบโต้ กระทั่งนายดิเมาคอมถูกกระสุนเสียชีวิตพร้อมเหล่าลูกน้องอีก 9 คน ทั้งนี้ ข้อมูลรัฐบาลฟิลิปปินส์ระบุนายดิเมาคอม สะสมชื่อเสียงนักการเมืองท้องถิ่นด้วยการบริจาคทุนสร้างสุเหร่าสีชมพูในพื้นที่เมืองอัมปาตวน อ้างต้องการให้เกิดความสงบสุขและสันติภาพในพื้นที่ภาคใต้ของฟิลิปปินส์

ขณะเดียวกัน นโยบายปราบปรามยาเสพติดอย่างแข็งกร้าวของรัฐบาลประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่องท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนอกประเทศ โดยข้อมูลระบุนับตั้งแต่นายดูเตร์เตขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เมื่อ 30 มิ.ย. มีการสังหารผู้เกี่ยวข้องพัวพันการค้ายาเสพติดแล้วกว่า 3,800 ราย.

 

เศรษฐีอินเดียแจกโบนัส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 ต.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/767601

 

แฟ้มภาพ (ภาพ : AP)

นายซัพจิไบ โดลาเกีย มหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจค้าเพชรส่งออกชาวอินเดีย ประกาศตบรางวัลโบนัสให้พนักงานของบริษัทราว 5,500 คน อีกครั้งต้อนรับเทศกาลดิวาลีของชาวฮินดูในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยมอบรถยนต์ให้พนักงานจำนวน 1,260 คัน ห้องพักแฟลต 400 ยูนิต และอัญมณีอีกนับไม่ถ้วน ด้วยงบประมาณราว 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 252 ล้านบาท ภายหลังจากผลประกอบการของบริษัททำยอดทะลุเป้าการส่งออกเพชรไปยัง 75 ประเทศทั่วโลก

ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2555 และ 2557 บริษัทนายโดลาเกียได้มอบโบนัสให้พนักงานเพียงบางตำแหน่ง โดยมอบรถยนต์ให้เจ้าหน้าที่ระดับบริหารรวม 491 คัน กับแฟลตอีก 207 ห้อง.

 

ทัพอิรักสังหารนักรบไอซิสในศึกยึดคืนเมืองโมซูลไปแล้วกว่า 900 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ต.ค. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/766697

 

นายพลของกองทัพสหรัฐฯ เผยในวันพฤหัสบดีว่า กองทัพอิรักและพันธมิตรสังหารนักรบไอซิสไปแล้วกว่า 900 ราย ในปฏิบัติการยึดคืนเมืองโมซูล ซึ่งล่วงเข้าสู่วันที่ 11 แล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พลเอก โจเซฟ โวเทล จากกองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยในวันพฤหัสบดี ว่า กองทัพสหรัฐฯ, กองทัพรัฐบาลอิรัก และกองกำลังพันธมิตร สังหารนักรบกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ไปแล้วประมาณ 800-900 รายในปฏิบัติการบุกยึดคืนเมืองโมซูล ฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มไอซิสในอิรัก ซึ่งดำเนินมาแล้ว 10 วัน

ทั้งนี้ พลเอกโวเทล เป็นหัวหน้ากองบัญชาการกลางสหรัฐฯ และกำลังช่วยเหลือกองทัพอิรักในการต่อสู้เพื่อยึดคืนเมืองโมซูล ตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ 17 ต.ค. โดยกองกำลังฝ่ายรัฐบาลอิรักจำนวนเกือบ 100,000 คนค่อยๆ ยึดพื้นที่ขณะมุ่งหน้าสู่เมืองโมซูล และปลดปล่อยหมู่บ้านต่างๆ ที่อยู่ในการควบคุมของไอซิสตลอดทาง

การต่อสู้ 10 วันที่ผ่านมา กองกำลังพิเศษ หน่วยต่อต้านการก่อการร้ายของอิรัก และฝึกโดยสหรัฐฯ เป็นกองกำลังกลุ่มแรกที่เดินทางถึงเมืองโมซูล โดยอยู่ห่างจากชายขอบทางตะวันออกของเมืองเพียง 2-6 กม. เท่านั้น โดยตอนนี้กำลังรอกำลังกลุ่มอื่นๆ มาสมทบ และกำลังถูกโจมตีต่อต้านอย่างหนักจากนักรบไอซิสในเมืองโมซูล

ด้านกองทัพรัฐบาลอิรักซึ่งอยู่ห่างจากเมืองโมซูลไปทางใต้ประมาณ 35 กม. โดยเพิ่งยึดคืนเมือง สตาฟ อัล-ทุต บริเวรแม่น้ำไทกริสได้เมื่อวันพุธ ขณะที่กองกำลังเปชเมอร์กายังคงต่อสู้กับไอซิสในพื้นที่ทางเหนือของเมืองโมซูล

 

สุดสลด! รบ.ซีเรียโจมตีทางอากาศโดนโรงเรียน ดับ 35 รายเด็กตายอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ต.ค. 2559 03:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/766657

 

เครื่องบินรบในซีเรียโจมตีทางอากาศถูกโรงเรียนในหมู่บ้านแห่งหนึ่งทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 35 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็ก ขณะที่องค์กรสิทธิมนุษยชนกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือรัฐบาลซีเรีย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินรบซึ่งเชื่อว่าเป็นของกองทัพรัฐบาลซีเรียโจมตีทางอากาศในเมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเมื่อวันพุธที่ผ่านมา แต่การโจมตีไปตกในพื้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 35 ราย และในจำนวนนี้เป็นเด็กถึง 20 คน ทำให้เหตุการณ์นี้อาจเป็นหนึ่งในการโจมตีโรงเรียนที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด ตลอดช่วงสงครามกลางเมืองที่ดำเนินมานานกว่า 5 ปีของซีเรีย

นายรามี อับดุลเราะห์มาน ผู้อำนวยการของกลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรีย (เอสโอเอชอาร์) บอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า เครื่องบินเจ็ทโจมตีพื้นที่โรงเรียนและบริเวณโดยรอบในหมู่บ้านฮาส ของจังหวัดอิดลิบ 6 ครั้ง และมีผู้บาดเจ็บอีกหลายคนที่มีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ


เจ้าหน้าที่กลุ่มหมวกนิรภัยขาวตรวจสอบความเสียหายของอาคารในหมู่บ้านฮาส หลังถูกโจมตีทางอากาศ

ด้านนาย มาจด์ คาลาฟ เจ้าหน้าที่ฝ่ายการสื่อสารของกลุ่มป้องกันพลเรือนซีเรีย หรือ กลุ่มหมวกนิรภัยขาว อาสาสมัครกู้ภัยในซีเรีย กล่าวว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้อาจเพิ่มสูงขึ้นอีกเพราะมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคน ขณะที่หน่วยกู้ภัยอีกกลุ่มบอกกับสำนักข่าว สมาร์ท (SMART) ของกลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลซีเรียว่า การโจมตีเกิดขึ้นในขณะที่เด็กกว่า 50 คนกำลังเดินออกจากประตูหน้าของโรงเรียน

ขณะที่เอสโอเอชอาร์กล่าวโทษว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของรัฐบาลซีเรียและกองทัพรัสเซีย ซึ่งให้การสนับสนุนด้านการโจมตีทางอากาศแก่รัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด มาตั้งแต่เดือนก.ย. ปี 2015 และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากฝ่ายพันธมิตรยุโรป ว่า การโจมตีของรัสเซียมีเป้าหมายที่พลเรือน, โรงพยาบาล และโรงเรียนในพื้นที่ที่ถูกฝ่ายกบฏยึดครอง

เหตุการณ์นี้ยังเรียกเสียงประณามจากหน่วยงานระหว่างประเทศอย่างยูนิเซฟ ซึ่งเป็นองค์กรช่วยเหลือเด็กของสหประชาชาติ โดยนาย โทนี เลค ผู้อำนวยการบริหารของยูนิเซฟระบุในแถลงการณ์ว่า “นี่เป็นโศกนาฏกรรม, โหดเหี้ยม และหากมันเกิดขึ้นอย่างจงใจ ก็ถือเป็นอาชญากรรมสงคราม เหตุการณ์เลวร้ายล่าสุดนี้อาจเป็นการโจมตีโรงเรียนที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดนับตั้งแต่สงครามกลางเมืองเริ่มขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อน”