จะคว่ำบาตรก็คว่ำไป! โสมแดงทดลองยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้หลายลูก อีกแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/594049

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2559 16:20

 

คิม จอง อึน เสียอย่าง…เดินหน้าทดลองยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้หลายลูกตกทะเลด้านตะวันออกอีกแล้ว สำนักข่าวยอนฮัพ เผยกองทัพโสมขาวเร่งหาข้อมูลขีปนาวุธล่าสุดที่เกาหลีเหนือนำมาทดลองยิงโดยไม่สนใจต่อมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และยูเอ็น
เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน รัฐบาลเกาหลีเหนือ ภายใต้การนำของ คิม จอง อึน ไม่ได้ยำเกรง ชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และประชาคมโลก เดินหน้าทดลองยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ ระยะ 200 กม. หลายลูก ตกในทะเลด้านตะวันออก

ด้านสำนักข่าวยอนฮัพ ของเกาหลีใต้ รายงานอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลเกาหลีใต้ ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ ระบุว่า กองทัพเกาหลีใต้กำลังพยายามวิเคราะห์ว่าขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือยิงทดลองนั้นเป็นรุ่นใด ขณะที่ยอนฮัพ แจ้งว่า การทดลองยิงขีปนาวุธล่าสุดของเกาหลีเหนือ ยิงมาจากเมืองฮัมฮุง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ

คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ

ข่าวแจ้งว่า การทดลองยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 4 แล้ว ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่สหรัฐฯ และสหประชาชาติได้ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรรุนแรงครั้งใหม่ต่อเกาหลีเหนือที่ได้ทดลองระเบิดนิวเคลียร์และขีปนาวุธพิสัยไกล เมื่อ ม.ค. และ ก.พ. ที่ผ่านมา แต่เกาหลีเหนือกลับไม่ยอมแพ้ เดินหน้าทดลองยิงขีปนาวุธถี่ขึ้น เพราะเพิ่งทดลองยิงขีปนาวุธพิสัยกลาง ระยะทาง 800 กม. ตกทะเล เมื่อวันศุกร์ที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา

ตุรกีชี้ ไอซิสอยู่เบื้องหลังบึมอิสตันบูลดับ 4 ศพ เจ็บ 36 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/593732

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2559 01:40

 

(ภาพ: REUTERS)

ทางการตุรกียืนยัน มือระเบิดฆ่าตัวตายที่จุดระเบิดในนครอิสตันบูลเมื่อวันเสาร์จนทำให้มีชาวต่างชาติเสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก เป็นสมาชิกกลุ่มไอซิส…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างการเปิดเผยของนาย เอฟเคน อาลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตุรกี ว่า นายเมห์เมต ออสเติร์ก มือระเบิดฆ่าตัวตายซึ่งจุดระเบิดตัวเองในย่านช็อปปิ้งหลักของนครอิสตันบูลเมื่อวันเสารที่ผ่านมา เป็นสมาชิกของกลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม (ไอซิส) และจนถึงตอนนี้ มีผู้ถูกตำรวจสอบปากคำแล้ว 5 คน

นายอาลาระบุในการแถลงข่าวที่กรุงอังการา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 มี.ค. ว่า “พวกเราลงความเห็นแล้วว่า เมห์เมต ออซเติร์ก ซึ่งเกิดในปี 1992 ที่เมือง กาซีอันเตป (ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี) เป็นผู้ก่อเหตุโจมตีอันชั่วร้ายที่อิสตันบูล เมื่อวันเสาร์ และเป็นที่ยืนยันว่าเขาเป็นสมาชิกของกลุ่มดาอีช (อีกชื่อของไอซิส)”

ทั้งนี้ เหตุระเบิดฆ่าตัวตายในนครอิสตันบูล ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ประกอบด้วยชาวอิสราเอล 1 ราย, ชาวอิสราเอลซึ่งถือสัญชาติอเมริกันด้วย 2 ราย และชาวอิหร่านอีก 1 ราย โดยศพของชาวอิสราเอลทั้งหมดถูกส่งกลับมาตุภูมิแล้วในวันอาทิตย์ ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 36 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวอิสลาเอล 11 คน, ชาวไอร์แลนด์ 2 คน ชาวเยอรมัน, ไอซ์แลนด์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอิหร่านอีกชาติละ 1 คน

กลุ่มไอซิสเคยก่อเหตุโจมตีในประเทศตุรกีมาแล้วในอดีต และครั้งล่าสุดคือเมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดระเบิดฆ่าตัวตายในนครอิสตันบูล ทำให้นักท่องเที่ยวชาวเยอรมันเสียชีวิต 12 ราย โดยเชื่อว่าตุรกีตกเป็นเป้าหมายของไอซิสเพราะพวกเขาเข้าร่วมในกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯต่อต้านกลุ่มไอซิส และยอมให้เครื่องบินของกลุ่มพันธมิตรใช้ฐานทัพอากาศในประเทศเป็นฐานส่งเครื่องบินโจมตีไอซิสในอิรักและซีเรียได้

ตุรกีระทึกอีก! บึมฆ่าตัวตายในเขตท่องเที่ยวอิสตันบูล ดับ 4 เจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/593376

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มี.ค. 2559 01:25

 

(ภาพ: REUTERS)

เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายขึ้นในเขตท่องเที่ยวของนครอิสตันบูลเมื่อวันเสาร์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติด้วย ขณะที่ยังไม่มีใครออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังก่อเหตุ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างการเปิดเผยของนาย เมห์เหม็ด มูเอซซิโนกลู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตุรกี ว่า เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายขึ้นบริเวณ จัตุรัสทัคซิม ในเขตท่องเที่ยวซึ่งมีผู้คนหนาแน่นของนครอิสตันบูล เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (19 มี.ค.) เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 36 คน โดยในจำนวนนี้ 7 คนมีอากาศอยู่ในขั้นวิกฤติ ซึ่ง 4 คนกำลังรับการผ่าตัด

ตามการเปิดเผยเบื้องต้นของกระทรวงสาธารณสุขตุรกี ในหมู่ผู้บาดเจ็บมีชาวต่างชาติด้วย 12 คน ก่อนที่นายเอมมานูเอล นัคชอน โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิสราเอล และนายชาร์ลี แฟลแนแกน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศไอซ์แลนด์ จะออกมายืนยันว่ามีพลเมืองของพวกเขารวมอยู่ในผู้บาดเจ็บด้วย แต่ไม่เปิดเผยจำนวน ขณะที่กระทรวงต่างประเทศของไอร์แลนด์ ออกคำแนะนำสำหรับการเดินทางไปตุรกีใหม่ โดยเรียกร้องให้พลเรือนระมัดระวังตัวอย่างมาก เนื่องจากภัยคุกคามจากการก่อการร้ายยังอยู่ในระดับสูง

รถพยาบาลจำนวนมากถูกส่งเข้าไปในที่เกิดเหตุ (ภาพ: AP)

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการปิดล้อมจัตุรัสทัคซิมเอาไว้ ในขณะที่มีเฮลิคอปเตอร์หลายลำและรถพยาบาลหลายคนถูกส่งมายังที่เกิดเหตุ ขณะที่ยังไม่มีกลุ่มได้ออกมาอ้างตัวเป็นผู้ก่อเหตุ

อนึ่ง เหตุระเบิดฆ่าตัวตายในนครอิสตันบูลเกิดขึ้นเพียงสัปดาห์เดียวหลังจากเกิดเหตุระเบิดรถยนต์ฆ่าตัวตายในเมืองหลวงกรุงอังการา เมื่อ 13 มี.ค. จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 37 ราย และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก โดยในครั้งนั้น กลุ่มเหยี่ยวเสรีภาพเคอร์ดิสถาน (Kurdistan Freedom Falcons: TAK) กลุ่มติดอาวุธสาขาของกลุ่มแบ่งแยกดินแดน พรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน (Kurdistan Workers’ Party: PKK) ออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้

ประมวลภาพ เอเชียร่วมกิจกรรม ‘Earth Hour’ ปิดไฟลดโลกร้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/593366

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 มี.ค. 2559 23:35

 

ตึกไทเป 101 บนเกาะไต้หวัน (ภาพ: REUTERS)

ชาวโลกร่วมกิจกรรมปิดไฟลดโลกร้อน เอิร์ธ อาวเออร์ ครั้งที่ 10 เมื่อวันที่ 19 มี.ค. โดยแต่ละประเทศจะทำการปิดไฟที่สถานที่ต่างๆเป็นเวลา 1 ชั่วโมง…

ชาวโลกจากกว่า 178 ประเทศและดินแดน ร่วมทำกิจกรรมลดโลกร้อน ‘เอิร์ธ อาวเออร์’ (Earth Hour) ซึ่งสนับสนุนโดยองค์กรกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) โดยปิดไฟตามสถานที่สำคัญต่างๆเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ระหว่างเวลา 20:30น. ถึง 21:30น. ของวันที่ 19 มี.ค. 2016

กิจกรรมในปีนี้ เอิร์ธ อาวเออร์ จัดขึ้นเป็นปีที่ 10 แล้ว โดยแต่ละประเทศจะปิดไฟตามอาคารสูง หรือสถานที่สำคัญต่างๆ โดยประเทศในเอเชียและโอเชียเนียจะเริ่มจัดกิจกรรมนี้ก่อนเนื่องจากเวลาเร็วกว่าฝั่งชาติตะวันตก

ตึกไทเป 101 ที่กรุงไทเป บนเกาะไต้หวัน (ภาพ: AP)

อาคารซ่อมบำรุงที่ท่าอากาศยานนานาชาติ ซูการ์โน-ฮัตตา ในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย (ภาพ: REUTERS)

อาคารต่างๆในเขตธุรกิจของกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ร่วมกิจกรรมปิดไฟลดโลกร้อน (ภาพ: AFP)

นครเซี่ยงไฮ้ ร่วมปิดไฟในกิจกรรม Earth Hour (ภาพ: AFP)

ภาพก่อนและหลังปิดไฟของอาคารในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ (ภาพ: AFP)

วังบิยอง (Biyong Palace) ในราชบัณฑิตยสถานกรุงปักกิ่ง (Beijing Guozijian) ประเทศจีน (ภาพ: AP)

สิงคโปร์ร่วมปิดไฟลดโลกร้อน โดยปิดไฟที่อาคารในเหตุธุรกิจและที่อื่นๆ (ภาพ: REUTERS)

ญี่ปุ่นปิดไฟของหอคอยโตเกียว ในชั่วโมง Earth Hour (ภาพ: REUTERS)

มาเลเซีย ปิดไฟบนตึกแฝด ปิโตรนาส ทาวเวอร์ และตึกข้างเคียง (ภาพ: AFP)

ภาพก่อนและหลัง ออสเตรเลียปิดไฟที่ซิดนีย์โอเปราเฮาส์และสะพานฮาร์เบอร์ (ภาพ: AFP)

เจ้าหน้าที่ดับไฟที่ พระบรมมหาราชวัง ในกรุงเทพมหานคร ของประเทศไทย เพื่อร่วมกิจกรรม Earth Hour (ภาพ: REUTERS)

ญี่ปุ่นว้ากโสมแดงยิงจรวดเฉียดประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/593045

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 19 มี.ค. 2559 05:15

 

นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น กล่าวในสภาที่กรุงโตเกียว เมื่อ 18 มี.ค. ประณามอย่างรุนแรงต่อการกระทำของเกาหลีเหนือ หลังทดลอง ปล่อยขีปนาวุธ 2 ลูกทางฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรเกาหลี แล้วตกลงกลางทะเลญี่ปุ่น ซึ่งนายอาเบะมองว่าเป็นปัญหาอย่างถึงที่สุด จึงขอให้เกาหลีเหนือรู้จักข่มใจตัวเอง ขณะที่ทางญี่ปุ่นเองก็จะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมด ทั้งกล่าวเตือนและการสอดส่องเพื่อที่จะสามารถรับมือต่อสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากนี้ นายจอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า รัฐบาลยังเฝ้าติดตามสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีอย่างใกล้ชิด หลังตรวจพบการปล่อยขีปนาวุธ 2 ลูก ซึ่งเชื่อว่าเป็น “โรด็อง” พิสัยกลาง และยังร่วมมือกับประเทศพันธมิตรทั้งเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น ก่อนนี้ประธานาธิบดี บารัค โอบามา ลงนามคำสั่งคว่ำบาตรเกาหลีเหนือรอบใหม่

ทั้งนี้ กองทัพเกาหลีใต้เผยว่า ขีปนาวุธลูกแรกที่เกาหลีเหนือปล่อยจากเมืองซุกชอน ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศช่วงเช้ามืด 05.55 น. ตามเวลาท้องถิ่นยิงไกลออกไปในระยะ 800 กม. ก่อนตกลงสู่ทะเล จากนั้นอีก 20 นาทีต่อมา ก็ปล่อยลูกที่ 2 แล้วหายไปจากจอเรดาร์ ลักษณะเหมือนขีปนาวุธ “โรด็อง” พิสัยกลาง ซึ่งหากได้รับการยืนยันก็จะถือว่าเป็นการยิงทดสอบขีปนาวุธดังกล่าวครั้งแรกที่สามารถไปไกลถึงญี่ปุ่นนับตั้งแต่ปี 2557.

คิม จอง อึน ไม่สนโลก! ทดลองยิงขีปนาวุธตกทะเล ข่มขวัญอีกแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/592706

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 มี.ค. 2559 11:20

 

เกาหลีเหนือเอาอีก…เดินหน้าทดลองยิงขีปนาวุธตกทะเลอีกแล้ว ไม่สนใจประชาคมโลก ด้านกองทัพเกาหลีใต้จับตาความเคลื่อนไหวใกล้ชิดและสั่งทหารอยู่ในความเตรียมพร้อมตลอดเวลา

เมื่อ 18 มี.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ทางการเกาหลีเหนือ ภายใต้การนำของคิม จอง อึน ไม่สนใจเสียงทักท้วงและมาตรการคว่ำบาตรจากประชาคมโลก ทดลองยิงขีปนาวุธนำวิถีอีกแล้ว ตกในทะเลนอกชายฝั่งด้านตะวันออกของคาบสมุทรเกาหลี โดยประธานเสนาธิการร่วมกองทัพเกาหลีใต้ เผยต่อสื่อมวลชนว่า ขีปนาวุธดังกล่าวถูกยิงขึ้นจากบริเวณใกล้กับเขตซุกชอน ทางตอนใต้ของจังหวัดเปียงกัน เมื่อเวลาประมาณ 05.55 น. ของวันที่ 18 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น และมีพิสัยไกลถึงประมาณ 800 กม. โดยขณะนี้กองทัพเกาหลีใต้กำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและอยู่ในความเตรียมพร้อมตลอดเวลาต่อการกระทำอันยั่วยุของเกาหลีเหนือ

ด้านเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ นายหนึ่งเผยกับซีเอ็นเอ็นด้วยว่า ทางการสหรัฐฯ ตรวจจับพบว่า มีการยิงขีปนาวุธสองลูก ส่วนนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่นออกมากล่าวประณามการทดลองยิงขีปนาวุธอีกครั้งของเกาหลีเหนือว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง รวมทั้งการลาดตระเวน

คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ

ซีเอ็นเอ็นยังแจ้งว่า จากการเปิดเผยของประธานเสนาธิการร่วมกองทัพเกาหลีใต้ ระบุว่า การทดลองยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ เมื่อ 18 มี.ค. มีขึ้นเพียงสัปดาห์เดียวหลังจากเกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลสองลูก จากจังหวัดฮวางแฮ ทางตอนใต้ของกรุงเปียงยาง ตกลงทะเลทางตะวันออกของคาบสมุทรเกาหลี.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โสมเหนือยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ลงทะเล-ยึดทรัพย์เกาหลีใต้ ตอบโต้คว่ำบาตร

ผู้นำโสมแดงข่มขวัญไม่หยุด! บอกชาวโลก พัฒนา ‘หัวรบนิวเคลียร์ย่อส่วน’ ได้แล้ว

ชาวเคิร์ดประกาศตั้งระบบสหพันธรัฐในภาคเหนือซีเรีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/592568

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 มี.ค. 2559 06:30

 

(ภาพ: AFP)

กลุ่มชาวเคิร์ดในซีเรีย ประกาศก่อตั้งระบบสหพันธรัฐขึ้นในดินแดนที่พวกเขาครอบครองในภาคเหนือของประเทศ โดยรวมดินแดนที่พวกเขายึดได้จากกลุ่มไอซิสรวมเข้าไปด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในวันที่ 17 มี.ค. พรรคชาวเคิร์ดในซีเรีย ประกาศก่อตั้งระบบสหพันธรัฐขึ้นในดินแดนที่พวกเขาครอบครองในภาคเหนือของประเทศ ท่ามกลางเสียงต่อต้านจากหลายฝ่าย ทั้งรัฐบาลซีเรียที่ออกมายืนยันว่าการประกาศครั้งนี้มไม่มีพื้นฐานทางกฎหมาย และสหรัฐฯกับตุรกี ก็เตือนเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวแต่เพียงฝ่ายเดียวครั้งนี้เช่นกัน

ชาวเคิร์ดในซีเรียบริหารรัฐบาลปกครองตนเองใน 3 เมืองติดชายแดนตุรกี ได้แก่เมือง อาฟรินและเมืองโคบานี ในจังหวัดอเลปโป กับเมืองจาซิรา ในจังหวัดฮัสซาคีห์ แต่การตั้งระบบสหพันธรัฐใหม่ของชาวเคิร์ดนี้ จะรวมเอาดินแดนที่ผู้อาศัยเป็นชาวอาหรับและชาวเติร์กเมน ที่นักรบเคิร์ดยึดมาจากกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอซิส) เข้าไปด้วย

ข่าวระบุว่า แผนการประกาศก่อตั้งระบบสหพันธรัฐในดินแดนดังกล่าว ได้รับความเห็นชอบจากผู้แทนชาวเคิร์ด, อาหรับ และกลุ่มอื่นๆ แล้ว ในที่ประชุมในเมือง เมลาย (Rmeilan) โดยพื้นที่แห่งนี้จะถูกเรียกว่า ‘โรจาวา’ ซึ่งหมายความว่าซีเรียตอนเหนือ

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นายนาวาฟ คาลิล โฆษกของพรรคสหภาพประชาธิปไตยชาวเคิร์ด (พีวายดี) ยืนยันว่า พวกเขาไม่ได้หาทางก่อตั้งดินแดนสำหรับชาวเคิร์ดเพียงกลุ่มเดียว แต่จะรวมผู้แทนจากชนกลุ่มน้อยและกลุ่มศาสนาทั้งหมดไว้ด้วยกัน ซึ่งนี้จะเป็น โครงการสหพันธรัฐนี้จะเป็นแบบให้แก่ซีเรีย ซึ่งกำลังแตกแยกเพราะสงครามกลางเมือง

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลซีเรียออกมาปฏิบัติแนวคิดระบบสหพันธรัฐนี้อย่างสิ้นเชิง โดยสำนักข่าวซานาของรัฐบาล รายงานอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศซีเรียว่า คำประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี ปราศจากค่านิยมทางกฎหมายและไม่มีผลกระทบทางกฎหมาย, การเมือง, สังคม และเศรษฐกิจแต่อย่างใด

ทั้งนี้ การประกาศตั้งระบบสหพันธรัฐของชาวเคิร์ดในซีเรีย เกิดขึ้นในขณะที่รัฐบาลซีเรียและฝ่ายต่อต้าน เจรจาสันติภาพกันที่นครเจนีวา โดยมีสหประชาชาติเป็นผู้ผลักดันและเป็นตัวกลางเจรจา โดยมีเป้าหมายเพื่อหาทางยุติสงครามกลางเมืองด้วยวิธีการทางการเมือง แต่พรรคพีวายดี ของชาวเคิร์ดไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วม

นักข่าวญี่ปุ่นหายตัวในซีเรียเกือบปี โผล่คลิปขอความช่วยเหลือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/592565

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 มี.ค. 2559 06:00

 

(ภาพ: REUTERS)

นักข่าวชาวญี่ปุ่นซึ่งหายตัวไปในซีเรียนานเกือบ 1 ปี ปรากฏตัวในคลิปวิดีโอขอความช่วยเหลือที่ถูกโพสต์บนเฟซบุ๊ก ซึ่งระบุว่า เขาถูกกลุ่มอัล-นุสรา จับตัวไป…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลของประเทศญี่ปุ่นเชื่อว่า ชายที่ปรากฏในคลิปวิดีโอซึ่งถูกโพสต์บนเว็บไซต์เฟซบุ๊กเมื่อวันพุธที่ผ่านมา คือนายจุมเป ยาสุดะ นักข่าวอิสระวัย 42 ปี ซึ่งหายตัวไปหลังจากลอบเดินทางเข้าสู่ภาคเหนือของประเทศซีเรียเมื่อเดือนก.ค. ปีก่อน และไม่มีข่าวคราวอีกเลยจนถึงบัดนี้ โดยเขากล่าวในเชิงตัดพ้อต่อรัฐบาลญี่ปุ่น ว่าไม่สนใจสถานการณ์ที่เขากำลังเผชิญ

ในคลิปวิดีโอความยาวเพียง 1 นาทีซึ่งถูกโพสต์เมื่อวันที่ 16 มี.ค. แสดงให้เห็นชายคนหนึ่งพูดด้วยภาษาอังกฤษว่า “สวัสดี ผมคือจุมเป ยาสุดะ และวันนี้คือวันที่ 16 มี.ค. วันเกิดของผม ผมรักพวกคุณ ทั้งภรรยา, พ่อ, แม่ และน้องชายของผม ผมคิดถึงพวกคุณเสมอ ผมอยากกอดพวกคุณ ผมอยากคุยกับพวกคุณ แต่ผมทำไม่ได้อีกแล้ว”

“ผมมีบางอย่างอยากจะบอกกับประเทศของผม เมื่อคุณนั่งอยู่ที่ใดก็ตามในห้องมืดๆ ทุกข์ทรมานด้วยความเจ็บปวด ก็ยังไม่มีใคร ไม่มีใครตอบคำถาม ไม่ใครตอบสนอง พวกคุณไม่ปรากฏตัว”

ขณะที่สื่อของญี่ปุ่นรายงานว่า พวกเขาได้รับการติดต่อจากชาวซีเรียในประเทศตุรกีคนหนึ่ง ว่าเขาเป็นผู้โพสต์คลิปวิดีโอนี้ และนายยาสุดะกำลังถูกกลุ่มติดอาวุธ อัล-นุสรา สาขาของเครือข่ายก่อการร้ายอัลเคดาในซีเรียควบคุมตัวเอาไว้อยู่

ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่น กล่าวหลังจากได้ดูคลิปวิดีโอว่า รัฐบาลจะทำทุกทางที่ทำได้เพื่อช่วยเหลือนายยาสุดะ แต่พวกเขายังไม่ได้ข้อเรียกร้องของเงิยค่าไถ่ใดๆ ขณะที่มารดาของนายยาสุดะบอกกับสำนักข่าว เกียวโด ของญี่ปุ่นว่า เธอเพียงแค่อยากให้ลูกชายกลับมาอย่างปลอดภัยเท่านั้น “เราไม่รู้อะไรเลยและไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากรอเท่านั้น”

‘ไอซิส’ ใกล้ถังแตก!! ถูกบอมบ์หนักจนรายได้หด ต้องรัดเข็มขัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/592547

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 มี.ค. 2559 05:30

 

(ภาพ: AFP)

กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือที่รู้จักในชื่อกลุ่มไอซิส หรือ ไอเอส ซึ่งยึดครองพื้นที่หลายส่วนในประเทศอิรักและซีเรียอยู่ในขณะนี้ กำลังประสบปัญหาอย่างหนัก หลังถูกระดมโจมตีอย่างหนักจากนานาชาติ ส่งผลให้รายได้ของพวกเขาลดลง เช่นเดียวกับดินแดนในการควบคุม, ประชากร และทรัพยากร จนพวกเขาต้องออกมาตรการต่างๆ เพื่อจำกัดการใช้เงิน

สถานการณ์ตอนนี้ของไอซิสจึงอาจมองได้ว่า กลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้อาจจะกำลังใกล้ถังแตก แม้ว่าจะเคยถูกยกให้เป็นกลุ่มก่อการร้ายที่รวยที่สุดในโลกก็ตาม

การต่อสู้ที่เมืองไบจี ที่ตั้งโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในอิรัก (ภาพ: AFP)

ทำไอซิสจึงรวยเร็วนัก?

จากการศึกษาของสถาบัน แลนด์ คอร์เปอเรชัน (RAND Corporation) กลุ่มไอซิสซึ่งสถาปนาตัวเองเป็นรัฐที่เรียกว่า ‘คาลิเฟต’ มีเงินมากมายตั้งแต่ก่อนที่พวกเขาจะก่อการจู่โจมสายฟ้าแลบยึดพื้นที่ต่างๆ ในอิรักเมื่อปี 2014 เสียอีก โดยทรัพย์สินประมาณ 875 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งส่วนใหญ่ได้มาจากการขู่กรรโชก

ไอซิสรวยขึ้นอย่างก้าวกระโดดหลัง การบุกยึดครองพื้นที่ต่างๆ โดยทางการสหรัฐฯประเมินว่า ไอซิสได้เงินประมาณ 500 ล้าน ถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการปล้นธนาคารในอิรัก นอกจากนี้ยังยึดบ่อน้ำมันและโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งทั้งในอิรักและซีเรีย และลักลอบส่งขายน้ำมัยในต่างประเทศสร้างรายได้ให้พวกเขาประมาณ 480 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี

แต่รายได้หลักของพวกเขามาจากการเก็บภาษีต่างๆ จากประชาชนกว่า 5 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในดินแดนที่พวกเขายึดครอง ทั้งภาษีเงินได้, ภาษีธุรกิจ, ภาษีการขาย, ค่าธรรมเนียมเช่นการถอนเงินจากธนาคาร และบริการสาธารณะต่างๆ ซึ่งทำเงินให้พวกเขาสูงสุด 48 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อเดือน

นอกจากนี้ ไอซิสได้เงินจากการเรียกค่าไถ่และค่าทาสเป็นเงินหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเมื่อปี 2015 พวกเขาบุกเข้ายึดเมืองโบราณ พัลไมรา ในประเทศซีเรียเอาไว้ได้ และนำวัตถุโบราณซึ่งประเมินค่าไม่ได้จำนวนมากไปขายในตลาดมืด สร้างรายได้ให้พวกเขากว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

แต่สถานการณ์เหล่านี้เปลี่ยนแปลงไป เมื่อนานาประเทศทั้งชาติตะวันตกและประเทศเพื่อนบ้านของซีเรียและอิรัก หันไปมุ่งเป้าจัดการแหล่งเงินทุนของกลุ่มไอซิสอย่างเต็มที่

เครื่องบินรบสหรัฐฯ บินโจมตีทางอากาศในซีเรีย (ภาพ: AFP)

นานาชาติถล่มแหล่งน้ำมันไอซิส

ในช่วงเดือนต.ค. ปีก่อน กองกำลังพันธมิตรต่อต้านไอซิส เริ่มปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันในการครอบครองของกลุ่มไอซิส เรียกว่า ‘ปฏิบัติการคลื่นยักษ์ 2’ (Tidal Wave II) โดยเริ่มโจมตีที่รถบรรทุกน้ำมัน, โรงแยกแก๊ส-น้ำมัน และคลังเก็บน้ำมัน

ตามการประเมินของกองกำลังพันธมิตร การโจมตีของพวกเขาเพียงแค่วันเดียวในเดือนพ.ย. สามารถทำลายรถขนน้ำมันของไอซิสได้ถึง 283 คัน ที่เมืองเดียร์ เอซซอร์ ในซีเรีย นอกจากนี้พวกเขายังมุ่งเป้าโจมตีที่โรงกลั่นน้ำมันเคลื่อนที่ของไอซิส ทำให้กลุ่มก่อการร้ายกลุ่มนี้ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายมากมายเพื่อให้ได้สินค้าที่ดี

ไอซิสเคยผลิตน้ำมันได้ถึง 50,000 บาร์เรลต่อวัน ในช่วงปลายปี 2014 แต่ในปัจจุบันเป็นเรื่องยากที่จะประเมินกำลังผลิตที่ชัดเจนของพวกเขาได้ โดยพันเอก สตีฟ วอร์เรน โฆษกกองกำลังร่วมเฉพาะกิจในอิรัก ระบุว่า กำลังผลิตน้ำมันของไอซิสอาจลดลงเหลือประมาณ 34,000 บาร์เรลต่อวัน ขณะที่สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานอ้างแหล่งข่าวรายหนึ่งว่า กำลังผลิตน้ำมันของไอซิสเหลือไม่ถึง 20,000 บาร์เรลต่อวันแล้ว

ขณะเดียวกัน มีรายงานที่สะท้อนให้เห็นการขาดแคลนน้ำมันในดินแดนที่ไอซิสครอบครอง โดยแหล่งข่าวในภาคเหนือของซีเรียเปิดเผยว่า ราคาน้ำมันต่อบาร์เรลในเมืองนอกการควบคุมของไอซิสอยู่ที่ประมาณ 20 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ราคาน้ำมันในเขตของไอซิสยังสูงกว่า 40 ดอลลาร์อยู่เลย ขณะที่นักเคลื่อนไหวฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียระบุว่า ราคาแก๊สในเมืองรักกะ ฐานที่มั่นของไอซิสพุ่งขึ้นถึง 25% ไอซิสยังลดจำนวนรถยนต์ในกองยานพาหนะของพวกเขาในเมืองเดียร์ เอซซอร์ ลงจาก 60 คัน เหลือเพียง 10 คันด้วย

เครื่องบินรบรัสเซีย โจมตีทางกาศใส่รถบรรทุกน้ำมันของกลุ่มไอซิส (ภาพ: AFP)

รายได้ลดลงในหลายๆ ด้าน

แต่ทว่าปัญหาการเงินที่ใหญ่ที่สุดของไอซิสในตอนนี่คือการหดหายของรายได้จากการเก็บภาษี เนื่องจากประชาชนตัดสินใจหลบหนีออกจากดินแดนที่พวกเขายึดครอง โดยเฉพาะกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเช่นหมอและวิศวกร ซึ่งไอซิสต้องการตัวอย่างมากจนถึงกับขู่จะยึดทรัพย์ของคนเหล่านี้ในดินแดนของไอซิส หากไม่ยอมเดินทางกลับมา

รัฐอิสลามยังถูกโดดเดี่ยวจากโลกภายนอกมากขึ้น ลักลอบส่งผลให้การขายทรัพยากรต่างๆที่อยู่ในมือพวกเขาตั้งแต่ ไฟฟ้าพลังน้ำจนถึงน้ำมัน, ปูนซีเมนต์ และข้าวสาลี ไปยังต่างประเทศได้ลำบาก ซึ่งสถานการณ์ที่ไอซิสกำลังเผชิญนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก รัฐบาลตุรกีดำเนินการปราบปรามการลักลอบค้าขายผิดกฎหมายซึ่งแพร่กระจายเป็นวงกว้างอย่างหนัก นอกจากนี้ยังเป็นเพราะไอซิสเสียการยึดครองพื้นที่แนวตะเข็บชายแดนซีเรีย-ตุรกีให้แก่กองกำลังชาวเคิร์ดแล้ว

ด้านกองกำลังพันธมิตรนานาชาติก็มุ่งสังหารผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินของไอซิสหลายราย ที่โดดเด่นคือนาย อาบู ซาเลาะห์ ซึ่งพันเอกวอร์เรนระบุว่าเป็น หนึ่งในสมาชิกอาวุโสและมีประสบการทางการเงินมากที่สุดในเครือข่ายการเงินของไอซิส

ตามการวิเคราะห์ของบริษัทข่าวกรองด้านการทหาร, อากาศยาน และการคมนาคม ‘ไอเอชเอส/เจนส’ (IHS/Janes) ปัจจุบันไอซิสมีรายได้ลดลงเหลือเพียง 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อเดือน โดยครึ่งหนึ่งมากจากการเก็บภาษีและการยึดทรัพย์ของผู้หลบหนีออกจากดินแดนของพวกเขา ซึ่งไม่น่าจะเพียงพอนำไปใช้จ่ายเหมือนที่พวกเขาเคยทำในอดีต

ไอซิสต้องจำกัดการใช้ยานพาหนะ (ภาพ: AFP)

ไอซิสต้องรัดเข็มขัด

ก่อนหน้านี้ กลุ่มไอซิสแม้จะมีรายได้มาก แต่ก็มีรายจ่ายเยอะเช่นกัน ทั้งในด้านบริการสังคมพื้นฐาน, สาธารณสุข, น้ำประปา และไฟฟ้า รวมถึงค่าซ่อมถนนและระบบระบายน้ำเสีย ซึ่งพวกเขาต้องใช้เงินส่วนนี้มากขึ้นเมื่อรัฐบาลอิรักประกาศเมื่อเดือนก.ย. 2015 ว่าจะไม่จ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่รัฐบาลในพื้นที่ที่อยู่ภายในการควบคุมของกลุ่มไอซิสแล้ว ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นสูญเสียเงินที่เคยได้รับจากรัฐบาลไปกว่า 170 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อเดือน

จากเหตุการณ์ที่เอ่ยมาข้างต้นกับสถานการณ์การเงินที่กำลังย่ำแย่ในปัจจุบัน ทำให้กลุ่มไอซิสต้องจำกัดค่าใช้จ่ายภายในดินแดนของพวกเขา โดยในช่วงปลายปีก่อนเอกสารของ นายไอย์เมน อัล-ทามีมี ผู้ศึกษาเรื่องกลุ่มไอซิสจากคณะวิจัย ‘มิดเดิล อีสต์ ฟอรัม’ ในสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ไอซิสลดค่าแรงของนักรบและเจ้าหน้าที่พลเรือนลงถึง 50%

อัล-ทามิมียังบอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นด้วยว่า การตัดเงินครั้งนี้ดูเหมือนจะเกิดขึ้นเพียงในเมืองรักกะ แต่เขาเน้นย้ำว่าไอซิสยังลดค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆ อีก ทั้งการลดโบนัสให้นักรบ และปราบปรามการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นรวมถึง การจำกัดการใช้ยานพาหนะ

การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯเมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา ใส่คลังเงินของไอซิสในเมืองโมซูล ซึ่งสหรัฐฯอ้างว่าสามารถทำลายเงินสดของไอซิสได้หลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ยังกระตุ้นให้ไอซิสเพิ่มปริมาณการเก็บภาษี และเริ่มขายสิทธิในการออกจากเมืองโมซูลและฟัลลูจาห์ให้แก่ผู้ที่สามารถจ่ายเงินในราคา 1,000-2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯได้

อาบู บาคาร์ อัล-บัคดาดี หัวหน้ากลุ่มไอซิส (ภาพ: AFP)

แต่เศรษฐกิจของไอซิสยังไม่ล่มสลาย

ถึงแม้ว่าไอซิสจะเคลื่อนย้ายเงินสดเพื่อซื้อทรัพยากรต่างๆ ได้ยากขึ้น เนื่องจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ร่วมมือกับรัฐบาลในอีก 30 ประเทศและองค์กรอีกมากมาย พวกเขาตัดกิ่งก้านสาขาของธนาคารที่อยู่ในดินแดนที่ไอซิสครอบครองในอิรักออกจากระบบการเงินระหว่างประเทศ แต่ไอซิสยังคงสามารถเข้าถึงผู้แลกเปลี่ยนเงินตราในอิรัก, ตุรกี และเลบานอน ที่ดำเนินกิจการนอกระบบการเงินอย่างเป็นทางการได้

นายอัล-ทามิมี กล่าวว่า อย่าได้ประเมินการไหลของเงินสดในโลกภายนอก เพราะตราบใดที่ระบบนี้ยังอยู่ เขาก็ไม่เห็นโอกาสที่จะเกิดการล่มสลายทางเศรษฐกิจขั้นหายนะจากภายในกลุ่มไอซิส แค่จะทำให้มาตรฐานการใช้ชีวิตของไอซิสยากลำบากขึ้นเท่านั้น

5 ชาติอาเซียนเฮ! จีนปล่อยน้ำจากเขื่อนจิงฮง ลงแม่น้ำโขง ช่วยบรรเทาภัยแล้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/592312

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 มี.ค. 2559 16:00

 

(ภาพเขื่อนจิงฮง จากLNTV English News อัพโหลดลงยูทูบ)

ประชาชนสองฝั่งริมแม่น้ำโขง หายร้อนใจ…ทางการจีนประกาศปล่อยน้ำจากเขื่อนจิงฮง ในมณฑลยูนนาน วินาทีละกว่า 2 พันลูกบาศก์เมตร ลงแม่น้ำโขง ไปจนถึง 10 เม.ย. เพื่อช่วยบรรเทาภัยแล้ง ให้แก่ 5 ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน

เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ประชาชนในหลายประเทศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่อาศัยอยู่ในบริเวณสองฝั่งแม่น้ำโขง และสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ทั้ง ลาว เมียนมา ไทย กัมพูชา และเวียดนาม รอดภัยแล้งจัด เมื่อทางการจีน ออกมาประกาศปล่อยน้ำจากเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า จิงฮง ที่กั้นแม่น้ำโขง ในมณฑลยูนนาน ทางภาคใต้ของจีน ลงในแม่น้ำโขง เพื่อบรรเทาภัยแล้งและช่วยเหลือประชาชนในหลายประเทศของอาเซียน ซึ่งกำลังประสบภัยแล้งอย่างหนักหน่วง จากปรากฏการณ์เอล นีโญ ทำระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดฮวบ

นายเฉิน เล่ย รมต.ทรัพยากรน้ำของจีน กล่าวเมื่อวันพุธที่ 16 มี.ค.ว่า ทางการจีนจะปล่อยน้ำจากเขื่อนจิงฮง ที่กั้นแม่น้ำโขง ไปจนถึงวันที่ 10 เมษายน ที่จะถึง โดยจะปล่อยน้ำในปริมาณ 2,190 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที สำหรับใช้ในภาวะฉุกเฉินแก่ประเทศเวียดนาม และประเทศอื่นๆ ในอาเซียนที่ประสบภัยแล้ง

สภาพทุ่งหญ้าในเวียดนาม ที่เผชิญปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรง จนวัวควายแทบไม่มีหญ้ากิน

ก่อนหน้านี้ นายหลู คัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ชี้เหตุผลที่ทางการจีนสั่งปล่อยน้ำจากเขื่อนจิงฮงในภาวะฉุกเฉิน เพื่อต้องการให้ประชาชนในประเทศเพื่อนบ้านผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบาก และเป็นประโยชนต่อ 5 ประเทศอาเซียน

ขณะที่ ตามรายงานของสื่อท้องถิ่นในเวียดนาม ระบุว่า ขณะนี้ มีนาข้าวถึงประมาณ 8.5 แสนไร่ได้รับความเสียหายจากภาวะภัยแล้ง และมีประชาชนในเวียดนามราว 6 แสนคนเผชิญกับการขาดแคลนน้ำสำหรับบริโภคแล้ว