ทดลองอะไรอีก!? ตรวจพบ ‘แผ่นดินไหวเทียม’ ระดับ 2.2 เกิดในเกาหลีเหนือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/591979

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มี.ค. 2559 23:55

 

(ภาพ: AFP)

เกาหลีใต้เผย ตรวจพบแผ่นดินไหวเทียมเกิดในเกาหลีเหลือ ใกล้กรุงเปียงยางเมื่อวันพุธ โดยคาดว่าเกิดจากการระเบิด แต่ไม่เชื่อว่าเป็นการทดลองอาวุธนิวเคลียร์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของเกาหลีใต้ออกมาเปิดเผยในวันพุธที่ 16 มี.ค. ว่า พวกเขาตรวจพบการเกิดแผ่นดินไหวเทียม แรงสั่นสะเทือนระดับ 2.2 ในเกาหลีเหนือ จุดศูนย์กลางอยู่ที่ความลึกประมาณ 1 กม.ห่างจากเมืองหลวงกรุงเปียงยางไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 34 กม. เมื่อเวลา 12:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ราว 10:30 น. ตามเวลาไทย)

เจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยาของเกาหลีใต้คนหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวยอนฮัปว่า แผ่นดินไหวลูกนี้อาจเกิดจากการระเบิด แต่เมื่อพิจารณาจากจุดที่เกิดและระดับแรงสั่นสะเทือนแล้ว ทำให้พวกเขาไม่เชื่อว่าเป็นผลมาจากการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนม.ค. เกาหลีเหนือทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ซึ่งพวกเขาอ้างว่าเป็นระเบิดไฮโดรเจน ทำให้เกิดแผ่นดินไหวเทียมแรงสั่นสะเทือนระดับ 5.1 มาแล้ว ขณะที่ล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เกาหลีเหนือประกาศจะทดสอบหัวรบนิวเคลียร์ แม้เพิ่งจะถูกคว่ำบาตรอย่างรุนแรงจากสหประชาชาติก็ตาม

ผู้นำพม่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/591539

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 มี.ค. 2559 07:51

 

โฉมหน้านายถิ่น จอ คนสนิท นางออง ซาน ซูจี ที่รัฐสภาเมียนมาโหวตคัดเลือกให้เป็นประธานาธิบดีจากพลเรือนคนแรกของประเทศในรอบ 54 ปี (ภาพเล็กบน) นายมินต์ ฉ่วย รองประธานาธิบดีคนที่หนึ่ง และ (ภาพเล็กล่าง) นายเฮนรี บัน ทียู รองประธานาธิบดีคนที่สอง.

ผู้นำคิม สั่งเตรียมทดลองยิงขีปนาวุธติดหัวรบนุก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/591467

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 มี.ค. 2559 03:50

 

คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือดูหัวรบขีปนาวุธ ในสถานที่ที่ไม่มีการเปิดเผย (ภาพ: REUTERS)

เมื่อ 15 มี.ค. นายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เผยผ่านสำนักข่าวเคซีเอ็นเอ กระบอกเสียงของรัฐบาลเกาหลีเหนือถึงความเตรียมพร้อมทดสอบหัวรบนิวเคลียร์และทดสอบปล่อยขีปนาวุธพิสัยไกลที่ติดหัวรบนิวเคลียร์ในระยะเวลาอันใกล้นี้ แต่ไม่ได้ระบุหรือกำหนดเวลาที่แน่ชัด หลังทดสอบเทคโนโลยีระบบนำหัวรบกลับในห้องแล็บเป็นผลสำเร็จ ท่ามกลางกระแสแรงตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีที่เขม็งเกรียวขึ้นจากการปฏิบัติการซ้อมรบทางทหารประจำปีของเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ และอาจเป็นการฝ่าฝืนมติคว่ำบาตรสากลที่ปรับแก้ไขใหม่ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อต้นเดือน มี.ค. ที่ถือว่าเข้มงวดสุดในรอบ 20 ปี หลังเกาหลีเหนือทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ กับขีปนาวุธพิสัยไกลเมื่อต้นปี 2559

อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้เผยว่า ยังไม่มีสัญญาณ เชิงกิจกรรมเกี่ยวกับการทดสอบขีปนาวุธใดของเกาหลีเหนือ และไม่เชื่อว่าเกาหลีเหนือจะมีเทคโนโลยีระบบนำหัวรบกลับสู่ชั้นบรรยากาศโลก ทั้งนี้ สหรัฐฯเคยทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยไกลติดหัวรบนิวเคลียร์ซึ่งเรียกว่า “ฟรายเกต เบิร์ด” เมื่อปี 2505 กับจีนที่ทดสอบยิงขีปนาวุธเหมือนกันเมื่อปี 2509 ขณะที่ประธานาธิบดี ปาร์ค กึน-เฮ ของเกาหลีใต้ ก็เผยว่า เกาหลีเหนืออาจทำลายตัวเองหากไม่คิดเปลี่ยนแปลงและยังคงเผชิญหน้ากับประชาคมโลก.

ชาวพม่าเฮลั่น! ถิ่น จอ ปธน.คนใหม่ ผู้นำพลเรือนคนแรกในประวัติศาสตร์เมียนมา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/591141

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2559 13:22

 

ไม่พลิก..สมาชิกสภาเมียนมาส่วนใหญ่ โหวตเลือก ถิ่น จอ เพื่อนสนิทออง ซาน ซูจี ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของประเทศ จนนับเป็นประธานาธิบดีที่มาจากพลเรือนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองของเมียนมา

เมื่อ 15 มี.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ในที่สุด นายถิ่น จอ เพื่อนสนิทของออง ซาน ซูจี หัวหน้าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ได้รับเลือกจากสมาชิกสภาของเมียนมาเกินครึ่ง ให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของเมียนมาแล้ว ระหว่างการประชุมสมาชิกสภาสูงและสภาล่าง เพื่อเลือกประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 15 มี.ค.  จนทำให้ นายถิ่น จอ นับเป็นประธานาธิบดีที่มาจากพลเรือนเป็นคนแรกในรอบกว่า 50 ปีของเมียนมา

จากผลการเลือกตั้ง ปรากฏว่า นายถิ่น จอ ได้ 360 เสียง จากจำนวนสมาชิกสภาทั้งหมด 652 ที่นั่ง ตามด้วยอันดับสองคือ พล.อ. มินต์ ส่วย ได้213  เสียง และอันดับ 3 นายเฮนรี วาน เธียว ได้ 79 คะแนน จึงทำให้พล.อ.มินต์ ส่วย ได้รับตำแหน่งรองประธานาธิบดีคนที่ 1 และนายเฮนรี วาน เธียว ได้เป็นรองประธานาธิบดีคนที่ 2

นางออง ซาน ซูจี หัวหน้าพรรคเอ็นแอลดี

ทั้งนี้ ผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงประธานาธิบดีของเมียนมา มีด้วยกัน 3 คน ประกอบด้วย 1. นาย ถิ่น จอ วัย 70 ปี ซึ่งได้รับการเสนอชื่อจากสมาชิกสภาล่าง หรือสภาผู้แทนราษฎร 2. นายแฮนรี วาน เธียว ซึ่งถูกเสนอชื่อโดยสภาสูง และ 3. พล.อ. มินต์ ส่วย อดีตนายทหารเกษียณอายุราชการแล้ว วัย 64 ปี และได้รับการเสนอชื่อจากกองทัพที่รับการแต่งตั้งให้เข้าไปนั่งในสภา 25% หรือ 1 ใน 4

สำหรับ นายถิ่น จอ วัย 70 ปี ถือเป็นมิตรที่มีความใกล้ชิดมายาวนานกับ นางออง ซาน ซูจี หัวหน้าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ซึ่งนำพรรคเอ็นแอลดีคว้าชัยเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนพ.ย.58อย่างถล่มทลาย โดยเมื่อทราบผลการเลือกตั้งของสมาชิกสภาแล้ว นายถิ่น จอ ได้กล่าวด้วยความดีใจว่า ‘ชนะแล้ว! นี่คือชัยชนะของพี่สาว ออง ซาน ซูจี ขอบคุณครับ’

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รู้จัก ‘ถิ่น จอ’! ตัวเก็ง ปธน.เมียนมา ตัวตายตัวแทน ‘ซูจี’

หญิงปาเลสไตน์คว้ารางวัลครูโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/590892

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 มี.ค. 2559 05:45

 

น.ส. ฮานาน อัล ฮรูป รับรางวัลครูโลกจาก ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล-มัคทูม นายกรัฐมนตรีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ภาพ: AFP)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า น.ส.ฮานาน อัล ฮรูป ครูชาวปาเลสไตน์ขึ้นรับรางวัลลูกโลกคุณครู ซึ่งจัดขึ้นโดยกองทุนวาร์กีย์ องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร พร้อมรับเงิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 35 ล้านบาท) ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อ 13 มี.ค. และได้รับการยกย่องจากบุคคลชั้นนำจากทั่วโลก รวมพระสันตะปาปา ฟรานซิส เจ้าชายวิลเลียมแห่งราชวงศ์อังกฤษ นายบัน คี มูน เลขาธิการยูเอ็น รองประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ และอดีตประธานาธิบดี บิลล์ คลินตัน แห่งสหรัฐฯ

น.ส.ฮรูป เอาชนะผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากญี่ปุ่น แคนาดา เคนยา สหรัฐฯและอังกฤษ จากการที่เธอใช้วิธีสอนเด็กนักเรียนด้วยการเล่นเกมภายในโรงเรียนซามิฮา คาลิล ในเมืองอัล-บิเรห์ เขตเวสต์แบงก์ ซึ่ง น.ส.ฮรูป เผยตั้งใจจะนำเงินรางวัลไปส่งเสริมวิธีการสอนของตนเองและช่วยเพื่อนคุณครูด้วยกัน.

ตุรกีโจมตีทางอากาศใส่นักรบเคิร์ดอิรัก เชื่ออยู่เบื้องหลังบึมอังการา 37 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/590839

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2559 01:05

ตุรกีโจมตีทางอากาศใส่นักรบเคิร์ดอิรัก เชื่ออยู่เบื้องหลังบึมอังการา 37 ศพ

(ภาพ: AFP)

ตุรกีส่งเครื่องบินรบโจมตีทางอากาศใส่ฐานที่มั่นกองกำลังชาวเคิร์ดในอิรัก เนื่องจากเชื่อว่าเป็นฝ่ายที่อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดรถยนต์ในกรุงอังการาเมื่อวันอาทิตย์ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 37 ราย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในวันจันทร์ (14 มี.ค.) กองกำลังของประเทศตุรกีส่งเครื่องบินรบโจมตีทางอากาศใส่ฐานที่มั่นของกลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ดบริเวณชายแดนอิรัก เนื่องจากเชื่อว่ากลุ่มแบ่งแยกดินแดน ‘พรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน’ (พีเคเค) เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดรถยนต์ฆ่าตัวตายในเมืองหลวงกรุงอังการา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 37 ราย แม้จะยังไม่มีใครออกมาอ้างความรับผิดชอบก็ตาม

ตามรายงานของสำนักข่าว อานาโดลู ของตุรกี เครื่องบินรบของตุรกีโจมตีฐานของกลุ่มพีเคเคในภาคเหนือของอิรัก 18 จุด รวมถึงฐานบนภูเขาคานดิล ซึ่งเป็นที่มั่นของสมาชิกระดับผู้นำของกลุ่ม, คลังเก็บกระสุน, ที่กำบังและที่หลบภัย

ทั้งนี้ เหตุระเบิดในกรุงอังการาเมื่อ 14 มี.ค. เกิดขึ้นใกล้จุดจอดรถประจำทาง ห่างจากสำนักงานนายกรัฐมนตรี อาห์เม็ต ดาวูโตกลู เพียงไม่กี่ร้อยเมตร โดยสำนักข่าวเอพีรายงานโดยอ้างการคำพูดของเจ้าหน้าที่รัฐบาลอาวุโสคนหนึ่งของตุรกีผู้ไม่ขอเปิดเผยนาม ว่า การโจมตีอาจเกิดขึ้นโดยฝีมือของคนร้าย 2 คน เป็นชายกับหญิงซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ด

กรุงอังการาเผยเหตุโจมตีรุนแรงหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา โดยกลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ดชื่อ ‘ผู้กระหายเสรีภาพเคอร์ดิสถาน’ (Kurdistan Freedom Hawks: TAK) ออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดเมื่อเดือน ก.พ. อย่างไรก็ตาม รัฐบาลตุรกีกล่าวโทษกลุ่มชาวเคิร์ดในซีเรียว่าเป็นผู้ก่อเหตุ ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนต.ค. 2015 ก็เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย 2 ลูกกลางขบวนเรียกร้องสันติภาพของเคิร์ด ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 ราย

ขณะที่กลุ่มพีเคเค เคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้มีการเพิ่มอำนาจปกครองตนเองในพื้นที่ภาคใต้ของตุรกีมานานหลายสิบปี โดยตุรกีเริ่มกลับมาโจมตีกองกำลังชาวเคิร์ดในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศอีกครั้ง หลังจากมีการฉีกข้อตกลงหยุดยิงเมื่อฤดูร้อนปีก่อน

บินรบยูเออีเครื่องขัดข้อง ตกระหว่างร่วมโจมตีกบฏเยเมน นักบินดับ 2 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/590823

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มี.ค. 2559 22:50

บินรบยูเออีเครื่องขัดข้อง ตกระหว่างร่วมโจมตีกบฏเยเมน นักบินดับ 2 ศพ

ชาวเยเมนตรวจสอบซากเครื่องบินของซาอุดีอาระเบีย ที่ตกในเมืองเอเดน (ภาพ: REUTERS)

เครื่องบินรบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ตกในเมืองทางตอนใต้ของเยเมน หลังจากหายไประหว่างออกโจมตีกลุ่มกบฏฮูธิ โดยมีสาเหตุจากความขัดข้องทางเทคนิค ขณะที่นักบินบนเครื่องทั้ง 2 คนเสียชีวิต…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จากกรณีกองทัพของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ออกแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ว่าเครื่องบินรบของพวกเขา หายไป 1 ลำระหว่างร่วมปฏิบัติกับกองกำลังพันธมิตรนำโดยซาอุดีอาระเบีย โจมตีกลุ่มกบฏ ‘ฮูธิ’ ในประเทศเยเมนเมื่อวันจันทร์ (14 มี.ค.) ล่าสุดพบแล้วว่าเครื่องบินลำนี้ตก และทำให้นักบินทั้ง 2 คนบนเครื่องเสียชีวิต

นายฮานี อัล-ยาซิดี ผู้บริหารเขตบูไรกา ในเมืองเอเดน ทางใต้ของประเทศเยเมน เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่พบซากเครื่องบินของยูเออีที่หายไปแล้ว หลังจากมันตกลงบนภูเขาในเมืองนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่เยเมนอีกคนซึ่งไม่ขอเปิดเผยนามระบุว่า ทีมกู้ภัยพบศพนักบินแล้ว 1 คน และกำลังหาศพนักบินรายที่ 2

ด้านกองกำลังพันธมิตรนำโดยซาอุฯ ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า เครื่องบินรบลำนี้ตกเพราะปัญหาขัดข้องทางเทคนิค ไม่ได้ถูกยิงตกแต่อย่างใด อนึ่ง ยังไม่มีการเปิดเผยรุ่นของเครื่องบินที่ตก แต่จากภาพซากเครื่องบินที่ถูกเผยแพร่ออกมา ทำให้เชื่อว่าเป็นเครื่องบินรบรุ่น มิราจ 2000

ทั้งนี้ ยูเออี เข้าร่วมกองกำลังพันธมิตรนำโดยซาอุฯ ออกโจมตีทางอากาศใส่กลุ่มกบฏฮูธิซึ่งยึดพื้นที่หลายส่วนของเยเมนเอาไว้ ตั้งแต่เดือนมี.ค. ปี 2558 เพื่อสนับสนุนประธานาธิบดีอับดี รับบูห์ มานซูร์ ฮาดี แห่งเยเมน โดยนี่เป็นครั้งแรกที่ยูเออีเสียเครื่องบินรบและเจ้าหน้าที่ในปฏิบัติการครั้งนี้ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 6,000 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นพลเรือน

ขณะที่ชาติอื่นๆ ก็เกิดความสูญเสียในปฏิบัติการของกองกำลังพันธมิตรเช่นกัน โดยเมื่อเดือนธ.ค. ที่ผ่านมา เครื่องบินรบ เอฟ-16 ของบาห์เรนตกในซาอุดีอาระเบีย เนื่องจากปัญหาขัดข้องทางเทคนิค ขณะที่ก่อนหน้านั้นในเดือนพ.ค. 2558 เครื่องบินรบของโมร็อกโกก็ตกในประเทศเยเมน

สู้กับ AI ! เซียน‘โกะ’ โสมขาว พลิกชนะ ‘อัลฟาโกะ’ ได้แล้วเกมแรก หลังพ่าย3 เกมรวด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/590525

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มี.ค. 2559 11:20

สู้กับ AI ! เซียน‘โกะ’ โสมขาว พลิกชนะ ‘อัลฟาโกะ’ ได้แล้วเกมแรก หลังพ่าย3 เกมรวด

ปรมาจารย์การเล่น ‘โกะ’ หมากล้อมระดับโลก ชาวโสมขาว พลิกกลับมาเอาชนะ ปัญญาประดิษฐ์ ‘อัลฟาโกะ’ เป็นเกมแรกได้แล้ว หลังพ่ายแพ้ติดต่อ 3 เกมรวด ในการแข่งขันที่กรุงโซล

เมื่อ 14 มี.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ในที่สุด นายอี เซดอล ปรมาจารย์ด้านการเล่น ‘โกะ’ หรือหมากล้อม ชาวเกาหลีใต้ ก็สามารถพลิกเอาชนะ ‘อัลฟาโกะ’ ซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์​ (Artificial Intelligence) หรือ AI ที่พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยทีมของบริษัท กูเกิล ได้แล้ว เป็นเกมแรกจากการแข่งขันเป็นเกมที่ 4 ในจำนวน 5 เกม ที่กรุงโซล เมืองหลวงเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา หลังจากนายอี เซดอล เซียนโกะระดับโลก ได้ปราชัยแก่ อัลฟาโกะติดต่อมาแล้ว 3 เกมรวด

กวอน คัป-ยอง โค้ชหรือผู้ฝึกสอนการเล่นหมากล้อมของนายอี เซดอล กล่าวว่า อัลฟาโกะ เล่นหมากล้อมอย่างเสมอต้นเสมอปลายตั้งแต่ต้นจนจบเกม ขณะที่ ลี ซึ่งเป็นคนที่ได้แสดงให้เห็นถึงการมีอารมณ์ปรวนแปร ไม่มั่นคงในบางครั้ง โดยนายอี กล่าวว่า การที่เขาชนะอัลฟาโกะในเกมที่ 4 ถือเป็นการชนะที่ล้ำค่า หลังจากเคยบอกว่า เขาพูดไม่ออก หลังจากพ่ายแพ้แก่อัลฟาโกะ ติดต่อเป็นเกมที่ 2 เนื่องจากอัลฟาโกะเล่นหมากล้อมได้เกือบสมบูรณ์มาก

อี เซดอล เซียน‘โกะ’ ชาวเกาหลีใต้ ยิ้มออก หลังพลิกเอาชนะ อัลฟาโกะ เป็นเกมแรก

ทั้งนี้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์เล่นหมากล้อม ‘อัลฟาโกะ’ ถูกพัฒนาโดยทีม Deep Mind (ดีปมายด์) ในอังกฤษ และต่อมาบริษัท กูเกิล ได้ซื้อโปรแกรมอัลฟาโกะไปเมื่อปี 2557 โดยชัยชนะในการเล่นหมากล้อมของอัลฟาโกะ เหนือนายลี ติดต่อ 3 เกมรวด ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเก่งกาจของเอไอเหนือมนุษย์.

จีนเผยสถิติปี 58 ชี้ชาวอุยกูร์ถูกจับคดีความมั่นคงเพิ่มขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/590367

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 มี.ค. 2559 05:50

จีนเผยสถิติปี 58 ชี้ชาวอุยกูร์ถูกจับคดีความมั่นคงเพิ่มขึ้น

(ภาพ: AFP)

นายโจว เชียง อัยการศาลประชาชนสูงสุดของจีน เผยรายงานสำรวจสถิติผู้กระทำความผิดซึ่งถูกศาลตัดสินลงโทษในคดีต่างๆทั่วประเทศจีนตลอดปี 2558 มีจำนวนกว่า 1.232 ล้านคน ส่วนผู้ถูกกล่าวหา 1,039 คน ได้รับการตัดสินปล่อยตัวเพราะไม่มีหลักฐานเอาผิด ส่วนสถิติผู้กระทำผิดที่ได้รับโทษตามกฎหมายมีจำนวน 99.92 เปอร์เซ็นต์ของคดีความทั้งหมดที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา ทั้งยังมีนักโทษที่ถูกตัดสินจำคุกทั้งที่ไม่ได้กระทำความผิดได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระเช่นกัน รวม 1,357 ราย แต่รัฐบาลมิได้เปิดเผยรายละเอียดว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินลงโทษผู้บริสุทธิ์จะได้รับการสอบสวนหรือลงโทษใดๆ ย้อนหลังหรือไม่

ขณะเดียวกัน รายงานของรัฐบาลจีนระบุด้วยว่าสถิติผู้ถูกจับกุมและดำเนินคดีในข้อหาที่เกี่ยวกับความมั่นคง ทั้งการก่อการร้าย การเคลื่อนไหวสนับสนุนกลุ่มแบ่งแยกดินแดน รวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลภาพและเสียงยั่วยุให้มีการก่อเหตุไม่สงบและเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐตลอดปี 2558 มีจำนวนทั้งหมด 1,419 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมอุยกูร์ ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองดั้งเดิมในมณฑลซินเจียง ภาคตะวันตกของจีน และเป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นถึง 13 เปอร์เซ็นต์เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนผู้ต้องหาคดีความมั่นคง 712 รายที่ถูกจับกุมและดำเนินคดีในปี 2557 ทั่วประเทศจีน.

ตุรกีสะเทือน! คาร์บอมบ์บึมกลางเมืองหลวงอีก ดับ 27 ศพเจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/590343

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มี.ค. 2559 02:10

ตุรกีสะเทือน! คาร์บอมบ์บึมกลางเมืองหลวงอีก ดับ37 ศพเจ็บอื้อ

รถฉุกเฉินจำนวนมากถูกส่งมายังที่เกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ในกรุงอังการา (ภาพ: AP)

เกิดเหตุระเบิดในกรุงอังการา เมืองหลวงของประเทศตุรกีเป็นครั้งที่ 3 ในรอบไม่ถึง 6 เดือน เมื่อวันอาทิตย์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 27 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดซึ่งเจ้าหน้าที่สงสัยว่าเป็นระเบิดรถยนต์ขึ้นที่จัตุรัส คิซิเลย์ ในกรุงอังการา เมืองหลวงของประเทศตุรกี เมื่อวันอาทิตย์ (13 มี.ค.) ตามหลังเมื่อเดือนก่อนที่เกิดเหตุระเบิดโจมตีขบวนรถของทหารในเมืองหลวงแห่งนี้ จนมีผู้เสียชีวิตถึง 28 รายและบาดเจ็บจำนวนมาก

รถยนต์และรถบัสได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด (ภาพ: AFP)

ตามรายงานของสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็นภาษาตุรกี ซึ่งอ้างการเปิดเผยของผู้ว่าการกรุงอังการา ระบุว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 27 ราย โดย 2 รายเสียชีวิตระเบิดนำตัวส่งโรงพยาบาล และมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 75 คน ขณะที่ระเบิดอาจเป็นระเบิดรถยนต์แบบฆ่าตัวตาย

ด้านสถานีโทรทัศน์ ทีอาร์ที ที่บริหารโดยรัฐบาลตุรกี รายงานว่า รถยนต์คันหนึ่งระเบิดขึ้นใกล้กับจุดจอดรถประจำทางบริเวณสวนสาธารณะ กูเวน ซึ่งอยู่ใกล้กับที่ทำการกระทรวงต่างๆ ของรัฐบาลตุรกี มียานพาหนะถูกไฟไหม้หลายคัน

ขณะที่ ‘ฮูร์ริเยท’ หนังสือพิมพ์รายใหญ่ของตุรกี รายงานว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 18:41 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยเจ้าหน้าที่สั่งอพยพพื้นที่รอบจุดเกิดเหตุเผื่อว่าอาจเกิดการโจมตีระลอกที่ 2 ขณะที่มีรถพยายามถูกส่งไปยังที่เกิดเหตุจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่ของตุรกีพาผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล (ภาพ: AFP)

ทั้งนี้ กรุงอังการาเผยเหตุโจมตีรุนแรงหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา โดยกลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ดชื่อ ‘ผู้กระหายเสรีภาพเคอร์ดิสถาน’ (Kurdistan Freedom Hawks: TAK) ออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดเมื่อเดือน ก.พ. อย่างไรก็ตาม รัฐบาลตุรกีกล่าวโทษกลุ่มชาวเคิร์ดในซีเรียว่าเป็นผู้ก่อเหตุ ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนต.ค. 2015 ก็เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย 2 ลูกกลางขบวนเรียกร้องสันติภาพของเคิร์ด ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 ราย

นายมาร์ก โลเวน ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวบีบีซีประจำนครอิสตันบูลกล่าวว่า เหตุระเบิด 3 ครั้งซึ่งเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาไม่ถึง 6 เดือนนี้ แสดงให้เห็นว่าตุรกีกำลังเผชิญภัยคุกคามด้านความมั่นคง