อิหร่านทดสอบยิงขีปนาวุธชุดใหม่ อ้างแสดงอำนาจในการป้องปราม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/588074

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มี.ค. 2559 06:10

อิหร่านทดสอบยิงขีปนาวุธชุดใหม่ อ้างแสดงอำนาจในการป้องปราม

อิหร่านทดสอบยิงขีปนาวุธรอบใหม่เมื่อ 8 มี.ค. 2016 (ภาพ: AFP)

อิหร่านดำเนินการทดสอบขีปนาวุธครั้งใหม่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา อ้างเป็นการแสดงแสนยานุภาพในการป้องปราม ขณะที่สหรัฐฯขู่ส่งเรื่องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติพิจารณาบทลงโทษ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองกำลังปกป้องการปฏิวัติอิหร่านเปิดเผยว่า กองทัพได้ดำเนินการยิงขีปนาวุธหลายลูกออกจากไซโล (ท่อยิง) หลายจุดทั่วประเทศ โดยเป็นส่วนหนึ่งในการฝึกซ้อมทางทหาร เพื่อแสดงให้เห็นแสนยานุภาพในด้านการป้องปรามของประเทศ

อิหร่านทดสอบยิงขีปนาวุธรอบใหม่เมื่อ 8 มี.ค. 2016 (ภาพ: AFP)

สถานีโทรทัศน์ของอิรักรายงานเมื่อวันอังคารที่ 8 มี.ค.ว่า ขีปนาวุธเหล่านี้ถูกยิงออกจากไซโลหลายจุดทั่วประเทศโดยไม่ระบุตำแหน่งที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังถ่ายทอดภาพการยิงขีปนาวุธในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งผู้ประกาศข่าวบรรยายว่า เป็นขีปนาวุธพิสัยกลางชื่อว่า ‘เกียม-1’ (Qiam-1)

ขณะที่กองกำลังปกป้องการปฏิวัติอิหร่านระบุในแถลงการณ์ว่า การฝึกซ้อมที่เกิดขึ้นมีเป้าหมายเพื่อแสดงให้เห็นแสนยานุภาพในการป้องปราม รวมถึงความสามารถของอิหร่านในการเผชิญหน้ากับภัยคุกคามใดๆ ต่อ การปฏิวัติอิสลาม, รัฐ และอธิปไตยของประเทศ

ด้านพลจัตวา อาเมียร์ อาลี ฮาจิซาเดห์ แห่งกองทัพอากาศของกองกำลังปกป้องการปฏิวัติอิหร่าน เผยต่อสื่อว่า ขีปนาวุธเหล่านี้ยิงถูกเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปราว 700 กม. พร้อมกับเตือนว่า สหรัฐฯกำลังพยายามขัดขวางโครงการขีปนาวุธอิหร่าน และกองกำลังฯจะไม่ยอมจำนนต่อคำขู่ใดๆ

อิหร่านทดสอบยิงขีปนาวุธรอบใหม่เมื่อ 8 มี.ค. 2016 (ภาพ: AFP)

ในขณะเดียวกัน นายมาร์ค โทเนอร์ รองโฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯรับรู้และกำลังติดตามรายงานข่าวการทดสอบยิงขีปนาวุธของอิหร่านอย่างใกล้ชิด โดยหากรายงานนี้ได้รับการยืนยัน สหรัฐฯตั้งใจจะยื่นเรื่องเข้าสู่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และจะกระตุ้นให้มีการทบทวนเหตุการณ์นี้อย่างจริงจัง และกดดันให้เกิดการตอบโต้ที่เหมาะสม

นายโทเนอร์ ระบุด้วยว่า เหตุการณ์ล่าสุดเน้นย้ำให้เห็นว่าเหตุในสหรัฐฯจึงต้องประสานงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรทั่วโลก เพื่อลดระดับโครงการขีปนาวุธของอิหร่านอย่างช้าๆ และสหรัฐฯจะประยุกต์ใช้อุปกรณ์เพื่อต่อต้านภัยคุกคามจากโครงการขีปนาวุธของอิหร่านแต่เพียงฝ่ายเดียวต่อไป

อิหร่านทดสอบยิงขีปนาวุธรอบใหม่เมื่อ 8 มี.ค. 2016 (ภาพ: AFP)

มือมืดยิงจรวดหลายลูกข้ามพรมแดนซีเรียเข้าตุรกี ดับ 2 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/587997

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มี.ค. 2559 02:25

มือมืดยิงจรวดหลายลูกข้ามพรมแดนซีเรียเข้าตุรกี ดับ 2 ศพ

(ภาพ: AFP)

กลุ่มไม่ทราบฝ่ายยิงจรวดหลายลูกจากพื้นที่ที่ถูกกลุ่มไอซิสควบคุมในซีเรียเข้าใส่พื้นที่ทางใต้ของประเทศตุรกีเมื่อวันอังคาร ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จรวดอย่างน้อย 8 ลูก ถูกยิงข้ามพรมแดนประเทศซีเรียเข้าสู่พื้นที่ทางใต้ของประเทศตุรกี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายรวมถึงเด็กชายวัยเพียง 4 ขวบ ขณะที่ตุรกีได้ยิงปืนใหญ่ตอบโต้ใส่เป้าหมายกลุ่มไอซิสในซีเรียด้วย แต่ไม่มีรายงานข้อมูลความเสียหาย

นายฮาซาน คารา นายกเทศมนตรีเมืองคิลิส บริเวณชายแดนตุรกีติดกับประเทศซีเรียเปิดเผยว่า มีจรวดอย่างน้อย 1 ลูก ถูกยิงจากซีเรียมาตกในเขตของเมืองคิลิส ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งเสียชีวิต ขณะที่เด็กชายอีก 2 คนที่กำลังนั่งอยู่ในรถได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม เด็กคนน้องซึ่งอายุเพียง 4 ขวบเสียชีวิตขณะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนคนพี่อายุ 6 ขวบ มีอาการทรงตัว

นายคารายังเรียกร้องให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ อยู่แต่ภายในที่ร่มด้วย ขณะที่มีการอพยพผู้คนออกจากโรงเรียนและระงับการเรียนการสอนชั่วคราว ขณะเดียวกัน สำนักข่าว อานาโดลู ของตุรกีรายงานว่า หนึ่งในจรวดของกลุ่มไอซิสถูกยิงมาตกในพื้นที่ใกล้กับโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ขณะที่อีก 2 ลูกตกในพื้นที่ว่างเปล่า

ทั้งนี้ เหตุการณ์จรวดถูกยิงข้ามพรมแดนซีเรียเข้าสู่พื้นที่ทางใต้ของตุรกีไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อย เนื่องจากเกิดสงครามกลางเมืองในซีเรียมานานกกว่า 5 ปีแล้ว แต่ยังไม่แน่ว่าฝ่ายใดเป็นผู้ยิงจรวดในเหตุการณ์ล่าสุด แต่จรวดถูกยิงมาจากดินแดนที่กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ครอบครอง

โสมใต้ยกระดับคว่ำบาตรโสมเหนือ จีนก็ร่วมด้วย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/587977

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2559 23:15

โสมใต้ยกระดับคว่ำบาตรโสมเหนือ จีนก็ร่วมด้วย

เรือสินค้าเกาหลีเหนือถูกสกัดอยู่ที่ท่าเรือในฟิลิปปินส์ (ภาพ: AP)

เกาหลีใต้ประกาศขยายมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินต่อเกาหลีเหนือ เพื่อตอบโต้โครงการพัฒนาอาวุธของรัฐบาลเปียงยาง ขณะที่จีนขึ้นบัญชีดำเรือเกาหลีเหนือหลายลำ และห้ามเรือดังกล่าวเข้าเทียบท่า…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประเทศจีนและเกาหลีใต้ยกระดับการคว่ำบาตรต่อประเทศเกาหลีเหนือขึ้นไปอีกขั้น โดยทางการจีนห้ามไม่ให้เรือสินค้าของเกาหลีเหนือเข้าไปจอดเทียบที่ท่าเรือของพวกเขา ขณะที่เกาหลีใต้ประกาศมาตรการลงโทษบุคคลและบริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการอาวุธของเกาหลีเหนือแล้ว

ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่การทางทะเลของเมืองท่ารื่อจ้าว ในมณฑลซานตง ทางตะวันออกของจีน เรือสินค้าของเกาหลีเหนือชื่อว่า ‘แกรนด์ คาโร’ เดินทางมาถึงเมืองท่ารื่อจ้าวเมื่อหลายวันก่อน แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้นำเรือเข้าเทียบท่า เนื่องจากเรือลำนี้เป็น 1 ในเรือ 31 ลำที่ถูกขึ้นบัญชีดำโดยกระทรวงคมนาคมแห่งประเทศจีน หลังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) มีมติคว่ำบาตรเกาหลีเหนืออย่างรุนแรงเมื่อสัปดาห์ก่อน

นอกจากเรือ แกรนด์ คาโร แล้ว ยังมีเรือเกาหลีเหนืออีก 2 ลำที่อยู่ในบัญชีดำถูกห้ามไม่ให้เข้าเทียบท่าเรือของจีน กระทั่งเรือทั้ง 2 ลำเดินทางจากไป อีกด้านหนึ่งที่ประเทศฟิลิปปินส์ เรือสินค้าอีกลำของเกาหลีเหนือถูกทางการสั่งห้ามไม่ให้เดินทางออกจากท่าเรือเนื่องจากปัญหาในด้านความปลอดภัยด้วย

ขณะเดียวกันที่เกาหลีใต้ รัฐบาลกรุงโซลประกาศในวันอังคาร (8 มี.ค.) ว่าพวกเขาจะขยายมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินต่อเกาหลีเหนือ ให้ครอบคลุมบุคคล 38 คน และนิติบุคคลอีก 24 กลุ่ม ที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาอาวุธทำลายล้าง และคว่ำบาตรบุคคลอีก 2 คน และนิติบุคคลของประเทศที่ 3 อีก 6 กลุ่มที่สนับสนุนเกาหลีเหนือทางอ้อม นอกจากนี้จะแบนเรือสินค้าที่ไปจอดเทียบท่าเรือของเกาหลีเหนือในช่วง 180 วันที่ผ่านมาด้วย

ทั้งนี้ บุคคลที่ถูกเกาหลีใต้คว่ำบาตรเพิ่มเติมในวันอังคารรวมไปถึงชาวสิงคโปร์และชาวไต้หวันซึ่งเป็นหัวหน้าบริษัทขนส่งสินค้าและบริษัทการค้า เกาหลีใต้ยังขึ้นบัญดำบริษัทขนส่งของประเทศไทยแห่งหนึ่ง และบริษัท รอยัล ทีม คอร์เปอเรชัน ของไต้หวันด้วย โดยเกาหลีใต้จะห้ามไม่ให้บุคคลและบริษัทในบัญชีดำทำธุรกรรมทางการเงินเกาหลีใต้และอายัดทรัพย์สินของพวกเขาที่อยู่ในเกาหลีใต้ด้วย

โสมเหนือขู่ชิงโจมตีก่อนด้วยอาวุธนิวเคลียร์ ตอบโต้มะกัน-โสมใต้ซ้อมรบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/587490

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2559 03:00

โสมเหนือขู่ชิงโจมตีก่อนด้วยอาวุธนิวเคลียร์ ตอบโต้มะกัน-โสมใต้ซ้อมรบ

(ภาพ: AFP)

รัฐบาลเกาหลีเหนือประกาศจะชิงโจมตีก่อนด้วยอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อตอบโต้ที่เกาหลีใต้และสหรัฐฯเริ่มการซ้อมรบร่วมประจำปีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกาหลีเหนือประกาศกร้าวในวันจันทร์ว่า พวกเขาอาจจะชิงโจมตีก่อนด้วยอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อตอบโต้การซ้อมรบร่วมครั้งใหญ่ที่ระหว่างสหรัฐฯและเกาหลีใต้ ที่เริ่มขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (7 มี.ค.) โดยเกาหลีเหนือมองว่าการซ้อมรบดังกล่าวเป็นการฝึกซ้อมทำสงครามนิวเคลียร์ กับพวกเขา

ชาวเกาหลีใต้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการซ้อมรบกับสหรัฐฯ และหันไปเจรจาสันติภาพกับเกาหลีเหนือ (ภาพ: AP)

เกาหลีเหนือประกาศเรื่องดังกล่าวผ่านแถลงการณ์ของคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติเกาหลีเหนือ ซึ่งเผยแพร่โดยสำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) โดยระบุว่า “การร่วมฝึกซ้อมทางทหารของศัตรูที่จะเกิดขึ้น ถูกพิจารณาว่าเป็นการฝึกซ้อมทำสงครามนิวเคลียร์อย่างเปิดเผยที่สุด มีเป้าหมายเพื่อละเมิดอธิปไตยของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (ดีพีอาร์เค) ดังนั้นมาตรการตอบโต้ของพวกเขาจะเป็นการชิงลงมือก่อนด้วยอาวุธนิวเคลียร์”

ทั้งนี้ สหรัฐฯและเกาหลีเหนือเริ่มการซ้อมรบร่วมครั้งใหญ่ประจำปีในวันจันทร์ที่ผ่านมา และจะดำเนินไปจนถึงวันที่ 30 เม.ย. โดยรัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่านี่จะเป็นการซ้อมรบร่วมครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา หลังจากเกาหลีเหนือดำเนินการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งที่ 4 ไปเมื่อเดือนม.ค. และทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยไกลเมื่อเดือนก่อน ส่งผลให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ออกมติความคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนืออย่างรุนแรง

ทหารกว่า 17,000 นายของเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ร่วมซ้อมรบครั้งใหญ่ทั้งภาคพื้น, อากาศ และมหาสมุทร (ภาพ: AFP)

มรดกท้องถิ่นสู่ความเจริญ เปิดแผนกระเช้าลอยฟ้า เหตุไฉนญี่ปุ่นสร้างได้?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/586865

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 มี.ค. 2559 05:30

มรดกท้องถิ่นสู่ความเจริญ เปิดแผนกระเช้าลอยฟ้า เหตุไฉนญี่ปุ่นสร้างได้?

รายงานพิเศษเรื่องการก่อสร้างกระเช้าลอยฟ้าขึ้นภูกระดึง ได้เดินทางมาถึงตอนสุดท้ายแล้ว โดยในวันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสนั่งจิบกาแฟพูดคุยกับกูรูด้านการตลาดญี่ปุ่น ผู้เป็นเจ้าของนามปากกา ‘เกตุวดี’ ร่วมถ่ายทอดถึงเรื่องราวกระเช้าลอยฟ้าในดินแดนอาทิตย์อุทัย รวมไปถึงวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นที่นั่น แตกต่างจากเมืองไทยอย่างไร และในตอนท้ายของสกู๊ปจะเป็นการนำเสนอผลโพลที่เปิดให้แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ได้โหวตในหัวข้อ ‘คุณคิดว่าควรสร้าง-ไม่สร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง’ บทสรุปของรายงานพิเศษชิ้นนี้จะเป็นอย่างไร ติดตามได้ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป…

สัมผัสเรื่องราว ‘กระเช้าลอยฟ้า’ ณ ดินแดนอาทิตย์อุทัย

วันนี้ ดร.กฤตินี พงษ์ธนเลิศ อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือที่ใครหลายคนรู้จักในบทบาท คอลัมนิสต์เว็บไซต์ Marumura ได้บรรยายถึงกระเช้าลอยฟ้าที่ฮาโกเน่ ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ใน จ.คานางาวะ สำหรับลักษณะของกระเช้าที่นี่จะเป็นรูปแบบธรรมดาเรียบๆ มีกระจกรอบด้าน พร้อมกับมีเสียงบรรยายให้ความรู้ผ่านทางลำโพงในกระเช้า โดยไม่ต้องอาศัยมัคคุเทศก์

และเนื่องด้วยประเทศญี่ปุ่นนั้น เป็นสังคมผู้สูงอายุ โดยจะเห็นได้ว่า เมื่อไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จะพบผู้สูงอายุมาเที่ยวค่อนข้างมาก ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นจึงมองว่า ประชาชนทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุหรือคนพิการมีสิทธิ์ที่จะเข้าถึงสถานที่ทุกแห่งในประเทศ ซึ่งญี่ปุ่นจะให้ความสำคัญกับเรื่องส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว และกระเช้าลอยฟ้าก็ถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้คนกลุ่มนี้ได้นั่งขึ้นไปชมวิวอย่างสะดวกสบาย รวมทั้งกระเช้ายังเป็นเหมือนห้องเล็กๆ ห้องหนึ่ง ที่ทำให้เกิดการพูดคุยร่วมกันระหว่างคนในกลุ่มและนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ด้วย

กระเช้าที่นี่จะเป็นรูปแบบธรรมดาเรียบๆ มีกระจกรอบด้าน

กระเช้าลอยฟ้าที่ฮาโกเน่ ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่น
ทำไม ‘ญี่ปุ่น’ สร้างกระเช้าลอยฟ้าได้อย่างมากมาย?

เจ้าของนามปากกา ‘เกตุวดี’ เล่าให้ทีมข่าวฯฟังต่อว่า หากพูดถึงบุคลิก นิสัยใจคอของคนญี่ปุ่นนั้น จะค่อนข้างเป็นคนที่มีระเบียบมาก ทำให้ที่ผ่านมาไม่ว่าทางรัฐบาลญี่ปุ่นจะมีการก่อสร้างเขื่อน หรือสร้างสิ่งใดๆ โดยจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อชุมชนบริเวณนั้น ทางรัฐบาลจะต้องมีการทำประชาพิจารณ์ก่อนว่าประชาชนของเขาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับโครงการก่อสร้างนั้น โดยอาจจะจัดเป็นการพูดคุยกันภายในกลุ่มเล็กๆ แล้วจึงจัดเป็นเวทีเสวนากลุ่มใหญ่ พร้อมกับเชิญประชาชนในเมืองนั้นมาประชุมร่วมกัน เพราะคนในชุมชนคือคนที่จะรู้เรื่องของท้องถิ่นนั้นได้ดีที่สุด

จากนั้น รัฐบาลจะเล่าถึงโครงการที่จะก่อสร้างว่าเป็นโครงการอะไร มีข้อมูลอะไรบ้าง เกิดผลดีต่อคนในสังคมอย่างไร แต่หากมีประชาชนในท้องถิ่นไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว รัฐบาลจะรับฟังและเก็บข้อคิดเห็นต่างๆ ไปปรับแก้ไข และทำประชาพิจารณ์อีกครั้ง หรือถ้ามีประชาชนไม่เห็นด้วยกับโครงการที่จะก่อสร้างเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังดึงดันที่จะทำโครงการต่อ ก็ทำให้ส่งผลกระทบไปถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ในอนาคต โดยคนในเมืองจะไม่เลือกผู้ว่าฯ คนดังกล่าวในการเลือกตั้งครั้งถัดไป

และแน่นอนว่ารัฐบาลไม่สามารถที่จะทำให้ทุกฝ่ายพึงพอใจได้ เพียงแต่จะต้องหาวิธีการทำอย่างไรให้คนที่ไม่พอใจมีจำนวนน้อยที่สุด ฉะนั้น กว่าจะมีการก่อสร้างอะไรบ้างอย่างในท้องถิ่น ทุกคนที่เข้าร่วมประชุม ไม่ว่าจะเป็นสมาคมวัด สมาคมร้านอาหาร และอื่นๆ จะมีการถกเถียงกัน ระดมความคิดเห็นทั้งข้อดี ข้อเสีย ผลกระทบ แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ทุกฝ่ายจะมองเห็นเป้าหมายเดียวกันนั่นคือ ชุมชนของพวกเขาจะมีความเจริญขึ้น

กระเช้าลอยไฟฟ้า ช่วยให้เห็นวิวของภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจน

กว่าจะมีการก่อสร้างบางอย่างในท้องถิ่น จะมีการถกเถียงกัน และทุกฝ่ายจะมองเห็นเป้าหมายเดียวกันว่า ท้องถิ่นจะมีความเจริญขึ้น
สร้างทัศนคติคนท้องถิ่น ให้ภูมิใจในเมืองของตัวเอง

แต่กระนั้นแล้ว รัฐบาลไม่ได้พยายามสร้างวัตถุเพียงอย่างเดียว แต่ยังพยายามสร้างเสน่ห์และเอกลักษณ์ของท้องถิ่นในเมืองนั้นด้วย กูรูด้านการตลาดญี่ปุ่นยกตัวอย่างให้ทีมข่าวฯ ได้เข้าใจว่า เมืองเกียวโตเป็นเมืองที่มีอายุ 1,000 ปี จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเกียวโตปีล่าสุด มีทั้งสิ้น 83 ล้านคน และถึงแม้ว่าเมืองเกียวโตเป็นเพียงเมืองเล็กๆ ที่มีวัดเก่าแก่มากมาย รัฐบาลญี่ปุ่นก็ยังอยากผลักดันให้เกียวโตเป็นเมืองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเหมือนกับเมืองอื่นๆ เช่นกัน

สำหรับวิธีการที่รัฐบาลญี่ปุ่นใช้ คือ การวางแผนล่วงหน้าเป็นระยะ 5 ปี และ 10 ปี โดยตั้งโจทย์ไว้ว่า ‘จะทำอย่างไรให้คนท้องถิ่นมีความสุขกับการเป็นเมืองท่องเที่ยว?’ ซึ่งนโยบายที่ทางรัฐบาลญี่ปุ่นใช้เป็นอันดับแรก คือ การทำให้คนท้องถิ่นภูมิใจในเมืองเกียวโต เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติให้เห็นคุณค่าของท้องถิ่นตัวเอง โดยมีการวางแผนล่วงหน้านานกว่า 10 ปี

ดร.กฤตินี ขยายความให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า นักเรียนในเกียวโตทุกคนจะต้องได้ศึกษาถึงวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมต่างๆ ของเมืองเกียวโต โดยโรงเรียนจะพานักเรียนไปทัศนศึกษาในวัดวาอารามต่างๆ เพื่อให้เด็กๆ ได้เห็นคุณค่าของสถาปัตยกรรมต่างๆ ในเมือง ไม่เพียงเท่านั้น ในเมื่อรัฐบาลต้องการให้เกียวโตเป็นเมืองท่องเที่ยว ดังนั้น คนในท้องถิ่นก็ต้องพูดภาษาอังกฤษได้ด้วย โดยรัฐบาลจะเน้นการเสริมทักษะทางด้านภาษาอังกฤษแก่กลุ่มนักเรียนนักศึกษา รวมทั้งยังให้งบประมาณแก่สถานศึกษาในการพาเด็กไปศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจากต่างประเทศด้วย

นักท่องเที่ยวจะเกิดความรู้สึกประทับใจ เมื่อได้เจอกับมัคคุเทศก์ที่เป็นคนในท้องถิ่น

รัฐบาลญี่ปุ่น ตั้งโจทย์ไว้ว่า จะทำอย่างไรให้คนท้องถิ่นมีความสุขกับการเป็นเมืองท่องเที่ยว?
เปิดคอร์สอบรมไกด์ท้องถิ่นสูงวัย ส่งดีไซเนอร์สร้างเอกลักษณ์เฉพาะเมือง

กูรูด้านการตลาดญี่ปุ่น อธิบายต่อว่า รัฐบาลญี่ปุ่นยังได้เปิดการศึกษาสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่เกษียณแล้ว และเป็นคนในท้องถิ่นเกียวโต โดยจัดโครงการฝึกอบรมการเป็นมัคคุเทศก์ โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 1-3 เดือน ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์ได้ทันที และสิ่งที่พิเศษอีกอย่าง นั่นก็คือ เมื่อได้บัตรมัคคุเทศก์แล้ว จะสามารถไปเที่ยวที่วัด หรือพิพิธภัณฑ์ใดก็ได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อต้องการให้มัคคุเทศก์ได้ไปศึกษาดูสถานที่เพิ่มพูนความรู้และอนุรักษ์ไว้ซึ่งสถาปัตยกรรมเหล่านั้น

นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้มัคคุเทศก์สูงวัย คิดโครงการพานักท่องเที่ยวไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ที่ตัวเองประทับใจ หรืออยากแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวนั้นเป็นพิเศษ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ นักท่องเที่ยวจะเกิดความรู้สึกประทับใจไปด้วย เพราะมัคคุเทศก์กลุ่มนี้มาจากคนในท้องถิ่นที่มีความตั้งใจ และรักในบ้านเกิดของพวกเขานั่นเอง

นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นได้ดึงคนในท้องถิ่นเข้ามาเป็นเจ้าของร้านค้าต่างๆ ในเมือง เช่น ร้านขายขนม เครื่องสำอาง ของฝาก จากผลผลิตที่มีอยู่ในท้องถิ่น รวมทั้งยังส่งดีไซเนอร์เข้าไปช่วยออกแบบผลิตภัณฑ์ เพื่อทำให้สินค้าท้องถิ่นมีความเป็นเอกลักษณ์ เช่น หมีคุมะมง เป็นมาสคอตหมีดำแก้มแดง ถูกสร้างขึ้นโดยรัฐบาลท้องถิ่นของ จ.คุมะโมะโตะ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาค โดยรัฐบาลจะแจกสติกเกอร์หมีคุมะแก่ร้านค้าในเมืองนั้น ให้ร้านนำสติกเกอร์ไปติดบนผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของตัวเอง เพื่อเป็นการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะเมืองด้วย

หมีคุมะมง เป็นมาสคอตหมีดำแก้มแดง ถูกสร้างขึ้นโดยรัฐบาลท้องถิ่นของ จ.คุมะโมะโตะ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาค

รัฐบาลไม่ได้พยายามสร้างวัตถุเพียงอย่างเดียว แต่ยังพยายามสร้างเสน่ห์และเอกลักษณ์ของท้องถิ่นในเมืองนั้นด้วย
ศึกษาสิ่งแวดล้อม-จัดโซนนิ่ง วางแผนอย่างเป็นระบบ

การจะสร้างกระเช้าของไทย จะต้องการมีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อน ส่วนของญี่ปุ่นนั้น ดร.กฤตินี อธิบายว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะให้นักสิ่งแวดล้อม นักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการ เข้าไปช่วยกันประเมินผลกระทบต่างๆ ทั้งในเรื่องของสิ่งแวดล้อม หรือการบดบังทัศนียภาพเช่นเดียวกับประเทศไทย ซึ่งอาจจะมีบ้างที่มีการโต้เถียงกัน แต่การวางแผนก่อสร้างนั้นก็จะต้องทำให้กลมกลืนไม่แปลกแยกจากธรรมชาติด้วย

ทั้งนี้ ดร.กฤตินี ได้ให้ข้อมูลตัวเลขค่าการก่อสร้างกระเช้าลอยฟ้าในเมืองโกเบ เมื่อปี ค.ศ. 2003 โดยกระเช้าลอยฟ้าชินโกเบ (Shin-Kobe Ropeway) มีราคาค่าแรงอยู่ที่ 2,099,900,000 เยน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 600 กว่าล้านบาท) ราคาค่าก่อสร้าง 1,455,300,000 เยน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 400 กว่าล้านบาท) และราคาค่าเสื่อมราคา 809,500,000 เยน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 200 กว่าล้านบาท)

นอกจากนี้ จะต้องมีการคำนวณว่า 1 กระเช้า สามารถรับน้ำหนักคนได้เท่าไร และมีการวางแผนร่วมกันในการกระจายคน กระจายร้านค้า ห้องน้ำ ว่าจะต้องจัดโซนอย่างไร เพื่อไม่ให้กระจุกอยู่ที่จุดเดียว และยังสามารถควบคุมนักท่องเที่ยวได้อย่างไร้ปัญหาอีกด้วย

อย่างไรก็ดี รัฐบาลต้องอาศัยความร่วมมือจากสมาคมต่างๆ ทั้งสมาคมวัด สมาคมร้านอาหาร สมาคมร้านค้า หรือสมาคมอื่นๆ ที่อยู่ในท้องถิ่นนั้น เพื่อทำข้อตกลงร่วมกัน เช่น โซนของวัดจะห้ามขายของ เพื่อความสงบ และเป็นระเบียบ หรือโซนร้านค้าจะต้องแสดงความเป็นเอกลักษณ์ของเมือง ฉะนั้น สิ่งที่ญี่ปุ่นจะแตกต่างจะเมืองไทย นั่นคือ มีสมาคมต่างๆ มากมาย และสามารถเรียกตัวแทนสมาคมเข้ามาพูดคุย เพื่อจัดการวางระบบบริหารงานได้อย่างง่ายดาย แต่ประเทศไทยสมาคมในท้องถิ่นนั้น มีค่อนข้างน้อย ทำให้การพูดคุยหารือไม่ทั่วถึง และไม่มีหัวเรือใหญ่ในการควบคุมดูแลกลุ่มอาชีพนั้น

รัฐบาลไม่ได้พยายามสร้างวัตถุเพียงอย่างเดียว แต่ยังพยายามสร้างเสน่ห์และเอกลักษณ์ของท้องถิ่นในเมืองนั้นด้วย

อย่าเพียงยึดติดภาพเสน่ห์เดิมๆ ความคิดและมุมมองเดิมๆ เพราะมิฉะนั้นแล้วก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
สะท้อนมนต์เสน่ห์ ดึงดูดใจนักท่องเที่ยว ชวนสัมผัสเส้นทางธรรมชาติ

ทีมข่าวฯ ซักถามข้อสงสัยต่อว่า อุทยานในประเทศญี่ปุ่นมีการปล่อยให้คนเดินขึ้นบ้างหรือไม่นั้น ดร.กฤตินี ตอบคำถามนี้ว่า ญี่ปุ่นจะมีทางเลือกให้แก่นักท่องเที่ยวอย่างหลากหลาย เช่น การขึ้นรถบัส ซึ่งจะต้องขึ้นที่จุดนี้เส้นทางนี้เท่านั้น หรือ การเดินขึ้นไปก็จะใช้วิธีโปรโมตว่า ‘ร่วมสัมผัสอารยธรรมเมื่อ 3,000 ปีก่อน โดยเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่พระเคยธุดงค์’ จึงดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวเกิดความรู้สึกอยากจะเดินตามรอยพระธุดงค์ในเส้นทางดังกล่าว

“โดยส่วนตัวมองว่า การมีกระเช้า หรือมีรถบัส ไม่ใช่สาเหตุที่จะทำให้นักท่องเที่ยวไม่อยากเดินขึ้นไป ซึ่งคิดว่าหากดึงเสน่ห์ของเส้นทางนั้นออกมาโปรโมตให้นักท่องเที่ยวได้รู้ประวัติ รู้ว่าหากเดินผ่านเส้นทางนี้ พวกเขาจะได้สัมผัสสิ่งพิเศษอย่างไรบ้าง นั่นคือ สิ่งที่ทำให้เสน่ห์ของมันไม่ได้เลือนหายไปไหน นักท่องเที่ยวก็ยังอยากจะเดินขึ้นอยู่” กูรูด้านการตลาดญี่ปุ่น แสดงทัศนะ

เส้นทางเดินเขา ขึ้นไปยังวัดในประเทศญี่ปุ่น

วัฒนธรรมของคนแดนอาทิตย์อุทัยนั้น มีความเชื่อฟังและรักษากฎระเบียบได้เป็นอย่างดี
เหตุไฉนระบบการจัดการของญี่ปุ่นถึงได้ง่ายแสนง่าย?

เจ้าของนามปากกา ‘เกตุวดี’ ยิ้มก่อนตอบทีมข่าวฯว่า อันดับแรก คือ วัฒนธรรมของคนแดนอาทิตย์อุทัยนั้น มีความเชื่อฟังและรักษากฎระเบียบได้เป็นอย่างดี ดังนั้น เมื่อมีกฎระเบียบที่ไหนพวกเขาก็ยินดีที่จะปฏิบัติตาม ส่วนข้อสอง พวกเขามักจะคำนึงถึงชุมชนเป็นหลัก ทุกคนจะมีทัศนคติทำเพื่อส่วนรวมไม่ใช่เพื่อตัวเองเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ คนญี่ปุ่นจะถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กๆ

“เด็กที่โรงเรียน เขาจะมีเวรตักอาหารให้เพื่อนๆ ส่วนคนที่ได้รับอาหารแล้วเขาก็ยังไม่กิน เพราะจะต้องรอเพื่อนที่เป็นคนตักอาหารนั้น ตักให้เพื่อนจนครบทุกคนก่อน จึงจะกินพร้อมกันได้ ซึ่งสำหรับตัวเด็กเองอาจเป็นสิ่งที่ยากในการปฏิบัติตาม แต่นั่นคือ การปลูกฝังให้เด็กนึกถึงส่วนรวมก่อนส่วนตัวเสมอ” ดร.กฤตินี เล่าถึงการปลูกฝังทัศนคติของเด็ก

ในท้ายที่สุดนี้ ดร.กฤตินี ได้ฝากข้อคิดทิ้งท้ายในประเด็นความขัดแย้งเรื่องการสร้างกระเช้าภูกระดึงไว้ว่า “อยากให้เข้าใจท้องถิ่นและโตไปด้วยกัน ถึงแม้ว่าเราจะรู้สึกว่าเสน่ห์ของภูกระดึงที่แท้จริงคือการเดินขึ้นไปพิชิตภูกระดึง และมองว่าไม่ต้องการทำลายมนต์เสน่ห์ของมัน ในวันนี้คุณจะสามารถช่วยกันสะท้อนและถ่ายทอดมนต์เสน่ห์เหล่านั้นออกมาให้คนในชุมชน นักท่องเที่ยว รวมถึงรัฐบาลได้เห็นภาพไปในทิศทางเดียวกันได้หรือไม่ จะเหมือนเดิมหรือดีขึ้นกว่าเดิมก็ตาม แต่ทั้งนี้ อยากจะฝากว่า อย่าเพียงยึดติดภาพเสน่ห์เดิมๆ ความคิดและมุมมองเดิมๆ เพราะมิฉะนั้นแล้วก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง”

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจผ่านโพลเฟซบุ๊กไทยรัฐ ในวันที่ 3 มีนาคม 2558 โดยคำถามที่ว่า “คุณคิดว่าควรสร้าง-ไม่สร้าง กระเช้าขึ้นภูกระดึง?” ซึ่งมีผู้ตอบโพลทั้งหมด 2,095 คน เป็นเพศชาย 70% เพศหญิง 30% พบว่า มีผู้เห็นว่าไม่ควรสร้าง 68% และเห็นว่าควรสร้าง 33%

แล้วคุณล่ะ คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้?

ผลโพลเฟซบุ๊กไทยรัฐในหัวข้อ “คุณคิดว่าควรสร้าง-ไม่สร้าง กระเช้าขึ้นภูกระดึง?”

ฤดูใบไม้ร่วง เป็นฤดูที่คนญี่ปุ่นจะชอบมากเป็นพิเศษ

อ่านเพิ่ม

เปิดตำนานภูกระดึงขุนเขามหัศจรรย์ สู่แนวคิดกระเช้าลอยฟ้า

หมัดต่อหมัด กระเช้าลอยฟ้า ฆ่า เสน่ห์ภูกระดึง จริงหรือ?

สลด! หญิงจีนติดในลิฟต์ดับอนาถ เชื่อติดมานานเป็นเดือนแต่ไม่มีใครรู้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/587034

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 มี.ค. 2559 02:45

สลด! หญิงจีนติดในลิฟต์ดับอนาถ เชื่อติดมานานเป็นเดือนแต่ไม่มีใครรู้

(ภาพ: AFP)

มีผู้พบศพหญิงวัยกลางคนเสียชีวิตอยู่ภายในลิฟต์ของอาคารหลังหนึ่งในภาคกลางของจีน โดยตำรวจเชื่อว่าเธออาจติดอยู่ภายในลิฟต์มานานนับเดือนแล้ว หลังจากลิฟต์ถูกหยุดเพื่อซ่อมบำรุงเมื่อเดือนม.ค. …

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีการพบศพหญิงอายุประมาณ 43 ปีเสียชีวิตอยู่ภายในลิฟต์ของอาคารที่อยู่อาศัยแห่งหนึ่งในเขตกั๊วหลิง เมืองซีอาน มณฑลส่านซี ตอนกลางของประเทศจีน โดยลิฟต์ตัวนี้ถูกปิดใช้งานอย่างไม่เหมาะสมไปตั้งแต่เมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา และเจ้าหน้าที่เชื่อว่าหญิงเคราะห์ร้ายรายนี้อาจติดอยู่ในลิฟต์นับแต่นั้นโดยไม่มีใครรู้

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ ‘เบจิง ยูธ เดลี’ (Beijing Youth Daily) เจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงถูกเรียกมาตรวจสอบความผิดปกติของลิฟต์ตัวหนึ่งในอาคารที่อยู่อาศัยแห่งนี้เมื่อวันที่ 30 ม.ค. โดยเจ้าหน้าที่ดำเนินการหยุดลิฟต์ไว้ระหว่างชั้นที่ 10 และ 11 ของอาคาร ก่อนตะโกนถามลงมาจากชั้น 11 ว่า มีผู้ใดอยู่ภายในหรือไม่? เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบใดๆ พวกเขาจึงตัดไฟลิฟต์ตัวดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม การซ่อมบำรุงล่าช้าเนื่องจากวันหยุดช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยเจ้าหน้าที่กลับมาทำงานอีกครั้งในวันที่ 1 มี.ค. แต่เมื่อเปิดลิฟต์ออกมาพวกเขาก็พบศพของหญิงคนหนึ่งซึ่งรัฐบาลเขตกั๊วหลิงแถลงการณ์เปิดเผยในภายหลัง ว่าเป็นหญิงวัย 43 ปี ซึ่งเป็นผู้อยู่อาศัยอยู่ตัวคนเดียวในอาคารหลังนี้ และครอบครัวของเธอไม่ได้เดินทางมาเยี่ยมเยียนบ่อยนัก

ทั้งนี้ ตำรวจเชื่อว่า หญิงคนนี้อาจติดอยู่ภายในลิฟต์ตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 ม.ค. โดยรายงานบางแหล่งระบุว่า พบรอยขีดข่วนจำนวนหนึ่งภายในลิฟต์ด้วย และเจ้าหน้าที่มองว่าคดีนี้เป็นการฆาตกรรมด้วยความประมาท มีผู้ถูกจับกุมตัวหลายรายรวมทั้งผู้จัดการอาคารและเจ้าหน้าที่จากบริษัทที่รับผิดชอบเรื่องการซ่อมบำรุงลิฟต์ตัวนี้

ไอซิสวางคาร์บอมบ์ โจมตีด่านตรวจในแบกแดด ดับ 60 ศพเจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/586996

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มี.ค. 2559 22:45

ไอซิสวางคาร์บอมบ์ โจมตีด่านตรวจในแบกแดด ดับ 60 ศพเจ็บอื้อ

(ภาพ: REUTERS)

กลุ่มไอซิสวางระเบิดคาร์บอมบ์บริเวณด้านตรวจในพื้นที่ทางใต้ของกรุงแบกแดด ใกล้จังหวัดบาบิลเมื่อวันอาทิตย์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 60 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ออกมาอ้างตัวว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดรถบรรทุกโจมตีด่านตรวจแห่งหนึ่งในพื้นที่ทางตอนใต้ของกรุงแบกแดดในวันอาทิตย์ที่ 6 มี.ค. ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 60 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 70 คน

เจ้าหน้าที่ของอิรักขนย้ายซากรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิด (ภาพ: AP)

คำกล่าวอ้างของกลุ่มไอซิสถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์สำนักข่าว ‘อามัก’ (amaq) ซึ่งเป็นแนวร่วมของไอซิส โดยระบุว่า “ปฏิบัติการพลีชีพเพื่อศาสนาด้วยระเบิดรถบรรทุกโจมตีด่านตรวจที่ซากโบราณบาบีโลน ปากทางเข้าเมืองฮิลลา สังหารและทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายสิบคน”

ด้านนายฟาเลาะห์ อัล-ราดี หัวหน้าคณะกรรมการความมั่นคงของจังหวัดบาบิล ที่ตั้งของเมืองฮิลลา เปิดเผยต่อสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการโจมตีครั้งรุนแรงที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในจังหวัดบาบิล ทำให้ด่านตรวจและสถานีตำรวจซึ่งตั้งอยู่ใกล้กันถูกทำลาย เช่นเดียวกับบ้านเรือนอีกหลายหลังและรถยนต์อีกหลายสิบคัน

จีนเปิดประชุมสภาปชช. ตั้งเป้าศก.โตสุดแค่ 6.5%-7%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/586682

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มี.ค. 2559 04:10

 

(ภาพ: AP)

รัฐบาลจีนเปิดประชุมใหญ่ประจำปีแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ประกาศตั้งเป้าหมายการเติบโตของประเทศประจำปี 2016 ไว้ที่ 6.5%-7% ท่ามกลางปัญหาและอุปสรรคมากมาย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สาธารณรัฐประชาชานจีนได้เปิดประชุมประจำปีของสภาประชาชนแห่งชาติ (เอ็นพีซี) ครั้งที่ 14 แล้ว เมื่อวันที่ 5 มี.ค. โดยกำหนดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้ไว้ที่ 6.5%-7% น้อยลงกว่าปีที่ผ่านมา และนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงก็เตือนในแถลงการณ์เปิดการประชุมด้วยว่า จีนกำลังมีความยากลำบากทางการเติบโตรออยู่

การประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ จะจัดขึ้นเป็นเวลา 10 วัน เริ่มขึ้นในวันที่ 5 มี.ค. ที่มหาศาลาประชาคมในกรุงปักกิ่ง มีนักการเมืองและผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ กว่า 3,000 คนทั่วประเทศมาเข้าร่วม หารือทั้งประเด็นในด้านเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศ แต่การประชุมปีนี้เกิดในขณะที่จีนกำลังต่อสู้กับปัญหาการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการเลิกให้ความเชื่อถือด้านการผลิตและอุตสาหกรรมหนักมากเกินไป

นายหลีกล่าวต่อหน้าเหล่าผู้ร่วมประชุมในวันเสาร์ว่า ในปีนี้จีนจะเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคในด้านการพัฒนาที่ยากลำบากและมากมายยิ่งขึ้น ดังนั้น พวกเขาจึงต้องเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อต่อสู้กับศึกที่ยากลำบากนี้ นายหลี่ยังระบุด้วยว่า จีนได้ตั้งเป้าหมายเงินเฟ้อไว้ที่ประมาณ 3% และอัตราว่างงานอยู่ที่ไม่เกิน 4.5% ขณะที่สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานด้วยว่า รัฐบาลเตรียมเพิ่มงบประมาณได้ด้านกลาโหมอีก 7.6%

ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง และนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง (ภาพ: AP)

อนึ่ง การประชุมสภาประชาชนแห่งชาติของจีนในปีนี้ ถูกบดบังด้วยปัญหาเศรษฐกิจของจีน ทางการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงและความไม่แน่นอนอย่างมากในตลาดหุ้นจีน ซึ่งดัชนีหุ้นจีนอ่อนค่าลงไปมากกว่า 30% จากมูลค่าในปี 2015 ส่งผลให้รัฐบาลต้องเข้ามาแทรกแซงขนานใหญ่ จีนยังถูกกล่าวหาว่าจงใจทำให้เงินหยวนอ่อนค่าลงเพื่อเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันในด้านการส่งออกในตลาดโลกด้วย

ตาลีบันลั่น! ไม่ร่วมเจรจาสันติภาพในอัฟกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/586670

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มี.ค. 2559 02:25

 

(ภาพ: AFP)

กลุ่มก่อการร้ายตาลีบันออกมายืนยันชัดเจนว่าจะไม่เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพใดๆที่จัดขึ้นโดยผู้แทนจาก 4 ประเทศซึ่งรวมตัวกันเมื่อเดือนก่อน ชี้ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มก่อการร้ายตาลีบัน ออกมาประกาศในวันเสาร์ (5 มี.ค.) จะไม่เข้าร่วมในการเจรจาสันติภาพใดๆที่จัดขึ้นโดยกลุ่ม 4 ฝ่ายซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากรัฐบาลอัฟกานิสถาน, ปากีสถาน, จีน และสหรัฐอเมริกา ตราบใดที่ข้อเรียกร้องของพวกเขายังไม่ได้รับการตอบสนอง

คำประกาศของกลุ่มตาลีบันเกิดขึ้นหลังจาก กลุ่มประสานความร่วมมือ 4 ฝ่าย (Quadrilateral Coordination Group) เลือกตัวแทนจาก 4 ประเทศได้สำเร็จที่การประชุมในกรุงคาบูลของอัฟกานิสถานเมื่อเดือนก.พ. ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่า พวกเขาคาดหวังว่าการเจรจาสันติภาพโดยตรงระหว่างรัฐบาลอัฟกันและกลุ่มตาลีบันจะเริ่มขึ้นในช่วงต้นเดือนมี.ค.

อย่างไรก็ตาม กลุ่มตาลีบันออกแถลงการณ์ปฏิเสธเรื่องนี้ทันที “เราปฏิเสธข่าวลือทั้งหมด และขอประกาศอย่างเด็ดขาดว่าผู้นำของรัฐเอมิเรตอิสลามจะไม่ให้อำนาจใครไปเข้าร่วมการประชุมนี้” “พวกเราขอย้ำอีกครั้งว่า หากการรุกรานอัฟกานิสถานยังไม่สิ้นสุด, ไม่มีการเพิกถอนบัญชีดำ และนักโทษผู้บริสุทธิ์ยังไม่ได้รับการปล่อยตัว การเจรจาที่ชี้นำผิดๆนี้จะไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์อะไร”

ทั้งนี้ การเจรจาโดยตรงระหว่างรัฐบาลอัฟกานิสถานและตาลีบันหยุดชะงักลงหลังจากมีการประกาศข่าวการเสียชีวิตของนาย มุลเลาะห์ โอมาร์ ผู้นำสูงสุดและผู้นำทางจิตวิญญาณของกลุ่มตาลีบันเมือปีก่อน โดยผู้นำคนใหม่อย่างนาย มุลเลาะห์ อัคห์ตาร์ มานซูร์ ปฏิเสธไม่เข้าร่วมการเจรจาใดๆ ในขณะที่พวกเขากำลังรับมือกับปัญหาความแตกแยกภายในกลุ่ม

นายกฯ ญี่ปุ่นยอมถอย! สั่งหยุดก่อสร้าง ย้ายฐานทัพมะกันบนเกาะโอกินาวา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/586216

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 มี.ค. 2559 18:30

 

นายกฯ ชินโสะ อาเบะ ยอมฟังเสียงชาวญี่ปุ่นในท้องถิ่น.. สั่งยุติการก่อสร้างในการย้ายฐานทัพอากาศของทหารอเมริกันมาที่อ่าวเฮโนโกะ บนเกาะโอกินาวาแล้ว หลังถูกคัดค้านจากประชาชนในพื้นที่อย่างหนัก…

เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น ตกลงสั่งระงับงานก่อสร้างในการย้ายฐานทัพอากาศของอเมริกัน ‘ยูเอส ฟูเทนมะ’ มาที่อ่าวเฮโนโกะ บนเกาะโอกินาวา ทางภาคใต้ของญี่ปุ่นแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีอาเบะ กล่าวว่า ตนได้ยอมรับข้อตกลงไกล่เกลี่ยของศาล หลังจากเรื่องนี้เป็นข้อขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ตลอดจนชาวญี่ปุ่นบนเกาะโอกินาวาที่เกิดขึ้นมานาน

บีบีซี แจ้งว่า รัฐบาลนายกรัฐมนตรีอาเบะต้องการย้ายฐานทัพอากาศของหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ ยูเอส ฟูเทนมะ จากเดิม ซึ่งตั้งอยู่ในเขตที่มีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่น ไปยังบริเวณชายฝั่งของเกาะใกล้อ่าวเฮโนโกะ ที่ไม่มีคนอยู่มากนัก และห่างขึ้นไปทางเหนือประมาณ 50 กิโลเมตร แต่ได้ถูกคัดค้านจากเจ้าหน้าที่ทางการและประชาชนในท้องถิ่น ซึ่งต้องการให้ย้ายค่ายทหารและฐานทัพของสหรัฐฯออกไปจากเกาะโอกินาวาทั้งหมด

ชาวญี่ปุ่นบนเกาะโอกินาวา ออกมาชุมนุมคัดค้านการย้ายฐานทัพอากาศสหรัฐฯ มาใกล้อ่าวเฮโนโกะ

ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้ส่งทหารอเมริกัน 26,000 นาย มาประจำการที่ค่ายทหารหลายแห่งบนเกาะโอกินาวา อันเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างความมั่นคงยั่งยืนกับญี่ปุ่น หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพียงแต่การตั้งค่ายทหารของสหรัฐฯ บนเกาะโอกินาวา ได้ทำให้ชาวญี่ปุ่นบนเกาะมีการต่อต้านมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะนับตั้งแต่เกิดเหตุเด็กหญิงวัย 12 ถูกทหารอเมริกันข่มขืนในปี 2538 นอกจากนั้นชาวญี่ปุ่นในพื้นที่ยังไม่พอใจในเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม.

ทัศนีภาพบริเวณอ่าวเฮโนโกะ บนเกาะโอกินาวา