ปินส์แจงสัมพันธ์การค้าสหรัฐยังอยู่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 ต.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/761036

 

(ภาพจาก : REUTERS)

นายรามอส โลเปซ รมว.พาณิชย์ฟิลิปปินส์ชี้แจงเมื่อ 21 ต.ค.ระบุรัฐบาลฟิลิปปินส์ยังผูกสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจกับสหรัฐฯต่อไป หลังประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต วัย 71 ปี ประกาศกลางมหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงจีน ขอแยกทางกับสหรัฐฯ รวมถึงเรื่องของกองทัพและไม่เพียงด้านสังคม แต่ยังรวมถึงด้านเศรษฐกิจการค้า ทั้งนี้ โลเปซ ชี้แจงว่า ดูเตร์เตไม่ได้พูดเกี่ยวกับการแยกจากกันในแง่ของเศรษฐกิจ เรายังไม่หยุดทำการค้าการลงทุนกับสหรัฐฯ เพียงแต่หันไปเพิ่มกระชับความสัมพันธ์กับจีน รัสเซียและชาติอาเซียนมากขึ้น

นอกจากนี้ นางมาเรีย บานาค ผู้ช่วยเลขาธิการประจำสำนักงานสารสนเทศประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เรียกร้องประชาชนและคนทั่วไปให้รอดูแนวทางหรือนโยบายของผู้นำฟิลิปปินส์ก่อนตีความคำประกาศของนายดูเตร์เต ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ แถลงเรียกร้องขอคำอธิบายที่ชัดเจนในสิ่งที่ดูเตร์เตพูดเกี่ยวกับการแยกตัวจากสหรัฐฯและท่าทีของสหรัฐฯยังต้องการรักษาสถานะพันธมิตรกับฟิลิปปินส์เอาไว้

ขณะเดียวกัน จีนได้เสนอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯให้ฟิลิปปินส์ใช้ในโครงการพัฒนา ส่วนเงินกู้ยืมอีก 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯให้นำไปใช้โครงการฟื้นฟูผู้ติดยาและจีนยังยกเลิกข้อห้ามนำเข้าผลไม้ท้องถิ่น 27 รายการของฟิลิปปินส์ หลังกรณีคว่ำบาตรจากเรื่องพิพาททะเลจีนใต้.

 

เตือนใจ ภัยนิวเคลียร์! ฮิโรชิมา ช่วยโสมขาว เปิดพิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ต.ค. 2559 21:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/760667

 

(ภาพYoutube :Panacealand パナシアランド : พิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูที่ ฮิโรชิมา)

เจ้าหน้าที่เทศบาลนครฮับชอน และชาวเกาหลีใต้ที่รอดชีวิตจากระเบิดปรมาณู เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณู ในเมืองฮิโรชิมา และนางาซากิ เพื่อขอความช่วยเหลือจากทางการฮิโรชิมา ในการสร้างพิพิธภัณฑ์แบบเดียวกันที่เมืองฮับชอน หวังให้ผู้คนได้รู้มีเหยื่อระเบิดปรมาณูอยู่ในเกาหลีใต้มากแค่ไหน

เมื่อ 21 ต.ค. สำนักข่าว NHK ในญี่ปุ่นรายงาน เจ้าหน้าที่เทศบาลนครฮับชอนและชาวเกาหลีใต้ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์สหรัฐฯ ทิ้งระเบิดปรมาณูถล่มเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เดินทางมาเยี่ยมชมอุนสรณ์สถานสันติภาพ และพิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูในเมืองฮิโรชิมา เมื่อวันอังคารที่ 18 ตุลาคม หลังจากไปชมพิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูที่เมืองนางาซากิหนึ่งวันก่อน เพื่อขอความช่วยเหลือจากทางการเมืองฮิโรชิมาในการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์แบบเดียวกันนี้ที่เมืองฮับชอน

เจ้าหน้าที่เทศบาลนครฮับชอนและชาวเกาหลีใต้ ได้มีการวางพวงมาลารำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณูและได้พบกับเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สถานสันติภาพฮิโรชิมา เพื่อขอความร่วมมือ รวมถึงการยืมเอกสาร-วัตถุทางประวัติศาสตร์ เพื่อใช้ในการเปิดพิพิธภัณฑ์ด้วย ขณะที่ เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะให้ความร่วมมือผ่านทางการระดับท้องถิ่น และคาดว่าการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูในเมืองฮับชอน จะแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคมปีหน้า ขณะที่กลุ่มเหยื่อระเบิดปรมาณูในเกาหลีใต้ กำลังพิจารณาว่า อาจมีการแสดงบันทึกคำให้การของเหยื่อระเบิดปรมาณูชาวเกาหลีใต้ในพิพิธภัณฑ์ด้วย

ทั้งนี้ กลุ่มชาวเกาหลีใต้ ได้เคยเดินทางมาทำงานเป็นกรรมกร และทำงานด้านอื่นๆ ในเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยชาวเกาหลีใต้คนหนึ่ง ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มนี้ เผยว่า ขณะสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดถล่มเมืองฮิโรชิมา เขามีอายุแค่ 2 ขวบ พร้อมกล่าวว่า กลุ่มชาวเกาหลีใต้กลุ่มนี้ ต้องการสร้างพิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูในเกาหลีใต้ เพื่อต้องการให้ผู้คนได้รู้ว่ามีเหยื่อระเบิดนิวเคลียร์จำนวนมากอยู่ในเกาหลีใต้ และเป็นกลุ่มที่รณรงค์เรียกร้องให้มีการหยุดยั้งการสร้างระเบิดนิวเคลียร์

 

เตือนชาวญี่ปุ่น จ.ทตโตริ ระวังแผ่นดินไหวแรงเท่าเดิม เขย่าซ้ำเร็วๆ นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ต.ค. 2559 19:41

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/760797

 

แผ่นดินไหวรุนแรงเขย่าจังหวัดทตโตริ แรงส่ันสะเทือนรู้สึกได้ทั่วภาคตะวันตกของญี่ปุ่น ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 10 คน บ้านพัง 2 หลัง ทางการเตือนประชาชนในจังหวัดทตโตริ เตรียมความพร้อม อาจเกิดธรณีพิโรธรุนแรงระดับนี้อีกในสัปดาห์หน้า

เมื่อ 21 ต.ค. 59 สำนักข่าว เอ็นเอชเค รายงานความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.6 เขย่าจังหวัดทตโตริ ทางภาคตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น เมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่น (สำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ วัดความรุนแรงได้ขนาด 6.2) และศูนย์กลางมีความลึกเพียง 11 กิโลเมตร และห่างจากเมืองคูระโยชิ แค่เพียง 8 กิโลเมตร ว่า แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวรู้สึกได้ทั่วทั้งภาคตะวันตกของญี่ปุ่น ผู้คนจำนวนมากออกจากอาคารบ้านเรือนมาอยู่บนท้องถนน ขณะที่มีรายงานมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 10 คน มีบ้านพังถล่ม 2 หลังในจังหวัดทตโทริ


หลังคาบ้านพังในเมืองคูระโยชิ จ.ทตโตริ

เอ็นเอชเค รายงานว่า แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว ส่งผลให้ไฟฟ้าดับกว่า 50,000 ครัวเรือน การคมนาคมหยุดชะงัก สนามบินในหลายเมืองของจังหวัดทตโตริ ยกเลิกเที่ยวบิน รถไฟหัวกระสุนชิงกังเซน ต้องหยุดการให้บริการชั่วคราว ขณะที่ ถนนไฮเวย์บางสายต้องถูกปิดเพื่อตรวจสอบความเสียหาย นอกจากนี้ หน่วยเฝ้าระวังแผ่นดินไหวของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่น ได้เตือนประชาชนในจังหวัดทตโตริ ให้เตรียมความพร้อม เพราะอาจเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงระดับเดียวกันนี้ ในสัปดาห์หน้า


ฮ่องกง-เซินเจิ้น‘ชัตดาวน์’! ไต้ฝุ่น ไหหม่าถล่ม เตือนภัยพายุแรงระดับ 8

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ต.ค. 2559 15:46

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/760392

 

ฮ่องกง-เซินเจิ้น แจ้งเตือนประชาชนอยู่แต่ในอาคารที่พัก เผชิญหน้าไต้ฝุ่น ไหหม่าถล่ม ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยา ยกระดับความรุนแรงของพายุขึ้นเป็นระดับ 8 ก่อให้เกิดฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง ฮ่องกงยกเลิกเที่ยวบิน-ดีเลย์กว่า 700 เที่ยว โรงเรียนสถานศึกษา ร้านค้าห้างร้านปิดหมด

21 ต.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ฮ่องกงประกาศเตือนภัยระดับสูง เผชิญมหันตภัย ‘ไต้ฝุ่นไหหม่า’ ถล่ม เตือนประชาชนควรอยู่แต่ในที่พักอาศัย ปิดหน้าต่าง ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาฮ่องกง คาดการณ์ ไต้ฝุ่นไหหม่า ซึ่งจัดให้เป็นพายุหมุนเขตร้อน รุนแรงระดับ 8 จะเคลื่อนตัวมาถึงฮ่องกง ช่วงเที่ยงวันของวันนี้ (21 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น

อิทธิพลของไต้ฝุ่นไหหม่า ส่งผลให้เกิดลมกระโชกรุนแรง ฝนตกหนักมาก โดยตามรายงานของการท่าอากาศยานฮ่องกง ได้ประกาศยกเลิกเที่ยวบินโดยสารเข้า-ออกฮ่องกงและมีเครื่องบินที่ต้องดีเลย์ ล่าช้ากว่ากำหนด รวมแล้วแล้วถึง 741 เที่ยวบิน เพียงแต่ขณะนี้ ยังไม่มีรายงานว่าเกิดน้ำท่วมหรือดินสไลด์


ส่วนที่มณฑลกวางตุ้งของจีน ปรากฏว่า มีถึง 9 เมืองในมณฑลกวางตุ้ง ได้ออกประกาศคำเตือนสูงสุดให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากไต้ฝุ่นไหหม่า ที่คาดว่าไต้ฝุ่นกำลังแรงลูกนี้จะเคลื่อนตัวมาถึงและขึ้นฝั่งในช่วงประมาณเที่ยง-บ่ายของวันที่ 21 ต.ค. ขณะที่ เมืองเซินเจิ้น ในมณฑลกวางตุ้ง ทางการได้สั่งปิดโรงเรียนสถานศึกษาทุกแห่งในเมือง ขณะที่ห้างร้านบริษัทในเมืองต่างหยุดทำการหนีภัยไต้ฝุ่นไห่หม่า ขณะที่ สำนักงานป้องกันภัยในเมืองเซินเจิ้นได้เรียกร้องให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน


แท็กซี่ขับผ่านน้ำที่ท่วมขังบนถนนหลังจากคลื่นสูงซัดฝั่ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น ‘ไห่หม่า’ ถล่มปินส์ยับ ตายแล้ว 4 อพยพคนนับแสน

 

ด่วน! แผ่นดินไหว แรง 6.2 เขย่าญี่ปุ่น ใกล้คูระโยชิ ห่างแค่ 8กม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ต.ค. 2559 13:04

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/760417

 

(ภาพจาก USGS)

ระทึก..เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 6.2 เขย่าภาคตะวันตกของญี่ปุ่น ห่างจากเมืองคูระโยชิ แค่ 8 กม. เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหาย

เมื่อ 21 ต.ค. สำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ(USGS) และเว็บไซต์ Earthquaketrack รายงานเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 6.2 ทางภาคตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น เมื่อเวลา 14.07 น. ของวันที่ 21 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับ 12.07 น. ตามเวลาในประเทศไทย และ ศูนย์กลางแผ่นดินไหว อยู่ใกล้เมืองคูระโยชิ  โดยห่างเพียงแค่ประมาณ 8 กม.เท่านั้น เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหาย

 

ทัพอิรักบุกโมซูลวันที่ 4 ดับไอซิส 200 ราย-นายกฯ ชี้คืบหน้าไวเกินคาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ต.ค. 2559 05:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/760152

 

ทหารรัฐบาลอิรักชูอาวุธฉลองชัยในศึกยึดเมืองโมซูลเมื่อวันพฤหัสบดี

กองทัพรัฐบาลอิรักออกปฏิบัติการยึดคืนเมืองโมซูล วันที่ 4 ในวันพฤหัสบดี เกิดการต่อสู้อย่างดุเดือด โดยกองกำลังฝ่ายอิรักสามารถยึดพื้นที่ได้มากขึ้น และสังหารนักรบไอซิสได้หลายร้อยราย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองกำลังร่วมนำโดยกองทัพรัฐบาลอิรักเปิดฉากต่อสู้เพื่อยึดคืนเมืองโมซูล เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ และฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม (ไอซิส) ในประเทศอิรักเป็นวันที่ 4 ในวันพฤหัสบดี (20 ต.ค.) โดยถือเป็นวันที่การต่อสู้ดุเดือดที่สุดจนถึงตอนนี้ในแง่ของจำนวนจุดที่เกิดการปะทะ เนื่องจากนักรบติดอาวุธต่อต้านอย่างหนัก


ระเบิดแสวงเครื่องของไอซิสระเบิดหน้ายานพาหนะของกองกำลังฝ่ายอิรักในเมืองบาร์เทลลา ทางตะวันออกของเมืองโมซูล

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นระบุว่าตอนนี้กองทัพฝ่ายรัฐบาลอิรัก สามารถยึดพื้นที่คืนจากกลุ่มไอซิสได้แล้วอย่างน้อย 100 ตร.กม. เพิ่มจากเมื่อวันจันทร์ซึ่งเป็นวันแรกของการเคลื่อนพลที่ยึดได้ราว 75 ตร.กม. ขณะเดียวกัน พลตรี มาอัน อัล-ซาอาดี ของอิรัก เผยว่า มีนักรบไอซิสราว 200 คนเสียชีวิตในการต่อสู้ซึ่งกองกำลังร่วมสามารถยึดเมืองบาร์เทลลา ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวคริสต์กลับคืนมาได้สำเร็จ

ขณะที่นาย ไฮเดอร์ อัล-อาบาดี นายกรัฐมนตรีอิรัก กล่าวในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีว่า ปฏิบัติการยึดเมืองโมซูลคืบหน้าเร็วกว่าที่คาดการณ์เอาไว้มาก ในขณะที่กองกำลังเปชเมอร์กาของชาวเคิร์ดในอิรัก เปิดฉากต่อสู้กับไอซิสในพื้นที่ทางเหนือของเมืองโมซูล และสามารถปลดปล่อยหมู่บ้านในรัศมี 20 กม.จากเมืองโมซูลได้หลายแห่ง

ทั้งนี้ กองกำลังร่วม ฝ่ายรัฐบาลอิรักมีกำลังพลถึงเกือบ 1 แสนคน โดยเป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพรัฐบาลอิรัก, กองกำลังเปชเมอร์กา และกลุ่มติดอาวุธอีกหลากลุ่มที่มาจากชนกลุ่มน้อยทั้งชาวชีอะห์ และชาวคริสต์ ทำให้นี่ถือเป็นการร่วมมือที่ไม่ธรรมดา เพราะแต่ละกลุ่มล้วนมีปัญหากันมานานในประวัติศาสตร์ของอิรัก


ทหารกองกำลังเปชเมอร์กาเดินเท้าเข้าหมู่บ้านนอว์รัน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองโมซูล ในวันพฤหัสบดี ขณะที่มีควันจากแรงระเบิดให้เห็นอยู่ไกลๆ

ด้านความเคลื่อนไหวอื่นๆ มีเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 1 นายถูกสังหารในภาคเหนือของอิรัก โดยกระทรวงกลาโหมแดนลุงแซมไม่ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่นายนี้มีส่วนร่วมในปฏิบัติการยึดคืนเมืองโมซูลหรือไม่ ขณะที่พันตรีซาอาดี ยอมรับว่ายังมีการต่อต้านจากกลุ่มไอซิสในเมืองบาร์เทลลา แต่ยืนยันว่าพวกเขาจะจัดการให้หมดก่อนค่ำวันพฤหัสบดี พลตรีซาอาดีเผยอีกว่า มีรถบรรทุกระเบิดฆ่าตัวตาย 9 คันถูกทำลายก่อนวิ่งไปถึงจุดหมาย

ขณะที่กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรีย (เอสโอเอชอาร์) รายงานว่า มีหญิงชายยาซิดีในอิรักซึ่งตกเป็นเชลยของกลุ่มไอซิสหลายสิบคน ถูกส่งตัวข้ามประเทศไปยังเมืองรักกา ฐานที่มั่นหลักของไอซิสในซีเรียแล้ว

 

รัสเซียขยายเวลาหยุดโจมตีเมืองอเลปโปอีก 24 ชั่วโมง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ต.ค. 2559 01:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/760061

 

รัสเซียประกาศขยายเส้นตายหยุดยิงในเมืองอเลปโป ของซีเรีย ในวันพฤหัสบดีออกไปอีก 24 ชั่วโมง จนถึงช่วงบ่ายวันศุกร์ เพื่อให้ประชาชนได้อพยพออกจากเมือง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 ต.ค. นายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของประเทศรัสเซีย ระบุว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน สั่งให้ขยายเวลาหยุดโจมตีเพื่อมนุษยธรรมในเมืองอเลปโป เมืองใหญ่อันดับ 2 ของซีเรียออกไปอีก 24 ชั่วโมงหรือจนถึงเวลา 16:00น. วันศุกร์ที่21 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่น

เมื่อวันจันทร์ ทางการรัสเซียประกาศหยุดยิงในเมืองอเลปโปเป็นเวลา 8 ชั่วโมงในวันพฤหัสบดีที่20 ต.ค. ตั้งแต่ 8:00น.-16:00น. ก่อนจะประกาศขยายเวลาในวันพุธโดยเริ่มการหยุดยิงเร็วขึ้น 3 ชั่วโมง เป็นเวลา 5:00น.-16:00น. โดยในช่วงเวลาดังกล่าวกองทัพอากาศรัสเซียและกองทัพรัฐบาลซีเรีย จะระงับการโจมตีทางอากาศ และการยิงโจมตีด้วยอาวุธอื่นๆ เพื่อเปิดทางให้พลเรือนรวมทั้งนักรบฝ่ายกบฏได้หลบหนีออกจากเมืองแห่งนี้ แต่องค์การสหประชาชาติออกมาเรียกร้องให้รัสเซียหยุดยิงนานกว่านี้

ทั้งนี้ หลังจากรัสเซียประกาศขยายเวลาหยุดยิง นาย แยน เอกแลนด์ ที่ปรึกษาด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ออกมาแสดงความหวังว่า ผู้เจ็บป่วยที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนที่สุดในเมืองอเลปโป กลุ่มแรกจำนวนหลายร้อยคน จะสามารถอพยพออกจากเมืองได้ก็พ้นเส้นตาย ด้วยความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลกและสภากาชาด

“เราเชื่อว่าตอนนี้เราได้รับไฟเขียวที่เราต้องกันทั้งจากรัสเซียและรัฐบาลซีเรีย และจากกลุ่มติดอาวุธฝ่ายต่อต้านรัฐบาล แต่ทว่า นี่คือซีเรีย ดังนั้นทุกอย่างสามารถผิดแผนได้หมดในทุกๆ โอกาสที่เป็นไปได้” นายเอแลนด์กล่าว ขณะที่มีรายงานด้วยว่า เกิดการโจมที่เส้นทางต่างๆ ในเมืองอเลปโปที่รัสเซียเปิดไว้ให้ประชาชนอพยพ โดยฝ่ายกบฏและฝ่ายรัฐบางซีเรียต่างโทษอีกฝ่ายว่าเป็นผู้โจมตี

 

ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น ‘ไหหม่า’ ถล่มปินส์ยับ ตายแล้ว 4 อพยพคนนับแสน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ต.ค. 2559 19:31

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/759847

 

ชาวฟิลิปปินส์อ่วมอรทัย เผชิญซุปเปอร์ไต้ฝุ่นไหหม่า ถล่มยับ คร่าชีวิตแล้ว 4 ผู้คนอพยพนับแสนคน สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ผู้ประสบภัยคนหนึ่งเผย อยู่มาจนถึงอายุ 60 ไม่เคยเห็นพายุรุนแรงขนาดนี้มาก่อนเลย

เมื่อ 20 ต.ค. สำนักข่าวบีบีซี รายงาน ชาวฟิลิปปินส์อ่วมหนัก เผชิญซุปเปอร์ไต้ฝุ่นไหหม่าถล่มยับ ก่อให้เกิดลมกระโชกแรงจัด ฝนตกหนัก และดินสไลด์ลงมาจากภูเขาลูกหนึ่ง หลังจากได้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งที่จังหวัดคากายัน ทางภาคเหนือ เมื่อวันพุธที่ 19 ต.ค. ด้วยความเร็วลมสูงถึง 225 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ราย และต้องอพยพประชาชนในพื้นที่ที่พายุพัดผ่านเกือบนับ 100,000 คน


ต้นไม้ใหญ่ล้มทับเสาไฟฟ้า

ข่าวแจ้งว่า ความรุนแรงของซุปเปอร์ไต้ฝุ่นไหหม่า ได้สร้างความเสียหายในหลายพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง มีบ้านเรือนพังเสียหายและเสาไฟฟ้าโค่นล้มจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ทางการฟิลิปปินส์เผยว่า มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เนื่องจากถูกดินสไลด์ถล่มลงมาทับ และอีก 2 รายดับสลด หลังจากถูกดินถล่มลงมาทับบ้านเรือนในเมืองหนึ่งที่ปลูกสร้างแบบกระท่อมบนภูเขาสูง

ด้านประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต แห่งฟิลิปปินส์ ซึ่งอยู่ระหว่างเยือนกรุงปักกิ่ง อย่างเป็นทางการกล่าวด้วยความเป็นห่วงว่า ตนได้สวดภาวนาให้ฟิลิปปินส์อย่าได้รับความเสียหายร้ายแรงเหมือนกับที่เคยประสบภัยพายุเหมือนที่ผ่านมา แต่ทางการก็พร้อมรับมือสำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบหายนภัย ขณะที่ มีชายชาวฟิลิปปินส์วัย 60ปีคนหนึ่ง กล่าวกับนักข่าวเอพีว่า เขาอยู่มาจนถึงอายุ 60 แล้ว ยังไม่เคยเห็นพายุที่รุนแรงเท่านี้มาก่อนเลย


คนงานกำลังเดินข้ามถนนที่มีดินสไลด์ลงมาจากภูเขา

ข่าวแจ้งว่า ไต้ฝุ่นไหหม่าได้ทวีกำลังเป็นซุปเปอร์ไต้ฝุ่น ก่อนจะเคลื่อนตัวมาถึงเมืองปีนาบลันซา ในจังหวัดคากายัน เมื่อตอนประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 19 ต.ค.ตามเวลาท้องถิ่น และขณะนี้ได้เคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ มุ่งหน้าถล่มฮ่องกงและภาคใต้ของจีนต่อไป โดยซุปเปอร์ไต้ฝุ่นไห่หม่า นับเป็นไต้ฝุ่นกำลังแรงลูกที่สองภายในช่วงเวลาเพียงสัปดาห์เดียว ต่อจากไต้ฝุ่นซาเระกา ที่ถล่มฟิลิปปินส์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย และสูญหายอีก 3 คน ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นไหหม่าขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์ สร้างความเสียหายหนัก ผู้คนต้องอพยพกว่า 100,000 คน เสียชีวิต 4 ราย จ่อขึ้นฝั่งฮ่องกงและจีนต่อ

 

เกาหลีเหนือ ไม่สนโลก! ทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปอีกแล้ว แต่ล้มเหลวซ้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ต.ค. 2559 14:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/759441

 

โสมแดง ทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปอีกแล้ว แต่พบกับความล้มเหลวซ้ำสองในช่วงเวลาไม่ถึงสัปดาห์ แต่บรรดานักวิเคราะห์เกรงว่า ความพยายามของเกาหลีเหนืออาจจะบรรลุผลสำเร็จในต้นปีหน้า

เมื่อ 20 ต.ค.59 สำนักข่าวบีบีซี รายงาน อ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ทหารเกาหลีใต้ว่า เกาหลีเหนือต้องพบกับความล้มเหลวในการทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีปครั้งที่ 2 ในช่วงเวลาไม่ถึงสัปดาห์ หลังจากเมื่อเย็นวันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม ระบบควบคุมยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ตรวจจับได้ว่า เกาหลีเหนือได้มีการทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีป ที่เมืองคูซอง ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

บีบีซี แจ้งว่า ขีปนาวุธข้ามทวีป ซึ่งเกาหลีเหนือนำมาทดสอบนั้น คาดว่ามีพิสัยยิงไกลนับ 4,000 กม. โดยสามารถจะยิงไปไกลถึงเกาะกวม ดินแดนของสหรัฐฯ ในมหาสมุทรแปซิฟิกได้สบาย ขณะที่ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ทางการเกาหลีเหนือภายใต้การนำของคิม จอง อึน ได้ทดสอบขีปนาวุธไปแล้วถึง 8 ครั้ง ซึ่งในจำนวนนี้มีเพียงครั้งเดียวที่ประสบความสำเร็จ


อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิเคราะห์ ผู้เชี่ยวชาญเกรงว่า ความมุมานะของเกาหลีเหนือในโครงการสร้างขีปนาวุธพิสัยไกล จะได้ผล สามารถปฏิบัติการได้เร็วสุดในต้นปีหน้า ส่วนรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกมาประณามรัฐบาลเปียงยางที่ดำเนินการทดสอบขีปนาวุธอีกครั้ง ขณะที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้ออกมาประณามการทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลล่าสุดของเกาหลีเหนือ ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของยูเอ็น ที่ห้ามเกาหลีเหนือใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์และขีปนาวุธนำวิถี.

ที่มา : BBC

 

ปินส์เดือดชุมนุมต้านมะกัน-สภาฮ่องกงป่วน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ต.ค. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/759112

 

การเมืองฮ่องกงเดือด เมื่อสมาชิกสภาผู้แทนฯ ที่ฝักใฝ่จีนจำนวนหนึ่ง “วอล์กเอาต์” ตบเท้าออกจากสภานิติบัญญัติฮ่องกง (เลกโก) เมื่อ 19 ต.ค. เพื่อไม่ให้นายบักจิโอ เหลียง วัย 30 ปี และนายเหยา ไหว่ วัย 25 ปี ส.ส.พรรค “ยังสไปเรชั่น” ซึ่งเรียกร้องให้แยกเอกราชจากจีน สาบานตนรับตำแหน่งเป็นครั้งที่ 2 หลังคนรุ่นใหม่ที่ต่อต้านจีนจำนวนมากชนะเลือกตั้งเดือนที่แล้ว

ส.ส.ทั้งสองฝ่ายยังด่าทอและขว้างปาอาหารเที่ยงใส่กัน การวอล์กเอาต์ทำให้สภาเลื่อนการประชุมไปสัปดาห์หน้า เพราะองค์ประชุมไม่ถึง 35 คน จากทั้งหมด 70 คน ส่วนที่นอกสภาฯ ฝูงชน 2 ฝ่ายก็ชุมนุมด่าทอกัน โดยฝ่ายหนุนจีนด่าอีกฝ่ายว่า “ผู้ทรยศ” และ “สุนัข” อนึ่ง พิธีสาบานตนสัปดาห์ที่แล้วล้มเหลวเพราะนายเหลียง นายไหว่ และ ส.ส. อีก 2 คน ปรับเปลี่ยนคำสาบาน รวมทั้งใช้คำว่า “ชาติฮ่องกง” แทน “เขตบริหารพิเศษฮ่องกงของสาธารณรัฐ ประชาชนจีน” และใช้คำภาษาญี่ปุ่นโบราณเรียกจีนว่า “ชินา” แทน “ไชน่า” ด้วย


ส.ส.ฮ่องกงวอล์กเอาต์

วันเดียวกัน ตำรวจฟิลิปปินส์ใช้แก๊สน้ำตาสลายฝูงชนราว 1,000 คนที่ชุมนุมต่อต้านสหรัฐฯ ที่หน้าสถานทูตสหรัฐฯ กรุงมะนิลา รถตู้ลาดตระเวนของตำรวจที่ถูกโจมตียังพุ่งชนผู้ประท้วง มีผู้บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง และมีผู้ถูกจับกุม 21 คน เหตุเกิดขณะประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ไปเยือนจีนเพื่อกระชับความสัมพันธ์ หลังประกาศลดความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ หันไปคบค้ากับจีนและรัสเซียแทน.