มะกันชี้ไอเอสใช้ปชช. 7 แสนคนเป็นโล่มนุษย์ที่โมซูล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ต.ค. 2559 05:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/759111

 

เมื่อ 18 ต.ค. โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวหาว่ากองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ใช้พลเรือนที่ยังอยู่ในเมืองโมซูล เมืองใหญ่อันดับ 2 ฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มไอเอสในอิรักราว 700,000 คน เป็น “โล่มนุษย์” โดยห้ามผู้คนออกจากเมือง หรือส่งไปอยู่ตามอาคารที่อาจเป็นเป้าโจมตีทางอากาศ หลังกองทัพรัฐบาลอิรักและพันธมิตร รวมทั้งนักรบชาวเคิร์ด ซึ่งมีสหรัฐฯกับพันธมิตรสนับสนุน เริ่มรุกโจมตีหวังยึดโมซูลคืนจากไอเอสตั้งแต่ 17 ต.ค.

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯยังคาดว่านักรบไอเอสราว 5,000 คนจะใช้อาวุธเคมีแบบหยาบๆ ต่อต้านการรุกคืบ ซึ่งเมื่อ 19 ต.ค. ทัพพันธมิตรยึดหมู่บ้านรอบๆโมซูลได้แล้ว 10 หมู่บ้าน ด้านประธานาธิบดีบารัค โอบามา เตือนว่าศึกโมซูลอาจทำให้มีผู้อพยพลี้ภัยมหาศาล แต่ได้เตรียมแผนและโครงสร้างพื้นฐานไว้รองรับแล้ว ส่วนตุรกียืนยันส่งเครื่องบินรบไปร่วมโจมตีไอเอสที่โมซูลด้วย ขณะที่ชาวคริสเตียนที่เคยถูกไอเอสเข่นฆ่า ออกมาเฉลิมฉลองที่เมืองเออร์บิล

อนึ่ง นางอัสมา อัล-อัสซาด ภริยาของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด แห่งซีเรีย ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ “รอสซิยา 24” ของรัสเซียว่า ตนปฏิเสธข้อเสนอให้ลี้ภัยออกนอกประเทศโดยปลอดภัย เชื่อว่าผู้เสนอซึ่งเธอไม่ระบุ ต้องการบ่อนทำลายสามีในช่วงสงครามกลางเมือง และขอบคุณรัสเซียที่สนับสนุนอัสซาด.

 

มือปืนบุกยิงที่ปรึกษาอเมริกันดับ 2 ศพเจ็บอีก 3 ในเมืองหลวงอัฟกานิสถาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ต.ค. 2559 03:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/759101

 

มือปืนแต่งเป็นทหารอัฟกัน บุกยิงเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน จนเสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีก 3 คน ก่อนถูกวิสามัญฆาตกรรม…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 19 ต.ค. เกิดเหตุมือปืนแต่งกายด้วยชุดทหารอัฟกานิสถาน ใช้อาวุธปืนยิงที่ปรึกษาชาวอเมริกันเสียชีวิต 2 รายและยิงคนอื่นๆ ได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน ใกล้ค่ายทหารแห่งหนึ่งในกรุงคาบูล เมืองหลวงของประเทศอัฟกานิสถาน ก่อนที่มือปืนรายนี้จะถูกวิสามัญฆาตกรรม

ตามการเปิดเผยของกองบัญชาการทหารสหรัฐฯ ในกรุงคาบูล ที่ปรึกษาที่เสียชีวิตรายหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กองทัพ อีกรายเป็นเจ้าหน้าที่พลเรือน ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นทหาร 1 นาย และเป็นพลเรือนอีก 2 คน

“เจ้าหน้าที่ 2 นายถูกสังหารในการโจมตีใกล้กับฐานทัพกองกำลังพันธมิตร โดยฝีมือของคนร้ายไม่ทราบฝ่าย” แถลงการณ์ของกองบัญชาการฯ ระบุ “พวกเขากำลังปฏิบัติงานเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจของนาโตในการฝึก, ให้คำปรึกษา และช่วยเหลือด้านความมั่นคงของอัฟกานิสถาน”

ขณะที่นาย ดอว์ลัต วาซิรี โฆษกกระทรวงกลาโหมอัฟกานิสถาน ระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเวลาประมาณ 11:00น. ตามเวลาท้องถิ่น ในขณะที่กองกำลังนานาชาติเดินเยือน แคมป์ มอร์เชด นอกกรุงคาบูล ส่วนเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ นายหนึ่งเผยว่า มือปืนยิงชาวอเมริกันบริเวณประตูคลังเก็บเครื่องกระสุนของค่ายทหารแห่งนี้

 

เวียดนาม ยัน! พบทารกศีรษะเล็กจากเชื้อซิกา รายแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ต.ค. 2559 14:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/758401

 

เวียดนามยืนยันพบ ทารกศีรษะเล็ก รายแรกในประเทศ วัยเพียง 4 เดือน หลังแม่ติดเชื้อไวรัสซิกาขณะตั้งครรภ์ เผยส่งตัวอย่างเลือดของทารกและแม่ไปตรวจสอบที่มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น และผลยืนยันออกมาทารกน้อยติดเชื้อไวรัสซิกา ทำให้ศีรษะเล็กตั้งแต่ลืมตาดูโลก

เมื่อ 19 ต.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ทางการเวียดนามยืนยัน พบทารกมีภาวะศีรษะเล็กจากการติดเชื้อไวรัสซิกา เป็นรายแรก โดยเป็นทารกเพศหญิงวัยเพียง 4 เดือน ในจังหวัดดักลัก ซึ่งตั้งอยู่บนที่สูงทางภาคกลางของประเทศ หลังจากที่ แม่วัย 23 ปี ติดเชื้อขณะตั้งครรภ์

ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขเวียดนาม กล่าวว่าผลตรวจขั้นสุดท้ายยืนยันว่าทารกวัย 4 เดือน ที่มีภาวะศีรษะเล็กเกิดจากการติดเชื้อไวรัสซิกา โดยแพทย์ได้ส่งตัวอย่างเลือดจากทารกและแม่ไปตรวจสอบยังห้องทดลองของมหาวิทยาลัยนางาซากิ ในประเทศญี่ปุ่น และผลยืนยันออกมาว่าเด็กทารกวัย 4 เดือนติดเชื้อไวรัสซิกาจนทำให้มีภาวะศีรษะเล็กแต่กำเนิด

แม่วัย 23 ปี ของทารกน้อยรายนี้ เป็นชนกลุ่มน้อย เริ่มมีผื่นและไข้ขึ้นสูงในไตรมาสที่ 2 และ 3 ของการตั้งครรภ์ แต่ไม่ได้รับการตรวจหาเชื้อไวรัสซิกาแต่อย่างใด โดยคณะแพทย์ชาวเวียดนามกล่าวระหว่างการหารือกับทีมผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรอนามัยโลกและศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคสหรัฐอเมริกา (ซีดีซี) ที่กรุงฮานอย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า  ผลการตรวจสอบหาเชื้อไวรัสซิกา 5 ครั้งของหญิงรายนี้ออกเป็นบวก คือ พบเชื้อไวรัสซิกา

ทั้งนี้  ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของสหรัฐฯได้ออกมาแนะนำให้ผู้หญิงซึ่งเข้าไปในพื้นที่ที่อาจจะเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกา ควรรออย่างน้อย 8 สัปดาห์ ก่อนจะปล่อยให้ตั้งครรภ์ ส่วนผู้ชาย ควรรอ 6 เดือน

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ทารกคลอดออกมาศีรษะเล็กนั้น มีหลายปัจจัย อาจเกิดได้จาก ภาวะแทรกซ้อนขณะแม่ตั้งครรภ์ เช่น ติดเชื้อหัดเยอรมัน แบคทีเรียจากโรคซิฟิลิส ครรภ์เป็นพิษ และทุพโภชนาการ แต่ความบกพร่องของทารกร้อยละ 1-10 นั้นมาจากแม่ที่ติดเชื้อไวรัสซิกาในช่วงตั้งครรภ์ในไตรมาสแรก

จากรายงานขององค์การอนามัยโลก ปัจจุบันไวรัสซิกาได้ระบาดในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก และมีเด็กที่มีภาวะศีรษะเล็กและมีภาวะแทรกซ้อนกว่า 2,000 คน จากการติดเชื้อไวรัสซิกา  โดยในบราซิลพบเด็กทารกศีรษะเล็กจากการติดเชื้อซิกา มากสุด 1,800 รายส่วนเวียดนามนับเป็นชาติที่ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีรายงานการพบทารกศีรษะเล็กจากการติดเชื้อไวรัสซิกา ต่อจากไทย ซึ่งเป็นประเทศแรกในอาเซียน ที่พบทารกศีรษะเล็ก 2 รายจากการที่แม่ติดเชื้อไวรัสซิกาขณะตั้งครรภ์ โดยพบรายแรก ตั้งแต่เดือนกันยายน ที่ผ่านมา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อย่าชะล่าใจ! WHO เตือน ซิกา อาจระบาดทั่วเอเชีย หวั่นใจยังปราบไม่อยู่

 

ทัพอิรักเกือบแสนรุกคืบยึดเมืองโมซูลวันที่ 2 คาดสำเร็จใน 2 เดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ต.ค. 2559 05:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/758112

 

กองกำลังร่วมของอิรัก กำลังพลเกือบ 1 แสนคน เคลื่อนพลเพื่อยึดคืนเมืองโมซูลจากกลุ่มไอซิสเป็นวันที่ 2 ในวันอังคาร ขณะที่ผู้บัญชาการนักรบเคิร์ด ที่ร่วมในปฏิบัติการครั้งนี้ด้วยคาดว่า การปลดปล่อยเมืองโมซูลจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พลจัตวา เซอร์วาน บาร์ซานี ผู้บัญชาการคนหนึ่งของกองกำลัง ‘เปชเมอร์กา’ ของชาวเคิร์ดในอิรัก บอกกับสื่อในวันอังคาร ซึ่งเป็นวันที่ 2 ในปฏิบัติการยึดคืนเมืองโมซูลจากกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอซิส) ว่า การปลดปล่อยเมืองซึ่งเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของไอซิสในอิรักแห่งนี้ อาจต้องใช้เวลานานราว 2 เดือน

“การคาคการณ์ของผมคือ ใช้เวลา 2 เดือนเพื่อต่อสู้ภายในเมืองโมซูล แต่สภาพอากาศเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ที่อาจทำให้กระบวนการยึดเมืองล่าช้าออกไป” พลจัตวาบาร์ซานีกล่าว และเสริมว่า กองทัพรัฐบาลอิรักและพันธมิตรน่าจะใช้เวลา 2 สัปดาห์ในการเคลื่อนกำลังเข้าสู้เมืองโมซูล แต่ผู้นำของกองทัพอิรักยืนยันกว่าหน้านี้ว่า มีเพียงกองทัพรัฐบาลและหน่วยตำรวจแห่งชาติเท่านั้น ที่สามารถเข้าไปในเมืองโมซูลได้


นักรบเปชเมอร์กา เดินผ่านครัวในอุโมงค์ใต้ดินซึ่งสร้างโดยกลุ่มไอซิส ที่เมืองบาดานา ที่พวกเขายึดคืนจากไอซิสได้เมื่อวันจันทร์

ทั้งนี้ อิรักประกาศเริ่มปฏิบัติการยึดคืนเมืองโมซูลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากเตรียมการมานาน โดยเป็นกองกำลังผสมที่ประกอบด้วยทหารกองกำลังความมั่นคงของรัฐบาลอิรัก, นักรบเปชเมอร์กา และกองกำลังชนกลุ่มน้อยต่างๆ รวมกำลังพลกว่า 94,000 คน เพื่อต่อสู้กับกลุ่มไอซิสที่มีกำลังพลเพียง 5,000 คน แต่เตรียมการรับมือการโจมตีของรัฐบาลอย่างเต็มที่ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยมีทั้งเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดิน และกับระเบิด

ในการเคลื่อนขบวนสู่เมืองโมซูลวันที่ 2 ในวันอังคาร กองกำลังผสมกลุ่มนี้เผชิญการต่อต้านอย่างรุนแรงจากกลุ่มย่อยของไอซิส มีทหารอิรักถูกสังหาร 1 นาย และบาดเจ็บอีก 2 นาย ขณะพยายามสะกัดรถยนต์ระเบิดฆ่าตัวตาย ที่โจมตีพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองโมซูล แต่ทหารอิรักยังมีขวัฐกำลังใจดี หลายคนโพสต์ท่าชู 2 นิ้วให้สื่อถ่ายรูปด้วย


ชาวบ้านอพยพออกจากเมืองโมซูล เพื่อหนีการต่อสู้ระหว่างกลุ่มไอซิสกับกองทัพรัฐบาล

ขณะที่ความคืบหน้าของปฏิบัติการยึดเมือง กองทัพอิรักและพันธมิตรสามารถรุกคืบได้มากกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ในวันจันทร์ โดยสามารถยึดคืนพื้นที่ขนาดมากกว่า 75 ตร.กม. และหมู่บ้าน 9 แห่งที่อยู่ในการควบคุมของไอซิสคืนมาได้สำเร็จ นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมถนนสายสำคัญที่เชื่อมระหว่างเมืองโมซูลกับเมืองอิดลิบได้แล้ว ทั้งยังสามารถสร้างความสูญ้เสียอย่างหนักต่อชีวิตและยุทโธปกรณ์ของฝ่ายไอซิสในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองโมซูลด้วย

ตอนนี้การต่อสู้ส่วนใกญ่เกิดขึ้นตามหมู่บ้านต่างๆ บริเวณชานเมืองโมซูล แต่การต่อสู้จะหนักหน่วงขึ้นเมื่อกองกำลังผสมเคลื่อนตัวถึงพื้นที่ใจกลางเมืองโมซูล

 

ลือ! ตาลีบันแอบเจรจาสันติภาพกับรบ.อัฟกานิสถาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ต.ค. 2559 23:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/757946

 

สำนักงานของกลุ่มตาลีบันในกาตาร์ และยูเออี เผยว่า กลุ่มตาลีบันแอบเจรจาสันติภาพอย่างไม่เป็นทางการกับรัฐบาลอัฟกานิสถานไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ มีส่วนร่วมด้วย…

สำนักข่าว รอยเตอร์ส รายงานว่า กลุ่มก่อการร้ายตาลีบัน ได้จัดการเจรจาสันติภาพอย่างไม่เป็นทางการ และเป็นการลับกับรัฐบาลประเทศอัฟกานิสถาน ที่ประเทศกาตาร์เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา อ้างการเปิดเผยของสมาชิกสำนักงานตาลีบันในงานกาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) อย่างไรก็ตาม โฆษกกลุ่มตาลีบันออกมาปฏิเสธเรื่องนี้แล้ว

สมาชิกตาลีบันทั้งสองกลุ่ม ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ ระบุว่า การเจรจาดังกล่าวมีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่จากสหรัฐอเมริกามีส่วนร่วมในการกระบวนการเจรจาด้วย แต่พวกเขาไปชี้ชัดว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ มีส่วนในการพูดคุยโดยตรงหรือไม่

ขณะเดียวกัน สำนักงานตาลีบันในยูเออีระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่อัฟกานิสถานและสหรัฐฯ เรียกร้องให้กลุ่มตาลีบันประกาศหยุดยิง, วางอาวุธ และเริ่มกระบวนการเจรจาสันติภาพอย่างเป็นทางการ ขณะที่ฝ่ายตาลีบันเรียกร้องให้มีการยอมรับพวกเขาเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเป็นทางการ และลบชื่อแกนนำของกลุ่มออกากจากบัญชีดำของสหประชาชาติและปล่อยตัวนักรบตาลีบันที่ถูกจับทั้งหมด

“เหมือนการประชุมหลายครั้งก่อนหน้านี้ มันเป็นการเสียเวลาและทรัพยากร เนื่องจากเราไม่ได้รับผลสำเร็จใดๆ จากการพูดคุยเลย” สำนักงานตาลีบันในยูเออีระบุ

ขณะที่ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว เดอะ การ์เดียน ของสหราชอาณาจักรก็มีรายงานในทำนองเดียวกัน โดยพวกเขาอ้างข้อมูลจากแหล่งข่ายที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า กลุ่มตาลีบันได้จัดการเจรจาขึ้น 2 รอบ แหละหนึ่งในนี้มีเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เข้าร่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม นายซาบิฮุลเลาะห์ มูจาฮิด โฆษกกลุ่มตาลีบันก็ออกมาปฏิเสธรายงานดังกล่าว และกล่าวหาว่านี่เป็นการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อสร้างความแตกแยกภายในกลุ่ม ด้านโฆษกสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงคาบูล ของอัฟกานิสถาน ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับประเด็นนี้ ส่วนโฆษกของนาย อัชราฟ กานี ประธานาธิบดีอัฟกานิสถาน ไม่ยืนยันหรือปฏิเสธรายงานของรอยเตอร์ส พร้อมยืนยันว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อนำความสงบอย่างยั่งยืนมาสู่อัฟกานิสถาน

ทั้งนี้ การเจรจาสันติภาพระหว่างกลุ่มตาลีบันกับรัฐบาลอัฟกานิสถานอย่างเป็นทางการครั้งก่อน มีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อย และการเจรจายุติลงหลังจากตาลีบันยืนยันเสียชีวิตของนายมุลเลาะห์ โอมาร์ ผู้นำสูงสุดและผู้นำทางจิตวิญญาณของกลุ่มในปี 2015 ทำให้เกิดศึกชิงอำนาจภายในกลุ่ม

 

สหประชาชาติประกาศหยุดยิงรอบใหม่ในเยเมน หวังยุติความรุนแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ต.ค. 2559 23:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/757932

 

สหประชาชาติประกาศใช้มาตรการหยุดยิงครั้งใหม่ในประเทศเยเมนแล้ว โดยจะเริ่มมีผลในช่วงเช้ามืดวันพฤหัสบดี เป็นเวลา 72 ชั่วโมง หลังการต่อสู้ในเยเมนรุนแรงขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า องค์การสหประชาชาติประกาศใช้มาตรการหยุดยิงครั้งใหม่ในประเทศเยเมน ซึ่งกำลังตกอยู่ภายใต้สถานการณ์สงครามกลางเมือง โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันพฤหัสบดีที่ 20 ต.ค. เป็นต้นไป หลังจากการต่อสู้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น จนนานาชาติออกมาเรียกร้องให้มีการยุติความขัดแย้ง

“มาตรการหยุดความเป็นศัตรูที่เริ่มใช้เมื่อเดือนเม.ย. จะกลับมามีผลบังคับใช้อีกครั้งในเวลา 23:59น. ของวันที่ 19 ต.ค. เป็นเวลา 72 ชั่วโมง และสามารถต่อเวลาได้” นาย อิสมาอิล อูลด์ ชีคห์ อาเหม็ด ทูตพิเศษสหประชาชาติของเยเมนกล่าวในคืนวันจันทร์

หลังจากสหประชาชาติประกาศมาตรการดังกล่าวออกมา รัฐบาลของประธานาธิบดี อับด์ รับบู มานซูร์ ฮาดี ของเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนานาชาติ และพันธมิตรอย่างซาอุดีอาระเบีย ออกมายืนยันว่าพวกเขาสนับสนุนการหยุดยิงครั้งนี้ ขณะที่กลุ่มกบฏ ‘ฮูธิ’ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านและควบคุมรัฐบาลในเมืองหลวงกรุงซานา และอีกหลายพื้นที่ มาตั้งแต่ปลายปี 2014 ยังไม่ออกมาแสดงความเห็นใดๆ

ด้านนายอับดุลมาเลค อัล-เมคห์ลาฟี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศเยเมน ออกมาแสดงการยอมรับมาตรการหยุดยิงครั้งล่าสุด ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 6 ตลอดเหตุสงครามกลางเมืองในเยเมน และกล่าวว่าการหยุดยิงอาจขยายออกไปอีก หากฝ่ายกบฏยอมปฏิบัติตาม

ทั้งนี้ สหประชาชาติระบุว่า นับตั้งแต่กองกำลังพันธมิตรอาหรับ-ตะวันออกกลางซึ่งนำโดยซาอุดีอาระเบีย เริ่มมีส่วนร่วมในการโจมตีกบฏฮูธิเมื่อเดือนมี.ค. 2015 จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงในเยเมนก็เพิ่มเป็นเกือบ 6,900 ราย มีผู้บาดเจ็บอีกมากกว่า 35,000 คน และมีประชาชนต้องพลัดถิ่นที่อยู่อีกกว่า 3 ล้านคน ขณะที่ผู้แทนองค์กรยูนิเซฟในกรุงซานาระบุว่า มีเด็กกว่า 10 ล้านคนในเยเมนที่กำลังต้องการความช่วยเหลือด้านอาหาร, ยา, การคุ้มครองทางสังคม และบริการทั่วไปอื่นๆ

 

สลด! ไฟไหม้โรงพยาบาลเอกชนอินเดีย สำลักควันดับ 23 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ต.ค. 2559 05:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/756985

 

เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่โรงพยาบาลในเมืองทางตะวันออกของประเทศอินเดียเมื่อคืนวันจันทร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 23 ราย ขณะที่สาเหตุเชื่อว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่โรงพยาบาล เอสยูเอ็ม (SUM) ในเมืองบูบันเนสชวาร์ รัฐโอริสสา ทางตะวันออกของประเทศอินเดีย เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 17 ต.ค. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 ราย โดยหน่วยดับเพลิงต้องส่งเจ้าหน้าที่มารับมือสถานการณ์ถึง 120 นาย กว่าจะควบคุมเพลิงเอาไว้ได้

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่า ไฟเริ่มลุกไหม้จากแผนกไตเทียม โดยสาเหตุเชื่อว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ขณะที่ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีสาเหตุจากการสูดควันไฟเข้าไปเป็นจำนวนมาก ผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบางคนยังพยายามกระโดดออกจากหน้าต่างอาคารเพื่อหนีไฟไหม้ด้วย แต่ตำรวจห้ามเอาไว้ได้

หลังเกิดเหตุ ผู้ป่วยหลายสิบคนของโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ถูกย้ายไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลอื่นในเมืองเดียวกัน ส่วนนาย นเรนทร โมที นายกรัฐมนตรีอินเดีย ออกมาแสดงความเสียใจต่อเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ ผ่านข้อความบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ ทวิตเตอร์

 

รัสเซียประกาศหยุดโจมตีในอเลปโปนาน 8 ชม. ให้ประชาชนอพยพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ต.ค. 2559 05:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/756977

 

กระทรวงกลาโหมของรัสเซียประกาศหยุดโจมตีเมืองอเลปโป ทางเหนือของซีเรียเป็นเวลา 8 ชั่วโมงในวันพฤหัสบดีนี้ เพื่อให้ประชาชนรวมถึงนักรบติดอาวุธได้อพยพออกจากเมือง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อบ่ายวันจันทร์ที่ 17 ต.ค. เซอร์เก รุดส์คอย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของประเทศรัสเซียประกาศหยุดการโจมตีทางอากาศในเมืองอเลปโป ทางเหนือของซีเรียเป็นเวลา 8 ชั่วโมงในวันพฤหัสบดี (20 ต.ค.) ระหว่างเวลา 8:00น.-16:00น. ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อเปิดทางให้พลเรือนรวมทั้งนักรบฝ่ายกบฏได้หลบหนีออกจากเมืองแห่งนี้

“ในช่วงเวลานั้น กองทัพอากาศรัสเซียและกองทัพรัฐบาลซีเรีย จะระงับการโจมตีทางอากาศ และการยิงโจมตีด้วยอาวุธอื่นๆ” นายรุดส์คอยกล่าว เขายังเผยด้วยว่า “รัสเซียกำลังหาทางแก้ปัญหาในอเลปโป แต่กว่าจะบรรลุข้อตกลงจำเป็นต้องใช้ระยะเวลานาน เราจึงตัดสินใจที่ไม่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ และประกาศหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมครั้งนี้ จุดประสงค์หลักเพื่อเปิดเส้นทางเสรีให้แก่พลเรือน อพยพผู้ป่วยและบาดเจ็บ และถอนกำลังติดอาวุธ”


เซอร์เก รุดส์คอย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซียจัดงานแถลงข่าวที่ตึกกระทรวงกลาโหมเมื่อวันจันทร์ที่ 17 ต.ค. 2016

ด้านสหประชาชาติออกมาแสดงความยินดีในการหยุดยิงครั้งนี้ แต่ยังเรียกร้องให้รัสเซียหยุดยิงเป็นเวลาอย่างน้อย 12 ชั่วโมง “เรายินดีต่อการหยุดการต่อสู้ใดๆ แต่มีความจำเป็นที่จะต้องหยุดต่อสู้กันนานกว่านี้ เพื่อให้ส่งความช่วยเหลือเข้าไปได้” นาย สเตฟาน ดูยาร์ริค โฆษกเลขาธิการใหญ่ยูเอ็นกล่าว

ทั้งนี้ การหยุดยิงของรัสเซียเกิดขึ้นหลังจากมีรายงานว่า สมาชิก 14 คนของครอบครัวหนึ่งถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศที่เมืองอเลปโป โดยตามการเปิดเผยของหน่วยกู้ภัยอาสาสมัครซีเรีย ผู้เสียชีวิตรวมไปถึง เด็ก 8 รายและผู้หญิงอีก 2 คน

 

ภัยธรรมชาติกระหน่ำ ดินไหวจีน-ปาปัวฯ-พายุ “ซาเระกา” จ่อถล่มญวนซ้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ต.ค. 2559 04:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/756961

 

(ซ้าย) ไต้ฝุ่นซาเระกา กำลังเคลื่อตัวสู่ทะเลจีนใต้ ขณะที่ (ขวา) ไต้ฝุ่นไห่หม่า ซึ่งเพิ่งก่อตัวขึ้นใหม่กำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันตก

 

ทางการเวียดนามเผยเมื่อ 17 ต.ค.ว่า อุทกภัยในหลายจังหวัดทางภาคกลาง รวมทั้ง จ.กว่างบินห์ ตั้งแต่ 14 ต.ค. มีผู้เสียชีวิตแล้ว 25 คน บ้านเรือนกว่า 240,000 หลังเสียหาย และน้ำจากเขื่อน “โฮ โฮ” ใน จ.ฮาตินห์ ถูกปล่อยโดยไม่แจ้งเตือนซ้ำเติมภัยน้ำท่วม ขณะที่คาดว่าไต้ฝุ่น “ซาเระกา” พายุลูกรุนแรงที่สุดในปีนี้จะพัดขึ้นฝั่งภาคเหนือเวียดนามใน 19 ต.ค. ซ้ำเติมภัยพิบัติหนักขึ้น หลังถล่มฟิลิปปินส์ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ไร้ที่อยู่อาศัยกว่า 150,000 คน

อนึ่ง เมื่อ 17 ต.ค.เกิดแผ่นดินไหว 6.4 แมกนิจูด ที่ภูมิภาคทิเบตและมณฑลชิงไห่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน จุดศูนย์กลางอยู่ที่เขตยูฉู แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหาย โดยเขตยูฉูเคยเกิดแผ่นดินไหว 6.9 แมกนิจูด ในเดือน เม.ย.2553 มีผู้เสียชีวิตเกือบ 2,700 คน วันเดียวกัน เกิดแผ่นดินไหว 6.9 แมกนิจูดที่ปาปัวนิวกินี จุดศูนย์กลางอยู่ที่ภูมิภาคนิวบริเทน ห่างกรุงพอร์ท มอเรสบี 420 กม. แต่ไม่มีการแจ้งเตือนภัยสึนามิหรือรายงานความเสียหาย

ส่วนภัยพิบัติจากเฮอริเคน “แมทธิว” ที่ถล่มรัฐนอร์ท แคโรไลนา ในสหรัฐฯ สร้างความเสียหาย 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 53,000 ล้านบาท) ขณะที่สหประชาชาติแสดงความวิตกกังวลจากเหตุปล้นสะดมรถบรรเทาทุกข์ที่ไปช่วยผู้ประสบภัยจากพายุลูกนี้ในเฮติ.

 

จีนมุ่งมั่นบุกอวกาศ! ส่ง2 นักบินไปกับยาน’เสินโจว11′ อยู่นอกโลกนานสุด (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ต.ค. 2559 15:03

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/756250

 

จีนก้าวอีกขั้นในโครงการอวกาศ…ส่ง 2 นักบินขึ้นไปกับยาน ‘เสินโจว 11’ มีกำหนดปฏิบัติภารกิจในที่ห้องปฏิบัติการอวกาศ เทียนกง 2 นานรวม 33 วัน ถือเป็นระยะเวลานานสุดเท่าที่จีนเคยส่งนักบินอวกาศไปอยู่นอกโลก

17 ต.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน จีนได้ส่ง 2 นักบินอวกาศ คือ นายจิง ไห่เผิง อายุ 49 ปี และนายเฉิน ตง อายุ 37 ปี ขึ้นไปกับยานอวกาศ เสินโจว 11 หรือมีความหมายว่า ‘เรือสวรรค์’ จากฐานปล่อยจรวดจุ้ยฉวน ในทะเลทรายโกบี ทางภาคเหนือของประเทศ เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม เพื่อไปปฏิบัติภารกิจที่ห้องปฏิบัติการอวกาศ ‘เทียนกง 2’ รวมระยะเวลาที่สองนักบินอวกาศอยู่ในห้วงอวกาศนาน 33 วัน ซึ่งถือเป็นระยะเวลาที่นานที่สุดของจีน ขณะที่ การปล่อยจรวดเสินโจวครั้งนี้ มีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ CCTV เพื่อให้ประชาชนชาวจีนได้รับชมเหตุการณ์ประทับใจในครั้งนี้พร้อมกันทั้งประเทศด้วย


นักบินอวกาศชาวจีน จิง ไห่เผิง (ขวา) และ เฉิน ตง (ซ้าย) โบกมือให้กับกลุ่มคนที่มาส่งขึ้นยาน ‘เสินโจว11’

สำหรับภารกิจของนักบินอวกาศจีนทั้ง 2 คน จะปฏิบัติภารกิจบนห้องปฏิบัติการอวกาศ ‘เทียนกง’ 2 ซึ่งถูกส่งขึ้นไปสู่ห้วงอวกาศเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา  มุ่งมั่นตามความใฝ่ฝันที่จะสร้างสถานีอวกาศของตัวเอง โดยนักบินอวกาศทั้ง 2 ของจีนชุดล่าสุดนี้ จะทำการทดลองด้านการแพทย์ ฟิสิกส์ และชีววิทยาบนเทียนกง 2 เป็นเวลา 30 วัน จึงทำให้ทั้งสองเป็นนักบินอวกาศของจีนที่ อยู่ในห้วงอวกาศนานรวม 33 วัน ซึ่งนับเป็นเวลายาวนานที่สุดเท่าที่จีนเคยส่งนักบินขึ้นไปอยู่นอกโลก เพราะก่อนหน้านี้ จีนได้ส่งนักบินขึ้นไปกับยานอวกาศ ‘เสินโจว 10’ และปฏิบัติภารกิจอยู่นอกโลก นานแค่ 15 วันเท่านั้น

ทั้งนี้ จีนได้ส่งห้องปฏิบัติการอวกาศ เทียนกง 2 เข้าสู่วงโคจรของโลกได้สำเร็จเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการไล่ล่าความฝันของจีนในโครงการสร้างสถานีอวกาศแบบถาวรโคจรรอบโลก ต่อจากสถานีอวกาศเมียร์ ของอดีตสหภาพโซเวียต (รัสเซีย) ซึ่งหมดอายุการใช้งานแล้วเมื่อปี 2544 และจากนั้นคือสถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส) ในปัจจุบัน.

ชมคลิป ที่นี่