‘เจี๋ย เจี๋ย’ แพนด้าเลี้ยงอายุ 38 ปี แก่สุดในโลก ตายแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ต.ค. 2559 00:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/755956

 

สวนสนุกในฮ่องกงเผย เจี๋ย เจี๋ย แพนด้ายักษ์อายุยืนที่สุดในโลกที่ถูกเลี้ยงในกรง ตายแล้ว ขณะมีอายุ 38 ปี เมื่อวันอาทิตย์ หลังจากสุขภาพแย่ลงอย่างรวดเร็วและไม่อยากอาหาร…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สวนสนุก ‘โอเชียน พาร์ค’ ในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ของประเทศจีน ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 ต.ค. ว่า ‘เจี๋ย เจี๋ย’ เจ้าของสถิติแพนด้ายักษ์อายุมากสุดในโลกที่ถูกเลี้ยงในกรง ตายแล้ว ขณะมีอายุ 38 ปี หรือมากกว่า 100 ปี หากเทียบอายุคน

ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น แพนด้ายักษ์เพศเมียตัวนี้ ซึ่งอยู่ที่สวนสนุก โอเชียน พาร์ค มาตั้งแต่ปีค.ศ. 1999 มีอาการแย่ลงอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และสูญเสียความอยากอาหารด้วย สัตวแพทย์ของโอเชียน พาร์ค จึงตัดสินใจวางยาให้มันจากไปอย่างสงบ

ด้านรัฐบาลฮ่องกงออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อการตายของเจี๋ย เจี๋ย และขอบคุณเจ้าหน้าที่ของโอเชียน พาร์ค ที่ดูแลมันอย่างดีมาโดยตลอด


แพนด้ายักษ์ เจี๋ย เจี๋ย กับเค้กวันเกิดอายุ 37 ปี

ทั้งนี้ แพนด้ายักษ์เจี๋ย เจี๋ย เกิดเมื่อปี 1978 ในป่าของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน มันถูกมอบให้ฮ่องกงในปี 1999 เมื่อฉลองครบรอบ 2 ปีที่อังกฤษคืนฮ่องกงให้จีน

เมื่อปี 2015 โอเชียน พาร์ค จัดงานวันเกิดอายุครบ 37 ปีอย่างยิ่งให้แก่ เจี๋ย เจี๋ย โดยตามปกติแล้ว แพนด้ายักษ์ป่า จะมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 20 ปี ส่วนแพนด้าเลี้ยงจะมีอายุขัยประมาณ 25 ปีเท่านั้น

 

ทัพอิรักหย่อนใบปลิวเตือนปชช.ในโมซูล จ่อบุกยึดคืนเมืองจากไอซิส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ต.ค. 2559 22:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/755927

 

กองทัพอิรักหย่อนใบปลิวเตือนประชาชนในเมืองโมซูล ว่าพวกเขากำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเตรียมการ เพื่อบุกยึดคืนเมืองแห่งนี้จากกลุ่มไอซิส…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพรัฐบาลอิรักดำเนินการหย่อนใบปลิวหลายหมื่นใบทางอากาศลงสู่เมืองโมซูลทางเหนือของประเทศ เมื่อช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 16 ต.ค. เพื่อเตือนประชาชนว่า พวกเขากำลังอยู่ในช่วงเตรียมการขั้นสุดท้ายก่อนเปิดฉากบุกยึดคืนเมืองแห่งนี้จากกลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม (ไอซิส) แล้ว

ใบปลิวดังกล่าวมีข้อความระบุไว้หลายอย่างเช่น “อยู่ในความสงบและบอกลูกๆ ของคุณว่านี่เป็นเพียงเกม หรือเสียงฟ้าผ่าก่อนที่ฝนจะตก”, “ผู้หญิงไม่ควรกรีดร้องหรือตะโกน เพื่อรักษาขวัญกำลังใจของเด็กๆ” หรือ “หากคุณเห็นหน่วยของกองทัพ อยู่ให้ห่างอย่างน้อย 25 ม. และหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวอย่างกระทันหัน” นอกจากนี้ ใบปลิวยังมีข้อความรับรองกับประชาชนว่า การโจมตีทั้งของกองทัพภาพพื้นและการโจมตีทางอากาศ จะไม่มีเป้าหมายที่พลเรือน และบอกให้ประชาชนหลักเลียงจุดที่เป็นฐานที่มั่นของกลุ่มไอซิส

ทั้งนี้ เมืองโมซูล เป็นเมืองสุดท้ายในอิรักที่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มไอซิส โดยการเคลื่อนพลของกองทัพรัฐบาลอิรักและพันธมิตรเพื่อยึดคืนเมือง อาจเริ่มต้นขึ้นในเดือนนี้ โดยได้รับการสนับสนุนทางอากาศจากกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ ขณะที่นักรบไอซิสยังคงเก็บตัวอยู่ในเมืองโมซูล และคาดว่าจะต่อสู้กลับอย่างหนัก และอาจใช้พลเรือนเป็นตัวประกัน

อีกด้านหนึ่งในวันเดียวกัน ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ออกมาแสดงความหวังว่า สหรัฐฯ และพันธมิตรจะทำสุดความสามารถเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มีประชาชนบาดเจ็บล้มตายในการโจมตีเมืองโมซูล

 

ตะลึง! พบหยกก้อนใหญ่สุดเท่าที่เคยพบในเมียนมา มูลค่ามหาศาลนับ 6พันล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ต.ค. 2559 19:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/755771

 

คนงานเหมืองหยก รัฐคะฉิ่น ในเมียนมา สุดตะลึง.. พบหยกขนาดยักษ์ ก้อนใหญ่สุดเท่าที่เคยพบมาในประเทศ น้ำหนักถึง 175 ตัน มูลค่ามหาศาลถึง 6 พันล้าน

เมื่อ 16 ตุลาคม 2559 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน คนงานเหมืองหยกในรัฐคะฉิ่น ทางภาคเหนือของเมียนมา ขุดพบหยกขนาดมหึมา มีน้ำหนักถึง 175 ตัน สูงถึง 4.3 เมตร ยาว 5.8 เมตร นับเป็นหยกก้อนที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่เคยพบมาในเมียนมา ประเมินมูลค่าถึงราว 170 ล้านดอลลาร์ หรือ 5,950 ล้านบาท


หยกขนาดใหญ่ มูลค่ากว่า 6 พันล้าน ภาพจาก Youtube : All About AMAZING

การขุดพบครั้งนี้นับว่าเป็นการขุดพบหยกที่ใหญ่ที่สุดที่เคยพบมาในเมียนมา ทำลายสถิติก่อนหน้านี้ที่เคยพบหยกขนาด 50 ตัน ที่รัฐคะฉิ่น เมื่อปี พ.ศ. 2557

ทั้งนี้ เมียนมา เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะมีแหล่งทรัพยากรหยกที่ดีที่สุดในโลก อีกทั้ง อุตสาหกรรมหยกยังมีมูลค่าถึงเกือบครึ่งของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ จีดีพี ของเมียนมาอีกด้วย โดยมีตลาดส่งออกใหญ่สุดคือ ประเทศจีน ซึ่งมีความเชื่อว่า หยก เป็นหินของสรวงสวรรค์

 

สลด ชาวอินเดียกลัวสะพานถล่ม หนีตายเหยียบกันดับ 24 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ต.ค. 2559 03:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/755107

 

เกิดเหตุเหยียบกันบนสะพานทางเหนือของประเทศอินเดียทำให้มีผู้เสียชีวิต 24 ราย หลังเกิดข่าวลือว่าสะพานจะถล่ม ทำให้ประชาชนแตกตื่นหนีตาย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเหยียบกันบนสะพานสายหนึ่งในเมืองทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย หลังจากฝูงชนจำนวนมากพยายามข้ามสะพานเพื่อไปเข้าร่วมพิธีกรรมของศาสนาฮินดู เมื่อวันเสาร์ที่ 15 ต.ค. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 24 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 20 คน

เหตุสลดดังกล่าวเกิดขึ้นที่ชานเมืองพาราณสี ในรัฐอุตตรประเทศ หลังจากตำรวจเริ่มไล่ผู้คนออกจากสะพานเนื่องจากมีผู้ข้ามในคราวเดียวมากเกินไป ทำให้เกิดข่าวลือแพร่กระจายว่าสะพานกำลังจะถล่ม จนผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีอลหม่าน และเกิดการเหยียบกันขึ้น โดยมีผู้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ 19 ราย และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 5 ราย ขณะที่มีผู้บาดเจ็บ 20 คน ซึ่ง 4 คนในจำนวนนี้มีอาการสาหัส

ทั้งนี้ ตามการเปิดเผยของผู้จัดงาน พวกเขาคาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมพิธีประมาณ 3,000 คน แต่กลับมีประชาชนเดินทางมามากกว่า 70,000 คน ซึ่งพวกเขาไม่ได้เตรียมการมาเพื่อรับมือผู้คนจำนวนขนาดนี้

หลังเกิดเหตุ นาย นเรนทร โมที นายกรัฐมนตรีอินเดีย โพสต์ข้อความบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ทวิตเตอร์ แสดงความเสียใจต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น

 

ผลสอบชี้ เหตุโจมตีทางอากาศถล่มงานศพเยเมน เป็นฝีมือทัพพันธมิตรซาอุฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ต.ค. 2559 23:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/755042

 

ผลการสืบสวนชี้ว่า การโจมตีทางอากาศที่หอจัดพิธีศพในเมืองหลวงเยเมน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเมื่อสัปดาห์ก่อน เป็นฝีมือของกองกำลังพันธมิตรนำโดยซาอุดีอาระเบีย เนื่องจากได้รับข้อมูลผิดพลาด และไม่ทำตามกฎ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผลการสืบสวนของเจ้าหน้าที่นานาชาติ เกี่ยวกับการโจมตีทางอากาศใส่หอจัดพิธีศพในกรุงซานา ของประเทศเยเมน จนมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คนเมื่อสัปดาห์ก่อน ได้ข้อสรุปว่า เป็นการโจมตีที่ผิดพลาดของเครื่องบินจากกองกำลังพันธมิตรอาหรับ-ตะวันออกกลาง ซึ่งนำโดยซาอุดีอาระเบีย และได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา

ทีมประเมินเหตุการณ์ร่วม (Joint Incidents Assessment Team: JIAT) ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากชาติต่างๆ ในกองกำลังพันธมิตรและสหรัฐฯ ในกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย ออกแถลงการณ์ในวันเสาร์ที่ 15 ต.ค. ระบุว่า กลุ่มที่เป็นพันธมิตรกับนาย อับด์ รับบู มานซูร์ ฮาดี ประธานาธิบดีเยเมน ส่งข้อมูลที่ผิดพลาดว่ามีการรวมตัวกันของแกนนำกบฏฮูธิในกรุงซานา เมื่อวันที่ 8 ต.ค. และคนกลุ่มนั้นยืนยันด้วยว่า สถานที่รวมตัวตกเป็น เป้าหมายทางทหารอย่างถูกต้องตามกฎหมาย (legitimate military target) ทันที

ขณะที่ ศูนย์ปฏิบัติการทางอากาศของกองกำลังพันธมิตร ออกคำสั่งให้โจมตีสถานที่ดังกล่าว โดยไม่ได้รับความเห็นชอบ จากกองบัญชาการกองกำลังพันธมิตร และปราศจากมาตรการป้องกัน เพื่อรับประกันว่าเป้าหมายไม่ใช่พลเรือนซึ่งไม่ควรตกเป็นเป้าหมายการโจมตี

“JIAT พบว่า เพราะการไม่ทำตามกฎการสู้รบและขั้นตอนของกองกำลังพันธมิตรซาอุฯ และปัญหาความไม่ถูกต้องของข้อมูล ทำให้อากาศยานลำหนึ่งของกองกำลังพันธมิตรโจมตีเป้าหมายด้วยความผิดพลาด ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิตแลบาดเจ็บ” แถลงการณ์ของ JIAT ระบุ

ทั้งนี้ การโจมตีหอจัดพิธีศพในกรุงซานาเมื่อวันที่ 8 ต.ค. ถือเป็นหนึ่งในการโจมตีที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในสถานการณ์สงครามกลางเมืองของเยเมนที่ดำเนินมานานกว่า 20 เดือนแล้ว หลังถูกกลุ่มกบฏฮูธิยึดเมืองหลวง และจัดตั้งรัฐบาลใหม่เมื่อช่วงต้นปี 2014 การโจมตีดังกล่าวทำให้พลเรือนและเจ้าหน้าที่รัฐบาลกบฏฮูธิที่มาร่วมพิธีศพบิดาของเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่ง เสียชีวิตมากกว่า 100 คน โดยรัฐบาลฮูธิระบุจำนวนไว้ที่ 104 ราย ขณะที่สหประชาชาติระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 140 ราย

ในแถลงการณ์ของ JIAT ระบุอีกว่า กองกำลังพันธมิตรจำเป็นต้องมีมาตรการที่เหมาะสมในการจัดการกับผู้ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น และจะมีการชดเชยให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย พวกเขายังเรียกร้องให้กองกำลังพันธมิตรทบทวนกฎการปะทะใหม่ เพื่อใช้ในปฏิบัติการในอนาคต

 

ตะลึง! รายงานใหม่ ชี้ คนสูงอายุในจีน หายออกจากบ้านกว่า 500,000 ต่อปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ต.ค. 2559 14:41

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/752511

 

น่าตกใจ.. เผย มีผู้สูงอายุในจีนแผ่นดินใหญ่ หายออกไปจากบ้านเฉลี่ยวันละกว่า 1,300 คน หรือมากกว่า 500,000 คนต่อปี ชี้สาเหตุเป็นเพราะส่วนใหญ่เกิดภาวะหลงลืม รองลงมา เนื่องจากป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์

เมื่อ 13 ต.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน สถาบันเพื่อสังคมจงเหมินในประเทศจีน ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงกิจการพลเรือน เผยรายงานใหม่เกี่ยวกับ การสูญหายของผู้สูงอายุในจีนว่า มีผู้สูงวัยหายออกจากบ้านเฉลี่ยถึงกว่า 1,300 คนต่อวัน รวมเฉลี่ยกว่า 500,000 คนต่อปี โดยสาเหตุสำคัญมาจากผู้สูงอายุเกิดภาวะหลงลืมง่าย ถึงร้อยละ 72 และรองลงมาคือ ป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์หรือสมองเสื่อม ร้อยละ 25 ขณะที่ผู้สูงอายุที่หายไปแล้ว ซึ่งถูกตามหาเจอ ปรากฏว่าจะหายไปอีกครั้งถึงร้อยละ 25 เลยทีเดียว

นาย หวัง ชีคุ่น ประธานสถาบันวิจัยจงเหมิน กล่าวว่า จำนวนผู้สูงอายุสูญหายถึงปีละกว่า 5 แสนคน เป็นตัวเลขที่สูงมาก และประเด็นทางสังคมก็เป็นเรื่องที่พวกเราไม่อาจละเลยเพิกเฉยได้

ทั้งนี้ จำนวนประชากรในวัยผู้สูงอายุของจีนกำลังมีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อันเนื่องมาจากรัฐบาลจีนได้บังคับใช้นโยบาย ‘มีลูกคนเดียวมานานเกือบ 40 ปี’ และเพิ่งยกเลิกไปเมื่อปีที่ผ่านมา จึงทำให้จำนวนประชากรในวัยผู้ใหญ่ไม่ได้สัดส่วนสมดุลกับจำนวนผู้สูงอายุที่มีเป็นจำนวนมาก ขณะที่ทางการจีนยังได้ขอร้องให้คนในวัยผู้ใหญ่ดูแลพ่อแม่ที่แก่ชราลงเรื่อยๆ แต่ขณะเดียวกันก็มีผู้สูงอายุจำนวนมากที่ลูกๆ ของพวกเขาได้เสียชีวิตไปก่อน หรือย้ายไปอยู่ที่อื่นกันหมด

สำหรับปัญหาคนแก่หายไปจากบ้านในจีนนั้น จะเป็นปัญหาหนัก โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ชนบท และเมืองเล็กๆ ที่คนหนุ่มคนสาวย้ายเข้าไปหางานทำในเมืองใหญ่ๆ ทางฝั่งตะวันออกของประเทศ โดยตามรายงานของธนาคารโลกระบุว่า ในประเทศจีนมีคนสูงวัย อายุ 65 หรือเกิน 65 ปี จำนวนถึง 114 ล้านคน มากกว่าประเทศกำลังพัฒนาในโลก ขณะที่คาดว่าจะมีประชาชนมากถึง 90 ล้านคน ทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดเข้าไปหางานทำในเมืองในช่วง 30 ปีข้างหน้า และในปี ค.ศ. 2030 รัฐบาลจีนได้เตือนว่า จีนจะมีประชากรในวัยสูงอายุเกิน 60 ปี มากกว่า 400 ล้านคน ซึ่งถือเป็นจำนวนมากที่สุดในโลก.

 

มะกัน-รัสเซีย ประกาศเริ่มเจรจากู้วิกฤติซีเรียรอบใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ต.ค. 2559 05:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/752117

 

สหรัฐฯ และรัสเซียประกาศเริ่มการเจรจากู้วิกฤติซีเรียรอบใหม่ในวันเสาร์นี้ หลังจากการเจรจาล่มไปเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน โดยคราวนี้จะมีชาติมหาอำนวจในภูมิภาคเข้าร่วมด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐฯ และรัสเซีย ประกาศเมื่อวันพุธที่ 12 ต.ค. ว่าพวกเขาจะเริ่มการเจรจาในเรื่องซีเรียอีกครั้ง หลังจากรัฐบาลวอชิงตันยกเลิกการเจรจากับรัฐบาลมอสโกเมื่อ 9 วันก่อน ท่ามกลางความตึงเครียดเรื่องความล้มเหลวในการรักษามาตรการหยุดยิงทั่วประเทศในซีเรีย

แต่ครั้งนี้ นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย จะหารือกับนายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ และตัวแทนจากชาติมหาอำนาจอื่นๆ ในภูมิภาค ที่เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันเสาร์ที่ 15 ต.ค. นี้ โดยคาดว่าซาอุดีอาระเบีย, ตุรกี และอิหร่าน จะเข้าร่วมการหารือครั้งนี้ด้วย

ขณะที่ตามการเปิดเผยของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ นายแคร์รี จะหารือกับหลายฝ่ายเพื่อยุติวิกฤติในซีเรีย รวมทั้งหยุดความรุนแรงอย่างยั่งยืน และเริ่มการขนส่งสิ่งของช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอีกครั้ง

ทั้งนี้ ข่าวการเริ่มเจรจาเกี่ยววิกฤติซีเรียรอบใหม่เกิดขึ้นในขณะที่ การโจมตีทางอากาศที่เมืองอเลปโปทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งล่าสุดในวันพุธ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 คน รวมทั้งเด็กหลายคน

 

ปินส์ดัน ก.ม.ห้ามสูบบุหรี่ดูเตร์เตโมเดล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 ต.ค. 2559 04:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/752031

 

เมื่อวันที่ 12 ต.ค. นางพอลิน จีน โรเซลล์-อูเบียล รมว.สาธารณสุขฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมผ่านร่างกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ปลายเดือน ต.ค.นี้ และจะมีผลบังคับใช้ทันทีปีหน้า เหลือแค่ให้นายโรดริโก ดูเตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ลงนาม โดยกฎหมายดังกล่าวจะมีการตีความเพิ่มเติมเรื่องการห้ามสูบบุหรี่สถานที่สาธารณะ อาทิ สวนสาธารณะ ป้ายรถเมล์ ไปจนถึงภายในรถยนต์

นอกจากนี้ กฎหมายยังครอบคลุมถึงเรื่องการห้ามสูบบุหรี่ในอาคาร และนอกอาคาร ซึ่งรัฐบาลจะกำหนดด้วยว่าสถานที่อนุญาตให้สูบบุหรี่ได้จะต้องอยู่ห่างจากตัวอาคารอย่างน้อย 10 เมตร

ทั้งนี้ จำนวนผู้สูบบุหรี่ในฟิลิปปินส์จากข้อมูลของทางการปี 2557 มีประมาณ 17 ล้านคน ขณะที่มาตรการห้ามสูบบุหรี่ครั้งนี้ มีต้นแบบจากกฎหมายเมืองดาเวา ช่วงที่นายดูเตร์เตเป็นนายกเทศมนตรี ซึ่งจะลงโทษปรับ 5,000 เปโซ (ประมาณ 3,600 บาท) หรือจำคุก 4 เดือน แก่ผู้ละเมิดกฎหมาย ทั้งนายดูเตร์เตเองก็เคยบังคับให้ผู้สูบบุหรี่ในร้านอาหารรายหนึ่งดับบุหรี่และกินก้นบุหรี่ของตัวเองเข้าไป หลังเตือนแล้วไม่ยอมเชื่อ.

 

ส.ส.ฝ่ายเรียกร้องปชต.ฮ่องกง ป่วนพิธีสาบานตน ประกาศกร้าวต้านจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ต.ค. 2559 02:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/752097

 

ว่าที่สมาชิกสภานิติบัญญัติฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตยของฮ่องกง ป่วนพิธีสาบานตนรับตำแหน่งใหม่เมื่อวันพุธ โดยเปลี่ยนคำที่ต้องใช้สาบานตนใหม่ หรือแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อต่อต้านจีนแผ่นดินใหญ่…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ว่าที่สมาชิกสภานิติบัญญัติฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตยของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง สร้างความปั่นป่วนกลางพิธีสาบานตนรับตำแหน่งสมาชิกสภาฯ ด้วยการใช้ช่วงเวลากล่าวสาบานเป็นวาทีแสดงเจตนารม ต่อต้านรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ รวมทั้งแสดงธงที่เขียนว่า “ฮ่องกงไม่ใช้จีน” ด้วย


น.ส. เหยา ไหว-ชิง กางธงที่มีข้อความว่า ฮ่องกงไม่ใช้จีน ลงบนโต๊ะ

พิธีสาบานตนดังกล่าวเป็นการประชุมร่วมกันครั้งแรกของสมาชิกสภานิติบัญญัติ (LegCo) นับตั้งแต่การเลือกตั้งสมาชิกสภาเมื่อเดือนก่อนเสร็จสิ้นลง และมีผู้สมัครที่เรียกร้องให้ฮ่องกงมีอำนาจปกครองตนเองมากขึ้น หรือเรียกร้องให้แยกฮ่องกงเป็นอิสระจากจีน ได้รับเลือกหลายคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอดีตแกนนำการประท้วงร่ม ที่ออกมาเคลื่อนไหวปิดถนนในฮ่องกง เมื่อปี 2014 เพื่อต่อต้านจีนที่แทรกแซงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ฮ่องกง

สมาชิกสภาฯ คนใหม่จำเป็นต้องกล่าวคำสาบานตนสั้นๆ เพื่อที่จะได้รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ โดยคำสาบานรวมถึงการกล่าวว่า “ฮ่องกงเป็นเขตปกครองพิเศษของจีน” หลายครั้งด้วย


นาย ซิกซ์ตัส เหลียง ห่มธงที่มีข้อความว่า ฮ่องกงไม่ใช้จีน

อย่างไรก็ตาม นาย ซิกซ์ตัส เหลียง และน.ส. เหยา ไหว-ชิง สมาชิกพรรค ‘ยังสไปเรชัน’ (Youngspiration) กลับกล่าวคำสาบานด้วยคำว่า “ประเทศฮ่องกง” รวมทั้งแสดงการดูหมิ่น และจงใจอ่านชื่อประเทศจีน (China: ไชน่า) ผิดเป็น “ชีน่า” (Shina) แบบที่เคยใช้สมัยที่ญี่ปุ่นยึดครองฮ่องกง พวกเขายังนำธงที่มีความว่า “ฮ่องกงไม่ใช้จีน” มาวางบนโต๊ะด้วย

ขณะที่นาย เอ็ดเวิร์ด เหยา ผู้สมัครอิสระ กล่าวคำสาบานตามปกติ แต่เพิ่มประโยคว่า “เขาจะต่อสู้เพื่อให้พลเมืองทั้งมวลมีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งอย่างแท้จริง” เข้าไปด้วย ซึ่งการกระทำของทั้ง 3 คน ทำให้นาย เคนเนธ เฉิน เลขาธิการสภานิติบัญญัติ ประกาศให้คำสาบานของพวกเขาเป็นโมฆะ


นาย นาธาน เหลา กล่าวคำสาบานตน

ส่วนว่าที่สมาชิกสภาฯ คนสำคัญอีกคนคือนาย นาธาน เหลา หนึ่งในแกนนำกลุ่มนักศึกษาในการประท้วงร่ม กล่าวคำพูดของ มหาตมะ คานธี ก่อนที่เขาจะเอ่ยคำสาบานตน “คนสามารถล่ามผมได้ คุณสามารถทรมานผมได้ คุณสามารถทำได้กระทั่งทำลายร่างกายนี้ แต่คุณไม่มีวันกังขังจิตใจของผมได้” นายเหลายังไม่ยอมกลับไปนั่งประจำที่ และถามเหตุสาเหตุว่าทำไมคำสาบานของอื่นๆ จึงถูกปฏิเสธด้วย จนนายเฉินต้องประกาศพักการประชุม

ทั้งนี้ ส.ส.ใหม่คืนอื่นๆ เกือบ 70 คน ทำพิธีสาบานตนโดยไม่มีปัญหามากนัก แต่มีการกระทบกระทั่งกันเกิดขึ้น หลังจากคำสาบานตนของนายเหลียง, น.ส. เหยา และนายอิ๋ว ถูกประกาศให้เป็นโมฆะ และยังไม่ทราบแน่ชัดว่าทั้ง 3 คนจะได้รับอนุญาตให้ดำรงตำแหน่งหรือไม่


นาย เหลียง กั๊วะ-ฮุง ถือร่มประท้วงขณะสาบานตน
 

ซัมซุงจบ‘โน้ต7’ หยุดผลิตถาวร! หุ้นร่วงหนัก มูลค่าในตลาด2วันหาย7แสนล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ต.ค. 2559 11:36

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/751191

 

ซัมซุง ตัดสินใจ หยุดผลิต‘โน้ต 7’ ถาวร หลังยังเจอปัญหาเครื่องระเบิดไฟไหม้ ส่งผลราคาหุ้นของซัมซุงร่วงต่อเนื่อง แค่ 2 วัน มูลค่าของบริษัทผลิตมือถือรายใหญ่สุดของโลก หายวับในพริบตา  มหาศาลถึง 7 แสนล้านบาท

เมื่อ 12 ต.ค. สำนักข่าวเอพีและบีบีซี รายงานวิกฤติ ‘โน้ต 7’ส่งผลให้ บริษัทซัมซุง บริษัทผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ของโลก ในเกาหลีใต้ เผชิญสถานการณ์ราคาหุ้นของซัมซุงร่วงต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาดิ่งลงอย่างหนัก ในช่วงวันที่ 11-12 ต.ค. อันเป็นผลกระทบตามมาหลังจากเมื่อวันที่ 11 ต.ค. บริษัทซัมซุง ประกาศ ตัดสินใจหยุดการผลิตสมาร์ทโฟน กาแลคซี่ โน้ต 7อย่างถาวร ปิดฉาก ‘โน้ต 7’ หลังจากก่อนหน้า ได้ออกมาเรียกร้องให้ลูกค้าที่ซื้อมือถือ ‘เรือธง’ รุ่นนี้ ปิดเครื่อง หยุดใช้งาน เนื่องจากยังคงมีรายงานปัญหาเครื่องไฟไหม้ ถึงแม้ซัมซุงจะมีการเรียกคืนและปรับปรุงเครื่องไปแล้วก็ตาม

ข่าวแจ้งว่า ราคาหุ้นของซัมซุง ลดลงไปอีก 3% หลังเปิดตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 12 ต.ค. และเมื่อวันอังคารที่ 11 ต.ค. ราคาหุ้นของซัมซุงได้ตกลงไปแล้วถึง 8% จนทำให้ภายในช่วงเวลาแค่ 2 วัน มูลค่าราคาหุ้นของซัมซุงในตลาดหลักทรัพย์ หายไปมากกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 700,000 ล้านบาทเลยทีเดียว


มือถือ กาแลคซี่ โน้ต 7 ของลูกค้าคนหนึ่งในเมืองริชมอนด์ รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐฯ เกิดไฟไหม้เสียหาย เมื่อ 9 ต.ค.

ด้านบรรดานักวิเคราะห์มองว่า วิกฤติโน้ต 7 สามารถส่งผลกระทบต่อมูลค่าหุ้นของบริษัทซัมซุงในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่บริษัทคู่แข่ง ทั้ง กูเกิล และแอปเปิล ได้ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟน ไฮเอนด์ รุ่นใหม่ ขณะที่ก่อนหน้านี้ ซัมซุง ตั้งเป้าไว้ว่า โน้ต 7 ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา จะเป็นคู่แข่งสำคัญของไอโฟน 7 มือถือรุ่นใหม่ของแอปเปิล ซึ่งมีแผนจะเปิดตัวในหนึ่งเดือนต่อมา แต่ไม่คาดคิด กาแลคซี่ โน้ต 7 จะเกิดปัญหาหนัก โดนร้องเรียน เครื่องระเบิด ไฟไหม้ จนต้องประกาศเรียกคืนในอีกแค่เพียง 2 สัปดาห์ต่อมา หลังเปิดตัวและวางจำหน่ายได้แค่เพียง 10 ประเทศทั่วโลก แต่มียอดจำหน่ายพุ่งไปแล้วถึง 2.5 ล้านเครื่อง.


สภาพร่องรอยไฟไหม้จากมือถือ กาแลคซี่ โน้ต 7

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ซัมซุง วอนลูกค้าซื้อโน้ต 7 ปิดเครื่อง! ช็อกไม่จบ เจอเครื่องไหม้ในUSอีก