สหภาพยุโรปจ่อยกระดับคว่ำบาตรรัสเซีย แบนนำเข้าทองคำ ตัดท่อน้ำเลี้ยงยุติสงครามยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686849

วันที่ 15 ก.ค. 2565 เวลา 18:46 น.

สหภาพยุโรปจ่อยกระดับคว่ำบาตรรัสเซีย แบนนำเข้าทองคำ ตัดท่อน้ำเลี้ยงยุติสงครามยูเครน

สหภาพยุโรป หรือ EU เล็งพิจารณายำระดับการคว่ำบาตรรัสเซียรอบใหม่ โดยคราวนี้เตรียมหันมาแบนนำเข้าทองคำ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญในการสร้างรายได้ของรัสเซีย หวังให้ยุติการทำสงครามกับยูเครน

ทั้งนี้ สงครามระหว่างรัสเซีย และยูเครน ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง แม้นานาประเทศพยายามใช้ยาแรงออกมาตรการคว่ำบาตรกดดันทุกหนทาง ล่าสุดสหภาพยุโรปเตรียมแบนนำเข้าทองคำ หลังจากได้มีการแบนนำเข้าถ่ายหินและก๊าซธรรมชาติมาแล้ว โดยมาตรการแบนนำเข้าทองคำสอดรับกับข้อเรียกร้องของ โอลฮา สเตฟานิชินา รองนายกรัฐมนตรียูเครน เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมา

สำหรับมาตรการครั้งนี้ ถือเป็นมาตรการคว่ำบาตรชุดที่ 7 แล้ว ซึ่งประเทศในสหภาพยุโรปแสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการกดดันทุกช่องทางให้รัสเซียถอนกำลังออกจากยูเครน หลังรุกรานอยู่กว่า 5 เดือนแล้ว

‘บิล เกตส์’ ไม่แคร์หลุดทำเนียบคนรวยสุดในโลก บริจาคทรัพย์สินทั้งหมดเข้าการกุศล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686848

วันที่ 15 ก.ค. 2565 เวลา 12:34 น.

'บิล เกตส์' ไม่แคร์หลุดทำเนียบคนรวยสุดในโลก บริจาคทรัพย์สินทั้งหมดเข้าการกุศล

‘บิล เกตส์’ มหาเศรษฐีอันดับที่ 4 ของโลก ประกาศบริจาคทรัพย์สินอีก 2 หมื่นล้านดอลลาร์ (หรือราว 7 แสนล้านบาท) สมทบเข้ามูลนิธิ Bills & Melinda Gates Foundation ที่ตนเองกับอดีตภรรยาเป็นผู้ร่วมกันก่อตั้งขื้นมาตั้งแต่ปี 2000

ทั้งนี้ เจ้าพ่อ Microsoft ได้เปิดเผยในทวิตเตอร์ส่วนตัวระบุว่า มูลนิธิ Gates Foundation ของเขาเองก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในแต่ละปี เนื่องจากปัจจัยลบต่าง ๆ ที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นการระบาดของโควิด สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ รวมทั้งภาวะโลกร้อน ทำให้คาดการณ์ว่ามูลนิธิของเขาก็จะมีรายจ่ายต่อปีเพิ่มขึ้น เฉลี่ยจาก 6 พันล้านดอลลาร์ เป็น 9 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2026

เกตส์ ยืนกรานว่าการเคลื่อนไหวของตนเองที่มีเจตนาจะมอบทรัพย์สินทั้งหมดของเขาให้กับการกุศลมาตั้งแต่ปี 2010 นั้นจะเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เหล่ามหาเศรษฐีหันมาทำประโยชน์ช่วยสังคมในช่วงเวลายากลำบากกันอย่างจริงจัง 

สำหรับมูลนิธิ Gates Foundation นั้นได้กระจายสำนักงานในประเทศต่าง ๆ มีคอนเซปต์มายมายในการพัฒนาสังคม ไม่ว่าจะเป็น การแก้ไขปัญหาสุขอนามัยที่เลวร้ายต่าง ๆ รวมทั้งส่งเสริมการศึกษาในพื้นที่ต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น โดยรายงานระบุว่ามูลนิธิ Gates Foundation เป็นมูลนิธิการกุศลที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก (ข้อมูลในปี 2020) โดยถือครองทรัพย์สิน 4.98 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ 

อ้างอิง

ญี่ปุ่นเตือนประชาชนเฝ้าระวังโควิดระลอกใหม่ หลังยอดติดเชื้อพุ่งจ่อแตะหลักแสน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686837

วันที่ 14 ก.ค. 2565 เวลา 14:24 น.

ญี่ปุ่นเตือนประชาชนเฝ้าระวังโควิดระลอกใหม่ หลังยอดติดเชื้อพุ่งจ่อแตะหลักแสน

สาธารณสุขญี่ปุ่นแจ้งเตือนประชาชนให้เริ่มเฝ้าระวัง การระบาดโควิดระลอกใหม่ที่มีแนวโน้มแพร่ระบาดเร็วขึ้น หลังสัปดาห์นี้มีตัวเลขติดเชื้อเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว

นาย ฮิโระคาสึ มัตสึโนะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในประเทศญี่ปุ่น มีสถิติพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกรุงโตเกียวที่มียอดติดเชื้อรายใหม่ทำสถิติถึง 16,878 ราย ขณะที่ยอดติดเชื้อทั่วประเทศทะลุ 90,000 ราย อยู่ที่ 94,466 ราย โดยผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นมาถึง 2.14 เท่า เปรียบเทียบกับสัปดาห์ก่อน ซึ่งนับว่าเป็นอัตราการติดเชื้อที่รวดเร็วมาก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 

จากตัวเลขที่เกิดขึ้นทำให้กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นได้เตือนประชาชนให้ระมัดระวังตัวเอง โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว รวมทั้งปิดเทอมฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึง ซึ่งมีรายงานว่ากรุงโตเกียวกำลังจะมียกระดับการเตือนภัยโควิด-19 เร็ว ๆ นี้ 

จบรอบกลุ่มเทค!? ซีอีโอ Google ยอมรับ ชะลอจ้างงานถึงปีหน้า จากพิษเศรษฐกิจถดถอย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686831

วันที่ 13 ก.ค. 2565 เวลา 15:00 น.

จบรอบกลุ่มเทค!? ซีอีโอ Google ยอมรับ ชะลอจ้างงานถึงปีหน้า จากพิษเศรษฐกิจถดถอย

สถานการณ์เศรษฐกิจโลกหลังจุดพีคของโควิดเริ่มกระทบกับธุรกิจต่าง ๆ เป็นโดมิโนแล้ว โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ไม่เว้นแม้แต่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่กลุ่ม FAANG ที่มีแผนโละพนักงาน และทยอยประกาศชะลอการจ้างงานกันแล้วในปีนี้

‘ซันดาร์ พิชัย’ (Sundar Pichai) ซีอีโอ Google ยอมรับเจอพิษเศรษฐกิจโถมใส่ จนต้องประกาศแผนชะลอการจ้างงานไปจนถึงปี 2023 

“ปัญหาคือแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในสภาวะไม่แน่นอน และเราก็เหมือนบริษัทอื่นที่ไม่มีภูมิคุ้มกันต่อปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในระลอกใหญ่”  

ทั้งนี้ ปีนี้ถือเป็นปีที่ เม็ดเงินนักลงทุนไหลออกจากบริษัทกลุ่มเทคอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยหุ้น Alphabet ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Google ปรับตัวลดลงถึง 21% และที่น่าสนใจคือ ผลดำเนินการไตรมาสแรกก็ลดลง 23% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว 

นอกจาก Google แล้ว ก่อนหน้านี้ทั้ง Meta, Spotify, Twitter, Netflix, Snap หรือ Uber ซึ่งเคยเป็นบริษัทเทคโนโลยีดาวรุ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ต่างก็ตัดสินใจปลดพนักงาน รวมทั้งชะลอการจ้างงานจากพิษเศรษฐกิจถดถอยแล้วเช่นกัน

อ้างอิง

ประธานาธิบดีศรีลังกาลี้ภัยการเมืองไปมัลดีฟส์แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686828

วันที่ 13 ก.ค. 2565 เวลา 11:32 น.

ประธานาธิบดีศรีลังกาลี้ภัยการเมืองไปมัลดีฟส์แล้ว

มีรายงานว่า ประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษาของศรีลังกา ได้เดินทางออกนอกประเทศ ลี้ภัยทางการเมืองไปยังมัลดีฟส์แล้ว ก่อนถึงกำหนดการพิธีลาออกจากตำแหน่งผู้นำประเทศอย่างเป็นทางการ หลังเจอกระแสต่อต้านอย่างหนักจากประชาชน จากการบริหารที่นำพาประเทศเดินมาจุดวิกฤตที่สุดในประวัติศาสตร์

รายงานระบุว่า นายโกตาบายาพร้อมด้วยภริยาและบอดี้การ์ดอีก 2 ราย ได้โดยสารเครื่องบินเจ็ตของกองทัพอากาศ มุ่งหน้าสู่กรุงมาเล่ เมืองหลวงของประเทศมัลดีฟส์ เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (13 ก.ค.)

ทั้งนี้ จากกำหนดการเดิม หลังพิธีการลาออกของนายโกตาบายา รัฐสภามีกำหนดโหวตลงมติเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ภายในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ ขณะที่ รานิล วิกรมสิงเห นายกรัฐมนตรีศรีลังกาคนปัจจุบัน ก็ให้คำมั่นพร้อมก้าวลงจากตำแหน่ง หลังจากที่มีการจัดตั้งรัฐบาลผสมชุดใหม่ที่มาจากทุกพรรคการเมืองสำเร็จ 

ทั้งนี้ นายโกตาบายาได้เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีศรีลังกา โดยได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2019 แต่ในเวลานี้สถานการณ์ของศรีลังกากำลังอยู่ในช่วงวิกฤต โดยเงินทุนสำรองลดลงและมีสัดส่วนน้อยกว่าหนี้สินไปแล้ว เกิดความขาดแคลนอย่างหนัก ตั้งแต่น้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซหุงต้ม อาหารและยารักษาโรค จนนำมาสู่การที่ประชาชนลงถนนประท้วงและเรียกร้องให้ภาครัฐรับผิดชอบ โดยมุ่งเป้ามาที่ครอบครัวตระกูลราชปักษาที่สืบทอดอำนาจทางการเมืองในศรีลังกามาอย่างยาวนาน

ช็อก! ชินโซ อาเบะ อดีตนายกฯญี่ปุ่นถูกลอบยิง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686800

วันที่ 08 ก.ค. 2565 เวลา 10:54 น.

ช็อก! ชินโซ อาเบะ อดีตนายกฯญี่ปุ่นถูกลอบยิง

นายชินโซ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น ถูกลอบยิงเข้าที่หน้าอกขณะช่วยลูกพรรคหาเสียงที่เมืองนารา โดยมีรายงานว่า นายอาเบะ เสียเลือดจำนวนมากหลังจากถูกยิง หมดสติ และมีภาวะหัวใจหยุดเต้น จนเจ้าหน้าที่ต้องทำ CPR ช่วยชีวิต ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

รายงานข่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น นายชินโซ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น ถูกคนร้ายลอบยิงล้มลงระหว่างพูดสุนทรพจน์ในเมืองนาราทางตะวันตกของญี่ปุ่น โดยผู้สื่อข่าวได้ยินเสียงคล้ายปืนดังขึ้นอย่างชัดเจน เบื้องต้นระบุว่านายอาเบะถูกคนร้ายยิงด้วยปืนลูกซองจากด้านหลัง 2 นัด และล่าสุดสามารถจับกุมชายต้องสงสัยได้แล้วหนึ่งคนอายุประมาณ 40 ปี เป็นชาวจังหวัดนารา โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำ

ชินโซ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนที่ 57 และหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ตั้งแต่ปี 2555 ถึง 2563 และก่อนหน้านั้นระหว่างปี 2549 ถึง 2550 เขายังเป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรีระหว่างปี 2548 ถึง 2549 นับเป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นที่ครองตำแหน่งนานที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น โดยเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2563 อาเบะ ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเนื่องจากลำไส้ใหญ่อักเสบมีแผล (ulcerative colitis) และสุขภาพที่ไม่แข็งแรง

วิกฤตฟองสบู่อสังหาจีน “ปัญหาซุกใต้พรม” ที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686794

วันที่ 08 ก.ค. 2565 เวลา 08:13 น.

ช็อก! ชินโซ อาเบะ อดีตนายกฯญี่ปุ่นถูกลอบยิง

นักวิเคราะห์เผยข้อมูลที่น่าตกใจ ชี้อาจมีบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในจีนอีกกว่า 30 แห่งที่จะผิดชำระหนี้ คิดรวมกันเป็นมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์

หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้วงการอสังหาจีนสั่นสะเทือนจากการที่ Evergrand Group บริษัทอสังหายักษ์ใหญ่แดนมังกร ผิดนัดชำระหนี้เงินกู้ จนทำให้รัฐบาลจีนได้มีนโยบายการเข้ามาควบคุมการก่อหนี้ของภาคอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ 

Charlene Chu นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Autonomous Research หน่วยงานวิจัยจาก Sanford C. Bernstein & Co. ออกตัวเลขคาดการณ์ว่า จะมีบริษัทอสังหาถึงกว่า 30 แห่งที่ผิดชำระหนี้ คิดรวมเป็นมูลค่าถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์

“เรายังอยู่เพียงแค่ช่วงเริ่มต้น” (การนัดผิดชำระของบริษัทอสังหาในตลาด)

วิกฤตฟองสบู่อสังหาจีน "ปัญหาซุกใต้พรม" ที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น

“สถานการณ์ต่าง ๆ จะหนักหนาสาหัสมากขึ้นเมื่อธนาคารจะตีมูลค่าหลักประกันของบริษัทลดลง รวมทั้งการปรับโครงสร้างหนี้ของแต่ละบริษัท จะยิ่งกินเวลานาน ยิ่งไปกว่านั้นหนี้เสียก้อนโตที่คนซื้ออสังหาไปแล้วเริ่มผ่อนไม่ไหว ก็มีแนวโน้มมากขึ้น เนื่องจากอัตราการว่างงานที่สูงขึ้นในจีน”  

“ความจริงวันนี้คือ ภาคอสังหาไม่โตแล้ว และกำลังอยู่ในช่วงขาลง ซึ่งภาวะนี้ก็ยิ่งทำให้กระทบกับอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ต้องอาศัยพึ่งพากัน ไม่ว่าจะเป็น สินค้าตกแต่งบ้าน, เฟอร์นิเจอร์, เครื่องใช้ไฟฟ้า ต่าง ๆ ก็จะมียอดขายดร็อปตามไปด้วย รวมทั้งประชากรในจีนที่มีอัตราเกิดน้อยลง”

ทั้งนี้ ประชากรกลุ่มวัยทำงานคือลูกค้าหลักของภาคอสังหา โดยจากสถิติคนกลุ่มนี้เคยมีมากที่สุดราว 801 ล้านคนในปี 2015 และปัจจุบันลดลงมาเหลือเพียง 20 ล้านคน ซึ่งจากปัจจัยลบเหล่านี้ ทำให้ Chu คาดการณ์ว่า มีโอกาสที่จีนกำลังก้าวเดินเข้าสู่ยุคใหม่ ที่อาจเห็นตัวเลขเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับเลขตัวเดียว

อ้างอิง

บอริส จอห์นสัน ประกาศลาออกนายกฯ อังกฤษ รักษาการณ์ต่อถึง ต.ค. นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686792

วันที่ 07 ก.ค. 2565 เวลา 18:32 น.

บอริส จอห์นสัน ประกาศลาออกนายกฯ อังกฤษ รักษาการณ์ต่อถึง ต.ค. นี้

บอริส จอห์นสัน ยอมประกาศลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยม หลังจากก่อนหน้านี้รัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงต่างพากันลาออกร่วมกว่า 40 คน

จากการเปิดเผยของสำนักข่าว บีบีซี ระบุว่า นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษประกาศลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยม หลังถูกสมาชิกพรรคกดดันให้ลาออกจากตำแหน่งผู้นำประเทศ แต่จะยังคงรักษาการณ์ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษต่อไปจนกว่าจะได้หัวหน้าพรรคคนใหม่ในเดือนต.ค.

ก่อนหน้าที่นายจอห์นสันจะลาออกเพียง 2 วัน นายซาจิด จาวิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายริชี ซูนัค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลาออกจากตำแหน่ง และในจดหมายลาออก นายซูนัค และนายจาวิด ระบุถึงความไม่น่าเชื่อถือของนายจอห์นสันในฐานะผู้นำ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วันรัฐบาลของนายจอห์นสัน เพิ่งเผชิญกับข่าวฉาวล่าสุดเมื่อนายคริส พินเชอร์ ลาออกจากตำแหน่งรองประธานวิปรัฐบาล ที่คอยดูแลเรื่องระเบียบวินัยของพรรค เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าเขาลวนลามชาย 2 คน ที่คลับส่วนบุคคล แต่นายพินเชอร์ปฏิเสธข้อกล่าวหา 

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่ผ่านมา ส.ส.พรรคอนุรักษ์นิยมได้จัดการประชุมเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายจอห์นสัน ท่ามกลางความไม่พอใจของประชาชน และสมาชิกรัฐสภาต่อการที่รัฐบาลอังกฤษจัดงานเลี้ยงสังสรรค์หลายครั้งที่บ้านพักนายกรัฐมนตรีในช่วง 2 ปี ของมาตรการล็อกดาวน์เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

นายกฯอังกฤษ ลั่นไม่ลาออก! แม้ รมต.พร้อมใจยื่นใบลาออกแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686784

วันที่ 07 ก.ค. 2565 เวลา 09:36 น.

นายกฯอังกฤษ ลั่นไม่ลาออก! แม้ รมต.พร้อมใจยื่นใบลาออกแล้ว

นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ยืนกรานหนักแน่นว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง แม้รัฐมนตรีหลายรายในคณะรัฐบาลจะพร้อมใจกันยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง

ถือเป็นช่วงที่นายจอห์นสันกำลังเผชิญกับมรสุมลูกใหญ่ทางการเมือง หลังจากที่นายจอห์นสันรอดพ้นมติไม่ไว้วางใจในพรรคอนุรักษ์นิยมเมื่อเดือนที่แล้ว ล่าสุด นายริชิ ซูแนค รัฐมนตรีคลังอังกฤษ และนายซาจิด จาวิด รัฐมนตรีสาธารณสุข และรัฐมนตรีอีกหลายรายต่างพาเหรดกันยื่นใบลาออก 

นายซาจิด จาวิด และนาย ริชี ซูนัก กล่าวว่า พวกเขาทั้งสองคนไม่สามารถอยู่ในรัฐบาลชุดนี้ได้อีกต่อไป หลังจากผู้นำอังกฤษได้ออกมาขอโทษในกรณีของ นายคริส พินเชอร์ ที่ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งรองประธานวิปรัฐบาล ในกรณีถูกร้องเรียนเรื่องพฤติกรรมทางเพศซึ่งสร้างความเสื่อมเสียให้กับรัฐบาล ทำให้พวกเขาหมดความเชื่อมั่นในตัวนายกรัฐมนตรีจอห์นสัน เช่นเดียวกับสมาชิกสภานิติบัญญัติหลายคนก็หมดความเชื่อมั่นในตัวผู้นำอังกฤษเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม นายจอห์นสัน ยืนยันว่าจะไม่ลาออกและ การจัดการเลือกตั้งใหม่จะไม่มีทางเกิดขึ้น พร้อมกับแต่งตั้งให้ นายนาดิม ซาฮาวี รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ขึ้นเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลังคนใหม่ รวมถึงแต่งตั้งให้นายสตีฟ บาร์เคลย์ หัวหน้าสำนักนายกรัฐมนตรี ขึ้นเป็นรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขคนใหม่ โดยนายซาฮาวีกล่าวว่าเขาจะพิจารณาทางเลือกทั้งหมดเพื่อทำให้เศรษฐกิจของประเทศกลับมาขยายตัวอีกครั้ง รวมถึงแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อโดยเร็วที่สุดต่อไป

‘มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก’ รับเฟซบุ๊กเจอวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุด จ่อปลดพนักงาน เซ่นพิษเศรษฐกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686763

วันที่ 05 ก.ค. 2565 เวลา 11:48 น.

'มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก' รับเฟซบุ๊กเจอวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุด จ่อปลดพนักงาน เซ่นพิษเศรษฐกิจ

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Meta Platforms ส่งข้อความถึงพนักงานระหว่างการประชุมร่วมกับพนักงาน 77,800 รายผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ว่า บริษัทกำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด และอาจจำเป็นต้องลดขนาดองค์กรลงในเร็ว ๆ นี้

ทั้งนี้ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก กล่าวกับพนักงานว่า “ผมคิดว่าพวกคุณบางคนอาจตัดสินใจว่าบริษัทนี้ไม่เหมาะกับตัวเอง และการจะเลือกเดินออกไปด้วยตัวเองนั้นโอเคสำหรับผม ในความเป็นจริงแล้วก็อาจจะมีพนักงานหลายคนที่ไม่เหมาะจะอยู่กับบริษัท”

สำหรับธุรกิจโฆษณาของ Meta ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวซึ่งจำกัดจำนวนข้อมูลผู้ใช้ที่เฟซบุ๊กและ อินสตาแกรม ทำให้ Meta จึงมีกำไรลดลง 2 ไตรมาสติดต่อกันเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ สูญเสียมูลค่าตลาดไปราว 2.3 แสนล้านดอลลาร์

ด้าน คริส ค็อกซ์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Meta แสดงความคิดเห็นจากสัญญาณเตือนของมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ระบุว่า Meta กำลังเผชิญกับ “ช่วงเวลาที่เลวร้าย” และ “ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนรุนแรง”

Meta ถือเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก ที่กำลังเผชิญกับความผันผวนทางเศรษฐกิจเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย (resession) เงินเฟ้อ สงครามในยูเครน โดยในช่วงที่ผ่านมาบริษัทเทคโนโลยีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Tesla, Netflix, Unity Software, Coinbase Global และ Stitch Fix ได้ประกาศลดตำแหน่งงานลงอย่างมากเช่นกัน

อ้างอิง