นรกบนดิน “เคนซิงตัน” ถนนคนติดยาในเมืองใหญ่ของสหรัฐ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667837

วันที่ 10 พ.ย. 2564 เวลา 17:38 น.นรกบนดิน "เคนซิงตัน" ถนนคนติดยาในเมืองใหญ่ของสหรัฐชุมชนคนติดยาในย่านเคนซิงตัน ที่ถูกเรียกว่า ‘เมืองซอมบี้’ ถูกถ่ายทอดสู่สายตาชาวโลก ทำให้เห็นด้านมืดของเมืองใหญ่ในสหรัฐ

1. ในแดนศิวิไลซ์อย่างสหรัฐอเมริกา มีอีกมุมหนึ่งที่เต็มไปด้วยคนติดยา คนไร้บ้าน ผู้มีปัญหาสุขภาพจิตนอนกันเกลื่อนสองฝั่งถนน โดยหนึ่งย่านที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือ “เคนซิงตัน”

2. ย่านเคนซิงตัน ในนครฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นศูนย์กลางของชนชั้นแรงงานแห่งหนึ่งในฟิลาเดลเฟีย และขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งชุมชนของผู้ติดยาเสพติด จนถูกเรียกว่า “เมืองซอมบี้” พวกเขาเล่นยาและค้าประเวณีกันอย่างเปิดเผย และเกิดคดีฆาตกรรมขึ้นเป็นประจำ

3. ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 เคนซิงตันเป็นหนึ่งในศูนย์กลางชั้นนำของอุตสาหกรรมสิ่งทอ แต่เมื่ออุตสาหกรรมเริ่มไปต่อไปได้ ประชาชนบางส่วนต้องย้ายถิ่นฐานเพื่อหลีกหนีเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ย่านแห่งนี้จึงเต็มไปด้วยคนว่างงานและบ้านร้าง

4. เมื่อเวลาผ่านไป เคนซิงตันกลายเป็นแหล่งมั่วสุมของผู้ติดยาเสพติด มีการค้ายาเสพติดอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะเฮโรอีน เฟนทานิล และโคเคน และเป็นแหล่งกำเนิดของ K&A Gang เครือข่ายอาชญากรรมชาวไอริชอเมริกันซึ่งเป็นที่รู้จักจากการจำหน่ายยาบ้าในช่วงทศวรรษ 1980 นอกจากนี้ตามบทความของสตีฟ โวล์ค นักข่าวประจำสัปดาห์ของฟิลาเดลเฟีย ยังกล่าวว่าย่านนี้เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นย่านการค้าประเวณี

5. ไม่กี่ปีที่ผ่านมา เคนซิงตันประสบกับปัญหาทางสังคมที่เพิ่มขึ้นรวมถึงการก่ออาชญากรรมและฆาตกรรม ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ยาเสพติด เนื่องจากย่านนี้เต็มไปด้วยผู้ที่ประสบปัญหาติดยาเสพติด และ/หรือคนเร่ร่อน ทั้งคนที่เกิดที่นี่และคนที่มาจากเมืองอื่นมารวมตัวกันที่นี่และอาศัยอยู่ตามท้องถนนเพื่อรับและเสพยา

6. ย่านเคนซิงตันเป็นเรื่องอื้อฉาวไปทั่วสหรัฐและทั่วโลก ในฐานะแหล่งยาเสพติดที่เฟื่องฟูและใหญ่ที่สุดในชายฝั่งตะวันออก หลายคนสลดใจมากเมื่อได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาเหล่านี้ซึ่งไม่ต่างอะไรจากซอมบี้ ในประเทศที่เจริญแล้วอย่างสหรัฐ

7. หนึ่งในคดีสะเทือนขวัญเกิดขึ้นในปี 2010 เมื่อเอเลน โกลด์เบิร์ก วัย 21 ปี, นิโคล เปียเซนตินี วัย 35 ปี และเคซีย์ มาโฮเนย์ วัย 27 ปีถูกบีบคอโดย “ฆาตกรต่อเนื่องเคนซิงตัน” อันโตนิโอ โรดริเกซ ซึ่งถูกจับในปี 2011 และถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในปีถัดมาหลังสารภาพผิดในคดีฆาตกรรม

8. จิลล์ เฟรชี ศาสตราจารย์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์เล่าประสบการณ์เมื่อเธอต้องเดินทางไปที่เคนซิงตันเป็นครั้งแรกในปี 2018 เพื่อทำภาพยนตร์สารคดี “Kensington in Crisis” และเธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าภาพที่เธอเห็นอยู่นั้นเป็นเรื่องจริง

9. เฟรชีเล่าว่าเธอต้องสวมรองเท้าพื้นหนาๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เหยียบเข็มฉีดยาที่ตกอยู่ตามท้องถนน เพราะคนที่นี่ฉีดยาเสพติดกันอย่างเปิดเผย หลายคนมีอาการหลอน บ้างก็ยืนอยู่ตามมุมตึกบ้างก็นอนสลบอยู่บนทางเท้า เธอยังเห็นโสเภณีที่พยายามหารายได้เพื่อมาเสพยา และคนจรจัดจำนวนมากที่กางเต็นท์นอนข้างถนน มันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับย่านที่คุณปู่ของเธอเคยทำธุรกิจเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวเมื่อหลายปีก่อน

10. เฟรชียังเล่าว่าก่อนที่เธอจะมาที่นี่มีคนเตือนเธอแล้วว่ามันคือแหล่งมั่วสุมที่เต็มไปด้วยผู้ติดยาเสพติด แต่เมื่อมาถึงแล้วมันแย่กว่าที่เธอคิดไว้มาก

Photo by ChrisErb/Wikipedia

พบกับ Apple I “คอมพิวเตอร์เก่า” ที่แพงที่สุดในโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667839

วันที่ 10 พ.ย. 2564 เวลา 16:45 น.พบกับ Apple I "คอมพิวเตอร์เก่า" ที่แพงที่สุดในโลกการประมูลเมื่อเร็วๆ นี้ คอมพิวเตอร์รุ่นแรกของ Apple ทำราคาได้มากกว่า 13 ล้านบาท แต่มันยังเคยทำราคาได้มากกว่านี้มากกว่า 1 เท่าตัว

Apple Computer 1 ซึ่งเดิมเปิดตัวในชื่อ Apple Computer และรู้จักกันในชื่อ Apple I หรือ Apple-1 ในภายหลัง เป็นคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปที่ออกโดยบริษัท Apple Computer (ปัจจุบันคือ Apple Inc.) ในปี 1976 ออกแบบโดยสตีฟ วอซเนียก (Steve Wozniak) ในขณะที่แนวคิดในการขายคอมพิวเตอร์มาจากเพื่อนของวอซเนียกและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทที่มีชื่อเสียงลือลั่น คือ สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs)

Apple I เป็นผลิตภัณฑ์แรกของ Apple และจ็อบส์ต้องรถยนต์เพียงคันเดียวของเขา นั่นคือ VW Microbus ในราคาไม่กี่ร้อยดอลลาร์ เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการสร้าง ส่วนวอซเนียกขายเครื่องคิดเลข HP-65 ของเขาในราคา 500 ดอลลาร์ (HP-65 เป็นเครื่องคำนวณแบบใช้มือถือแบบตั้งโปรแกรมด้วยบัตรแม่เหล็กเครื่องแรก เปิดตัวโดย Hewlett-Packard ในปี 1974 ที่ 795 ดอลลาร์หรือเทียบเท่ากับ 4,172 ดอลลาร์ในปี 2020)

Apple I ออกวางจำหน่ายในเดือนกรกฎาคม 1976 ในราคา 666.66 ดอลลาร์ (เทียบเท่ากับ 3,032 ดอลลาร์ ในปี 2020) หนึ่งในเหตุผลที่ตั้งราคานี้เพราะวอซเนียก “ชอบตัวเลขซ้ำ” ยูนิตที่ผลิตถูกนำไปใช้ในชั้นเรียนคณิตศาสตร์ระดับมัธยมปลาย และบริจาคให้กับศูนย์คอมพิวเตอร์สาธารณะของ Liza Loop มีการผลิตประมาณ 200 ยูนิตและขายทั้งภายใน 9 หรือ 10 เดือนเหลือค้างไว้ 25 เครื่อง และหยุดการผลิตเมื่อวันที่ 30 กันยายน 1977 หลังจากเปิดตัว Apple II ในปีเดียวกัน

ถึงแม้ว่า Apple I จะเป็นคอมพิวเตอร์เก่าๆ (หรือวินเทจในสายตาคนรักของเก่า) แต่มันเป็นหมายหลักสำคัญของวิวัฒนาการของบริษัท Apple และการปฏิวัติไอที ดังนั้นมันจึงกลายเป็นของคอมพิวเตอร์เก่าที่ล้ำค่ามากในปัจจุบัน และเป็นที่ต้องการมากในหมู่นักสะสม

ในปี 2013 คอมพิวเตอร์ Apple I มีจำนวนเหลืออยู่ 63 เครื่องที่ได้รับการยืนยันแล้วว่ามีอยู่จริง มีเพียง 6 รายการเท่านั้นที่ได้รับการยืนยันว่าอยู่ในสภาพการทำงาน นับวันในการประมูลครั้งต่างๆ มันยิ่งทำราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ หรือไม่ก็อยู่ในหลักครึ่งล้านแสนดอลลาร์

เช่น เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 Apple I ที่ใช้งานได้ ถูกขายทอดตลาดโดย Auction Team Breker ในราคา 400,000 ยูโร (515,000 ดอลลาร์) หรือประมาณ 15,149,470 บาทตามอัตราแลกเปลี่ยนเดือนพฤศจิกายน 2021

ยังไม่พอ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2013 Apple I รุ่นปี 1976 ที่ใช้งานได้ถูกขายได้ในราคา 516,000 ยูโร (668,000 ดอลลาร์สหรัฐ) หรือประมาณ 19,542,816 บาททุกวันนี้โดย สาเหตุที่มันแพงขนาดนี้เพราะมีลายเซ็นของวอซเนียก มีจดหมายธุรกรรมทางธุรกิจฉบับเก่าของจ็อบส์รวมอยู่ด้วย เช่นเดียวกับคู่มือการใช้เล่มดั้งเดิม

ไม่จบแค่นั้น ในเดือนตุลาคม 2014 เครื่อง Apple I รุ่นแรกที่ใช้งานได้จริงถูกขายทอดตลาดในราคา 905,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 29,628,342 บาททุกวันนี้) ให้กับพิพิธภัณฑ์ Henry Ford ในเมืองเดียร์บอร์น รัฐมิชิแกน ขายรวมคีย์บอร์ด จอมอนิเตอร์ เทปคาสเซ็ตและคู่มือ การประมูลดำเนินการโดย Bonhams

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2016 (ครบรอบ 40 ปีของ Apple Computers) Apple I ที่หายากที่สุดที่มีอยู่คือเครื่องต้นแบบ ที่สร้างและสร้างขึ้นด้วยมือสตีฟ จ็อบส์ และได้รับการขนานนามว่า ‘จอกศักดิ์สิทธิ์’ (Holy Grail หมายถึงสิ่งของที่หาได้ยากสุดๆ) ของวงการคอมพิวเตอร์ถูกขายในราคา 815,000 ดอลลาร์ (ราว 26,681,877 บาท) แก่เกล็นและแชนนอน เดลิมอร์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเครื่องสำอาง Glamglow โดย 10% ของรายได้มอบให้สมาคมมะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งตั้งอยู่ในนิวยอร์ก

ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2021 เครื่อง Apple I ถูกขายพร้อมคู่มือผู้ใช้และซอฟต์แวร์ของ Apple ในเทปคาสเซ็ตสองแผ่นในราคา 400,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 13,095,400 ล้านบาท ซึ่งราคาประมูล 400,000 ดอลลาร์ของเครื่องล่าสุดยังถือว่าสูงมากแล้ว แต่ราคาประเมินตอนแรกคือ 500,000 ดอลลาร์

เครื่องล่าสุดที่ประมูลไปได้นี้ ทางบริษัทประมูล John Moran Auctioneers ในแคลิฟอร์เนียกล่าวว่าคอมพิวเตอร์เครื่องนี้มีเจ้าของเพียงสองคนคือศาสตราจารย์วิทยาลัยคนหนึ่งและนักศึกษาของเขาซึ่งเขาขายเครื่องให้ในราคา 650 ดอลลาร์ หรือแค่ 21,280 บาทเท่านั้น

ผักชีไทยไปไกลทั่วโลก (แต่ที่บ้านเราแพงมหาโหด) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667819

วันที่ 10 พ.ย. 2564 เวลา 15:19 น.ผักชีไทยไปไกลทั่วโลก (แต่ที่บ้านเราแพงมหาโหด)ผักชี ผักที่คนไทยคุ้นตาคุ้นลิ้นเป็นอย่างดีและมีราคาแพงมหาโหดอยู่ในขณะนี้ นอกจากฮิตที่ญี่ปุ่นแล้ว ในสหรัฐก็เป็นที่นิยมและปลูกกันมากไม่แพ้อัลมอนด์เช่นกัน

เว็บไซต์ The Sacramento Bee รายงานว่า ด้วยความที่ผักชีสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายชนิดหลากหลายสัญชาติ โดยเฉพาะอาหารละตินอเมริกาและอาหารเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นใช้ตกแต่งทาโก้ โปโซเล ใส่ในเฝอหรือผัดไท ในแต่ละปีรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐจึงปลูกผักชีกันหลายหมื่นตัน

The Sacramento Bee ระบุว่า เมื่อปี 2019 กระทรวงเกษตรของรัฐแคลิฟอร์เนียรายงานว่ามีการปลูกผักชีถึง 42,340 ตัน มูลค่ารวมเกือบ 50 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2006 เกือบ 2 เท่า

นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องการปลูกอัลมอนด์และผักกาดแล้ว รัฐแคลิฟอร์เนียยังปลูกผักชีมากที่สุดในบรรดารัฐทั้งหมดของสหรัฐด้วย

บิล เอสปาร์ซา นักมานุษยวิทยาโภชนาการเผยกับ The Sacramento Bee ที่รัฐแคลิฟอร์เนียปลูกผักชีจำนวนมากส่วนหนึ่งเป็นเพราะร้านอาหารสไตล์เม็กซิกันซึ่งต้องใช้ผักชีเป็นส่วนประกอบในหลายเมนูผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด

แต่ก็ยังไม่มีข่าวว่าผักชีที่รัฐแคลิฟอร์เนียราคาแพงหูฉี่เหมือนที่บ้านเรา

ทว่าตอนนี้ยังมีอีกประเทศหนึ่งที่เจอปัญหาผักชีแพงเหมือนประเทศไทยนั่นคือ อินเดีย ชาวอินเดียต้องควักกระเป๋า 60-70 รูปี หรือราว 26-31 บาทสำหรับผักชี 1 กำ

ราคานี้สามารถซื้อข้าวคุณภาพดีได้ 1 กิโลกรัม มันฝรั่งได้ 3 กิโลกรัม หรือหอมใหญ่ได้ 2 กิโลกรัม

สาเหตุที่ผักชีที่อินเดียแพงก็คล้ายกับบ้านเราคือ ฝนตกหนักจนผลผลิตได้รับความเสียหายลดลงเกือบครึ่งหนึ่งของที่เคยปลูกได้ในช่วงเวลาปกติ บวกกับความต้องการผักชีจำนวนมากจากธุรกิจร้านอาหาร ภัตตาคาร และโรงแรม ราคาจึงถีบตัวขึ้นตามกลไกอุปสงค์อุปทานของตลาด

จีนเตรียมเปิดตัวเรือบรรทุกเครื่องบินลำใหม่ล้ำใกล้เคียงสหรัฐ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667806

วันที่ 10 พ.ย. 2564 เวลา 13:45 น.จีนเตรียมเปิดตัวเรือบรรทุกเครื่องบินลำใหม่ล้ำใกล้เคียงสหรัฐเรือบรรทุกเครื่องบินลำใหม่ของจีนซึ่งใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยใกล้เคียงของสหรัฐจะเปิดตัวต้นปีหน้า

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ศูนย์เพื่อการศึกษายุทธศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (CSIS) เปิดเผยว่า จีนเตรียมจะเปิดตัวเรือบรรทุกเครื่องบินลำใหม่ซึ่งเป็นลำที่ 3 ของประเทศในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของความพยายามของสีจิ้นผิงในการทำให้กองทัพเรือของจีนทันสมัยขึ้น

รายงานของ CSIS ซึ่งออกมาวานนี้ (9 พ.ย.) ระบุว่า การต่อเรือของอู่ต่อเรือเจียงหนานซึ่งอยู่ใกล้กับเซี่ยงไฮ้มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในการต่อเรือบรรทุกเครื่องบินลำใหม่ซึ่งใช้ชื่อว่า ไทป์ 003 (Type 003)

CSIS ยังเผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมของเรือบรรทุกเครื่องบิน Type 003 ที่การประกอบชิ้นส่วนหลักด้านนอกใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว มีเพียงอุปกรณ์เสริมไม่กี่อย่าง อาทิ ระบบเรดาร์ และระบบอาวุธที่ยังไม่แล้วเสร็จ

รายงานของ CSIS ระบุอีกว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน Type 003 ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างเครื่องเหวี่ยงขีปนาวุธสำหรับปล่อยเครื่องบิน ซึ่งนับเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของกองทัพเรือของจีน เนื่องจากเทคโนโลยีนี้ทำให้เรือบรรทุกเครื่องบินสามารถปล่อยอากาศยานที่มีปีกยึดติดกับลำตัวที่มีน้ำหนักบรรทุก รวมทั้งน้ำหนักเชื้อเพลิงและอากาศยานลำใหญ่ขึ้น

จากรายงานของ CSIS อีกหลายปีกว่าเรือบรรทุกเครื่องบิน Type 003 จะเข้าประจำการได้ เนื่องจากมีความท้าทายด้านเทคนิคในการต่อเรือบรรทุกเครื่องบินที่ทันสมัย โดยอ้างไปถึงรายงานของกระทรวงกลาโหมสหรัฐที่ระบุว่าเรือลำดังกล่าวจะเข้าประจำการเต็มรูปแบบในปี 2024

REUTERS/Stringer

***ภาพประกอบคือเรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิงซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกของจีน

สิงคโปร์เตรียมไม่ให้เงินช่วยผู้ป่วยโควิดที่ไม่ฉีดวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667802

วันที่ 10 พ.ย. 2564 เวลา 13:00 น.สิงคโปร์เตรียมไม่ให้เงินช่วยผู้ป่วยโควิดที่ไม่ฉีดวัคซีนรัฐบาลสิงคโปร์ประกาศไม่จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ผู้ป่วยโควิด-19 ที่ไม่ยอมฉีดวัคซีน

กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์กล่าวว่า นับตั้งแต่วันที่ 8 ธ.ค. รัฐบาลจะไม่สนับสนุนค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 อีกต่อไป ท่ามกลางจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยอาการหนักในประเทศที่พุ่งสูงขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน

แต่ผู้ที่ไม่เข้าเกณฑ์ที่จะได้รับการฉีดวัคซีนรวมถึงเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี และผู้ที่มีโรคประจำตัวจะได้รับการยกเว้น และผู้ป่วยที่ไม่ได้รับวัคซีนคนอื่นๆ ยังสามารถใช้ทางเลือกอื่นในการชำระค่ารักษาพยาบาล อาทิ ประกันจากภาครัฐและเอกชน

ปัจจุบันรัฐบาลครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ชาวสิงคโปร์ทุกคน รวมถึงผู้อยู่อาศัยถาวรและผู้ที่ถือวีซ่าระยะยาว เว้นแต่จะมีผลตรวจเป็นบวกหลังจากกลับจากต่างประเทศไม่นาน

ขณะนี้สิงคโปร์เป็นประเทศหนึ่งที่มีอัตราการฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรมากที่สุดในโลก โดยชาวสิงคโปร์ 85% ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว แต่บางพื้นที่เผชิญกับการแพร่ระบาดที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้ระบบสาธารณสุขเริ่มตึงตัว

สิงคโปร์มีเตียงรองรับผู้ป่วยอาการหนักทั้งหมด 280 เตียง โดยขณะนี้มีผู้ป่วยโควิด-19 อาการหนักประมาณ 134 คน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน

ในวันที่ 8 พ.ย. ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์รายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 2,470 คน ผู้ป่วยอาการหนักรักษาตัวในห้องไอซียู 67 คน และผู้เสียชีวิต 14 คน

ขณะที่นายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง กล่าวว่าสิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลางธุรกิจระดับโลกไม่สามารถปิดประเทศอย่างไม่มีกำหนดได้ต่อไป และต้องเปลี่ยนจากการกำจัดโควิด-19 มาเป็นการอยู่ร่วมกับโควิด-19

Photo by Roslan Rahman / AFP

ผิดกฎหมาย! โปรตุเกสห้ามเจ้านายรบกวนลูกน้องหลังเลิกงาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667798

วันที่ 10 พ.ย. 2564 เวลา 12:06 น.ผิดกฎหมาย! โปรตุเกสห้ามเจ้านายรบกวนลูกน้องหลังเลิกงานโปรตุเกสผ่านกฎหมายห้ามบริษัทที่มีพนักงานตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โทรหา ส่งข้อความ ซูม หรือส่งอีเมลถึงพนักงานหลังเวลาทำการปกติ

กฎหมายนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมภาวะหมดไฟในการทำงาน (burnout) ของพนักงานที่บ้านในช่วงการระบาดใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่ต้องทำงานจากที่บ้าน แต่ต้องถูกออฟิศรบกวนจนล้ำเส้น

Euronews รายงานว่ากฎหมายตัวนี้ยังห้ามนายจ้างคอยสอดส่องลูกน้องที่ทำงานจากที่บ้านด้วย

บริษัทยังต้องช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการทำงานทางไกล เช่น ค่าไฟฟ้าและค่าอินเทอร์เน็ตที่สูงขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม พนักงานยังต้องเปิดการเชื่อมต่อกับออฟฟิศต่อไปหลังหมดเวลาทำงานแล้ว เนื่องจากรัฐสภาพโปรตุเกสไม่ยอมรับวาระเรื่อง “สิทธิ์ในการตัดการเชื่อมต่อ” (right to disconnect) ซึ่งเป็นการผลักดันให้เกิดสิทธิ์ตามกฎหมายในการปิดข้อความและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานนอกเวลาทำการ

Photo by CARLOS COSTA / AFP

Elon Musk สูญเงิน 1.6 ล้านล้านบาทในเวลาเพียง 2 วัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667794

วันที่ 10 พ.ย. 2564 เวลา 11:50 น.Elon Musk สูญเงิน 1.6 ล้านล้านบาทในเวลาเพียง 2 วันElon Musk สูญเงินมหาศาลในเวลาเพียงไม่กี่วันหลังหุ้น Tesla ดิ่งหนัก

Bloomberg รายงานว่าอีลอน มัสก์ ซีอีโอบริษัท Tesla Inc บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก สูญเงิน 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท) ในสัปดาห์นี้ หลังจากที่หุ้นของบริษัทร่วงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นการสูญเงินครั้งใหญ่ที่สุดภายในระยะเวลาเพียงเท่านี้ ที่เคยถูกบันทึกไว้ใน Bloomberg Billionaires Index

นอกจากนี้อีลอน มัสก์ ยังทำสถิติสูญเงินก้อนใหญ่ที่สุดในรอบ 1 วัน แซงหน้าเจฟฟ์ เบโซส ที่เคยสูญเงิน 36,000 ล้านเหรียญสหรัฐภายในวันเดียวจากการหย่าร้างกับแม็คเคนซี สกอตต์ อดีตภรรยาในปี 2019

ทั้งนี้ ราคาหุ้นของ Tesla ขณะนี้อยู่ที่ 1,023.50 เหรียญสหรัฐ ซึ่งร่วงลงจากระดับ 1,230 ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยหุ้นของ Tesla เริ่มดิ่งลงหลังจากที่อีลอน มัสก์ โพสต์ถามผู้ติดตามของเขาผ่านทาง Twitter เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่าเขาควรลดสัดส่วนในการถือหุ้นบริษัทลง 10% หรือไม่ ซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่จากผู้ที่ตอบผลสำรวจทั้งหมดกว่า 3.5 ล้านคนเห็นควร

ข้อมูลเมื่อเดือนมิ.ย. ระบุว่ามัสก์ถือหุ้น 23% หรือประมาณ 170.5 ล้านหุ้น ในบริษัท Tesla บริษัทรถยนต์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก ซึ่งเพิ่งมีมูลค่าตลาดเกิน 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งการขายหุ้น 10% จะมีมูลค่าเกือบ 21,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ประกอบกับข่าวที่ว่าคิมบาล มัสก์ น้องชายของเขาขายหุ้น Tesla 88,500 หุ้นเมื่อวันศุกร์ กลายเป็นสมาชิกบอร์ดบริหารคนล่าสุดที่จำหน่ายหุ้น Tesla จำนวนมากซึ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

นอกจากนี้ อีลอน มัสก์ ยังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าเขาพร้อมที่จะขายหุ้นของ Tesla เพื่อนำเงินจำนวน 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐมาบริจาคให้แก่โครงการอาหารโลก (World Food Programme) ขององค์การสหประชาชาติ (UN) หากชี้แจงได้ว่าเงินดังกล่าวจะช่วยเหลือผู้คนให้รอดพ้นจากความหิวโหยได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม ทรัพย์สินของอีลอน มัสก์ ยังคงเพิ่มขึ้น 70% ในปีนี้เนื่องจากกำไรของบริษัท Tesla และมูลค่าของบริษัท SpaceX ที่สูงขึ้น

Photo by Brendan Smialowski / AFP

6 ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ให้คำมั่น เลิกผลิตรถยนต์เชื้อเพลิงฟอสซิล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667788

วันที่ 10 พ.ย. 2564 เวลา 10:59 น.6 ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ให้คำมั่น เลิกผลิตรถยนต์เชื้อเพลิงฟอสซิลผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่รวมให้คำมั่นเลิกผลิตรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลภายในปี 2040

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานถ้อยแภลงของรัฐบาลอังกฤษเมื่อวันที่ 10 พ.ย. ระบุว่าผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ 6 ราย ได้แก่ บริษัท Volvo, Ford Motor Co, General Motors Co, Mercedes-Benz, BYD Co Ltd และ Jaguar Land Rover ร่วมให้คำมั่นที่จะยุติการผลิตรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลทั่วโลกภายในปี 2040 เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน

นอกจากนี้แหล่งข่าวเผยว่าบริษัท Uber Technologies ผู้ให้บริการเรียกรถจะเข้ามาร่วมลงนามด้วย

ขณะที่อังกฤษซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 26 (COP26) กล่าวว่ามีหลายประเทศรวมถึงสิงคโปร์ ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ และโปแลนด์ ที่ให้คำมั่นว่ารถยนต์ใหม่ทั้งหมดในประเทศจะต้องปลอดมลพิษ ภายในปี 2040 หรือก่อนหน้านั้น

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่าผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่บางรายรวมถึง Toyota Motor Corp และ Volkswagen AG ซึ่งเป็นค่ายรถยักษ์ใหญ่ 2 อันดับแรกของโลก ยังไม่ได้ร่วมให้คำมั่นดังกล่าว ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งความท้าทายในการเปลี่ยนไปสู่การปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ในอนาคต

นอกจากนี้ยังมีค่ายรถยักษ์ใหญ่อีกหลายรายที่ไม่ปรากฏชื่อในคำมั่นสัญญาล่าสุดรวมถึง Stellantis ผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 4 ของโลก, Nissan Motor, BMW, Hyundai Motor และ Honda Motor

แม้ว่าก่อนหน้านี้โทชิฮิโระ มิเบะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท Honda Motor ได้กล่าวว่าถึงความพยายามของบริษัทที่จะหันไปผลิตเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจน และยุติการจำหน่ายรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในปี 2040

แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมยานยนต์ยังกล่าวอีกว่าผู้ผลิตรถยนต์บางรายต้องคิดหนักกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เนื่องจากพวกเขาต้องเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิตซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง ด้านรัฐบาลเองก็ยังไม่ได้ดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อให้มั่นใจว่าจะมีโครงสร้างพื้นฐานอย่างที่ชาร์จที่เพียงพอเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่การใช้ยานพาหนะไฟฟ้า

ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักพลังงานระหว่างประเทศชี้ว่า รถยนต์ รถบรรทุก รถประจำทาง เรือ และเครื่องบิน คิดเป็นประมาณ 1 ใน 4 ของการปล่อยคาร์บอนทั้งหมดของโลก โดยส่วนใหญ่มาจากยานพาหนะบนท้องถนน

AFP PHOTO / GREG BAKER

Germanys COVID-19 incidence rate rises to all-time high #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40008623


Although Germany is far from achieving herd immunity, its vaccination campaign has slowed down. The country needs to achieve around 20 million booster vaccinations by Christmas, according to German Chancellery Minister Helge Braun, while only 2.8 million people in Germany have received additional booster shots so far.

Germany’s seven-day COVID-19 incidence rate continued to rise on Tuesday to a new all-time high of 213.7 cases per 100,000 inhabitants, the Robert Koch Institute (RKI) for infectious diseases said.

On Monday, the incidence rate was already at a record high of 201.1. The previous peak — just below 200 — was registered during the second COVID-19 wave in December last year.

The daily number of COVID-19 cases also continued to rise as 21,832 new infections were registered within one day, around 11,000 more than a week earlier.

According to the German Intensive Care Availability Register (DIVI), the number of COVID-19 patients requiring treatment in intensive care units (ICUs) also kept climbing and reached 2,687 on Tuesday.

In the capital Berlin, the Charite University Hospital started to cancel all scheduled procedures. The rising number of COVID-19 patients made this step necessary, a spokesperson said.

Pedestrians wearing facial masks walk outside a COVID-19 test center during COVID-19 pandemic in Frankfurt, Germany, Jan. 20, 2021.  (Xinhua/Lu Yang)Pedestrians wearing facial masks walk outside a COVID-19 test center during COVID-19 pandemic in Frankfurt, Germany, Jan. 20, 2021. (Xinhua/Lu Yang)

Related Stories

“Everyone must now work together,” German Chancellery Minister Helge Braun told the public broadcaster ARD on Tuesday, reiterating the need for mandatory testing and the better organization of booster vaccination by the federal and state governments.

“We still need to achieve around 20 million booster vaccinations by Christmas,” Braun said. According to the RKI, only 2.8 million people in Germany have received additional booster shots so far.

A sign of mask requirement is seen near the Brandenburg Gate in Berlin, Germany, March 3, 2021. (Xinhua/Shan Yuqi)A sign of mask requirement is seen near the Brandenburg Gate in Berlin, Germany, March 3, 2021. (Xinhua/Shan Yuqi)

Although Germany is far from achieving herd immunity, its vaccination campaign has slowed down. As of Monday, around 55.9 million people had been fully vaccinated against COVID-19, bringing the country’s vaccination rate to 67.2 percent, according to the RKI.

A resident of the Senior Centre Riehl receives an injection with a dose of COVID-19 vaccine at the Senior Centre Riehl in Cologne, Germany, Dec. 27, 2020. (Xinhua/Tang Ying) A resident of the Senior Centre Riehl receives an injection with a dose of COVID-19 vaccine at the Senior Centre Riehl in Cologne, Germany, Dec. 27, 2020. (Xinhua/Tang Ying)

Published : November 10, 2021

By : Xinhua

EU ministers discuss surge in inflation, energy prices #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40008622


The elements that are driving inflation in the eurozone “appear to be of a temporary nature” and its causes were global, and all EU countries were expected to return to their 2019 GDP levels this year or next, according to European Commission Vice President Valdis Dombrovskis.

Inflation in the eurozone will continue to increase in the coming months owing mainly to rising commodity and energy prices, but is expected to ease gradually in 2022, European Commission Vice President Valdis Dombrovskis said here on Tuesday.
 

He said the elements that are driving inflation “appear to be of a temporary nature” and its causes are global: the rising price of energy, particularly of natural gas, supply bottlenecks and the “release of pent-up demand as economies reopen.”

“We will keep watching inflation developments closely, also for possible second-round effects, and we stand ready to adjust our policies if necessary,” he said, adding that all member states of the European Union (EU) are expected to return to their 2019 gross domestic product (GDP) levels this year or next.

 Photo taken on Oct. 16, 2021 shows a gas prices board at a gas station in Haarlem, the Netherlands. (Xinhua/Sylvia Lederer)Photo taken on Oct. 16, 2021 shows a gas prices board at a gas station in Haarlem, the Netherlands. (Xinhua/Sylvia Lederer)

Related Stories

Dombrovskis spoke at a press conference at the end of a meeting of the EU member states’ economic affairs and finance ministers, also known as the Ecofin Council, which took place a day after a meeting of the finance ministers of the eurozone member countries.

Dombrovskis said there were several developments that risked hampering the recovery. One of these was inflation, which stood at 4.1 percent in October in the eurozone, “a level never exceeded since the start of the data series in 1997.”

Passengers walk past a money exchange point at the Fiumicino airport in Rome, Italy, on Oct. 2, 2021. (Xinhua/Jin Mamengni)Passengers walk past a money exchange point at the Fiumicino airport in Rome, Italy, on Oct. 2, 2021. (Xinhua/Jin Mamengni)

He said that the finance ministers had discussed the package presented by the European Commission last month with measures to offset the immediate impact of energy price increases and to strengthen resilience against future shocks with immediate measures to support the most vulnerable segments of society.

He said the ministers also discussed the completion of the major overhaul of banks’ regulatory and supervisory framework by implementing international standards to make the wider EU banking system more resilient to economic shocks.

A customer shops for fruit and vegetables at a supermarket in Berlin, capital of Germany, on Oct. 1, 2021. (Xinhua/Shan Yuqi) A customer shops for fruit and vegetables at a supermarket in Berlin, capital of Germany, on Oct. 1, 2021. (Xinhua/Shan Yuqi)

Published : November 10, 2021

By : Xinhua