
รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาเสื่อมสภาพ ยาหมดอายุ ต้องทิ้งสถานเดียว
วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.36 น.
ก่อนอื่นต้องถามว่า ตรวจดูยาต่าง ๆ ในบ้านคุณบ้างไหมว่าหมดอายุหรือยัง หรือเก็บยาไว้ในที่ที่ไม่ทำให้ยาเสื่อมสภาพหรือไม่ หากตอบว่าไม่เคยดูวันหมดอายุของยา ก็ต้องดูโดยด่วน หากหมดอายุ ก็ต้องทิ้งทันที
การใช้ยาให้ปลอดภัย ไม่ใช่เพียงรับประทานตามคำสั่งแพทย์ หรือเภสัชกรเท่านั้น แต่ต้องตรวจสอบวันหมดอายุและสภาพของยาก่อนใช้ทุกครั้ง หากพบว่ายาเสื่อมสภาพหรือหมดอายุ ต้องทิ้งให้ถูกวิธี เพื่อป้องกันอันตรายต่อสุขภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ตัวอย่างยาเสื่อมสภาพ เช่น ยาเม็ดและแคปซูล อาจมีสีเปลี่ยนไป เช่น จากสีขาวกลายเป็นเหลืองหรือมีจุดดำ เม็ดแตกหักง่ายหรือมีผงร่วงออกมา มีกลิ่นผิดปกติ ถ้าเป็นยาน้ำ เช่น ยาน้ำเชื่อม ลักษณะการเสื่อมคือ สีเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น น้ำเชื่อมใสกลายเป็นขุ่น มีกลิ่นแปลกหรือรสชาติเปลี่ยน มีตะกอนหรือการแยกชั้น ยาผงแห้งสำหรับละลายน้ำหากผสมแล้วเกินระยะเวลาที่กำหนด เช่น 7 วัน หรือ 14 วันตามฉลาก ไม่ควรใช้ ถ้ายังไม่ผสมแล้วเนื้อผงจับตัวเป็นก้อนหรือเปลี่ยนสี ก็ต้องทิ้งไป สำหรับ ยาขี้ผึ้งและครีม หากเนื้อครีมแยกชั้นเป็นน้ำมันและเนื้อครีมมีกลิ่นหืนหรือกลิ่นผิดปกติ หรือสีเปลี่ยนไปจากเดิม ลักษณะแบบนี้แปลว่ายาเสื่อมสภาพแล้ว นอกจากนี้ยาหยอดตาที่เปิดใช้แล้วเกิน 1 เดือนก็ต้องทิ้ง แม้ยังใช้ไม่หมด เพราะเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรค
การใช้ยาเสื่อมสภาพหรือหมดอายุ เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพราะประสิทธิภาพลดลง ยาที่หมดอายุไม่สามารถรักษาโรคได้ แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคืออาจเกิดสารพิษ ยาบางชนิดเมื่อเสื่อมสภาพ อาจเปลี่ยนเป็นสารอันตราย เช่น ยาปฏิชีวนะบางชนิดอาจทำให้เกิดพิษต่อไต การใช้ยาปฏิชีวนะที่หมดอายุ อาจทำให้เชื้อโรคไม่ถูกกำจัดให้ และจะเกิดการดื้อยา เป็นต้น ดังนั้น เราจึงควรสำรวจตู้ยาและสถานที่เก็บยาเป็นประจำสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้มียาหมดอายุหรือเสื่อมสภาพ
ยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เสื่อมสภาพหรือหมดอายุ คือขยะ แต่ที่มากกว่านั้นมันจะเป็นอันตราต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น การกำจัดหรือจัดการจึงต้องทำอย่างระมัดระวังและรัดกุม
วิธีการทิ้งยาอย่างถูกต้อง ได้แก่ ส่งคืนที่สถานพยาบาล โรงพยาบาลและร้านขายยาหลายแห่งมีจุดรับคืนยาเสื่อมสภาพ วิธีนี้ปลอดภัยที่สุด เพราะมีระบบกำจัดที่ถูกต้องตามมาตรฐาน แต่หากไม่สะดวก หรือหาจุดรับคืนยาไม่ได้ วิธีการทิ้งยาก็จะยุ่งยากขึ้นมาสักหน่อย คือ หากมีฉลากระบุชื่อหรือข้อมูลส่วนตัวของเราจะต้องดึงออกก่อน จากนั้นต้องแยกยาออกจากบรรจุภัณฑ์ แล้วเอายาผสมกับเศษอาหารหรือดิน เพื่อป้องกันการนำกลับมาใช้ ใส่ถุงพลาสติกปิดสนิทก่อนทิ้งลงถังขยะ พร้อมกับติดฉลากให้ผู้รับขยะไปกำจัดต่อว่าเป็นขยะยาหมดอายุ สิ่งที่ไม่ควรทำคือ การทิ้งยาลงชักโครกหรือท่อระบายน้ำ และไม่ทิ้งยาลงถังขยะโดยตรง เพราะอาจมีคนเก็บไปใช้ต่อ
การทิ้งยาบางประเภทที่หมดอายุหรือเสื่อมสภาพแล้ว อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะ สารเคมีจากยาอาจปนเปื้อนในน้ำ ทำให้สัตว์น้ำได้รับผลกระทบ ยาปฏิชีวนะที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมอาจทำให้เชื้อโรคในธรรมชาติดื้อยา สารบางชนิดอาจสะสมในดินและกระทบต่อการเพาะปลูก
หากคุณมีโรคประจำตัวแล้วต้องรับยาทุก ๆ 3-4 เดือน และคุณหมอสั่งยาเผื่อให้เป็นประจำ ทำให้เมื่อเวลาผ่านไป ยาที่อยู่กับคุณมีเหลือจำนวนมาก คุณสามารถแจ้งกับโรงพยาบาลที่ไปรับบริการว่า ขอลดจำนวนยาที่นำกลับไปใช้ โดยขอรับแค่จำนวนที่เพียงพอสำหรับวันนัดครั้งหน้า และอาจแจ้งกับคุณหมอที่สั่งยาได้ด้วย เพียงเท่านี้ก็จะลดภาระเก็บยาหรือทำลายยาเมื่อหมดอายุหรือเสื่อมสภาพได้ และลดค่าใช้จ่ายในการจ่ายยาของทุกภาคส่วน และขอย้ำว่า เมื่อได้รับยาไปแล้ว ต้องเก็บรักษายาให้ถูกต้อง เพราะสำคัญกับการคงคุณภาพของยา
ยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพต้องเก็บในที่แห้งและอุณหภูมิห้อง ไม่ร้อนหรือชื้นเกินไป หลีกเลี่ยงการวางยาในที่โดนแสงแดดโดยตรง ปิดฝาภาชนะให้สนิททุกครั้งหลังใช้ ไม่ควรเก็บยาไว้ในรถยนต์ เพราะอุณหภูมิสูงทำให้ยาเสื่อมเร็ว ตรวจสอบยาที่มีอยู่เป็นประจำทุก 6 เดือน เพื่อคัดแยกยาที่หมดอายุออก
ปีใหม่นี้ ขอให้สำรวจและดูยาที่มีอยู่ในบ้าน หากพบยาเสื่อมสภาพหรือหมดอายุ ต้องจัดเก็บและทิ้งให้ถูกวิธี








