ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/610606
โดย ตุ๊ ปากเกร็ด 26 เม.ย. 2559 05:01

จากที่เคยเป็นตัวโจ๊กให้ชาวบ้านเขาปรามาศ วิพากษ์วิจารณ์ดูหมิ่น แต่มาวันนี้กลับไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว สำหรับกองทัพ “ประชาชนเกาหลีเหนือ”
โดยความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้ประสบความสำเร็จในการทดสอบยิงขีปนาวุธจาก “เรือดำน้ำ” ในทะเลญี่ปุ่น พร้อมคุยโม้โอ้อวดตามสไตล์ว่านับจากนี้ก็สามารถโจมตีกรุงโซลของเกาหลีใต้ รวมถึงสหรัฐอเมริกาได้ทุกเมื่อ
อย่างไรก็ตาม หากมองในเชิงข่าวตามปกติก็จะดูเหมือนเรื่องธรรมดาไป เพราะเกาหลีเหนือในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ก็ได้มีความพยายามในการทดสอบขีปนาวุธปล่อยจากฐานยิงบนบกหลายต่อหลายครั้ง
แต่ถ้ามองในเชิงความมั่นคงแล้ว กรณีนี้ถือเป็นเรื่องน่าจับตาอย่างมาก เพราะหากเกาหลีเหนือมีศักยภาพในการยิงจรวดจากเรือดำน้ำจริง ก็เท่ากับว่าเป็นการเพิ่มขีดความสามารถกองทัพในการชิงโจมตีก่อน
เรือดำน้ำถือเป็นเครื่องจักรสงครามที่น่าสะพรึงกลัวมาตั้งแต่อดีต ไล่ตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เรืออูโบ๊ตนาซีเยอรมนีครองมหาสมุทรแอตแลนติก ยุคสงครามเย็นการวางเรือดำน้ำตามจุดยุทธศาสตร์ทางทะเล ที่ทำให้ทั้งสหรัฐฯและสหภาพโซเวียตจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า มาจนถึงยุคปัจจุบันการใช้เรือดำน้ำโจมตีเป้าหมายทางการทหาร ทั้งในสงครามอิรัก และปฏิบัติการถล่มกองกำลังรัฐอิสลามไอเอส
ถ้าพูดภาษาบ้านๆคือ หากมีเรือดำน้ำที่มีศักยภาพสูงไว้ในครอบครอง จะต่อยก่อนก็ได้เปรียบ หรือจะเก็บไว้เป็นเครื่องข่มขู่ว่าข้าสามารถเล่นเอ็งได้ทุกเมื่อ ซึ่งสำหรับกรณีเกาหลีเหนือก็เคยโชว์ลูกบ้าให้โลกเห็นแล้ว เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2553 จมเรือพิฆาตปราบเรือดำน้ำ “โชนัน” ของเกาหลีใต้ ลูกเรือเสียชีวิต 46 ศพ บาดเจ็บ 56 คน
แม้การทดสอบยิงจรวดครั้งนี้ จะมีบางส่วนระบุว่าล้มเหลว เพราะยิงได้ไกลแค่ 30 กิโลเมตร แต่แค่นั้นก็น่าคิดแล้วหรือไม่ว่า มันเพียงพอสำหรับการโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัว!?
ตุ๊ ปากเกร็ด








