ความปลอดภัยนิวเคลียร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/599452

โดย อานุภาพ เงินกระแชง 2 เม.ย. 2559 05:01

 

การประชุมสุดยอดความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อ 31 มี.ค. และ 1 เม.ย. จุดประสงค์หลัก หวังหยุดยั้งเหตุก่อการร้าย อันเกิดจากการใช้อาวุธนิวเคลียร์ทั่วโลก

ต้นกำเนิดการประชุมเวทีนี้มีขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2553 ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำ สหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพจัดในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เช่นกัน ตามด้วยการประชุมครั้งที่ 2 จัดขึ้นในเกาหลีใต้ เมื่อปี 2555 การประชุมครั้งที่ 3 จัดขึ้นในกรุงเฮกของเนเธอร์แลนด์ เมื่อปี 2557 และครั้งนี้คือการประชุมครั้งที่ 4

เนื้อหาหลักๆของการประชุมยังเดิมๆ คือมุ่งป้องกันภัยกัมมันตรังสีเข้าถึงวัตถุดิบที่ก่อให้เกิดภัยกัมมันตรังสี ลดความเสี่ยงเข้าถึงยูเรเนียมและพลูโตเนียม ตลอดจนหาแนวร่วมป้องกันและติดตามการลักลอบเคลื่อนย้ายวัตถุดิบอันตรายเหล่านั้น

ตัวอย่างของความร่วมมือที่เห็นจากผลของการประชุมคือ ช่วงเดือนที่แล้ว ญี่ปุ่นนำส่ง มอบพลูโตเนียมให้สหรัฐฯจำนวนหนึ่ง ซึ่งมาก พอใช้สร้างระเบิดนิวเคลียร์ได้ราว 50 ลูก ขณะที่ ข้อมูลของหน่วยงานระหว่างประเทศเฝ้าติดตามสถานการณ์วัตถุดิบใช้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ประเมิน ว่าทั้งโลกมีวัตถุดิบสามารถผลิตสร้างอาวุธนิวเคลียร์ ร้ายแรงได้ในระดับของระเบิดที่เคยถูกสหรัฐฯใช้ถล่มญี่ปุ่นระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้มากราว 200,000 ลูก และสถานที่ต้องใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดมากที่สุด เพื่อป้องกันวัตถุดิบสร้างผลิตอาวุธนิวเคลียร์รั่วไหลทั่วโลกมีมากกว่า 1,000 แห่ง

คำถามคือ วัตถุดิบใช้ผลิตสร้างอาวุธนิวเคลียร์ เหล่านั้นไม่ได้อยู่ภายใต้ครอบครองของหน่วยงานภาครัฐบาลทั้งหมด แต่ยังอยู่ภายใต้การครอบครองโดยเอกชน รวมถึงสถาบันวิจัย สถานศึกษา ตามโรงพยาบาลและอื่นๆ

นั่นหมายถึง “จุดอ่อน” ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างดี เพื่อมิให้วัตถุดิบอันตรายเหล่านั้นหลุดไปตกอยู่ในเงื้อมมืออาชญากรและกลุ่มก่อการร้ายให้นำไปผลิตสร้างอาวุธที่เรียกว่า “เดอร์ตีย์ บอมบ์” หรือระเบิดนิวเคลียร์อย่างหยาบ ทั้งต้องไม่ลืมว่า ขณะที่นานาชาติกลุ่มหนึ่งพยายาม กำจัด ควบคุม วัตถุดิบผลิตระเบิดนิวเคลียร์ แต่อีกด้านหนึ่งก็มีอีกหลายชาติพยายามสร้างยกระดับอานุภาพอาวุธนิวเคลียร์ของตน

เวทีประชุมสุดยอดความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์จึงเห็นได้ชัดว่า ยังขาดความร่วมมือด้วยดีจากหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มชาติที่มีวัตถุดิบ นิวเคลียร์ในครอบครอง รวมถึงอินเดีย รัสเซีย ปากีสถาน อิหร่าน เกาหลีเหนือ และเบลารุส…
อานุภาพ เงินกระแชง

ชีวิตวันศุกร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/598904

โดย ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ 1 เม.ย. 2559 05:01

 

เพิ่งกลับจากการลงพื้นที่ฟิลิปปินส์พร้อมกับทีมงาน (ต่างรุ่น) ที่ร่วมกันอบรมหลักสูตร “ความรู้เรื่องการเป็นประชาคมอาเซียนสำหรับสื่อมวลชน รุ่นที่ 4” นอกจากจะไปช่วงหาเสียงเลือกตั้งทั่วไป ยังเป็นช่วงเทศกาล Holy Week แม้ดูจะเงียบเหงาเล็กน้อย ตามร้านรวง แบงก์ ห้างฯ สถานบันเทิง ส่วนใหญ่หยุด-งด-ปิดให้บริการ

เพราะชาวตากาล็อก สายเคร่งสุดแห่งเอเชีย ตั้งสมาธิตลอดทั้งสัปดาห์ก่อนถึงวันอีสเตอร์ ตั้งแต่ วันอาทิตย์ใบลาน วันพฤหัสฯศักดิ์สิทธิ์ วันศุกร์ประเสริฐ วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะ วันศุกร์ประเสริฐ หรือ Good Friday ที่พวกเราได้ไปสัมผัสบรรยากาศที่ San Pedro Cutud ณ เมืองซาน เฟอร์นันโด จ.ปัมปังกา บนเกาะลูซอน ห่างกรุงมะนิลาออกไปหน่อย 70 กม. ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ อุณหภูมิที่รับรู้จนเหงื่อไหลย้อยนี่ราว ๆ 35 องศาเซลเซียส

ระหว่างเส้นทางจะเห็นขบวนแห่ คนแบกไม้กางเขนขนาดใหญ่ไว้บนบ่า เดินเท้าเปล่าไปตามถนนพร้อมกับชาวบ้านที่เดินไปด้วยเป็นกลุ่มๆ แต่ก็พลาดเห็นผู้มีจิตศรัทธาแรงกล้าใช้แส้ฟาดหลังตัวเองจนเลือดอาบ แค่คิดก็หวาดเสียวไม่น้อย

ส่วนที่ลานพิธีกรรม คนท้องถิ่นหอบลูกจูงหลานและชาวต่างชาติต่างสู้แดดเดินเบียด เสียดเข้าถึงพิธีตรึงกางเขนอันศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อของชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ที่รำลึก ต้นกำเนิดของศาสนา ซึ่งปฏิบัติเป็นประเพณีมานานนับ 60 ปี จนชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

Ms.Ching Pangilinan จนท.ททท.ประจำเมืองเผยกับพวกเราว่า ปีนี้โชคดีหน่อย เพราะทางภาครัฐนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้า มาช่วยอำนวยความสะดวก 600 คน ทั้งเรื่องการจราจร ความปลอดภัย ขนส่งสาธารณะ รวมถึงหน่วยพยาบาลรับมือฉุกเฉิน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวราวๆ 30,000 คน

ฟาก Mr.Ruben Enaje ช่างทาสี ผู้ขานรับเป็นพระเยซู ซึ่งปฏิบัติหน้าที่นี้ต่อเนื่อง กันเป็นปีที่ 30 ตามความเชื่อว่า พระเจ้าทำให้ตัวเขารอดชีวิตจากอุบัติเหตุตกตึกตอนทำงานก่อสร้าง และถือเป็นเซเลบ งานนี้เพราะผู้คนมารุมขอถ่ายรูปกันไม่ขาดหลังเสร็จสิ้นพิธีกรรม ซึ่งยังมีผ้าพันแผลปิดรอยฝ่ามือทั้งสองข้าง

และปีนี้ ทั้ง Enaje ขออุทิศส่วนกุศลให้กับเหยื่อจากเหตุบึมที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม และขอประทานพรจากพระเจ้าให้การเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นวันที่ 9 พ.ค.นี้ สงบ สันติ ไร้ความรุนแรงเหมือนทุกครั้ง…

ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ

ร้านอาหารอิเหนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/598319

โดย เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์ 31 มี.ค. 2559 05:01

 

“อำนาจอ่อน” (soft power) ที่หมายถึงการครอบงำ หรือทำให้คนอื่นนิยมชมชอบ ทำตามอย่างโดยไม่ใช้กำลังข่มขู่บังคับ ดูจะเป็นการพิชิตใจเป้าหมายได้ดีและยั่งยืนกว่า ดูจากความสำเร็จของวัฒนธรรม “เค–ป๊อป” สัญชาติเกาหลี (ใต้) นั่นปะไร

อินโดนีเซียก็คงเห็นตัวอย่างเกาหลีเหมือนกับที่ไทยและอีกหลายประเทศก็เห็นด้วย เหตุนี้กระมัง! กระทรวงการท่องเที่ยวอินโดนีเซียจึงเข็นโปรเจกต์ “อินโดนีเซียสุดมหัศจรรย์” (Wonderful Indonesia) ชูการทูตห้องครัว (culinary diplomacy) เป็นไม้เด็ด ลุยเปิดร้านอาหารเมืองอิเหนาแท้ๆ

ในเหอเฟย เมืองเอกมณฑลอานฮุย หรืออันฮุยของจีน ชนิดเสี่ยงเดิมพันเป็นตกปลาใหญ่กินกันเลย

ร้านอาหารวอนเดอร์ฟูล อินโดนีเซีย จะเริ่มเสิร์ฟเมนูทั้งอาหารและเครื่องดื่มอิเหนาแท้รวม 30 รายการเมนู ไม่ว่า Nasi Goreng (นาซิ โกเร็ง : ข้าวผัด) ซุปหางวัวและ Rendang (เรินดัง : แกงเนื้อคล้ายพะแนงของไทยแต่มีรสเผ็ด) ที่มีต้นกำเนิดมาจากเกาะสุมาตราตะวันตก และเมื่อปี 2554 มีคนโหวตทางซีเอ็นเอ็นโก (CNNgo) แพลตฟอร์ม หรือช่องทางชมรายการออนไลน์ของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นให้เป็นเมนูอาหารอร่อยที่สุดในโลกเอาชนะแกงมัสมั่น เจ้าของแชมป์เดิมของเราลงได้ ฯลฯ

เจ้าหน้าที่ระดับสูงกระทรวงการท่องเที่ยวอินโดนีเซีย บอกว่า “ร้านอาหารจะส่งเสริมอาหารอินโดนีเซียและแบรนด์ท่องเที่ยว “Wonderful Indonesia” การทูตห้องครัวนี่แหละจะเป็นซอฟต์เพาเวอร์ที่มีประสิทธิผลมากที่สุดในการโปรโมตการท่องเที่ยวของประเทศ”

โปรเจกต์ร้านอาหารนี้เป็นดอกผลจากความร่วมมือกับนักลงทุนชาวจีนที่อยู่ในธุรกิจร้านอาหารมานานและหากประสบความสำเร็จอย่างงาม ทางการอินโดนีเซียก็มีแผนจะขยับ ขยายเปิดในที่อื่นๆอีกสัก 10 ร้าน

พูดถึงมณฑลอานฮุย อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน มีประชากรราว 80 ล้านคน และเฉพาะเมืองเหอเฟยมีอยู่ 8 ล้านคน หลายคนคงจะรู้กันดีว่าไทยเราก็เข้าไปมีบทบาทโดยใช้ซอฟต์เพาเวอร์ประเภทละครโทรทัศน์และข่าวฉายออกอากาศให้คนที่โน่นดูอยู่ก่อน แล้วเหมือนกัน.

เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์

เซ็กซ์เทปยังไม่จบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/597738

โดย ยูเรนัส 30 มี.ค. 2559 05:01

 

ในที่สุด ฮัลค์ โฮแกน อดีตนักมวยปล้ำชื่อดังชาวอเมริกัน ก็ชนะคดีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากกอว์เคอร์ มีเดีย งานนี้ทำให้โฮแกนยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่ง แถมยังให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างๆว่าคดีฟ้องร้องของเขาคราวนี้ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ พร้อมคุยด้วยว่า การตัดสินของคณะลูกขุนจะเป็นบรรทัดฐานเพื่อปกป้องผู้บริสุทธิ์ทุกคนที่อาจต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกับเขาก็ได้

อดีตนักมวยปล้ำอาชีพวัย 62 ปียังบอกด้วยว่า ตอนที่คดีนี้กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาตามกระบวนการยุติธรรม เวลาที่ผมไปไหน ประชาชนที่รู้จักผมมักคอยให้กำลังใจและส่งเสียงเชียร์เสมือนผมยังคงเป็นแชมเปียนอีกครั้ง พอเห็นแบบนี้เข้า มันสร้างความรู้สึกพิเศษให้กับผมเป็นอย่างมาก

หลังจากคณะลูกขุนรับฟังการพิจารณาคดีที่มีนายโฮแกนเป็นโจทก์ ฟ้องร้องกอว์เคอร์ มีเดียฐานปล่อยคลิปวีดิโอ ที่บันทึกภาพขณะที่อดีตนักมวยปล้ำรุ่นใหญ่กำลังมีเพศสัมพันธ์กับภรรยาของเพื่อนซี้ของเขาเอง นางคือ ฮีทเทอร์ เคลม ภรรยาของดีเจ บับบา เดอะเลิฟ สปันจ์ โดยที่นายโฮแกนสาบานได้ว่าเขาไม่รู้มาก่อนเลยว่า ขณะที่มีกิจกรรมทางเพศกับภรรยาของเพื่อนได้มีการบันทึก วีดิโอเอาไว้ด้วย

หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นผ่านไป ปรากฏว่าคลิปวีดิโออื้อฉาวคาวโลกีย์นี้หลุดออกมาตาม เว็บไซต์ต่างๆ และถูกส่งต่ออย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เมื่อตามหาต้นตอของคลิปที่ถูกโพสต์พบว่า เกี่ยวข้องกับ กอว์เคอร์ มีเดีย

จึงทำให้อดีตนักมวยปล้ำชื่อดังให้ทนายจัดการฟ้องร้องสื่อแห่งนี้ซะเลย เพราะเป็นสาเหตุทำให้เขาอับอายขายหน้าและละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว แถมเจ้าตัวยังถูกสื่อบางแห่งนำเรื่องราวนี้ไปล้อเลียนจนทำให้เสียเซลฟ์อีกต่างหาก กรณีอื้อฉาวคราวนี้ตามคำให้การของนายโฮแกนระบุว่า เขาไม่ได้เป็นคนเริ่มต้นจะไปเป็นชู้กับเมียของเพื่อน แต่ดีเจ บับบานั่นแหละชักชวนเขาให้มามีกิจกรรมบนเตียงกับเมีย

ดังนั้นเขาไม่ห่วงหากจะหาว่าเป็นชู้กับเมียเพื่อน เพราะไม่ได้เป็น แต่ที่ทำให้ไม่สบายใจเพราะไม่คิดว่าจะมีคลิปวีดิโอปล่อยออกมาสร้างความอับอายให้เขาและครอบครัว ด้านคณะลูกขุนตัดสินเข้าข้างอดีตนักมวยปล้ำชื่อดัง ได้รับค่าเสียหายชดเชยไปมูลค่าราว 25 ล้านดอลลาร์ แม้ตอนแรกโจทก์เรียกร้องค่าเสียหายเป็นร้อยล้านดอลลาร์ก็ตาม ส่วนกอว์เคอร์ มีเดีย ยังไม่ยอมจบเรื่องนี้ นัยว่าจะสู้ในศาลอุทธรณ์ต่อไป

นายนิค เดนตัน ผู้ก่อตั้งกอว์เคอร์ ยืนยันไม่เสียใจที่โพสต์คลิปวีดิโอของโฮแกน แถมเชื่อว่า อดีตนักมวยปล้ำรู้อยู่แก่ใจว่ามีกล้องอยู่ในบ้านและมีการบันทึกเทป แต่งานนี้ก็ต้องว่าไปตามข้อ เท็จจริงล่ะนะ

ส่วน 1 ในคณะลูกขุนชี้ว่า หลังจากดู เทปนี้แล้วมันน่าเกลียดมากกว่าน่าดู และเชื่อว่าโฮแกนถูกละเมิดสิทธิส่วนบุคคล.

ยูเรนัส

จอมอันตรายแห่งเบลเยียม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/597252

โดย บวร โทศรีแก้ว 29 มี.ค. 2559 05:01

 

หลังการโจมตีสนามบินและรถไฟใต้ดินในกรุงบรัสเซลส์ในเบลเยียม เมื่อ 22 มี.ค. มีผู้เสียชีวิตกว่า 30 คน บาดเจ็บเกือบ 300 คน ชื่อนาย “คาลิด เซอร์คานี” วัย 42 ปี ก็เริ่มโด่งดังเป็นที่รู้จักของชาวโลก

เพราะเขาเป็น “หัวโจกหมายเลข 1” ผู้เกณฑ์สมาชิกและนักรบญีฮัดไปร่วมกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในอิรักและซีเรีย เหล่าสาวกที่ผ่านการเกณฑ์จากเขาหลายคนเกี่ยวข้องกับการโจมตีกรุงบรัสเซลส์และการโจมตีกรุงปารีส เมื่อ 13 พ.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งมีผู้เสียชีวิตถึง 130 คน

เซอร์คานีเกิดที่เมืองซินาตาในโมร็อกโกในปี 2516 ถูกตำรวจเบลเยียมจับเมื่อปี 2557 ในข้อหาลักลอบเกณฑ์นักรบญีฮัดจากย่าน “โมเลนบีค” ในกรุงบรัสเซลส์ ส่งไปซีเรียมานานหลายปี และเดือน ก.พ.ปีนี้ เขาถูกศาลตัดสินจำคุก 12 ปี พรรคพวกอีก 31 คนก็ถูกตัดสินจำคุกลดหลั่นกันไปในข้อหาพัวพันการก่อการร้าย แต่มีจำเลยแค่ 13 คนที่ไปขึ้นศาล ที่เหลือเสียชีวิตในซีเรียหรือหลบหนีอยู่

เซอร์คานีมีนามแฝงว่า “อาบู ริอัด” ได้รับฉายา “อะเมียร์” (Emir) ซึ่งหมายถึงประมุขในรัฐอิสลามบางประเทศ เป็นคนอ้วนพุงพลุ้ย หัวล้าน ไว้หนวดเครายาว เขามีอิทธิพลสูงมากในหมู่หนุ่มสาวมุสลิมในเขตโมเลนบีค โดยเฉพาะในย่านแมริไทม์ รวมทั้งพวกเด็กนักเรียนทั้งชายและหญิง

เซอร์คานีมักจัดชุมนุมลับที่ห้องใต้หลังคาสัปดาห์ละหลายครั้ง เพื่อคัดเลือกนักรบ “ญีฮัด” ส่งไปซีเรียและอิรัก เชื่อว่าผู้ที่เป็นสาวกของเขารวมทั้งนายนาจิม ลาชราอุย วัย 24 ปี ผู้ทำระเบิดให้ทีมโจมตีกรุงปารีส และเป็น 1 ใน 2 มือระเบิดพลีชีพที่สนามบินบรัสเซลส์ และนายเรดา คริเคต ชาวฝรั่งเศส วัย 34 ปี ซึ่งเพิ่งถูกจับในฝรั่งเศสขณะกำลังจะโจมตีปารีสระลอกใหม่

ผู้ที่รู้จักเซอร์คานีเผยว่า เขาเป็นคนมี “ออร่า” พิเศษ มีพลังโน้มน้าวจิตใจคน เป็นทั้งผู้เกณฑ์นักรบ จัดส่งกำลังบำรุงและเงินให้เครือข่ายไอเอสในเบลเยียม ซึ่งมีนักรบญีฮัดไปร่วมกับไอเอสในซีเรียและอิรักราว 500 คน ซึ่งมากที่สุดในยุโรปเมื่อเทียบสัดส่วนประชากรแค่ 11 ล้านคน

ขณะนี้สาวกที่เขากะเกณฑ์อีก 30 คนถูกแยกพิจารณาคดีในกรุงบรัสเซลส์ แต่หลายคน ยังหาตัวไม่พบ และแม้จะอยู่ในเรือนจำ เซอร์คานีก็ยังปลุกเร้าให้พวกนักโทษรับอุดมการณ์ “ญีฮัด” ไม่หยุด

เป็น “บุคคลอันตราย” สุดๆ ที่คุกก็ยังสยบไม่อยู่!

บวร โทศรีแก้ว

ยุโรปใต้เงื้อมเงาก่อการร้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/596924

โดย บวร โทศรีแก้ว 28 มี.ค. 2559 05:01

 

ภัยก่อการร้ายเขย่าขวัญชาวโลกอีกคำรบ หลังเหตุโจมตีแบบพลีชีพที่สนามบินและสถานีรถไฟใต้ดินในกรุงบรัสเซลส์ในเบลเยียม เมื่อ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา

เหตุเกิดแค่ 4 วัน หลังซาลาห์ อับเดสลาม คนร้ายที่รอดไปได้คนเดียวจากเหตุโจมตีกรุงปารีส เมื่อ 13 พ.ย.ปีที่แล้ว ถูกจับได้ที่บรัสเซลส์ หลังหนีไปได้กว่า 4 เดือน และทีมโจมตีทั้ง 2 ครั้งนี้โดยสาขา “กองกำลังรัฐอิสลาม” (ไอเอส) ก็เป็นเครือข่ายเดียวกัน โดยการโจมตีบรัสเซลส์ถูกวางแผนไว้นานแล้วแต่ถูกเร่งลงมือเร็วขึ้น

เบลเยียมถูกตำหนิว่า “ล้มเหลว” ในการต่อสู้การก่อการร้าย ทั้งที่รู้ดีว่าย่าน “โมเลนบีค” ชานกรุงบรัสเซลส์ เป็นฐานซ่องสุมผู้ก่อการร้ายที่โจมตีปารีส อีกทั้งปล่อยให้คนร้ายนำระเบิดเข้าสนามบินและสถานีรถไฟได้ง่ายๆ ขณะที่มือระเบิดพลีชีพที่สนามบินคนหนึ่งก็เคยถูกตุรกีจับและเนรเทศไปเนเธอร์แลนด์ โดยตุรกีแจ้งเบลเยียมแล้วว่าเป็นนักรบต่างชาติ แต่ยังปล่อยให้หลุดมือไป

ผู้เชี่ยวชาญในยุโรปและอิรักระบุว่า กลุ่มไอเอสได้ฝึกนักรบ 400-600 คน ส่งเข้าไปใน ยุโรปเพื่อรอจังหวะโจมตี ทั้งในฝรั่งเศส เบลเยียม อังกฤษ เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ อิตาลี เดนมาร์ก สวีเดน หลังผ่านการฝึกจากค่ายในซีเรีย อิรัก ลิเบีย อัฟกานิสถาน แอฟริกาเหนือ และเพิ่งส่ง ทีมใหม่เข้ายุโรปผ่านทางตุรกี

นักรบเหล่านี้เป็นมืออาชีพคล้ายหน่วยคอมมานโด มีอิสระในการวางแผน เลือกเป้า วันเวลา และวิธีการโจมตีได้เองได้ในระดับสูง โดยมีแกนนำไอเอสในอิรักและซีเรียช่วยเหลือด้านการฝึก วางแผน และเงินทุน

จากข้อมูลของยูโรโพล มีคนยุโรปเดินทางไปร่วมเป็นนักรบญีฮาดในซีเรียและอิรักกว่า 5,000 คน รวมทั้งจากเบลเยียมราว 500 คน มาก ที่สุดในชาติยุโรป เมื่อเทียบกับประชากรแค่ 11 ล้านคน

ที่น่ากลัวที่สุดก็คือ คนเหล่านี้บางส่วนเล็ดลอดกลับเข้ามาก่อการร้ายในประเทศของตัวเอง โยงใยกันเป็นหลายเครือข่าย ติดต่อสื่อสาร กันด้วยการเข้ารหัส จึงยากแกะรอยและป้องกัน

ระเบิดที่ใช้ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นชนิดเดียวกับที่ใช้ในศึกอิรักและซีเรีย เรียกว่า “ทีเอทีพี” (TATP) ย่อมาจาก “Triacetone Triperoxide” ที่ประกอบขึ้นไม่ยากจากสารเคมีที่หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไป เมื่อผสมกับตะปูและ นอตมีอานุภาพรุนแรงมากจนได้ฉายา “มารดาแห่งซาตาน” (Mother of Satan)

นักเคมีเยอรมันเป็นผู้คิดค้นระเบิด TATP ในศตวรรษที่ 19 ผู้ก่อการร้ายชื่อ ริชาร์ด รีด เคยซุกระเบิดชนิดนี้ไว้ในรองเท้า พยายามจุดชนวนบนเครื่องบินโดยสารข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกในปี 2544 แต่ล้มเหลว

ห้วงเพลานี้ ภัยก่อการร้ายในยุโรปน่าสะพรึงกลัวยิ่ง การโจมตีอาจเกิดขึ้นได้อีกทุกเมื่อ ยิ่งไอเอสถูกพันธมิตรตะวันตกรุมโจมตีในซีเรียและอิรักหนักขึ้น การตอบโต้ในยุโรปและภูมิภาคอื่นๆจะรุนแรงขึ้นเช่นกัน!

บวร โทศรีแก้ว

นักการเมืองกับวุฒิฯเก๊

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/595993

โดย เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์ 26 มี.ค. 2559 05:01

 

นักการเมืองกับวุฒิการศึกษาเห็นจะมีปัญหากันเกือบทุกประเทศ ล่าสุดที่เมียนมา ที่อนาคตกำลังสดใสหลังนางอองซาน ซูจี นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ชนะเลือกตั้งได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล

คนที่เป็นข่าวก็ไม่ใช่ใครอื่นๆ เป็นนักการเมืองอาวุโสของพรรคเอ็นแอลดี คือ นาย จอว์ วิน อายุ 68 ปี เขาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐโดย อาชีพและที่ปรึกษากรรมาธิการด้านเศรษฐกิจของพรรคเอ็นแอลดี ก่อนจะเป็น 1 ใน 6 สมาชิกพรรคเอ็นแอลดีที่ปรากฏในโผรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ประธานาธิบดีถิ่น จอ ของเมียนมา เสนอให้รัฐสภาพิจารณาอนุมัติ ซึ่งรวมทั้งนางอองซาน ซูจี ที่ตอนแรกมีข่าวจะไม่รับเก้าอี้อะไรเลย และต่อมามีการยืนยันแล้ว ว่าเธอจะเป็น รมว.ต่างประเทศ (อาจมีเก้าอี้อื่นๆพ่วงมาด้วย)

เรื่องวุฒิฯปลอมของนายจอว์ วิน มาแดงตอนพรรคเอ็นแอลดีเผยแพร่ประวัติการศึกษาและผลงานของเขาสู่สายตาสาธารณะ เลยถูกสายสืบคีย์บอร์ดในสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก แฉว่า วุฒิปริญญาเอกของเขาเป็นของปลอมและมหาวิทยาลัย บรูคลิน พาร์ค ในสหรัฐฯ ที่เขาอ้างว่าจบการศึกษาออนไลน์มา ก็ไม่มีอยู่จริง เป็นสถานศึกษาปลอมที่แก๊งต้มตุ๋น ชาวปากีสถานตั้งขึ้นมาหลอกเหยื่อและเพิ่งถูกเปิดโปงเมื่อปีที่แล้ว

แม้ถูกแฉออกมาแล้ว นายจอว์ วิน กลับ ยอมรับหน้าซื่อว่าซื้อวุฒิบัตร ป.เอกปลอมจากมหาวิทยาลัยปลอม “คงเรียกตัวเองว่าด็อกเตอร์ต่อไปไม่ได้แล้ว ตอนนี้รู้แล้วว่าทั้งมหาวิทยาลัยและวุฒิ ป.เอกล้วนเป็นของเก๊” จอว์ วิน เสริม

ส่วนเรื่องฉาวนี้จะมีผลต่อเก้าอี้ รมว.คลัง และวางแผนของนายจอว์ วิน หรือไม่ ก็ต้องรอ ลุ้นกันในสัปดาห์หน้า แต่โฆษกพรรคเอ็นแอลดี ระบุแล้วว่าใบปริญญาปลอมไม่เป็นผล

แต่จะเป็นจริงหรือไม่ ก็ต้องคอยติดตามเพราะถือเป็นความน่าเชื่อถือของรัฐบาลโดยตรง ถ้าหากได้รับอนุมัติเป็น รมว.คลัง นายจอว์ วิน ที่เคยเขียนบทความด้านเศรษฐกิจและการเงินโดยใช้วุฒิ ป.เอกปลอมมาแล้วหลายชิ้นจะต้องรับผิดชอบดูแลงบประมาณก้อนโต ซึ่งความซื่อสัตย์และเที่ยงตรงของเขาจะส่งผลต่อภาพลักษณ์รัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมาแน่นอน… เว้นแต่จะเส้นใหญ่จริง และได้รับโอกาสให้ทำงานไปสักพักก่อนถูกปรับออก…ข้อนี้อาจเป็นได้.

เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์

ไร้กลูเต็นระดับมิชลิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/595427

โดย ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ 25 มี.ค. 2559 05:01

 

ใครว่า…คนแพ้กลูเต็น (โปรตีนจากข้าว) จะหารับประทานอาหารลำบาก ต้องคัดแล้วคัดอีกอ่านฉลากข้างกล่องบรรจุภัณฑ์อย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อป้องกันอาการกำเริบ

เพราะระดับเชฟมือทอง มีรางวัลมิชลินการันตีอย่าง มาดาม ไรน์ ซัมมุต์ (ฝึกเรียนทำ อาหารเองจนได้ดาวมาประดับเมื่อปี พ.ศ.2538) เจ้าของร้าน L’Auberge de la Feniere ฟาร์มเฮ้าส์ก่ออิฐในไร่องุ่นใกล้ๆเมืองลูร์มาแร็ง แคว้นโพรวองซ์ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ผนึกไอเดียกับ นาเดีย ลูกสาวอายุ 35 ปี คิดค้น เมนูปลอดกลูเต็น และเป็น ร้านอาหารแห่งเดียวของประเทศที่คุยโอ่ได้ว่า…อร่อยติดดาว แม้จะมีร้านดังเริ่มตามๆมา

สาเหตุก็ไม่ได้มีอะไรมาก เพราะนาเดียป่วยเป็นโรคนี้นะเอง คือ แรกเริ่มก็ไม่รู้หรอก กระทั่งเข้า รพ. ตอนอายุ 29 ปี นอนอยู่บนเตียงไม่ได้ลุกไปไหนนาน 2 ปี จนหมอวินิจฉัยสรุปว่า เธอ ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับทำลายระบบภูมิคุ้มกันตัวเอง ซึ่งโอกาสที่คนในยุโรปกับสหรัฐฯ เป็นนี่ 1 ใน 100!!!

นาเดียแอนด์มัมเลยคิดใหม่ ทำใหม่ ซึ่ง ลูกค้าเก่าหน้าประจำไม่มีปัญหาเรื่องอาหารชั้นเลิศ อยู่แล้ว ประกอบกับเป็นโรงแรมขนาด 12 เตียง และยังเปิดโรงเรียนสอนทำอาหารด้วย เสนอเมนู ราคา 55 ยูโร (ราวๆ 2,000 บาท) ซึ่งถูกกว่าราคาเมนูปกติที่ขายอยู่ครึ่งหนึ่ง เพื่อให้แขกที่มาพักลองชิมอาหารไร้กลูเต็นอร่อยเริ่ดเพราะทั้งคู่ยอมรับว่า อาหารแนวนี้ค่อนข้างใหม่ไปนิดที่ฝรั่งเศส แต่ก็เห็นว่ามีการตื่นตัวกันมากขึ้น

ส่วนเรื่องวัตถุดิบในการปรุงอาหาร ก็หมดกังวลไปได้ เพราะทุกอย่างต้องผ่านการ ทดสอบ ทดลองจากนาเดียทุกครั้ง พืชผักบางอย่างที่คนแพ้ทางกลูเต็นรับประทานได้ก็ปลูกเองในสวนออแกนิก เนื้อหมูมาจากฟาร์มติดภูเขาเมืองใกล้ๆที่เลี้ยงด้วยถั่วลูกไก่หรือถั่วหัวช้าง ปลาก็มาจากเมืองมาร์ติเก ใกล้เมือง มาร์เซยส์ ข้าวมาจากนาที่เลี้ยงเป็ดกินวัชพืชแทนใช้ยาฆ่าศัตรูพืช ขนมปังก็ใช้วิธีอบแบบ อียิปต์โบราณ

นาเดียยังรับอบรมเชฟรุ่นท็อปทั่วโลกเกี่ยวกับอาหารไร้กลูเต็น สอนเชฟฝึกหัดเรื่องภูมิแพ้อาหาร ความปลอดภัยด้านอาหาร หรือ ถ้าใครสนใจอยากติดตามผลงานหรือฝึกมือก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ Institute Cuisine Libre เว็บไซต์ภาคภาษาฝรั่งเศส

อาหารก็เหมือนยา เพียงแต่ว่าจะเป็นยาดีหรือยาพิษเท่านั้นเอง.

ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ

(แนะ) เร่งขั้นตอนรัฐดึงลงทุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/594874

โดย เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์ 24 มี.ค. 2559 05:01

 

เรื่องกฎระเบียบหรือขั้นตอนการติดต่อกับภาครัฐดูจะเป็นปัญหาใหญ่ไม่น้อยหน้ากันในกลุ่มประเทศสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) 10 ประเทศที่เข้า สู่การเป็นประชาคมอาเซียนตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

โดยในส่วนของอินโดนีเซียที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในอาเซียนก็มีความห่วงใยเรื่องนี้ไม่น้อย กระทั่งมีเสียงเตือนเชิงชี้แนะจากคนในชุมชนธุรกิจที่พูดให้เห็นปัญหานี้ดังๆกันเลย

นายอันโทเนียส โจโนส ซูพิต รองประธานหอการค้าและอุตสาหกรรม (คาดิน) ของอินโดนีเซีย ระบุว่า “รัฐบาลอินโดนีเซียต้องยกระดับ ปรับกระบวนการขอใบอนุญาตทำธุรกิจให้ง่ายและกระชับขึ้นเพื่อเสริมบรรยากาศการลงทุน”

“ประธานาธิบดีโจโก “โจโกวี” วิโดโด ต้องผลักดันดำเนินการแผนอย่างต่อเนื่องอย่าได้ขาด เพื่อทบทวนหรือแก้ไขกฎระเบียบประมาณ 400 อย่าง เพื่อช่วยให้ถึงเป้าหมายในการขับเคลื่อนประเทศให้ไต่ระดับสูงขึ้นจากที่ 109 ไปอยู่ลำดับที่ 40 ของโผอันดับประเทศทำธุรกิจง่ายของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์)” อันโทเนียสเสริม และว่า “ปัจจุบัน คนที่ต้องการเริ่มทำ ธุรกิจใหม่ (ในอินโดนีเซีย) ต้องวิ่งขออนุญาตกว่า 13 ขั้นตอนซึ่งใช้เวลา 47 วัน กว่าจะรู้เรื่อง”

นายอันโทเนียสยังพูดถึงบรรยากาศการแข่งขันระหว่างกลุ่มสมาชิกอาเซียนด้วยกัน โดย เฉพาะการพยายามหาทางดึงดูดโกยเม็ดเงินลงทุน ต่างชาติด้วยว่า “อินโดนีเซียมีคู่แข่งสำคัญในภูมิภาคอาเซียนในการแย่งชิงนักลงทุนคือ เวียดนามและ ฟิลิปปินส์ ส่วน เมียนมา จะกลายเป็นคู่แข่งที่มีศักยภาพอีกหนึ่งประเทศในเร็วๆนี้”

นายอันโทเนียสยังพูดถึงแนวโน้มของเมียนมาด้วยว่า พวกเราควรหันมาสนใจเมียนมา เพราะหลังพรรคการเมืองของ นางอองซาน ซูจี ชนะเลือกตั้งได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลก็มีการผ่อนคลายนโยบายต่างๆ เดี๋ยวนี้ชาวต่างชาติสามารถซื้อหาครอบครองอพาร์ตเมนต์ในเมียนมาได้ และในอนาคต บริษัทต่างชาติอาจสามารถซื้อที่ดินได้

และเมื่อพูดถึงประเภทการลงทุนที่จำเป็นต่อประเทศช่วงนี้ นายอันโทเนียสระบุว่า อินโดนีเซียควรเน้นการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่ใช้แรงงานให้มากเป็นพอ

เรื่องผลประโยชน์ของประเทศอย่างนี้ จึงเป็นธรรมดาที่จะเกิดการแข่งขันขึ้นแม้จะอยู่ในอาเซียนด้วยกัน แต่อีกทางก็ถือว่าเป็นเรื่องบวก เพราะการแข่งขันทำให้เกิดการพัฒนานั่นเอง.

เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์

สภาขุนนางอังกฤษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/594336

โดย ตุ๊ ปากเกร็ด 23 มี.ค. 2559 05:01

 

กลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงอย่างหนักในบ้านเรา ต่อกรณีบทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะปรับให้ “ส.ว.” ทั้งหมดมาจากการสรรหาในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี

แต่ที่น่าสนใจคือ มีบางส่วนมองว่าการสรรหาที่ว่านี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับวุฒิสภาของ “อังกฤษ” ที่สมาชิกไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่มาจากการแต่งตั้ง ดังนั้น มันจะผิดตรงไหนหากเราจะนำรูปแบบของประเทศที่ถูกเรียกว่าแม่แบบของประชาธิปไตยมาประยุกต์ใช้

ทั้งนี้ วุฒิสภาอังกฤษ หรือที่เรียกว่า สภาขุนนาง (House of Lords) ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวในการจำกัดจำนวนสมาชิก เป็นการปรับเปลี่ยนตามกาลเวลา ปัจจุบันมีสมาชิกหรือที่เรียกว่า “ลอร์ด” ถึง 825 คน

สำหรับสมาชิกนั้น จะแบ่งได้เป็น 4 ประเภท โดย 1.จะมาจากการแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรีนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ และจะดำรงตำแหน่งไปตลอดชีวิต

ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มการเมือง ทั้งพรรคฝ่ายรัฐบาล อย่างพรรคอนุรักษนิยม พรรคเสรีประชาธิปไตย และพรรคฝ่ายค้าน อย่างพรรคแรงงาน ไปจนถึงพรรคเล็กอื่นๆ และกลุ่มคนเก่งจากหลายอาชีพ

ประเภทที่ 2 มาจากสืบทอดตำแหน่งทางสายเลือด บิดาส่งตำแหน่งต่อให้บุตรได้ แต่จำกัดไว้แค่ 92 คน ในจำนวนนี้มีตำแหน่งดยุค 4 คน 3.มาจากตัวแทนฝ่ายศาสนาจำนวน 26 คน เช่นบิชอปและอาร์คบิชอป และ 4.มาจากสมาชิกที่มีความรู้ด้านกฎหมาย โดยกลุ่มนี้ยังทำหน้าที่เป็นตุลาการศาลสูงสุดของสหราชอาณาจักรด้วย

หน้าที่สำคัญ คือการพิจารณาร่างกฎหมายที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติรับรอง โดยจะนำมากลั่นกรองตรวจสอบว่ามีช่องโหว่ ข้อบกพร่องที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ หากเห็นว่าไม่สมควร ก็จะทำการ “ชะลอ” เอาไว้ เพื่อให้สภาผู้แทนฯนำจุดบกพร่องกลับไปตัดสินใจกันอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม สภาขุนนางจะไม่มีอำนาจในการยับยั้งกฎหมาย คือถ้าสภาผู้แทนฯจะดึงดันเอาให้ได้ ก็ต้องจำใจปล่อยไป และจุดที่ต่างจากหลายประเทศคือ สภาขุนนางไม่มี อำนาจในการแต่งตั้งองค์กรอิสระ หรืออำนาจในการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแต่อย่างใด

ส่วนเงินเดือนไม่มีให้ แต่มีเบี้ยประชุมรายวัน วันละ 300 ปอนด์ หรือประมาณ 15,000 บาท.

ตุ๊ ปากเกร็ด