สักลงบ่อ (น้ำพุร้อน)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/593849

โดย เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์ 22 มี.ค. 2559 05:01

 

“รอยสัก” (tattoo) หากมองว่าเป็นศิลปะก็เป็นของสวยงาม ใครจะสักตรงไหนหรือเป็นรอยสักรูปอะไรก็ไม่มีใครว่า แต่หากมองอีกมุม (ลบ) คนที่เป็นเจ้าของรอยสัก อาจถูกมองเกี่ยวโยงถึงพฤติกรรมหรืออาจเลวร้ายถูกมองถึงขั้น (น่า) เคยติดคุกติดตะรางหรือไม่ก็เป็นพวกคนไม่ดี เป็นขโมยขโจรก็ว่ากันไป

และหากเป็นมุมมองคนญี่ปุ่นก็มักมองมุมลบเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการที่คนมีรอยสักมักไปเกี่ยวข้องกับแก๊งอันธพาล “ยากูซ่า” หลายคนจึงเลือกไม่ต้อนรับ รวมทั้งสปา “ออนเซ็น” แหล่งอาบน้ำพุร้อนยอดนิยมของชาวเมืองปลาดิบและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

เมื่อมีสปาออนเซ็นหลายแห่งในญี่ปุ่นเลือกที่จะปฏิเสธนักท่องเที่ยวที่มีรอยสัก เพราะกลัวลูกค้าคนอื่นๆจะมีความรู้สึกหรือปฏิกิริยาไม่ดีตามมา พานหมดสนุก ไม่อยากมาเที่ยวอีกล่ะแย่เลย

แต่เพราะอาจกำลังต้องการเม็ดเงินต่างชาติจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวก็เป็นได้ การท่องเที่ยวญี่ปุ่น (JTA : เจทีเอ) จึงออกมาขอให้ผู้ประกอบการสปาผ่อนคลายกฎ ยกเหตุผลมีความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่การมองรอยสักทั้งในญี่ปุ่นและต่างแดนแตกต่างกันไปด้วย

“นักท่องเที่ยวจึงควรมีโอกาสได้เพลิดเพลินกับสปาออนเซ็นอย่างสะดวกเสรี” เจทีเอระบุ

การท่องเที่ยวญี่ปุ่นไม่ได้ร้องขอเปล่า! แต่ยังทำข้อแนะนำแบบไม่มีข้อผูกมัด (ให้ปฏิบัติตาม) ออกมาด้วย รวมทั้งเสนอแนะให้จัดหาสติกเกอร์ช่วยปกปิดรอยสักนักท่องเที่ยว หรือกำหนดเวลาเฉพาะระหว่างวันให้นักท่องเที่ยวมีรอยสักเข้าใช้บริการได้ แต่ก็ย้ำขอให้ (ช่วย) ยกเว้นเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่ได้ให้ปรับเปลี่ยนกฎสำหรับชาวญี่ปุ่น

ปัญหานี้คงไม่ใช่เรื่องเล็ก ไม่เช่นนั้น เจทีเอคงไม่ออกมา อีกทั้งการสำรวจข้อมูลปีที่แล้ว พบว่าร้อยละ 56 ของโรงแรมทั้งใหญ่และเล็กในญี่ปุ่นไม่ยอมให้คนมีรอยสักเข้าใช้บริการบ่อออนเซ็น

ส่วนที่เป็นข่าวใหญ่ในญี่ปุ่นเมื่อ 2-3 ปีก่อน กรณีสปาทางภาคเหนือของประเทศ ห้ามผู้หญิงชาวเมารี ชนพื้นเมืองของนิวซีแลนด์เข้าอาบบ่อน้ำร้อน เพราะมีรอยสักที่ใบหน้า แม้จะสักตามธรรมเนียมดั้งเดิมของชนเผ่าเมารีก็ตาม

และข่าวนี้น่าจะมีส่วนทำให้เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นขบคิดหาเหตุผลในการออกข้อแนะนำล่าสุดนี้ไม่มากก็น้อย.

เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์

ศาลฎีกาก็มีแบ่งข้าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/593456

โดย บวร โทศรีแก้ว 21 มี.ค. 2559 05:01

 

แม้เป็นข่าวเล็กๆในบ้านเรา แต่ในสหรัฐอเมริกาเป็นข่าวใหญ่มาก…กรณีประธานาธิบดีบารัค โอบามา เสนอชื่อนาย “เมอร์ริค การ์แลนด์” ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลอุทธรณ์กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. วัย 63 ปี เป็น 1 ใน 9 ผู้พิพากษา “ศาลฎีกา” แทนนายแอนโทนิน สกาเลีย ผู้พิพากษาสายอนุรักษนิยม ซึ่งเสียชีวิตเมื่อ 13 ก.พ.ปีนี้

แม้โอบามาจะบอกว่า การ์แลนด์เหมาะสมที่สุด เพราะมีแนวทางสายกลาง แต่พรรครีพับลิกันมองว่าเขาเป็นสายเสรีนิยมมากกว่าอนุรักษนิยม จึงต่อต้านและประกาศจะขวางการ์แลนด์ถึงที่สุดในวุฒิสภา อ้างว่า ควรให้ประธานาธิบดีคนใหม่หลังการเลือกตั้ง 8 พ.ย.ปีนี้ เป็นผู้เสนอชื่อจะดีกว่า

หลังสกาเลียสิ้นบุญ สหรัฐฯก็มีผู้พิพากษาศาลฎีกาเหลือ 8 คน เป็นฝ่ายอนุรักษนิยมและเสรีนิยมข้างละ 4 คนเท่ากัน ถ้า “วุฒิสภา” ลงมติ รับรองการ์แลนด์ เขาจะเป็นผู้พิพากษาศาลฎีกาคนที่ 3 ที่มาจากการเสนอชื่อของโอบามาแห่งพรรคเดโมแครต และจะเป็นครั้งแรกในยุคใหม่ที่ฝ่ายเสรีนิยมได้ครองเสียงข้างมากในศาลฎีกา

พรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน ซึ่งกำลังขับเคี่ยวแย่งชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีคนใหม่ในการเลือกตั้งปลายปีนี้ ต่างต้องการยึดเสียงข้างมาก ในศาลฎีกา ซึ่งมีอำนาจ “ชี้ขาด” เรื่องสำคัญๆ รวมทั้งเรื่องการทำแท้ง ชนกลุ่มน้อย สิทธิในการ แต่งงานของคนรักร่วมเพศ คดีเหยียดสีผิว การ ประหารชีวิต ไปจนถึงเรื่อง “การเลือกตั้ง”

มีผู้เปรียบว่า ศาลฎีกาของสหรัฐฯทำหน้าที่ คล้าย “ศาลรัฐธรรมนูญ” เพราะคดีที่จะขึ้นไปถึงศาลฎีกา ผู้ยื่นคำร้องมักข้องใจคำตัดสินของ ศาลอุทธรณ์กลางหรือศาลอุทธรณ์ของรัฐว่าขัดต่อ “รัฐธรรมนูญ” แต่ศาลฎีกาก็มีสิทธิ์วินิจฉัยว่าจะรับคำร้องใดหรือไม่ และบางครั้งจะส่งกลับไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาคดีนั้นๆใหม่

ผู้พิพากษาศาลฎีกาของสหรัฐฯมีวาระการ ดำรงตำแหน่ง “ตลอดชีพ” แต่ก็มีสิทธิ์ลาออกหรือเกษียณอายุในวัย 70 ปี แต่ก็มีน้อยรายที่ทำอย่างนั้น ส่วนใหญ่จะอยู่อึดอยู่ทนจนตายคาเก้าอี้ ผู้พิพากษาศาลฎีกาที่มีอายุมากที่สุดในขณะนี้คือนางรูธ บาเดอร์ กินสเบิร์ก อายุ 83 ปีแล้ว

ผู้พิพากษาศาลฎีกาสหรัฐฯก็เหมือนกับข้าราชการพลเรือนและประธานาธิบดี ที่มีสิทธิ์ถูกถอดถอนจากตำแหน่งในข้อหากบฏ คอร์รัปชัน หรือก่ออาชญากรรมร้ายแรงอื่นๆ แต่นับตั้งแต่มีการตั้งศาลฎีกาใน ค.ศ. 1789 หรือ 227 ปีก่อน กรณีที่ว่าก็ยังไม่เคยเกิดขึ้น

ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลฎีกาสหรัฐฯคนปัจจุบันคือ นายจอห์น โรเบิร์ตส์ อายุ 61 ปี เมื่อ เดือน ม.ค.ปีนี้ เขามีอัตราเงินเดือน 258,100 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 9,033,500 บาท) ต่อปี ส่วนผู้พิพากษาอื่นๆอีก 8 คน มีรายได้น้อยกว่าเล็กน้อย คือ 246,800 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 8,638,000 บาท) ต่อปี

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯใน 8 พ.ย. ศกนี้ ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้ามีข้อขัดแย้งทางกฎหมายรุนแรงจนเคลียร์กันไม่ได้ว่าใครแพ้ใครชนะ ศาลฎีกานี่แหละที่จะเป็นผู้ชี้ขาด

ดังนั้น…พรรครีพับลิกันจึงยอมไม่ได้ที่จะให้สายอนุรักษนิยมฝ่ายตนมีเสียงข้างน้อย!

บวร โทศรีแก้ว

สถิติ 5 ปีสงครามซีเรีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/592622

โดย ตุ๊ ปากเกร็ด 19 มี.ค. 2559 05:01

 

สงคราม “ซีเรีย” ที่ยังคงร้อนระอุและยังไม่มีท่าทีว่าจะจบสิ้น ได้มีอายุครบ 5 ปีเต็มแล้ว เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา

นับเป็นอุทาหรณ์สอนใจชาวโลกอย่างดีว่า สถานการณ์ทางการเมืองที่ลุกลามบานปลาย สามารถแปรเปลี่ยนเป็นความสูญเสียอันมากมายมหาศาลได้เพียงนี้

ถึงแม้ข้อมูลจะไม่เที่ยงแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่จากการเปิดเผยของกลุ่มเฝ้าระวังสิทธิมนุษยชนในซีเรียระบุว่า นับตั้งแต่กระสุนปืนนัดแรกดังขึ้นจนบัดนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วประมาณ 270,000 คน ในจำนวนนี้เป็นพลเรือน 80,000 คน รวมถึงเด็ก 13,500 คน

ส่วนผู้บาดเจ็บมีราว 1 ล้านคน มีโรงพยาบาลถูกทำลายอย่างน้อย 177 แห่ง โดยยังไม่รวมถึงกรณีรัฐบาลซีเรียถูกสหประชาชาติกล่าวหาว่าทำการ “สังหาร” ผู้ถูกจับกุมคุมขังในเรือนจำหรือค่ายกักกันอย่างเป็นระบบ

ประเทศซีเรียก่อนเริ่มสงครามมีประชากรอย่างน้อย 23 ล้านคน แต่ปัจจุบันจากข้อมูลอย่างเป็นทางการของสหประชาชาติเปิดเผยว่า ต้องอพยพทิ้ง ที่อยู่อาศัยไปแล้วว่า 13.5 ล้านคน ในจำนวนนี้ หนีเข้าประเทศเพื่อนบ้าน 4.7 ล้านคน ลำดับความมากไปหาน้อย ไล่ตั้งแต่ตุรกี 2.7 ล้านคน เลบานอน 1 ล้านคน จอร์แดน 6 แสนคน อิรัก 2 แสนคน อียิปต์ 1 แสนคน

โดยยังไม่รวมว่าอพยพหลบหนีเข้ายุโรปไปอีกเท่าไร ทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้อพยพตามมาเป็นระลอก ไม่ว่าเรื่องสุขภาพ ไม่มีที่ซุกหัวนอน ไม่มีอาหารประทังชีวิต ไปจนถึงการต่อต้านจากคนในประเทศนั้นๆ

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังมองว่า สภาพเศรษฐกิจซีเรียได้ถอยหลังไป 3 ทศวรรษ อุตสาหกรรมชะงัก ห้างร้านล้ม ละลาย การส่งออกหายไป 90 เปอร์เซ็นต์ ไม่รวมความเสียหายที่เกิดขึ้นกับธุรกิจพลังงาน คิดเป็นมูลค่ากว่า 58,000 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 2 ล้านล้านบาท

ส่วนคนที่จำใจอยู่ก็ต้องอยู่ต่อไป ภายใต้ความมืดมิดและความรุนแรง 83 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีไฟฟ้าใช้ และมีประมาณ 480,000 คน ที่ตกอยู่ในวงล้อม ของการปะทะวันต่อวัน ในจำนวนนี้เป็นเด็กเกินครึ่ง.

ตุ๊ ปากเกร็ด

ทรัมพ์และแบร์ลุสโคนี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/591589

โดย เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์ 17 มี.ค. 2559 05:01

 

ช่วงนี้คนอเมริกัน (ส่วนหนึ่ง) หรือแม้แต่คนระดับบิ๊กๆในพรรครีพับลิกัน กำลังกลัวว่าคนอย่าง โดนัลด์ ทรัมพ์ มหาเศรษฐีฝีปากกล้าจะไปไกลถึงขั้นได้เป็นตัวแทนรีพับลิกันเข้าชิงเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯช่วงปลายปีนี้และอาจเลยเถิดถึงขั้นชนะเลือกตั้งขึ้นมา เพราะผู้สมัครตัวเต็งของเดโมแครตก็ใช่ว่าจะแน่นอนมา เผลอๆอาจแพ้ ความสดบวกสไตล์ดุดันชัดเจนของทรัมพ์เข้าไปอาจร่วงได้ (เว้นแต่ทรัมพ์จะตกม้าตายก่อน)

เพราะเป็นคนพูดจาโผงผาง ไม่มีเหนียมไม่กั๊กเหมือนนักการเมืองอาชีพ

และยังเสนอนโยบายห่ามๆ เช่น ทำกำแพงสกัดผู้อพยพจากฝั่งเม็กซิโก จนเรียกเสียงด่าขรมจากเพื่อนบ้าน

เมื่อของเค้าแรงอย่างนี้เลยมีคนคิดยกทรัมพ์ขึ้นเปรียบกับอดีตนายกรัฐมนตรี ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี ของอิตาลี ที่เสมือนเป็นมวยรุ่นพี่อยู่คนละเวทีคนละประเทศ แต่มีอะไรคล้ายๆกัน

อย่างแรกเลย! เป็นนักธุรกิจรวยระดับพันล้านที่ประสบความสำเร็จ มีคนนิยมชมชอบทางการเมืองในประเทศมากกว่านอกประเทศ แถมมีชีวิตรักหลากสีสันทั้งคู่ โดยทรัมพ์แต่งงาน 3 ครั้ง ภรรยาคนล่าสุดเป็นถึงอดีตนางแบบ ส่วนแบร์ลุสโคนีที่ตอนนี้อายุ 79 ปี ปัจจุบันควงอยู่กับสาววัย 28 ปี และยังมีเรื่องอื้อฉาว “บุงกา บุงกา” กรณีถูกกล่าวหาซื้อบริการทางเพศเด็กสาวที่เป็นเยาวชนและใช้อำนาจหน้าที่ปกปิดเรื่อง แม้ปฏิเสธแต่ก็ต้องลาออกในปี 2554

แต่อะไรทำให้นักการเมือง 2 คนนี้ประสบความสำเร็จ? นาย จิโอวานนี ออร์ซินา ศาสตราจารย์ ด้านประวัติศาสตร์ร่วมสมัยแห่งหลุยส์ ยูนิเวอร์ซิตี้ในกรุงโรม เห็นว่า “ทั้งสองคนนำแนวคิดเข้าสู่ การเมืองที่ว่าผู้ประกอบการทำผลงานได้ดีกว่านักการเมืองอาชีพ คนวงนอกที่สดและเก่งเรื่องธุรกิจแก้ปัญหาชาวบ้านได้ดีกว่า”

ขณะที่นักวิเคราะห์การเมืองทางหนังสือพิมพ์ นาย มัสซิโม ฟรังโก บอกว่า “ปรากฏการณ์ทรัมพ์/แบร์ลุสโคนี เป็นคำตอบที่บอกได้ดีว่านักการเมืองเดิมๆตกรุ่นไปแล้ว ทั้งสองคนพูดในสิ่งที่คนทั่วไปคิด จึงถูกใจกองเชียร์จนมองข้ามอะไรต่างๆนานาที่ (อาจ) ดูไม่เข้าท่าที่ทรัมพ์หรือแบร์ลุสโคนีพูดหรือแสดงออกมา”

ทั้งนี้ ไม่ว่าผลเลือกตั้งในสหรัฐฯจะออกรูปไหน ทรัมพ์กับแบร์ลุสโคนีก็ถือว่ามีอะไรเหมือนกัน ชัดเจนอีกอย่างนั่นคือ การเป็นนักการเมืองฝึกหัดผู้มากทักษะที่เอาตัวรอดบนสังเวียนการเมืองได้ด้วยตัวเอง!.

เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์

รับสมัครนินจา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/591090

โดย อานุภาพ เงินกระแชง 16 มี.ค. 2559 05:01

 

…ไม่ว่าชาติไหนต่างก็หวังใช้การท่องเที่ยวดึงดูดคนนอกเข้ามาเยือนชมวิถีวัฒนธรรม ทั้งช่วยยกระดับเศรษฐกิจประเทศอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ทำให้ต่างต้องงัดกลยุทธ์ชูจุดเด่นสร้างความแตกต่างเพื่อช่วงชิงตลาดการท่องเที่ยวแต่ละปีมูลค่ามหาศาล

ตัวอย่างญี่ปุ่น แม้เป็นชาติอุตสาหกรรมหนักแถวหน้าของโลกแล้ว การท่องเที่ยวญี่ปุ่นก็ติดอันดับแถวหน้าของโลกไม่แพ้อุตสาหกรรมอื่นๆ ใครๆก็อยากไปเที่ยวญี่ปุ่นแทบไม่รู้เบื่อ แม้ว่าค่าครองชีพสูงปรี๊ด แต่เสน่ห์ญี่ปุ่นก็ดึงดูดผู้คนไปเยือนเกินห้ามใจไหว

ฮือฮากันล่าสุดกับแผนโปรโมตการท่องเที่ยว ญี่ปุ่น ประกาศ “รับสมัครนินจา” หรือนักรบเงา แห่งดินแดนอาทิตย์อุทัยยุคศตวรรษ 15 หรือราว 700 ปีก่อน ทำงานเต็มเวลาวันละ 8 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 6 วัน รับจำนวนจำกัดแค่ 6 ตำแหน่ง ผู้ผ่านการ บรรจุทำงานจะได้รับเงินเดือน 180,000 เยน หรือราว 57,600 บาท กับโบนัสอีกจำนวนหนึ่ง

คุณสมบัติผู้สมัครตำแหน่งนินจา อายุตั้งแต่ 18 ปี ไม่แบ่งเพศชายหญิง เชื้อชาติไหน สัญชาติใดก็ได้ แต่เงื่อนไขคือ ต้องพูดสื่อสารรู้ธรรมเนียมวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นตามมาตรฐาน นอกเหนือจากพูดสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี

อีกคุณสมบัติสำคัญคือ สภาพร่างกายต้องแข็งแรง มีความสามารถทางกายกรรมและยิมนาสติก ตีลังกากลับหลังและสามารถใช้ “ชูริเงน”——Shuriken หรืออาวุธขว้างดาวกระจายของนินจา ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขอบข่ายงาน “นินจา” สมัยใหม่นี้ต่างจาก อดีตแทบสิ้นเชิง ไม่ต้องเชี่ยวชาญการเข่นฆ่าเอา ชีวิตผู้คน แต่ต้องมีวิชาการต่อสู้เอาไว้แสดงอวดนักท่องเที่ยวดึงเงินออกจากกระเป๋าให้ได้มากที่สุด

หน้าที่ของนินจายุคดิจิตอล ต้องขึ้นแสดงบน เวทีและทำงานโฆษณาประชาสัมพันธ์ทั้งผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ สถานที่ทำงานของเหล่า นินจาทั้ง 6 ตำแหน่ง คือปราสาทนาโงยาในจังหวัดไออิจิ ทางภาคกลาง เพื่อช่วงชิงตลาดการท่องเที่ยวชมวิถีนินจาดั้งเดิมจากจังหวัดมิเอะและชิงะ

ผู้สนใจสมัครรับงานตำแหน่ง “นินจายุคศตวรรษ 21” ต้องรีบส่งใบสมัครถึงหน่วยงาน การท่องเที่ยวจังหวัดไออิจิภายในวันที่ 22 มี.ค.นี้ ผู้ผ่านการคัดเลือกจะถูกส่งไปฝึกเคี่ยววิทยายุทธ์นินจาอีกนาน 1 เดือน ก่อนปฏิบัติหน้าที่จริงสังกัด “สภานินจา” ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนภายใต้สัญญาจ้างงานรายปี

งานตำแหน่งนี้อาจได้รับการต่อยอดผลักดัน ทำหน้าที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่นต่ออีกหลายปีถึง 2563 ญี่ปุ่นรับหน้าที่เจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิก 2020….

อานุภาพ เงินกระแชง

เซ็กซ์เทปอีกแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/590546

โดย ยูเรนัส 15 มี.ค. 2559 05:01

เซ็กซ์เทปอีกแล้ว

การเป็นคนมีชื่อเสียงบางครั้งก็ดีมากๆ แต่บางคราวก็แย่เหมือนกัน อย่างกรณีของ ฮัลค์ โฮแกน อดีตนักมวยปล้ำชื่อก้องชาวอเมริกัน ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลในคดีฟ้องร้องค่าเสียหาย จาก “กอว์เคอร์ มีเดีย” มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ หากคิดเป็นเงินไทยคร่าวๆก็ 3,500 ล้านบาท ฐานนำคลิปขณะที่เขามีเพศสัมพันธ์ออกมาเผยแพร่จนโฮแกนคิดว่า เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุและละเมิดความเป็นส่วนตัว เอาล่ะสิคดีนี้น่าสนใจ

เรื่องนี้มีสาเหตุที่น่าตกตะลึงว่า การมีเพศสัมพันธ์ของโฮแกนกับผู้หญิงคนหนึ่งนั้น (คุณพระช่วยดีนะที่ไม่ใช่เล่นเซ็กซ์หมู่) สตรีคนนี้เป็นภรรยาของเพื่อนสนิทที่ใช้นามว่า ดีเจบับบา เดอะเลิฟ สปันจ์ โดยข่าวแจ้งว่า ตาดีเจนี่แหละที่ไปชักชวนให้โฮแกนมามีเพศสัมพันธ์กับเมียตัวเอง ไม่ใช่ว่าโฮแกนแอบคบชู้ไปมีอะไรกับเมียเพื่อนหรอกนะ ตอนดีเจมาพูดกับโฮแกน เขายังคิดว่า มันเป็นเรื่องตลกมากกว่า (ส่วนอีกข่าวบอกว่า ฝ่ายหญิงตอนนี้เป็นอดีตเมียของดีเจบับบาแล้วนะ) ซึ่งดีเจตัวแสบบอกกับโฮแกนว่า เขาไม่ถือสาหรอกถ้าโฮแกนจะมีอะไรกับเมียของเขา เนื่องจากทั้งดีเจและเมียต่างเปิดเผยเรื่องบนเตียงซึ่งกันและกันอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อโฮแกน วัย 62 ปี ยอมไปเซ็กซ์กับเมียเพื่อนแล้ว พอไปจู๋จี๋กัน ณ สถานที่แห่งหนึ่ง อดีตนักมวยปล้ำชื่อดังยืนยันว่า เขาไม่รู้มาก่อนว่ามีการบันทึกวีดิโอเทปเอาไว้ด้วย และช่วงที่เกิดเหตุอีตาผัวยังเป็นคนยื่นถุงยางอนามัยให้โฮแกนด้วยมือตัวเองซะด้วย ตอนนั้นเขาเริ่มตะขิดตะขวงใจจึงถามฝ่ายผัวว่า มีการบันทึกเทปอะไรหรือเปล่า? และได้รับคำตอบว่าเปล่า

ทุกวันนี้โฮแกนคงไม่อยากคบเจ้าเพื่อนตัวแสบรายนี้แล้ว เพราะหลังจากเสร็จภารกิจเซ็กซ์ สะบึม หลายวันต่อมาก็ทำเอาเขาตาเหลือก เมื่อเห็นคลิปตัดต่อช่วงที่กำลังเสพสมผ่านช่องทางสื่อของฝ่ายจำเลย

ฮัลค์ โฮแกนยอมรับว่า หลังคลิปนี้แพร่เผยให้สาธารณชนเห็นกันจะจะ เขารู้สึกเศร้าใจและ ทำใจไม่ได้ จนเกิดอาการจิตตก และคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง หนำซ้ำนักจัดรายการวิทยุบางคนนำ เขาไปล้อเลียน โดยเน้นย้ำเกี่ยวกับความใหญ่, ยาวของอวัยวะเพศของเขา ซึ่งทำให้รู้สึกอับอายขายหน้า และคิดว่าตกเป็นเหยื่อของการละเมิดความเป็นส่วนตัว ซึ่งน่าเห็นใจนักมวยปล้ำรุ่นใหญ่นี้เหมือนกัน

เหตุการณ์นี้จึงมีการไต่สวนสืบสวนเกิดขึ้น และเกิดคำถามตามมาติดๆ เรื่อง จริยธรรมของสื่อ รวมทั้งความเป็นส่วนตัวของบุคคลทั่วไปหรือแม้กับคนดังในสังคม ถ้าโฮแกนไม่รู้จริงๆว่ากิจกรรมบนเตียง คราวนี้ถูกบันทึกไว้ เขาย่อมตกเป็นเหยื่อที่ถูกละเมิดและทำเกินไปแล้วล่ะ.

ยูเรนัส

ผู้นำติดคุกจริงๆ มีถมไป!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/590065

โดย บวร โทศรีแก้ว 14 มี.ค. 2559 05:01

ผู้นำติดคุกจริงๆ มีถมไป!

พักหลังๆ มีข่าวผู้นำหรืออดีตผู้นำประเทศพัวพันหรือถูกลงโทษในคดีคอร์รัปชันและอื่นๆ หลายคน รวมทั้งนายกฯ นาจิบ ราซัค แห่งมาเลเซีย พัวพันคดีเงินกองทุน “1 เอ็มดีบี” อันอื้อฉาวจนเจอกระแสขับไล่

อดีตประธานาธิบดี ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา แห่งบราซิล ก็เพิ่งถูกอัยการสั่งฟ้องในข้อหาฟอกเงิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีคอร์รัปชันที่โยงใยบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ “เปโตรบราส” ส่วนนาย เอฮุด โอลเมิร์ต อดีตนายกฯอิสราเอล ก็เริ่มรับโทษจำคุก 19 เดือน เมื่อ 15 ก.พ. ในข้อหารับเงินสินบนจากโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่กรุงเยรูซาเลม

ในยุคใหม่ มีอดีตผู้นำประเทศต้องติดคุกไม่น้อย ที่เด่นๆก็คือ นายโมเช คัตซาฟ อดีตประธานาธิบดีอิสราเอล ติดคุกตั้งแต่เดือน ธ.ค.2554 ในข้อหาข่มขืนลูกน้องสาว 2 คน ขณะยังเป็น รมว.การท่องเที่ยว ในทศวรรษ 1990 พ่วงข้อหาคุกคามทางเพศ ข่มขู่พยาน และขัดขวางกระบวนการยุติธรรม

นายโฮเซ โซคราเตส อดีตนายกฯโปรตุเกส ช่วงปี 2548-2554 ก็ติดคุกกว่า 9 เดือนในข้อหาคอร์รัปชัน ฟอกเงิน เลี่ยงภาษี จากนั้นถูกกักบริเวณในบ้านพักจนถึง ก.ย.2558 ก่อนถูกยกเลิกเมื่อ 16 ต.ค.ปีเดียวกัน

นายอิโว ซานาดาร์ อดีตนายกฯโครเอเชีย ช่วงปี 2547-2552 ถูกตัดสินจำคุก 10 ปีเมื่อ พ.ย.2555 ในข้อหารับสินบนจากบริษัทพลังงาน “เอ็มโอแอล” ของฮังการี และต่อมาเดือน มี.ค.2557 ก็ถูกตัดสินจำคุกอีก 9 ปี ในข้อหายักยอกเงินของรัฐ 10 ล้านยูโร แต่เมื่อเดือน พ.ย.2558 ศาลฎีกากลับคำพิพากษา สั่งให้พิจารณาคดีใหม่และให้ประกันตัวออกไปสู้คดี

อีกรายคือ นายเอเดรียน นาสตาเซ อดีตนายกฯโรมาเนีย ช่วงปี 2543-2547 ถูกตัดสินจำคุก 4 ปีครึ่ง ในปี 2555 ในข้อหาคอร์รัปชัน เขาเคยพยายามฆ่าตัวตายหลังรับโทษจำคุกได้ 2 ปี จากอีกคดีในข้อหาใช้เงินกองทุนหาเสียงโดยมิชอบ 1.5 ล้านยูโร เขาถูกปล่อยตัวเมื่อเดือน มี.ค. 2556 แต่เข้าคุกอีกในปี 2557 ในข้อหารับสินบน 630,000 ยูโร จากนักธุรกิจก่อสร้างจีน

ขณะที่ นายอัลเบอร์โต ฟูจิโมริ อดีตประธานาธิบดีเปรู ช่วงปี 2533-2543 ก็ยังติดคุกอยู่ในวัย 77 ปี ในข้อหาคอร์รัปชัน รับสินบน ยักยอกทรัพย์สินของรัฐ และละเมิดสิทธิมนุษยชน สั่งฆ่าหมู่ศัตรูทางการเมือง 25 ศพ รวมทั้งเด็กทารกในปี 2534-2535 ในช่วงกวาดล้างกบฏเหมาอิสต์และไชนิ่งพาธ

นายอัลฟองโซ ปอร์ติลโญ อดีตประธานาธิบดีกัวเตมาลา ช่วงปี 2543-2547 ถูกจับส่งให้สหรัฐฯในปี 2543 และถูกตัดสินจำคุก 5 ปี 10 เดือน ในข้อหาฟอกเงิน ส่วน นายอ็อตโต เปเรซ อดีตประธานาธิบดีกัวเตมาลาอีกคน ซึ่งลาออกเมื่อ ก.ย.ปีที่แล้ว ก็ถูกควบคุมตัวระหว่างต่อสู้คดีตั้งแก๊งฉ้อโกงและรับสินบน 800,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ

แต่ผู้นำที่ต้องโทษเหล่านี้ยืนยันว่าตนเอง “บริสุทธิ์” ทั้งสิ้น!

บวร โทศรีแก้ว

จับได้ให้ประจาน?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/589301

โดย ตติกานต์ เดชชพงศ 12 มี.ค. 2559 05:01

 

ในยุคที่มีผู้เข้าถึงอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ธุรกิจสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ เพราะคนจำนวนมากต้องการประหยัดเวลา ขณะที่เว็บไซต์ผู้บุกเบิกธุรกิจซื้อขายออนไลน์อย่าง amazon.com ยังคงครองความเป็นเจ้าตลาดไว้ได้ ทั้งยังมีการตั้งโกดังจัดเก็บและกระจายสินค้าในหลายประเทศทั่วโลก

แต่ทุกๆการเติบโตก็ต้องมีอุปสรรคเป็นธรรมดา และปัญหาที่เกิดกับ amazon คือการ “ขโมยสินค้า” โดยพนักงานของตัวเอง และวิธีการขโมยก็มีตั้งแต่ระดับธรรมดา เช่น ซุกซ่อนข้าวของไว้กับตัวเพื่อเอาออกไปนอกโกดัง รวมถึงระดับก้าวหน้าที่พนักงานเปลี่ยนที่อยู่จัดส่งสินค้าไปให้ตัวเองหรือผู้สมคบคิด ซึ่งผู้ที่ถูกจับได้จะถูกดำเนินคดีและไล่ออกไปตามระเบียบ ทำให้การว่าจ้างพนักงาน amazon มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

สำนักข่าวบลูมเบิร์กของอังกฤษรายงานเพิ่มเติมว่า ปัญหาลักขโมยสินค้าทำให้ amazon หันมาใช้วิธีป้องปรามไม่ให้พนักงานขโมย ของ โดยผู้บริหารโกดังบางแห่งจะเผยแพร่ข้อมูลการขโมยสินค้า ซึ่งแม้จะไม่มีการระบุชื่อหรือเปิดเผยใบหน้าผู้ก่อเหตุ แต่มีรายละเอียดชัดเจนว่าสินค้าที่ถูกขโมยอยู่แผนกใด รวมถึงเวลาที่ก่อเหตุ, ประเภทและมูลค่าของสินค้า ซึ่งพนักงานแต่ละแผนกย่อมรู้ดีว่าเพื่อนร่วมงานที่หายหน้าไปนั้นมีสาเหตุจากอะไร ทำให้มีผู้วิจารณ์ว่าวิธีการดังกล่าวก็คือ “การประจานให้อับอาย” เข้าข่ายดูหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

อย่างไรก็ตาม “แพท เมอร์ฟี” ผู้บริหารบริษัทรักษาความปลอดภัยในสหรัฐอเมริกา ระบุเพิ่มเติมว่า การประจานไม่ได้ช่วยลดสถิติการลักขโมยในหมู่พนักงานมากนัก เพราะคน บางประเภทแม้จะมีโอกาสก็ไม่มีวันขโมย ขณะที่คนอีกบางประเภทที่เคยขโมยก็จะขโมยอยู่อย่างนั้น ไม่ว่าจะถูกจับได้หรือถูกประจานเพียงใด การป้องกันง่ายๆ เช่น ค้นตัวพนักงานก่อนออกจากโกดังยังจะมีผลชัดเจนมากกว่า แต่วิธีนี้ก็อาจจะใช้ไม่ได้กับ amazon ซึ่งมีพนักงานจำนวนมาก หากค้นตัวหมดทุกคนก็คงเสียเวลามหาศาล และสถิติที่สำรวจในปี 2558 พบว่า amazon มีพนักงานมากกว่าสองแสนคน (เฉพาะในสหรัฐฯ).

ตติกานต์ เดชชพงศ

ตลาดออนไลน์ CLMV (1)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/588747

โดย ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ 11 มี.ค. 2559 05:01

ตลาดออนไลน์ CLMV (1)

4 กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน อันได้แก่ C =Cambodia, L =Lao, M=Myanmar และ V=Vietnam ซึ่งเพื่อนสมาชิกด้วยกัน ลามไปไกลประเทศอื่นๆ มองเห็นโหงวเฮ้งเศรษฐกิจแล้วว่า อนาคตรุ่งแน่นอน!!!

สังเกตได้จากประชาชนในประเทศนั้นๆ เริ่มควักเงินจับจ่ายใช้สอย มากกว่านั่งล้อมวงถกเถียง ปัญหาเรื่องปากท้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดย เฉพาะซื้อของทางออนไลน์ด้วยแล้ว ยกตัวอย่าง คนเวียดนาม ทั้งทำงานออฟฟิศกับข้าราชการประจำ แม้แต่บุคคลทั่วไปจากข้อมูลเว็บไซต์ข่าว Nikkei พบอย่างน้อย 3 แสนคนหันมาเป็นพ่อค้า-แม่ขายทางสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก กันมากขึ้น เช่น สาวออฟฟิศ อายุ 34 ปี คนหนึ่ง ที่ยามว่างขายเครื่องสำอางกับเสื้อผ้าที่ซื้อมาจากเมืองนอก สร้างรายได้เสริมตกเดือนละ 200 ล้านด็อง (ราว 3 แสนบาท)

“คืออิฉันจะใช้วิธีไปเช่าโกดังไว้เก็บสินค้ากับจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้า ก็ต้องขอบใจเพื่อนๆ ที่เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกับลูกค้าทั้งขาประจำ ขาจรที่เข้าไปดูแล้วซื้อของด้วยความ มั่นใจ ตัวอิฉันเองก็ไม่ชอบผลัดงาน เพราะถ้าเราส่งของช้า ก็จะโดนคอมเมนต์ทันที”

และจากที่เคยส่วนใหญ่ลงสินค้าขายที่เกี่ยวกับอาหารการกินและของสวยๆงามๆแต่มาระยะหลังคนขายชาวญวนเริ่มลงสินค้าที่ เกี่ยวกับรถ บ้าน เครื่องเพชร อุปกรณ์เครื่องใช้ ภายในบ้าน และเฟอร์นิเจอร์กันมากขึ้น ดูจากภาพประกอบที่ประกาศขายรถไฟฟ้าขนาดจิ๋ว 2 ที่นั่ง ราคาตั้งแต่ 32-50 ล้านด็อง (ราว 50,000-80,000 บาท) ก็มีคนเข้าไปกดไลค์เกือบ 300 คน และอยากซื้อไว้เป็นเจ้าของด้วย

สอดคล้องกับคำพูดของ มร.โดอัน ดุยกวา ผู้อำนวยการฝ่ายผู้บริโภค บริษัท นีลเสน ประจำเวียดนาม เผยว่า “ตลาดอีคอมเมิร์ซในเวียดนามเติบโตขึ้นอย่างน่าชื่นใจ กิจกรรมบันเทิงหลายๆอย่าง เช่น ท่องเที่ยวเริ่มเห็นแล้วว่าผู้บริโภคราวครึ่งหนึ่งหันไปซื้อแพ็กเกจทัวร์มากขึ้น แม้แต่ตั๋วหนัง บัตรคอนเสิร์ต นิทรรศการและการแข่งขันกีฬา เพื่อเข้าไปค้นหาข้อมูลและการบริการก่อนตัดสิน

แล้วยิ่งตลาดสมาร์ทโฟนที่เบ่งบานราวดอกเห็ดเจอผงฟู่ ไม่ใช้แค่โทร.เข้า โทร.ออก แต่ 58% ยังไว้ใช้ช็อปปิ้ง 56% ดาวโหลดแอพฯ In-store ที่ขายของถูกไว้ในเครื่อง และ 44% พึ่งแอพฯ ร้านค้าปลีกไว้สั่งซื้อของเข้าบ้านอีกด้วย”.

ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ

สู้เพื่อความเท่าเทียม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/588246

โดย อานุภาพ เงินกระแชง 10 มี.ค. 2559 05:01

 

วันสตรีสากล——International Women’s Day (IWD) ทุกวันที่ 8 มีนาคม…ปีนี้ สหประชาชาติกำหนดแก่นเรื่อง “Planet 50—50 by 2030 : Step It Up for Gender Equality” ความหมายคือ “แบ่งปันโลกหญิงชายภายในปี 2030 : เร่งสร้างความเท่าเทียม”

เหล่าคนดังจากหลายวงการ ทั้งหญิงชายและเพศทางเลือก ทั้งต่างศาสนาและสีผิว พากันแสดงพลังเรียกร้องความเท่าเทียมกันและหยุดการเลือกปฏิบัติ

ข้อมูลเกี่ยวกับสตรีที่ถูกนำออกเผยแพร่สู่ชาวโลกทราบแล้วน่าตกใจไม่น้อย เด็กหญิงและสตรีในชาติติดอันดับใช้ชีวิตลำบากมากที่สุดของโลก 10 ประเทศ คือ ไนเจอร์ ตามด้วยโซมาเลีย มาลี แอฟริกากลาง เยเมน สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก อัฟกานิสถาน ไอวอรีโคสต์ ชาด และโคโมรอส

สตรีประเทศไนเจอร์ พบว่า 1 ใน 20 คน เสียชีวิตระหว่างคลอดลูก ผู้หญิงในทวีปแอฟริการาว 40 เปอร์เซ็นต์ เผชิญโรคโลหิตจาง ทำให้เสี่ยง เสียชีวิตระหว่างคลอดลูกมากถึง 1 ใน 5 คน

ผู้หญิงมากกว่า 500 ล้านคนทั่วโลกอ่าน หนังสือไม่ออก เด็กสาวทั่วโลกมากกว่า 62 ล้านคน ไม่ได้รับโอกาสเรียนหนังสือ และกฎหมายใน 155 ประเทศ ยังเลือกปฏิบัติสิทธิด้านต่างๆต่อสตรี

สิ่งที่เหล่าคนดังจากหลายวงการทั่วโลกเรียกร้องให้เกิดขึ้นคือ การให้สตรีและเด็กหญิงทั่วโลกมีโอกาสเข้าถึงการศึกษา ได้รับความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม มีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีและการสาธารณสุข เพื่อลดโอกาสเจ็บป่วยและการติดเชื้อเอชไอวีเอดส์ ตลอดจนลดการเผชิญภาวะขาดโภชนาการ

ข้อมูลเฉพาะในอินเดีย พบว่า สตรีมากเกือบ 43 เปอร์เซ็นต์ ยังถูกกักไม่ให้ทำงานนอกบ้าน ขณะที่สตรีทำงานนอกบ้านจำนวนไม่น้อยถูกแสวงประโยชน์เอาเปรียบและได้รับค่าจ้างแรงงานต่ำกว่าเพศชาย

แม้สตรีวัยทำงานรู้หนังสือในอินเดียมีอัตราส่วนมากพอๆกับชาวอังกฤษ แต่โอกาสได้รับงานทำยังน้อยกว่ามาก คือ 27 กับเกือบ 60 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ

ถ้าสภาพการณ์เหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไขภายในปี 2030 หรือ พ.ศ.2573 หมายความว่า สหประชาชาติล้มเหลวในเป้าหมาย “มุ่ง พัฒนาอย่างยั่งยืน”…

อานุภาพ เงินกระแชง