จีนแจงทะเลจีนใต้(1)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/632272

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 มิ.ย. 2559 05:01

 

ปัญหาพิพาทหมู่เกาะทะเลจีนใต้ ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่ถูกหยิบยกมาพูดคุยในระดับเวทีโลก ด้วยเหตุนี้นายหนิงฟู่ขุย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย จึงขอชี้แจงผ่านบทความ “จีนและประเทศอาเซียนควรร่วมมือพิทักษ์สันติภาพและความมั่นคงทะเลจีนใต้” ดังนี้

ทะเลจีนใต้เป็นช่องทางคมนาคมและสายสัมพันธ์อันสำคัญในการเชื่อมต่อจีนและประเทศอาเซียน ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ปัญหาทะเลจีนใต้ถูกปั่นกระแสอย่างเอิกเกริก บางประเทศและบางสื่อพุ่งเป้ามาที่จีน กลับขาวเป็นดำ ทำให้เกิดความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

เกาะต่างๆในทะเลจีนใต้เป็นดินแดนของจีนตั้งแต่โบราณกาล รัฐบาลใช้อำนาจบริหารในทะเลจีนใต้อย่างสันติ มีประสิทธิภาพและต่อเนื่องก่อนชาติอื่น หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุด ประเทศญี่ปุ่นได้ปฏิบัติตามปฏิญญากรุงไคโรและแถลงการณ์พอตสดัม คืนดินแดนจีนรวมถึงหมู่เกาะหนันซาด้วย (พาราเซล) จากนั้นจีนจึงเรียบเรียงตั้งชื่อประกาศแผนที่ กำหนดเขตบริหาร ตั้งทหารประจำการ ฯลฯ ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1970 เป็นต้นมา แต่เพื่อนบ้านบางประเทศเริ่มเรียกร้องสิทธิ์ครองดินแดนและโขดหินในหมู่เกาะหนันซา และทยอยใช้กำลังยึด

มีบางคนกล่าวว่าจีนยืนยันอำนาจอธิปไตยเหนือทะเลจีนใต้ทั้งหมดซึ่งไม่เป็นความจริง จีนยืนยันอำนาจอธิปไตยเหนือหมู่เกาะหนันซาและน่านน้ำในบริเวณนั้น แต่ไม่ใช่ทะเลจีนใต้ทั้งหมด และยืนยันที่จะแก้ไขปัญหาพิพาทด้วยการเจรจา ยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศและบนพื้นฐานเคารพความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์

ปี ค.ศ. 2013 ฟิลิปปินส์ยื่นคำขอฝ่ายเดียว ให้ศาลใช้อำนาจอนุญาโตตุลาการในปัญหาทะเลจีนใต้ ซึ่งแก่นแท้ที่เรียกร้องคือปัญหาเกี่ยวกับอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนและปักปันเขตแดนทะเล

อำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนไม่อยู่ในขอบเขตอำนาจของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล และจีนออกแถลงการณ์ยกเว้นตามมาตรา 298 ของอนุสัญญาฯ ในปี 2006 ระบุว่าข้อพิพาทที่เกี่ยวกับการปักปันเขตทางทะเล อ่าวทางประวัติศาสตร์หรือสิทธิครอบครอง การปฏิบัติการทางทหารและกฎหมายจะไม่อยู่ในขอบเขตการแก้ไขปัญหาตามอนุสัญญาฯ เรื่องที่ขอชี้แจงเพิ่มเติมคือ ขณะนี้มีกว่า 30 ประเทศรวมถึงไทย ออกแถลงการณ์ยกเว้นในลักษณะเดียวกัน

ดังนั้น ที่จีนไม่เข้าร่วม ไม่ยอมรับคดีอนุญาโตตุลาการในทะเลจีนใต้ที่ฟิลิปปินส์ยื่นฟ้องนั้น สอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ว่าศาลจะตัดสินอย่างไร จีนจะไม่ยอมรับ.

ภัยเตือนอเมริกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/628936

โดย อานุภาพ เงินกระแชง 1 มิ.ย. 2559 05:01

 

…คำเตือนถึงชาวอเมริกันนอกจากอย่าประมาทภัยก่อการร้ายแล้ว ปีนี้ยังมีคำเตือนเพิ่มเติมจากศูนย์ข้อมูลติดตามภัยการโจมตีจากฉลามนานาชาติ (International Shark Attack File) หน่วยงานภายใต้การดูแลของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐฟลอริดาทำนายสถานการณ์ทั่วโลกปีนี้จะมีเหตุฉลามโจมตีมนุษย์เพิ่มทุบสถิติปีที่แล้ว

ตัวเลขอ้างอิงฉลามโจมตีมนุษย์ทั่วโลกปีที่แล้วมากน้อยแค่ไหนเขาไม่บอก ระบุเฉพาะในสหรัฐฯฉลามบุกกัดทำร้ายมนุษย์แถบชายหาดมากกว่า 98 ครั้ง สูญเสียถึงตาย 6 ราย…

เหตุผลที่ฉลามกัดทำร้ายมนุษย์มากขึ้นเพราะปัจจัย 3 ประการ คือ 1.ฉลามเพิ่มขึ้นจาก

ช่วงเวลาที่เหลือน้อยที่สุดยุคทศวรรษ 1990… 2.เพราะพลเมืองโลกเพิ่มขึ้น และ 3.สภาพอากาศโลกร้อนขึ้นทำให้ผู้คนนิยมเที่ยวแช่เล่นน้ำทะเลมากขึ้น

ก่อนหน้านี้มากกว่า 100 ปี เหล่านักวิทยาศาสตร์อเมริกันไม่ค่อยเชื่อเรื่องฉลามทำร้ายมนุษย์บริเวณน่านน้ำอุ่นถ้าไม่ถูกรบกวนยั่วยุ แต่ความเชื่อดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไปหลังเดือน ก.ค.ปี 2459 ชาย 4 คน เสียชีวิตใกล้ชายฝั่งรัฐนิว เจอร์ซีย์ สาเหตุการตายเบื้องต้นคาดว่าอาจถูกเต่าทะเลกัด กระทั่งมีการจับฉลามขาวยักษ์บริเวณนั้นได้ตัวหนึ่งผ่าท้องพบซากชิ้นส่วนมนุษย์จำนวนมาก

หลังจากนั้น ผู้คนเริ่มตระหนักมากขึ้นถึงภัยฉลามกัดโจมตีอาจเกิดขึ้นได้ ตอกย้ำด้วยภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดังและคว้ารางวัลออสการ์เมื่อปี 2518 คือ “Jaws” เนื้อหาเกี่ยวกับฉลามกินคน ทั้งยังมีสารคดีช่องดิสคัฟเวอรีนำเสนอเรื่องราวของฉลามผ่านโทรทัศน์รายการ “SharkWeek”

ความไม่เชื่อว่าฉลามกัดทำร้ายมนุษย์ ย้อนกลับไปช่วงปี 2434 มหาเศรษฐีคนหนึ่งของรัฐนิวเจอร์ซีย์ ตั้งเงินรางวัล 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบค่าเงินสมัยนี้คือ 13,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเกือบ 5 แสนบาท มอบให้ใครก็ตามพิสูจน์ได้ว่าฉลามเคยกัดคนนอกน่านน้ำเขตอุ่น แต่ไม่มีใครออกมาอ้างข้อพิสูจน์ขอรับรางวัล

หลังยุคภาพยนตร์เรื่อง Jaws ฉลามถูกไล่ล่าอย่างบ้าคลั่งจากมนุษย์กลุ่มหนึ่ง การล่าฉลามกลายเป็นกีฬาและเพื่อการค้าทั้งเนื้อและครีบฉลามถูกนำไปต้มซุปหูฉลาม อ้างเป็นยาบำรุงสมรรถภาพทางเพศในบางสังคมความเชื่อ ทำให้ฉลามลดปริมาณลงอย่างมากเข้าขั้นใกล้สูญพันธุ์

กระทั่งปลายยุคทศวรรษ 1990รัฐฟลอริดา พื้นที่ฉลามมากที่สุดของสหรัฐฯ ประกาศบังคับใช้กฎหมายอนุญาตล่าฉลามได้ต่อวัน คนละ 1ตัว ตามด้วยกฎหมายห้ามบริโภคหูฉลามใน 10 รัฐ

อีกด้านหนึ่ง แม้ฉลามถูกมนุษย์มองดูน่าเกรงขามพรั่นพรึง แต่คนกลุ่มหนึ่งยังพร้อมจ่ายหลายร้อยดอลลาร์สหรัฐฯต่อชั่วโมง แลกความตื่นเต้นเร้าใจอยู่ในกรงเหล็กใต้น้ำเพื่อใกล้ชิดฉลามให้มากที่สุด…

อานุภาพ เงินกระแชง

เกิดอะไรขึ้นที่ฝรั่งเศส?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/628148

โดย ตุ๊ ปากเกร็ด 31 พ.ค. 2559 05:01

 

เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด สำหรับประเทศ “ฝรั่งเศส” ณ เพลานี้ เพราะไม่ทันที่จะได้พักหายใจจากปัญหาภายนอกคลื่นผู้อพยพ ก็ต้องมาเผชิญกับปัญหาภายในอีกระลอก กรณีสหภาพแรงงานนัดรวมตัวประท้วงทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์นับว่าค่อนข้างหนักหน่วงโดยเฉพาะภาคพลังงาน อัตราการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลดลงไป 6 เปอร์เซ็นต์ และอาจลดลงไปอีก หลังสหภาพแรงงานซีจีทีเพิ่งลงมติจะเข้าร่วมการประท้วงครั้งนี้ ซึ่งคาดว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 16 แห่งจาก 19 แห่งทั่วประเทศ จะได้รับผลกระทบ

หรือเรื่องของน้ำมันที่เริ่มจะขาดแคลน เนื่องจากโรงกลั่นเกินครึ่งหยุดชะงัก ปั๊มน้ำมันกว่า 9,000 แห่งทั่วประเทศเริ่มไม่มีน้ำมันให้บริการ จนรัฐบาลต้องงัดแผนใช้น้ำมันสำรอง แต่จากการประเมินเชื่อว่าจะประวิงเวลาไปได้เพียง 4 เดือนเท่านั้น

จากเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ มีต้นตอมาจากการตัดสินใจของรัฐบาลที่จะปฏิรูปกฎหมายแรงงานใหม่ ซึ่งทางสหภาพมองว่าไม่เป็นธรรมต่อผู้ใช้แรงงาน และเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ว่าจ้างมากเกินไป

ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่ถือว่าทำงานสบาย โดยกฎหมายกำหนดให้แรงงานทำงานได้ไม่เกิน 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือสัปดาห์หนึ่งทำงาน 4 วันกว่าๆ (คำนวณตามการทำงานวันละ 8 ชั่วโมงแบบบ้านเรา) แต่กฎหมายใหม่จะทำให้นายจ้างต่อรองกับสหภาพแรงงานได้ เรื่องการขอให้พนักงานต้องมาทำงานเพิ่ม

นอกจากนี้ กฎหมายใหม่ยังผ่อนคลายความเข้มงวดต่อนายจ้าง ซึ่งหากพูดให้เข้าใจง่ายๆคือ นายจ้างสามารถปลดพนักงานได้ง่ายขึ้น แต่กรณีนี้ทางบริษัทจะต้องมีเหตุผลมา สอดรับ เช่น ปลดได้หากบริษัทสูญเสียผลประกอบการ 4 ไตรมาสติดต่อกัน

รัฐบาลฝรั่งเศสมองว่ากฎหมายดังกล่าวจะเป็นการเพิ่มอัตราการจ้างงานในประเทศ เพราะหากบริษัทปลดคนได้ง่ายก็สามารถจ้างใหม่ได้ง่ายเช่นกัน ซึ่งขัดกับจุดยืนกลุ่มสหภาพ แรงงาน ที่มองว่าแล้วชะตากรรมของแรงงานที่เริ่มมีอายุหรือสูงอายุจะเป็นเช่นไร หากปลดแล้วเขาจะไปทำอะไรอย่างอื่นได้ในเมื่อทำงานนี้มาทั้งชีวิต.

ตุ๊ ปากเกร็ด

ศิลปินไม่เล่นด้วย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/627583

โดย ยูเรนัส 30 พ.ค. 2559 05:01

 

เพราะชอบพูดจาโผงผางและปากไว

แท้ๆ จึงทำให้นักร้องนักดนตรีแนวอาร์แอนด์บีอย่าง เดอะ วีคเอนด์ และเบลลี่ แร็พเปอร์ บอกปัดไม่ไปออกรายการทอล์กโชว์ทางโทรทัศน์ “จิมมี่ คิมเมล ไลฟ์” ซึ่งมักเชื้อเชิญคนดังในวงการต่างๆไปร่วมรายการเพื่อเรียกเรตติ้ง

แต่เมื่อไม่กี่วันนี้ 2 ศิลปินเจ้าของรางวัล มากมายข้างต้นกลับ “ขอตัว” ไม่ไปปรากฏตัวในรายการช่วงดึกของสถานีโทรทัศน์เอบีซีในสหรัฐฯ เนื่องจากช่วงเวลาออกอากาศ คราวเดียวกันนั้น มีการเชิญนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ตัวแทนของพรรครีพับลิกันเพื่อ ไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ มาออก อากาศด้วย

เบลลี่ ศิลปินแร็พเปอร์กล่าวว่า เขาแจ้ง ยกเลิกการไปออกอากาศในรายการนี้ เพราะผมไม่ต้องการใช้เวทีเดียวกับมหาเศรษฐีด้าน อสังหาริมทรัพย์และนักการเมืองจากฟากรีพับลิกัน เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับแนวคิดและความเชื่อของนายทรัมป์ มหาเศรษฐีปากจัด นั่นเอง

เบลลี่บอกว่า เขารู้สึกชอบมากที่ถูกเลี้ยง ดูมาให้สามารถเข้ากับทุกคนในโลกนี้ได้ โดยไม่อคติกับศาสนาหรือเชื้อชาติ ทั้งนี้ เขาเป็นศิลปินชาวแคนาดา เชื้อสายปาเลสไตน์ มีชื่อจริงว่า อาห์เหม็ด บาลชี

เขาบอกด้วยว่า ไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่ง ของการฉลองให้กับใครสักคนที่มีความเชื่อ แตกต่างไปจากพวกเราส่วนใหญ่ ส่วนเดอะ วีคเอนด์นั้นไม่พูดอะไร แต่ก็ไม่ไปร่วมเป็นแขกรับเชิญในรายการดังกล่าวเช่นกัน

เดอะ วีคเอนด์ เจ้าของ 8 รางวัลบิลบอร์ด มิวสิก อวอร์ดส์มาหยกๆ และได้รับรางวัลแกรมมี่เมื่อต้นปีนี้ เขาเป็นศิลปินชาวแคนาดา และร่วมงานกับเบลลี่หลายครั้ง ด้วยการร่วมกันแต่งเพลงดังๆ เช่น เพลง เดอะ ฮิลส์, อินทู เดอะ ไนท์ และออฟเฟิน

ก่อนหน้านี้ นายทรัมป์เคยวิพากษ์วิจารณ์ คู่แข่งทางการเมืองและเคยหาเสียงแบบที่บางคนได้ยินแล้วสะอึกไปตามๆกัน ประเด็นที่เขาหยิบยกมาพูดถึงมีทั้งเรื่องสตรี, ผู้ลี้ภัย, ผู้อพยพและชาวมุสลิม บวกกับการกล่าวถึงชาวเม็กซิกันที่อพยพเข้ามาอาศัยทำมาหากินในสหรัฐอเมริกาอย่างผิดกฎหมาย ทำเอาหลายคนได้ยินทัศนะของมหาเศรษฐีแล้วถึงกับอึ้งไปเลย ทั้งที่บางกรณีเขาก็ออกมาให้รายละเอียดในภายหลัง

แต่หลายคนยังตั้งข้อสงสัยในทัศนคติ ของนายทรัมป์หลายด้าน ทั้งสนับสนุนและ ต่อต้าน ขณะศิลปินผิวสีส่วนใหญ่ไม่ค่อยปลื้มเขานัก ไม่รู้นายทรัมป์จะแก้เกมปัญหาปากไวนี้ไหม? ก็ไม่รู้.

ยูเรนัส

หัวเรือใหม่ตาลีบัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/626578

โดย ตุ๊ ปากเกร็ด 28 พ.ค. 2559 05:01

 

ตำนานอสูรกายกรีกงูพิษไฮดร้า เด็ดไปหนึ่งหัวก็มีหัวใหม่งอกมาแทนที่ ฉันใดฉันนั้น

กับกรณีการแต่งตั้งผู้นำใหม่ของกองกำลังติดอาวุธ “ตาลีบัน” ในอัฟกานิสถาน-ปากีสถาน

เหมือนสงครามที่ไม่มีวันจบสิ้น ไม่กี่วันหลัง จากมุลเลาะห์ อัคห์ตาร์ มันซูร์ ถูกเครื่องบินไร้คนขับหรือโดรน ของกองทัพสหรัฐฯยิงจรวดสังหาร ร่างแหลกคารถยนต์ในจังหวัดพรมแดนบาลูจิสถานของปากีสถาน แกนนำระดับสูงของตาลีบัน ก็ได้มารวมตัวที่เมืองเควตตาของปากีสถาน โหวตแต่งตั้งหัวเรือใหม่ในทันที

โดยโผมาลงที่ “มุลเลาะห์ ไฮบาตุลเลาะห์ อาคุนด์ซาดา” เบอร์ 2 ของกลุ่มตาลีบัน ได้รับเสียงเป็นเอกฉันท์ พร้อมแจงหลักฐานมุลเลาะห์ อัคห์ตาร์ มันซูร์ อดีตผู้นำคนก่อนทิ้งพินัยกรรมไว้

จากข้อมูลที่ได้รับการเปิดเผยจากกลุ่มตาลีบัน มุลเลาะห์ ไฮบาตุลเลาะห์ (พรจากพระเจ้า) อาคุนด์ซาดา มีอายุประมาณ 55 ปี อยู่กับกลุ่มมาตั้งแต่สมัยทำสงครามกับกองทัพโซเวียตพื้นเพอยู่ในจังหวัดกันดาฮาร์ ฐานที่มั่นสำคัญของตาลีบัน ไม่ชอบเดินทางไปไหน

โปรไฟล์เป็นสายเคร่งศาสนามากกว่าสายนักรบ มีหน้าที่รับผิดชอบในการออก “ฟัตวา” ประกาศิตทางศาสนา กำหนดหลักปฏิบัติของกลุ่ม ทั้งยังมีความสัมพันธ์อันดีกับ “เควตตา ชูรอ” หรือแกนนำขั้วการเมืองตาลีบันในปากีสถาน ที่อดีตเคยครองอำนาจบริหารประเทศอัฟกานิสถาน ก่อนมาถูกกองทัพสหรัฐฯโค่นหลังเหตุการณ์ 9/11

แม้จะมีนักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า การแต่งตั้งอาคุนด์ซาดาแสดงให้เห็นถึงรอยร้าวภายในตาลีบัน เนื่องจากการประชุมที่เมืองเควตตา ปากีสถานนั้น แกนนำมาไม่ครบคน แต่สุดท้ายแล้วเชื่อว่างานนี้ไม่มีอะไรในกอไผ่ เพราะเดิมทีกลุ่มตาลีบันก็ถือกำเนิดมาจากการรวมตัวของกลุ่มนักรบมูจาฮีดีน จากหลายเผ่าหลายพื้นที่อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้คงลงเอยเหมือนหนังม้วนเก่า และมีคำถามต่อมาว่าหากมุลเลาะห์ ไฮบาตุลเลาะห์ อาคุนด์ซาดา ถูกสังหารแล้วใครจะขึ้นมาต่อ ซึ่งตัวเลือกคงหนีไม่พ้นมุลเลาะห์ โมฮัมหมัด ยาคูบ ลูกชายของมุลเลาะห์ โอมาร์ อดีตผู้นำและผู้ก่อตั้งกลุ่มตาลีบัน

ตามตำนานกรีก จอมพลังเฮอร์คิวลิสปราบไฮดร้าด้วยการใช้ไฟลนปิดแผล ไม่ให้หัวงอกมาอีก แต่สำหรับกรณีนี้ ไม่มีอะไรชัดเจนว่าสรุปแล้วไฮดร้ามีกี่หัว และที่สำคัญมันมีกี่ตัว?
ตุ๊ ปากเกร็ด

โลกดับบุหรี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/625945

โดย ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ 27 พ.ค. 2559 05:01

 

สิงห์รมควันทุกวันนี้แทบจะกลายเป็นชนกลุ่มน้อยทุกขณะ เพราะเหมือนกำลังถูกแรงบีบจากทั่วทุกมุมโลก จากสมัยก่อนที่ควักบุหรี่ขึ้นมาสูบ พ่นควันลอยท่าหล่อ ท่าสวยอย่างภาคภูมิใจทุกพื้นที่ตารางนิ้ว เหลือเพียงแค่ซอกหลืบ หรือตามมุมห้องที่ปิดประตูมิดชิด กลายเป็น “ห้องสีขาว” ดูดแล้วกลืนควันมะเร็งเข้าปอดกันเอง

ขนาด “AXA” บริษัทประกันภัยรายใหญ่ที่สุดของฝรั่งเศส ในกรุงปารีส ยังประกาศถอนทุนทรัพย์ ทั้งหุ้นและพันธบัตรมูลค่าราวๆ 1,800 ล้านยูโร หรือเกือบ 72,000 ล้านบาท ที่มีอยู่ในอุตสาหกรรมยาสูบ (แต่ไม่ระบุว่าลงทุนกับยี่ห้ออะไรบ้าง) ไม่ขอยุ่งหรือข้องเกี่ยวธุรกรรมอะไรด้วยอีกต่อไป

หลังนึกขึ้นได้ว่า องค์กรตัวเองน่าจะเปลี่ยนทิศทางไปอยู่กับกลุ่มที่กำลังรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ ซึ่งกระแสกำลังกระเพื่อมแรงขึ้นๆ ตอกย้ำคำพูดหวานๆของ มร.โทมัส บูเบิร์ล ผู้ช่วยประธานฝ่ายบริหารของ AXA ว่า

“เราต้องการแบ่งปันแรงหนุนไปให้กับความพยายามของรัฐบาลทั่วโลก”

ซึ่งตามข้อเท็จจริงเกิดจากการเคลื่อนไหวจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น สหภาพควบคุมโรคมะเร็งระหว่างประเทศ, กลุ่มหลักทรัพย์เบื้องต้นปลอดยาสูบ และอื่นๆอีกมากมาย เพราะการสูบบุหรี่เป็นสาเหตุหลักใหญ่ๆของโรคที่ไม่ติดต่อระยะยาว ต้องรับผิดชอบการเสียชีวิตของคนทั่วโลกปีละ 6 ล้านคน

เมื่อไม่นานมานี้ ที่อังกฤษกับฝรั่งเศสก็เริ่มออกกฎหมายบังคับใช้ ให้เปลี่ยนแพ็กเกจซองบุหรี่เสียใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบของทางสหภาพยุโรป หรืออียู ที่ประกาศออกมาอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น ขนาดของซองบุหรี่ ตัวอักษรและสีเพื่อให้เห็นคำเตือนกับภาพชัดเจนถึง 65% ของพื้นที่ซอง

แล้วบุหรี่รสเมนทอลทั้งหลายก็จะถูกเฉดออกจากวงการห้ามมีจำหน่ายในอีก 4 ปีข้างหน้า รวมไปถึงคำโฆษณาเพ้อพกเช่นว่า “ยี่ห้อนี้ปลอดสารเสพติด” หรือ “อันตรายน้อยกว่ายี่ห้ออื่น”

ขณะที่ มร.ไซมอน คลาร์ก ผู้อำนวยการกลุ่มสูบบุหรี่ “ฟอเรสต์” ในอังกฤษ บอกว่า “การออกกฎแพ็กเกจใหม่ ทำกับผู้ใหญ่เหมือนเป็นเด็ก กับวัยรุ่นเหมือนเป็นคนปัญญาอ่อน คือ ใครๆ ก็รู้ทั้งนั้นแหละครับว่าการสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แล้วไม่มีใครที่เริ่มหัดสูบเพราะหน้าซองหรอก

อย่างนี้ถือว่าประกาศศึกสงครามกับคนสูบที่ยังเอ็นจอยและไม่อยากเลิกชัดๆ”.
ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ

คนไกลรักคนใกล้ชัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/625347

โดย เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์ 26 พ.ค. 2559 05:01

 

ปกติทั่วไปชาวบ้านใน “บตาบูรา” ที่เป็นทั้งหมู่บ้านและเมืองเล็กๆ อยู่ทางตอนเหนือของประเทศเลบานอน มักอยู่กันอย่างสงบไม่มีอะไรหวือหวา กระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในบราซิล ชื่อของหมู่บ้านบตาบูราจึงเริ่มมีสีสันและถูกพูดถึงกันมาก

การพูดถึงที่ว่าเพราะเป็นบ้านเกิดบรรพบุรุษนายมิเชล เตเมร์ วัย 75 ปี ประธานาธิบดีรักษาการของบราซิล

ครอบครัวของเตเมร์อยู่ที่บตาบูรา จนถึงปี พ.ศ.2468 โดยพี่สาวและพี่ชายอีก 2 คนของเตเมร์ก็ถือกำเนิดที่นั่น ส่วนนายเตเมร์มาเกิดที่เมืองเซา เปาโลของบราซิล ในปี พ.ศ.2483 เขาเคยกลับไปเยี่ยมหมู่บ้านบรรพบุรุษแล้ว 2 รอบคือในปี พ.ศ.2540 และ 2554

และแม้เตเมร์จะไม่ค่อยเป็นที่นิยมล้นหลามในบราซิลเพราะถูกมองว่าเป็น 1 ในแกนนำ พยายามโค่นอำนาจนาง ดิลมา รุสเซฟฟ์ ผู้นำ หญิงที่อยู่ระหว่างถูกไต่สวนถอดถอนจากอำนาจ (อิมพีชเมนต์) จากข้อกล่าวหาตกแต่งงบประมาณเพื่อหวังผลทางการเมืองซึ่งเจ้าตัวปฏิเสธ เตเมร์ยังถูกกล่าวหาพัวพันการคอร์รัปชันในบริษัทน้ำมันเปโตรบาส

แต่ที่บตาบูรา เตเมร์ได้รับแต่เสียงเชียร์ ไม่มีใครสนใจข่าวฉาวของเขาสักเท่าไหร่

อยากรู้ว่าเตเมร์ได้รับความนิยมแค่ไหน วัดได้จากการตั้งชื่อถนนสายหนึ่งในหมู่บ้านตามชื่อของเขารวมทั้งสร้างสวนสาธารณะหมู่บ้านเพื่อเป็นเกียรติและจัดงานเฉลิมฉลองใหญ่ที่เตเมร์ได้เป็นผู้นำรักษาการของบราซิลด้วย

นาย นิซาร์ เตเมร์ ผู้มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้อง มีแผนจะปรับปรุงบ้านเก่าของบรรพบุรุษของเตเมร์เป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงให้เห็นว่าคนจากหมู่บ้านนี้ก็สามารถไปประสบความสำเร็จในต่างแดนได้

“ส่วนตัวเชื่อว่านายเตเมร์สามารถทำอะไรเพื่อชาวบราซิลได้มากมายและอาจทำเพื่อชาวเลบานอนได้ด้วย รวมทั้งช่วยสานสัมพันธ์ของสองประเทศให้ดีขึ้นได้” นิซาร์เผย

อย่างไรก็ดี เตเมร์ไม่ใช่คนแรกที่สืบเชื้อ สายหรือเป็นลูกหลานคนเลบานอนที่มาได้ดิบได้ดีทางการเมืองในบราซิล โดยยังมีนายกเทศมนตรีคนก่อนและคนปัจจุบันของเมืองเซา เปาโล ต่างก็มีรากเหง้ามาจากเลบานอน.

เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์

ภัยฟ้าผ่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/624795

โดย อานุภาพ เงินกระแชง 25 พ.ค. 2559 05:01

 

…ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงกลางเดือนพฤษภาคม ช่วงเวลาแค่ 2 เดือนครึ่ง ชาวบังกลาเทศภูมิภาคเอเชียใต้โดนฟ้าผ่าตายมากกว่า 130 ศพ เฉพาะช่วง 2 วันของปลายสัปดาห์ที่แล้ว ชาวบ้านโดนฟ้าผ่ามากถึง 50 ศพ ตลอดทั้งปีที่แล้วผู้คนโดนฟ้าผ่าเสียชีวิตทั้งประเทศแค่ 51 ศพ

คนตายจากฟ้าผ่าส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรทำงานกลางแจ้ง ทำให้ชาวบ้านพากันหวาดผวาภัยธรรมชาติที่มากับพายุฝนฟ้าคะนอง ทางการต้องประกาศชี้แจงชาวบ้านอย่าตื่นตระหนกมากเกินไป แต่ยอมรับว่าสถานการณ์ฟ้าผ่าคนตายในประเทศปีนี้มากและฟ้าผ่าเกิดถี่ขึ้นเรื่อยๆมาตั้งแต่ช่วงปี 2524

อุตุนิยมวิทยาของบังกลาเทศเปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ฟ้าผ่าในประเทศปีนี้เพิ่มขึ้นเพราะปัจจัยหลักจากสภาพอากาศแปรปรวน อุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้นและเกี่ยวเนื่องกับสภาพชั้นบรรยากาศโลกร้อนขึ้นด้วย ปรากฏการณ์ฟ้าผ่าตามปกติมักเกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม ก่อนถึงช่วงฤดูมรสุมและฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ทุกเวลาทั้งช่วงเช้า กลางวันหรือช่วงเย็น และบังกลาเทศอยู่ในกลุ่มชาติเผชิญอัตราการเสียชีวิตจากพิบัติภัยธรรมชาติ ตั้งแต่พายุรุนแรง พายุลูกเห็บ และฟ้าผ่ามากสูงติดอันดับโลก

อีกทั้งอุตุนิยมวิทยาของบังกลาเทศไม่มีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือเพียงพอจะทำนายปรากฏการณ์เกิดฟ้าผ่าขึ้นหรือไม่และที่ไหน เมื่อไหร่ จึงดำเนินการได้เพียงเตือนชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงอันตรายให้ระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมใดๆกลางแจ้งระหว่างเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง

ตามสถิติข้อมูลของทางการระบุพื้นที่แถบเอเชียใต้มักเกิดฟ้าผ่าบ่อยครั้งตั้งแต่ช่วงเดือน มี.ค.ถึง พ.ค. โดยความถี่ฟ้าผ่าบางพื้นที่มากถึง 40 ครั้งต่อตารางกิโลเมตร ตัวเลขเฉลี่ยผู้คนโดนฟ้าผ่าเสียชีวิตอย่างเป็นทางการทั้งประเทศอยู่ที่ราว 150 คน แต่ตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการว่ากันว่าอาจมากถึง 500-1,000 คน

ปรากฏการณ์ฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ 3 รูปแบบคือ ฟ้าผ่าภายในก้อนเมฆ ฟ้าผ่าระหว่างก้อนเมฆ และฟ้าผ่าระหว่างก้อนเมฆสู่พื้นดิน ซึ่งลักษณะที่ 3 อันตรายมากที่สุดสำหรับสิ่งมีชีวิตบนพื้นดิน เพราะหลายครั้งอาจเกิดฟ้าผ่ามากราว 40-50 ครั้งต่อวินาที

คำเตือนภัยฟ้าผ่าจากทางการบังกลาเทศระบุ เราหยุดยั้งการเกิดฟ้าผ่าไม่ได้ แต่เราเตรียมการป้องกันถูกฟ้าผ่าได้ไม่ยาก สิ่งที่ควรทำระหว่างเกิดพายุฝนฟ้าคะนองคือ หาที่หลบภัยภายใต้เพดานคอนกรีตหนายิ่งดี เพราะหลายกรณีพบว่าแม้ผู้คนอยู่ในบ้านก็ยังมีบาดเจ็บจากฟ้าผ่า หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้หน้าต่างและหยุดใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดระหว่างฝนฟ้าคะนอง

ความเชื่อว่าอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เสาไฟฟ้า เถียงนาและหอสูงอาจปลอดภัย…นั่นคือการพยายามฆ่าตัวตายโดยไม่ต้องผิดคำสาบานกับใคร…
อานุภาพ เงินกระแชง

ชอบโผงผางหรือสุขุม?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/624269

โดย ตุ๊ ปากเกร็ด 24 พ.ค. 2559 05:01

 

ยังไม่ทันจะได้รับเลือกเป็นตัวแทนพรรค การเมืองสหรัฐฯก็ปะทะกันดุเด็ดเผ็ดมันเสียแล้ว ระหว่างฮิลลารี คลินตัน อดีต รมว.ต่างประเทศ จากเดโมแครต กับโดนัลด์ ทรัมป์ นักธุรกิจปากจัดจากรีพับลิกัน โหนกระแสกรณีโศกนาฏกรรม แอร์บัส เอ 320 สายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินเอ็มเอส 804 ตกกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 66 ชีวิต เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยหลังเกิดเหตุไม่ถึง 24 ชั่วโมง ผลสืบสวนยังไม่ทันชัดเจน ทรัมป์ได้ป่าวประกาศออกโซเชียลมีเดียตั้งแต่เช้าตรู่ ดูเหมือนจะเป็นเหตุก่อการร้ายอีกแล้ว ไฟลต์จากกรุงปารีส ฝรั่งเศส เมื่อไหร่ที่เราจะเข้มแข็ง ฉลาด และระแวด ระวังเสียที ทั้งเกลียดทั้งขยะแขยงจริงๆ

ขณะที่ฮิลลารีเองตามมาพูดในช่วงเที่ยงวันเดียวกัน ดูเหมือนว่าจะเป็นเหตุก่อการร้าย เป็นการแสดงให้เห็นอีกครั้งถึงภัยอันตรายจากกลุ่มก่อการร้าย พร้อมเผยวิสัยทัศน์อย่างสุขุมถึงแผนความร่วมมือต่อต้านก่อการร้ายในระดับนานาชาติ

แต่สุดท้ายจากเรื่องเศร้าสลดกลับกลายเป็นวาทกรรมทางการเมือง แลกคนละหมัดไปในทันที หลังฮิลลารีเปิดฉากว่า ความเห็นของทรัมป์ช่างโผงผาง อันตราย และไร้ความรับผิดชอบ จึงขอสรุปเลยว่าเขาไม่เหมาะสมที่จะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ทำให้ทรัมป์สวนทันทีว่า ฮิลลารีนั่นแหละเป็นคนตัดสินใจแย่ ไม่เหมาะเป็นผู้นำ เหตุการณ์ร้ายๆเกิดขึ้นทั่วโลก แต่ก็ยังไม่กล้าที่จะใช้คำว่าก่อการร้ายกับมุสลิมหัวรุนแรง

จากกรณีดังกล่าวถือเป็นการแสดงให้เห็นชัดเจนว่า นักการเมืองไม่ว่าจะประเทศไหนต่างก็มีธรรมชาติที่คล้ายกัน คือสามารถหยิบจับสิ่งรอบตัวมาเป็น “เครื่องมือ” ได้ทุกที่ทุกเวลา อย่างไรก็ตาม การปะทะคารมครั้งนี้ก็ได้เปิดเผยให้พวกเราเห็นสิ่งหนึ่งอีกเช่นกัน คือความแตกต่างของนักการเมืองที่มาจากสายธุรกิจ คิดเร็วทำเร็ว กับนักการเมืองคร่ำหวอดมืออาชีพ ชัวร์เข้าว่าช้าอีกเรื่อง

ดังนั้นจึงถือว่าน่าสนใจทีเดียว ว่าถึงที่สุดแล้วชาวอเมริกันในห้วงเวลานี้ จะชอบคนแบบไหน โผงผางสะใจอย่างทรัมป์ หรือสุขุมรอบคอบอย่างฮิลลารี เวลาเท่านั้นคือคำตอบ.

ตุ๊ ปากเกร็ด

วุฒิสมาชิกเลือดนักชก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/623861

โดย ยูเรนัส 23 พ.ค. 2559 05:01

 

ไม่ใช่เฉพาะชาวฟิลิปปินส์เท่านั้นที่รู้จักคนดังสนั่นเมืองอย่างแมนนี ปาเกียว เจ้าของฉายา เดอะแพ็กแมน ซึ่งเป็นนักมวย สากลอาชีพคนแรกของโลกที่ได้เป็นแชมป์โลกถึง 8 รุ่น ส่งผลให้ปาเกียวเป็นนักกีฬาที่เชิดหน้าชูตาให้กับฟิลิปปินส์ ล่าสุดหลังจากหันมาเล่นการเมืองเป็นนักการเมืองเต็มตัวแล้ว ปรากฏว่าปาเกียวได้รับเลือกให้เป็น สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งได้รับการรับรองจากคณะกรรมการจัดการเลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อย

ดังนั้น ต่อไปนี้ควรอัพเดตเรียกปาเกียว ว่า ท่าน ส.ว. และตามที่เคยประกาศไว้ เขา อยากอุทิศเวลาให้กับการทำงานด้านการเมือง และรีไทร์จากการเป็นนักมวย ส่วนจะรีไทร์ถาวรหรือเปล่า? ไม่รู้ เพราะอนาคตไม่มีอะไรแน่นอน แต่ด้วยวัย 37 ปี แม้ยังหนุ่มแน่น คงไม่อยากเจ็บตัวไปฟุตเวิร์ก ไปชกใครบนสังเวียนอีกเป็นแน่ อย่างน้อยในช่วงเวลาแห่งการเป็น ส.ว.ด้วยแล้ว มุ่งมั่นทำงานเพื่อประชาชนดีกว่า

การเข้าสู่สนามการเมืองโดยได้รับการเลือกตั้งมาจากชาวประชาขนาดนี้ ทำให้หลายคนมองว่า สเต็ปต่อไปของปาเกียวย่อมหมายตามุ่งสู่ทำเนียบประธานาธิบดีมาลากัน–ยังเป็นแน่ แต่เมื่อมีสื่อบางสำนักไปถามเขาถึงเรื่องนี้ ปาเกียวกลับยิ้มและรีบปฏิเสธว่า ไม่, ไม่, ไม่ ไม่รู้หมายถึงยังไม่คิดไปไกลขนาดนั้นหรือว่ายังไม่รีบที่จะคว้าตำแหน่งใหญ่ก็ไม่รู้ได้ แต่หลายคนเชื่อว่า เขาคิดไกลไปถึงจุดนั้นแน่

กระนั้น เขามักพูดเสมอว่า เขายังอายุ น้อยเกินไป ประมาณว่ายังมีประสบการณ์ไม่พอ รอให้มีความรู้ความเข้าใจและเทคนิคทางการเมืองก่อน แล้ววันนึงก็ไม่แน่ว่าจะไปถึงตรงนั้นเมื่อไหร่?

ว่าแต่ การเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดีในครั้งต่อไปนั้นเป็นปี ค.ศ.2022 โน้น ตอนนั้นเขาอาจคิดใหม่ก็ได้ ยังมีเวลาอีกหลายปี ที่จริงถ้าเขาพร้อมเมื่อไหร่ ถ้าอดีตแชมเปียนมวยโลกอย่างปาเกียวจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้นำฟิลิปปินส์ซะอย่าง ย่อมมีคนแห่เลือกเขาแน่นอน

ประเทศในอาเซียนนี่รู้สึกชอบดารา, นักร้อง นักแสดงและนักกีฬาชื่อดังก็เงี้ยะ

ปาเกียวเป็นหนุ่มหัวอนุรักษนิยมที่ต่อต้านการหย่าร้าง, ไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกัน แต่สนับสนุนให้เด็กที่มาจากครอบครัวยากจนได้เรียนหนังสือฟรีตั้งแต่ระดับประถมจนถึงมหาวิทยาลัย เดี๋ยวคอยดูผลงานการเป็น ส.ว.ของเขาละกัน.

ยูเรนัส