‘นฤมล’ยันสานต่อ มอบโฉนดเกษตร ใช้ประโยชน์ที่ดิน พัฒนาเขตปฏิรูปฯ

‘นฤมล’ยันสานต่อ  มอบโฉนดเกษตร  ใช้ประโยชน์ที่ดิน  พัฒนาเขตปฏิรูปฯ

‘นฤมล’ยันสานต่อ มอบโฉนดเกษตร ใช้ประโยชน์ที่ดิน พัฒนาเขตปฏิรูปฯ

วันพุธ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ครั้งที่ 7/2567 โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงศ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และผ่านระบบประชุมออนไลน์

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบโครงการการใช้ประโยชน์ที่ดินและการพัฒนากิจการสาธารณูปโภคและกิจการอื่นๆ ในเขตปฏิรูปที่ดิน อาทิ 1.โครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทางประมาณ323 กิโลเมตร เนื้อที่รวมประมาณ 1,537-3-04 ไร่ 2.โครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทางประมาณ 355 กิโลเมตรเนื้อที่รวมประมาณ 1,917-3-75 ไร่ และ3.การใช้เป็นที่ตั้งส่วนราชการ อบต.ห้วยแก้ว จ.พะเยา และ อบต.นาแต้ จ.อำนาจเจริญ เพื่ออำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชนในพื้นที่ รวมถึงเห็นชอบการกำหนดเขตที่ดินชุมชนบ้านแก้มอ้นหมู่ 3 ต.แก้มอ้น อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เนื้อที่ประมาณ 237-3-04 ไร่ เพื่อการให้พี่น้องประชาชนสามารถอาศัยอยู่ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีการหารือแนวทางการแก้ไขและพัฒนาพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินในหลายประเด็น ทั้งนี้ ส.ป.ก.ยังคงสานต่อโครงการมอบโฉนดเพื่อการเกษตรต่อไป

รมช.เกษตรฯขับเคลื่อน แก้การเผาในพื้นที่เกษตรกรรม

รมช.เกษตรฯขับเคลื่อน  แก้การเผาในพื้นที่เกษตรกรรม

รมช.เกษตรฯขับเคลื่อน แก้การเผาในพื้นที่เกษตรกรรม

วันพุธ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ภาคการเกษตร ครั้งที่ 3/2567 ว่าไม่นิ่งนอนใจในการมุ่งแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละออง PM2.5 จากภาคเกษตร และขอยืนยันว่าทุกหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ มีความตั้งใจเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาในภาพรวมให้สำเร็จ

สำหรับที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการเพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2567/68 ดังนี้ 1.การเฝ้าระวังสร้างการรับรู้ และป้องปรามการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยติดตามสถานการณ์และตรวจสอบจุด Hot Spot ใช้ข้อมูลจากระบบ VIIRS ในการติดตามสถานการณ์การเผาในพื้นที่เกษตรและ ส.ป.ก.นำข้อมูลจุด Hot Spot และพื้นที่เผาไหม้ทาบกับพื้นที่แปลงเกษตรกร ทุก 15 วัน และส่งให้ชุดปฏิบัติการอำเภอ/ตำบล ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับเกษตรกร แจ้งสิทธิการได้รับการช่วยเหลือจากรัฐ และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบและแนวทางการแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม มีการตัดสิทธิการได้รับความช่วยเหลือชดเชยต่างๆ จากภาครัฐ หากพบการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมตนเอง

นอกจากนี้ มีการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ และป้องปรามการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมอาทิ ออกประกาศและแจ้งให้เกษตรกรมาขึ้นทะเบียนและแจ้งจำนวนพื้นที่ซึ่งมีความจำเป็นต้องบริหารการเผาและนำลงระบบปฏิบัติการ ผ่านเว็บไซต์ http:/burncheck.com แอปพลิเคชั่น “burncheck”

2.การส่งเสริมการเกษตรเพื่อแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ดำเนินการภายใต้หลัก 3R คือ Re-Habit การปรับเปลี่ยนนิสัยหรือพฤติกรรมการปลูกพืชแบบไม่เผา Replace with High value crops การปลูกทดแทนจากพืชล้มลุก เป็นพืชที่มีมูลค่าสูง เช่น ไม้ผล (กาแฟ แมคคาเดเมีย อะโวคาโด มะม่วง) หรือไม้ยืนต้น (ป่าไม้ และไม้โตเร็วที่มีศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอน) และ Replace with Alternate crops การปลูกทดแทนในพื้นที่นาปรัง ซึ่งหากมีการปรับเปลี่ยนจากการปลูกข้าวนาปรังเป็นพืชหลังนาที่มีศักยภาพและใช้น้ำน้อย นอกจากจะเป็นการลดการเผายังเป็นการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน

อย่างไรก็ตาม เตรียมเสนอโครงการป้องกันและแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2568 เพื่อขอความเห็นชอบจาก รมว.เกษตรฯ ก่อนเสนอสำนักงบประมาณพิจารณา ได้แก่ โครงการปรับเปลี่ยนพืชที่มีมูลค่าสูง และส่งเสริมการใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังข้าวเพื่อลดการเผาในพื้นที่เกษตร พื้นที่เป้าหมาย 210,000 ไร่ โครงการบูรณาการผลิตถั่วเหลืองและถั่วเขียวพันธุ์ดีเพื่อส่งเสริมการปลูกพืชหลังนาของกระทรวงเกษตรฯ และโครงการพัฒนาเกษตรบนพื้นที่สูงด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำเพื่อลดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม

‘อิทธิ’ไถโค-กระบือมอบให้เกษตรกร

‘อิทธิ’ไถโค-กระบือมอบให้เกษตรกร

‘อิทธิ’ไถโค-กระบือมอบให้เกษตรกร

วันพุธ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีไถ่ชีวิตโคโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ภายใต้นโยบายการขับเคลื่อนสุราษฎร์ธานีโมเดล 52 ตัว พร้อมกันนี้ ได้มอบเมล็ดพันธุ์หญ้า และหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน 10 ตัน เพื่อนำไปช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ที่ประสบปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ ที่ศาลาประชาคม ที่ว่าการ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี

นายอิทธิ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรที่ได้พระราชทานให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2522 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีโค-กระบือไว้ใช้แรงงาน และเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร อีกทั้งช่วยเหลือเกษตรกร และสนับสนุนให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารโครงการ โดยวิธีการรวมกลุ่ม และใช้ประโยชน์จากโค-กระบือให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การใช้ประโยชน์จากมูลโคเป็นแก๊สชีวภาพ หรือใช้เป็นปุ๋ยคอกทดแทน ปุ๋ยเคมีบางส่วนเพื่อลดต้นทุนการผลิต รวมทั้งเป็นการสนับสนุนการใช้แรงงานจากสัตว์เพื่อการเกษตร ตลอดจนเสริมสร้างการพื้นฟูและอนุรักษ์ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น โดย จ.สุราษฎร์ธานี มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรฯ 429 ราย ในพื้นที่ 15 อำเภอ

นอกจากนี้ กรมปศุสัตว์ ได้ดำเนินนโยบายการขับเคลื่อนสุราษฎร์ธานีโมเดลโดยนำร่องกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับเกษตรกรในพื้นที่ โดยกิจกรรมส่งเสริมการเลี้ยงโค ตามโครงการธนาคาโค-กระบือ เพื่อเกษตรกรฯ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ซึ่งขาดกำลังในการจัดหาโคเพื่อมาเลี้ยงใช้แรงงาน อีกทั้งเพื่อให้มีผลผลิตและรายได้เพิ่มมากขึ้น

นายอิทธิกล่าวถึงสถานการณ์ภัยพิบัติภาคใต้ ว่าสำหรับสถานการณ์อุทกภัย จ.สุราษฎร์ธานี ได้ให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ประสบอุทกภัยแล้ว

กรมปศุสัตว์จัดแถลงข่าวงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี 2568

กรมปศุสัตว์จัดแถลงข่าวงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี 2568

กรมปศุสัตว์จัดแถลงข่าวงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี 2568

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 19.53 น.

กรมปศุสัตว์จัดแถลงข่าวงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2568 ภายใต้หลัก “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย” “อนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย”

วันที่ 7 มกราคม 2568 เวลา 15.00 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ แถลงข่าวการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2568 ภายใต้หลัก “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย” พร้อมด้วยผู้บริหารกรมปศุสัตว์ สื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2568 ที่กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 11 – 12 มกราคม 2568 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยการแถลงข่าวได้มีการจัดแสดงกระบือปลักไทย จำนวน 2 ตัว ณ ลานเอนกประสงค์หน้าเสาธง หน้าตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ พญาไท

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสายพันธุ์กระบือปลักไทยให้มีลักษณะดี มีคุณภาพ เพิ่มจำนวนกระบือ อันจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย โดยใช้วิถีชีวิตแบบตั้งเดิมที่นำกระบือไปใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตร ต่อยอดการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย กรมปศุสัตว์ได้สนองพระราชดำริร่วมดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยดำเนินการบริการผสมเทียมกระบือที่มีความพร้อมโดยโดยใช้น้ำเชื้อกระบือพ่อพันธุ์ชั้นดีของกรมปศุสัตว์ และสนับสนุนพ่อพันธุ์กระบือปลักไทยในการคุมฝูงและปรับปรุงสายพันธุ์ในฝูงกระบือของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ปัจจุบันมีกระบือตั้งท้องจากการผสมเทียมและใช้พ่อพันธุ์คุมฝูง จำนวนกว่า 360 ตัว และมีลูกกระบือเกิดใหม่มากกว่า 400 ตัว

สำหรับโครงการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2568 ที่กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 11 – 12 มกราคม 2568 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงมีต่อพสกนิกร ชาวไทย ในด้านการพัฒนาการปศุสัตว์ เพื่อจัดประกวดแข่งขันกระบือปลักไทย ซึ่งเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ให้เกษตรกร และประชาชนผู้สนใจ ได้รู้จักการคัดเลือกกระบือปลักไทยพันธุ์ดีไว้ขยายพันธุ์ เพื่อเป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการแสดงผลงานในการพัฒนาการผลิตกระบือปลักไทย ตลอดห่วงโซ่การผลิตถึงการบริโภค ระหว่างหน่วยงานรัฐ องค์กรภาคเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการ และองค์กรภาคเอกชน เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ให้เกษตรและประชาชนผู้สนใจด้านการจัดการ การเลี้ยงกระบือปลักไทย การปรับปรุงพันธุ์ การป้องกันโรคระบาด การพัฒนาด้านเทคโนโลยีอาหารสัตว์ และเทคโนโลยีการผลิตกระบือปลักไทย ที่มีคุณภาพ โดยมีกิจกรรมการจัดนิทรรศการ ประกอบด้วย 3 โซน

โซนที่ 1 นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ประกอบด้วยการดำเนินงานโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตร

ตามพระราชดำริ โครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย ภายใต้ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน

โซนที่ 2 นิทรรศการวิชาการจากหน่วยงานภายใต้กรมปศุสัตว์ จำนวน 5 เรื่อง ได้แก่ การขึ้นทะเบียนกระบือปลักไทย การเลี้ยงดูกระบือปลักไทย อาหารสัตว์และพืชอาหารสัตว์สำหรับกระบือ การตรวจโครโมโซมฯ

ในกระบือ การตรวจเร่งเนื้อแดงจากปัสสาวะกระบือ และโรคและการป้องกันที่สำคัญในกระบือ

โชนที่ 3 นิทรรศการของกลุ่มเกษตรกร/สหกรณ์ (สมาคมฯ จำนวน 5 กลุ่ม การออกร้านสาธิตและจำหน่ายสินค้าของกองผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ นิทรรศการมีชีวิต การแสดงพ่อพันธุ์กระบือปลักไทยต้นแบบ กิจกรรมวิ่งควาย กิจกรรมสู่ขวัญควาย

กิจกรรมการประกวดและแข่งขันประกวดกระบือปลักไทย 16 รุ่น

1) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
2) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
3) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
4) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
5) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
6) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
7) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 366 – 48 เดือน

กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน

9) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
10) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
11) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
12) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 14 – 24 เดือน
13) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
14) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
15) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือโดเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
16) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 366 – 48 เดือน

ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 3 ถ้าย

1. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศผู้ 1 รางวัล
2. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศเมีย 1 รางวัล
3. ถ้วยรางวัลพระราชทานกระบือปลักไทยยอดเยี่ยม ประเภทการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร 1 รางวัล
โดยมีหลักเกณฑ์ และเงื่อนไข การนำกระบือเข้าประกวด มีข้อกำหนด ดังนี้
1. ต้องมีเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ติดอยู่ที่ตัวกระบือแบบถาวร เช่น ติดเบอร์หูพลาสติก การสักเบอร์หู
หรือมีการฝังไมโครชิฟ
2. ต้องมีรูปร่างลักษณะตรงตามอัดลักษณ์ ลักษณะประจำพันธุ์ของกระบือปลักไทย ตามการขึ้นทะเบียนพันธุ์สัตว์ของกรมปศุสัตว์ “กระบือปลักไทย DLD BU 01/2023”
3. ต้องมีหนังสือรับรองผลการตรวจโครโมโซม เพื่อยืนยันการเป็นกระบือปลักไทยทีมีใครโมโซมจำนวน 48 แท่ง
หรือ 24 คู่ หรือกรณียังไม่มีหนังสือรับรองผลการตรวจโครโมโซม กระบือที่ส่งเข้าประกวดต้องได้รับการเจาะเลือดเพื่อส่งตรวจโครโมโซม
4. กระบือที่ส่งเข้าประกวดต้องเกิดจากพ่อ-แม่พันธุ์ กระบือปลักไทย เท่านั้น
“กระบือที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ จะมีการเก็บรักษาพันธุกรรมกระบือปลักไทย (จำนวนไม่น้อยกว่า 500 โดส) น้ำเชื้อที่รีดแล้วถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของทางกรมปศุสัตว์ เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการอนรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย และนำไปใช้ประโยชน์
ในกิจกรรมของกรมปศุสัตว์ต่อไป” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในที่สุด

‘กรมพัฒนาที่ดิน’จัดพิธีทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2568

'กรมพัฒนาที่ดิน'จัดพิธีทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2568

‘กรมพัฒนาที่ดิน’จัดพิธีทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2568

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 17.32 น.

วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ.2568 กรมพัฒนาที่ดิน จัดพิธีทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 โดยมี ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.อาทิตย์ ศุขเกษม และ ดร.สุมิตรา วัฒนา รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน คณะผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดินส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เข้าร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกรมฯ ศาลพระภูมิ ศาลตา-ยาย อนุสาวรีย์ ดร.บรรเจิด พลางกูร ทำบุญเลี้ยงพระภิกษุสงฆ์ และทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งถวายแด่พระสงฆ์ จำนวน 19 รูป พร้อมทั้งกล่าวอวยพรปีใหม่และให้โอวาทแก่บุคลากรกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อร่วมกันสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมที่สำคัญ ณ กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

– 006

‘กรมการข้าว’จัดพิธีทำบุญตักบาตร-ขอพรปีใหม่เสริมสิริมงคล ต้อนรับปี 68

'กรมการข้าว'จัดพิธีทำบุญตักบาตร-ขอพรปีใหม่เสริมสิริมงคล ต้อนรับปี 68

‘กรมการข้าว’จัดพิธีทำบุญตักบาตร-ขอพรปีใหม่เสริมสิริมงคล ต้อนรับปี 68

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 15.05 น.

วันอังคารที่ 7 มกราคม 2568 เวลา 07.30 น. นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย ดร.ชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นายอานนท์ นนทรีย์ รองอธิบดีกรมการข้าว นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมการข้าว ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง เนื่องในโอกาสต้อนรับปีใหม่ 2568 แด่พระสงฆ์จำนวน 9 รูป จากวัดลาดปลาเค้า กรุงเทพฯ ณ บริเวณหน้าอาคารกรมการข้าว ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร

– 006

ปลัดฯมอบโค-กระบือ เฉลิมพระเกียรติร.10 ช่วยเกษตรกรสุพรรณฯ ไว้ใช้งานทำการเกษตร

https://www.naewna.com/local/851576

ปลัดฯมอบโค-กระบือ  เฉลิมพระเกียรติร.10  ช่วยเกษตรกรสุพรรณฯ  ไว้ใช้งานทำการเกษตร

ปลัดฯมอบโค-กระบือ เฉลิมพระเกียรติร.10 ช่วยเกษตรกรสุพรรณฯ ไว้ใช้งานทำการเกษตร

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค-กระบือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ที่วัดโพธิ์สุวรรณ หมู่ 9 ต.บ้านสระ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ เป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้กรมปศุสัตว์ จัดตั้งธนาคารโค-กระบือ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่มีฐานะยากจนให้มีโอกาสได้โค-กระบือไว้ใช้แรงงานเป็นของตนเอง โดยการให้ยืมเพื่อการผลิตหรือวิธีการอื่นในราคาถูก ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร นอกจากนี้ยังเป็นการรักษาชีวิตโค–กระบือให้หลุดพ้นจากความตายเฉพาะหน้าได้มีโอกาสขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นโดยไม่สูญพันธุ์

กรมปศุสัตว์ จึงได้นำกระบือ 280 ตัว ไปให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากจนในพื้นที่โครงการพัฒนาที่ราบเชิงเขา จ.ปราจีนบุรี ตามพระราชดำริ เป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2522 ซึ่งการดำเนินโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ได้มีการพัฒนาและขยายการดำเนินงานครอบคลุมไปทั่วประเทศจนถึงปัจจุบัน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปร่วมแสดงมุทิตาจิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ที่ปรึกษาฯร่วมรับฟังผล การดำเนินงานสหกรณ์ อ.ไชยา

https://www.naewna.com/local/851577

ที่ปรึกษาฯร่วมรับฟังผล  การดำเนินงานสหกรณ์ อ.ไชยา

ที่ปรึกษาฯร่วมรับฟังผล การดำเนินงานสหกรณ์ อ.ไชยา

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทรักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี เปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างการมีส่วนร่วมของสมาชิกสหกรณ์ในการกำกับดูแลกิจการสหกรณ์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน พร้อมประชุมรับฟังผลการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรไชยา จำกัด รวมถึงปัญหาอุปสรรคในพื้นที่ เยี่ยมชมบูธนิทรรศการของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่จัดแสดง และเยี่ยมชมอุปกรณ์การตลาดที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ให้การสนับสนุนแก่สหกรณ์ในพื้นที่ โดยมี น.ส.อนงค์นาถ จ่าแก้ว เลขานุการ รมว.เกษตรฯ นายนิรันดร์ มูลธิดา รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ น.ส.จิราภรณ์ คำบาง ผอ.ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ที่ 19 นายณรงค์ ยี่หวา ผอ.ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ที่ 20 และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นเกียรติ ที่สหกรณ์การเกษตรไชยา จำกัด อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี

สำหรับโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างการมีส่วนร่วมของสมาชิกสหกรณ์ในการกำกับดูแลกิจการสหกรณ์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน เป็นโครงการที่ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ที่ 19 จ.สุราษฎร์ธานี จัดขึ้น เนื่องจากเล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาสมาชิกสหกรณ์ในฐานะเจ้าของและผู้ใช้บริการสหกรณ์ให้มีความรู้ ความเข้าใจมีจิตสำนึกและตระหนักเห็น ความสำคัญ ในการปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ และการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของสหกรณ์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้สหกรณ์อย่างยั่งยืน โดยกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย สมาชิกสหกรณ์ใน จ.สุราษฏร์ธานี เจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัด และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในส่วนงานที่เกี่ยวข้อง รุ่นละ 200 คน 5 รุ่น รวมทั้งสิ้น 1,000 คน กำหนดจัดอบรมระหว่างเดือนธันวาคม 2567-มีนาคม 2568 ที่สำนักงานสหกรณ์ หรือสถานที่ราชการอื่นตามความเหมาะสม ซึ่งการอบรมในครั้งนี้เป็นการอบรม รุ่นที่ 1 จัดขึ้นที่สหกรณ์การเกษตรไชยา จำกัด

ต่อมานายบุญสิงห์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านโมถ่าย จำกัด พร้อมประชุมรับฟังผลการดำเนินงาน รวมทั้งรับฟังปัญหาและอุปสรรคที่สหกรณ์ พบ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ปัญหา โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและร่วมประชุม ที่สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านโมถ่าย จำกัด อ.ไชยา จ.สุราษฏร์ธานี ทั้งนี้ สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านโมถ่าย มีปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน ดังนี้ 1.ด้วยสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านโมถ่าย ตั้งอยู่บนที่ดินสาธารณประโยชน์ เป็นอุปสรรคในการขยายกิจการเพิ่มเติม 2.สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านโมถ่าย มีความต้องการห้องเก็บยางควบคุมความชื้นเพิ่มเติม จำนวน 1 ห้อง 3.สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านโมถ่าย ขาดเงินหมุนเวียนในการดำเนินงาน

‘นฤมล’หารือหอการค้า หนุนความร่วมมือรัฐ-เอกชน

https://www.naewna.com/local/851581

‘นฤมล’หารือหอการค้า  หนุนความร่วมมือรัฐ-เอกชน

‘นฤมล’หารือหอการค้า หนุนความร่วมมือรัฐ-เอกชน

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือความร่วมมือกับคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ผู้บริหารสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และภาคเอกชน เข้าร่วม ว่าการหารือร่วมกับคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ครั้งนี้
มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนในการพัฒนา แก้ไข และขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยให้เกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลวิชาการ องค์ความรู้ งานวิจัย และเทคโนโลยีให้เกิดสินค้าเกษตรมูลค่าสูง เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม และภาคเอกชนมีวัตถุดิบคุณภาพสูงพร้อมแปรรูปส่งออกไปยังตลาดสากล ตามนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้ ของรัฐบาล

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ พร้อมสนับสนุนข้อเสนอของทางคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย อาทิ 1.การส่งเสริมการปลูกกาแฟอาราบิก้าและโรบัสต้าในพื้นที่ภาคเหนือ 2.การสนับสนุนการทำประกันภัยพืชผล 3.การขับเคลื่อนการยกระดับเกษตรมูลค่าสูงผ่านการขับเคลื่อนเชิงพื้นที่ (Area-based) ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13

4.นำแนวคิดขอนแก่น Food Valley โมเดล หรือการพัฒนาพื้นที่ศักยภาพด้านการเกษตรและอาหารซึ่งมีระบบนิเวศ (Ecosystem) ให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในพื้นที่ จ.ขอนแก่น และ 5.การจัดการดินและน้ำให้เพียงพอต่อพื้นที่เกษตรกรรม เป็นต้น ซึ่งข้อเสนอดังกล่าว สอดคล้องกับแผนการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ต้องการให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดี มีรายได้มั่นคงและยั่งยืน

‘อิทธิ’ลุยสุราษฎร์ร่วมงานFieldDay

https://www.naewna.com/local/851578

‘อิทธิ’ลุยสุราษฎร์ร่วมงานFieldDay

‘อิทธิ’ลุยสุราษฎร์ร่วมงานFieldDay

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field Day) ปี 2568 โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี โดยนายอิทธิ กล่าวว่า การผลิตสินค้าเกษตรปัจจุบันมีการแข่งขันสูงขึ้น ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ รวมถึงเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย โอกาสการเข้าถึงข้อมูล แหล่งทุน ทรัพยากร และการตลาดได้น้อย ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่มีผลกระทบต่อภาคการเกษตรดังนั้น กรมส่งเสริมการเกษตร จึงจัดกิจกรรมวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field Day) โดยบูรณาการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนให้เกษตรกรมีองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อวางแผนการผลิต เข้าถึงปัจจัยการผลิต บริหารจัดการความเสี่ยงและสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร
เพื่อนำองค์ความรู้ที่เหมาะสมไปประยุกต์ใช้ในแต่ละพื้นที่ สามารถเพิ่มผลิตภาพการผลิตในภาคการเกษตรได้เป็นอย่างดี

“กระทรวงเกษตรฯ มุ่งส่งเสริมการตลาด ผลักดันการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพด้วยการใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสม และสินค้ามีมาตรฐานตามที่ตลาดต้องการ ซึ่งการจัดงาน Field Day ในครั้งนี้ มุ่งหวังให้เกษตรกรที่เข้าร่วมกว่า 1,000 คน ได้รับความรู้และเทคโนโลยีผ่านกิจกรรมที่หน่วยงานในสังกัด โดยเน้นไปที่พืชปาล์มน้ำมัน เพื่อเตรียมความพร้อมเกษตรกรเข้าสู่มาตรฐาน RSPO และ EUDR และทุเรียน ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้หลักให้กับเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้” นายอิทธิ กล่าว

ด้านนายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1-6 ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดในพื้นที่ จัดงาน Field Day โดยนำร่องที่ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นจังหวัดแรก เป้าหมายเกษตรกร 1,000 ราย ให้เกษตรกรได้เรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ