เกษตรฯรับฟังปัญหา สหกรณ์ที่กำแพงเพชร พร้อมจัดหาแหล่งน้ำ ยกระดับสินค้าเกษตร

https://www.naewna.com/local/842011

เกษตรฯรับฟังปัญหา สหกรณ์ที่กำแพงเพชร พร้อมจัดหาแหล่งน้ำ ยกระดับสินค้าเกษตร

เกษตรฯรับฟังปัญหา สหกรณ์ที่กำแพงเพชร พร้อมจัดหาแหล่งน้ำ ยกระดับสินค้าเกษตร

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.กำแพงเพชร เพื่อแก้ปัญหาให้เกษตรกร ที่อ่างเก็บน้ำหนองน้ำขาว ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร รวมถึงร่วมพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 50,000 ตัว เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และติดตามแนวทางการปรับทัศนียภาพอ่างเก็บน้ำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว

จากนั้น รมช.เกษตรฯ ได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินการของสหกรณ์นิคมคลองสวนหมาก จำกัด ต.สักงาม อ.คลองสาน จ.กำแพงเพชร พร้อมพบปะสมาชิกสหกรณ์ เพื่อรับฟังและมอบแนวทางแก้ปัญหา อาทิ 1.การออกโฉนดที่ดินทำกินในพื้นที่สหกรณ์ฯ โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2.การปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อให้เกิดสภาพคล่อง โดยมอบหมายกรมส่งเสริมสหกรณ์ หาแนวทางแก้ปัญหาทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว พร้อมติดตามการดำเนินงาน

3.การจัดหาแหล่งน้ำเพิ่มเติมให้แก่เกษตรกร สำหรับทำการเกษตรนอกฤดูกาล และ 4.ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ (ข้าวโพด) ซึ่งได้ขอความร่วมมือสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ราคา 9 บาทต่อกิโลกรัม นอกจากนี้ได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตร และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ผลักดันสหกรณ์ให้มีการรับรองสินค้าเกษตรตามมาตรฐานที่สากลยอมรับ เพื่อยกระดับสหกรณ์ เพิ่มโอกาสในการแข่งขัน

‘นฤมล’ถกเอกอัครราชทูตจีน เดินหน้าขยายตลาดสินค้าเกษตร

https://www.naewna.com/local/842013

‘นฤมล’ถกเอกอัครราชทูตจีน  เดินหน้าขยายตลาดสินค้าเกษตร

‘นฤมล’ถกเอกอัครราชทูตจีน เดินหน้าขยายตลาดสินค้าเกษตร

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้ร่วมกับนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรฯ หารือกับ นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย (H.E. Mr. Han Zhiqiang) โดยมีนายถาวร ทันใจผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ ผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมเพื่อหารือถึงความร่วมมือด้านการเกษตร และสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ที่จะครบรอบ 50 ปี ในปี 2568

ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า การหารือครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนนโยบายที่สำคัญระหว่างกัน โดยฝ่ายไทย มีนโยบายในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ให้มีความอยู่ดีกินดีมีรายได้เพิ่มขึ้น พัฒนาการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วยในการผลิตสินค้าเกษตร ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ขยายตลาดสินค้าเกษตรที่มีอยู่เดิมและเพิ่มตลาดใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ โดยใช้แนวทาง ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ทั้งนี้ ยังได้หารือถึงเส้นทางการขนส่งสินค้าเกษตรจากไทยไปจีน ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งสินค้าเกษตรผ่านเส้นทางรถไฟไทย–ลาว-จีน รวมทั้งการเปิดด่านท่าเรือกวนเหล่ยของจีนอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ถือเป็นช่องทางสำคัญในการขนส่งสินค้าเกษตร ทำให้ไทยสามารถมีช่องทางส่งผลไม้ไปจีนเพิ่มขึ้น รวมถึงขอให้จีนช่วยผลักดันสินค้าเกษตรไทยที่มีคุณภาพ เพื่อส่งเสริมเกษตรกรไทย ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้ที่มั่นคง และยั่งยืน และทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันที่จะใช้กรอบความร่วมมือที่มีอยู่ในการส่งเสริมการดำเนินความร่วมมือทางวิชาการ และฝ่ายจีนพร้อมที่จะสนับสนุนโครงการความร่วมมือทางวิชาการให้กับฝ่ายไทยอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยยังได้ผลักดันการลงนามในพิธีสารว่าด้วยความปลอดภัยอาหาร ด้านการสัตวแพทย์ และการปกป้องพืช เพื่อการส่งออกผลิตภัณฑ์จากผึ้งจากประเทศไทยไปประเทศจีน และติดตามความคืบหน้าการเปิดตลาดสินค้าเกษตร เช่น โคมีชีวิต สินค้าพืช และประมง

ทั้งนี้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นประเทศคู่ค้าสินค้าเกษตรอันดับที่ 1 ของไทย ระหว่างปี 2564-2566 มีสัดส่วนการค้าสินค้าเกษตรร้อยละ 22.11 ของมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรของไทยกับโลก โดยปี 2564 มีมูลค่าการค้าสินค้าเกษตร 447,403 ล้านบาท และมีมูลค่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2565 และ 2566 เป็นมูลค่า 499,166 ล้านบาท และ 543,962 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรเฉลี่ยปีละ 496,844 ล้านบาท โดยมีอัตราการค้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 10.26 ต่อปี สำหรับสินค้าส่งออกสำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ทุเรียนสด 2.มันสำปะหลังฝานหรือทำเป็นเพลเลต 3.สตาร์ชทำจากมันสำปะหลัง 4.ยางธรรมชาติที่กำหนดไว้ในทางเทคนิค และ 5.ผลไม้และลูกนัตอื่นๆ

‘ธนดล’ลุยทวงคืนพื้นที่ สวนปาล์มบุกรุก700ไร่

https://www.naewna.com/local/842019

‘ธนดล’ลุยทวงคืนพื้นที่  สวนปาล์มบุกรุก700ไร่

‘ธนดล’ลุยทวงคืนพื้นที่ สวนปาล์มบุกรุก700ไร่

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ประธานคณะทำงานการขับเคลื่อนการตรวจสอบและพิจารณาความผิดเกี่ยวกับผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดิน กล่าวว่า ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีมีผู้บุกรุกที่ดินของ ส.ป.ก.ซึ่งเป็นพื้นที่สวนปาล์มกว่า 700 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 2 ต.คลองหินอ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ซึ่งมีประชาชนแจ้งเรื่องร้องเรียนและส่งข้อมูลเกี่ยวกับการบุกรุกที่ดินบริเวณสวนปาล์มในเขต ส.ป.ก.ดังกล่าว โดยมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบนายทุนบุกรุกที่ดินของ ส.ป.ก.จริง ตามที่ได้รับแจ้งเบื้องต้นทาง ส.ป.ก.ได้แจ้งข้อหาบุกรุกไว้แล้ว ที่ สภ.อ่าวลึก จ.กระบี่

อย่างไรก็ตาม นายธนดลกล่าวอีกว่า จะดำเนินคดีกับผู้มีอิทธิพลและนายทุนทั้งหมด หรือหากใครคิดจะกระทำความผิดในลักษณะนี้ ขอให้หยุดการกระทำไม่เช่นนั้นจะถูกดำเนินคดีอาญา

‘เฉลิมชัย’กำชับ‘ทส.’เข้มแก้ปัญหา‘ปลาหมอคางดำ’ต่อเนื่อง เร่งแผน‘ควบคุม-กำจัด’

https://www.naewna.com/local/841940

‘เฉลิมชัย’กำชับ‘ทส.’เข้มแก้ปัญหา‘ปลาหมอคางดำ’ต่อเนื่อง เร่งแผน‘ควบคุม-กำจัด’

‘เฉลิมชัย’กำชับ‘ทส.’เข้มแก้ปัญหา‘ปลาหมอคางดำ’ต่อเนื่อง เร่งแผน‘ควบคุม-กำจัด’

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 11.48 น.

‘เฉลิมชัย’กำชับ‘ทส.’เข้มแก้ปัญหา‘ปลาหมอคางดำ’ต่อเนื่อง ประสาน‘ประมง-ท้องถิ่น’เร่งแผน‘ควบคุม-กำจัด’ติดตามประเมินผลใกล้ชิด

17 พฤศจิกายน 2567 นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน) กล่าวถึงปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ที่ยังส่งผลกระทบอยู่ในขณะนี้ว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้หน่วยงานของกระทรวง ทส.ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย อาทิ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เป็นต้น ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังตั้งแต่วันแรกที่เข้ามารับตำแหน่งโดยมอบหมายให้ทำการสำรวจติดตามการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำในระบบนิเวศ ทั้งที่เป็นพื้นที่ในความรับผิดชอบของ ทส. และใกล้เคียง พร้อมเฝ้าระวังผลกระทบที่เกิดขึ้น และยังได้ให้ดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานอื่น เช่น กรมประมง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด ทั้งเพื่อแก้ไนปัญหาและฟื้นฟูอย่างจริงจังมาโดยตลอด

นายอภิชาต กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ช่วงที่นายเฉลิมชัย ดำรงตำแหน่งรมว.เกษตรและสหกรณ์  ในปี 2564 ก็ได้ออกประกาศฯ ให้ปลาหมอคางดำ เป็นสัตว์น้ำที่ห้ามเลี้ยงในราชอาณาจักร เพื่อเป็นแนวทางในการช่วยลดปัญหาสัตว์น้ำต่างถิ่นที่หลุดรอดเข้ามาแพร่พันธุ์และสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร ก่อนหน้านั้น ในช่วงปี 2561 กรมประมงได้ออกประกาศห้ามมิให้นำเข้า ส่งออก นำผ่าน หรือเพาะเลี้ยง ปลาหมอคางดำ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมประมง หรือเป็นผู้ซึ่งอธิบดีกรมประมงมอบหมาย ซึ่งหากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิดหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรการดังกล่าวยังคงดำเนินมาโดยตลอด

ที่ปรึกษารมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรฯ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำให้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นายเฉลิมชัย ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการตามมาตรการ และแนวทางปฏิบัติตามข้อสั่งการอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการจัดทำแผนการบริหารจัดการที่มีการกำหนดมาตรการในการป้องกัน ควบคุม กำจัด สำรวจ และติดตามตรวจสอบการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำ ในเขตพื้นที่อนุรักษ์ตามกฎหมาย พื้นที่ที่มีแนวเขตติดต่อกับพื้นที่อนุรักษ์ และพื้นที่ที่มีระบบนิเวศที่เปราะบางและมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง รวมถึงส่งเสริมสนับสนุนการศึกษา วิจัยการจัดการปลาหมอคางดำ โดยวิธีที่เหมาะสม และการกำหนดให้มีการติดตามตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงาน พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้ามายังรมว.ทรัพยากรฯ อย่างต่อเนื่อง

‘นฤมล’นำทีม 2 รมช.ลงพื้นที่สงขลา ติดตามการบริหารจัดการน้ำ

https://www.naewna.com/local/841902

'นฤมล'นำทีม 2 รมช.ลงพื้นที่สงขลา ติดตามการบริหารจัดการน้ำ

‘นฤมล’นำทีม 2 รมช.ลงพื้นที่สงขลา ติดตามการบริหารจัดการน้ำ

วันเสาร์ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 18.10 น.

“นฤมล”นำ 2 รมช.ลงพื้นที่สงขลา ติดตามการบริหารจัดการน้ำ กำชับทุกภาคส่วนสานต่อภารกิจภาคการเกษตรให้บรรลุเป้าหมาย มีประสิทธิภาพสูงสุด

16 พ.ย.67 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามแผนงานการแก้ปัญหาแหล่งน้ำพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ ณ โครงการคลองระบายน้ำคลองเปรม ต.วัดสน อ.ระโนด จ.สงขลา ซึ่งโครงการคลองระบายน้ำคลองเปรมพร้อมอาคารประกอบ จัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภค-บริโภคและภาคการเกษตรช่วงฤดูแล้ง และประสบปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ในช่วงฤดูน้ำหลากปัจจุบันกรมชลประทานอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการปรับปรุงและพัฒนาคลองระบายน้ำฯ ความยาว 2.5 กม. ให้สามารถรองรับอัตราการระบายน้ำในอัตราเพิ่มขึ้นเป็น 10 ลบ.ม./วินาที เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรองรับน้ำและส่งน้ำสนับสนุนไปยังคลองพลเอกอาทิตย์กำลังเอกต่อไป

จากนั้น รมว.นฤมล และคณะเดินทางต่อไปยังสถานีสูบน้ำสนามชัย อ.สทิงพระ จ.สงขลา เพื่อติดตามความพร้อมการเตรียมรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ (ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ และอำเภอสิงหนคร) พร้อมทั้งเปิดสวิตซ์เครื่องสูบน้ำประจำสถานีฯ จำนวน 4 เครื่อง เพื่อผลักดันน้ำเค็มจากคลองส่งน้ำออกสู่ทะเลและควบคุมคุณภาพน้ำเหมาะต่อการอุปโภค-บริโภค และภาคการเกษตรอีกด้วย

“สำหรับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดสงขลา กระทรวงเกษตรฯ โดย กรมชลประทาน ได้ดำเนินการวางแผนแนวทางการบริหารจัดการน้ำและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด อีกทั้งได้เน้นย้ำทุกภาคส่วนให้ศึกษาแนวทางการบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนครอบคลุมทุกมิติ อาทิ การควบคุมคุณภาพน้ำเค็ม-น้ำกร่อยให้เหมาะสมต่อการใช้งานของประชาชน การส่งเสริมอาชีพ การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้นต่อไป” รมว.นฤมล กล่าว

นางนฤมล และคณะ ยังได้เดินทางต่อไปยังหอประชุมรัตนโกสินทร์ (ศาลาประชาคมอำเภอสทิงพระ) ที่ว่าการอำเภอสทิงพระ จ.สงขลา เพื่อพบปะและรับฟังปัญหาจากพี่น้องเกษตรกร พร้อมทั้งมอบปัจจัยการผลิตจำนวน 8 รายการ อาทิ โฉนดเพื่อการเกษตร พันธุ์สัตว์น้ำ ต้นกล้า เมล็ดพันธุ์พืช สารชีวพันธุ์ ผลิตภัณฑ์จากยางพารา (รองเท้าบูท) เป็นต้น

ด้านนายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในวันนี้ได้มารับฟังความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งในเรื่องน้ำ ปริมาณสัตว์น้ำ และประเด็นอื่น ๆ ด้านการเกษตรที่เกี่ยวข้อง ในนามกระทรวงเกษตรฯ ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่ากระทรวงเกษตรฯ จะเดินหน้าสานต่อภารกิจภาคการเกษตรต่อไป เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่พี่น้องให้เป็นไปตามเป้าหมายสูงสุดที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน

ส่วนนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวเสริมว่า ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานท้องถิ่นทุกภาคส่วนที่ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนภารกิจต่าง ๆ อย่างเต็มที่ และขอให้เดินหน้าปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนตามแผนการดำเนินงานที่วางไว้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

เกษตรตรังปลูกส้มโอ ที่ 2 ไร่ รายได้ร่วมแสน

https://www.naewna.com/local/841739

เกษตรตรังปลูกส้มโอ  ที่ 2 ไร่ รายได้ร่วมแสน

เกษตรตรังปลูกส้มโอ ที่ 2 ไร่ รายได้ร่วมแสน

วันเสาร์ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนส้มโอ หมู่ที่ 7 ต.เขากอบ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง บนเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ ซึ่งเป็นสวนของนายสากล นิ่มนวล เกษตรกรได้ปลูกส้มโอพันธุ์ดีไว้จำนวน 3 สายพันธุ์ คือ พันธุ์ขาวน้ำผึ้ง,ขาวทองดีและทับทิมสยาม ประมาณ 70 ต้น ขณะนี้กำลังให้ผลผลิตเก็บขายเป็นลูกราคาลูกละ 40-60 บาท ส่วนลูกค้าเป็นคนในชุมชนและละแวกใกล้เคียง ที่แวะเวียนมาอุดหนุนจนไม่พอขาย เนื่องจากเป็นส้มโอที่ปลอดภัยจากการใช้สารเคมี ส่วนรสชาติหวานอมเปรี้ยว ยกเว้นทับทิมสยาม ที่มีรสชาติหวานนำ โดยเก็บขายทุกวัน

นายสากล นิ่มนวล เกษตรกรผู้ปลูกส้มโอ กล่าวว่า ตนปลูกส้มโอประมาณ 2 ไร่ มาเป็นระยะเวลา7 ปี และพื้นที่ส่วนหนึ่งก็ได้ปลูกทุเรียนด้วย การปลูกส้มโอนั้นเป็นส้มโอพันธุ์ขาวทองดี ขาวน้ำผึ้ง ทับทิมสยาม รวม 3 สายพันธุ์ ส้มโอที่ปลูกนั้นจะขายเป็นลูก ลูก ละ 40-60 บาท ส่วนใหญ่ก็จะขายอยู่ในหมู่บ้านและในอำเภอ ลูกค้าเป็นชาวบ้านทั่วไปและส่งในตัวเมืองตรัง ส่วนการขายออนไลน์นั้นค่อนข้างลำบาก ติดปัญหาที่ค่าส่งให้กับลูกค้า เนื่องจากถ้าลูกค้าสั่งน้อยก็ไม่คุ้มค่าส่ง ถึงแม้ว่าส้มโอจะมีราคาถูกก็ตาม จึงขายภายในจังหวัดแทน ส่วนรสชาติของส้มโอนั้นมีรสหวานอมเปรี้ยวเป็นที่ชื่นชอบของประชาชน

กรมชลประทาน เดินหน้า3โครงการเร่งด่วน ปตร.ลำน้ำชี ‘บ้านโนนเขวา-บ้านท่าสวรรค์-บ้านท่าสองคอน’

https://www.naewna.com/local/841755

กรมชลประทาน เดินหน้า3โครงการเร่งด่วน ปตร.ลำน้ำชี 'บ้านโนนเขวา-บ้านท่าสวรรค์-บ้านท่าสองคอน'

กรมชลประทาน เดินหน้า3โครงการเร่งด่วน ปตร.ลำน้ำชี ‘บ้านโนนเขวา-บ้านท่าสวรรค์-บ้านท่าสองคอน’

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 20.21 น.

กรมชลประทาน เดินหน้า 3 โครงการเร่งด่วน ปตร.ลำน้ำชี “บ้านโนนเขวา-บ้านท่าสวรรค์-บ้านท่าสองคอน”หวังเป็นเครื่องมือบริหารจัดการน้ำ น้ำต้นทุนเพิ่มกว่า 57 ล้าน ลบ.ม.

ที่ห้องประชุม อบต.ท่านางแนว อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น  นายเกื้อศักดิ์ ทาทอง  ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน  พร้อมด้วยนายสุริยงค์ พลน้ำเที่ยง ปลัดอำเภอ รักษาการแทนนายอำเภอแวงน้อย  นายมหิทธิ์ วงศ์ษา ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน นายฉัตรดำรง หงษ์บุญมี ผู้อำนวยการส่วนวางโครงการที่2 กรมชลประทาน  นายอัคคนิ รูปสูง นายก อบต.ท่านางแนว นายอธิพงษ์ บุญเพลิง กำนันตำบลท่านางแนว นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ลุ่มน้ำชีเพื่อติดตามผลการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอาคารบังคับน้ำในลำน้ำชี พร้อมเสนอ 3 โครงการเร่งด่วน “ปตร.บ้านโนนเขวา-ปตร.บ้านท่าสวรรค์-ปตร.บ้านท่าสองคอน” สามารถเพิ่มน้ำต้นทุนให้กับลำน้ำชี  กว่า 57 ล้าน ลบ.ม. หวังใช้เป็นเครื่องมือบริหารจัดการน้ำภัยแล้ง-น้ำท่วม อย่างยั่งยืนต่อไป      

นายเกื้อศักดิ์ ทาทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธาสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน เปิดเผยว่า “ที่ผ่านมาได้มีการวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำในลุ่มน้ำชีมาตลอด มีแหล่งน้ำที่สำคัญ เช่น เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนลำปาว เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนลำปะทาว เขื่อนลำคันฉู รวมกับอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็กสามารถเก็บกักน้ำไว้ได้ 5,068 ล้าน ลบ.ม. หรือ ร้อยละ 45 ของปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปี ปัจจุบันยังมีแผนพัฒนาจัดหากักแหล่งเก็บน้ำที่สำคัญ เช่น  อ่างเก็บน้ำลำเจียง อ่างเก็บน้ำลำสะพุง อ่างเก็บน้ำลำชี เป็นต้น ซึ่งคาดว่าสามารถมีน้ำกักเก็บเพิ่มได้อีกประมาณ 200 ล้าน ลบ.ม. กรมชลประทาน ยังได้มีนโยบายที่จะหาแหล่งน้ำเพิ่มเติมโดยใช้ลำน้ำชีเป็นแหล่งกักเก็บ จึงเป็นที่มาของโครงการที่กำลังดำเนินการศึกษา ฯ นี้ ”
จากการศึกษาแผนหลักการพัฒนาประตูระบายน้ำในลำน้ำชี พบว่า โครงการประเภทอาคารบังคับน้ำและประตูระบายน้ำเฉพาะที่ตั้งอยู่ลำน้ำชี มีทั้งหมด จำนวน 10 โครงการ โดยผลการคัดเลือกแผนงานโครงการมีศักยภาพ ในลำดับต้นและประชาชนในพื้นที่มีความต้องการจำนวน 3 โครงการ ได้แก่ (1) โครงการประตูระบายน้ำบ้านโนนเขวา (2) โครงการประตูระบายน้ำ และ (3) โครงการประตูระบายน้ำบ้านท่าสองคอน จึงได้นำโครงการดังกล่าวไปดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและศึกษาประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนดำเนินงานในขั้นต่อไป ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนธันวาคม 2567 นี้

สำหรับโครงการประตูระบายน้ำบ้านโนนเขวา ตั้งอยู่ในเขตบ้านโนนเขวา ต.ท่านางแนว อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น เป็นการก่อสร้างประตูระบายน้ำในช่องลัดของแม่น้ำชี ชนิดอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กควบคุม ด้วยบานระบายเหล็กโค้ง มีขนาดบานประตูความ กว้างช่องละ 12.50 ม. สูง 8 ม. จำนวน 5 บาน มีอัตราการระบายน้ำสูงสุด 2,273 ลบ.ม./วินาที มีระดับกักเก็บ +167 ม. (รทก.) สามารถกักเก็บน้ำได้ 6.04 ล้าน ลบ.ม. พร้อมทำนบดินชนิดดินถมแกนดินเหนียว เพื่อปิดกั้นลำน้ำเดิมและอาคารทางผ่านปลาชนิดไอซ์ฮาร์เบอร์ (Ice Harbor)  มีพื้นที่รับประโยชน์จากโครงการ ประกอบด้วย พื้นที่ชลประทานเปิดใหม่ 21,260 ไร่ และสนับสนุนฃพื้นที่  สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเดิมตามลำน้ำชี จำนวน 5 สถานี พื้นที่ชลประทาน16,550 ไร่ ครอบคลุม 3 อำเภอ 3 จังหวัด ประกอบด้วย อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น, อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ และ อ.แก้งสนามนาง จ.นครราชสีมา 

สำหรับโครงการประตูระบายน้ำบ้านท่าสวรรค์ ตั้งอยู่ในเขตบ้านท่าสวรรค์ ต.ท่าศาลา อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น เป็นการก่อสร้างประตูระบายน้ำในช่องลัดของแม่น้ำชี ชนิดอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กควบคุมด้วยบานระบายเหล็กโค้ง มีขนาดบานประตูความ กว้างช่องละ 12.50 ม. สูง 11.50 ม. จำนวน 5 บาน มีอัตราการระบายน้ำสูงสุด 2,520 ลบ.ม./วินาที มีระดับกักเก็บ +156 ม. (รทก.) สามารถกักเก็บน้ำได้ 19.19 ล้าน ลบ.ม. พร้อมทำนบดินชนิดดินถมแกนดินเหนียว เพื่อปิดกั้นลำน้ำเดิมและอาคารทางผ่านปลาชนิดไอซ์ฮาร์เบอร์ (Ice Harbor) มีพื้นที่รับประโยชน์จากโครงการ ประกอบด้วย พื้นที่ชลประทานเปิดใหม่ 13,035 ไร่ และสนับสนุนพื้นที่  สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเดิมตามลำน้ำชี จำนวน 19 สถานี พื้นที่ชลประทาน 24,500 ไร่ ครอบคลุม 5 อำเภอของ จ. ขอนแก่น ประกอบด้วย อ.ชนบท อ.บ้านไผ่ อ.บ้านแฮด อ.มัญจาคีรี และ อ.พระยืน

สำหรับโครงการประตูระบายน้ำบ้านท่าสองคอน ตั้งอยู่ในเขตบ้านท่าสองคอน ต.ท่าสองคอน อ.เมือง จ.มหาสารคาม เป็นการก่อสร้างประตูระบายน้ำในช่องลัดของแม่น้ำชี ชนิดอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กควบคุมด้วยบานระบายเหล็กโค้ง มีขนาดบานประตูความ กว้างช่องละ 12.50 ม. สูง 9.50 ม. จำนวน 6 บาน มีอัตราการระบายน้ำสูงสุด 2,864 ลบ.ม./วินาที มีระดับกักเก็บ +143 ม. (รทก.) สามารถกักเก็บน้ำได้ 32.46 ล้าน ลบ.ม. พร้อมทำนบดินชนิดดินถมแกนดินเหนียวเพื่อปิดกั้นลำน้ำเดิมและอาคารทางผ่านปลาชนิดไอซ์ฮาร์เบอร์ (Ice Harbor)  พื้นที่รับประโยชน์จากโครงการ ประกอบด้วย พื้นที่ชลประทานเปิดใหม่ 18,275 ไร่ และสนับสนุนพื้นที่สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเดิมตามลำน้ำชี จำนวน 30 สถานี พื้นที่ชลประทาน 40,400 ไร่ ครอบคลุม 3 อำเภอ ของ จ.มหาสารคาม ประกอบด้วย อ.เมืองมหาสารคาม อ.โกสุมพิสัย และ อ.กันทรวิชัย

นายสุริยงค์ พลน้ำเที่ยง ปลัดอำเภอ รักษาการแทนนายอำเภอแวงน้อย กล่าวว่า จังหวัดขอนแก่นให้ความสำคัญในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง โดยเฉพาะฤดูแล้งจะต้องมีการกักเก็บน้ำให้ประชาชนสามารถทำการเกษตรได้ โดยเฉพาะการเกษตรที่ใช้น้ำน้อย และเป็นเรื่องที่ดีที่ทางกรมชลประทาน จะเข้ามาพัฒนาโครงการแหล่งน้ำ โดยเฉพาะลำน้ำชีที่จะช่วยให้ประชาชนนั้นมีน้ำใช้สำหรับทำการเกษตรได้ตลอดปี เพราะปกติลำน้ำชีน้ำจะท่วมทุกปี หากมีการบริหารจัดการน้ำที่ดีก็จะส่งผลให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้นไปด้วย

นายอธิพงษ์ บุญเพลิง กำนันตำบลท่านางแนว อ.แวงน้อง จ.ขอนแก่น บอกว่า จากที่ผ่านมาในฤดูน้ำหลากน้ำจะหลากบ้าง แต่ในช่วงฤดูแล้งน้ำหายหมด ไม่สามารถเก็บน้ำได้เลย หากมีการสร้างประตูระบายน้ำบ้านโนนเขวาขึ้นจะช่วยให้ชาวบ้านใน 3 อำเภอในเขตนี้ รวมถึงอำเภออื่นๆใกล้เคียง อย่างอำเภอพล  อำเภอหนองสองห้อง สามารถใช้ประโยชน์จากน้ำอุปโภคบริโภคร่วมกันได้ตลอดปี  หากโครงการสำเร็จแล้วจะช่วยให้ชาวบ้านได้ประโยชน์หลายด้านทั้งการประมง การปลูกพืชฤดูแล้ง ที่จะช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น รวมถึงด้านการท่องเที่ยวบริเวณประตูระบายน้ำที่จะสร้างเป็นอัตลักษณ์ของพื้นที่ โดยการนำปลาฝา ปลาน้ำจืดที่เคยมีมากในบริเวณบ้านโนนเขวามาเป็นสัญลักษณ์ในประตูระบายน้ำแห่งนี้ด้วย

ทั้งนี้ เมื่อดำเนินการตามแผนงานเร่งด่วน 3 โครงการแล้วเสร็จ จะทำให้ลำน้ำชีสามารถกักเก็บน้ำได้เพิ่มขึ้นอีก 57.69 ล้าน ลบ.ม. ส่งน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรของสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเดิม 54 สถานี รวมพื้นที่ 81,450 ไร่ เพิ่มพื้นที่ชลประทานใหม่กว่า 52,570 ไร่ รวมพื้นที่ชลประทาน 134,020 ไร่ เป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับอุปโภค-บริโภค การประมง และการปศุสัตว์ สนับสนุนประเพณีท้องถิ่น การท่องเที่ยว รวมถึงกิจกรรมการใช้น้ำด้านอื่นๆ  ซึ่งจะช่วยสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ดีขึ้นต่อไปในอนาคต

ผู้ตรวจฯร่วมถกรมต.เกษตรป่าไม้ฯ

https://www.naewna.com/local/841518

ผู้ตรวจฯร่วมถกรมต.เกษตรป่าไม้ฯ

ผู้ตรวจฯร่วมถกรมต.เกษตรป่าไม้ฯ

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายถาวร ทันใจ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส (SOM-AMAF Leader) ของไทย ร่วมประชุมระดับรัฐมนตรีเกษตรและป่าไม้อาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 24 (The Twenty-Fourth Meeting of the ASEAN Ministers on Agriculture and Forestry Plus Three: The 24th AMAF Plus Three) และการประชุมระดับรัฐมนตรีเกษตรและป่าไม้อาเซียน-อินเดีย ครั้งที่ 8 (The Eighth ASEAN-India Ministerial Meeting on Agriculture and Forestry: The 8th AIMMAF) และผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม

สำหรับการประชุม The 24th AMAF Plus Three มีการรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานตามกรอบนโยบายความร่วมมืออาเซียนด้านอาหาร เกษตร และป่าไม้ โดยฝ่ายไทยเน้นย้ำที่จะสนับสนุนสำนักเลขานุการองค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม (ASEAN Plus Three Emergency Rice Reserve : APTERR) และระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อความมั่นคงทางด้านอาหารอาเซียน (ASEAN Food Security Information System : AFSIS) ในการเสริมสร้างบทบาทความรับผิดชอบ เพิ่มความมั่นคงทางอาหาร ขจัดปัญหาการขาดสารอาหารในภูมิภาค โดยเฉพาะช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และเหตุการณ์ด้านมนุษยธรรมอื่นๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาค

ทั้งนี้ การประชุม The 8th AIMMAF มีการรายงานความก้าวหน้าของแผนปฏิบัติการระยะกลาง ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตรและป่าไม้ระหว่างอาเซียน-อินเดีย 2021-2025 โดยมุ่งหวังส่งเสริมความร่วมมือด้านการเกษตรและป่าไม้ผ่านโครงการสำคัญต่างๆ ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาความท้าทายของโลก อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลดการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่เป็นอันตราย การลดการเผาพืชผล การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ

รองปลัดฯประชุม คกก.อนุสัญญาฯ ต่อต้านแปรสภาพ การเป็นทะเลทราย

https://www.naewna.com/local/841520

รองปลัดฯประชุม  คกก.อนุสัญญาฯ  ต่อต้านแปรสภาพ  การเป็นทะเลทราย

รองปลัดฯประชุม คกก.อนุสัญญาฯ ต่อต้านแปรสภาพ การเป็นทะเลทราย

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย ครั้งที่ 2/2567 พร้อมด้วยนายอาทิตย์ ศุขเกษม รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน นายวิศิษฐ์ งามสม รักษาการผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ นางสาวพยัตติกา พลสระคู ผอ.กลุ่มงาน UNCCD ข้าราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ที่กรมพัฒนาที่ดิน กทม.

สำหรับการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบสาระสำคัญและกำหนดการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทรายครั้งที่ 16 (COP 16) และสรุปผลการประชุมเตรียมการสำหรับการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติฯ(COP 16) ของภูมิภาคเอเชีย(The Annex ll Regional Preparatory Meeting for COP 16) พร้อมพิจารณาการเตรียมการสำหรับเข้าร่วมประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติฯระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2567 ที่กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย และพิจารณาร่างกรอบการเจรจาของไทยในการประชุมรัฐภาคีฯ เพื่อเตรียมดำเนินงานต่อไป

‘อัครา’มอบนโยบายผู้บริหาร อสป.ดำเนินงานรูปแบบใหม่

https://www.naewna.com/local/841519

‘อัครา’มอบนโยบายผู้บริหาร  อสป.ดำเนินงานรูปแบบใหม่

‘อัครา’มอบนโยบายผู้บริหาร อสป.ดำเนินงานรูปแบบใหม่

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯ ของหน่วยงานในกำกับ และตรวจเยี่ยมการดำเนินงานขององค์การสะพานปลา โดยมี นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายปรีดา ยังสุขสถาพร ผอ.องค์การสะพานปลา (อสป.) และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ห้องประชุมองค์การสะพานปลา กทม.

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบแผนการดำเนินงานภายใต้งบประมาณปี 2568 พร้อมทั้งมีการติดตามแนวทางการดำเนินงานต่างๆ และโครงการที่สำคัญของ อสป.ตลอดจนการศึกษาแนวทางของพื้นที่ภายใต้การดูแลของ อสป.โดยเน้นย้ำการทำงานในรูปแบบใหม่ พร้อมฟื้นฟูและผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และการเปิดตลาดด้านการประมง เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของชาวประมงในอนาคตต่อไป