รองปลัดฯประชุม คกก.อนุสัญญาฯ ต่อต้านแปรสภาพ การเป็นทะเลทราย

https://www.naewna.com/local/841520

รองปลัดฯประชุม  คกก.อนุสัญญาฯ  ต่อต้านแปรสภาพ  การเป็นทะเลทราย

รองปลัดฯประชุม คกก.อนุสัญญาฯ ต่อต้านแปรสภาพ การเป็นทะเลทราย

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย ครั้งที่ 2/2567 พร้อมด้วยนายอาทิตย์ ศุขเกษม รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน นายวิศิษฐ์ งามสม รักษาการผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ นางสาวพยัตติกา พลสระคู ผอ.กลุ่มงาน UNCCD ข้าราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ที่กรมพัฒนาที่ดิน กทม.

สำหรับการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบสาระสำคัญและกำหนดการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทรายครั้งที่ 16 (COP 16) และสรุปผลการประชุมเตรียมการสำหรับการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติฯ(COP 16) ของภูมิภาคเอเชีย(The Annex ll Regional Preparatory Meeting for COP 16) พร้อมพิจารณาการเตรียมการสำหรับเข้าร่วมประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติฯระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2567 ที่กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย และพิจารณาร่างกรอบการเจรจาของไทยในการประชุมรัฐภาคีฯ เพื่อเตรียมดำเนินงานต่อไป

‘อัครา’มอบนโยบายผู้บริหาร อสป.ดำเนินงานรูปแบบใหม่

https://www.naewna.com/local/841519

‘อัครา’มอบนโยบายผู้บริหาร  อสป.ดำเนินงานรูปแบบใหม่

‘อัครา’มอบนโยบายผู้บริหาร อสป.ดำเนินงานรูปแบบใหม่

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯ ของหน่วยงานในกำกับ และตรวจเยี่ยมการดำเนินงานขององค์การสะพานปลา โดยมี นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายปรีดา ยังสุขสถาพร ผอ.องค์การสะพานปลา (อสป.) และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ห้องประชุมองค์การสะพานปลา กทม.

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบแผนการดำเนินงานภายใต้งบประมาณปี 2568 พร้อมทั้งมีการติดตามแนวทางการดำเนินงานต่างๆ และโครงการที่สำคัญของ อสป.ตลอดจนการศึกษาแนวทางของพื้นที่ภายใต้การดูแลของ อสป.โดยเน้นย้ำการทำงานในรูปแบบใหม่ พร้อมฟื้นฟูและผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และการเปิดตลาดด้านการประมง เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของชาวประมงในอนาคตต่อไป

‘นฤมล’จับมือFAOจัดงาน ร่วมฉลองวันดินโลก5ธ.ค.ยิ่งใหญ่

https://www.naewna.com/local/841521

‘นฤมล’จับมือFAOจัดงาน  ร่วมฉลองวันดินโลก5ธ.ค.ยิ่งใหญ่

‘นฤมล’จับมือFAOจัดงาน ร่วมฉลองวันดินโลก5ธ.ค.ยิ่งใหญ่

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมฉลองวันดินโลก ประจำปี 2567 (The Global Celebration of World Soil Day 2024) และการประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรดินและน้ำ เพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน (The International Soil and Water Forum 2024) เพื่อติดตามความคืบหน้า
และเตรียมความพร้อมการจัดงานดังกล่าว

ทั้งนี้ ในส่วนการจัดงานเฉลิมฉลองวันดินโลก ประจำปี 2567 (The Global Celebration of World Soil Day 2024) กระทรวงเกษตรฯ และองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้กำหนดจัดงานอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปี เนื่องจากเป็นการครบรอบปีที่ 10 ของการประกาศให้มีวันดินโลก 5 ธันวาคม โดยกำหนดพิธีเฉลิมฉลองในวันที่ 5 ธันวาคม 2567 ที่ศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้ำ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงรับเชิญเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์เพื่อพระราชทานพระราชดำรัส และพระราชทานรางวัล King Bhumibol World Soil Day Award

นอกจากนี้ ในพิธีเฉลิมฉลองวันดินโลก จะมีการถ่ายทอดสัญญาณสดผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting ไปทั่วโลก รวมทั้งถ่ายทอดสัญญาณงานเฉลิมฉลองวันดินโลกในระหว่างการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย สมัยที่ 16 จากซาอุดีอาระเบีย ด้วย

สำหรับการประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรดินและน้ำ เพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน (The International Soil and Water Forum 2024) มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-11 ธันวาคม 2567 ที่โรงแรมอนันตรา สยาม กทม.ในรูปแบบ Hybrid ปัจจุบันมีผู้ตอบรับเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรี 20 คน จาก 16 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐอาร์เมเนีย สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน สาธารณรัฐบาร์เบโดส รัฐพหุชนชาติแห่งโบลิเวีย สหพันธรัฐหมู่เกาะคุก สาธารณรัฐโดมินิกัน สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต สาธารณรัฐแกมเบีย สาธารณรัฐคีร์กีซ สาธารรัฐเปรู และหมู่เกาะโซโลมอน

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินงานจัดการประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรดินและน้ำเพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน และรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านต่างๆ ทั้งในส่วนของคณะอนุกรรมการด้านสารัตถะและการจัดนิทรรศการ คณะอนุกรรมการด้านพิธีการ การต้อนรับ การประชาสัมพันธ์ การจัดเลี้ยง และสถานที่ คณะอนุกรรมการด้านอาคันตุกะสัมพันธ์ (Liaison Officer) ด้านยานพาหนะ การจราจร และรักษาความปลอดภัย และคณะอนุกรรมการด้านงบประมาณและการเงิน เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่เชียงราย เร่งแก้ปัญหาควายป่วยล้มตายเป็นจำนวนมาก

https://www.naewna.com/local/841561

รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่เชียงราย เร่งแก้ปัญหาควายป่วยล้มตายเป็นจำนวนมาก

รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่เชียงราย เร่งแก้ปัญหาควายป่วยล้มตายเป็นจำนวนมาก

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 23.31 น.

รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่ปางควายเวียงหนองล่ม เชียงราย หลังมีควายป่วยล้มตายเป็นจำนวนมาก โดยได้กำชับให้กรมปศุสัตว์แก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

เมื่อวันที่ 14 พ.ย.2567 จากกรณีควายที่เลี้ยงอยู่ในพื้นที่บริเวณเวียงหนองล่ม ต.จันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย ล้มป่วยและตายเป็นจำนวนมาก ทำให้วันนี้ นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลกรมปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์ สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์พืชผล น้อยนาฝาย ปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันลงพื้นที่ปางควายบ้านห้วยน้ำราก หรือ ปางเวียงหนองล่ม เพื่อติดตามสาเหตุที่ทำให้ควายล้มป่วยและตาย รวมทั้งจะได้หาแนวทางในการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงควาย

หลังการลงพื้นที่ นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า หลังได้รับรายงานจากทางปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย เมื่อวานนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้ตนลงพื้นที่มารับฟังปัญหาของประชาชน จึงได้มาพร้อมกับอธิบดีกรมปศุสัตว์ เบื้องต้นทราบว่าควายที่ตายเป็นเพราะพยาธิและขาดอาหาร จริงๆ ชาวบ้านอยากได้อาหารสัตว์เนื่องจากมีการขุดลอกเวียงหนองล่ม จนแหล่งอาหารลดลง การป้องกันและแก้ไขปัญหา

ในเบื้องต้นได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์ ปูพรมทำวัคซีนและฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ ควายที่ตายก็ให้นำไปผ่าพิสูจน์ซาก จะได้ยืนยันได้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร โดยการแก้ไขปัญหาวันนี้จะดำเนินการทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

นอกจากนั้นยังได้นำหญ้าแห้งพันธุ์ดีมามอบให้เกษตรกรด้วย อยากแนะนำเกษตรกรว่าหากพบสัตว์เลี้ยงของตนเองป่วยหรือล้มตาย ขอให้รีบแจ้งปศุสัตว์สัตวแพทย์จะได้เข้ามาตรวจและคัดแยกออกมาจากฝูงเพราะหากอยู่รวมกันจะทำให้การรักษาลำบากและมีโอกาสป่วยและตายเพิ่มได้.

‘เกษตรวิชญา’ สืบสาน รักษา และต่อยอด ในการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน

https://www.naewna.com/local/841442

'เกษตรวิชญา' สืบสาน รักษา และต่อยอด ในการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน

‘เกษตรวิชญา’ สืบสาน รักษา และต่อยอด ในการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.11 น.

กรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ร่วมสนองการดำเนินงานโครงการเกษตรวิชญา โดยมุ่งเน้นส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านการทำปศุสัตว์ พร้อมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแนวทางการประกอบอาชีพทางการเกษตร และการดำเนินชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่โครงการฯ รวมทั้งขยายผลองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

โครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย

https://www.naewna.com/local/841441

โครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย

โครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.08 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาและคณะทำงานดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยมีกรมปศุสัตว์ ร่วมเป็นคณะทำงาน โดยมุ่งเน้นอนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์กระบือไทย ให้มีลักษณะที่ดี ตรงตามพันธุ์กรรม และเพิ่มปริมาณให้เพียงพอ อันจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร รวมถึงส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย โดยใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ที่นำกระบือไปใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตร ต่อยอดการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือพื้นถิ่น

โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ

https://www.naewna.com/local/841440

โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ

โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.05 น.

โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ ถือได้ว่า เป็นโครงการที่สามารถแก้ไขปัญหาความยากจนของเกษตรกร โดยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการดำเนินงาน ประกอบกับมีการทำงานบูรณาการร่วมกันในพื้นที่อย่างเป็นระบบ สนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรและให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารโครงการเพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง ตลอดจนมีการต่อยอดการใช้ประโยชน์ เช่นการใช้มูลสัตว์เป็นปุ๋ยในไร่นาและการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีในท้องถิ่นเป็นต้น เกษตรกรที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการ ติดต่อสอบถามรายละเอียด ได้ที่ โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ กองงานพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ กรมปศุสัตว์ และ ส่วนภูมิภาค สำนักงานปศุสัตว์เขต สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอทั่วประเทศ

หญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน

https://www.naewna.com/local/841439

หญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน

หญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.04 น.

โครงการหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดไม่ได้ต่อพี่น้องเกษตรกรและประชาชน ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้มีการบูรณาการทำงานให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ทั้งด้านการเตรียมความพร้อมของการผลิตหญ้าอาหารสัตว์พระราชทานให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ ได้สนองตามแนวพระราชดำริ ดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกร โดยการจัดเตรียมหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน ช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงของเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ โดยเฉพาะด้านอุทกภัย ที่ทำให้เกษตรกรมีหญ้าอาหารสัตว์ไม่เพียงพอสำหรับสัตว์เลี้ยง

เกษตรฯจับมืออบจ.และอบต. ทำMOUยกระดับภาคการเกษตร

https://www.naewna.com/local/841304

เกษตรฯจับมืออบจ.และอบต.  ทำMOUยกระดับภาคการเกษตร

เกษตรฯจับมืออบจ.และอบต. ทำMOUยกระดับภาคการเกษตร

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU โครงการยกระดับการพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่ ระหว่าง กระทรวงเกษตรฯ สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย (อบจ.) และองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย (อบต.) โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ร่วมลงนามกับนายชูพงศ์ คำจวง นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย รศ.ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นสักขีพยาน

นายอัครากล่าวว่า พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่ ภายใต้นโยบาย ตลาดนำนวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ และส่งเสริมการดำเนินงานบูรณาการพัฒนาภาคการเกษตรในระดับพื้นที่ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมดำเนินงานการพัฒนาประเทศไทยสู่โมเดล Thailand 4.0 ตามวัตถุประสงค์ต่อไป

สำหรับการลงนาม MOU ครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย (อบจ.) และองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย (อบต.) มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1.เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่โมเดล Thailand 4.0 ตามนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ของรัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพ 2.ร่วมกันศึกษาและพัฒนาภาคการเกษตรในระดับพื้นที่ จัดเก็บข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์ และประเมินที่สามารถสนองตอบความต้องการในการบริหาร 3.เกิดการบูรณาการพัฒนาภาคการเกษตรในระดับพื้นที่และการพัฒนาพื้นที่รกร้างสู่การทำเกษตรมูลค่าสูง ผ่านกลไกความร่วมมือของกระทรวงเกษตรฯ สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย (อบจ.) และองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย (อบต.) และ 4.เพื่อเกิดความร่วมมือการพัฒนาด้านการเกษตร เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูล การพัฒนาองค์ความรู้การผลิต การรับรองมาตรฐาน การแปรรูป การตลาดและการส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมตลอดจนส่งเสริมด้านอื่น ที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ต่อภาคการเกษตร

นอกจากนี้ภายในงานมีกิจกรรมเสวนา “โครงการยกระดับการพัฒนาภาคการเกษตรในระดับพื้นที่” เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ต่างๆ เพื่อนำมาพัฒนาท้องถิ่น รวมถึงองค์ความรู้ที่จะสามารถนำมาปรับใช้ในภาคการเกษตรในระดับพื้นที่ตลอดจนการทำเกษตรมูลค่าสูงในอนาคต

รมช.เกษตรฯรุดติดตาม โครงการอาคารบังคับน้ำแม่ยะ

https://www.naewna.com/local/841298

รมช.เกษตรฯรุดติดตาม  โครงการอาคารบังคับน้ำแม่ยะ

รมช.เกษตรฯรุดติดตาม โครงการอาคารบังคับน้ำแม่ยะ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการอาคารบังคับน้ำแม่ยะ โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ รวมถึงเกษตรกร และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โครงการอาคารบังคับน้ำบ้านแม่ยะ ต.เกาะตะเภา อ.บ้านตาก จ.ตาก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรในพื้นที่มีน้ำอุปโภค-บริโภคและสามารถทำเกษตรกรรมได้อย่างยั่งยืน

“ขณะนี้ กระทรวงเกษตรฯ ต้องการให้พี่น้องเกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งการเพิ่มแหล่งน้ำและระบบชลประทานอย่างทั่วถึง จะแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำให้ประชาชนในพื้นที่ โดยกรมชลประทาน ได้วางแผนการดำเนินโครงการ อาทิ โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ยะ โครงการระบบส่งน้ำจากแม่น้ำปิง ไปยังคลองแม่ระกา และโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยฉลอง เป็นต้น เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน จ.ตาก มากที่สุด เพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีเศรษฐกิจในภาพรวมดีขึ้น” รมช.เกษตรฯ กล่าว

สำหรับโครงการอาคารบังคับน้ำแม่ยะ เป็นโครงการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ชลประทานริมสองฝั่งแม่น้ำปิง ที่ไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาทำเกษตรกรรมในฤดูกาลเพาะปลูกได้ ประกอบด้วย อ.บ้านตาก อ.เมือง และ อ.วังเจ้า จ.ตาก รวมประมาณ 45,000 ไร่ซึ่งกรมชลประทาน ได้วางแผนดำเนินโครงการ ระยะเวลา 5 ปี แบ่งเป็น2 ส่วน ได้แก่ 1.ก่อสร้างอาคารบังคับน้ำ 4 ปี (2569-2572) และ 2.สถานีสูบน้ำและระบบชลประทาน 2 ปี (2570-2571) เมื่อดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จจะกักเก็บน้ำใช้เพื่ออุปโภค-บริโภค ทำเกษตรกรรม ตลอดจนดูแลปศุสัตว์ ช่วงฤดูแล้งใน อ.บ้านตาก ได้ถึง 21,820 ไร่