ปศุสัตว์เชียงราย เร่งหาสาเหตุควายเวียงหนองหล่มตายจำนวนมาก ในช่วง 2-3 เดือน

https://www.naewna.com/local/841344

ปศุสัตว์เชียงราย เร่งหาสาเหตุควายเวียงหนองหล่มตายจำนวนมาก ในช่วง 2-3 เดือน

ปศุสัตว์เชียงราย เร่งหาสาเหตุควายเวียงหนองหล่มตายจำนวนมาก ในช่วง 2-3 เดือน

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 23.08 น.

ปศุสัตว์เชียงราย เร่งหาสาเหตุควายเวียงหนองหล่มตายจำนวนมาก ในช่วง 2-3 เดือน

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 นายสัตวแพทย์พืชผล น้อยนาฝาย ปศุสัตว์ จ.เชียงราย ได้นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ “เวียงหนองหล่ม” ซึ่งเป็นทุ่งหญ้าและแหล่งน้ำสาธารณะครอบคลุมเขตติดต่อ ต.จันจว้า ต.จันจว้าใต้ ต.ท่าข้าวเปลือก อ.แม่จัน และ โยนกอ.เชียงแสน จ.เชียงราย หลังจากเกิดสถานการณ์กระบือหรือควายที่เกษตรกรเลี้ยงเอาไว้ป่วยและตายแล้วอย่างน้อย 200 ตัว ตั้งแต่เดือน ก.ย.-พ.ย. 2567 และทางศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคเหนือตอนบน จ.ลำปาง ได้ตรวจตัวอย่างเมื่อเร็วๆ นี้ ไม่พบโรคระบาดที่ชัดเจนพบเพียงภาวะเลือดจาง ตับวาย มีพยาธิในกระเพาะอาหาร ฯลฯจึงสันนิฐานว่าเกิดจากการขาดแคลนอาหารและแมลงเพราะเกิดภาวะภัยแล้งต่อด้วยน้ำท่วม 

โดยนายสัตวแพทย์พืชผล กล่าวว่า เวียงหนองหล่มมีพื้นที่เลี้ยงควายประมาณ 3 ปางเกษตรกร 51 ราย ควายเกือบ 2,000 ตัว เมื่อมีการขุดลอกพื้นที่จึงทำให้ควายไม่มีแหล่งอาหารและระบบนิเวศน์เปลี่ยนแปลงไปเพราะพื้นที่หญ้ากลายเป็นจุดที่ถูกขุดลอก ดังนั้นตั้งแต่ปี 2565 ทางปศุสัตว์ ชลประทาน เทศบาล ต.จันจว้า ฯลฯ จึงได้ดำเนินโครงการต่างๆ เข้าสนับสนุนหญ้าแห้งเป็นอาหารสัตว์ ฉีดวัคซีน ฯลฯ แต่ปี 2567 พบว่าเกิดน้ำท่วมอีกทำให้ยิ่งเกิดภาวะขาดแคลนอาหารสัตว์มากขึ้น ดังนั้นครั้งนี้จึงเข้าไปเก็บตัวอย่างและเจาะเลือดควาย ไปตรวจเพิ่มเติมอีกรอบหลังจากตรวจรอบแรกแล้วไม่พบว่าเป็นโรคระบาดโดยพบเพียงพยาธิในทางเดินอาหาร เพื่อรักษาสัตว์ การถ่ายพยาธิและให้ยาบำรุงต่างๆ รวมทั้งติดตามฝูงควายทั้งหมดต่อไป 

นายสัตว์แพทย์พืชผล กล่าวด้วยว่า ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายไม่ได้นิ่งนอนใจโดยเข้าไปติดตามช่วยเหลือเกษตรกรตั้งแต่เกิดปัญหาขาดแคลนอาหารตั้งแต่ปี 2565-2567 แต่ปีนี้เกิดภาวะขาดแคลนอาหารหนักทางเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจึงกำลังร่วมมือกันเข้าไปแก้ไขปัญหา สำหรับควายที่ป่วยแต่ละตัวก็จะเข้าไปรักษาเป็นรายเฉพาะตัวไป 

โดยทางอธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้ส่งหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ไปยังเวียงหนองหล่ม เพื่อทำการรักษาทุกตัวต่อไป ทั้งนี้ตามหลักวิชาการมีความจำเป็นต้องกักสัตว์แต่สภาพพื้นที่กว้างจึงควบคุมไม่ให้คนเข้าออกเท่านั้น รวมทั้งมีการทำความสะอาดโดยด่านกักกันสัตว์เชียงรายเข้าพ่นยาทั่วพื้นที่อาจจะนานเป็นเดือนควบคู่การให้อาหารสัตว์ต่อไป.

ชาวนาได้เฮ!!! ‘นฤมล’เผยมีปริมาณน้ำทำนาปรังทั่วประเทศ 10.02 ล้านไร่ เพิ่มจากปีที่แล้ว 1.2 ล้านไร่

https://www.naewna.com/local/841267

ชาวนาได้เฮ!!! 'นฤมล'เผยมีปริมาณน้ำทำนาปรังทั่วประเทศ 10.02 ล้านไร่ เพิ่มจากปีที่แล้ว 1.2 ล้านไร่

ชาวนาได้เฮ!!! ‘นฤมล’เผยมีปริมาณน้ำทำนาปรังทั่วประเทศ 10.02 ล้านไร่ เพิ่มจากปีที่แล้ว 1.2 ล้านไร่

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 18.08 น.

ชาวนาได้เฮ!!! “นฤมล”เผยมีปริมาณน้ำทำนาปรังทั่วประเทศ 10.02 ล้านไร่ เพิ่มจากปีที่แล้ว 1.2 ล้านไร่ มีน้ำเพียงพอสนับสนุนทุกกิจกรรมไปตลอดช่วงฤดูแล้งนี้แน่นอน

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ แถลง “แผนจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกข้าวนาปรังปี 67/68” โดยกรมชลประทาน ได้เตรียมแผนบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งเพื่อการเพาะปลูก ปี 2567/2568 ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 – 30 เมษายน 2568 ภาพรวมทั้งประเทศ โดยบริหารจัดการจากปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ที่มีปริมาณน้ำใช้การอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมาก รวมทั้งสิ้น 44,250 ล้าน ลบ.ม. (ข้อมูล 1 พ.ย. 67) พบว่าปริมาณน้ำมากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 3,863 ล้าน ลบ.ม. และจากปริมาณน้ำดังกล่าวทำให้สามารถเพิ่มพื้นที่การเพาะปลูกได้อีก 1.2 ล้านไร่ รวมแผนเพาะปลูกข้าวนาปรังทั่วประเทศในปีนี้ 10.02 ล้านไร่ ซึ่งวางแผนจัดสรรน้ำฤดูฝน ปี 2568 จำนวน 29,170 ล้าน ลบ.ม. และสำรองไว้ใช้ในต้นฤดูฝน ปี 2568 จำนวน 15,080 ล้าน ลบ.ม. สำหรับ 4 กิจกรรม ประกอบด้วย 1) เพื่ออุปโภค-บริโภค 3,050 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 10% จากแผนฯ 2) รักษาระบบนิเวศและอื่น ๆ 8,765 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 30% จากแผนฯ3) เพื่อเกษตรกรรม 16,555 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 57%จากแผนฯ และ 4) เพื่ออุตสาหกรรม 800 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 3% จากแผนฯ ขณะนี้ได้จัดสรรน้ำไปแล้ว (ตั้งแต่ 1 พ.ย.67 – 12 พ.ย. 67) 991 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 4% จากแผนฯ คงเหลือที่ต้องจัดสรรอีก 28,179 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น96% จากแผนฯ) ปัจจุบัน (ข้อมูล 12 พ.ย. 67) มีปริมาณน้ำเก็บกัก 63,908 ล้าน ลบ.ม. และปริมาณน้ำใช้การ 39,922 ล้าน ลบ.ม. และคาดการณ์ว่า 1 พ.ค. 68 จะมีปริมาณน้ำเก็บกัก 44,032 ล้าน ลบ.ม. และปริมาณน้ำใช้การ 20,489 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเพียงพอที่จะบริหารจัดการเพื่อการเกษตรจนสิ้นสุดฤดูแล้งนี้

“จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า ในบางพื้นที่เกษตรกรสามารถทำนาปรังต่อเนื่องจากนาปีได้ ตั้งแต่ก่อนวันที่ 1 พ.ย. 67 ไปแล้วกว่า 0.75 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 0.55 ล้านไร่ โดยใช้ประโยชน์จากน้ำช่วงน้ำหลากในการเพาะปลูก ขณะที่ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาให้แล้วเสร็จก่อนแผนที่วางไว้ เพื่อให้เกษตรกรสามารถเริ่มเพาะปลูกข้าวนาปรังได้เร็วยิ่งขึ้น ช่วยให้การปรับปฏิทินการเพาะปลูกมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับการเก็บเกี่ยวให้ทันก่อนเข้าสู่ฤดูน้ำหลากในปีถัดไป” นางนฤมล กล่าว

ด้าน นายเอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ( ฝายการเมือง) กล่าวว่า นางนฤมล ติดตามกำชับให้การบริหารจัดการน้ำในทุกพื้นที่สอดคล้องกับสถานการณ์  เพื่อให้มีน้ำเพียงพอสนับสนุนทุกกิจกรรมไปตลอดช่วงฤดูแล้งนี้ แม้ในปีนี้จะเกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ แต่ยังบริหารจัดการกักเก็บน้ำได้ในปริมาณมาก และวางแผนจัดสรรสำหรับเพาะปลูกช่วงฤดูแล้งได้อย่างเพียงพอ

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’รับโล่เชิดชูเกียรติ’ศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปี 2567’มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

https://www.naewna.com/local/841259

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'รับโล่เชิดชูเกียรติ'ศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปี 2567'มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’รับโล่เชิดชูเกียรติ’ศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปี 2567’มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 17.48 น.

วันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.30 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้ารับโล่เชิดชูเกียรติศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปี 2567 เนื่องในวันสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ครบรอบ 45 ปี ประเภทศิษย์เก่าดีเด่น ประเภท ผู้บริหารภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ณ ห้องคอนเวนชั่น ศูนย์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

อนึ่ง การมอบรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เพื่อเชิดชูเกียรตินิสิตเก่าของสถาบันที่มีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม และรับผิดชอบต่อสังคม เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่องค์กร สังคมและประเทศ และสร้างความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงให้แก่องค์กร และมหาวิทยาลัย

กรมปศุสัตว์ขอแสดงความยินดีกับท่านอธิบดีสมชวน รัตนมังคลานนท์ อย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้นับว่าเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของชาวกรมปศุสัตว์ด้วยเช่นกันที่มีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการก้าวย่างสู่ความสำเร็จ ปลูกจิตสำนึกรักองค์กรให้กลายเป็นพลังแห่งความสำเร็จในชีวิตต่อไป

– 006

รองปลัดฯบูรณาการแก้ปัญหาภัยพิบัติ

https://www.naewna.com/local/841049

รองปลัดฯบูรณาการแก้ปัญหาภัยพิบัติ

รองปลัดฯบูรณาการแก้ปัญหาภัยพิบัติ

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อติดตามการแก้ปัญหาด้านภัยพิบัติ แผนการฟื้นฟูเยียวยา และการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยด้านการเกษตร โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ จ.เชียงราย เข้าร่วมประชุม และรายงานความก้าวหน้าการปฏิบัติงาน ที่สำนักงานปศุสัตว์ จ.เชียงราย

สำหรับ จ.เชียงราย มีแผนงาน/โครงการฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2567 เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายใต้วงเงินงบประมาณ 2,553,009,8000 ล้านบาท รวม 8 โครงการ โดยแบ่งเป็น 3 กิจกรรม ได้แก่ 1.การฟื้นฟูอาชีพหลังน้ำลด 2.การปรับพื้นที่และฟื้นฟูพื้นที่เกษตร และ 3.มาตรการลดภาระหนี้สินของสมาชิกสถาบันเกษตรกร ทั้งนี้ รองปลัดฯ ได้กำชับให้แต่ละหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรฯ เร่งรัดประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย เพื่อประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) ประสานงานและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัด เข้าสำรวจความเสียหาย ให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม และประเมินความเสียหายด้านภาคเกษตรของเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย และรายงานผลให้หน่วยงานต้นสังกัดทราบ

นอกจากนี้ รองปลัดฯ ได้แจ้งที่ประชุมทราบถึงการเดินทางลงพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ของ รมว.เกษตรฯ และคณะ เพื่อเยี่ยมเยียนเกษตรกร และติดตามการฟื้นฟูเยียวยาภายหลัง
ประสบภัย โดยขอให้ทาง จ.เชียงราย ร่วมกิจกรรมและสนับสนุนข้อมูลการลงพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากเป็นพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมทั้งได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เตรียมความพร้อมสำหรับจัดการประชุม ครม.สัญจร ในเขตกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ระหว่างวันที่ 24-26 พฤศจิกายนนี้

‘อภัย’สัมมนาเชิงปฏิบัติการ อนาคตห่วงโซ่อุปทานโคนม

https://www.naewna.com/local/841047

‘อภัย’สัมมนาเชิงปฏิบัติการ  อนาคตห่วงโซ่อุปทานโคนม

‘อภัย’สัมมนาเชิงปฏิบัติการ อนาคตห่วงโซ่อุปทานโคนม

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “จัดทำภาพอนาคตห่วงโซ่อุปทานโคนมของประเทศไทย” โดยการประชุมสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางเชิงนโยบายในการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านโคนมและผลิตภัณฑ์นมฉบับทบทวนและจัดทำมาตรการ เพื่อเป็นการปรับตัวและเตรียมพร้อมสำหรับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งอุตสาหกรรมโคนมของไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค และการแข่งขันในตลาดโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น สร้างความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในห่วงโซ่อุปทานโคนมทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ

การประชุมสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วน รวมทั้งสิ้น 50 ท่าน ประกอบด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรเกษตรกร ที่องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย จ.ปทุมธานี

เกษตรฯติดตาม 1ท้องถิ่น1สินค้าฯ จัดการปัญหาน้ำ แก้มลิงแก่งน้ำต้อน

https://www.naewna.com/local/841042

เกษตรฯติดตาม  1ท้องถิ่น1สินค้าฯ  จัดการปัญหาน้ำ  แก้มลิงแก่งน้ำต้อน

เกษตรฯติดตาม 1ท้องถิ่น1สินค้าฯ จัดการปัญหาน้ำ แก้มลิงแก่งน้ำต้อน

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ช่วย รมต.ประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ติดตามและขับเคลื่อนนโยบายการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง โครงการ 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง สินค้ามะม่วงน้ำดอกไม้สีทองของวิสาหกิจชุมชนมะม่วงบ้านแฮด เพื่อการส่งออก ต.หนองแซง อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น รับฟังปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน เช่น ปัญหาภัยแล้ง แหล่งน้ำไม่เพียงพอ และปัญหาเพลี้ยไฟระบาด จากนั้นได้ลงพื้นที่ติดตามการวางแผนและการป้องกันแก้ปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร ที่โครงการแก้มลิงแก่งน้ำต้อน พร้อมอาคารประกอบ (ระยะที่ 1) ต.ดอนช้าง อ.เมือง จ.ขอนแก่น

สำหรับโครงการแก้มลิงแก่งน้ำต้อน พร้อมอาคารประกอบ ต.ดอนช้าง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาแก้มลิงสองฝั่งลำน้ำชี ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยกรมชลประทาน ได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมพร้อมวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำที่มีอยู่เดิมให้สามารถเก็บกักน้ำได้มากขึ้นและช่วยป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เนื่องจากแหล่งน้ำเดิมมีสภาพตื้นเขิน ในช่วงฤดูน้ำหลากมักเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณโดยรอบหนองน้ำ และในช่วงฤดูแล้งก็มักจะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เนื่องจากไม่มีอาคารบังคับน้ำจึงไม่สามารถเก็บกักน้ำได้เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำในพื้นที่ ซึ่งมีแนวโน้มการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการแก้มลิงแก่งน้ำต้อน ดำเนินการ 2 ระยะ หากดำเนินการแล้วเสร็จจะเพิ่มพื้นที่ชลประทานประมาณ 35,000 ไร่

‘อิทธิ’ดันอ.ส.ค.เพิ่มศักยภาพ การแข่งขันเลี้ยงโคนมเชิงพาณิชย์

https://www.naewna.com/local/841044

‘อิทธิ’ดันอ.ส.ค.เพิ่มศักยภาพ  การแข่งขันเลี้ยงโคนมเชิงพาณิชย์

‘อิทธิ’ดันอ.ส.ค.เพิ่มศักยภาพ การแข่งขันเลี้ยงโคนมเชิงพาณิชย์

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ที่สำนักงานกลาง อ.ส.ค.มวกเหล็ก ต.มิตรภาพ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี โดยมีนายสมพร ศรีเมือง ผู้อำนวยการ อ.ส.ค.และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม พร้อมกับเยี่ยมชมอาคาร 1962 อาคารประวัติศาสตร์ที่เป็นจุดกำเนิดฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค, ฟาร์มโคนมประสิทธิภาพสูง Thai-Denmark Smart Dairy Farm และเยี่ยมชมกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค โรงงานผลิตนมภาคกลาง

นายอิทธิ กล่าวว่า อ.ส.ค.เป็นองค์การเพื่อส่งเสริมกิจการโคนมและสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับกิจการอุตสาหกรรมโคนมในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้มีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน สานต่ออาชีพพระราชทานการเลี้ยงโคนม อย่างไรก็ตาม ธุรกิจการเลี้ยงโคนมเชิงพาณิชย์มีการแข่งขันสูงในตลาด จึงอยากเน้นย้ำให้ อ.ส.ค.ใช้แนวทางตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ขยายช่องทางการตลาด เชื่อมั่นว่าหากร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ เพื่อให้เป็นแบรนด์แรกที่ผู้บริโภคนึกถึง และครองอันดับ 1 รักษาคุณภาพมาตรฐานให้สามารถครองใจผู้บริโภค ตลอดจนต้องร่วมกันรณรงค์การบริโภคนมของคนไทยให้เพิ่มขึ้น

ปัจจุบัน อ.ส.ค.รับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกร เพื่อเป็นวัตถุดิบแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นมต่างๆ จำหน่ายให้ผู้บริโภค โดยมีเกษตรกรที่อยู่ในความดูแล 4,438 ราย โคนม 107,570 ตัว และแม่โครีดนม 48,451 ตัว รับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกร 431.02 ตันต่อวัน มีโรงงานนม อ.ส.ค.ทั้งหมด 5 แห่ง ได้แก่ สำนักงาน อ.ส.ค.ภาคกลาง (โรงงานนมมวกเหล็ก จ.สระบุรี) สำนักงาน อ.ส.ค.ภาคใต้ (โรงงานนมปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์) สำนักงาน อ.ส.ค.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (โรงงานนมขอนแก่น) สำนักงาน อ.ส.ค.ภาคเหนือตอนล่าง (โรงงานนมสุโขทัย) สำนักงาน อ.ส.ค.ภาคเหนือตอนบน (โรงงานนมเชียงใหม่)

สำหรับฟาร์มโคนมประสิทธิภาพสูง เป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการเลี้ยงโคนมของประเทศ และสำหรับใช้ในการศึกษาและพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการฟาร์มด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมเปิดให้เข้ามาเรียนรู้เพื่อเป็นแนวทางในการลดต้นทุนพร้อมเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้กับนักท่องเที่ยวรวมทั้งเป็นฟาร์มสำหรับใช้ในการศึกษาและพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการฟาร์ม ให้มีความสะดวกและเหมาะสมกับการเลี้ยงโคนมของเกษตรกรยุคใหม่ที่สอดคล้องกับหลักการดูแลสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) แหล่งเรียนรู้เทคโนโลยีและรูปแบบการจัดการฟาร์มที่มีการแบ่งกลุ่มโคนมตามการให้ผลผลิตน้ำนม การเรียนรู้รูปแบบการให้อาหารผสมสำเร็จ (Total Mixed Ration, TMR) ที่มีมาตรฐาน ตรงตามความต้องการของโคแต่ละกลุ่ม โดยฟาร์มดังกล่าว มีจำนวนแม่โครีดนมไม่น้อยกว่า 100 ตัวจะเข้ามาลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตให้กับแม่โคเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 20 กิโลกรัม/ตัว/วัน จากเดิม 13-14 กิโลกรัม/ตัว/วัน และมีองค์ประกอบน้ำนมสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานการรับซื้อ

‘สส.กำแพงเพชร’จี้รัฐบาลเร่งคลอดโครงการช่วยเหลือเกษตรกร หลังราคามันสำปะหลังตกต่ำ

https://www.naewna.com/local/840914

'สส.กำแพงเพชร'จี้รัฐบาลเร่งคลอดโครงการช่วยเหลือเกษตรกร หลังราคามันสำปะหลังตกต่ำ

‘สส.กำแพงเพชร’จี้รัฐบาลเร่งคลอดโครงการช่วยเหลือเกษตรกร หลังราคามันสำปะหลังตกต่ำ

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 12.50 น.

‘สส.กำแพงเพชร’จี้รัฐบาลเร่งคลอดโครงการช่วยเหลือเกษตรกร หลังราคามันสำปะหลังตกต่ำ 

เมื่อวันยที่ 12 พ.ย.2567 นายอนันต์ ผลอำนวย สส.กำแพงเพชร เปิดเผยว่า วานนี้ (11 พ.ย.) ได้ประชุมร่วมกับนายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร นายสดุดี พุทธัง นายอำเภอคลองขลุง รวมถึงพาณิชย์จังหวัดกำแพงเพชร ผู้แทนเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร ส่วนราชการระดับอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ประกอบกิจการรับซื้อมันสำปะหลัง (ลานมัน) โรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง และเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตร(มันสำปะหลัง)ตกต่ำ  โดยที่ประชุมมีข้อเสนอต่อรัฐบาล 5 ข้อ คือ 1.ให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผ่านโครงการต่างๆ เช่น โครงการประกันรายได้ โครงการประกันราคา โครงการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว โครงการชะลอการขุดมัน 

2.ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์มันสำปะหลังให้มีความเหมาะสมกับสภาพดินในพื้นที่ สภาพอากาศ ต้านทานต่อโรคระบาดได้ดี ทนแล้ง และมีปริมาณเปอร์เซ็นต์แป้งสูง  3.ขอรับการสนับสนุนพันธุ์มันสำปะหลังที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่ และขอรับการสนับสนุนปัจจัยการผลิตต่างๆ 4.พักชำระหนี้จากกองทุนหรือสถาบันการเงินต่างๆ ให้กับเกษตรกร และ 5.ขอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง หมั่นตรวจสอบการวัดปริมาณเปอร์เซ็นต์แป้ง น้ำหนัก และสิ่งเจือปนจากผู้ประกอบการรับซื้อมันสำปะหลัง โดยจะเสนอให้รัฐบาลดำเนินการต่อไป

‘อภัย’ร่วมวงถก 3 มูลนิธิ ติดตามผล-รับรองงบฯ

https://www.naewna.com/local/840782

‘อภัย’ร่วมวงถก 3 มูลนิธิ  ติดตามผล-รับรองงบฯ

‘อภัย’ร่วมวงถก 3 มูลนิธิ ติดตามผล-รับรองงบฯ

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา และ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิพัชรสุธาคชานุรักษ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วมประชุม ที่ห้องประชุมอาคาร 606 สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า

ทั้งนี้ มีเรื่องที่สำคัญในที่ประชุม ดังนี้ 1.ผลการดำเนินงานของมูลนิธิฯ 2.แผนการดำเนินงานระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2567 ถึงเดือนธันวาคม 2568, 3.รายงานสถานะการเงินของมูลนิธิฯ และรับรองงบดุลของมูลนิธิฯ ประจำปี 2566 และ 4.การแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี และการจัดทำรายงานประจำปี 2567

รองปลัดฯประชุม ติดตามขับเคลื่อน นโยบายด้านเกษตร

https://www.naewna.com/local/840787

รองปลัดฯประชุม  ติดตามขับเคลื่อน  นโยบายด้านเกษตร

รองปลัดฯประชุม ติดตามขับเคลื่อน นโยบายด้านเกษตร

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรและสหกรณ์ตามนโยบายรมว.เกษตรฯ โดยมีผู้บริหารและหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม โดยที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นสำคัญต่างๆดังนี้ 1.การติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการตามข้อสั่งการของ รมว.เกษตรฯ ได้แก่ การแก้ปัญหาเกลือทะเลไทย การส่งเสริมเกษตรกรเลี้ยงปลายี่สก และช่องทางการตลาด โครงการประตูระบายน้ำปากคลองสุนัขหอน (แม่น้ำท่าจีน) และประตูระบายน้ำคลองนาขวาง จ.สมุทรสาคร และการขอใช้พื้นที่ของส่วนราชการเป็นที่ตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดนครปฐม 2.การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรและสหกรณ์ตามนโยบาย รมว.เกษตรฯ จ.สุรินทร์ และสุพรรณบุรี และ 3.การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการการติดตามและขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรและสหกรณ์ตามนโยบาย รมว.เกษตรฯ ระดับจังหวัด (เพิ่มเติม)

นอกจากนี้ที่ประชุมยังรับทราบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรและสหกรณ์ ตามนโยบาย รมว.เกษตรฯ จ.พิจิตร สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ยะลา ปัตตานี และอำนาจเจริญ รวมถึงผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรและสหกรณ์ ตามนโยบาย รมว.เกษตรฯ จ.นครปฐม ระนอง สงขลา และหนองบัวลำภู ด้วย