‘ประมงจันทบุรี’แนะเกษตรกรร่วมจัดการปัญหา‘ปลาหมอคางดำ’

https://www.naewna.com/local/837325

‘ประมงจันทบุรี’แนะเกษตรกรร่วมจัดการปัญหา‘ปลาหมอคางดำ’

‘ประมงจันทบุรี’แนะเกษตรกรร่วมจัดการปัญหา‘ปลาหมอคางดำ’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 17.30 น.

‘ประมงจันทบุรี’แนะเกษตรกรร่วมจัดการปัญหา‘ปลาหมอคางดำ’ เตรียมพื้นบ่อให้แห้ง กรองน้ำก่อนเข้าบ่อ และใช้กากชากำจัดปลาในบ่อ

สำนักงานประมงจังหวัดจันทบุรี สนับสนุนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ความสำคัญกับการป้องกันและกำจัดปลาหมอคางดำในบ่อเพาะเลี้ยงอย่างมีประสิทธิภาพ มีส่วนช่วยเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดจันทบุรีได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำค่อนข้างน้อย พร้อมแนะนำเกษตรกรควรให้ความสำคัญกับการเตรียมพื้นบ่อให้แห้งที่สุดและการกรองน้ำที่สูบเข้าบ่อช่วยลดผลกระทบจากปลาหมอคางดำและเชื้อโรค และมีส่วนร่วมควบคุมปลาหมอคางดำแพร่ระบาดในแหล่งน้ำธรรมชาติอีกด้วย

นายสมพร รุ่งกำเนิดวงศ์ ประมงจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า การเลี้ยงกุ้งในปัจจุบัน นอกจากจะมีการลงทุนสูงแล้ว ต้องอาศัยความรู้และการจัดการที่ดี การเรียนรู้และติดตามเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้การเลี้ยงกุ้งได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและสามารถแข่งขันในตลาดได้ จากสถานการณ์ปลาหมอคางดำแพร่พันธุ์อยู่ในบ่อเลี้ยงกุ้ง เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดจันทบุรีได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย เพราะเกษตรกรให้ความใส่ใจและมีแนวทางในการจัดการปลาหมอคางดำ ในกระบวนการเตรียมบ่อและระหว่างการเลี้ยงอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดความเสียหายให้มากที่สุด

เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดจันทบุรีรวมถึงเกษตรกรในภาคตะวันออกเป็นผู้นำในการทำฟาร์มแบบพัฒนา หรือ การเลี้ยงกุ้งในฟาร์มระบบปิด (Closed System) มีการควบคุมคุณภาพน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด  เกษตรกรมีประสบการณ์สูงในการป้องกันสัตว์แปลกปลอม หรือเชื้อโรคเข้าสู่บ่อกุ้งตลอดกระบวนการเลี้ยง เพราะเมื่อหลายสิบปีก่อนหน้านี้เกษตรกรเลี้ยงกุ้งเคยประสบปัญหาปลาหมอเทศจึงนำประสบการณ์จัดการป้องกันสัตว์แปลกปลอมเข้าสู่ฟาร์มกุ้งป้องกันความเสียหายที่เกิดจากปลาหมอคางดำได้ดี

นายสมพร ให้คำแนะนำว่า การเตรียมบ่อเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถป้องกันปลาหมอคางดำและเชื้อโรคเข้ามาในฟาร์มกุ้งได้  หลังจากจับกุ้งหมดแล้วก่อนจะเลี้ยงกุ้งรอบต่อไปต้องสูบน้ำออกจากบ่อให้หมด และเอาเลนหรือของเสียออกจากพื้นบ่อ หลังจากนั้นตากบ่อให้พื้นบ่อแห้งสนิท ก่อนโรยปูนขาวเพื่อฆ่าเชื้อ และเกษตรกรบางรายยังปูพื้นบ่อด้วยพลาสติก PE  หากในบ่อเลี้ยงเคยพบปลาหมอคางดำ ก่อนนำน้ำออกจากบ่อเกษตรกรต้องกำจัดปลาหมอคางดำก่อนปล่อยน้ำออกสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ด้วยการลดระดับน้ำให้ต่ำที่สุด ในระดับประมาณ 20 เซนติเมตรโรยกากชาก่อนจับปลาหมอคางดำออกให้หมด ในขั้นตอนการนำน้ำเข้าบ่อเลี้ยง ใช้ถุงตาข่ายละเอียดกรองน้ำที่สูบเข้ามาในบ่อเพื่อป้องกันปลาหมอคางดำเล็ดรอดเข้ามาในฟาร์ม

หลังจากการปล่อยกุ้งลงบ่อแล้ว 1 เดือน เกษตรกรมีการเช็คยอทุกวัน เพื่อสุ่มตรวจสุขภาพและอัตราการเติบโตของกุ้ง ขั้นตอนนี้จะช่วยให้เกษตรกรทราบว่ามีปลาหรือสัตว์น้ำแปลกปลอมเข้ามาอยู่ในบ่อเลี้ยง หากพบปลาหมอคางดำเกษตรกรรอให้กุ้งเติบโตสักระยะหนึ่งแล้วลดระดับน้ำในบ่อเลี้ยงและโรยกากชาเพื่อจับปลาหมอคางดำออกบ่อให้หมด

นายสมพร กล่าวต่ออีกว่า การป้องกันและกำจัดปลาหมอคางดำในบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงช่วยให้เกษตรกรมีได้ผลผลิตที่แน่นอน ยังมีส่วนร่วมควบคุมการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำในชุมชนโดยรอบอีกด้วย

เช็ค 3 วันล่วงหน้า!!! คาดการณ์ระดับน้ำ’เจ้าพระยาตอนล่าง’

https://www.naewna.com/local/837241

เช็ค 3 วันล่วงหน้า!!! คาดการณ์ระดับน้ำ'เจ้าพระยาตอนล่าง'

เช็ค 3 วันล่วงหน้า!!! คาดการณ์ระดับน้ำ’เจ้าพระยาตอนล่าง’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 15.12 น.

คาดการณ์ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง 3 วันล่วงหน้า (24-26 ต.ค. 67) ข้อมูล ณ วันที่ 24 ตุลาคม 2567

น้ำทะเลหนุนสูง พื้นที่เสี่ยงจังหวัดสมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม ขอให้เฝ้าระวังน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำ

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เข้าร่วมการเข้าเยี่ยมคารวะ’รมว.กษ.’ของทูตโอมานประจำประเทศไทย

https://www.naewna.com/local/837239

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'เข้าร่วมการเข้าเยี่ยมคารวะ'รมว.กษ.'ของทูตโอมานประจำประเทศไทย

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เข้าร่วมการเข้าเยี่ยมคารวะ’รมว.กษ.’ของทูตโอมานประจำประเทศไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 15.08 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมการเข้าเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ของเอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานประจำประเทศไทย

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2567 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมการเข้าเยี่ยมคารวะ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ของนายอิสซา อับดุลเลาะฮ์ ญาบิร อัลอาลาวี (H.E. Mr. Issa Abdullah Jaber Al Alawi) เอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานประจำประเทศไทย โดยมีผู้แทนระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการเยี่ยมคารวะหารือ ทั้งนี้ เพื่อแนะนำตัว และหารือในแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือระดับทวิภาคีด้านการเกษตรและสหกรณ์ระหว่างประเทศไทย-โอมาน ณ ห้องประชุม 112 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

– 006

‘เจ้าพระยา’น้ำเพิ่มอีกระลอก หลังฝนตกหนัก‘นครสวรรค์-กำแพงเพชร’

https://www.naewna.com/local/837229

‘เจ้าพระยา’น้ำเพิ่มอีกระลอก หลังฝนตกหนัก‘นครสวรรค์-กำแพงเพชร’

‘เจ้าพระยา’น้ำเพิ่มอีกระลอก หลังฝนตกหนัก‘นครสวรรค์-กำแพงเพชร’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 14.45 น.

ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน รายงานว่า ล่าสุดฝนที่ตกหนักในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา บริเวณ จ.นครสวรรค์ จ.กำแพงเพชร ส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่าสะสมในลำน้ำสาขาและแม่น้ำสายหลักเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่สถานี C.2 อำเภอเมืองจังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 1,820 ลบ.ม./วินาที และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ กรมชลประทาน รับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาในอัตราที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ชุมชนเนื่องจากยังคงมีฝนตกในระยะนี้ พร้อมทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาแบบขั้นบันได ในอัตรา 1,550 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณคลองโผงเผง จ.อ่างทอง , คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และ ต.หัวเวียง อ.เสนา , ต.ลาดชิด , ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย) ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 10 ถึง 20 เซนติเมตร

อย่างไรก็ตาม กรมชลประทาน จะบริหารจัดการน้ำและควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าวอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อช่วยลดผลกระทบที่เกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด และขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำและการแจ้งเตือนจากหน่วยงานทางราชการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังคงมีฝนในระยะนี้ อาจส่งผลให้มีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้นอีก ซึ่งหากมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป

ปลัดฯย้ำลดเผาพื้นที่เกษตร เน้นพืชทางเลือกช่วยลดรายจ่าย

https://www.naewna.com/local/837085

ปลัดฯย้ำลดเผาพื้นที่เกษตร  เน้นพืชทางเลือกช่วยลดรายจ่าย

ปลัดฯย้ำลดเผาพื้นที่เกษตร เน้นพืชทางเลือกช่วยลดรายจ่าย

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเปิดการประชุมเพื่อลดมลพิษทางอากาศ โดยการหลีกเลี่ยงการเผาในภาคการเกษตร : สร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนาทางเลือกที่ยั่งยืนในการแทนที่การเผาไหม้พืชผล (Reductionof Air Pollution through Avoidanceof Burning in Agriculture :“Facilitate partnership that scale viable alternative to crop burning”) จัดโดย Friends of Thai Agricultureหรือ FTA โดยมีนายครองศักดิ์ สงรักษารองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรนายพรเทพ ศรีธนาธร ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ ร่วมเป็นเกียรติ ที่โรงแรมอีสตินแกรนด์ พญาไท กทม.ว่าการประชุมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในทุกภาคส่วน และพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อร่วมกันสนับสนุนการพัฒนาของประเทศไทย และลดการเผาในภาคการเกษตร ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรไทยและประชากรทั่วโลก

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ริเริ่มนโยบายสำคัญหลายประการ เพื่อลดผลกระทบจากการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติโดยเครือข่ายเกษตรกรที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ คือ Smart Farmer และ Young Smart Farmer ภายใต้ “โมเดล 3R” ประกอบด้วย 1.Re-Habit: การเปลี่ยนพฤติกรรมของเกษตรกร โดยการส่งเสริมวิธีปฏิบัติทางการเกษตรที่ไม่เผา ซึ่งเป็นการสนับสนุนการนำเครื่องจักรและเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการเศษซากพืชในรูปแบบที่ไม่จำเป็นต้องเผา นอกจากนี้ยังส่งเสริมมาตรฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่นการรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี GAP (Good AgriculturalPractices) สำหรับการทำเกษตรกรรมที่ปลอด PM2.5

2.Replace with High-Value Crops: ส่งเสริมให้เกษตรกรเปลี่ยนจากการปลูกพืชแบบดั้งเดิมไปสู่การปลูกพืชทางเลือกที่ให้กำไรสูงกว่า โดยเฉพาะในพื้นที่สูง ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนจากพืชที่ปลูกในนาไปเป็นต้นไม้ผล พืชอายุยืน หรือพืชเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง เช่น อะโวคาโด แมคคาเดเมีย และแม้กระทั่งพืชที่เติบโตเร็ว วิธีการนี้ไม่เพียงป้องกันการเผา แต่ยังเพิ่มโอกาสในการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร และ 3.Replace with Alternate Crops: สำหรับพื้นที่ต่ำ และนอกเขตชลประทาน โมเดลนี้สนับสนุนการเปลี่ยนพืชที่เสี่ยงต่อการเผา เช่น ข้าวนอกฤดูไปเป็นพืชที่ต้องการ การจัดการเศษซากพืชด้วยการเผาที่น้อยกว่า ได้แก่ ข้าวโพด หรือ พืชตระกูลถั่วแนวทางนี้เน้นการจัดการเศษซากพืชที่ดีขึ้นโดยเปลี่ยนของเสียทางการเกษตรให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าซึ่งจะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินและเสริมสร้างความยั่งยืน

กรมสมเด็จพระเทพฯเสด็จ เกษตรฯ-FAOจัดวันอาหารโลก

https://www.naewna.com/local/837089

กรมสมเด็จพระเทพฯเสด็จ  เกษตรฯ-FAOจัดวันอาหารโลก

กรมสมเด็จพระเทพฯเสด็จ เกษตรฯ-FAOจัดวันอาหารโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานวันอาหารโลก 2567 (World Food Day 2024) โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ นายจง-จิน คิม ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่และผู้แทนองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เฝ้าฯรับเสด็จ ที่สำนักงาน FAO ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ถนนพระอาทิตย์ กทม.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเปิดงานวันอาหารโลก “World Food Day 2024”ภายใต้หัวข้อ “สิทธิทางอาหาร เพื่อทุกคนอิ่มดีถ้วนหน้า และอนาคตที่ดีกว่า (Rights to foods for a better life and a better future)” ทรงแสดงปาฐกถาพิเศษในฐานะทูตพิเศษด้านการขจัดความอดอยากหิวโหย (FAO SpecialAmbassador for Zero Hunger) ประจำปี 2565-2567 โดยย้ำว่า “การผลิตอาหารอย่างยั่งยืนจะทำให้ชุมชนสามารถเข้าถึงอาหารที่มีโภชนาการได้แม้ในช่วงวิกฤต ท้ายที่สุดแล้ว ราคาที่เหมาะสมเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้อาหารที่มีโภชนาการและมีความหลากหลายเข้าถึงทุกคนได้”

ทรงรับฟังบรรยายพิเศษจากนายลุค เตจาก Lee Kuan Yew School ofPublic Policy, Singapore ในหัวข้อ Rights to foods for a better life and a better future พร้อมด้วยการบรรยายในหัวข้อนวัตกรรมการเกษตรและผู้ประกอบการรุ่นใหม่จากนวัตกรรุ่นใหม่5 ท่าน จากอินโดนีเซีย เนปาล ปาปัวนิวกินีซามัว และไทย คือ น.ส.กมลวรรณรุ่งประเสริฐวงศ์ ผู้ผลิตและจำหน่ายผำ ซึ่งเป็นพืชน้ำพื้นเมืองโปรตีนสูง โดยนายจง จิน คิม เน้นย้ำว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นทางออกการปรับเปลี่ยนระบบเกษตรและอาหาร

เกษตรฯจัดตั้งIFADประจำภูมิภาคฯ

https://www.naewna.com/local/837086

เกษตรฯจัดตั้งIFADประจำภูมิภาคฯ

เกษตรฯจัดตั้งIFADประจำภูมิภาคฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายถาวร ทันใจ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือร่วมกับนายโดนัลด์ บราวน์ (Mr. Donal Brown) ผู้ช่วยรองประธานฝ่ายบริหารโครงการ สำนักงานกองทุนระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม (IFAD) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

สำหรับการหารือครั้งนี้ ประเทศไทยได้รายงานความก้าวหน้าเกี่ยวกับการจัดทำ Host Country Agreement(HCA) เพื่อจัดตั้งสำนักงาน IFAD ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดยสถานะปัจจุบันอยู่ระหว่างการเสนอเรื่องเพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบการจัดตั้งสำนักงานดังกล่าว และคาดว่าจะมีการลงนามในเอกสารในห้วงการเยือนสาธารณรัฐอิตาลีของ รมว.เกษตรฯ ที่ร่วมการประชุม World Food Forum สำนักงานใหญ่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) กรุงโรมเพื่อที่จะสามารถเปิดสำนักงาน IFAD ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกได้ในต้นปี 2568

นอกจากนี้ที่ประชุมได้หารือการดำเนินความร่วมมือระหว่างไทย-IFAD ภายหลังการลงนาม HCA โดย IFAD และประเทศไทยตกลงจะร่วมกันพัฒนาโครงการเพื่อควบคุมโรคติดต่อทางปศุสัตว์ในเขตชายแดนไทย-กัมพูชา-ลาวโดยประยุกต์ใช้แนวทางสุขภาพหนึ่งเดียว(One health) และฝ่ายไทยได้แสดงความสนใจที่ใช้ประโยชน์เครื่องมือทางการเงินของ IFAD โดยเสนอให้มีการหารือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อจัดทำโครงการหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินร่วมกัน เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและรายได้ของเกษตรกรรายย่อยและครัวเรือนในชนบทที่ยากจนและเปราะบาง

ทั้งนี้ สำนักงานภูมิภาค IFAD-APRตั้งอยู่ที่ประเทศไทย จะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และความเป็นผู้นำด้านการเกษตรของประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางและศูนย์รวมความรู้สำหรับองค์กรระหว่างประเทศ

CNNCร่วมท่าเรือแหลมฉบัง กลุ่มประมงบ้านนาเกลือ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ฟื้นฟู

https://www.naewna.com/local/837090

CNNCร่วมท่าเรือแหลมฉบัง  กลุ่มประมงบ้านนาเกลือ  ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ฟื้นฟู

CNNCร่วมท่าเรือแหลมฉบัง กลุ่มประมงบ้านนาเกลือ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ฟื้นฟู

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ ที่ทำการกลุ่มประมงบ้านนาเกลือต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เรือโทยุทธนา โมกขาว ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง นายชัยวัฒน์ พรเศรษฐคุณผู้จัดการโครงการฯ นายสุวัฒน์ พิพัฒนปัญญกูล ผู้จัดการโครงการควบคุมงานก่อสร้างพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อฟื้นฟูและเพิ่มทรัพยากรทางทะเลบริเวณกลุ่มประมงบ้านนาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยมี นายวีกิจ มานะโรจน์กิจนายอำเภอบางละมุง ให้เกียรติเป็นประธานเปิดกิจกรรม และว่าที่ร้อยตรี จเรวัฒน์ ชินวัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลบางละมุง นายธานี เกียรติพิพัฒนกุล รองนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง สถานศึกษา หน่วยงาน สื่อมวลชน และชุมชนบริเวณใกล้เคียง ร่วมในพิธี

กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู และเพิ่มชนิดพันธุ์สัตว์น้ำท้องถิ่นเพื่อให้เป็นแหล่งอาหารและแหล่งรายได้สำหรับประชาชนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง และเป็นการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ EHIA ของโครงการฯ โดยการปล่อยลูกปูม้า จำนวน 20 ล้านตัว และกุ้งกุลาดำ จำนวน 2 ล้านตัว

เกษตรฯร่วมใจปลูก หญ้าแฝก7.2ล้านกล้า พร้อมกันทั่วประเทศ เฉลิมพระเกียรติร.10

https://www.naewna.com/local/837083

เกษตรฯร่วมใจปลูก  หญ้าแฝก7.2ล้านกล้า  พร้อมกันทั่วประเทศ  เฉลิมพระเกียรติร.10

เกษตรฯร่วมใจปลูก หญ้าแฝก7.2ล้านกล้า พร้อมกันทั่วประเทศ เฉลิมพระเกียรติร.10

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมงาน “รณรงค์และส่งเสริมการปลูกหญ้าแฝก เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567” จัดโดยกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งมีศูนย์กลางการจัดงานที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช ร่วมกับ 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยปลัดกระทรวงเกษตรฯ ร่วมงานที่บริเวณคลองระบายน้ำที่ 2 หมู่ 2 ต.หนองสะเดา อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี รวมทั้งมีผู้ร่วมงานทั่วประเทศกว่า 13,000 รายมีการปลูกกล้าหญ้าแฝกทั่วประเทศพร้อมกันทั้งสิ้น 7,200,000 กล้า

รมช.เกษตรฯ ระบุว่า จากพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา และต่อยอด” ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานไว้แก่อาณาประชาราษฎร์ พระองค์ทรงสืบสานพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่ทรงมีพระอัจฉริยภาพอันกว้างไกล ทรงเห็นความสำคัญและศักยภาพของหญ้าแฝกในการอนุรักษ์ดินและน้ำ จึงมีพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝก เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน ซึ่งกรมพัฒนาที่ดิน ให้ความสำคัญและสนองพระราชดำริ ในการศึกษาวิจัย ส่งเสริม ขยายผล และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การปลูกหญ้าแฝกอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 30 ปี ปัจจุบันการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีการสร้างเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องและผู้ใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกเพิ่มขึ้น

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษตรวจรับรองมาตรฐาน GAP Seed แก่เกษตรกรในจ.ศรีสะเกษ

https://www.naewna.com/local/837048

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษตรวจรับรองมาตรฐาน GAP Seed แก่เกษตรกรในจ.ศรีสะเกษ

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษตรวจรับรองมาตรฐาน GAP Seed แก่เกษตรกรในจ.ศรีสะเกษ

วันพุธ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 15.31 น.

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษดำเนินการตรวจรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรที่ดีสำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าว (GAP Seed) แก่พี่น้องเกษตรกรในจ.ศรีสะเกษ

23 ต.ค.67 GAP Seed เป็นระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าเกษตร การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าว (มกษ.4406) โดยการให้การรับรองระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวมีทั้งผู้ผลิตแบบเดี่ยว ผู้ผลิตกลุ่ม/นิติบุคคล ว่ามีความสอดคล้องตามมาตรฐานสินค้าเกษตรหรือไม่ ซึ่งการตรวจรับรองระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว (GAP Seed) เพื่อเป็นการรวบรวมและขายเมล็ดพันธุ์ควบคุมข้าวเปลือกให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ.2518 โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ทางศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษ ได้มีการนำความรู้ในเรื่อง GAP Seed มาเผยแพร่ต่อพี่น้องเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน ต.ผักไหม อ.ห้วยทับทัน ในพื้นที่จ.ศรีสะเกษ

นายไพฑูรย์ ฝางคำ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน ต.ผักไหม อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ในปี พ.ศ.2541 พี่น้องชาวนาในชุมชนต.ผักไหมได้มีการรวมกลุ่มกันเพื่อพัฒนาในเรื่องของการทำนาข้าว และเราก็ได้มีการเข้าไปปรึกษากับทางศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษว่าด้วยเรื่องของการผลิตและการพัฒนาการในการปลูกข้าว ซึ่งทางศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวก็ได้เข้ามาให้ความรู้เกี่ยวกับงานวิชาการในเรื่องของการพัฒนาประสิทธิภาพในการทำข้าวให้ดีขึ้น รวมถึงในเรื่องของการตรวจรับรองคุณภาพมาตรฐานข้าว เพื่อจะเป็นแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐาน ส่งผลให้เกษตรกรในกลุ่มมีความรู้และความเชี่ยวชาญในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดี มีคุณภาพ สามารถที่จะตรวจรับรองแปลงและผ่านการตรวจรับรองมาตรฐาน เพื่อขายเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวได้ เป็นการเพิ่มราคาในการขายข้าวให้แก่พี่น้องเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น

นางสาวดวงจันทร์ เกษบุตร ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษ กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน ต.ผักไหม อ.ห้วยทับทัน เป็นอีกหนึ่งกลุ่มในจ.ศรีสะเกษที่มีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี เพื่อจะผลิตข้าวให้กับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวและให้กับชุมชนใกล้เคียงได้ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี ซึ่งเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีถือเป็นจุดเริ่มต้นของการลดต้นทุนการผลิตข้าว ทำให้เกษตรกรมีผลผลิตเพิ่มขึ้น แล้วก็มีรายได้ที่ดีขึ้น สร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับพี่น้องเกษตรกร

นางสาวเยาวลักษณ์ กุลโท นักวิชาการเกษตรชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษ กล่าวว่า สำหรับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน ต.ผักไหม อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ สำหรับกรมการข้าวเอง หรือศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษ เข้ามาดูแลกลุ่มสมาชิก ในเรื่องของการตรวจรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าว หรือ GAP Seed และยังเป็นทั้งพี่เลี้ยงในเรื่องของการจัดทำเอกสารของระบบควบคุมภายใน และในเรื่องของการตรวจประเมินแปลงข้าว มีการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ให้แก่สมาชิก เรื่องการดูแลรักษาการผลิต การตรวจตัดพันธุ์ปน ตลอดจนเรื่องของการตรวจสอบคุณภาพในห้องปฏิบัติการ เรื่องการขายคืนเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษ

การตรวจรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรที่ดีสำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าว (GAP Seed) ของกรมการข้าว ถือเป็นการสร้างมาตรฐานข้าวที่ดีให้แก่น้องเกษตรกรไทย และยังเป็นการสร้างเครือข่ายการผลิตและการตลาด สร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในการแก้ปัญหาของชุมชน โดยเน้นการพัฒนาอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับพี่น้องเกษตรกรในชุมชนตามนโยบายที่มุ่งเน้นให้เกษตรกรตำบลผักไหม “อยู่ดี กินดี” มีรายได้เพิ่มขึ้น สร้างความเข้มแข็งและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ทำให้คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรดียิ่งขึ้น