‘กรมหม่อนไหม’ร่วมหารือสมาคมไหมระหว่างประเทศ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/804050

‘กรมหม่อนไหม’ร่วมหารือสมาคมไหมระหว่างประเทศ

‘กรมหม่อนไหม’ร่วมหารือสมาคมไหมระหว่างประเทศ

วันเสาร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 13.49 น.

‘กรมหม่อนไหม’ร่วมหารือสมาคมไหมระหว่างประเทศ

พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย อธิบดีกรมหม่อนไหม มอบหมายให้นายวัชรพงษ์ แก้วหอม รองอธิบดีกรมหม่อนไหม พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารกรมหม่อนไหม เข้าร่วมหารือกับสมาคมไหมระหว่างประเทศ (ISU) ณ ห้องประชุมไหมแพรวา กรมหม่อนไหม

สมาคม ISU เป็นองค์กรระหว่างประเทศ มีสมาชิกในเครือข่ายกว่า 35 ประเทศ สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมหม่อนไหมในประเทศต่าง ๆ และมีกลุ่มบริษัท Cathaya Group เป็นผู้สนับสนุนหลักของสมาคม ซึ่งดำเนินกิจกรรมครอบคลุมตลอดห่วงโซ่หม่อนไหม ตลอดจนผลิตสินค้าหม่อนไหมให้กลุ่มลูกค้ายังต่างประเทศ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนสถานการณ์ด้านหม่อนไหมของไทยและจีน นโยบายการพัฒนาด้านหม่อนไหม และสมาคม ISU ได้เชิญกรมหม่อนไหมเข้าร่วมเป็นสมาชิกเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนและพัฒนาด้านหม่อนไหมในระดับโลกต่อไป

พืชมงคล 2567 ‘พระโค’ กินน้ำ หญ้า เหล้า น้ำท่า ธัญญาหาร ผลาหารบริบูรณ์ ค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น เศรษฐกิจรุ่งเรือง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/803880

พืชมงคล 2567 'พระโค' กินน้ำ หญ้า เหล้า น้ำท่า ธัญญาหาร ผลาหารบริบูรณ์ ค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น เศรษฐกิจรุ่งเรือง

พืชมงคล 2567 ‘พระโค’ กินน้ำ หญ้า เหล้า น้ำท่า ธัญญาหาร ผลาหารบริบูรณ์ ค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น เศรษฐกิจรุ่งเรือง

วันศุกร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 14.23 น.

พืชมงคล 2567 “พระโค” กินน้ำ หญ้า เหล้า น้ำท่า ธัญญาหาร ผลาหารบริบูรณ์ ค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น เศรษฐกิจรุ่งเรือง

วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม 2567 เวลาประมาณ 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต มายังพลับพลาที่ประทับเพื่อเป็นองค์ประธานในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2567 ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง

การจัดพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีนี้ ฤกษ์การไถหว่านอยู่ระหว่างช่วงเวลา 08.09 – 08.39 น. ผู้ทำหน้าที่ พระยาแรกนา คือ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ นางสาวปนัดดา เปี่ยมมอญ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนางสาวภัทรปภา มินรินทร์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร เทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ นางสาวธิรดา วงษ์กุดเลาะ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร และนางสาววราภรณ์ วิลัยมาตย์ เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน กรมวิชาการเกษตร ผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ จำนวน 4 ราย และคู่เคียงในกระบวนแห่อิสริยยศพระยาแรกนา จำนวน 16 ราย ส่วนพระโคแรกนา ได้แก่ พระโคพอ และพระโคเพียง

สำหรับผลการพยากรณ์ถึงความสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารของประเทศ นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่ถวายรายงานการพยากรณ์ ผลการเสี่ยงทายผ้านุ่งแต่งกาย และพระโคกินเลี้ยง ในปี พ.ศ.2567 นี้ พระยาแรกนาได้ตั้งสัตยาธิษฐาน หยิบได้ผ้านุ่ง 5 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำในปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนา จะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี

ผลการเสี่ยงทายของกิน 7 สิ่ง ที่ตั้งเลี้ยงพระโค พระโคกินน้ำ หญ้า และเหล้า ซึ่งผลเสี่ยงทายกล่าวว่า ถ้าพระโคกินน้ำหรือหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี และพระโคกินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง

ในโอกาสนี้ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย นายชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว แลผู้บริหารในกระทรวงเกษตรและะสหกรณ์ เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ด้วย อีกทั้งมี นายนรภัทร ศรีษะนอก ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี ร่วมทำหน้าที่ช่วยจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในช่วงพิธีไถ่หว่านภายในงาน

สำหรับเกษตรกรดีเด่นด้านข้าวในปีนี้ได้แก่

– นางทองเม็ด พรหมพิทักษ์ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำนา

– นายประยูร แตงทรัพย์ สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขากลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว

– นายสงคราม ลาดปะละ ผู้แทนสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ประเภทข้าวหอมมะลิ

– นายวินัย จีนจัน ผู้แทนสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ประเภทข้าวอื่นๆ

ชำแหละ สาร’เมทิลโบรไมด์’ ที่ใช้รมข้าวสาร มีความเป็นพิษสูง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/803832

ชำแหละ สาร'เมทิลโบรไมด์' ที่ใช้รมข้าวสาร มีความเป็นพิษสูง

ชำแหละ สาร’เมทิลโบรไมด์’ ที่ใช้รมข้าวสาร มีความเป็นพิษสูง

วันศุกร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 10.21 น.

วันที่ 10 พฤษภาคม 2567 นายศักดา ศรีนิเวศน์ นักวิชาการอิสระด้านการเกษตร โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ มาทำความรู้จักกับสารเมทิลโบรไมด์ ที่ใช้รมข้าวสารกันหน่อย ระบุว่า

โบรโมมีเทน (Bromomethane) หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อเมทิลโบรไมด์ (methyl bromide)เป็นสารประกอบออร์กาโนโบรมีน(organobromine) ที่มีสูตรCH₃Br ก๊าซไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่ติดไฟนี้ผลิตขึ้นทั้งทางอุตสาหกรรมและทางชีวภาพ เป็นสารเคมีที่ได้รับการยอมรับว่าทำลายชั้นโอโซน : วิกิพีเดีย

เมทิลโบรไมด์มีลักษณะเฉพาะอย่างไร?

เมทิลโบรไมด์เป็นก๊าซที่ไม่มีกลิ่นและไม่มีสี เป็นของเหลวที่อุณหภูมิต่ำกว่า 3.5 องศาเซลเซียส มันหนักกว่าอากาศถึงสามเท่า เมทิลโบรไมด์จะสลายตัวค่อนข้างเร็วโดยมีครึ่งชีวิตประมาณเจ็ดเดือน (ครึ่งชีวิตเจ็ดเดือนหมายความว่าครึ่งหนึ่งของปริมาตรของสารเคมีจะสลายตัวไปครึ่งหนึ่งของปริมาณเริ่มต้นที่ใช้ในช่วงเวลานั้น เช่นสมมุติว่าเราใช้สาร 200 มิลลิกรัม ภายในเจ็ดเดือนสารจะลดลงครึ่งหนึ่งเหลือ 100 มิลลิกรัม และอีกเจ็ดเดือนจะลดลงเหลือ 50 มิลลิกรัม ไม่แน่ใจว่าการรมควันเดือนละครั้งถึง 10 ปี จะมีสารเมทิลโบรไมด์ตกค้างในข้าวสักเท่าใด เพราะยังไม่เคยมีงานศึกษาการรมควันแบบมหากาพย์เช่นนี้มาก่อน/ผู้เขียน) เมทิลโบรไมด์อาจรวมตัวกันในบริเวณที่มีการระบายอากาศไม่ดีและอยู่ต่ำ

เมทิลโบรไมด์มีความเป็นพิษสูง (#เมื่อสูดดมเข้าไป) การศึกษาในมนุษย์ระบุว่าปอดอาจได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการสูดดมเมทิลโบรไมด์แบบเฉียบพลัน (ระยะสั้น) การสูดดมเมทิลโบรไมด์แบบเฉียบพลันและเรื้อรัง (ระยะยาว) อาจส่งผลเสียต่อระบบประสาทในมนุษย์ มีรายงานผลกระทบทางระบบประสาทในสัตว์ด้วย การหายใจเมทิลโบรไมด์อาจทำให้ปอดระคายเคือง ทำให้เกิดอาการไอและ/หรือหายใจลำบาก การได้รับสารในปริมาณมากอาจทำให้เกิดการสะสมของของเหลวในปอด (ปอดบวม) ซึ่งเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ และมีอาการหายใจลำบากอย่างรุนแรง เมทิลโบรไมด์อาจทำลายไตและส่งผลต่อตับ

มีการผลิตและใช้เมทิลโบรไมด์มากน้อยเพียงใดในโลก

จากข้อมูลปี 2558 การผลิตเมทิลโบรไมด์ทั้งหมดสำหรับการใช้งานกักกันและสุขอนามัยพืช (QPS) อยู่ที่ 8,450 ตัน โดย 47 ประเทศใช้ 6,546 ตันในปี 2558 เมทิลโบรไมด์ผลิตใน 5 ประเทศเพื่อใช้ในระดับสากลในฐานะรมยา

เมทิลโบรไมด์สลายตัวในสิ่งแวดล้อม โดยแสงแดด ปฏิกิริยาเคมีในอากาศ น้ำ และโดยจุลินทรีย์ เมทิลโบรไมด์มีครึ่งชีวิตประมาณเจ็ดเดือน เมทิลโบรไมด์จะไม่ปนเปื้อนกับน้ำใต้ดิน การปนเปื้อนของน้ำใต้ดินไม่น่าจะเกิดจากการรมควันภายใต้ผ้าใบกันน้ำ เนื่องจากเมทิลโบรไมด์จะเข้าสู่อากาศได้ง่ายที่สุดเมื่อระบายออกหลังจากการรมควัน

นอกจากนี้ยังมีสารเคมีอีกตัวหนึ่งที่นิยมใช้ในการรมควันข้าว คือฟอสฟิน (phosphine) เป็นสารประกอบไม่มีสี ติดไฟได้ และมีพิษสูง มีสูตรทางเคมี PH₃ ซึ่งจัดอยู่ในประเภทไนโตรเจนไฮไดรด์ ฟอสฟีนบริสุทธิ์ไม่มีกลิ่น ใช้ในการรมควันข้าวเพื่อควบคุมศัตรูพืชในทุกช่วงชีวิตและป้องกันการต้านทานแมลง ความเข้มข้นของก๊าซฟอสฟีนจำเป็นต้องสูงถึง 300 ส่วนในล้านส่วน (ppm) เป็นเวลาเจ็ดวัน (เมื่อเมล็ดพืชมีอุณหภูมิสูงกว่า 25°)

รองปลัดฯประธานประชุม คกก.อาหารนมเพื่อเด็กฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/803752

รองปลัดฯประธานประชุม  คกก.อาหารนมเพื่อเด็กฯ

รองปลัดฯประธานประชุม คกก.อาหารนมเพื่อเด็กฯ

วันศุกร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.12 น.

เร่งถก : นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 3/2567 มีประเด็นสำคัญ อาทิ การพัฒนาผลิตภัณฑ์นมอัดเม็ดต้นแบบ และการผลิตและแผนการส่งมอบนมโรงเรียนชนิด ยูเอชที เพื่อให้เด็กนักเรียนได้รับก่อนปิดภาคเรียนที่จะถึงนี้

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 3/2567 ที่ห้องประชุม 1403 กระทรวงเกษตรฯ โดยมีประเด็นสำคัญในที่ประชุม ดังนี้ 1.การพัฒนาผลิตภัณฑ์นมอัดเม็ดต้นแบบ และ 2.การผลิตและแผนการส่งมอบนมโรงเรียนชนิด ยูเอชที เพื่อให้เด็กนักเรียนได้รับก่อนปิดภาคเรียนที่ 2/2566

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาถึงแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อมูลปริมาณน้ำนมโค โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ประโยชน์ โดยอาจนำร่องให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทดลองใช้แอปพลิเคชั่นบันทึกข้อมูลโค ข้อมูลปริมาณน้ำนม ผ่านสมาร์ทโฟน เพื่อทราบปริมาณน้ำนมโคตั้งแต่ระดับฟาร์มโคนม โดยมอบหมายให้คณะอนุกรรมการศูนย์สารสนเทศโคนมระดับชาติพิจารณาแนวทางการดำเนินงานต่อไป

เกษตรฯใช้นวัตกรรมสู่สหกรณ์ยุคใหม่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/803749

วันศุกร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “เทคโนโลยีกับการขับเคลื่อนสหกรณ์เข้มแข็ง” เพื่อมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพของสหกรณ์และเกษตรกร ให้สามารถใช้ข้อมูลทางบัญชีในการบริหารจัดการ โดยการส่งเสริมและผลักดันให้ใช้เทคโนโลยีที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์พัฒนาขึ้น พร้อมมอบโล่รางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่นกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ประจำปี 2566 และปาฐกถาพิเศษ เนื่องในโอกาสครบรอบ 72 ปี การสถาปนากรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยมี น.ส.อัญมณี ถิรสุทธิ์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โรงแรมปรินซ์พาเลซ กทม.

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ได้ให้ความสำคัญต่อการนำระบบสหกรณ์เป็นกลไกในการยกระดับคุณภาพชีวิต เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกมีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เน้นการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ให้แก่สถาบันสหกรณ์ เกษตรกร และประชาชน เพื่อประโยชน์ในการใช้ข้อมูลทางการเงินมาวิเคราะห์อย่างง่าย ต่อการวางแผน พยากรณ์อนาคต และตัดสินใจ
ดำเนินธุรกิจ ซึ่งเป็นอีกทางหนึ่งในการยกระดับศักยภาพของผู้บริหารในการใช้ข้อมูลทางการเงินมาบริหารจัดการ สร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนให้แก่สถาบันสหกรณ์ ปัจจุบันมีจำนวนสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร รวม 9,653 แห่ง สมาชิก 11.97 ล้านคน

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เร่งเดินหน้าขับเคลื่อนการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านบัญชีที่เป็นประโยชน์มาสนับสนุนการดำเนินงานในสหกรณ์และให้บริการสมาชิก เพื่อช่วยสร้างความเข้มแข็งทางการเงินการบัญชีและพัฒนาสู่สหกรณ์ที่มีความทันสมัย สร้างความเชื่อมั่นให้สมาชิก ซึ่งกรมฯได้มีการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
อาทิ นวัตกรรม Smart Member ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นที่ช่วยให้สมาชิกสหกรณ์สามารถตรวจสอบฐานะทางการเงินของตนเองได้ตลอดเวลา และลดความเสี่ยงการเกิดทุจริต มีผู้เข้าใช้งานแล้ว 230,942 ราย ตลอดจนพัฒนาโปรแกรมระบบบัญชีและโปรแกรมต่างๆ ด้วย

หม่อนไหมแนะ เกษตรกรลดเผา เศษวัสดุมูลไหม ให้ใช้วิธีไถกลบ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/803750

วันศุกร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พ.จ.อ.ประเสริฐ มาลัย อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า จากสภาวะมลพิษทางอากาศที่มีความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในบรรยากาศของไทยส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเผาในที่โล่งของภาคการเกษตร เพื่อกำจัดเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร หรือเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก รวมถึง

เพื่อความสะดวกในการเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดสำคัญของมลพิษที่ก่อนให้เกิดปัญหาหมอกควันสารมลพิษทางอากาศต่างๆ

ทั้งนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ออกประกาศเขตห้ามเผา ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และดูแลกวดขันอย่างเข้มงวดไม่ให้มีการเผา หากฝ่าฝืนให้ลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ทางกรมหม่อนไหม จึงแนะนำเกษตรกรเปลี่ยนวิธีการเผากำจัดเศษวัสดุจากการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมาเป็นการฝังกลบ โดยการไถเปิดร่องข้างต้นหม่อนจากนั้นใส่ใบหม่อน กิ่งหม่อน และมูลไหมลงไปในร่องแล้วไถกลบหรือนำมาหมักเพื่อทำปุ๋ยหมักมูลไหม ก็จะได้ปุ๋ยที่มีอินทรียวัตถุสูง เท่านี้ก็สามารถลดปัญหามลพิษทางอากาศจากเผา อันทำให้เกิดเขม่าควันและฝุ่นละออง PM2.5 ของเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมลดลงได้

‘ธรรมนัส’ชูผลงานโบแดง กรมประมงแก้ก.ม.19ฉบับเข้าสภาฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/803751

วันศุกร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การขับเคลื่อนนโยบายและแนวทางการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ 2567 กรมประมง” โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัด

กระทรวงเกษตรฯ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่กรมประมง ว่าภาคการประมงถือเป็นแหล่งสร้างรายได้สำคัญในระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย ทั้งการผลิตเพื่อบริโภคภายในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมหรือ GDP ภาคการประมงมีมูลค่าสูงถึง 126,240 ล้านบาท กระทรวงเกษตรฯ จึงให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของกรมประมงให้สำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้และเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลด้านการเกษตรที่ต้องการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องเกษตรกรให้มีความกินดีอยู่ดี มีรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่า ภายในระยะเวลา 4 ปี ด้วยการขับเคลื่อน 9 นโยบายสำคัญ และ 7 ข้อสั่งการเร่งด่วน

“นโยบายสำคัญต่างๆ ต้องขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องชาวประมงทั่วประเทศ ที่ผ่านมา ต้องขอชื่นชมกรมประมง ที่ได้ปฏิบัติงานอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการแก้ไขกฎหมายประมงลำดับรอง 19 ฉบับ สำเร็จภายในระยะเวลา 3-4 เดือน รวมถึงผลักดันร่าง พ.ร.บ.การประมง ใหม่ ที่กำลังแก้ไขอยู่ในสภาฯ อย่างไรก็ตาม ยังคงเดินหน้าเร่งปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าประมงผิดกฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อแก้ปัญหาสินค้าประมงตกต่ำ ล้นตลาด รวมทั้งต้องหามาตรการในการลดต้นทุนเพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวประมง ขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่กรมประมง ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการดูแลพี่น้องชาวประมงทั้งแถบทะเลอันดามัน อ่าวไทย และประมงน้ำจืดเพื่อให้ชาวประมงได้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตลอดจนมุ่งเป้าขับเคลื่อนเพื่อให้ประมงไทยกลับมาเป็นเจ้าสมุทรอีกครั้ง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ด้านนายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงาน และบุคลากรในสังกัดกรมประมง รวมถึงสร้างการรับรู้ในแนวทางการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ 2567 ซึ่งนำไปสู่การปฏิบัติราชการที่ถูกต้อง ชัดเจน เกิดประสิทธิภาพ และบรรลุเป้าหมาย ที่กำหนด โดยกรมประมง พร้อมจะขับเคลื่อนภารกิจตามข้อสั่งการ เพื่อสนับสนุนนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการธุรกิจประมง ชาวประมง และเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน อันจะเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการประมงของประเทศไทยต่อไป

‘กรมปศุสัตว์’บันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา’สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/803700

'กรมปศุสัตว์'บันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา'สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี'

‘กรมปศุสัตว์’บันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา’สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี’

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 16.19 น.

กรมปศุสัตว์ บันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ในวันที่ 3 มิถุนายน 2567

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2567 เวลา 08.30 น.นายสัตวแพทย์สมชวน​ รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล นายสัตวแพทย์ประภาส​ ภิญโญชีพ นายพงษ์พันธ์ ธรรมมา​ นายสัตวแพทย์บุญญกฤช​ ปิ่นประสงค์​ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นำคณะผู้บริหารกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมบันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ในวันที่ 3 มิถุนายน 2567 ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) กรมประชาสัมพันธ์

– 006

‘กรมประมง’ลงแขกลงคลอง ไม่หยุด จับจริง‘ปลาหมอคางดำ’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/803688

‘กรมประมง’ลงแขกลงคลอง ไม่หยุด จับจริง‘ปลาหมอคางดำ’

‘กรมประมง’ลงแขกลงคลอง ไม่หยุด จับจริง‘ปลาหมอคางดำ’

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 15.48 น.

‘กรมประมง’ลงแขกลงคลอง ไม่หยุด จับจริง‘ปลาหมอคางดำ’

9 พฤษภาคม 2567 กรมประมงและประมงจังหวัดสมุทรสงคราม จัดกิจกรรม “ลงแขก-ลงคลอง” ครั้งที่ 3 เดินหน้าต่อเนื่องแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำและลดผลกระทบต่อสัตว์น้ำพื้นถิ่นให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของคนในชุมชนและเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

นายบัณฑิต กุลละวณิชย์ ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า กรมประมง เดินหน้าต่อเนื่องในการจัดกิจกรรม “ลงแขก-ลงคลอง” กำจัดปลาหมอคางดำ ตามนโยบายของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำและพร้อมยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อบูรณาการการดำเนินงานอย่างเป็นระบบด้วยการผนึกกำลังความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชุมชน ให้การดำเนินงานอย่างจริงจังและเห็นผลเป็นรูปธรรมมากที่สุด

ในวันนี้ เป็นการจัดกิจกรรม ลงแขก-ลงคลอง ครั้งที่ 3 ณ คลองหมื่นหาญ หมู่ 6 ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม มีเป้าหมายในการหยุดวงจรการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำสาธารณะในจังหวัดตลอดจนช่วยลดผลกระทบต่อระบบนิเวศและลดการทำลายสัตว์น้ำพื้นถิ่น โดยมีการเลือกใช้เครื่องมือจับสัตว์น้ำอย่างเหมาะสมตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจังหวัดสมุทรสงครามตั้งเป้าจะจัดกิจกรรมนี้เป็นประจำทุกเดือนตลอดปี 2567

“การลดปริมาณปลาหมอคางดำในจังหวัดนำร่อง 5 จังหวัด คือ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ เพชรบุรี และกรุงเทพมหานคร เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ มอบหมายให้กรมประมงขับเคลื่อนอย่างจริงจัง และให้ระดมสรรพกำลังมาร่วมกันแก้ไขให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของคนในพื้นที่ ช่วยฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและความอุดมสมบูรณ์ให้กับคืนสู่แหล่งน้ำในระยะยาว” นายบัณฑิต กล่าว

นายบัณฑิต กล่าวว่า จากการจัดกิจกรรม “ลงแขก-ลงคลอง” 2 ครั้งที่ผ่านมา สามารถจับปลาได้เกือบ 700 กิโลกรัม โดยส่งต่อไปเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย เช่น ปุ๋ยชีวภาพ เมนูอาหารและผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น ข้าวเกรียบ ไส้อั่ว น้ำปลา ปลาแดดเดียว ฯลฯ เพื่อเป็นต้นแบบการส่งเสริมให้ชุมชนจับและแปรรูปปลาหมอคางดำนำไปสร้างเป็นรายได้ ซึ่งจะช่วยให้ชุมชนเรียนรู้วิธีจัดการและอยู่ร่วมกับปลาหมอคางดำได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะมีส่วนช่วยลดการแพร่ระบาดไปในพื้นที่ต่าง ๆ

สำหรับมาตรการในการลดและควบคุมปริมาณปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ประกอบด้วย 1.พัฒนาเครื่องมือประมงที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดปลาหมอคางดำ 2.ปล่อยปลาผู้ล่า เช่น ปลากะพง ปลาอีกง ต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2567 มีเป้าหมายปล่อยปลาผู้ล่า 154,000 ตัว 3.นำปลาหมอคางดำไปใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า เช่น ผลิตปลาป่น นำไปเป็นเหยื่อสำหรับเลี้ยงปลากะพงขาวและทำน้ำหมักชีวภาพ 4. สำรวจและเฝ้าระวังการแพร่กระจายประชากรปลาหมอคางดำในพื้นที่เขตกันชนที่มีลำน้ำเชื่อมต่อกับจังหวัดที่มีการแพร่ระบาด 5.สร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมในการกำจัดปลาหมอคางดำให้กับชุมชนสร้างความพร้อมในการป้องกันและรับมือการแพร่ระบาด และ 6. ติดตาม ประเมินผล และบริหารโครงการ เพื่อนำสู่การพัฒนาแผนการกำจัดปลาหมอคางดำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

รองปลัดฯนำทีมร่วม ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ยางพาราในระยะ20ปี ปรับข้อมูลโครงการฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/803535

รองปลัดฯนำทีมร่วม  ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์  ยางพาราในระยะ20ปี  ปรับข้อมูลโครงการฯ

รองปลัดฯนำทีมร่วม ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ยางพาราในระยะ20ปี ปรับข้อมูลโครงการฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ขับเคลื่อน : นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ยางพาราระยะ 20 ปี ครั้งที่ 1/2567 โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบทบทวนแผนงาน/โครงการ ตามแผนปฏิบัติการด้านยางพารา 2566-2580 และเสนอให้ปรับเพิ่มข้อมูลในบางโครงการ

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ยางพาราระยะ 20 ปี ครั้งที่ 1/2567 โดยมีนายณกรณ์ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมวิชาการเกษตร รวมทั้งผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยสามารถสรุปผลการประชุมดังนี้ 1.ที่ประชุมมีมติรับรองรายงานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ยางพาราระยะ 20 ปี ครั้งที่ 4/2566 เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2566

2.ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการทบทวนแผนงาน/โครงการ ตามแผนปฏิบัติการด้านยางพารา พ.ศ.2566-2580 ประจำปีงบประมาณ 2567 โดยมีการปรับชื่อโครงการ ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย และงบประมาณ ให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการ และมีการยกเลิกและเพิ่มโครงการทดแทนที่สำคัญที่สามารถตอบตัวชี้วัดตามยุทธศาสตร์ ในปีงบประมาณ 2567 ได้ และ 3.ที่ประชุมมีมติเห็นชอบผลการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านยางพารา พ.ศ.2566-2580 ไตรมาสที่ 1/2567 โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งขับเคลื่อนโครงการ/กิจกรรมที่ยังมีผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามแผนงาน และมีข้อเสนอแนะให้ปรับเพิ่มเติมข้อมูลในบางโครงการ เช่น การปรับเพิ่มตัวชี้วัดด้านคุณภาพในโครงการจัดตั้งตลาดกลางไม้ยางพารา รวมถึงการปรับปรุงข้อความบางส่วนให้ถูกต้องและครบถ้วนสมบูรณ์