‘ธรรมนัส’มุ่งแก้ปัญหาเกษตรพื้นที่สูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775717

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ติดตามการดำเนินงานของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. พร้อมมอบนโยบายและแนวทางการพัฒนาพื้นที่สูง อีกทั้งยังเยี่ยมชมพืชสวนและความหลากหลายทางชีวภาพ พระราชกรณียกิจและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และศิลปวัฒนธรรมล้านนา โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายชวลิต ชูขจร ประธานกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่

ทั้งนี้ สวพส.มีแนวทางแก้ปัญหาการเผาและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 บนพื้นที่สูง โดยมี อ.แม่แจ่ม เป็นพื้นที่ต้นแบบในการแก้ปัญหาความยากจนและการเผาพื้นที่สูง คือ 1.จัดทำแผนที่ดินของเกษตรกรรายแปลงเพื่อเป็นฐานข้อมูลในการกำหนดขอบเขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน แบ่งแยกพื้นที่ป่าและที่ทำกิน วางแผนพัฒนาชุมชนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมสิ่งแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ให้เป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการ ระเบียบ และกฎหมาย แก้ไขปัญหาอย่างพุ่งเป้า ตรงตามบริบทพื้นที่ ปัญหาและความต้องการของชุมชน 2.การสนับสนุนชุมชนป้องกันไฟป่า ส่งเสริมและสนับสนุนสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ในการป้องกันไฟป่า อนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร 3.การจัดการเศษวัสดุการเกษตร (ชีวมวลอัดแท่ง/ปุ๋ยอินทรีย์) สนับสนุนชุมชนโดยการรับซื้อเศษวัสดุการเกษตรภายใต้ข้อตกลงและราคาที่เหมาะสมเพื่อนำไปผลิตชีวมวลอัดเม็ด 4.การส่งเสริมด้านอาชีพ ด้วยเกษตรมูลค่าสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมบนพื้นที่สูง และตลาดนำการผลิต 5.การพัฒนามาตรฐาน GAP PM2.5 Free และ 6.การเพิ่มช่องทางการตลาดผลผลิต (green product) นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตร ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการจัดการเพื่อลดปัญหาฝุ่น PM2.5 สำหรับภาคเกษตรอย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานการผลิตพืชเพิ่มมูลค่า เพิ่มแรงจูงใจ (เกษตรพันธสัญญา)

‘ไชยา’หนุนกรมฝนหลวงฯ ศึกษาการใช้บั้งไฟทำฝนเทียม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775714

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จ.ตาก พร้อมด้วยนายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ ผวจ.ตาก นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยรับฟังการบรรยายสรุปผลการปฏิบัติการฝนหลวง ในปี 2566 ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ อาทิ ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ (PM2.5) ปัญหาความรุนแรงของพายุลูกเห็บ ไฟไหม้ป่า รวมถึงเกษตรกรได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เอลนีโญที่ทำให้ฝนตกน้อย แต่มีความต้องการน้ำในการทำเกษตรกรรมเป็นจำนวนมาก จากผลกระทบดังกล่าว รมช.เกษตรฯ จึงมอบหมายกรมฝนหลวงฯเติมน้ำลงเขื่อน เพื่อบรรเทาปัญหาเอลนีโญ แต่ในฤดูแล้งน้ำอาจไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งต้องสร้างมวลเมฆขนาดใหญ่กว่าปกติให้ตกลงมาเป็นฝน เชื่อมั่นว่าน้ำฝนจะเพียงพอต่อการใช้งาน

ทั้งนี้ กรมฝนหลวงฯ เปิดปฏิบัติการโดยจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศ รวม 20 หน่วย ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์-15 ตุลาคม 2566 ปฏิบัติการฝนหลวง 193 วัน รวม 4,097 เที่ยวบิน มีฝนตก 186 วัน คิดเป็นร้อยละ 96.37 มีรายงานฝนตก 67 จังหวัด มีพื้นที่ได้รับประโยชน์จากปฏิบัติการฝนหลวง 193.94 ล้านไร่ มีฝนตกในพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ272 แห่ง แบ่งเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ 34 แห่ง และขนาดกลาง 238 แห่ง เกิดปริมาณน้ำสะสม 615.21 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) พร้อมทั้งจัดตั้งชุดเคลื่อนที่เร็วหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง
3 หน่วย ปฏิบัติการระหว่างวันที่ 17 ตุลาคม-31 ตุลาคม 2566 รวม 14 วัน 91 เที่ยวบิน ทำให้มีฝนตกทั้ง 14 วัน คิดเป็น 100% ในพื้นที่ 11 จังหวัด มีพื้นที่รับประโยชน์ 17.5 ล้านไร่
มีฝนตกน้ำเข้าเขื่อนขนาดใหญ่ 6 แห่ง และอ่างเก็บน้ำ 57 แห่ง รวมปริมาณน้ำสะสม 21.55 ล้าน ลบ.ม.

“กรมฝนหลวงฯ ได้ศึกษางานวิจัยการใช้จรวดทำฝนเทียมอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้นำงานวิจัยมาปรับใช้ร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การสร้างบั้งไฟบรรจุสารก่อฝนเทียม โดยประเพณีบุญบั้งไฟเดือนหกจะมีการจัดทำบั้งไฟและจุดบั้งไฟขึ้นสู่ฟ้า เพื่อขอฝนกับพญาแถนตามความเชื่อของภาคอีสาน ซึ่งปัจจุบันบั้งไฟมีความสูงใกล้เคียงกับเครื่องบินสำหรับโปรยสารเคมีทำฝนหลวง และหากพัฒนาบั้งไฟฝนเทียมสำเร็จจะสามารถลดต้นทุนได้มากกว่าการใช้เครื่องบิน จึงขอให้กรมฝนหลวงฯ ทำการศึกษาวิธีการใช้วิทยาศาสตร์ควบคู่กับภูมิปัญญาเพื่อยกเป็นหนึ่งใน Soft Power” นายไชยา กล่าวและว่า จะทำหน้าที่ประสานงานและสนับสนุนในการขอใช้พื้นที่สนามบินอยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคมให้กับกรมฝนหลวงฯ ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป

กรมข้าวสรุปผล เดินหน้าโครงการ ผลิตข้าวรักษ์โลก ทำแล้ว212ศูนย์ฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775716

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติให้ดำเนินโครงการส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิตข้าวรักษ์โลก BCG Model มีเป้าหมายศูนย์ข้าวชุมชน 292 ศูนย์ วงเงิน 874.832 ล้านบาท โดยอนุมัติโครงการและแผนใช้จ่ายเงินโครงการส่งเสริมลดต้นทุนการผลิตข้าวรักษ์โลก BCG Model กรมการข้าว ได้อนุมัติความต้องการโครงการ 2 ครั้ง รวม 212 ศูนย์ วงเงิน 552,643,361 บาท ซึ่งเป็นการอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณตามแผนความต้องการของศูนย์ข้าวชุมชน (ตามเกณฑ์ราคา) แต่เมื่อได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้ว ศูนย์ข้าวชุมชนจะต้องดำเนินงานจัดซื้อจัดจ้างเครื่องจักรกลการเกษตรและวัสดุเกษตร ให้เป็นไปตามคู่มือการปฏิบัติงานโครงการฯ

นอกจากนั้นการอนุมัติกรอบวงเงินจะต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการในการส่งเสริมสนับสนุนการลดต้นทุนการผลิตให้กลุ่มชาวนาผู้ปลูกข้าวโดยการทำนาแบบประณีต หรือการใช้ระบบชีวมวล ชีวภาพ และจุลินทรีย์ ที่ลดละเลิกการใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัดศัตรูข้าวและปุ๋ยเคมี รวมทั้งการสนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตรแล้ว

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวอีกว่า มีศูนย์ข้าวชุมชน 1 ศูนย์ ไม่ผ่านการพิจารณาอนุมัติ เนื่องจากไม่เป็นไปตามคุณสมบัติและเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ คือยังไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคล จึงไม่ให้เข้าร่วมโครงการ และมีศูนย์ข้าวชุมชนเป้าหมาย 79 ศูนย์ ที่ไม่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ

รมช.เกษตรฯดูงานศูนย์ฯ การผลิตอาหารสัตว์หมัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775715

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ชัยนาท ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท และชมการสาธิตใช้เครื่องมือ
เทคโนโลยีการผลิตพืชอาหารสัตว์หมักด้วยเครื่องห่อก้อนพลาสติก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ได้ส่งเสริมให้เกษตรกร ตั้งแต่ปี 2562 เหมาะสมสำหรับเกษตรกรรายย่อยนำไปใช้ โดยมีอายุการเก็บรักษาได้นาน

สำหรับเครื่องห่อก้อนพืชอาหารสัตว์ขนาดเล็ก มีกำลังการผลิตก้อนพืชอาหารสัตว์หมัก ผลิตได้ 300 ก้อน หรือ 15 ตันต่อวัน ซึ่งสามารถผลิตอาหารหยาบคุณภาพดี ให้เพียงพอตลอดทั้งปี รับรองยุทธศาสตร์ จ.ชัยนาท ในการส่งเสริมการเลี้ยงโคต้นน้ำ “ชัยนาทบรีฟ” ในการผลิตใช้เลี้ยงสัตว์ของตนเอง และพัฒนาเป็นอาชีพ จัดตั้งกลุ่มอาชีพเพื่อการจำหน่าย ทั้งในประเทศและส่งออก

นายอนุชา กล่าวอีกว่า ปัจจุบันการทำเกษตรเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอในการสร้างรายได้ จึงได้สนับสนุนให้เกษตรกรมีอาชีพเสริม ซึ่งการปลูกหญ้าอาหารสัตว์ก็เป็นอีกอาชีพที่น่าสนใจ ปลูกง่าย ปลูกได้ต่อเนื่อง เป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้เสริมจากการเพาะปลูก ยกระดับคุณภาพชีวิตให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดังนั้นจึงต้องบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

‘ธรรมนัส’ลุยฟื้นคืนวิถีชีวิตชุมชนริมคลองบางใหญ่ ต่อยอดสู่การท่องเที่ยว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775661

'ธรรมนัส'ลุยฟื้นคืนวิถีชีวิตชุมชนริมคลองบางใหญ่ ต่อยอดสู่การท่องเที่ยว

‘ธรรมนัส’ลุยฟื้นคืนวิถีชีวิตชุมชนริมคลองบางใหญ่ ต่อยอดสู่การท่องเที่ยว

วันอาทิตย์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 22.10 น.

“ธรรมนัส”ติดตามโครงการปรับปรุงประตูระบายน้ำคลองบางใหญ่ ฟื้นคืนวิถีชีวิตชุมชนริมคลอง ต่อยอดสู่การท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามราชการโครงการปรับปรุงประตูระบายน้ำคลองบางใหญ่ โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารจังหวัดนนทบุรี เข้าร่วม ณ ประตูระบายน้ำคลองบางใหญ่ ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

ทั้งนีั ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า กรมชลประทานร่วมกับส่วนราชการจังหวัดนนทบุรี เข้าสำรวจความต้องการและรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่สำหรับการพัฒนาและปรับปรุงประตูระบายน้ำคลองบางใหญ่ ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 70 ปี เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการน้ำ และปรับปรุงเส้นทางสัญจรทางน้ำของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมคลองให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเป็นการฟื้นฟูวิถีชีวิตชุมชนริมคลอง และสามารถต่อยอดสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวคลองบางใหญ่ได้อีกด้วย โดยเร่งให้บรรจุแผนการดำเนินโครงการ ในปีงบประมาณ 2568 และมอบหมายกรมชลประทานศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำเค็มทะลักเข้าพื้นที่เกษตรกรรมของประชาชนด้วย

สำหรับแผนปรับปรุงประตูระบายน้ำคลองบางใหญ่ ประกอบด้วย การรื้อถอนประตูระบายน้ำเดิม และก่อสร้างประตูระบายน้ำ ขนาด 6.00×6.00 เมตร จำนวน 2 ช่อง ก่อสร้างประตูเรือสัญจร ขนาด 6.00×6.00 เมตร จำนวน 1 ช่อง พร้อมทั้งก่อสร้างทางสัญจรสำหรับรถจักรยานยนต์ ความกว้างอย่างน้อย 2.50 เมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัย รองรับการสัญจรทางน้ำและเพิ่มโอกาสในการท่องเที่ยวในพื้นที่ รวมทั้งลดการเกิดปัญหามลพิษและการเน่าเสียของน้ำ

– 006

เปิดศูนย์บริการ เกษตรพิรุณราช ช่วยเหลือชาวบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775564

วันอาทิตย์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.40 น.

เปิดศูนย์บริการเกษตรพิรุณราชช่วยเหลือชาวบ้านเข้าถึงบริการรัฐ

“เกณิกา“ เผย “ธรรมนัส” เปิด “ศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช” ครบ 882 ศูนย์ทั่วประเทศ แก้ปัญหาได้จริงแล้วกว่า 2 พันเรื่อง เกษตรกรเชื่อมั่นแก้ปัญหาให้ได้เบ็ดเสร็จ

น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าของศูนย์บริการเกษตรพิรุณราชว่า ศูนย์ดังกล่าวได้มีพิธีเปิดไปตั้งแต่ 18 ต.ค. 2566 โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด โดยจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์บริการร่วมในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และพี่น้องเกษตรกรให้สามารถขอรับบริการของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงติดต่อสอบถามข้อมูลข่าวสาร และรับเรื่องร้องเรียนคลายทุกข์ให้แก่พี่น้องเกษตรกร ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารนโยบายสร้างวิธีทำงานสู่การปฏิบัติ โครงการศูนย์บริการประชาชนภาคการเกษตร ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขึ้น โดยมีการบูรณาการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ทุกภาคส่วน เพื่อทำหน้าที่แปลงนโยบายสร้างวิธีการทำงานสู่การปฏิบัติ และเพื่อให้การจัดตั้งและบริหารงานศูนย์บริการประชาชนภาคการเกษตรของกระทรวงฯให้ประสบผลสำเร็จ

น.ส.เกณิกา กล่าว ศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช ได้เปิดให้บริการ 6 งานสำคัญ ประกอบด้วย 1.งานบริการขอรับการช่วยเหลือสนับสนุน เช่น การทำฝนหลวง การจัดให้มีแหล่งน้ำทำการเกษตร การเข้าถึงที่ดินทำกินเพื่อการเกษตร การขอรับสิทธิ์กรณีประสบภัยพิบัติทางการเกษตร การฟื้นฟูอาชีพและพัฒนาอาชีพ ด้านหนี้สิน เป็นต้น 2.งานบริการรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ด้านการเกษตร 3.งานบริการรับคำร้อง – ส่งต่อ งานอนุญาต อนุมัติ 4.งานบริการจดทะเบียน จดแจ้ง เกษตรกร/สถาบันเกษตรกร 5.งานบริการข้อมูลข่าวสาร และให้คำปรึกษาปัญหาการผลิต การตลาดสินค้าเกษตร และ 6.งานบริการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ (ดิน น้ำ โรค แมลงศัตรูพืช ฯลฯ)

“เกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา จากข้อมูลเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.66 ที่ผ่านมา ศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช ได้เปิดให้บริการแล้ว 882 ศูนย์ รับเรื่องร้องเรียนแล้ว 3,326 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ 2,608 เรื่อง และอยู่ระหว่างการดำเนินการ 718 เรื่อง ซึ่งถือว่าได้รับความสนใจจากพี่น้องเกษตรกรที่มีความเดือดร้อนเข้ามาใช้บริการในศูนย์ฯ พิรุณราช ให้ช่วยแก้ปัญหาให้ต่าง ๆ ให้”น.ส.เกณิกา กล่าว

น.ส.เกณิกา กล่าวต่อว่า หากพี่น้องประชาชนไม่สามารถเดินทางมาติดต่อได้ด้วยตนเอง ท่านสามารถเข้าถึงการบริการของศูนย์เกษตรพิรุณราช ผ่านระบบ e-Service ทางเว็บไซต์ http://www.pirunraj.com ซึ่งจะทำหน้าที่รับลงทะเบียน ส่งต่อความต้องการของพี่น้องเกษตรกรและประชาชนให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว และมีระบบในการติดตามผลการดำเนินงาน รวมถึงแจ้งผลการดำเนินงานในเรื่องดังกล่าวได้รับทราบตามช่องทางติดต่อที่ได้ระบุไว้ด้วย

‘ธรรมนัส’สั่งกรมชลประทาน เร่งสำรวจพื้นที่ริมคลองโคกขาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775510

'ธรรมนัส'สั่งกรมชลประทาน เร่งสำรวจพื้นที่ริมคลองโคกขาม

‘ธรรมนัส’สั่งกรมชลประทาน เร่งสำรวจพื้นที่ริมคลองโคกขาม

วันเสาร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 19.15 น.

“ธรรมนัส”สั่งกรมชลประทาน เร่งสำรวจพื้นที่ริมคลองโคกขาม ขุดลอกภายในเดือน ม.ค.67 ให้กลับมามีชีวิตชีวา สร้าง Soft Power จังหวัดสมุทรสาคร

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาคลองโคกขาม โดยมี ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ วัดบ้านโคก ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาครให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าคลองโคกขาม เป็นคลองระบายน้ำในระบบแก้มลิง โครงการแก้มลิงคลองมหาชัย-คลองสนามชัย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ปัจจุบันคลองโคกขามมีสภาพคดเคี้ยวหักศอก และมีต้นไม้ปกคลุมค่อนข้างหนาทึบบริเวณ 2 ฝั่งคลอง และในบางจุดมีตะกอนตกจมในคลอง ทำให้ไม่สามารถคมนาคมสัญจรทางน้ำได้ อีกทั้งในช่วงน้ำหลากยังมีปัญหาในเรื่องการระบายน้ำ ซึ่งที่ผ่านมาโครงการชลประทานสมุทรสาคร ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการก่อสร้างอาคารควบคุมบริหารจัดการน้ำในระบบแก้มลิง จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ ประตูระบายน้ำคลองสหกรณ์สาย 2 และประตูระบายน้ำคลองสหกรณ์สาย 3/1 ปรับปรุงประสิทธิภาพการระบายน้ำสู่แก้มลิงคลองมหาชัย-คลองสนามชัยและแม่น้ำท่าจีน (เขื่อนป้องกันตลิ่งคลองโคกขามใหม่) ระยะทาง 635 เมตร นอกจากนี้ ยังมีแผนขุดลอกคลองเพิ่ม 2 แห่ง ได้แก่ คลองเจ๊ก และคลองลัดตะเคียน

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ ได้มอบหมายกรมชลประทานสำรวจพื้นที่ริมคลองโคกขาม ทั้งสายเก่าและสายใหม่ เพื่อดำเนินการขุดลอกคลองโคกขามภายในเดือน ม.ค. 67 ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และมอบหมายให้นำระบบควบคุมประตูระบายน้ำโดยคอมพิวเตอร์มาใช้ เพื่อรักษาระดับน้ำให้เพียงพอกับการสัญจร และรักษาระบบนิเวศน์ ซึ่งปัจจุบันการควบคุมการเปิด-ปิดประตูระบบน้ำดังกล่าว ยังใช้เจ้าหน้าที่ควบคุม โดยที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ กรมชลประทาน มีแผนดำเนินการในการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำในโครงข่ายและแก้มลิงคลองมหาชัย-คลองสนามชัย ตามแผนงานโครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี (2568 – 2571) ในโซน 9 พื้นที่ตั้งแต่คลองมหาชัย – คลองสนามชัย ถึงคลองพิทยาลงกรณ์ ประกอบด้วย คลองพระราม คลองเจ็ก คลองโคกขาม คลองแสมดำ และคลองหัวกระบือด้วย

– 006

‘กรมประมง’เชิญร่วมประกวด‘ปลากัดสวยงาม’ชิงถ้วยเกียรติยศที่‘กว๊านพะเยา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775481

‘กรมประมง’เชิญร่วมประกวด‘ปลากัดสวยงาม’ชิงถ้วยเกียรติยศที่‘กว๊านพะเยา’

‘กรมประมง’เชิญร่วมประกวด‘ปลากัดสวยงาม’ชิงถ้วยเกียรติยศที่‘กว๊านพะเยา’

วันเสาร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.28 น.

‘กรมประมง’เชิญร่วมประกวด‘ปลากัดสวยงาม’ชิงถ้วยเกียรติยศที่‘กว๊านพะเยา’

16 ธันวาคม 2566 นายบัญชา  สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า งานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา โดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานประมงจังหวัดพะเยา กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และจังหวัดพะเยา ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2566 – 3 มกราคม 2567 นี้ ณ ข่วงวัฒนธรรม ริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา ภายในงานนอกจากจะมีการจัดแสดงนิทรรศการตำนานกว๊านพะเยา การจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำในกว๊านพะเยากิจกรรมการเผยแพร่ความรู้ด้านต่าง ๆ การทำ Work Shop ด้านการเกษตร และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผลผลิตทางการเกษตร Fisherman Shop @ บางเขน แล้ว ยังมีการจัดประกวดปลากัดสวยงาม เพื่อเป็นการส่งเสริมศักยภาพในการผลิตพันธุ์ปลากัดสวยงามที่ดี มีคุณภาพ ตรงตามมาตรฐาน และเป็นการอนุรักษ์ปลากัดสายพันธุ์ท้องถิ่นและสายพันธุ์หายาก ตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์ปลากัดสายพันธุ์ต่าง ๆ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งกำหนดจัดการประกวดระหว่างวันที่ 27 – 29 ธันวาคม 2566 ณ สนามกีฬาเทศบาลเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา สามารถสมัครได้ในวันที่ 27 ธันวาคม 2566

สำหรับการประกวดจะแบ่งออกเป็น 6 ชนิด 33 ประเภท ได้แก่

ชนิดที่ 1 : กลุ่มปลากัดครีบสั้น แบ่งเป็น 5 ประเภท

ชนิดที่ 2 : กลุ่มปลากัดครีบยาว แบ่งเป็น 4 ประเภท

ชนิดที่ 3  : กลุ่มปลากัดอื่น ๆ แบ่งเป็น 6 ประเภท

ชนิดที่ 4  : กลุ่มปลากัดอัตลักษณ์ท้องถิ่น/ดั้งเดิม แบ่งเป็น 6 ประเภท

ชนิดที่ 5 : กลุ่มปลากัดป่าดั้งเดิม แบ่งเป็น 7 ประเภท

ชนิดที่ 6 : กลุ่มปลากัดป่าพัฒนา แบ่งเป็น 5 ประเภท

รวมทั้งขนาดปลากัดที่ใช้ในการประกวด เมื่อวัดจากปากถึงปลายหาง จะต้องมีขนาดดังนี้

1. ปลากัดครีบสั้น ขนาดลำตัวไม่น้อยกว่า 1 นิ้ว 3 หุน

2. ปลากัดครีบยาวและปลากัดเพศเมีย ขนาดลำตัวไม่น้อยกว่า 1 นิ้ว 2 หุน 

3. ปลากัดหางคู่ครีบสั้น/ยาว ขนาดลำตัวไม่น้อยกว่า 1 นิ้ว 2 หุน

4. ปลากัดยักษ์ ขนาดลำตัวไม่น้อยกว่า 2 นิ้ว 2 หุน

5. ปลากัดดาวรุ่งสวยงาม ขนาดลำตัวไม่น้อยกว่า 1 นิ้ว 1 หุน

6. ปลากัดป่าดาวรุ่ง ขนาดลำตัวไม่น้อยกว่า 1 นิ้ว 2 หุน

7. ปลากัดป่า ไม่จำกัดขนาด

โดยไฮไลต์ของงาน ร่วมค้นหา “ปลากัดป่าแก้มแดงภูกามยาว” ซึ่งมีหางกลมมนดุจกลีบดอกสารภี ดั่งดอกไม้ประจำจังหวัดพะเยา เพื่อชิงถ้วยเกียรติยศจาก ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนเกษตรกรและประชาชนผู้สนใจสมัครเข้าร่วมการประกวดได้ตามรายละเอียด QR code ด้านล่าง หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ดร.สนาม เอกวิลัย ผู้ทรงคุณวุฒิ ประจำคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โทรศัพท์ 08 5050 5358 ชมรมปลากัดจังหวัดพะเยา  โทรศัพท์ 09 3946 1619

รัฐมนตรีเกษตรฯ ลงพื้นที่เขตหนองจอก มุ่งแก้ปัญหา ‘จน เจ็บ เจ๊ง’ ให้พี่น้องเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775368

รัฐมนตรีเกษตรฯ ลงพื้นที่เขตหนองจอก มุ่งแก้ปัญหา 'จน เจ็บ เจ๊ง' ให้พี่น้องเกษตรกร

รัฐมนตรีเกษตรฯ ลงพื้นที่เขตหนองจอก มุ่งแก้ปัญหา ‘จน เจ็บ เจ๊ง’ ให้พี่น้องเกษตรกร

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 17.37 น.

รัฐมนตรีเกษตรฯ ลงพื้นที่เขตหนองจอก มุ่งแก้ปัญหา ‘จน เจ็บ เจ๊ง’ ให้พี่น้องเกษตรกร พร้อมเตรียมประกาศรับรอง 8 สายพันธุ์ข้าว ที่สามารถปลูกได้ทั้งปี มีอายุการเก็บเกี่ยวไม่เกิน 95 วัน

15​ ธ.ค.​2566 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่พบปะและรับฟังปัญหาจากเกษตรกร สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย และสภาเกษตรกรกรุงเทพมหานคร พร้อมหว่านข้าวในแปลงนา โดยใช้โดรนเป็นนวัตกรรมใหม่ และปลูกต้นไม้มงคล​ โดยมี​ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว​ คณะผู้บริหารจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ และชาวนาผู้เข้าร่วมงานให้การต้อนรับ​ ณ โรงสีข้าวชุมชน หมู่ 6 ก้าวหน้า คลองสิบสอง เขตหนองจอก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว เตรียมประกาศรับรอง 8 สายพันธุ์ ในเดือนเมษายน ปี 2567 ครอบคลุมข้าวหลายชนิด เช่น ข้าวพื้นนุ่ม ข้าวหอม ข้าวบาเล่ ข้าวสาลี และข้าวญี่ปุ่น เป็นต้น ซึ่งทั้ง 8 สายพันธุ์ เป็นพันธุ์ที่สามารถปลูกได้ทั้งปี มีอายุการเก็บเกี่ยวไม่เกิน 95 วัน เป็นพันธุ์ที่ตลาดต้องการ ปัจจุบันอยู่ระหว่างให้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวในเขตภาคกลางทั้งหมดจัดเตรียมเมล็ดพันธุ์สำหรับรองรับความต้องการ เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่นาปรังทั้งหมด ประมาณ 6 ล้านไร่ อีกทั้งยังต้องการให้รับรองข้าวเจ้าหอม มช 10-1 ซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยเป็นข้าวที่มีระยะเวลาการปลูกน้อย ผลผลิตเยอะ และมีความเป็นข้าวหอมมะลิถึง 92% มีกลิ่มหอม นุ่ม และรูปทรงสวยงาม ปัจจุบันสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดราชบุรีอยู่ระหว่างการทดลองและปรับปรุงพันธุ์ เพื่อเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนการรับของกรมการข้าวต่อไป

นอกจากนี้ ยังรับฟังและหาแนวทางแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำ และราคาข้าว ที่กระทรวงเกษตรฯ จะต้องหามาตรการช่วยเหลือให้พี่น้องชาวนามีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป ทั้งนี้ เขตหนองจอกเป็นเขตที่มีขนาดใหญ่สุดใน กทม. สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นท้องทุ่งและเกษตรกรรม มีลำคลองไหลผ่านหลายสาย มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวนาปี ตามที่ตั้งแปลง ปี 2566/67 เขตหนองจอก จำนวน 2,047 ครัวเรือน พื้นที่ 49,485 ไร่

ในโอกาสเดียวกันนี้ กรมการข้าว ได้นำนิทรรศการองค์ความรู้ต่างๆด้านข้าวมาจัดแสดงพร้อมทั้งนำผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว​ อาทิ​ ข้าวตังรักสุขภาพ​ที่แปรรูปจากข้าว​ กข43 ขนมบัวลอยที่แปรรูปจากข้าวมะลิแดง​ และการนำตอซังข้าวมาพอกไข่เพื่อทำเป็นไข่เค็ม​มาแจก​ ซึ่งได้รับความสนใจจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก

‘นฤมล’นำทีมเดินหน้าแก้ไขปัญยางพารา หวังให้ชาวสวนได้ราคาสูงขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775363

'นฤมล'นำทีมเดินหน้าแก้ไขปัญยางพารา หวังให้ชาวสวนได้ราคาสูงขึ้น

‘นฤมล’นำทีมเดินหน้าแก้ไขปัญยางพารา หวังให้ชาวสวนได้ราคาสูงขึ้น

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 17.11 น.

“นฤมล” นำทีมเดินหน้าแก้ไขปัญยางพารา สร้างเสถียรภาพราคายางพาราภายในประเทศ เพิ่มมูลค่าผลผลิต  กำหนดเป้าหมายดูดซับยางพารา จำนวน 4 ล้านตัน หวังให้ชาวสวนยางได้ราคาสูงขึ้น

15 ธันวาคม 2566 ณ ห้องประชุม 135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้แทนการค้าไทย เป็นประธานประชุมโครงการยางล้อ โดยมี นายเณริน จันทกร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ผู้แทนการค้า กล่าวว่า เพื่อเป็นการกลไกการบริหารจัดการยางพาราโดยใช้ระบบตลาดนำการผลิต (ผลิต แปรรูป และตลาด) ของการยางแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อสร้างเสถียรภาพราคายางพาราภายในประเทศ และเพิ่มมูลผลผลิต รวมถึงความเป็นอยู่ที่ดีของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร และสร้างรายได้ให้กับการยางแห่งประเทศไทย     (กยท.) ตามนโยบายของรัฐบาล และของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งส่งเสริมราคายางพาราเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ไม่ต้องโค่นยางพาราไปปลูกพืชอื่น โดยให้จับมือภาคเอกชนผลิตยางรถยนต์ที่มีคุณภาพใช้หน่วยงานของราชการ รวมถึงส่งออกขายทั่วโลก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรชาวสวนยางช่วยทำให้ยางพารามีราคาสูงขึ้น

ผู้แทนการค้า กล่าวว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบกำหนดเป้าหมายดูดซับปริมาณยางพาราภายในระบบตลาด ปี 2567 – 2570 อย่างน้อย 4 ล้านตัน ทั้งในส่วนของการผลิตยางรถยนต์ และการบริหารจัดการวัตถุดิบยาง โดยให้ กยท. ดำเนินการประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน ด้านการจ้างผลิตยางล้อตามเป้าหมาย  ซึ่งในส่วนของภาครัฐ จำนวนยางที่ผลิตเพื่อให้รถราชการใช้จะต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ และได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี นอกจากนั้น ให้ดำเนินการผลิตยางเพื่อใช้ในรถยนต์ภาคการเกษตร รวมถึงรถยนต์ประเภทอื่นๆ สำหรับทั้งตลาดในประเทศและส่งออก

“การดำเนินการดังข้างต้น จะช่วยรักษาเสถียรภาพราคายาง ลดการพึ่งพาตลาดโลก โดยเพิ่มการใช้ยางในประเทศ ทำให้ยางพาราของสถาบันเกษตรกรมีช่องทางจำหน่ายที่ชัดเจน มียางล้อที่มีคุณภาพและราคาเหมาะสมเพื่อตอบสนองผู้มีรายได้น้อย สร้างมูลเพิ่มให้อุตสาหกรรมยางพาราของประเทศไทย”ผู้แทนการค้า ย้ำ