‘สมศักดิ์’ประสาน ศอ.บต.ช่วยเกษตรกรเลี้ยง‘ปลากะพงขาว’จังหวัดชายแดนใต้ด่วน เจอราคาตกต่ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775279

‘สมศักดิ์’ประสาน ศอ.บต.ช่วยเกษตรกรเลี้ยง‘ปลากะพงขาว’จังหวัดชายแดนใต้ด่วน เจอราคาตกต่ำ

‘สมศักดิ์’ประสาน ศอ.บต.ช่วยเกษตรกรเลี้ยง‘ปลากะพงขาว’จังหวัดชายแดนใต้ด่วน เจอราคาตกต่ำ

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 11.22 น.

‘สมศักดิ์’ประสาน ศอ.บต. ช่วยเกษตรกรเลี้ยง‘ปลากะพงขาว’ในจังหวัดชายแดนใต้ด่วน หลังเจอปัญหาราคาตกต่ำ พบมีการนำเข้าจากเพื่อนบ้านที่ถูกกว่า เร่งหารือแม็คโครช่วยรับซื้อ เผยตกค้างกว่า 80 ตัน

15 ธันวาคม 2566 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานจาก พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)ว่า มีกลุ่มเลี้ยงปลากะพงขาวในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาราคาตกต่ำ ตนจึงได้มอบหมายให้ ศอ.บต. ลงพื้นที่ติดตามปัญหาราคาปลากะพงขาว ในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในพื้นที่ หลังได้รับผลกระทบจากราคาปลากะพงขาวในพื้นที่ตกต่ำ โดยพบว่า มีการนำเข้าปลากะพงขาวจากประเทศมาเลเซีย เพิ่มมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เพราะมีราคาถูกกว่าของชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงในช่วงนี้ เป็นฤดูฝนในภาคใต้ มีน้ำจืดเข้ามา ทำให้ปลากะพงที่เลี้ยงในกระชัง ช็อคน้ำตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากไม่มีการระบายออกสู่ตลาดอย่างเร่งด่วน ก็จะส่งผลให้เกษตรกรได้รับผลกระทบขาดทุนเป็นอย่างมาก

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ มีปลากะพงขาวตกค้าง กว่า 80 ตัน แบ่งเป็นขนาด 3 – 5 กิโลกรัม จำนวน 60 ตัน และขนาด 1 – 3 กิโลกรัม จำนวน 20 ตัน ทำให้ทาง ศอ.บต. จึงต้องเร่งช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน ด้วยการร่วมกับสำนักงานประมง จ.ปัตตานี และกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาว เข้าหารือกับตัวแทนห้างสรรพสินค้าแม็คโคร โดยมีข้อสรุป 3 แนวทาง คือ 1. ห้างสรรพสินค้าแม็คโคร จะเข้าไปรับซื้อปลากะพงขาวหน้ากระชังผ่าน supplier 2. เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาว เป็นผู้ส่งให้กับห้างสรรพสินค้าแม็คโคร ในสาขาภาคใต้ ประกอบด้วย จ.สงขลา สตูล พัทลุง นครศรีธรรมราช ตรัง และจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ 3. กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาว จะนำปลากะพงขาวไปส่งให้กับศูนย์กระจายสินค้าของห้างสรรพสินค้าแม็คโคร ที่อยู่มหาชัย

“ผมเข้าใจความเดือดร้อนของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวเป็นอย่างดี จึงได้ประสานและกำชับให้ ศอ.บต.เร่งช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด พร้อมวางแนวทางการแก้ปัญหาในระยะยาวด้วย รวมถึงได้ประสานให้กรมราชทัณฑ์ พิจารณาให้เรือนจำในพื้นที่ภาคใต้ ช่วยซื้อปลากะพงขาว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เพราะขณะนี้ กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาว ได้รับผลกระทบอย่างมาก ซึ่งเบื้องต้นทางเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาว ได้สรุปร่วมกันว่า ต้องการกระจายปลากะพงขาว ก่อนจำนวน 30 ตัน ไปยังศูนย์กระจายสินค้าของห้างสรรพสินค้าแม็คโคร ที่อยู่มหาชัย ในราคา 140 บาท ต่อกิโลกรัม วันละไม่น้อยกว่า 2 ตัน โดยห้างสรรพสินค้าแม็คโคร จะนำข้อมูลเข้าสู่ที่ประชุมผู้บริหาร เพื่อหาข้อสรุปและแจ้งให้เกษตรกรทราบอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เกษตรกร ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด” นายสมศักดิ์ กล่าว   ////-005

ข้าวเถื่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775267

ข้าวเถื่อน

ข้าวเถื่อน

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 09.24 น.

ข้าวเถื่อน

ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็น “อู่ข้าวอู่น้ำ” ด้วยความอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะ “ข้าว” ที่เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ ไทยนั้นส่งออกข้าวอยู่ในกลุ่ม “ท็อปทรี” 3 อันดับแรกของโลกมาช้านาน อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าระยะหลังๆ “เวียดนาม” เขามาแรง กลายเป็นคู่แข่งสำคัญ ตามที่มีข่าวว่าในบางช่วงเวียดนามส่งออกข้าวได้มากกว่าและราคาดีกว่าไทย ถึงกระนั้น “แข่งแพ้ต่างชาติก็อาจไม่น่าเจ็บใจเท่าคนภายในทำร้ายกันเอง” หลังมีข่าวกันมาได้สักพักแล้วว่า “ข้าวเวียดนามถูกลักลอบนำเข้ามาปลูกบนผืนแผ่นดินไทย” กันอย่างอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

พันธุ์ข้าวที่ว่านั้นคือ “ข้าวหอมพวง” หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า “จัสมิน 85 (Jasmine 85)” เริ่มปลูกในเวียดนามตั้งแต่ปี 2535 ด้วยคุณสมบัติเป็นข้าวอายุสั้น ใช้เวลาปลูกเพียง 90 – 100 วัน ให้ผลผลิตตั้งแต่ 800 – 1,000 กิโลกรัมต่อไร่ อีกทั้งด้วยความเป็นพันธุ์ข้าวที่ส่งออกได้ดี เลยทำให้ผู้ประกอบการโรงสีบางกลุ่มจ่ายเพิ่มเป็นพิเศษให้ชาวนา ยิ่งกลายเป็นแรงจูงใจให้ปลูกเพิ่มขึ้นไปอีก แม้ที่ผ่านมาจะมีหลายฝ่าย “ทักท้วงด้วยความเป็นห่วง” ว่านี่คือการ “ทำลายอัตลักษณ์ข้าวไทย” น่าตลกไหม? อยู่ประเทศไทยแท้ๆ แต่ดันไปช่วยส่งออกข้าวของเวียดนามเสียอย่างนั้น

ล่าสุดเห็นข่าวว่า มีคนบางกลุ่มนำโดย “สมาคมชาวนาไทย” ออกท่าออกทาง “ไม่พอใจ:” ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กรณี “ผู้กองธรรมนัส” ประกาศลั่น “ล้างบาง” ข้าวหอมพวงหรือข้าวเวียดนามที่ว่านี้ เลยต้องบอกว่า “ขอเป็นกำลังใจให้ผู้กองและทางกระทรวงเกษตรฯ” เพราะท่านทำถูกแล้ว “ประเทศไทยมีชื่อเสียงเรื่องพันธุ์ข้าวที่หลากหลาย จำเป็นแค่ไหนที่ต้องนำข้าวต่างชาติมาปลูกอีก” และคงต้องย้อนถามกลับไปเช่นกันว่า ตั้งชื่อสมาคมชาวนาไทยแต่ไม่ห่วงใยอัตลักษณ์ข้าวไทยกันบ้างหรือ?

ปลัดฯขับเคลื่อนโครงการฯ บริหารจัดการน้ำร่วมกับUNDP

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775208

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับโครงการ (Project Board) ครั้งที่ 1 โครงการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำของประเทศไทย ด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน (Enhancing Climate Resilience in Thailand through Effective Water Management and Sustainable Agriculture) ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ร่วมกับผู้แทนสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ(UNITED NATIONS DEVELOPMENT PROGRAMME : UNDP) ว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำ ด้วยการวางแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรที่เปราะบางในการลดความผันผวนของวิถีชีวิตอันเนื่องมาจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง สร้างความสามารถในการวางแผนแบบบูรณาการ และคำนึงถึงสภาพภูมิอากาศตลอดจนการหยุดชะงักด้านการผลิตของเกษตรกรรายย่อยซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งจากกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund : GCF) มีพื้นที่ดำเนินการครอบคลุม 22 ตำบล 7 อำเภอใน จ.พิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ (โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่าน) มีเป้าหมาย กลุ่มผู้ได้รับประโยชน์ 20,000 ครัวเรือนประชากร 62,000 คน

ทั้งนี้ ได้มอบหมายคณะทำงานฯ 3 คณะ รับผิดชอบดำเนินการเพื่อให้ได้ผลผลิตตามเป้าหมายประกอบด้วย 1.ระบบบริหารข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อการชลประทาน ได้แก่ การพยากรณ์น้ำฝนน้ำท่าและแผนการปลูกพืช 2.โครงสร้างพื้นฐานที่ผสมผสานมาตรการสิ่งก่อสร้างและมาตรการเชิงนิเวศ และ 3.การเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของเกษตรกร ได้แก่Mobile App, Online Market Platform โดยการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ปรับแผนการดำเนินงานจาก 5 ปี เหลือ 4 ปี ปรับแผนการเบิกจ่ายงบประมาณรวมทั้งขอให้ทุกหน่วยงานร่วมกันบูรณาการและเร่งรัดการดำเนินการให้แล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้

สำหรับโครงการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำของประเทศไทยด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน เริ่มตั้งแต่ปี 2558 โดยกรมชลประทาน ได้เสนอโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่านเพื่อขอรับเงินช่วยเหลือส่วนหนึ่งตามคำเชิญชวนของ GCF กระทั่งคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้กรมชลประทาน ลงนามในเอกสารโครงการโดยได้มีการลงนามร่วมกับ UNDP และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)

รองปลัดฯจับมือIFAD กระชับสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775209

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หารือร่วมกับนายกัวชี ฮู (Mr. Guoqi Wu) รองประธานฝ่ายบริการกองทุนระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม (International Fund for AgriculturalDevelopment – IFAD) โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ซึ่งมีการหารือถึงการจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกของ IFAD ในประเทศไทย โดยนายกัวชี ฮู เล็งเห็นว่า กทม.มีความพร้อมและเหมาะสมทั้งด้านโลจิสติกส์ ด้านเทคโนโลยี ด้านความปลอดภัย และด้านความสะดวกในการเดินทางระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในเขตภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก นอกจากนี้ประเทศไทย ถือเป็นประเทศที่ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 5 สำนักงานภูมิภาคของ IFAD จากทั่วโลก ซึ่งนายเศรษฐเกียรติ กล่าวว่า ประเทศไทยยินดีให้ความร่วมมือกับ IFAD ในการจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดยภายหลังการคัดเลือกสถานที่ในประเทศไทยแล้ว จะต้องเข้าสู่กระบวนการขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีทั้งในหลักการ และการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินในการสนับสนุนองค์การระหว่างประเทศ เช่น ค่าเช่าสำนักงาน การจัดทำเอกสิทธิทางการทูต เป็นต้น

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ เคยขอรับการสนับสนุนการจัดตั้งสำนักงานกองทุนระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม (IFAD) จากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of United Nations : FAO) ในคราวที่นางเบธ เบค-ดอล (Ms. Beth Bechdol) รองผู้อำนวยการใหญ่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หารือร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2566

ส.ป.ก.หนุนปัจจัยพื้นฐานด้านเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775207

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดการสัมมนาวิชาการ การพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตในที่ดิน ส.ป.ก.โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม
ที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร (ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ) อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปบทเรียนการดำเนินงาน เชื่อมโยงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างขบวนเครือข่ายองค์กรชุมชนบ้านมั่นคงชนบทในที่ ส.ป.ก.และหน่วยงานภาคีพัฒนา และร่วมกันออกแบบแผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินทุกมิติ ซึ่งในส่วนการดำเนินการของ ส.ป.ก.นั้น ปัจจุบันมีเกษตรกรได้รับการจัดที่ดินแล้ว 4,768 ราย 41,265 ไร่ และได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภคที่เหมาะสม สนับสนุนอาคารรวบรวมและแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรสร้างความเข้มแข็ง เพิ่มรายได้ สร้างความมั่นคงทางอาหารให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ทั้งนี้ จากการบูรณาการขับเคลื่อนภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 9 หน่วยงาน ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2561 ได้ดำเนินการก่อสร้างถนนไปแล้วทั้งสิ้น 233 กิโลเมตร ก่อสร้างแหล่งน้ำ 269 โครงการ ขยายเขตไฟฟ้า 1,891 หลัง และในด้านการสนับสนุนบ้านพักอาศัย ซึ่งมีสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เข้ามาร่วมบูรณาการขับเคลื่อน โดยสบทบทุนสร้างบ้านให้เกษตรกรไปแล้วกว่า 1,690 หลัง เป็นงบประมาณทั้งสิ้น 70,120,000 บาท สามารถตอบสนองต่อปัจจัยขั้นพื้นฐานให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน และมีการขยายผลการดำเนินงานเพิ่มเติมภายใต้ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 16 หน่วยงาน ในกระบวนงานจัดผังที่ดินชุมชน สนับสนุนการรวมกลุ่ม สร้างความเข้มแข็ง พร้อมระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ช่วยให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินเข้าถึงบริการของรัฐยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้น

‘ไชยา’ร่วมหารือ แนวทางส่งเสริม ธุรกิจอาหารสัตว์ ทำปศุสัตว์สีเขียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775205

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังหารือแนวทางในการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจอาหารสัตว์และปศุสัตว์ไทย ร่วมกับสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย โดยมีนายอภัยสุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าปัจจุบันสถานการณ์กระแสตลาดอาหารสัตว์โลกได้ให้ความสำคัญต่อกระบวนการผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น (ปศุสัตว์สีเขียว) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการบริหารจัดการของกระทรวงเกษตรฯ

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารนโยบายการจัดการทรัพยากรทางการเกษตร ทำการเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Go Green) ด้วย BCG และ Carbon Credit โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานราชการภายในสังกัด เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการจัดการทรัพยากรทางการเกษตรที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนางานจากผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง ในการส่งเสริมพัฒนาองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรอย่างทั่วถึงพร้อมทั้งประสานหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม โรงฆ่าสัตว์ เพื่อการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่ปศุสัตว์ต่อไป

‘กรมข้าว’ร่วมกับ’รมช.อนุชา’ เยี่ยม บ.รวมใจพัฒนาความรู้ หารือแนวทางวิจัยพัฒนาพันธุ์ข้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775244

'กรมข้าว'ร่วมกับ'รมช.อนุชา' เยี่ยม บ.รวมใจพัฒนาความรู้ หารือแนวทางวิจัยพัฒนาพันธุ์ข้าว

‘กรมข้าว’ร่วมกับ’รมช.อนุชา’ เยี่ยม บ.รวมใจพัฒนาความรู้ หารือแนวทางวิจัยพัฒนาพันธุ์ข้าว

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 21.00 น.

กรมข้าว ร่วมกับ รมช.อนุชา เยี่ยม บ.รวมใจพัฒนาความรู้ หารือแนวทางวิจัยพัฒนาพันธุ์ข้าว ตอบโจทย์ตลาดและเกษตรกร

14 ธันวาคม 2566 นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว นาย ชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นาย กฤษฎิน คำตัน ผู้อำนวยการกองเมล็ดพันธุ์ข้าว นางสาว กุลศิริ กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาข้าว นาย ขจร โนวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการผลิตข้าว และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสถานีวิจัยพันธุ์ข้าว บริษัท รวมใจพัฒนาความรู้ จํากัด นำโดย นายโกมล จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานกรรมการบริหาร นายวุฒิชัย แตงทอง หัวหน้าสถานีวิจัย ให้การต้อนรับและนำเสนอการดำเนินงานของสถานีวิจัย ณ ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวว่า ในวันนี้มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติมาเยี่ยมชมพูดคุยหารือกัน โดยในด้านการพัฒนาพันธุ์ข้าวนั้น กรมการข้าวมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา และ บริษัท รวมใจพัฒนาความรู้ จํากัด ก็ได้มีการพัฒนาพันธุ์ข้าว เช่นกัน อีกทั้งมีความต้องการที่จะวิจัยพัฒนาพันธุ์ข้าวและได้รับการรับรองพันธุ์ข้าวใหม่ ๆ กับกรมการข้าว ซึ่งกรมการข้าวเป็นหน่วยงานของภาครัฐที่พร้อมจะให้บริการแก่ประชาชน พร้อมที่จะสนับสนุนหน่วยงานและภาคเอกชนที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ ๆ ร่วมกันกับกรมการข้าว เพื่อให้ได้พันธุ์ข้าวที่มีความหลากหลาย และตรงกับความต้องการของพี่น้องเกษตรกร และตลาดที่มีความต้องการพันธุ์ข้าวที่แตกต่างกันให้ได้มากที่สุด

รมว.เกษตรฯเร่งออกก.ม. เดินหน้าแก้ปัญหาประมงทะเล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775008

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการแก้ปัญหาประมงทะเลครั้งที่ 1/2566 โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ซึ่งมีนายบัญชา สุขแก้วรองอธิบดีกรมประมง เป็นกรรมการและเลขานุการ

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายพลิกฟื้นอุตสาหกรรมประมงไทยให้กลับมาเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของประเทศและประชาชนอีกครั้ง โดยมุ่งการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายให้เหมาะสมและการบริหารจัดการทรัพยากรประมงทะเลอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นนโยบายที่นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญเพื่อเร่งรัดแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมง ทั้งชาวประมงพื้นบ้านและชาวประมงพาณิชย์ โดยเฉพาะกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อชาวประมง ดังนั้นจึงมีคำสั่งกระทรวงเกษตรฯ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาประมงทะเล ลงวันที่ 21 กันยายน 2566 โดยมี รมว.เกษตรฯ เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นรองประธานกรรมการซึ่งมีเจตนารมณ์ในการกำหนดแนวทางแก้ปัญหาเพื่อฟื้นฟูการประมงทะเลเพื่อความยั่งยืน

ทั้งนี้ ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าการดำเนินการตามที่มีกรณีข้อเรียกร้องของสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ที่เสนอต่อนายกรัฐมนตรี ในคราวลงพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566 โดยมีประเด็นเสนอให้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายลำดับรอง ซึ่งขณะนี้ได้ข้อยุติแล้ว 9 ฉบับ โดย รมว.เกษตรฯ มอบหมายให้กรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดออกประกาศตามขั้นตอน

ที่สำคัญคือที่ประชุมยังเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาข้อเสนอนโยบายการประมงทะเลและพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวประมงพื้นบ้านไทย พ.ศ. 2566 ของสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย ประเด็นข้อเสนอของชาวประมงปลากะตักใน จ.พังงา โดยมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอาชีพประมงและคุณภาพชีวิตของชาวประมงให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ที่ประชุมได้รับทราบมาตรการกำจัดและควบคุมปลาหมอสีคางดำของกรมประมง ซึ่งปัจจุบันมีการแพร่ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วในแหล่งน้ำธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยาของแหล่งน้ำ แย่งอาหาร และแย่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำประจำถิ่น ตลอดจนการแย่งอาหารและกินลูกพันธุ์สัตว์น้ำในบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร โดยมาตรการดังกล่าว ประกอบด้วย การกำจัดปลาหมอสีคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยการจับ การปล่อยปลาผู้ล่า เช่น ปลากะพงขาว การส่งเสริมการเลี้ยงปลาผู้ล่า คือปลากะพงขาว ปลากะพงทอง หรือปลาเก๋า ร่วมกับปลาเศรษฐกิจชนิดอื่น รวมถึงการส่งเสริมให้นำปลาหมอสีคางดำที่กำจัดออกไปแปรรูป เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์น้ำ การขายให้กับโรงงานปลาป่น เป็นต้น

รองปลัดฯประชุมวิชาการ สมาคมสัตวแพทย์เอเชีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775012

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะนายกสัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติของสมาพันธ์สมาคมสัตวแพทย์แห่งเอเชีย ครั้งที่ 22ประจำปี 2566 (The 22nd FAVA Congress 2023) โดยมี Dato’ Sri Dr.Stephen Rundi Anak Utom, the minister of Food Industry, Commodity & Regional Development แห่งรัฐซาราวัก เป็นประธานในพิธีเปิด ที่เมืองกูจิง รัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย

สำหรับการประชุมวิชาการดังกล่าวเป็นการประชุมระดับนานาชาติ มีผู้เข้าร่วมการประชุมมากกว่า 800 คน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ทางวิชาการด้านสัตวแพทย์ให้กับบุคลากรในสายวิชาชีพสัตวแพทย์และผู้สนใจ และเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ รวมถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยในด้านสัตวแพทย์ระหว่างกัน โดยภายในงานประกอบด้วยการสัมมนาวิชาการในหัวข้อต่างๆ แบ่งตามชนิดของสัตว์ อาทิ สัตว์เลี้ยง สัตว์ปีก สัตว์เคี้ยวเอื้อง สุกร ม้า สัตว์แปลกและสัตว์ป่า ตลอดจนหัวข้อด้านเภสัชวิทยาทางสัตวแพทย์ ด้านสุขภาพหนึ่งเดียว ด้านการศึกษาทางสัตวแพทย์ และด้านการบริหารบุคลากรทางด้านสัตวแพทย์ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงงานวิจัยจากสัตวแพทย์และผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ พร้อมทั้งการจัดบูธนิทรรศการจากผู้สนับสนุนงานประชุมที่น่าสนใจ

‘ไชยา’แก้น้ำท่วมร้อยเอ็ดระยะยาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775013

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจราชการและมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด โดยมีนายชูศักดิ์ ราชบุรี รอง ผวจ.ร้อยเอ็ด และผู้เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลาง จ.ร้อยเอ็ด ว่าโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลาง กรมชลประทาน ได้มีแผนบริหารจัดการน้ำ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด จากสาเหตุร่องมรสุมพาดผ่านทำให้ฝนตกหนักส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำชีสูงขึ้น รวมถึงมวลน้ำระบายจากเขื่อนลำปาว และเขื่อนอุบลรัตน์ทะลักเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร โดยการระดมกำลังสถานีสูบน้ำ 4 สถานี สูบน้ำออกจากพื้นที่การเกษตรที่เกิดน้ำท่วมขัง ประกอบด้วย 1.สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ประตูระบายน้ำกุดเชียงสา จ.มหาสารคาม สามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้ 3,500 ไร่ 2.สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ประตูระบายน้ำกุดเชียงบัง จ.ร้อยเอ็ด สามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้ 3,500 ไร่ 3.สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ประตูระบายน้ำห้วยปากบุ่ง จ.ร้อยเอ็ด สามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้ 5,000 ไร่ และ 4.สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ประตูระบายน้ำห้วยน้ำเค็ม จ.ร้อยเอ็ด สามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้ 3,000 ไร่ รวมสามารถสูบน้ำได้ 117.26 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมทั้งดำเนินการกำจัดสิ่งขีดขวางทางน้ำบริเวณหน้าเขื่อนระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก

นายไชยากล่าวถึงการแก้ปัญหาอุทกภัย ว่าได้มอบหมายกรมชลประทาน ศึกษาแนวทางแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เพื่อการแก้ปัญหาระยะยาว รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหา การฟื้นฟูเยียวยาแบบบูรณาการ โดยพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ ส่วนช่วงฤดูแล้ง มอบหมายกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงฯ ที่สนามบินร้อยเอ็ด เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งต่อไป