‘ไชยา’หนุนอาชีพกลุ่มทอผ้าเมืองคอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764685

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของกลุ่มทอผ้าบ้านตรอกแคและกลุ่มทอผ้าบ้านเนินมวง ต.ขอนหาด อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช โดยติดตามการส่งเสริมอาชีพด้านหม่อนไหม ซึ่งมีเกษตรกรผู้ทอผ้าในพื้นที่ ต.ขอนหาด อ.ชะอวด 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มทอผ้าบ้านตรอกแค กลุ่มทอผ้าบ้านเนินมวง กลุ่มทอผ้าบ้านขอนหาด ศูนย์ศิลปาชีพบ้านตรอกแค และกลุ่มกนกศิลป์ ที่มีการทอผ้ายกเมืองนครด้วยกี่ Jacquard ทอมือ ปัจจุบันเกษตรกรหมู่บ้านตรอกแค สามารถสร้างรายได้จากการทอผ้า 4,000,000 บาท / ปีและกลุ่มทอผ้ามีความต้องการผลักดันกลุ่มให้ใช้ไหมจากพื้นถิ่นในการผลิตผ้าไหมจากร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 100 ให้เป็นการทำผ้าไหมครบวงจรจนได้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) โดยเริ่มจากการปลูกหม่อนจัดทำโรงเรือนเลี้ยงไหมพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้สาธารณะกลุ่มทอผ้าของชุมชน

นายไชยา กล่าวว่า จากการที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จฯทรงเยี่ยมศูนย์ศิลปาชีพ จ.นครศรีธรรมราช จึงส่งเสริมให้ฟื้นฟูการทอผ้าและเกษตรกรผู้ทอผ้าต้องการต่อยอดให้เกิดการผลิตครบวงจร โดยมอบหมายให้กรมหม่อนไหม ผลักดันลายผ้าไทยไปสู่นานาชาติภายใต้นโยบาย “ตลาดนำนวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้” ของรัฐบาล เริ่มจากการผลักดันให้ไหมไทยเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนการผลิตของสินค้าแบรนด์เนม และต่อยอดไปสู่การให้นางแบบเดินชุดผ้าไทยบนเวทีระดับโลก พร้อมทั้งส่งเสริมนักออกแบบรุ่นใหม่ที่มีนวัตกรรมการผลิตลายผ้าสร้างสรรค์ลายผ้า หรือออกแบบเสื้อผ้าจากผ้าไทยที่มีลายอันเป็นเอกลักษณ์ ให้สามารถสวมใส่ได้ทุกเพศทุกวัย มีความทันสมัย ใส่สบาย ส่วนรังไหมสดที่มีการสั่งซื้อจากทั่วประเทศ 5,000 ตันต่อปี แต่สามารถผลิตได้เพียง 1,000 ตันต่อปี กระทรวงเกษตรฯมีศูนย์วิจัยเกี่ยวกับผ้าไหมและรังไหมจึงส่งเสริมการใช้งานวิจัยมาปรับใช้กับสินค้าเกษตร

‘อนุชา’ลงพื้นที่พิษณุโลก แก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764686

‘อนุชา’ลงพื้นที่พิษณุโลก  แก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำ

‘อนุชา’ลงพื้นที่พิษณุโลก แก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำ

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ลงพื้นที่ : นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำ ใน อ.บางระกำ และ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก รวมทั้งการแก้ไขปัญหาน้ำประปาในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก พร้อมรับฟังปัญหาและแนวทางแก้ไข โดยมอบหมายกรมชลประทาน ดำเนินการอย่างบูรณาการ

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ร่วมกับนายเศรษฐา ทวีสินนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ อ.บางระกำ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก รวมทั้งการแก้ไขปัญหาน้ำประปาในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ และหัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ ว่าได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาและการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบจึงแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ รับฟังปัญหาและแนวทางแก้ไขระบบผลิตและระบบจ่ายน้ำประปาในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก โดยมอบหมายกรมชลประทาน ประสานหน่วยงานในพื้นที่ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างบูรณาการ

จากนั้นได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำที่บึงตะเครง อ.บางระกำ รับฟังข้อเสนอแนะ รวมทั้งความต้องการของเกษตรกรในการเพิ่มศักยภาพการหน่วงน้ำในพื้นที่โครงการบางระกำโมเดล โดยจะเร่งรัดแผนการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ อาทิ ซ่อมแซมสิ่งสาธารณูปโภค ปรับปรุงอาคารชลประทาน ปรับปรุงยกระดับถนน ฯลฯ และส่งเสริมการประกอบอาชีพประมง หรืออื่นๆเพื่อให้ประชาชนมีรายได้เสริมในช่วงการหน่วงน้ำซึ่งจะเพิ่มพื้นที่หน่วงน้ำได้ 400 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ในพื้นที่ 265,000 ไร่ ทำให้ประชาชนในพื้นที่โครงการสามารถใช้ชีวิตอยู่กับน้ำในช่วงการหน่วงน้ำได้อย่างมั่นคง และปลอดภัย

สำหรับโครงการบางระกำโมเดล เป็นโครงการที่กรมชลประทานได้ดำเนินการพัฒนาพื้นที่สาธารณะซึ่งเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่แม่น้ำยมฝั่งขวาของ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก โดยการพัฒนาแก้มลิงบึงตะเครง-บึงขี้แร้ง-บึงระมาณ สามารถเก็บกักน้ำได้รวม 30.74 ล้าน ลบ.ม.ดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2558 จากความต้องการของประชาชนในการปรับตัวนำมาปรับปฏิทินการเพาะปลูกและแผนการบริหารจัดการน้ำนำมาสู่นโยบายของกระทรวงเกษตรฯ

ขณะเดียวกัน ได้รับฟังปัญหาการระบายน้ำและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ทั้งลุ่มน้ำน่านและลุ่มน้ำยม โดยได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณหลายโครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการประตูระบายน้ำแม่น้ำน่าน จ.พิษณุโลก 2.โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งสาน อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก เป็นต้น ซึ่งจะทำให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์หลายประการ อาทิ 1.สามารถเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่ออุปโภค-บริโภค และการเกษตรป้องกันภัยแล้งและอุทกภัยอย่างยั่งยืน 2.มีเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ 3.การใช้ชีวิตของประชาชนที่อยู่ใกล้แม่น้ำและคันกั้นน้ำ มีความมั่นคงและปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน และ 4.รักษาระบบนิเวศทางด้านทรัพยากรสัตว์น้ำ และความมั่นคงของตลิ่ง เป็นต้น

‘อภัย’ประธานการประชุม คกก.กักพืชถก4เรื่องสำคัญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764683

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกักพืช ครั้งที่ 1/2566ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ห้อง 123 และผ่านระบบ Zoom Meeting มีเรื่องที่สำคัญในที่ประชุมดังนี้ 1.(ร่าง) ประกาศกระทรวงเกษตรฯ เรื่อง กำหนดด่านตรวจพืช (ฉบับที่.) พ.ศ.

2.(ร่าง) ประกาศกระทรวงเกษตรฯ เรื่อง กำหนดพืช จากแหล่งที่กำหนดเป็นสิ่งต้องห้าม ข้อยกเว้น และเงื่อนไขตาม พ.ร.บ.กักพืช พ.ศ.2507 (ฉบับที่.) พ.ศ.,3.(ร่าง) ประกาศกระทรวงเกษตรฯ เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.กักพืช พ.ศ.2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่.) พ.ศ.และ 4.(ร่าง) ระเบียบกระทรวงเกษตรฯ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจ่ายค่าป่วยการและค่าพาหนะเดินทาง ตาม พ.ร.บ.กักพืช พ.ศ.2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่.) พ.ศ.

รองปลัดฯร่วมถก คกก.กองทุนออมฯ พิจารณา11ประเด็น แก้ไขข้อกฎหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764684

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ ครั้งที่ 9/2566 โดยมีเรื่องที่สำคัญในที่ประชุมดังนี้ 1.(ร่าง) ระเบียบคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาเลขาธิการฯ หรือรองเลขาธิการฯ ด้านการลงทุน พ.ศ.,2.(ร่าง) คำสั่งคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสรรหาเลขาธิการฯ หรือ

รองเลขาธิการฯ ด้านการลงทุน 3.การพิจารณากลั่นกรองความเหมาะสมของการต่ออายุสัญญาจ้างรองเลขาธิการด้านการลงทุน 4.การเสนอชื่อผู้สอบบัญชีและค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีกองทุนประจาปี 2567

5.การทบทวนแผนปฏิบัติการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 -พ.ศ. 2570) และการจัดทำแผนปฏิบัติการและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ พ.ศ. 2567,
6.(ร่าง) เกณฑ์การประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี 2567 ของกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) 7.การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อทำหน้าที่ในการประชุมหารือ (ร่าง) ตัวชี้วัดการประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี 2567

8.การปรับปรุงแก้ไขข้อกฎหมาย ตามความเห็นและข้อสั่งการ ของ รมว.คลัง เรื่องการบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานประกันสังคม 9.แผนการดำเนินงานบริหารเงินลงทุนประจำปี พ.ศ. 2567, 10.การทบทวนโครงสร้างองค์กรกองทุนการออมแห่งชาติ 11.การคัดเลือกกรรมการซึ่งเป็นสมาชิก ภาคตะวันตกและ 12.(ร่าง) ระเบียบกองทุนการออมแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีดำเนินการ

‘อนุชา’พลิกโฉมภาคเกษตร ดันGDPสูงขึ้นเพิ่มรายได้แก้หนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764498

‘อนุชา’พลิกโฉมภาคเกษตร  ดันGDPสูงขึ้นเพิ่มรายได้แก้หนี้

‘อนุชา’พลิกโฉมภาคเกษตร ดันGDPสูงขึ้นเพิ่มรายได้แก้หนี้

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สัมมนา : นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดสัมมนาและกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “พลิกโฉมภาคเกษตรไทย ด้วยนโยบายการวิจัย นวัตกรรม และการรวมกลุ่ม” ที่โรงแรมแมนดาริน เพื่อนำเสนอผลการวิจัย ให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคเกษตรที่ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมฯ (GDP) เพิ่มสูงขึ้น

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานสัมมนาและกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง“พลิกโฉมภาคเกษตรไทย ด้วยนโยบายการวิจัย นวัตกรรม และการรวมกลุ่ม” ที่โรงแรมแมนดาริน ถนนพระราม 4จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) แผนงานคนไทย 4.0 สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการวิจัย เรื่อง “แพลตฟอร์มนโยบายข้าว ผัก และผลไม้” ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วม

นายอนุชากล่าวว่า ให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคเกษตร ที่ขับเคลื่อน “เศรษฐกิจฐานราก” หากสามารถพัฒนาภาคเกษตรให้เข้มแข็ง จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ภาคเกษตรขยายตัวสูงขึ้น และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร อย่างไรก็ดี แม้ตัวเลข GDP ภาคเกษตร มีสัดส่วนเพียง 8.9% ของ GDP รวม ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วน 60.2% และภาคบริการมีสัดส่วน 30.9% ตามลำดับ แต่ภาคเกษตรถือเป็นหัวใจสำคัญของประเทศ เปรียบเหมือนรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย ที่สร้างรายได้ให้กับประชากรไทยจำนวนไม่น้อยในแต่ละปี

นอกจากนี้ภาคเกษตรกรยังพบปัญหาต่างๆ หลายด้าน เช่น การขาดแคลนเงินทุนและการขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน ปัญหาต้นทุนการผลิตมีราคาสูงการขาดองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม การขาดแคลนแรงงานภาคเกษตร การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น ดังนั้นจึงมุ่งเน้นผลักดันนโยบายรัฐบาล และกระทรวงเกษตรฯ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตภาคเกษตรให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

นายอนุชากล่าวเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญกับเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ สามารถเพิ่มผลผลิตต่อไร่ได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรโดยตรง รวมทั้งเพิ่มความมั่นคงด้านอาหารของประเทศ อย่างไรก็ดีจากปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร ทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบและความเสียหาย จึงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพื้นที่เพาะปลูก หันมาทำปศุสัตว์ เช่น โครงการโคล้านครอบครัว ที่ได้ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง เพราะความมุ่งหวังคืออยากเห็นรายได้ภาคเกษตรเพิ่มขึ้น

ฝนหลวงฯปรับแผน ปฏิบัติการฯให้เหมาะสม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764496

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่าได้ปรับแผนการปฏิบัติการฝนหลวง ประจำปี 2566 โดยกำหนดให้ปิดหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 11 หน่วยทั่วประเทศ โดยให้เครื่องบินเดินทางกลับที่ตั้งสนามบิน จ.นครสวรรค์ อย่างไรก็ดีเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม กรมฝนหลวงฯได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็ว 3 ชุด โดยมีเครื่องบินสำหรับปฏิบัติการชุดละ 2 ลำ ชุดที่ 1 เป็นเครื่องบินขนาดกลาง 2 ลำ ส่วนชุดที่ 2 และชุดที่ 3 ใช้เครื่องบินขนาดเล็กชุดละ 2 ลำ เพื่อพร้อมปฏิบัติการฝนหลวงให้กับพื้นที่ซึ่งยังมีความต้องการน้ำ ช่วงที่มีสภาพอากาศเหมาะสมเป็นระยะสั้นๆ เป็นการช่วงชิงสภาพอากาศในช่วงฤดูแล้งเพื่อรับมือสถานการณ์ความแห้งแล้งหลังจากนี้ไป

นายสุพิศ กล่าวอีกว่า สำหรับผลการปฏิบัติการฝนหลวงตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 ถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2566 มีการขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง 188 วัน รวม 4,037 เที่ยวบินมีการรายงานฝนตกจากการปฏิบัติการ 184 วัน คิดเป็นร้อยละ 89.1 มีจังหวัดที่มีรายงานฝนตก 67 จังหวัด มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 192.63 ล้านไร่ และมีน้ำไหลเข้าเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ 272 แห่ง ปริมาณน้ำสะสมรวม 599.73 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนการปฏิบัติการฝนหลวงในระยะต่อจากนี้กรมฝนหลวงฯ ยังคงเน้นย้ำให้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศ ติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดและให้ปฏิบัติการฝนหลวงช่วงที่สภาพอากาศมีความเหมาะสม เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ซึ่งมีความต้องการน้ำต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าไม้ การป้องกันไฟป่าและบรรเทาปัญหาหมอกควัน การบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM10 และ PM2.5) ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

กรมพัฒนาฯชูผลวิจัยมะคาเดเมีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764495

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า เนื่องจากพื้นที่บ้านห้วยน้ำขาว ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เป็นพื้นที่สูง อีกทั้งเป็นต้นน้ำเข็ก มีการใช้ที่ดินด้านเกษตร และที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ขาดสิ่งปกคลุมดิน เกิดการชะล้างพังทลายของดินเมื่อฝนตก นอกจากนี้น้ำที่ไหลบ่าหน้าดินจะทำให้เกิดการชะล้างพังทลายของดินรุนแรงมากขึ้น หน้าดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ดังนั้น เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน จึงขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการวิจัยหามาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำที่เหมาะสม ภายใต้หัวข้อ“การศึกษาปริมาณการสูญเสียดินและน้ำไหลบ่าในพื้นที่สูง จากการปลูกมะคาเดเมียผสมพืชไร่ร่วมกับมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ” โดยคณะผู้วิจัย

“จากผลการวิจัยได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ และสามารถนำองค์ความรู้ไปแก้ปัญหาด้านการจัดการทรัพยากรดินและที่ดินของเกษตรกรในพื้นที่บ้านห้วยน้ำขาวเป็นอย่างดี จึงคัดเลือกให้ได้รับรางวัลชนะเลิศภาคบรรยาย สาขาอนุรักษ์ดินและน้ำ ในการประชุมวิชาการประจำปี 2566 พื้นฟูปฐพีสร้างสรรค์ดินดีด้วยเทคโนโลยีพัฒนาที่ดิน” นายปราโมทย์ กล่าว

ด้านนายบุญเดี่ยว บุญหมั้น กล่าวว่า ได้ดำเนินการวิจัยระหว่างเดือนตุลาคม 2561 ถึงเดือนกันยายน 2564 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสมบัติของดิน ปริมาณการสูญเสียดินและน้ำไหลบ่า การเจริญเติบโตของมะคาเดเมีย และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากการทำมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำบนพื้นที่สูง โดยวางแผนการทดลองแบบสุ่มในบล็อกสุ่มสมบูรณ์ 5 ตำรับการทดลอง ได้แก่ 1.ปลูกมะคาเดเมียร่วมกับข้าวไร่ และไม่มีระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ 2.ปลูกมะคาเดเมียร่วมกับข้าวไร่ และมีคูรับน้ำขอบเขา 3.ปลูกมะคาเดเมียร่วมกับข้าวไร่ มีคูรับน้ำขอบเขาและแถบหญ้าแฝก 4.ปลูกมะคาเดเมียร่วมกับถั่วแดงหลวง มีคูรับน้ำขอบเขาและแถบหญ้าแฝก และ 5.ปลูกมะคาเดเมียร่วมกับถั่วพุ่ม มีคูรับน้ำขอบเขาและแถบหญ้าแฝก

อ.ส.ค.ลุยบุกตลาด ทำโยเกิร์ตกรอบ ขนมเพื่อสุขภาพ เพิ่มมูลค่าสินค้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764494

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสมพร ศรีเมือง ผอ.องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า จากการศึกษาทิศทางตลาดผลิตภัณฑ์นมทั้งในและต่างประเทศพบว่าปัจจุบันตลาดผลิตภัณฑ์นมที่มีมูลค่าสูง ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเนย โยเกิร์ตและผลิตภัณฑ์นมปราศจากน้ำตาลแลคโตส และมุ่งเน้นอาหารเสริมที่มีคุณประโยชน์ทางโภชนาการสูงและเป็นอาหารเฉพาะ อาทิ ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้สุขภาพแข็งแรง ควบคุมน้ำหนักและมีระบบขับถ่ายดีขึ้น เป็นต้น จากข้อมูลดังกล่าว อ.ส.ค.จึงวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดดังกล่าว โดยเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “ฟรีซดรายโยเกิร์ต โพรไบโอ” (Freeze-Dried Yoghurt Probio (Thai-Denmark Brand) 2 รสชาติ คือ รสธรรมชาติ และรสมัลเบอร์รี ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นโยเกิร์ตกรอบประเภทขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพขนาด บรรจุ 15 กรัม/ถุง

สำหรับคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ฟรีซดรายโยเกิร์ต โพรไบโอผลิตจากโยเกิร์ตแท้ที่มาจากน้ำนมโคออร์แกนิค 100% หมักโดยจุลินทรีย์โยเกิร์ตชนิดโพรไบโอติก ผ่านกระบวนการทำแห้งแบบแช่เยือกแข็งแต่ยังคงคุณค่าของสารอาหารที่ครบถ้วน อาทิ เชื้อจุลินทรีย์ที่มีชีวิต โพรไบโอติก มากกว่า 1 ล้านตัวต่อถุง เป็นสายพันธุ์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยรักษาสมดุลของลำไส้และระบบขับถ่าย มีพรีไบโอติกซึ่งเป็นอาหารของโพรไบโอติก มีใยอาหารที่ละลายได้ในน้ำได้ 800 มิลลิกรัม เพื่อสุขภาพของระบบทางเดินอาหาร และให้พลังงานเพียง 70 กิโลแคลอรี่เท่านั้น

‘กรมชลฯ’เร่งพัฒนา’RID SWAMP’สู่ความเป็นอัจฉริยะในการบริหารจัดการน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764515

'กรมชลฯ'เร่งพัฒนา'RID SWAMP'สู่ความเป็นอัจฉริยะในการบริหารจัดการน้ำ

‘กรมชลฯ’เร่งพัฒนา’RID SWAMP’สู่ความเป็นอัจฉริยะในการบริหารจัดการน้ำ

วันอาทิตย์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 21.47 น.

‘กรมชลฯ’เร่งพัฒนา’RID SWAMP’สู่ความเป็นอัจฉริยะในการบริหารจัดการน้ำ

เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2566 ที่ห้องประชุมกรม ชั้น 3 อาคารอำนวยการ กรมชลประทานสามเสน นายชูชาติ รักจิตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมแนวทางการดำเนินงานโครงการจัดทำและพัฒนาแพลตฟอร์มการบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ (RID Smart WAter ManagementPlatform : RID SWAMP) สำหรับลุ่มน้ำเจ้าพระยา และลุ่มน้ำเกี่ยวเนื่อง ระยะที่ 1 (ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำท่าจีน ลุ่มน้ำป่าสัก และลุ่มน้ำสะแกกรัง) โดยมีนายวิทยา แก้วมี รองอธิบดีกรมชลประทาน ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์  ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำ และอุทกวิทยา นายเลอบุญ อุดมทรัพย์ ผู้อำนวยการส่วนประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

สำหรับแพลตฟอร์มการบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ (RID SWAMP) เป็นการปรับปรุงและจัดทำระบบฐานข้อมูลกลาง GIS ด้านการบริหารจัดการน้ำโดยรวบรวมข้อมูลให้อยู่ในระบบเดียวกัน สะดวกในการสืบค้น สามารถสั่งการวิเคราะห์และประมวลผลได้จากส่วนกลาง เพื่อให้ได้ผลการคาดการณ์สถานการณ์น้ำล่วงหน้า พร้อมจัดทำแบบจำลองคณิตศาสตร์ในพื้นที่ สำหรับวิเคราะห์และคาดการณ์สถานการณ์น้ำท่วม การจัดสรรน้ำและค่าความเค็ม ด้วยระบบที่ทันสมัย พร้อมระบบการติดตาม เฝ้าระวัง พยากรณ์ และเตือนภัยสถานการณ์น้ำได้ทันท่วงที เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน ตามนโยบายมุ่งเน้นการทำงานภายใต้แผนยุทธศาสตร์กรมชลประทาน 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) ที่มีเป้าหมายให้กรมชลประทานเป็น “องค์กรอัจฉริยะ ที่มุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำ (Water Security) เพื่อเพิ่มคุณค่าการบริการ ภายในปี 2580”

ประธานหออันดา เผยกินเจคึกคัก เงินผ่านหมื่นล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763975

วันศุกร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายสลิล โตทับเที่ยง ประธานหอการค้าภาคใต้กลุ่มอันดามัน เปิดเผยว่า ในช่วงประเพณีถือศีลกินผักหรือประเพณีถือศีลกินเจที่จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 14-23 ตุลาคม 2566 นี้ ในส่วนของพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต ระนอง พังงา สตูล กระบี่และจังหวัดตรัง นั้น ทางศาลเจ้าต่างๆ ได้เปิดศาลเจ้าในการจัดงานประเพณีถือศีลกินผักหรือประเพณีถือศีลกินเจ การจัดงานประเพณีดังกล่าวนั้นมีการจัดงานมากว่า 100 ปี แต่ละปีก็มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมานั้นประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด -19 ทุกศาลเจ้าได้งดการจัดงานประเพณีถือศีลกินผักหรือประเพณีถือศีลกินเจ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 และในปีนี้การแพร่ระบาดของโควิด-19 นั้นได้ลดความรุนแรงลง และสามารถควบคุมได้ ทางศาลเจ้าจึงได้จัดงานขึ้นอีกครั้ง

ทั้งนี้ การจัดงานประเพณีถือศีลกินผักหรือประเพณีถือศีลกินเจนั้น ทำให้มีเงินสะพัด กว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวจะเดินทางมาแสวงบุญตามจังหวัดต่างๆ นอกจากจะทำให้บรรยากาศงานประเพณีถือศีลกินผักหรือประเพณีถือศีลกินเจคึกคักแล้ว ยังส่งผลดีกับแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวเมื่อ 1 ตุลาคมที่ผ่านมาอีกด้วย