‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เป็น ปธ.พิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกรมปศุสัตว์ ประจำปี 2568

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'เป็น ปธ.พิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกรมปศุสัตว์ ประจำปี 2568

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เป็น ปธ.พิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกรมปศุสัตว์ ประจำปี 2568

วันอาทิตย์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.09 น.

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าพระกฐินพร้อมเครื่องบริวารพระกฐิน ตามที่กรมปศุสัตว์ ได้ขอรับพระราชทาน เพื่อน้อมนำไปทอดถวายยังที่ชุมนุมสงฆ์ ณ วัดจันทน์กะพ้อ ตำบลบางเตย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี โดยมี นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วย รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธีฯ พร้อมได้มอบปัจจัยบำรุงพระศาสนาและมอบทุนการศึกษา จำนวน 3 ทุน ได้แก่ โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดจันทน์กะพ้อ โรงเรียนชุมชนวัดจันทน์กะพ้อ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดจันทน์กะพ้อ ทั้งนี้ ยอดถวายผ้าพระกฐินพระราชทานทั้งสิ้น 3,052,881.80 บาท

กรมปศุสัตว์ขออนุโมทนากุศลบุญ ที่ท่านได้ร่วมทำบุญในครั้งนี้ ขอจงดลบันดาลให้ท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุขความเจริญ ด้วยจตุรพิธพรชัย และสัมฤทธิ์ผลในสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการ

– 006

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’เป็น ปธ.พิธีสมโภชผ้าพระกฐินพระราชทานของกรมส่งเสริมการเกษตร ประจำปี 2568

'อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร'เป็น ปธ.พิธีสมโภชผ้าพระกฐินพระราชทานของกรมส่งเสริมการเกษตร ประจำปี 2568

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’เป็น ปธ.พิธีสมโภชผ้าพระกฐินพระราชทานของกรมส่งเสริมการเกษตร ประจำปี 2568

วันอาทิตย์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.05 น.

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานในพิธีสมโภชผ้าพระกฐินพระราชทานของกรมส่งเสริมการเกษตร ประจำปี 2568 ณ วัดเขาแก้ว วรวิหาร ตำบลต้นตาล อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้นำคณะผู้บริหารและบุคลากรร่วมถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

การจัดพิธีสมโภชผ้าพระกฐินพระราชทานในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมก่อนพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของกรมส่งเสริมการเกษตร ประจำปี 2568 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ณ วัดเขาแก้ว วรวิหาร ตำบลต้นตาล อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี

– 006

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ ร่วมงานสัมมนา Agri-Next : พลิกโฉมเกษตรกรไทย

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ ร่วมงานสัมมนา Agri-Next : พลิกโฉมเกษตรกรไทย

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ ร่วมงานสัมมนา Agri-Next : พลิกโฉมเกษตรกรไทย

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.49 น.

31 ตุลาคม 2568 นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมเป็นเกียรติในงานสัมมนา “Agri-Next : พลิกโฉมเกษตรกรไทย สู่ผู้นำเกษตรมูลค่าสูง” ณ ห้องประชุมอาคารหนังสือพิมพ์ข่าวสด ถนนเทศบาลนิมิตใต้ หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการเปิดพื้นที่ Agri Matching Zone พื้นที่การสร้างเครือข่ายให้ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการและ ผู้ร่วมฟังสัมมนาที่มีความสนใจเรื่องการเกษตรได้เชื่อมต่อแลกเปลี่ยนไอเดียและนวัตกรรมการเกษตรร่วมกัน ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ ร่วมพูดคุย Special Talks บนเวที ในประเด็น “1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง : จากต้นแบบสู่โมเดลระดับชาติ” และมีหัวข้ออื่น ๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่  ปลดล็อกโกโก้ไทย โอกาสการเติบโตในตลาดเกษตรมูลค่าสูง และ “Smart Farming” เกษตรยุคใหม่ ทำน้อย แต่ได้มาก ทั้งนี้ ภายในงานยังมีทั้งบูธนิทรรศการเทคโนโลยีเกษตรทันสมัย การแสดงนวัตกรรมจากภาคเอกชน ที่จะช่วยต่อยอดองค์ความรู้ให้เกษตรกรไทยก้าวทันยุคดิจิทัล

-(016)

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ ร่วมประชุมหารือการส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ รีสตาร์ทชีวิต

'อธิบดีกรมปศุสัตว์' ร่วมประชุมหารือการส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ รีสตาร์ทชีวิต

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ ร่วมประชุมหารือการส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ รีสตาร์ทชีวิต

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.46 น.

“อธิบดีกรมปศุสัตว์” ร่วมประชุมหารือการส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ รีสตาร์ทชีวิต (Care Economy) ระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

31 ตุลาคม 2568 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย นายพงษ์พันธ์ ธรรมมา รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นางวรางคณา โตรส ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจการปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมหารือการส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ รีสตาร์ทชีวิต (Care Economy) ระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานการประชุมฯ โดยมีผู้บริหารในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วมการประชุมฯ ณ อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ชั้น 8 ห้องประชุมกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

-(016)

‘เลขาธิการ มกอช.’เป็น ปธ.พิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และถวายความอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

'เลขาธิการ มกอช.'เป็น ปธ.พิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และถวายความอาลัย'สมเด็จพระพันปีหลวง'

‘เลขาธิการ มกอช.’เป็น ปธ.พิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และถวายความอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.24 น.

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เป็นประธานในพิธีกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วย นางกาญจนา แดงรุ่งโรจน์ และ ดร.พงศ์ไท ไทโยธิน รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และลงนามถวายความอาลัย โดยมีข้าราชการ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่ มกอช. เข้าร่วมพิธี ณ ลานอเนกประสงค์ อาคาร 3 ชั้น 1 สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ

‘ปูขาวอินทรีย์’สินค้าเศรษฐกิจตัวใหม่ สร้างคุณค่าเพิ่มและรายได้ยั่งยืนให้เกษตรกร

‘ปูขาวอินทรีย์’สินค้าเศรษฐกิจตัวใหม่ สร้างคุณค่าเพิ่มและรายได้ยั่งยืนให้เกษตรกร

‘ปูขาวอินทรีย์’สินค้าเศรษฐกิจตัวใหม่ สร้างคุณค่าเพิ่มและรายได้ยั่งยืนให้เกษตรกร

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.31 น.

‘ปูขาวอินทรีย์’สินค้าเศรษฐกิจตัวใหม่ สร้างคุณค่าเพิ่มและรายได้ยั่งยืนให้เกษตรกร

เกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังได้เปลี่ยนบ่อกุ้งร้างที่ต้องหยุดเลี้ยงจากพิษโรคระบาด มาเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจตัวใหม่ “ปูขาว” โดยเฉพาะ“สินค้าอาหารทะเลอินทรีย์” ตอบโจทย์ตลาด ต้นทุนการผลิตไม่สูง ปูกินอาหารได้ทุกอย่าง ลดต้นทุนการผลิต ใช้ “ปลาหมอคางดำ” เป็นอาหารปู โดยใช้การแช่แข็งก่อนใช้ ทำให้ไข่ปลาฝ่อ ช่วยป้องกันปลาหมอคางดำระบาดในบ่อเพาะเลี้ยงได้จริง อีกโมเดลของการปรับตัวของเกษตรกร

ปัจจุบัน “ปูขาว” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ปูทองหลาง” กำลังเป็นดาวรุ่งในตลาดอาหารทะเล ทั้งในประเทศและต่างประเทศ กรมประมงส่งเสริมให้มีการเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะปูขาวอินทรีย์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง เพราะตัวใหญ่ โตเร็ว เนื้อแน่น รสชาติหวานดีกว่าปูทะเลชนิดอื่น

“พี่โชค” นายนัฎฐชัย นาคเกษม ผู้นำเกษตรกรผู้เลี้ยงปูขาว กลุ่มวิสาหกิจชุมชนในลุ่มน้ำปากพนัง เล่าว่า กรมประมงได้ส่งเสริมเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์เปลี่ยนบ่อกุ้งร้างมาเป็นบ่อเลี้ยง “ปูขาว” เหมาะกับการเลี้ยงในบ่อกุ้งร้างที่เป็นพื้นดิน เพราะปูขาวไม่มีพฤติกรรมขุดรูเหมือนปูดำ รวมทั้งยังช่วยลดการจับปูจากธรรมชาติที่ทยอยลดจำนวนลง มีกระบวนการเลี้ยงแบบธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมี กลุ่มของพี่โชคนับเป็นกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงปูขาวอินทรีย์แปลงใหญ่ต้นแบบแห่งแรกของประเทศไทย

เกษตรกรที่นี่ได้รับการสนับสนุนและคำแนะนำสำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช (เกษตรไสใหญ่) สร้างขีดความสามารถเลี้ยง “ปูขาวอินทรีย์” ผลผลิตดี ในราคาที่แข่งขันได้ จากการนำปลาหมอคางดำผสมกับจุลินทรีย์เป็นอาหาร  ตัวจุลินทรีย์ช่วยให้ปูกินอาหารได้มากขึ้น และมีกรดอะมิโนที่ช่วยให้ปูมีรสชาติดีขึ้น หวานอร่อยมากขึ้น และที่สำคัญจุลินทรีย์ช่วยให้ตัวปูมีกลิ่นสะอาด ตัวเกลี้ยงสะอาดกว่าปูทะเล

“ปูขาวกินปลาทุกชนิด รวมทั้งปลาหมอคางดำ สำหรับกลุ่มผู้เลี้ยงปูขาวอินทรีย์จึงถือเป็นโอกาส เกษตรกรมีอาหารเลี้ยงปูที่ต้นทุนไม่สูงและหาได้ในท้องถิ่น  ซึ่งการช่วยกันจับปลาหมอคางดำมาเลี้ยงปูเป็นอีกแนวทางช่วยลดจำนวนปลาต่างถิ่นในแหล่งน้ำธรรมชาติอีกด้วย” นายนัฎฐชัย กล่าว

ทั้งนี้ การใช้ปลาหมอคางดำเป็นอาหารมีโอกาสทำให้ปลาชนิดนี้แพร่พันธุ์ในบ่อและแย่งกินลูกปู แต่ไม่ใช่ปัญหาของเกษตรกรที่ศูนย์เรียนรู้เชิงประยุกต์น้ำเค็มเพื่อการผลิตปูขาว บ้านเนินหนองหงส์ ตำบลเกาะเพชร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีองค์ความรู้จากทีมอาจารย์จาก มทร.ศรีวิชัย ใช้วิธีการ “แช่แข็ง” ในอุณหภูมิติดลบ 20 องคาเซลเซียส เป็นเวลานาน 24 ชั่วโมง จะทำให้ไข่ในปากของปลาหมอคางดำ “ฝ่อ” ไม่สามารถแพร่พันธุ์ต่อได้

“การแช่แข็งอุณหภูมิติดลบ เป็นสิ่งที่อาจารย์ค้นพบและใช้ได้ผล เพราะบ่อเลี้ยงปูขาวของกลุ่มฯ ที่มีอยู่ 30 รายไม่พบปัญหาเรื่องปลาหมอคางดำระบาดในบ่อ  หากเกษตรกรไม่มีตู้แช่แข็ง ยังสามารถนำปลาแช่ในถังที่ใส่น้ำแข็ง หรือตู้เย็น นาน 3 วันแทนได้” นายนัฎฐชัย กล่าว

การใช้ปลาหมอคางดำช่วยให้เกษตรกรเลี้ยงปูขาวด้วยต้นทุนต่ำ มีอัตราแลกเนื้ออยู่ที่ 4 กิโลกรัมของปลาหมอคางดำต่อเนื้อปู 1 กิโลกรัม นอกจากนี้ เทียบกับการเลี้ยงกุ้ง ปูขาวไม่ต้องใช้เครื่องตีน้ำ ใช้ไฟฟ้าน้อย และอาศัยอุปกรณ์หลัก 2 ตัว คือ ตู้แช่แข็ง และเครื่องสับปลา นอกจากนี้ จุลินทรีย์ เป็นสิ่งที่สำคัญต่อการเลี้ยงปูอินทรีย์ นอกจากนำจุลินทรีย์ใช้คลุกเป็นอาหาร นอกจากช่วยบำบัดน้ำหรือตะกอนเลนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ชวนประชาชนอุดหนุนสินค้าวิสาหกิจชุมชน สร้างโอกาสตลาดสินค้าเกษตรไทยผ่านคนละครึ่งพลัส

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ชวนประชาชนอุดหนุนสินค้าวิสาหกิจชุมชน สร้างโอกาสตลาดสินค้าเกษตรไทยผ่านคนละครึ่งพลัส

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ชวนประชาชนอุดหนุนสินค้าวิสาหกิจชุมชน สร้างโอกาสตลาดสินค้าเกษตรไทยผ่านคนละครึ่งพลัส

วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 19.35 น.

“อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร”ชวนประชาชนอุดหนุนสินค้าวิสาหกิจชุมชน สร้างโอกาสตลาดสินค้าเกษตรไทยผ่าน”คนละครึ่งพลัส”

วันที่ 29 ตุลาคม 2568 นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลในการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยภาครัฐร่วมจ่ายครึ่งหนึ่งของค่าสินค้า เพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน ในขณะเดียวกัน ยังเป็นโอกาสสำคัญให้วิสาหกิจชุมชนและเกษตรกรรายย่อยได้ขยายตลาด เพิ่มยอดขาย สร้างการรับรู้ผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และมุ่งเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ ผ่านการบริโภคสินค้าในชุมชน ซึ่งก่อให้เกิดการหมุนเวียนรายได้ การจ้างงาน และลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ

กรมส่งเสริมการเกษตรได้บูรณาการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ภายใต้การนำของร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่ง “ยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง” และ “เสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรเกษตรกร”โดยส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชนและกลุ่มเกษตรกรก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรยุคใหม่ ที่สามารถเข้าถึงตลาดและผู้บริโภคได้โดยตรงผ่านช่องทางดิจิทัล

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติม ปัจจุบันมีวิสาหกิจชุมชนเข้าร่วมโครงการฯ กว่า 90 แห่งทั่วประเทศ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรร่วมสนับสนุนการเปิดตลาดสินค้าชุมชนให้กว้างขึ้น เพื่อให้เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรได้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพและมีเอกลักษณ์ในแต่ละพื้นที่ พร้อมผลักดันให้เกิด “เศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน” อย่างยั่งยืน

ตัวอย่างสินค้าชุมชนที่โดดเด่นและน่าจับจ่าย อาทิ 

ไอศกรีมผลไม้หลากรส ทั้ง มะม่วงมหาชนก กล้วยตาก อโวคาโด้ และข้าวไรซ์เบอรี่  จาก วิสาหกิจชุมชนเครือข่ายพลังปัญญาบ้านแกเปะ จ.กาฬสินธุ์ รสชาติเข้มข้น อร่อยทุกคำ

ปั้นขลิบ – กะหรี่พัฟไส้แน่น แป้งบาง ไม่ใส่สารกันบูด จาก วิสาหกิจชุมชนขนมหวานบ้านคูคตจ.ปทุมธานี อร่อยไส้แน่น รับประทานเพลินทุกคำ

น้ำพริกทะเลสูตรโบราณ ทั้งปลากระพง กุ้งแห้ง ปลาหมึก หอยลาย และปลาอินทรีย์ แซ่บครบเครื่อง จาก วิสาหกิจชุมชนเกษตรประมงแปรรูปเขาเต่า จ.ประจวบคีรีขันธ์

ผ้าทอและงานจักสานจากไม้ไผ่ จากวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพบ้านนาโพธิ์หมู่ 3 จ.ยโสธร ถ่ายทอดภูมิปัญญาชุมชน รูปแบบร่วมสมัยดีไซน์เก๋ ไม่ซ้ำใคร

ผลิตภัณฑ์จักสานจากเส้นพลาสติก จากวิสาหกิจชุมชนจักสานบ้านในแหลม จ.นครศรีธรรมราช ดีไซน์เก๋ สีสันสดใส ใช้งานได้จริง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ผลิตภัณฑ์จักสานจากกระจูด จากวิสาหกิจชุมชนหัตถกรรมกระจูดวรรณี จ.พัทลุง ผลิตภัณฑ์จักสานจากกระจูดเป็นองค์ประกอบหลัก มีความยืดหยุ่น ไม่เปราะ ไม่ขาดง่าย และมันวาว โดยผลิตตามกรรมวิธีและภูมิปัญญาดั้งเดิมของชุมชน

ผ้าหม้อห้อมย้อมสีธรรมชาติ จากวิสาหกิจชุมชนหม้อห้อมทุ่งเจริญย้อมสีธรรมชาติ จ.แพร่ เนื้อผ้าสวมใส่สบาย สีสันสวยงามตามธรรมชาติ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนร่วมอุดหนุนสินค้าของวิสาหกิจชุมชนผู้เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งจะเปิดให้ใช้จ่ายได้ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00 – 23.00 น. เพื่อร่วมกันสนับสนุนสินค้าไทย และสร้างพลังเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโต นอกจากนี้ยังสามารถเลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ผ่านทางเว็บไซต์ http://www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com

ปลาหมอคางดำ….กินได้ไหม อร่อยหรือเปล่า?

ปลาหมอคางดำ....กินได้ไหม อร่อยหรือเปล่า?

ปลาหมอคางดำ….กินได้ไหม อร่อยหรือเปล่า?

วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.55 น.

ปลาหมอคางดำ….กินได้ไหม อร่อยหรือเปล่า?

ปลาหมอคางดำ (Sarotherodon melanotheron หรือ Blackchin tilapia) อยู่ในความสนใจของสังคมมามากกว่า 1 ปีแล้ว ในประเด็นการแพร่กระจายของปลาชนิดนี้ในแหล่งน้ำธรรมชาติและแนวทางการกำจัดออกจากแหล่งน้ำของไทย กรมประมงยังคงติดตามและประเมินผลของมาตรการกำจัดและควบคุมปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง ทั้งกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” และการปล่อยปลานักล่าในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงการนำปลาหมอคางดำที่จับได้มาใช้ประโยชน์ ทั้งการนำไปทำเป็นอาหารสัตว์ การทำปุ๋ยและน้ำหมักชีวภาพ ตลอดจนปรุงและการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อเพิ่มมูลค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ปลาหมอคางดำเป็นปลาที่สามารถอาศัยอยู่ได้ทั้งในน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม เนื้อปลาดิบมีสีขาวอมชมพู เมื่อสุกจะมีเนื้อสีขาว เนื้อแน่น ไม่เละง่าย และมีไขมันต่ำ ความสมบูรณ์และกลิ่นรสของเนื้อปลาขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมหลายประการ เช่น ลักษณะของแหล่งน้ำ ความสมบูรณ์ของอาหารในแหล่งน้ำ และการดูแลหลังการจับ

ปลาหมอคางดำที่อาศัยในแหล่งน้ำกร่อยหรือน้ำเค็มมักมีกลิ่นรสดีกว่า เนื่องจากไม่มีกลิ่นโคลน ขณะที่ปลาที่อยู่ในแหล่งน้ำจืดอาจมีกลิ่นตามธรรมชาติของปลาน้ำจืด โดยเฉพาะหากอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำที่ไม่สะอาด จะมีกลิ่นดินหรือกลิ่นโคลนสะสมในเนื้อปลา

วิธีการเตรียมปลาหมอคางดำทำได้เช่นเดียวกับปลาทั่วไป เริ่มจากขอดเกล็ด ตัดหัว ควักไส้ และล้างด้วยน้ำสะอาดเพื่อกำจัดสิ่งสกปรก จากนั้นตัดแต่งและแล่ตามรูปแบบที่ต้องการ แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง อาจคลุกเกลือหรือล้างด้วยน้ำเกลือเพื่อลดกลิ่นคาว หรือใช้วิธีอื่น เช่น คลุกแป้งมันแล้วล้างออก หรือล้างด้วยน้ำโซดา หากปลายังมีกลิ่นคาวแรง ควรนำไปประกอบอาหารที่ใช้เครื่องเทศเพื่อช่วยดับกลิ่น

หัวใจสำคัญของการเตรียมปลาหมอคางดำคือความสด นอกจากการเลือกแหล่งที่มาของปลาแล้ว หากไม่นำไปปรุงอาหารทันที ควรแช่เย็นด้วยน้ำแข็งในปริมาณเพียงพอเพื่อคงความสด หรือแช่แข็งไว้หลังการตัดแต่ง การรักษาความสดช่วยให้สามารถนำปลาไปปรุงและแปรรูปเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ปลาแดดเดียว น้ำยาปลา ทอดมัน ไส้อั่ว ฉู่ฉี่ น้ำพริก ปลาหวาน ปลากรอบ ลูกชิ้น ปลาส้ม ปั้นสิบ ข้าวเกรียบ รวมถึงการหมักเป็นปลาร้าหรือน้ำปลาคุณภาพดี

ปลาหมอคางดำเป็นปลาที่อุดมด้วยโปรตีน ย่อยง่าย และมีไขมันต่ำ เหมาะสำหรับผู้บริโภคทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ สำนักโภชนาการ กรมอนามัย รายงานว่าเนื้อปลาหมอคางดำ 100 กรัม ให้พลังงาน 97 กิโลแคลอรี โปรตีน 21.6 กรัม และไขมัน 1.2 กรัม พร้อมด้วยแร่ธาตุสำคัญ ได้แก่ โพแทสเซียม 404 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 215 มิลลิกรัม โซเดียม 65 มิลลิกรัม แคลเซียม 35 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 32 มิลลิกรัม สังกะสี 1.6 มิลลิกรัม และเหล็ก 0.5 มิลลิกรัม เมื่อเปรียบเทียบกับปลาหมอเทศ ปลานิล และปลาช่อน พบว่าปลาหมอคางดำมีคุณค่าทางโภชนาการไม่ด้อยกว่ากัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปลาหมอคางดำส่วนใหญ่จับจากแหล่งน้ำธรรมชาติ จึงควรเลือกปลาจากแหล่งน้ำที่สะอาดและปรุงให้สุกก่อนบริโภคเพื่อความปลอดภัย

การจับ การบริโภค และการแปรรูปปลาหมอคางดำจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่อยู่ใกล้บ้าน หรือที่อยู่ในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำจะเป็นการช่วยเพิ่มทั้งการจับปลาและการบริโภคได้เป็นอย่างดี เป็นการสนับสนุนเป้าหมายของกรมประมงในการลดปริมาณปลาหมอคางดำในธรรมชาติ และยังอาจช่วยลดรายจ่ายและสร้างรายได้เสริมให้กับครัวเรือน เกษตรกร ชุมชนอย่างยั่งยืน

#ผศ.ดร.นันทิภา พันธุ์สวัสดิ์ ภาควิชาผลิตภัณฑ์ประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ที่มา: เฟซบุ๊ก สำนักอนามัย https://www.facebook.com/share/p/1FFd44GpFL/

‘โฆษก ก.เกษตรฯ’ เผย ‘ธรรมนัส’ สั่ง กสส. ประสาน ธกส. ดำเนินมาตรการโครงการสินเชื่อฯ นำร่อง จ.ร้อยเอ็ด

‘โฆษก ก.เกษตรฯ’ เผย ‘ธรรมนัส’ สั่ง กสส. ประสาน ธกส. ดำเนินมาตรการโครงการสินเชื่อฯ นำร่อง จ.ร้อยเอ็ด

‘โฆษก ก.เกษตรฯ’ เผย ‘ธรรมนัส’ สั่ง กสส. ประสาน ธกส. ดำเนินมาตรการโครงการสินเชื่อฯ นำร่อง จ.ร้อยเอ็ด

วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.36 น.

29 ตุลาคม 2568 ดร.เอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการกำหนดการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) เพื่อกำหนดมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในฤดูกาลผลิต 2568/69

แต่ยังไม่สามารถจัดประชุมได้ เนื่องจากในขณะนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อยู่ระหว่างการเข้าร่วมการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ที่ประเทศเกาหลีใต้ และยังไม่มีคำสั่งแต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรีท่านใด เป็นผู้รับผิดชอบแทนในคณะกรรมการชุดดังกล่าว ดังนั้นการประชุม นบข. จึงต้องรอให้นายกรัฐมนตรีเดินทางกลับมาจากต่างประเทศเสียก่อน

ดร.เอกภาพ กล่าวต่อว่า  แต่สำหรับในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ นั้น  เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทันต่อความต้องการของเกษตรกร ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรฯ  จึงได้มีบัญชาและมอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ ประสานงานกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดำเนินมาตรการโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม นำร่องในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดแล้ว และจะเริ่มดำเนินการทั่วประเทศอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้

ทั้งนี้ สำหรับโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2568/69 ตามมติที่ประชุมครม. (19 ส.ค.68) โดยราคาสินเชื่อข้าวหอมมะลิอยู่ที่ 13,000 บาท/ตัน ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ 11,500 บาท/ตัน ข้าวเจ้า 8,000 บาท/ตัน ข้าวปทุมฯ 9,000 บาท/ตัน ข้าวเหนียว 10,000 บาท/ตัน

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

'อธิบดีกรมฝนหลวง'ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย'สมเด็จพระพันปีหลวง'

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.16 น.

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการเกษตร พร้อมด้วย นายไพจิตร เค้ากล้า รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านวิชาการ นายปราบพล โล่ห์วีระ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ เข้าร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมพิธีเพื่อน้อมกราบถวายอาลัย พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ห้อง 115) อาคาร 1 ชั้น 1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์