‘กรมฝนหลวงและการบินเกษตร’จัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดเนื่องใน’วันพระบิดาแห่งฝนหลวง’

'กรมฝนหลวงและการบินเกษตร'จัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดเนื่องใน'วันพระบิดาแห่งฝนหลวง'

‘กรมฝนหลวงและการบินเกษตร’จัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดเนื่องใน’วันพระบิดาแห่งฝนหลวง’

วันศุกร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.45 น.

กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดเนื่องใน “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง” 14 พฤศจิกายน ประจำปี 2568 พร้อมเปิดนิทรรศการ “70 ปีฝนหลวง สืบสานพระราชปณิธานพระบิดาแห่งฝนหลวง เพื่อพสกนิกรของพระราชา”

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดเนื่องใน “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2568” ณ Jewel Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพมหานคร เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งฝนหลวง” ที่ทรงริเริ่มโครงการพระราชดำริฝนหลวงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและประชาชนทั่วประเทศโดยได้รับเกียรติจาก นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร รวมถึงผู้บริหาร ข้าราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนราชการ และอาสาสมัครฝนหลวง เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศภายในพิธี ประธานได้วางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งฝนหลวง” และกล่าวรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายและพระปรีชาสามารถในการคิดหาวิธีในการบังคับเมฆให้เกิดเป็นเม็ดฝน ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการเกษตรและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในชั้นบรรยากาศของประเทศมาตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ผ่านมา จากนั้นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบรางวัลอาสาสมัครฝนหลวงดีเด่น ประจำปี 2568 จำนวน 5 รางวัล เพื่อเชิดชูบุคคลผู้มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนภารกิจปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศ และเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ ที่มีความสนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการสืบสานพระราชปณิธานแห่งพระบิดาแห่งฝนหลวง นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เปิดนิทรรศการ “70 ปีฝนหลวง สืบสานพระราชปณิธานพระบิดาแห่งฝนหลวง เพื่อพสกนิกรของพระราชา” ซึ่งจัดแสดงเรื่องราวพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตลอดจนพัฒนาการของเทคโนโลยีฝนหลวงที่กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้พัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงทางน้ำให้กับประเทศ

นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวย้ำว่า  ตลอด 70 ปีที่ผ่านมา โครงการพระราชดำริฝนหลวงไม่เพียงช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้ง แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการน้ำในชั้นบรรยากาศของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯ พร้อมสนับสนุนให้กรมฝนหลวงฯ พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สามารถทำให้การปฏิบัติการฝนหลวงให้มีความก้าวหน้าและปฏิบัติการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และเป็นหลักประกันความมั่นคงทางน้ำของประเทศไทยต่อไป”

ด้าน นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่าในโอกาสครบรอบ 70 ปี กรมฝนหลวงฯ ได้วางแผนพัฒนาศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงให้เป็น Smart Weather Modification Center พร้อมต่อยอดองค์ความรู้ด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำฝนให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และขยายความร่วมมือในระดับนานาชาติ เพื่อให้ฝนหลวงไทยเป็นต้นแบบของภูมิภาคอาเซียน

สำหรับบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและความภาคภูมิใจของผู้เข้าร่วมพิธี ที่ต่างได้มีโอกาสร่วมกันรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผู้ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้ “สายฝนแห่งความหวัง” ยังคงโปรยปรายสู่ผืนดินไทยตราบจนทุกวันนี้

ทั้งนี้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ขอเชิญชวนประชาชน นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจ เข้าร่วมชมนิทรรศการ “70 ปีฝนหลวง สืบสานพระราชปณิธานพระบิดาแห่งฝนหลวง เพื่อพสกนิกรของพระราชา” ระหว่างวันที่ 14 – 16 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ Jewel Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเรียนรู้ศาสตร์แห่งฝนหลวง มรดกทางภูมิปัญญาอันล้ำค่าของแผ่นดินไทย

– 006

‘สุชาติ’เตรียมหารือทูตศรีลังกา นำ’พลายประตูผา–พลายศรีณรงค์’คืนสู่ประเทศไทย

'สุชาติ'เตรียมหารือทูตศรีลังกา นำ'พลายประตูผา–พลายศรีณรงค์'คืนสู่ประเทศไทย

‘สุชาติ’เตรียมหารือทูตศรีลังกา นำ’พลายประตูผา–พลายศรีณรงค์’คืนสู่ประเทศไทย

วันศุกร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.33 น.

“สุชาติ ชมกลิ่น” เตรียมหารือทูตศรีลังกา เดินหน้าประสานนำ “พลายประตูผา–พลายศรีณรงค์” คืนสู่ประเทศไทย ย้ำยึดหลักมิตรภาพและสวัสดิภาพช้างไทยเป็นอันดับแรก

14 พฤศจิกายน 2568 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ชี้แจงความคืบหน้าเกี่ยวกับการประสานนำ “พลายประตูผา” และ “พลายศรีณรงค์” กลับประเทศไทย โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ติดตามงานอย่างใกล้ชิดทุกวัน เพื่อให้กระบวนการทั้งหมดเป็นไปอย่างรอบคอบและคำนึงถึงสวัสดิภาพของช้างไทยทั้งสองเชือกเป็นสำคัญ

“นายสุชาติบอกว่า ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในการผลักดันภารกิจสำคัญครั้งนี้ พร้อมเน้นย้ำว่าทีมงานทุกฝ่ายยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดพักแม้แต่วันเดียว เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและเกิดความมั่นใจทั้งในด้านความถูกต้องของขั้นตอน และมิตรภาพอันดีระหว่างไทย–ศรีลังกา”นางสาวลลิดา กล่าว

นอกจากนี้ นายสุชาติมีกำหนดเข้าพบหารือเอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำประเทศไทย ในวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางการดูแลช้างไทยทั้งสองเชือกตามคำสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยจะให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับศรีลังกา และสวัสดิภาพของช้างเป็นหลัก

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า คณะทำงานไทยได้ประชุมเตรียมการในประเด็นเบื้องต้นเรียบร้อยแล้วเมื่อวานนี้ และจะเร่งประสานรายละเอียดร่วมกับฝ่ายศรีลังกาต่อไป ทั้งนี้ รัฐมนตรีสุชาติ ได้ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า รัฐบาลและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเดินหน้าอย่างจริงใจ รอบคอบ และให้ความสำคัญสูงสุดกับสวัสดิภาพของพ่อพลายทั้งสองเชือก เพื่อให้กลับประเทศไทยได้อย่างปลอดภัยและสมพระเกียรติ

ส.ป.ก.ร่วมวางพานพุ่มดอกไม้สด ‘วันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2568’ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร.9

ส.ป.ก.ร่วมวางพานพุ่มดอกไม้สด 'วันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2568' น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร.9

ส.ป.ก.ร่วมวางพานพุ่มดอกไม้สด ‘วันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2568’ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร.9

วันศุกร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.26 น.

ส.ป.ก. ร่วมวางพานพุ่มดอกไม้สด “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2568” น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัชกาลที่ 9 ภายใต้แนวคิด “70 ปีฝนหลวง สืบสานพระราชปณิธานพระบิดาแห่งฝนหลวง เพื่อพสกนิกรของพระราชา”

14 พฤศจิกายน 2568 นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) พร้อมด้วย นางสาวสุนิสา เอกธิการ ผอ.กองประสานงานโครงการพระราชดำริและโครงการพิเศษ (กปร.) และคณะเจ้าหน้าที่ ร่วมพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดเนื่องใน วันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2568 โดยมี นายนเรศ ธำรงทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้กล่าวรายงาน คณะผู้บริหารจากกรมต่างๆเข้าร่วม ณ Jewel Hall ชั้น 5 สยามพารากอน กรุงเทพฯ

ภายในงานมีการจัดนิทรรศการ ภายใต้แนวคิด ‘70 ปีฝนหลวง สืบสานพระราชปณิธานพระบิดาแห่งฝนหลวง เพื่อพสกนิกรของพระราชา’ ซึ่งจะพาผู้ชมย้อนรอยประวัติศาสตร์การก่อกำเนิดโครงการพระราชดำริฝนหลวง และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงให้ความสำคัญต่อการจัดการน้ำและป่าไม้ของประเทศ

อีกทั้งยังมีการจัดแสดงนิทรรศการภารกิจของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรในรูปแบบเครื่องบินจำลอง เพื่อให้ประชาชนได้สัมผัสประสบการณ์เสมือนขึ้นบินไปปฏิบัติภารกิจจริง ประกอบด้วย 4 โซน ได้แก่

1. ภารกิจฝนหลวงและการดัดแปรสภาพอากาศ นำเสนอการทำฝนหลวงเพื่อบรรเทาภัยแล้งเติมน้ำต้นทุนให้กับเขื่อน อ่างเก็บน้ำ บรรเทาปัญหาหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5

2. การตรวจสภาพอากาศฝนหลวง แสดงเครื่องมือเรดาร์และระบบตรวจวัดแบบเรียลไทม์

3. นักบินและอากาศยานของกรมฝนหลวงฯ เปิดให้ทดลองขับเครื่องบินเสมือนจริงผ่าน Flight Simulator

4. ฝนหลวงกับความยั่งยืน นำเสนอเทคโนโลยี นวัตกรรม และโครงการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมนิทรรศการ “อาสาสมัครฝนหลวง” ที่สะท้อนบทบาทของภาคประชาชนในการประสานข้อมูลความต้องการน้ำในพื้นที่ และภายในงานยังมีจุดถ่ายภาพ “Landmark สายธารแห่งพระเมตตา” ให้ประชาชนได้ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีการวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะพระบิดาแห่งฝนหลวง พร้อมทั้งมีการมอบรางวัล “อาสาสมัครฝนหลวงดีเด่นระดับภูมิภาค” เพื่อเชิดชูเกียรติผู้มีส่วนร่วมในการดำเนินภารกิจฝนหลวง

โดยงานวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 14–16 พฤศจิกายนนี้ ที่สยามพารากอน เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

-(016)

‘โฆษก ก.เกษตร’ แจงราคาข้าวไม่ตกต่ำตามข่าวลือ พร้อมชู 2 มาตรการ แก้ไขปัญหาข้าวล้นตลาด

'โฆษก ก.เกษตร' แจงราคาข้าวไม่ตกต่ำตามข่าวลือ พร้อมชู 2 มาตรการ แก้ไขปัญหาข้าวล้นตลาด

‘โฆษก ก.เกษตร’ แจงราคาข้าวไม่ตกต่ำตามข่าวลือ พร้อมชู 2 มาตรการ แก้ไขปัญหาข้าวล้นตลาด

วันศุกร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.12 น.

นายเอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) เปิดเผยถึงจากกระแสข่าวราคาเปลือกตกต่ำ จนเหลือเพียงตันละ 5000-6000 บาทนั้น ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับทราบในเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งตนเองได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ ประกอบกับที่ได้รับทราบข้อมูลในแต่ละพื้นที่ก็ยังพบว่า ผู้ประกอบการโรงสีข้าวมีการรับซื้อข้าวเปลือกที่ความชื้นร้อยละ 15 ที่ราคาตันละ 12,000 บาท ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งมองว่าราคาข้าวไม่ได้ตกต่ำตามข่าวลือ

โดยในช่วงนี้เป็นช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตของเกษตรกร และคาดว่าจะมีปริมาณข้าวออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้มีมาตรการในการรักษาเสถียรภาพข้าวในฤดูกาลผลิตนี้ ด้วยโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ที่จะให้สหกรณ์รับซื้อข้าวจากเกษตรกร เพื่อเก็บรวบรวมในราคาตันละ 13,000 บาท สำหรับข้าวหอมมะลิ และ ในราคาตันละ 10,000 บาท สำหรับข้าวเหนียว

และยังมีโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร โดยสนับสนุนเงินให้เกษตรกรสำหรับเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางเป็นเวลา 3 เดือนในราคาตันละ 1,500 บาท หากกรณีเกษตรกรไม่มียุ้งฉางในการเก็บรวบรวมข้าวก็สามารถดำเนินการร่วมกับสหกรณ์โดยรัฐบาลจะ ในสหกรณ์ในการเก็บรักษาเก้าในอัตราตันละ 1000 บาทและเกษตรกรแซงกันละหนึ่ง 500 บาท เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรจำหน่ายข้าวในช่วงที่สถานการณ์ราคาปรับตัวดีขึ้น มั่นใจว่า มาตรการต่างๆที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการจะช่วยบรรเทาผลกระทบด้านราคาในช่วงผลผลิตข้าวออกสู่ตลาดในระยะสั้นได้อย่างประสิทธิภาพ

ทัังนี้ในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ซึ่งคาดว่า จะมีการหยิบยกประเด็นหารือสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการประเมินสถานการณ์ข้าวในตลาดโลก รวมถึงราคาข้าวที่ตกต่ำลง เพื่อกำหนดนโยบายการบริหารจัดการข้าวอย่างครบวงจร ตลอดจนพิจารณาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกร อีกด้วย

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ เป็นประธานในพิธีถวายความอาลัยสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ เป็นประธานในพิธีถวายความอาลัยสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ เป็นประธานในพิธีถวายความอาลัยสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันศุกร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.20 น.

14 พฤศจิกายน 2568 นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานในพิธีถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรในสังกัดกรมส่งเสริมการเกษตร ภายในพิธี ผู้เข้าร่วมพิธีได้พร้อมใจกันยืนสงบนิ่ง เพื่อถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ ห้องประชุม 7 ชั้น 5 กรมส่งเสริมการเกษตร อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถวายความอาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างแห่งความจงรักภักดี ความเสียสละ และพระปรีชาสามารถ โดยเฉพาะด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร ทรงมุ่งมั่นฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรรม ให้ประชาชนอยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืน  พระราชกรณียกิจนานัปการของพระองค์ ได้แผ่ไพศาลเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรทั่วประเทศและเป็นแรงบันดาลใจ ให้กรมส่งเสริมการเกษตร มุ่งมั่นสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริ ในการพัฒนาเกษตรกรรมไทย ให้มั่นคงและยั่งยืนตลอดไป ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้

-(016)

‘ธรรมนัส’ดันสินค้าเกษตรไทยโกอินเตอร์ ลงนามพิธีสารไทย-จีน เปิดตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์จากผึ้ง

'ธรรมนัส'ดันสินค้าเกษตรไทยโกอินเตอร์ ลงนามพิธีสารไทย-จีน เปิดตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์จากผึ้ง

‘ธรรมนัส’ดันสินค้าเกษตรไทยโกอินเตอร์ ลงนามพิธีสารไทย-จีน เปิดตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์จากผึ้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 22.02 น.

“ธรรมนัส”ดันสินค้าเกษตรไทยโกอินเตอร์ ลงนามพิธีสารไทย-จีน เปิดตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์จากผึ้ง เพิ่มมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี สร้างรายได้ให้เกษตรกรไทย

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีและอธิบดี ว่าด้วยความร่วมมือด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) อาเซียน – จีน ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 11 – 14 พฤศจิกายน 2568 โดย ร.อ.ธรรมนัส ได้ลงนามพิธีสารด้านความปลอดภัยอาหาร ด้านการสัตวแพทย์ และการปกป้องพืช เพื่อการส่งออกผลิตภัณฑ์จากผึ้งจากประเทศไทยไปยังประเทศจีน

การลงนามครั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส เป็นผู้ลงนามฝ่ายไทย และนางซุน เหมยจวิน รัฐมนตรีและเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประจำสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) เป็นผู้ลงนามฝ่ายจีน ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและเกษตรระหว่างสองประเทศ โดยเป็นผลสำเร็จจากการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยกับสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อกำหนดเงื่อนไขการค้า การกำกับดูแลคุณภาพ และมาตรฐานการผลิตสินค้าปศุสัตว์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า

พิธีสารฉบับนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของจีนต่อคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์จากประเทศไทย โดยจากเดิมไทยสามารถส่งออกเฉพาะ “น้ำผึ้ง” ไปยังจีนเท่านั้น ภายหลังการลงนามครั้งนี้ จะสามารถขยายการส่งออกผลิตภัณฑ์ “นมผึ้ง” และ “เกสรผึ้ง” ได้เพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งในทุกภูมิภาคของประเทศ

ทั้งนี้ ในปี 2567 ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์จากผึ้งปริมาณ 7,311.88 ตัน มูลค่า 621.43 ล้านบาท โดยตลาดจีนมีปริมาณส่งออก 542.43 ตัน มูลค่า 78.36 ล้านบาท คาดว่าหลังจากการลงนามพิธีสารฉบับนี้ จะสามารถผลักดันให้มูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์จากผึ้งของไทยเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 800 – 1,000 ล้านบาทต่อปี

“การลงนามในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการผลักดันสินค้าเกษตรไทยให้มีศักยภาพในการแข่งขันระดับนานาชาติ ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร และขยายตลาดส่งออกสินค้าเกษตรคุณภาพของไทยสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

– 006

‘อธิบดีกรมการข้าว’ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวภาคเหนือ

'อธิบดีกรมการข้าว'ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวภาคเหนือ

‘อธิบดีกรมการข้าว’ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวภาคเหนือ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 22.01 น.

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย นายสันติ ไชยา ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกำแพงเพชร รักษาการผู้อำนวยการกองเมล็ดพันธุ์ข้าว ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและพบปะให้กำลังใจผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวภาคเหนือ ณ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิษณุโลก จ.พิษณุโลก

ในการนี้ อธิบดีกรมการข้าวได้เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวภาคเหนือ เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะในการดำเนินงาน ทั้งด้านการผลิตและบริหารเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ โครงสร้างการบริหารจัดการ รวมถึงอุปสรรคต่างๆ ในการปฏิบัติงานของแต่ละศูนย์

ในโอกาสเดียวกันนี้ อธิบดีกรมการข้าวได้เยี่ยมชมโรงงานปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว ห้องเพาะและตรวจสอบความงอกเมล็ดพันธุ์ข้าว ของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิษณุโลก

– 006

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’เป็นปธ.โครงการอาสาสมัครฝนหลวงนักประชาสัมพันธ์

'อธิบดีกรมฝนหลวง'เป็นปธ.โครงการอาสาสมัครฝนหลวงนักประชาสัมพันธ์

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’เป็นปธ.โครงการอาสาสมัครฝนหลวงนักประชาสัมพันธ์

วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.13 น.

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.00 น. นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายปราบพล โล่ห์วีระ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ ผู้อำนวยการศูนย์ฯ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมในโครงการอาสาสมัครฝนหลวงนักประชาสัมพันธ์ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 15 พฤศจิกายน 2568 เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ และสามารถนำความรู้ที่ได้จากโครงการอาสาสมัครฝนหลวงนักประชาสัมพันธ์ครั้งนี้ ไปประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนภารกิจการปฏิบัติการฝนหลวงของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ต่อไป ณ ห้องประชุม เดซี ชั้น 9 อาคาร 2 โรงแรม ทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชัน กรุงเทพฯ

– 006

‘กรมชลประทาน’รายงานฝนตอนบนเริ่มลดลง เร่งระบายน้ำต่อเนื่อง

‘กรมชลประทาน’รายงานฝนตอนบนเริ่มลดลง เร่งระบายน้ำต่อเนื่อง

‘กรมชลประทาน’รายงานฝนตอนบนเริ่มลดลง เร่งระบายน้ำต่อเนื่อง

วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 10.12 น.

‘กรมชลประทาน’รายงานฝนตอนบนเริ่มลดลง เร่งระบายน้ำต่อเนื่อง

13 พฤศจิกายน 2568 กรมชลประทาน รายงานถึงสถานการณ์ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุ “คัลแมกี” ในพื้นที่ตอนบน ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ขณะนี้มีปริมาณน้ำจากทางตอนบนทยอยไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด(ข้อมูล ณ วันที่ 12 พ.ย.68) ที่สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณไหลผ่านในอัตรา 2,999 ลบ.ม./วินาที ก่อนจะไหลลงมาสมทบกับปริมาณน้ำที่มาจากแม่น้ำสะแกกรัง และไหลลงสู่บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ตามลำดับ

กรมชลประทาน ได้รับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมควบคุมการระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในเกณฑ์ 2,900 ลบ.ม./วินาที ร่วมกับการปรับลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี  เหลือในอัตรา 200 ลบ.ม./วินาที  พร้อมเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำนครนายก แม่น้ำบางปะกง และสถานีสูบน้ำตามแนวคลองชายทะเลออกสู่อ่าวไทยตามจังหวะการขึ้นลงของน้ำทะเลอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่สถานการณ์ฝนทางตอนบนเริ่มลดลง ซึ่งจะส่งผลให้สถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลายตามลำดับ

กรมการข้าวรับข้อเสนอชาวนา เร่งจัดตั้งทีมวิจัยร่วมกัน พัฒนาปรับปรุงพันธุ์ข้าวใหม่

กรมการข้าวรับข้อเสนอชาวนา เร่งจัดตั้งทีมวิจัยร่วมกัน พัฒนาปรับปรุงพันธุ์ข้าวใหม่

กรมการข้าวรับข้อเสนอชาวนา เร่งจัดตั้งทีมวิจัยร่วมกัน พัฒนาปรับปรุงพันธุ์ข้าวใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 08.38 น.

กรมการข้าวรับข้อเสนอของ “ชาวนา” เร่งจัดตั้งทีมวิจัยร่วมกัน พัฒนาปรับปรุงพันธุ์ข้าวใหม่ที่มีศักยภาพผลผลิตต่อไร่สูง หวังช่วยลดต้นทุนการผลิตให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว ได้ร่วมหารือกับสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย นำโดยนายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมฯ นายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมฯ พร้อมด้วยกรรมการสมาคมฯจังหวัด อาทิ จังหวัดนครสวรรค์ นครนายก พระนครศรีอยุธยา กำแพงเพชร และจังหวัดปทุมธานี และนายสามารถ อัดทอง นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ข้าวไทย โดยการหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาแนวทางร่วมกันในการพัฒนาการผลิตข้าวไทยให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

จากการรับฟังข้อมูลของสมาคมฯ ทำให้กรมการข้าวได้รับทราบว่า สมาคมฯมีความต้องการให้ภาครัฐเล็งเห็นถึงความสำคัญต่อการลดต้นทุนการผลิตข้าวให้กับชาวนาไทยด้วยการพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ๆที่มีศักยภาพด้านผลผลิตต่อไร่สูง 1,200-1,300 กิโลกรัมต่อไร่ ควรเป็นพันธุ์ข้าวที่ตลาดในและต่างประเทศมีความต้องการ รวมถึงเป็นพันธุ์ที่ต้านทานต่อโรคและแมลง อีกทั้งเป็นพันธุ์ที่ใช้ปุ๋ยน้อยและตอบสนองต่อการใช้ปุ๋ยเป็นอย่างดี ซึ่งในปัจจุบันนี้พันธุ์ข้าวของไทยยังไม่มีคุณลักษณะเช่นนี้ พร้อมกันนี้สมาคมฯได้เสนอแนะให้เร่งปรับปรุงพันธุ์ข้าวที่เน้นจำนวนเมล็ดต่อรวงและย่นระยะเวลาพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ภายใน 1-2 ปี และให้สามารถประกาศรับรองพันธุ์ใหม่ได้

การหารือร่วมกันในครั้งนี้ กรมการข้าว สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย และสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ข้าวไทย ได้มีความเห็นร่วมกันว่าจะดำเนินการจัดตั้งทีมทำงานวิจัยร่วมกัน ในรูปแบบสมาพันธ์หรือสมาคม โดยมีองค์ประกอบ ได้แก่ นักวิชาการจากภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และสถาบัน/กลุ่มเกษตรกร เพื่อดำเนินการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ข้าวตามที่สมาคมฯได้ให้ข้อมูล และกรมการข้าวพร้อมที่จะผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็ว